• นิติกุล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mcc_group@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-26
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 82385
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
สิทธิมนุษยชน คือสิ่งข้ามพ้นเขตกั้น นานา...
"เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย..."
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HRE
วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน 2553
Posted by นิติกุล , ผู้อ่าน : 1160 , 20:40:51 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

“คบไฟ” ความรู้ ตัวตน ความงาม ความจริง...

"การถือคบไฟ(ความรู้-ประสบการณ์) เข้าไปในที่มืดสลัว(เช่น หมู่บ้านที่ห่างไกล ป่าเขา หรือที่ที่ไม่มีไฟฟ้า) คุณย่อมมองเห็นเพียงสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเท่าที่แสงสว่างจากคบไฟส่องไปถึงเท่านั้น แต่หากคุณดับคบไฟของคุณ  แล้วค่อยๆ ปรับสายตา   คุณจะพบว่าในที่มืดมิดนั้นมีแสงสว่างไม่ว่าจะเป็นแสงเดือน แสงดาวที่สามารถส่องนำทางให้คุณได้...ลองดูสิ วางมันลงแล้วคุณจะมองเห็นว่าในที่ที่คุณคิดว่ามืด แต่มันมีความสว่าง" 

.....แง่คิดจากหมู่บ้าน 2541

 

1.

          ช่วงชีวิตของการเป็นครูดอยที่หมู่บ้านชาวลาหู่ บ้านแม่โท ต.แม่ปูนล่าง อ.เวียงป่าเป้า           จ.เชียงราย เดือน ก.ย.2541 – มี.ค.2542 ในโครงการบัณฑิตอาสาสมัคร(บอ.รุ่นที่ 30) ของ มธ. เป็นช่วงที่ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอันยากลำบากมากๆ ของผมครั้งหนึ่งก็ว่าได้ ทั้งการกิน อยู่ หลับนอน การปรับตัวให้เข้ากับคน และพื้นทื่...โอ้แม่เจ้า !!! 

นับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับคนวัย 23 - 24 ปี เอามากๆ โดยเฉพาะหนึ่งถึงสองเดือนแรก...เพราะเพิ่งจบป.ตรีมาแบบหมาดๆ แม้ว่าโครงการจะพาไปเรียนรู้ดูงาน ทดลองใช้ชีวิตแบบสั้นๆ เพื่อให้ได้ชิมลางก่อนก็ตาม แต่เมื่อต้องเข้าไปใช้ชีวิตจริงในหมู่บ้านคนเดียวแบบไม่มีเพื่อนไปด้วย  มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ความรู้ที่มีทั้งจากมหาวิทยาลัยและจากประสบการณ์ชีวิตในสังคมเมือง ถูกพกพาติดตัวเข้าหมู่บ้านไปอย่างไม่รู้ตัว  มันสร้างทั้งความมั่นใจและความสับสนให้กับผมไปพร้อมกันเมื่อต้องเข้าไปพบกับสถานการณ์จริง  แต่ด้วยการอบรมปลูกฝังหลักคิดของ บอ.ที่อาจารย์ป๋วยวางรากฐานไว้ว่า “เราเข้าไปเพื่อเรียนรู้ และฝึกปรับตัวในที่แปลก...” มันก็ทำให้พวกเราไม่หลงประเด็น หรือหลงตัวเองว่าจะต้องเข้าไปเป็นนักพัฒนา หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเอื้ออำนวยในสิ่งต่างๆ ที่ชาวบ้านต้องการ อย่างนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับนักเรียนน้อยอย่างเราแล้ว...

 

2.

