• urappo
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : urappo@googlemail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-15
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 58223
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
HSARC
http://astrohamburg.wordpress.com/ ''One planet - many different worlds.''
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HSARC
วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม 2551
Posted by urappo , ผู้อ่าน : 2277 , 11:11:51 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทฤษฎีสัมพัทธภาพของ Albert Einstein

สำหรับภาษาอังกฤษ ทฤษฏีตอนที่ 1

สำหรับภาษาอังกฤษ ทฤษฏีตอนที่ 2

สำหรับภาษาเยอรมัน ทฤษฏีตอนที่ 1

สำหรับภาษาเยอรมัน ทฤษฏีตอนที่ 2

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) (14 มีนาคม พ.ศ. 2422 - 18 เมษายน พ.ศ. 2498) เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน (ตามลำดับ) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปฏิกิริยาโฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี"

วัยเด็กและในวิทยาลัย

ไอน์สไตน์เกิดในเมืองอูล์ม (Ulm) ในเวอร์เทมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ห่างจากเมืองชตุทท์การ์ท(Stuttgart) ไปทางตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร บิดาของเขาชื่อว่า แฮร์มานน์ ไอน์สไตน์ เป็นพนักงานขายทั่วไปซึ่งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับเคมีไฟฟ้า มารดาชื่อว่า พอลลีน โดยมีคนใช้หนึ่งคนชื่อ คอช ทั้งคู่แต่งงานกันในโบสถ์ในสตุ๊ทการ์ท (เยอรมัน: Stuttgart-Bad Cannstatt) ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว (แต่ไม่เคร่งครัดนัก) อัลเบิร์ตเข้าเรียนในโรงเรียนประถมคาธอลิก และเข้าเรียนไวโอลิน ตามความต้องการของแม่ของเขาที่ยืนยันให้เขาได้เรียน

เมื่อเขาอายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามาให้เล่น และทำให้ไอน์สไตน์รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่งส่งแรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศไป เขาได้อธิบายในภายหลังว่าประสบการณ์เหล่านี้คือหนึ่งในส่วนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาในชีวิต แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กลได้ในเวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขามีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (dyslexia) , ความเขินอายซึ่งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหาได้ยากมาก (จากการชันสูตรสมองของเขาหลังจากที่ไอน์สไตน์เสียชีวิต) เขายกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่าเป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลาครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่เขาสามารถรับความรู้เชิงปัญญาได้มากกว่าและนานกว่าคนอื่น ๆ

ไอน์สไตน์เริ่มเรียนคณิตศาสตร์เมื่อประมาณอายุ 12 ปี โดยที่ลุงของเขาทั้งสองคนเป็นผู้อุปถัมถ์ความสนใจเชิงปัญญาของเขาในช่วงย่างเข้าวัยรุ่นและวัยรุ่น โดยการแนะนำและให้ยืมหนังสือซึ่งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

ใน พ.ศ. 2437 เนื่องมาจากความล้มเหลวในธุรกิจเคมีไฟฟ้าของพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวไอน์สไตน์ย้ายจากเมืองมิวนิค ไปยังเมืองพาเวีย (ใกล้กับเมืองมิลาน) ประเทศอิตาลี ในปีเดียวกัน เขาได้เขียนผลงานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมา (คือ "การศึกษาสถานะของอีเธอร์ในสนามแม่เหล็ก") โดยที่ไอน์สไตน์ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักในมิวนิคอยู่จนเรียนจบจากโรงเรียน โดยเรียนเสร็จไปแค่ภาคเรียนเดียวก่อนจะลาออกจากโรงเรียนมัธยมศึกษา กลางฤดูใบไม้ผลิ ในปี พ.ศ. 2438 แล้วจึงตามครอบครัวของเขาไปอาศัยอยู่ในเมืองพาเวีย เขาลาออกโดยไม่บอกพ่อแม่ของเขา และโดยไม่ผ่านการเรียนหนึ่งปีครึ่งรวมถึงการสอบไล่ ไอน์สไตน์เกลี้ยกล่อมโรงเรียนให้ปล่อยตัวเขาออกมา โดยกล่าวว่าจะไปศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดตามคำเชิญจากเพื่อนผู้เป็นแพทย์ของเขาเอง โรงเรียนยินยอมให้เขาลาออก แต่นี่หมายถึงเขาจะไม่ได้รับใบรับรองการศึกษาชั้นเรียนมัธยม

แม้ว่าเขาจะมีความสามารถชั้นเลิศในสาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การที่เขาไร้ความรู้ใด ๆ ทางด้านศิลปศาสตร์ ทำให้เขาไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในเมืองซูริค (Eidgenössische Technische Hochschule หรือ ETH) ทำให้ครอบครัวเขาต้องส่งเขากลับไปเรียนมัธยมศึกษาให้จบที่(Aargau)ในสวิตเซอร์แลนด์ เขาสำเร็จการศึกษาและได้รับใบอนุปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2439 และสอบเข้า ETH ได้ในเดือนตุลาคม แล้วจึงย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองซูริค. ในปีเดียวกัน เขากลับมาที่บ้านเกิดของเขาเพื่อเพิกถอนภาวะการเป็นพลเมืองของเขาในเวอร์เทมบูรก์, ทำให้เขากลายเป็นผู้ไร้สัญชาติ

ใน พ.ศ. 2443 เขาได้รับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และได้รับสิทธิ์พลเมืองสวิสในปี พ.ศ. 2444

