• นิติกุล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mcc_group@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 82387
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สิทธิมนุษยชน คือสิ่งข้ามพ้นเขตกั้น นานา...
"เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย..."
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HRE
วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by นิติกุล , ผู้อ่าน : 1057 , 09:07:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตราบดวงตะวันยังไม่ฉาย “ฉาน” (๒)

นิติธร  ทองธีรกุล

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

๒.

          รุ่งเช้า... เสียงผู้คนเจื้อยแจ่วแว่วมาจากถนนหน้าบ้านที่พวกเราพัก  ทำให้ต้องลุกขึ้นผลักถุงนอนที่ซุกตัวเข้าไปเหมือนดักแด้ตั้งตั้งเมื่อคืนออก  หันไปมองเพื่อนที่นอนด้วยกันในห้องเรียงรายเต็มพื้นที่หกชีวิต เบียดเสียดกันบ้างแต่ก็อุ่นดี  เพราะงานนี้มีแขกของแต่ละคนแต่ละสายเดินทางมาจำนวนมาก  จึงต้องกระจายกันไปเข้าพักบ้านที่ถูกจัดไว้รับรองโดยเฉพาะ

         ด้วยความที่ห้องน้ำที่มีอยู่เพียงห้องเดียว แต่ทว่า ผู้มาเยือนกับผู้ที่พักอาศัยอยู่เดิมมีจำนวนมาก จึงต้องมีการต่อคิวกันยาวหน่อย 

เมื่อถึงเวลาสาดน้ำลงบนหัวไหลอาบไปทั่วกายก็มิวายจะต้องสะบั้นด้วยความเย็นยะเยือก แต่ทว่าสดชื่นได้ใจจริงๆ ครั้นจะอาบจนเพลินก็ใช่ที่ เพราะทราบว่าน้ำที่พวกเราใช้ เจ้าของบ้านจะต้องซื้อมาถังละสิบบาท เพราะบนยอดดอยไตแลงนี้ระบบประปาภูเขาไม่ค่อยเข้ากับสภาพพื้นที่ ชุมชนที่นี่จึงใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้านล่างที่ห่างออกไป ๒ กิโลเมตร

          แสงแดดอ่อนที่โรยตัวค่อยๆ ส่องแสงเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะบอกเราว่า “สายแล้วนะ ชาวบ้านเค้าไปถึงไหนกันแล้ว...”

ยอมรับว่าตื่นเช้าวันแรกที่ดอยไตแลง ผมยังล้าๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อได้อาบน้ำอาบท่า และดื่มกาแฟที่เจ้าของบ้านตระเตรียมไว้ให้ ความสดชื่นก็กลับคืนมา  ยิ้มรับอากาศยามเช้า ท้องฟ้าสีคราม ผู้คนมากมายเดินผ่านหน้าบ้านไปมา โดยเฉพาะเด็กๆ ดูจะกระตือรือร้นกับช่วงเทศกาลเช่นนี้เป็นพิเศษ

         พวกเรารวมตัวกันแล้วเดินไปกินอาหารเช้าที่ร้านค้ากลางชุมชนบนถนนสายหลัก แต่มาบางคนก็บอกว่าให้ไปกินที่โรงครัว เพราะมีอาหารเยอะ จะได้ไม่ต้องซื้อ  แต่พวกเราคิดว่าโรงครัวนั้นน่าจะเอาไว้บริการชาวบ้านมากกว่า ส่วนพวกเราก็มาอุดหนุนร้านค้าชุมชนกันก็ได้

          กว่าที่แต่ละคนจะตัดสินใจได้ก็ถามไถ่พ่อครัวเจ้าของร้านจนถ่องแท้ว่าแต่ละรายการเป็นอะไร อย่างไรถึงตัดสินใจได้ ส่วนผมเมนูอาหารเช้ามื้อแรกเลือกข้าวผัดไทใหญ่ เมื่อได้กินเข้าไปคำแรกก็บอกได้เลยว่ารสชาติข้าวผัดไทใหญ่อร่อยอีกตามเคย ซึ่งหน้าตาของข้าวผัดก็ไม่ได้ต่างจากข้าวผัดโดยทั่วไป แต่ทำไมมันอร่อยแปลกๆ ผมเองก็ไม่ทราบ และไม่ได้หิวจัดด้วย...

 

๓.