โครงการครูอาสา หรือครูดอยในสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียนในขณะนั้น คือ งานที่ผมเลือกไปทำในหมู่บ้านในช่วงเวลา 7 เดือน เพราะโดยจริตและความชอบพื้นฐานเอื้อให้มาทางนี้ 

โรงเรียนบ้านแม่โท หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านแม่โท” เดิมก็มีครูอาสาของ กศน.เวียงป่าเป้าอยู่แล้วหนึ่งคน เมื่อผมเข้าไปอีกคนก็รวมเป็นสองคน แต่ทว่า ทั้งหมู่บ้านมีมอเตอร์ไซด์ของครูเพียงคันเดียว ดังนั้น การเดินทางระหว่างตัวอำเภอ และหมู่บ้านที่ห่างกันเพียงไม่ถึง 30 กม.แต่ต้องขึ้นเขาด้วยเส้นทางโหดๆ มันจึงเป็นเรื่องโหดสำหรับชาวบ้านและผมมาก

หลายอย่างที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมายของผมแบบเรียกได้ว่าหลุดโลก(หลุดจากประสบการณ์เดิม)ไปเลย ตั้งแต่เรื่องเส้นทางเข้าหมู่บ้านที่ยากลำบากมาก(โดยเฉพาะหน้าฝน)  เรื่องความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการศึกษาของเด็กๆ ที่นั่นกับเด็กในเมือง  เห็นเรื่องความแตกต่างเหลื่อมล้ำทางสังคมของผู้คน  ได้เห็นมิตรภาพและน้ำใจของชาวบ้านและเด็กๆ ที่มีให้กับผม ที่สำคัญคือภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวบ้านท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร  ซึ่งผมเคยมองแบบตัดสินเอาเองว่าพวกเขาช่างอยู่อย่างยากลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน อะไรก็ไม่ดี ไม่เจริญ โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ยกเว้นว่ามีน้ำประปาภูเขา  แต่ถึงกระนั้นห้องน้ำของหมู่บ้านก็มีเพียง 2 - 3 ห้อง คือ บริเวณหมู่บ้านและที่โรงเรียนเท่านั้น  เรื่องไฟฟ้าไม่ต้องพูดถึงครับ มีเพียงแผงโซล่าเซลล์เก่าๆ ไว้ให้ชาวบ้านได้มาชาร์จแบตเตอรี่ไว้ใช้เข้าป่าล่าสัตว์ และให้ครูได้ใช้ที่โรงเรียนตอนกลางคืนบ้างเท่านั้น

 

3.

การใช้ชีวิตในหมู่บ้านช่วงกลางวันไม่ยุ่งยากมากนัก  แต่ทว่า ช่วงกลางคืนเมื่อแสงอาทิตย์ลาลับไป นับเป็นเรื่องที่ต้องปรับสภาพอยู่มากทีเดียวสำหรับผม เพราะช่วงแรกนั้นยังไม่คุ้นกับการใช้ไฟจากแบตเตอรี่ที่มีอย่างจำกัด และส่วนใหญ่ก็จะใช้ตะเกียงหรือจุดเทียน

การใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่ดำเนินมาแบบขาดความสะดวกสบายอย่างที่ว่านั้น  ทำให้ผมได้เรียนรู้ และได้แง่คิดดีๆ หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่องที่เกี่ยวกับ    “แสงสว่างจากไฟฟ้าอย่างที่คุ้นเคย กับ แสงเดือน แสงดาว แสงตะเกียงวิบวับที่เล็ดลอดมาจากบ้านของชาวบ้าน...” ที่ทำให้ผมได้แง่คิดในเชิงอุปมาอุปไมยว่า

 

"การถือคบไฟ (เปรียบได้กับการนำความรู้และประสบการณ์) เข้าไปในที่ที่มืดสลัว (อย่างหมู่บ้านอันห่างไกลในป่าเขา) คุณย่อมจะมองเห็นเพียงสิ่งเบื้องหน้าเท่าที่แสงสว่างจากคบไฟส่องไปถึงเท่านั้น แต่หากคุณดับคบไฟของคุณแล้วค่อยๆ ปรับสายตา คุณจะพบว่าในที่ที่มืดมิดนั้นมีแสงสว่างอย่างแสงเดือน แสงดาวที่จะส่องนำทางให้คุณได้...หากคุณวางคบไฟ(ความรู้ และชุดประสบการณ์)ของคุณลง  แล้วคุณจะมองเห็นว่าในที่ที่คุณคิดว่ามืด แต่มันมีความสว่างอยู่รายรอบตัวคุณ ...”

