• ลูกบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 1745298
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1303 คน
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...
++แอร์โฮสเตส คืออาชีพหลัก...หิ้วของขายคืออาชีพรอง งานเขียนคือสิ่งที่รัก++ว่างๆ แวะมาอ่านได้นะคะ อ้อ...แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลังด้วยนะคะ พลาดไปเสียใจแย่.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HappyToFly
วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม 2554
Posted by ลูกบัว , ผู้อ่าน : 9050 , 04:01:01 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้เป็นวันหยุด ที่ได้อยู่แบบแทบจะว่างๆ ซึ่งนานมากๆ แล้วที่ไม่ได้มีวันว่างๆ แบบนี้ (กิจกรรมและธุระเยอะเกิ๊น) จริงๆ วันนี้จะต้องหยุดอยู่ที่กรุงเทพต่ออีกหนึ่งวัน แต่เมื่อคืนฟังข่าวก็แอบกังวลนิดๆ คาดว่าถ้าอยู่ที่กรุงเทพต่อ อาจจะต้องติดแหงกอยู่ที่นั่นถ้าเกิดน้ำท่วมขึ้นมาจริงๆ

ก็เลยตัดสินใจบินกลับทะเลทรายดีกว่า...

ข้อดีของการถือตั๋ว ID (ตั๋วพนักงาน) ของสายการบินนอกจากจะมีราคาถูก (จ่ายแค่ 10% ของราคาเต็ม) ข้อดีอีกอย่างนั้นก็คือ อยากบินไฟล์ทไหนก็บินได้ ไม่ต้องทำเรื่องโทรไปเลื่อน หรือโดนหักค่าธรรมเนียมอะไรต่างๆ นานา แต่ข้อเสียก็คือ จะเดินทางได้ก็ต่อเมื่อมีที่ว่างเหลือจากผู้โดยสารที่เค้าจ่ายเงินเต็มจำนวนนั่นแหละ เราถึงจะบินได้ โชคร้ายคนเดินทางเยอะ ก็ต้องกลับบ้านไปตามระเบียบ ซึ่งนานๆ ดิฉันจะเจอสักที เพราะบินมาจนป่านนี้แล้วก็ถือว่าเซียนพอสมควร คือค่อนข้างจะเดาได้ไม่ยากว่าไฟล์ทบินไปไหน ช่วงเวลาใดไม่ควรจะเดินทาง เพราะคนปกติเค้าเดินทางกันเยอะ ตั๋วถูกๆ แบบเราต้องเจียมเนื้อเจียมตัว รอเดินทางในวันที่คนอื่นเค้าไม่เดินทางอะไรประมาณนั้น

ช่วงที่หยุดอยู่กรุงเทพรอบนี้ก็ไปทำธุระหลายอย่าง เรื่องส่งของลูกค้า ขายของอะไรเราไม่ขอพูดถึง เพราะถือว่ามันเป็นหน้าที่และกิจวัตรประจำตัวไปซะละ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น หลังจากทำงานพวกนั้นเสร็จก็มีเวลาว่าง พอทีจะไปทำนู่นทำนี่ ใช้ชีวิตเหมือนเป็นคนทำงานที่กรุงเทพ ไม่ใช่นักท่องเที่ยว

กลางวันกินอาหารตามสั่งร้านข้างทางธรรมดาๆ ตกเย็นมาเข้าห้างก็กินมันตรงฟู๊ดคอร์ดนั่นแหละ ไม่ได้มีความต้องการที่จะกินอาหารอะไรแปลกๆ หรือหรูๆ อยากใช้ชีวิตแบบเรียบๆ ปกติบ้างอะไรบ้าง ราวๆ นั้น วันก่อนไปกินข้าวกับเพื่อนแถวๆ ตึก all season ก็สั่งอาหารสิ้นคิดเมนูเดิม นั่นก็คือ กระเพราหมูไข่ดาวราดข้าว แล้วก็น้ำเปล่าหนึ่งขวด จ่ายไป 75 บาท (ค่ากับข้าว 55 ค่าไข่ดาว 10 บาท ค่าน้ำ 10 บาท) เอ้ย...แอบบ่นกับเพื่อนว่าแพงหว่ะ คิดว่าอาหารตามสั่งร้านอะไรแบบนี้จะสักจานละ 40 ไข่ดาว 5 บาท เพื่อนแอบจิกกัดว่าทีกินอาหารไทยที่เมืองนอกจานละเป็นสิบยูโร (สี่ร้อยกว่าบาท) ละไม่เห็นบ่นเลย ก็แหม...นั่นมันเมืองนอกเนอะ อะไรๆ ก็แพง เราคิดว่าเมืองไทยอะไรๆ ก็จะถูก แต่ก็โอเคแหละ บ่นไปงั้น