          ช่วงเช้าวันที่สองของการมาเยือนดอยไตแลง  เรามีนัดหมายกับเจ้ายอดเมือง ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลฝ่ายกิจการต่างประเทศ เมื่อเดินเข้าไปถึงบ้านชั้นเดียวขนาดหย่อมๆ ของเจ้าก็มีสื่อชาวต่างชาติสามสี่คนนั่งจิบกาแฟคุยกันอยู่หน้าบ้านรวมทั้งสื่อไทยด้วย

          เจ้ายอดเมืองต้อนรับพวกเราด้วยความเป็นกันเองมาก ท่านพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจนคล่องแคล่วไม่ต่างจากพวกเรา  มีการแนะนำตัวว่าแต่ละคนมาจากไหนทำงานอะไรกันบ้าง  ก่อนที่เจ้าจะเล่าเรื่องราวของดอยไตแลง  ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในรัฐฉาน และสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าให้ฟังเสมือนเป็นการบรรยายสรุปที่ใช้เวลาร่วมชั่วโมง   จากนั้นเจ้าก็ถามพวกเราว่าอยากไปที่ไหนบ้าง พวกเราลงความเห็นกันว่าน่าจะไปดูโรงเรียน เจ้าจึงให้คนขับรถพาพวกเราไปส่งที่โรงเรียนแห่งชาติดอยไตแลงหรือ National School Loi Tai Leng

         โรงเรียนแห่งชาติดอยไตแลงตั้งอยู่บนไหล่เขาลาดลงไปต่ำกว่าพื้นที่บริเวณที่ตั้งของชุมชน สถานที่ถูกปรับหน้าดินให้ราบเรียบเพื่อปลูกสร้างอาคารเรียน โรงอาหาร และสนามฟุตบอล ๒ – ๓ สนาม ขณะที่พวกเราไปถึงเป็นวันหยุดของโรงเรียน ทุกสนามเต็มไปด้วยการแข่งขันฟุตบอล ทั้งฟุตบอลหญิง  ฟุตบอลชายรุ่นเล็ก และฟุตบอลชายรุ่นใหญ่  สิ่งที่ผมเห็นและอดเป็นห่วงไม่ได้ก็คือ  ถ้าลูกบอลถูกเตะออกข้างสนามตกเขาลงไปจะทำยังไง  แต่พอเฝ้าดูอยู่สักพักก็พบคำตอบว่าไม่น่าเป็นห่วงขนาดนั้น  เพราะเขาไม่ได้เตะแรงกันแบบเอาเป็นเอาตาย หรือแม้จะตกไปบ้างก็มีต้นไม้บนไหล่เขากั้นไว้ไม่ให้ลูกบอลตกลงไปลึกมากนัก

          พวกเราเดินเลาะเลียบสนามฟุตบอลไปยังห้องพักครูเพื่อที่จะถามไถ่พูดคุยกับครู และเราได้ไปรู้กับครูสายเดือน หรือสายเหลิน(ถ้าออกเสียงแบบไทใหญ่) แปลว่าแสงจันทร์ หรือแสงเดือน ครูหนุ่มน้อยวัยเพียง ๑๙ ปี ที่สอนทั้งดนตรีและภาษาอังกฤษอยู่ที่นี่มาสองปีแล้ว 

ครูบอกว่าที่นี่เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีนักเรียนประมาณ ๒๐๐ คน  ครู ๑๐ คน ภาษาที่สอนในโรงเรียนมี ๔ ภาษาได้แก่  ภาษาไทใหญ่  ภาษาไทย  ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ  ก่อนที่จะมาเป็นครูที่ดอยไตแลง  สายเดือนเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ ๑ ปี แอีก ๑ ปีเป็นการเรียนภาษาอังกฤษและเปียโน ซึ่งระหว่างนั้นเองก็เป็นโอกาสดีที่เขาก็ได้รู้จักกับองค์กรพัฒนาเอกชนไทยอย่างสาละวินโพสต์ที่ทำงานเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในพม่ามาอย่างยาวนานด้วย  ทำให้การพูดคุยออกรสมากยิ่งขึ้นเพราะมีการถามไถ่ถึงคนทำงานที่พวกเรารู้จักที่เชียงใหม่ด้วย  แม้จะเป็นการพูดภาษาไทยผสมไปภาษาอังกฤษก็ตาม

