• นิติกุล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mcc_group@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 82385
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สิทธิมนุษยชน คือสิ่งข้ามพ้นเขตกั้น นานา...
"เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย..."
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HRE
วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน 2553
Posted by นิติกุล , ผู้อ่าน : 1351 , 19:30:08 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตราบดวงตะวันยังไม่ฉาย “ฉาน” (5)

16 เมษายน 2553

1.

ช่วงวันหยุดสงกรานต์ 11 – 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ผมพาพ่อแม่และญาติพี่น้องไปเที่ยวเชียงใหม่ คืนแรกจองห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่  และเนื่องจากวันเดินทางของพวกเราตรงกับวันอาทิตย์ ทำให้มีโอกาสไปเดินเที่ยวซื้อของฝากที่ถนนคนเดินด้วย

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเรากลับไปยังโรงแรมที่พักตอนประมาณสามทุ่ม เมื่อไปถึงที่จอดรถของโรงแรมทุกคนทยอยลงรถ ขณะนั้นก็มี รปภ.ของโรงแรมมาช่วยโบกรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผมเข้าจอดอย่างเรียบร้อยมากขึ้น

เมื่อลงจากรถมาผมจึงเห็นหน้าของ รปภ.ที่ช่วยโบกมืออยู่ท้ายรถชัดเจนมากขึ้น  ฟังสำเนียงการพูดจาที่ไม่ค่อยชัด จึงรู้ได้ทันทีว่าน่าจะเป็นชนเผ่า  และเห็นเค้ายิ้มแย้มนอบน้อมเป็นอย่างดี ผมจึงถามออกไปว่า “น้องเป็นไทใหญ่หรือเปล่า ?” เขาตอบพร้อมกับรอยยิ้มทันทีว่า “ใช่ครับ...”

ผมยิงคำถามต่อไปว่า “รู้จักดอยไตแลงหรือเปล่า ?”  คำตอบที่ผมได้รับสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ผมคิด คือ “ไม่รู้จักครับ...” ออกมาทันทีจนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเป็นไทใหญ่จึงไม่รู้จัก  แต่ผมก็ถามต่อไปว่าเคยไปงานปอยส่างลองที่บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหงหรือเปล่า ? เคยไปร่วมกันวันชาติของไทใหญ่หรือเปล่า ?  จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เล่าออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากดูตึงเครียดเล็กน้อยหลังจากที่ผมยิงคำถามไปแบบตรงๆ ถึงเรื่องดอยไตแลง…!

          ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นรปภ.ของโรงแรมชาวไทใหญ่วัย 28 ปี เล่าว่าเคยไปงานปอยฯ ที่ อ.แม่แตง แต่ยังไม่เคยไปที่บ้านเปียงหลวง และผมก็เลยบอกว่าผมก็ยังไม่เคยไปหรอก แต่ทว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมเพิ่งไปร่วมงานปีใหม่ไทใหญ่ที่ดอยไตแลง และได้พบกับเจ้ายอดศึกและคนโน้นคนนี้เท่าที่ผมจะจำชื่อได้  เท่านั้นเอง  สีหน้าของเขาก็เบิกบานขึ้นมาเต็มที่แล้วบอกว่าเขาเป็นทหาร SSA (Shan State Army) ที่ปลดประจำการ และเข้ามาทำงานเป็น รปภ.ที่นี่ได้ประมาณ 4 -  5 เดือนแล้ว  และหากมีการเรียกพลก็ต้องกลับไป  ตอนนี้ขอมาทำงานหาเงินก่อน

คงจะด้วยความที่ผมพูดจริง และไม่มีอะไรเคลือบแฝง จึงทำให้เขากล้าเปิดตัวคุยอย่างสบายใจมากขึ้น โดยเล่าว่าตอนนี้กำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับไทใหญ่  ผมจึงพูดต่อว่างั้นก็รู้จักครูเคอแสน(ครูชาวไทใหญ่ที่พยายามรวบรวมความรู้ และภาษาของไทใหญ่ และเขียนเป็นตำราออกมาให้คนไทใหญ่ได้ศึกษาเรียนรู้)สิ...เขาบอกว่ารู้จัก...(แต่ผมรู้จักครูเคอแสนผ่านหนังสือที่ผมอ่านเท่านั้น)  เราจึงคุยกันได้ลื่นไหลหลายเรื่องมากขึ้น  ซึ่งผมเห็นได้ชัดว่าเขาดีใจอย่างออกนอกหน้า เสมือนคนที่มาทำงานไกลบ้านแล้วได้เจอคนบ้านเดียวกันอะไรทำนองนั้น...

ระหว่างที่เรายืนคุยกันอยู่ท้ายรถ ผมสังเกตุเห็นผู้ชายสองคนเดินออกมามองดูพวกเราอยู่หน้าโรงแรม คล้ายจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือพวกเราคุยอะไรกัน  ผมจึงรีบตัดบทเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย โดยถามชื่อเสียงเรียงนามและแลกเบอร์โทรศัพท์เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อสื่อสารกันในอนาคต ก่อนที่ผมจะแยกขึ้นห้องพักไป...

 

2.

