• ลูกบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 1740501
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1303 คน
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...
++แอร์โฮสเตส คืออาชีพหลัก...หิ้วของขายคืออาชีพรอง งานเขียนคือสิ่งที่รัก++ว่างๆ แวะมาอ่านได้นะคะ อ้อ...แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลังด้วยนะคะ พลาดไปเสียใจแย่.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HappyToFly
วันพุธ ที่ 14 กรกฎาคม 2553
Posted by ลูกบัว , ผู้อ่าน : 24383 , 23:18:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เพิ่งกลับมาจาก Copenhagen ประเทศ Denmark เมื่อคืนก็ทำไฟล์ทพ่วงต่ออาบูดาบี้ (UAE) กลับมาถึงห้องก็เที่ยงคืนกว่าๆ แล้ว...เหนื่อยมาก เพิ่งรู้ว่าการต้องทำไฟล์ทพ่วงยาวๆ แบบนี้มันโครตจะเหนื่อยเลยค่ะ...

กลับมาถึงตอนแรกคิดว่าจะได้รับข่าวดีอะไรบางอย่างที่รอคอยมาหลายเดือน...แต่ก็ผิดหวัง ไม่มีข่าวอะไรเลย...ไม่เป็นไร...

ก่อนจะเล่าเรื่องที่ไปโคเปนฯ ขอย้อนความนิดหนึ่ง...ก่อนหน้านี้มีพักร้อนสั้นๆ 5 วันก็เลยบินกลับไทย...ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกนักเรียนอเมริกาปิดเทอมกัน ดังนั้นที่นั่งบนเครื่องบินไม่ว่าจะไปไหนก็มักจะเต็ม...ไปรอขึ้นเครื่อง (ราคาพนักงาน) หัวใจเต้นตุ๊บตั๊บ เพราะไปถึงเค้าท์เตอร์ เจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แอร์ฯ ไทยรอขึ้นเครื่องกลับไทย 16 คน !! ย้ำว่า 16 คนเฉพาะแอร์ฯ ไทย ไม่นับรวมลูกเรือชาติอื่นที่จะมารอขึ้นเครื่องเพื่อไปเที่ยวกรุงเทพ...(จะไปทำไมมิทราบเปลืองที่นั่งมากๆ หุหุ)

แม่จ้าว...ได้ข่าวว่าไฟล์ทเต็ม (ผู้โดยสารจองมาเต็ม) แล้วแบบนี้จะมีที่เหลือหวุดหวิดตกมาถึงเราไหมเนี่ย...แต่จากการคาดคะเนด้วยสายตา และความเหนี่ย...เอาวะ...งานนี้มีลุ้น เพราะตอนไปถึงก็มีแต่น้องๆ ยกมือไหว้ เอ่อ...ค่ะดิฉันเป็นแอร์ฯ กี่ ผู้อาวุโส...(ปกติตั๋วราคาพนักงานของสายการบินเรา ใครมาก่อนมาหลังไม่สำคัญ ไม่เกี่ยว เพราะสุดท้ายคนที่จะได้ที่นั่งอันจำกัด คือคนที่ทำงานที่นี่มาก่อนก็จะมีอภิสิทธิ์เหนือกว่า...)

น้องๆ บางคนเราก็ไม่รู้จัก แต่แปลกใจมาก เรียกชื่อเราถูกทุกคน !! เอ้ย...งง รู้จักพี่ได้ยังไงวะ (คะ)?...บางคนก็บอกเพราะอ่าน blog ตั้งแต่ก่อนมาอยู่ที่นี่แล้ว...บางคนก็บอกเคยไปเห็นในเวบ สยามแบรนด์เนม (เวบขายของแบรนด์อ่ะค่ะ) แว๊บๆ ก็เลยติดตามว่าแอร์ฯ คนนี้เป็นใคร อยากเจอตัวมานานแล้ว...เอ่อเจอแล้วไงคะ ฮี่ๆ

และแล้วสุดท้าย...ผู้โชคดีที่ได้ที่นั่ง ก็มีแค่ 6 คน...หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าก็ต้องเป็นเรา...ที่เหลืออีกสิบกว่าชีวิตก็ต้องตกไฟล์ทไปตามระเบียบ...(สงสาร เห็นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นะคะ คือพี่ก็อยากกลับบ้านเหมือนกันอ่ะค่ะ)