ครูสายเดือนเล่าว่าตัวเองสนใจเรื่องศิลปะมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นก็เรียนรู้มันมากขึ้นจากพ่อ เมื่อมีโอกาสมาเป็นครูก็นำสิ่งเหล่านั้นมาสอนนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนของเขาหลายคนเคยเล่าถึงประสบการณ์อันโหดร้ายต่างๆ นานาที่ถูกกระทำจากทหารพม่า  ทั้งเผาบ้านเรือน ข่มขืน และกดขี่ข่มเหงสารพัด  ก่อนที่จะกระเสือกกระสนหนีตายบุกป่าฝ่าดง กินใบไม้ประทังชีวิตเป็นอาหารระหว่างการเดินทางมายังดอยไตแลง  เขาจึงได้แต่ให้กำลังใจและสอนให้นักเรียนของเขามีความอดทนเข้มแข็ง ตั้งใจเรียนและยืนอยู่บนขาของตัวเองให้ได้เพื่อที่จะลุกขึ้นสู้ กอบกู้รัฐฉานกลับคืนมาให้ได้

สิ่งที่ครูสายเดือนใฝ่ฝันคือ การได้ไปเรียนต่อในด้านต่างๆ เช่น สิทธิมนุษยชน แรงงานข้ามชาติ การยุติความรุนแรงต่อสตรี และภาษาอังกฤษ พวกเราก็ได้แต่มองหน้ากันระหว่างที่พูดคุยว่าอยากหาทางสนับสนุนครูสายเดือนให้ได้เรียนตามที่เขามุ่งหวัง  เพราะภาษาอังกฤษของเขาสำเนียงดีมากๆ และดูเป็นคนฉลาดอนาคตน่าจะไปได้อีกไกลทีเดียว

จากนั้นครูสายเดือนก็พาพวกเราเดินชมห้องเรียนและส่วนต่างๆ ของโรงเรียน ทั้งโรงอาหาร ห้องพยาบาล และห้องดนตรี   ซึ่งห้องนี้ผมประทับใจมาก มีทั้งกลองยาวและฆ้องแบบไทใหญ่  กีต้าร์แขวนเรียงรายข้างฝา สภาพไม่ค่อยดีนัก มีเครื่องเป่าเมโลเดี้ยน(ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกหรือเปล่า)และคีบอร์ดฝุ่นเขลอะวางอยู่บนโต๊ะ  เป็นเครื่องดนตรีทั้งหมดที่ครูสายเดือนใช้สอนนักเรียนของเขาในวิชาดนตรี

นอกจากนั้นครูสายเดือนยังเป็นผู้ที่มีความสามารถในการแต่งเพลง และแต่งเก็บไว้เป็นจำนวนมาก  จุดนี้เองที่ชักนำให้พวกเราเกิดความสนใจ อยากให้ครูช่วยร้องให้ฟังและขอบันทึกวีดีโอกลับไปด้วย และเมื่อรู้เช่นนี้ปุ๊ป ความคิดของผมระหว่างนั้นพลันโลดแล่นไปไกลถึงพี่แอ๊ด คาราบาว ที่เคยมาที่นี่หลายครั้งและแต่งเพลง ทำอัลบั้มเพื่อรัฐฉานไว้แล้วถึงสองอัลบั้ม ผมคิดถึงเพลงที่ผมคิดจะแต่งเพื่อไทใหญ่ และคิดถึงการชวนครูสายเดือนทำอัลบั้มเพลงร่วมกันในอนาคตที่ไม่ไกลนัก...

 

ความฝันเหล่านั้นจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด คงต้องติดตามกันไปเป็นระยะครับ...

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 16/03/2010 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า..พระมเหศวร รุ่น ช้างป่าต้น

ตามตอน2....

บรรยากาศชัดเจน...และรอฟังอัลบั้มร่วมกับคุณครูสายเดือนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทเพลงสิทธิมนุยชน "คน"

คำร้อง - ทำนอง : นิติ'กุล บทกวี : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ขับร้อง : สุเทพ - แดง โฮปแฟมิลี่ รายการ ดนตรีกวีศิลป์ TPBS

View All
คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
ความเห็นแก่ตัวของคนบางจำพวก
8 คน
การพัฒนาที่เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง
11 คน
การที่คนส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
9 คน
กฎหมายและการเลือกปฏิบัติ
14 คน
การแข่งขัน และแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
18 คน

  โหวต 60 คน