พูดถึงทฤษฎีสัมพัทธภาพแล้ว หลายคนคงนึกถึง ระเบิดปรมาณูหรือระเบิดนิวเคลียร์ อันที่จริงระเบิดนิวเคลียร์นั้นแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับทฤษฏีสัมพันธภาพเลยด้วยซ้ำ เพราะระเบิดนิวเคลียร์ถูกคิดค้นได้จากสมการเล็กๆ E = mc เป็นสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสสารกับพลังงานจากทฤษฏีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ ความจริงมีเรื่องเล่าว่าหลังจากที่ไอน์สไตน์คิดค้นสมการนี้ได้ เขาก็รีบนำไปให้ทางฝ่ายสัมพันธมิตรทันที เพราะกลัวว่าทางฝ่ายนาซีจะคิดค้นได้ก่อน แต่ต่อมาภายหลังอเมริกาก็นำระเบิดดังกล่าวไปทิ้งที่ฮิโรชิม่า เรื่องนี้ทำให้ไอน์สไตน์ ต้องจมอยู่กับความทุกความเศร้าไปจนวันตาย เพราะทฤษฏีของเขาเองที่ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนหลายแสนหลายล้าน

ในทฤษฏีสัมพันทธภาพของไอน์สไตน์อธิบายว่า เวลานั้น “ ยืดหดได้ ” ซึ่งทฤษฏีนี้คัดค้านอย่างแรงกับหลักการ เวลาสัมบูรณ์ของนักวิทยาศาสตร์สมัยนั้น ที่ว่าเวลาจะต้องเดินไปข้างหน้า และเดินเท่ากันเสมอ ทฤษฏีของไอน์สไตน์ทำให้โลกตะลึงอยู่พักใหญ่ เกิดข้อกังขาวิพากวิจารณ์อยู่หลายปี จนกระทั่ง ในที่สุด เมื่อมีการส่งดาวเทียมออกไปนอกโลก นักวิทยาศาสตร์ ก็เริ่มพิศวงกับเวลา เพราะ เวลาของนาฬิกาบนดาวเทียม เดินไม่เท่ากับนาฬิกาบนโลก และมีผลเสียอย่างมากต่อการคำนวณที่ละเอียดอ่อน ดาวเทียมบางดวงที่ไม่เชื่อหลักทฤษฏีสัมพัทธภาพ ถึงกับใช้การไม่ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่หมด
หรือ ทฤษฏีที่ว่า ถ้าหากมีนักบินขับจรวดออกไปไกลแสนไกลในจักรวาลเป็นระยะทางหลายล้านๆปีแสง และเขาใช้เวลาในการเดินทางบนยานเพียง2ปี แต่เมื่อเขากลับมาก็ปรากฏว่า เวลาบนโลกผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี ผู้คนที่เขารู้จัก ล้มหายตายจากกันไปหมด จากหลักการนี้ไอสไตน์ให้ข้อสรุป ”ว่าความเร็วมีผลกับเวลา” ยิ่งยานเดินทางเร็วมาก เวลาก็จะเดินช้าลง คนบนยานก็จะแก่ช้าลง และเคยมีคนคิดกันเล่นๆว่า สมมุติว่ามีนักบินคนหนึ่งขับเครื่องบินคองคอร์ท ที่มีความเร็วเหนือเสียง เขาขับไปขับมาทั่วโลกอยู่ทุกวันทุกคืน เพื่อส่งผู้โดยสาร ปรากฏว่าเวลาผ่านไปหลายปี เพื่อนๆรุ่นเดียวกับเขา ล้วนแก่ลง แต่ตัวเขาเองกลับหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวเหมือนไม่แก่เลย นั่นเป็นเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความเร็วสูง ซึ่งมีผลสัมพัธผกผันกับแสงและเวลาตามทฤษฏีสัมพันทภาพ ไอสไตน์ ยังคิดค้นทฤษฏีและข้อพิสูจน์อีกหลายอย่างมายืนยันถึงทฤษฏีสัมพันภาพนี้

แต่นั่นเป็นข้อสังเกตในเบื้องต้นว่า เวลา ไม่มีความคงที่แน่นอน เป็นมิติที่ซับซ้อนเกินความคิดมนุษย์ ในยุคที่ไอสไตน์คิดค้นทฤษฏีนี้ ตอนนั้นเขาถูกหาว่าบ้า เพี้ยน แต่ต่อมาภายหลัง นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ยอมรับกัน และนำเอาทฤษฏีนั้นมาใช้มาปฏิบัติซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการวิทยาศาสตร์    คำว่าเวลานั้น มันเป็นสิ่งที่มนุษย์สมุติกันขึ้นมาเองทั้งสิ้น ผ่านการเขียนการพูด ว่ากันเป็นจำนวนหน่วยเท่านั้นเท่านี้ หนึ่งวันเท่ากับโลกหมุนรอบตัวเอง1รอบ 2วันเท่ากับ2รอบ 365รอบก็เท่ากับ1ปี หรือโลกโคจรรอบดวงอาทิต1รอบเรียกว่า1ปี นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์เอาจำนวนหน่วยไปใส่ลงในเวลาที่มันมีอยู่แล้ว ถ้าเรามองไปอีกขั้น อย่างหนึ่งวันของเรา ก็เท่ากับ24ชั่วโมง แต่คราวนี้ ถ้าสมุติเราพลาดไปเกิดบนดาวอังคาร เวลาก็จะเปลี่ยนไปทันที เพราะเวลา1ปีบนดาวอังคาร จะเท่ากับประมาณ2ปีบนโลก แต่ที่พิสดารกว่านั้น เวลา1วัน(หมุนรอบตัวเอง)ใช้เวลาเท่ากับบนโลกเพียงครึ่งชั่วโมง ทำให้เราต้องนับวันนับปีกันใหม่หมด


มีตอนต่อไป....

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณค่ะ รวดเร็วดีจัง แสดงว่าเป็นคนไฮเทคมากๆ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เป็รissueที่น่าสนใจมากค่ะ
.
.
หุ หุ
แปลคลิปไม่ออก หากมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]