ไปถึงก็บินตรงไปเชียงใหม่เลย...แวะไปสอบ TOEIC ซะหน่อยเพราะตั้งใจไว้นานมากแล้ว คืออยากรู้ว่าก่อนมาเป็นแอร์ฯ กับหลังจากเป็นแอร์ฯ มาจะสิบปีนี่ วิวัฒนาการมันไปถึงไหน...สำหรับบางคนที่เค้าเก่งๆ ภาษาอังกฤษอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว มักจะบอกว่า การมาเป็นแอร์ฯ ทำให้ภาษาอังกฤษเค้าแย่ลง...แต่ตรงกันข้ามกับเรา เพราะเราไม่ได้เก่งอะไรตั้งแต่แรก...ที่สอบผ่านเข้ามาได้เป็นแอร์ฯ กับเค้าบอกแล้ว...ว่ามาด้วยหน้าตาอันสะสวยล้วนๆ ฮี่ๆ

ครั้งแรกที่สอบ ตอนอยากเป็นแอร์ฯ ใหม่ๆ ได้แค่ 400 กว่าๆ เองค่ะ (อันนี้เรื่องจริง) จะสมัครที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะขั้นต่ำเค้ากำหนดไว้ที่ 500 (สายการบินญี่ปุ่น) ส่วนสายอื่นๆ ก็ราวๆ 600 ขึ้น...อาศัยว่ามีเงิน...สอบเข้าไปๆ เผื่อมันจะฟลุ๊คได้กับเค้า (ตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ) ก็เลยฟลุ๊คได้ราวๆ 600 กว่า...โอ้ยตอนนั้นโครตจะดีใจเลยค่ะ...ไม่กล้าไปสอบซ้ำอีกเลย...จนเวลาผ่านไป จนป่านนี้...ถึงคิดอยากจะกลับไปลองสอบอีกรอบ...

ไปห้องสอบแบบเบลอๆ มึนๆ ไม่ได้เตรียมตัวหรืออ่านหนังสืออะไรแม้แต่ตัวเดียว...ไม่ได้มั่นใจค่ะ แต่ว่าขี้เกียจ...ไปเจอน้องๆ รอคิวสอบกันเยอะมาก เพราะว่าช่วงนี้ Cathey Pacific กับ Singapore Airlines เค้าเปิดรับสมัครลูกเรืออยู่ คนเลยไปสอบกันเพียบ...เอ่อแล้วทำไมเราต้องมาสอบช่วงนี้ด้วยเนี่ย...

part แรกเป็นเรื่องของทักษะการฟัง...สบายมาก ฟังง่ายมาก เพราะทุกวันที่ทำงานนี้เจอสำเนียงภาษาอังกฤษแบบแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงชาติไหนฟังรู้เรื่องหมด...ดังนั้น part นี้ไม่มีปัญหา ฟังเทปแล้วตอบได้เลย ฉุบฉับๆ แต่อีปัญหามันก็มีในส่วนของการอ่านที่เป็นแกรมม่า...เพราะเราจะติดปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร...จะงงๆ มึนๆ อันไหนต้องเติม ing, ed อันไหนต้องมี ly, tion อะไรราวๆ นี้ part พวกนี้ก็จะอาศัยว่าเอ่อคุ้นๆ กาเลยๆ

แล้วก็จะมาเสียอีกช่วงหนึ่งเกี่ยวกับพวก reading ที่จะมีเนื้อเรื่องมาให้อ่านเยอะๆ แล้วตอบคำถาม...อ่านไปอ่านมารู้สึกว่ามันเยอะจัง...เลยนั่งเหม่อๆ ลอยๆ ไปเป็นพักๆ หลายพักเหมือนกัน...และสุดท้าย...ก็ทำข้อสอบไม่ทันไปสิบกว่าข้อ...(รู้งี้จะไม่เหม่อเลยนะ หึ) ก็เลยต้องรีบกาๆๆ แบบไม่ได้อ่าน...