แสงสว่างที่ว่านั้นมีสองความหมาย ความหมายแรก คือ แสงเล็กๆ น้อยๆ อย่างแสงเดือน แสงดาว  หรือแสงที่ลอดรูฟากไม้ไผ่ออกมาจากบ้านของชาวบ้าน  ที่สว่างมากพอจะทำให้เรามองเห็นสภาพการณ์ในยามค่ำคืนแบบไม่ต้องใช้ไฟฉายหรือคบไฟก็ได้  เหมือนที่ชาวบ้านเค้าเป็น

ความหมายที่สอง คือ ความรู้ ความคิด ประสบการณ์เดิมๆ ที่ติดตัวมา ที่เราคิดว่ามันดีกว่าชาวบ้าน และมันเป็นตัวที่ทำให้เรามองว่าพวกเขาด้อยกว่า ความคิดอย่างนี้เป็นอันตรายมาก เปรียบเสมือนการถือคบไฟที่ส่องแสงไปได้ในรัศมีเพียงไม่กี่เมตร  และขณะนั้นเราก็จะมองไม่เห็นแสงสว่างจากแหล่งอื่นที่อยู่รอบๆ เลย  ในเชิงว่า หากเรายึดมั่นว่าความรู้ที่เรามีอยู่ดีกว่าคนอื่น เราก็จะไม่รู้ว่าคนอื่นเขามีดีอะไร อย่างไร และเราก็จะมองไปไม่ถึงสิ่งต่างๆ ที่รายล้อมอยู่มากมาย เพราะเรามัวแต่ยึดติดกับสิ่งที่มองเห็นจากแสงของคบไฟเท่านั้น

เรื่องนี้ ให้แง่คิดอย่างสรุปว่า บางครั้งการใช้ฐานความรู้และประสบการณ์ของตัวเองไปตัดสินคนอื่น หรือเรื่องใดๆ โดยไม่ได้มองให้ทะลุออกไปจากกรอบคิดเดิมของตัวเอง มันก็อาจทำให้เราไปไม่ถึงความจริงได้ เรียกง่ายๆ ว่า “คิดว่าตัวเองแน่ แต่แท้จริงไม่...”

ธรรมชาติ คือ สัจธรรมของชีวิต หากเรารู้จักสังเกตธรรมชาติและมีความละเอียดอ่อนกับสิ่งรอบตัว กับคนรอบข้าง เราก็จะสัมผัสและเข้าใจได้ถึงความดี ความงาม ความจริง ที่เราอาจมองไม่เห็นด้วยสายตา หรือเข้าใจมันได้ด้วยการวิเคราะห์จากฐานความรู้และประสบการณ์ที่เรามี ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้คุณลองวางคบไฟ(อัตตา )ของคุณลงบ้าง เผื่อคุณจะมองเห็นความจริง อย่างที่มันเป็นอยู่จริงๆ ...

 

19 มิ.ย.53




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 01.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ดีใจจัง..
ที่ได้เข้ามาอ่าน..
ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 01.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ดีใจจัง..
ที่ได้เข้ามาอ่าน..
ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไทอุบล วันที่ : 20/06/2010 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sasicha

“คบไฟ” ความรู้ ตัวตน ความงาม ความจริง...

ยืนยันตามนั้นค่ะ

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รูปสมมุตินามสมมุติ วันที่ : 20/06/2010 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/appreciation
Success is getting what you want. Happiness is wanting what you get.

ข้อความที่คุณยกมา มีความหมายลึกซึ้งกินใจ มาก
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

"คน" นี่แหละคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ไม่ได้ดีวิเศษมาจากไหนเลย

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บทเพลงสิทธิมนุยชน "คน"

คำร้อง - ทำนอง : นิติ'กุล บทกวี : เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ขับร้อง : สุเทพ - แดง โฮปแฟมิลี่ รายการ ดนตรีกวีศิลป์ TPBS

View All
คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
ความเห็นแก่ตัวของคนบางจำพวก
8 คน
การพัฒนาที่เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง
11 คน
การที่คนส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
9 คน
กฎหมายและการเลือกปฏิบัติ
14 คน
การแข่งขัน และแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
18 คน

  โหวต 60 คน