          การที่ได้เจอ “สาย” หนุ่มไทใหญ่ที่มาทำงานเป็น รปภ.ของโรงแรม  ทำให้ผมเองก็ดีใจเช่นกันที่ได้เจอพี่น้องคนไทใหญ่ หลังจากที่ได้ไปเยือนถึงดอยไตแลงมาแล้ว และเรื่องราวของเขาก็ละม้ายคล้ายคลึงกับเรื่องราวของชาวไทใหญ่ที่ผมได้อ่านจากหนังสือของนิพัทธ์พร  เพ็งแก้ว  ว่าที่เชียงใหม่มีอดีตทหารกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ หรือ SSA มาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากและหลากหลายอาชีพ  รวมทั้งในกรุงเทพฯ ด้วย

          เสมือนผมได้พบกับตัวละครตัวหนึ่งที่หลุดออกมาจากเรื่องราวในหนังสือ  แต่ทว่า นี่ไม่ใช่ละครน้ำเน่าหรือเรื่องที่แต่งขึ้น  หากแต่เป็นเรื่องจริง ชีวิตจริงของเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกับเรา ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขากำลังเผชิญกับชะตากรรมอันทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส ที่มาจากการรุกรานกดขี่ข่มเหง เข่นฆ่า ข่มขืนและกวาดล้างของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า อย่างยากที่จะยอมรับได้

          คงไม่ใช่เรื่องยากนักที่คนไทยอย่างเราจะทำความเข้าใจถึงปัญหา และสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนด้านทิศตะวันตกซึ่งติดกับประเทศพม่า จึงไหลทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่ได้มีสาเหตุอื่นใดเลย นอกจากปัญหาเรื่องปากท้อง ชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขาที่แร้นแค้น ถูกกดขี่  ยากจน ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ ทั้งปล้น ฆ่า บังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส  และข่มขืน  โดยเฉพาะกรณีรัฐฉานของพี่น้องไทใหญ่ที่เคยเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่กันอย่างสงบร่มเย็น เป็นชนชาติที่มีภาษา วัฒนธรรม และเอกราชเป็นของตนเอง  แต่อยู่มาวันดีคืนดีเมื่อพม่าฉีกสัญญาปางโหลง ซึ่งไทใหญ่ คะฉิ่น และฉิ่น ได้ดำเนินการจัดทำขึ้นหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษโดยมีนายพลอู อองซาน เป็นตัวแทนฝ่ายพม่า ร่วมลงนามในสัญญา “ปางโหลง” เพื่อร่วมกันจัดตั้งเป็น “สหภาพพม่า” เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1947 หรือเมื่อ 63 ปีก่อน

          โดยมีสาระสำคัญที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกของพม่าว่า เมื่อครบสิบปี คือ ในปี ค.ศ.1958 ว่า ไทใหญ่ คะฉิ่น และฉิ่น สามารถแยกตัวเป็นอิสระ และก่อตั้งประเทศของตนเป็นเอกราชได้  แต่ไม่ทันถึงสิบปีตามที่กำหนดไว้ นายพลเนวินก็ได้ทำการปฏิวัติและรอบสังหารนายพลอู อองซาน เสียชีวิต และจับตัวเจ้าเมืองต่างๆ ของรัฐฉาน จนตายในคุกบ้างและหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยบ้าง

          จากจุดนี่เองจึงทำให้ปัญหาต่างๆ ระหว่างพม่าและชนกลุ่มน้อยก่อตัวขยายวงเรื่อยมา  เพราะสัญญาปางโหลงที่ถูกฉีกโดยรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า มีการกระทำการอันละเมิดสิทธิมนุษยชนกับประชาชนและกลุ่มน้อยอย่างกว้างขวางเสมือนพวกเขาไม่ใช่คน จากจุดนี้เองที่ภารกิจการต่อสู้เพื่อกอบกู้เอาชาติบ้านเมืองคืนมาของพี่น้องไทใหญ่จึงยังดำเนินต่อไป “ตราบที่เป็นไท” อย่างแท้จริง 

และจากจุดนี้เองที่ชนกลุ่มน้อยจากแนวตะเข็บชายแดนไทย – พม่า จึงไหลเข้ามาสู่เมืองไทยอย่างไม่ขาดสาย  ด้วยหวังว่าจะมีชีวิตรอดหรือชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อจะได้ส่งเงินกลับไปช่วยเหลือพ่อแม่ ญาติพี่น้องให้อยู่ดีกินดี หรือไม่ถูกกดขี่ย่ำยีจากพวกทหารพม่าบ้าง  แม้จะต้องทำงานหนัก ค่าแรงถูกก็ตามที ก็ยังดีกว่ามีชีวิตที่สิ้นหวัง ถูกกดขี่รังแกและรอวันตาย...!!!

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ผมเคยไปครับ รัฐฉาน นั่งรถไฟจาก ชเวนยอง ถึงทาซิ
รัฐฉานบริสุทธิ์ ..สวยงามครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทเพลงสิทธิมนุยชน "คน"

คำร้อง - ทำนอง : นิติ'กุล บทกวี : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ขับร้อง : สุเทพ - แดง โฮปแฟมิลี่ รายการ ดนตรีกวีศิลป์ TPBS

View All
คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
ความเห็นแก่ตัวของคนบางจำพวก
8 คน
การพัฒนาที่เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง
11 คน
การที่คนส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
9 คน
กฎหมายและการเลือกปฏิบัติ
14 คน
การแข่งขัน และแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
18 คน

  โหวต 60 คน