ผลคะแนนออกมาได้ที่ 855 ... listening ได้เกือบเต็ม ส่วนอีก part ทำให้เสียคะแนนไป แต่ก็คงไม่มากเท่าไหร่ เข้าใจว่าถ้าไม่เหม่อ น่าจะได้ที่ 900 ขึ้น...(มีคุยคร๊าบบ) ก็โอเคผลออกมาเป็นที่พอใจ...เอ่อตรูไม่ได้โง่ หรือฉลาดน้อยลงเหมือนที่คิดไว้นี่หว่า...

ก็เลยแอบมั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองมาอีกระดับ...

ช่วงเวลาที่พักร้อนรอบนี้...มีอะไรบางอย่างที่พิเศษคือ เป็นการรวมตัวกันครั้งแรก สี่คน พ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็เรา.......หลายปีแล้ว ที่เราสี่คนไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าแบบนี้ พ่อกับแม่ดีใจมาก...เพราะเราก็ทำงานอยู่ต่างประเทศ พี่ชายก็ทำงานอยู่กรุงเทพ แต่ว่าตอนนี้เป็นช่วงลาศึกษาต่อปริญญาโท กะเอกที่อเมริกา...ผ่านไปสามปีละ อีกปีเดียวก็จะจบได้เป็นด๊อกเตอร์แล้ว...น้องยังถือหม้อชา กาแฟอยู่เลยอ่ะค่ะ...

แต่เสียดายได้เจอกันแค่แป๊บเดียว พี่ถึงเชียงใหม่วันที่แปดดึกๆ...วันที่เก้าบ่ายๆ ลูกบัวก็ต้องเดินทางกลับแล้ว เหมือนมาแค่แตะมือกันยังไงก็ไม่รู้...แต่ก็โอเคค่ะ อบอุ่นดี...

พอเครื่องจะแลนด์ลงที่เมืองทะเลทรายแห่งนี้ก็รู้สึกหวิวๆ แบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน...แต่เราก็รู้ตัวเองดีแหละว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้...ต่อจากนี้ชีวิตที่นี่ ไม่มีใครบางคนรออยู่เหมือนแต่ก่อน...มันก็หวิวๆ เหงาๆ แปลกๆ เป็นธรรมดา...แต่ไม่ช้า ไม่นาน ก็จะชิน...

เครื่องแตะพื้นปุ๊บ...ตอนเที่ยงวันกว่าๆ ลูกเรือประกาศว่า อุณหภูมิ 49 องศา หันหน้ามามองกันเหวอๆ กับผู้โดยสารคนอื่น...พอประตูเครื่องเปิดเท่านั้นล่ะ...มันเล่นงานเราอีกแล้ว...ร้อนมาก ร้อนชนิดที่ว่าเหงื่อจะไหลออกมาไม่ได้ เพราะมันจะระเหยไปทันที...ไม่ชอบเลยอากาศแบบนี้ (แต่ก็อยู่มาได้เรื่อยๆ ??)

เอาน่ามาอยู่แป๊บๆ พรุ่งนี้ก็บินไปเดนมาร์กแล้ว...ทนๆ  เอาหน่อย...กลับมาถึงก็แพคกระเป๋าจัดของเข้าๆ ออกๆ เตรียมตัวทำไฟล์ทไปเดนมาร์ก...ครั้งแรกค่ะ...

เค้าว่ากันว่าที่นี่เป็นประเทศยุโรปที่ Rolex ถูกที่สุด เพราะถ้าซื้อจะได้ tax refund คืนถึง 16% ... ของอื่นๆ ก็เช่นกัน...ก็เลยเล็งๆ ไว้แล้ว...รับออเดอร์จากลูกค้าไว้เพียบด้วย...

ไปถึงโรงแรมก็บ่ายๆ วันอาทิตย์ เลยไม่ได้ออกไปไหน เพราะว่าส่วนใหญ่วันเสาร์ อาทิตย์ของประเทศพวกนี้เค้าจะปิดร้านกันเร็ว ไม่ครึกครื้น ในขณะที่บ้านเราเสาร์ อาทิตย์นี่คนตรึม...

โชคดีที่โรงแรมนี้มีอินเตอร์เนตให้เล่นฟรีในห้อง แถมมีห้อง VIP ให้พวกเราสามารถกินฟรี ไม่ว่าจะเป็นพวก snack เครื่องดื่มร้อน เย็น ตลอดจนแอลกอฮอล์ฟรีตลอดทั้งวัน...เอ่อ กรี๊ดดดชอบมากค่ะ...อาหารเช้า อาหารเย็น ก็จะมีบริการให้แบบเล็กๆ น้อยๆ ฟรีๆ ด้วย แต่เราไม่เน้นเท่าไหร่ แค่มีอินเตอร์เนตฟรี กับเครื่องดื่มฟรีให้ เราก็ว่าสุดยอดแล้ว...

วันแรกเลยไม่ออกไปไหน นั่งดื่มมันนั่นแหละ...ดื่มแล้วไง...เมาสิคะ อิอิ เมาก็หลับอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปวุ่นวายที่ไหน เป็นพวกชอบดื่มแล้วให้ตัวเองหลับไหล...โดยเฉพาะหลังๆ มานี่นอนหลับยากต้องอาศัยอะไรพวกนี้บิ้วสักหน่อย...

ดื่มตั้งแต่หกโมงเย็น...แล้วก็หลับไป ดันตื่นขึ้นมาตอนตี 3 ... เวรกรรม... ทำอะไรก็ไม่ได้ ก็ต้องนอนตาค้างเล่นเนต รอเวลาว่าเมื่อไหร่จะเช้า...ลูกค้าเค้ารอลุ้นอยู่ว่าเราจะซื้ออะไรมาให้เค้าได้กันบ้าง (เอ่อไม่ใช่แต่คุณ ๆ ที่ลุ้นนะคะ ลูกบัวก็ลุ้นค่ะ)

ปกติห้างร้านจะเปิดที่เวลา 10.00 ตอนเช้า แต่เราตื่นแล้วอ่ะ ไม่รู้จะทำอะไรดี ก็เลยออกไปตั้งแต่แปดโมง (แมร่ง) เลย...

การเดินทางก็ง่ายมาก ด้านหลังโรงแรม มี Metro อยู่ค่าตั๋วไปกลับในตัวเมืองก็อยู่ที่ราวๆ 150 บาทเอง...นั่งแบบไม่ต้องเปลี่ยนสถานนีด้วย สบายดีค่ะ

หน้าตาทางขึ้น...

สงสัยเราจะตื่นเช้าไป ไม่ค่อยมีคนเลยแฮะ...

อันนี้หน้าตาด้านในรถไฟฟ้าบ้านเค้า...เหมือนๆ ที่ดูไบ แต่ไม่เหมือนที่ไทยแฮะ

นั่งไม่ถึงสิบห้านาที ก็โผล่มาที่นี่ละ ย่านถนน shopping ชื่อดังมาก Stroget เค้าว่าเป็นถนน shopping ที่ยาวที่สุดในโลก...

โผล่มาก็เจอเลย...จังๆ

จากจุดนี้จะต้องเดินต่อไปอีกหลายกิโลเมตร...เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องไกลแน่ๆ...สู้ๆ

เดินมาตอนต้นซอย (ถนน) จะเจอพวกของแบรนด์เนมก่อนเลย...Hermes

ต่อด้วยเจ้านี่...

วันนี้ถ่ายรูปมาแบบแว๊บๆ ก็พอ เน้นหน้าไม่ได้ เพราะกะลังบวมทั้งหน้าแล้วก็ตา หุหุ น่าจ๊งจ๋านน...

กุชชี่ๆๆ

ร้านที่เพิ่งจะเริ่มทยอยเปิดก็จะเป็นพวกของกินเล่นอะไรเช้าๆ...แต่เรายังไม่สนใจเพราะยังไม่หิว แต่แอบกลืนน้ำลายนิดๆ คิดว่าขากลับที่จะเดินย้อนกลับมาค่อยกิน...ตอนนี้เดินยาวไปก่อนเล้ย...

หน้าตาสถาปัตยกรรมอะไรก็เหมือนๆ กับยุโรปทั่วๆ ไป ไม่แตกต่าง หรือโดดเด่นค่ะ...

เดินไปเดินมาคนชักเยอะขึ้น...

เซเว่น...

เข้าไปดูข้างในซะหน่อยจะเหมือนบ้านเราไหม...แอบดูดีจัง

อันนี้ถ่ายมาจากร้านขายพวกของฝาก ของที่ระลึก เพราะเดินจะไปดูของจริงแล้วหาไม่เจออ่ะ

ข้างล่างนี่ก็สวนสนุก...ราวๆ นั้น ไม่ได้สนใจจะเข้าไปเท่าไหร่ ถ่ายรูปมาแต่ด้านนอกก็พอ...

สัตว์ประหลาด...หน้าตา หน้าเกลียด...แต่คนบางคน น่ารังเกียจกว่าสัตว์ประหลาด...ถ้าถามเราว่าคนแบบไหนที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับเรา...เราขอบอกว่าพวกมือถือสาก ปากถือศีล และพวกทำตัวไร้เดียงสาแต่มีมารยา ร้อยเล่มเกวียนนี่แหละ น่ารังเกียจที่สุด...(เอ้ย ! ขออภัยไม่เกี่ยวอะไรกะโคเปนเฮเก้นเลย อิอิ)

นี่ก็อีกตัว...

แต่ตัวนี้น่ารัก...เคยเห็นที่สต๊อคโฮมแล้ว...บ้านใกล้เรือนเคียงกันเลยเหมือนๆ กัน

เอาละเดินจนสุดถนน...ไม่ได้ไกลหรือยาวแบบที่เราคิดไว้นะ เพราะคิดไว้ว่าคงจะยาวมาก คงจะเดินจนเมื่อย แต่นี่เปล่าเลย ไม่ถึงชั่วโมงก็สุดถนนละ (เราว่าเราเดินวนเล่นตามสยามนี่ไกลกว่านี้อีก อิอิ)

ได้เวลาหาอะไรกินซะหน่อย...เล็งไว้แล้ว อยากกินเครปร้อนๆ กับไอศครีมเย็นๆ แปลกดี

พ่อหนุ่มคนขายก็หน่วยก้านดีใช่ย่อย...

ได้มาแล้วค่ะ หน้าตาแบบนี้ สนนราคาอยู่ที่ สองร้อยกว่าบาท...(แพงใช้ได้) เค้าถามว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรไหม...น้ำเปล่าขวดละ 70 บาท ... ก็เลยบอกว่าไม่เอาดีกว่า แอบงก

เดินไปเดินมากระหายน้ำ...แต่ระดับเราแล้วไม่ยอมเสียเงินหรอก เรารู้ว่าทำยังไงจะได้ดื่มฟรี อิอิ ตามมาเลย...

ตอนย้อนกลับก็ร้านเค้าเริ่มเปิดกันแล้ว ก็ไล่ๆ เข้าทุกร้านพวกด้านบนที่ถ่ายรูปไว้นั่นแหละ ... แต่งตัวดี หน้าตาดี (อันหลังนี้ไม่เห็นเกี่ยวอิอิ) ซื้อของเค้า พนักงานก็เข้ามาถามละว่ารับน้ำดื่มไหม...เสร็จตรู ขอน้ำเปล่าแก้วนึง สบายไป ประหยัดไปได้อีก 70 บาท

แต่ทว่าการมา shopping ครั้งนี้ที่โคเปนฯ ไม่ทำให้เราประทับใจเลยค่ะ ดังที่โพสไว้ใน เฟสบุ๊ค happytofly9@hotmail.com

Lukbua Happytofly เซ็งอ่ะ รับ order มาเป็นสิบ...ซื้อได้แค่ 2 ใบ...แทนที่จะรับทรัพย์หลายหมื่น...ปวดใจ (มาก) คืนนี้จะดื่มย้อมใจซะหน่อย (อิอิ หาเรื่อง)


@LV ที่ เดนมาร์ค ให้สิทธิ์ซื้อได้แค่คนละ 2 ชิ้นนะคะ (โปรดทราบ !!)
@ชาแนล...ทั้ง shop มีกระเป๋าอยู่ 4 ใบ !!! เค้าบอกว่าอยากได้อะไรต้อง pre-order ทิ้งไว้...
@Hermes น้อง berkin ต้องพรี และรอ.......รอแค่.....1 ปี ครึ่ง เท่านั้นเองค่ะ ถึงจะได้เป็นเจ้าของ หุหุ
@Gucci ของลดราคาหมดไปละ...

@miu miu / prada เพิ่ง sale หมดไปราวๆ อาทิตย์ที่แล้ว...วันนี้มาถึง เก็บตกได้แค่นิดหน่อย...
@balen ... ไม่มี shop ที่นี่ค่ะ มีแต่ร้านที่นำเข้ามาเอง แบบไม่เป็นทางการ (คลิกไปชมรูปในอัลบั้มได้)
อะไรอีกล่ะ อ้อ...ลองชอม...หาไม่เจอค่ะ

สรุปว่าผิดหวังเลย shopping ไม่สนุกเหมือนที่คิดไว้ เฮ้อออ...ไม่มาละโคเปนเฮเก้น

ได้มาแค่นี้เอง...ทุกใบมีเจ้าของหมดแล้วนะคะ ยกเว้นกระเป๋าเงินปราด้า เหลืออีกหนึ่งใบ ที่ยังรอคุณเป็นเจ้าของ...ราคาไม่ถึงหมื่นบาทค่ะ สนใจแอดเฟสบุ๊คหรืออีเมล์หาได้เล้ย...

และเรื่องที่น่าเซ็งยิ่งไปกว่าอะไรทั้งปวงนั่นคือ...สนามบินที่นี่กว้างมาก เครื่องบินเราจอดคนละฝั่งกับที่ทำ tax refund ดังนั้นเลยไม่สามารถทำรีฟันได้...กรี๊ดดด เครียดซื้อของจะต้องได้รีฟันคืนราวๆ หมื่นกว่าบาท (ดีนะที่ซื้อแค่ไม่กี่อย่าง ถ้าซื้อได้ครบทุกอย่างก็จะได้คืนหลายหมื่นเลย คงต้องกดดันกว่านี้ อิอิ)...ไม่เป็นไรเก็บใบเสร็จไว้เดี๋ยวเดือนหน้าจะรีเควสไฟล์ทยุโรปไปเพื่อทำรีฟันด้วยเฉพาะ...ให้มันได้อย่างนี้สิ...วุ่นวายดีแท้

เอาละเรื่องราว รูปภาพยาวหน่อยนะคะ ... ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ (อย่าลืมแวะมาอุดหนุนสินค้าผ่าน happytofly9@hotmail.com face book ด้วยนะคะ)

ปล.ที่บอกว่ารอฟังข่าวดีอะไรบางอย่างตั้งแต่เมื่อคืน...สุดท้าย สิ่งที่คาดหวังไว้ ก็ไม่ได้เป็นดังหวัง...และเมื่อไม่ได้เป็นดังหวังก็แน่นอนว่า...เราก็ต้องผิดหวัง...ผิดหวังกับการตัดสินใจทำอะไรลงไป...แต่ไม่เป็นไร เพราะเราคิดแล้วเชื่อมั่นเสมอมา ว่า...ผลอะไรก็ตามที่ออกมาจากการที่เราได้ทำอะไรลงไป...เราจะต้องไม่เสียใจกับมัน...แต่ถ้าเราไม่ได้ทำสิ เราจะต้องมานั่งเสียดาย ว่าทำไมในเมื่อเรามีโอกาสที่จะทำ...เราถึงไม่เลือกที่จะทำ...ดังนั้นถ้าคุณมีโอกาสในการเลือกที่จะทำอะไรก็ตาม จงตัดสินใจทำมันให้ดีที่สุดค่ะ...ใช้ทั้งสมองแล้วหัวใจคิดไปพร้อมๆ กัน อย่าใช้เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง...





คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คอลลาเจนเข้มข้น (นำเข้าจากนิวซีแลนด์)

ชื่อแบรนด์ : เฟิร์สท ไพรส์ ชื่อสินค้า : มารีน คอลลาเจน ปริมาณ : 100 กรัม ประเทศผู้ผลิต : นิวซีแลนด์ ราคา 1 กระปุก 650 บาท 2 กระปุก 1,200 บาท (@600) 6 กระปุก 3,000 บาท (@500)

View All
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบอะไรใน Blog นี้กันบ้างเอ่ย?
ชอบแวะมาดูรูป
17 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องท่องเที่ยว
42 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องแอร์ๆ ชีวิตการทำงาน
183 คน
ชอบหมดเลย ทั้งรูปทั้งเรื่อง
910 คน
อื่นๆ (ส่งความคิดเห็นมาหลังไมค์ได้ค่ะ)
29 คน

  โหวต 1181 คน