นอกจากกินแล้ว ผู้หญิงอย่างเราพลาดไม่ได้เลยในเรื่องความสวยความงาม ไหนๆ ก็มีเวลาว่างก็เข้าไปทำหน้า นวดหน้า นวดตัว ทำเล็บ ทำผมอะไรไป เป็นการฆ่าเวลา และเงินทองที่หามาได้ เป็นอย่างดีเยี่ยม แต่ไม่เป็นไรถือว่าซื้อความสวย และความสุข

จากนั้นก็ไปเดินช้อปปิ้งแบบสวยๆ ในขณะที่หยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งขึ้นมาลอง แบบว่ามันสวยถูกใจมากมาย กำลังจะตัดสินใจซื้อละ น้องพนักงานขายเค้าก็เชียร์ขายด้วยประโยคที่บอกว่า "พี่คะ พี่ใส่แล้วสวยดีค่ะ กระชากวัยสุดๆ"

เอ่อ...ดิฉันว่าดิฉันกำลังจะควักเงินจ่ายแล้วนะคะ ถ้าคนขายเค้าไม่พูดประโยคหลังนั้นออกมา ก็เลยได้แต่มองหน้ากันกับเพื่อนแบบขำๆ และเดินออกจากร้านมา แบบว่าไม่ซื้อละ สงสัยไม่เหมาะกะวัยอย่างเรา ดูมันจะกระชากวัยไปหน่อย ฮาๆ อะไรวะเนี่ย เพิ่งจะอายุครบ 28 ไปเมื่อ 30 กันยายนที่ผ่านมานี้เอง ไม่เห็นแก่ตรงไหน อิอิ เราเลือกหยุดอายุไว้แค่นี้พอค่ะ ไม่นับต่อละ...

เดินเล่นไปเรื่อยๆ กับเพื่อนสองคนพอตกเย็นก็มีโทรศัพท์จากเพื่อนๆ เข้ามาถามว่าอยู่ไหนๆ ไปๆ มาๆ แบบว่าไม่ได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้าก็ได้มาเจอกันโดยบังเอิญที่ "เซ็นทรัลเวิร์ด" คือต้องเน้นเรียกให้ถูก เค้าว่าถ้าใครหลุดเรียกว่าเวิร์ดเทรดนี่จะเป็นการบ่งบอกถึงเจนเนอเรชั่น แบบชัดเจน ดังนั้นต้องคอยระวัง...

ทำไมถึงได้มาเจอกันที่หน้าเซ็นทรัลเวิร์ดแบบไม่ได้นัดหมายนั่นน่ะเหรอ ก็วันนั้นเป็นวันพฤหัสไงคะ แต่ละคนก็จะตั้งใจมาขอพรกะพระตรีฯ ดิฉันก็เอากะเค้าด้วย สามทุ่มเป๊ะไปยืนไหว้ พร้อมกับธูป เทียน และดอกกุหลาบ เก้า ดอก

ถ้าใครที่คุณคิดว่าคุณโสดอยู่คนเดียวละก็ ลองไปไหว้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าเพื่อนคุณมีเยอะมาก ห้าห้า มองไปรอบๆ แล้วก็จะแบบว่าเอ่อ ก็ไม่ได้มีแต่กรูที่โสดนี่หว่า ใครๆ เค้าก็มาขอพร ขอคู่กัน แต่จะได้ไม่ได้นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ... วันก่อนขอไป สองหน้ากระดาษเอสี่ ไม่รู้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เค้าจะหาให้ได้ไหม...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เอาละๆ มาเข้าเรื่องกัน ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่า เรื่องวันนี้จะเล่าเรื่องตามรูป เพราะหลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้มีเวลาอัพบล็อค จะอัพผ่านเฟสบุ๊คซะมากกว่า ก็เลยเลือกเอารูปบางในเฟสบุ๊คนั่นแหละ มาเล่าต่อในบล็อคเพราะมันเก็บได้นานกว่า ถือว่าเป็นไดอารี่ส่วนตัวเลย

รูปแรกเป็นรูป "โรงงานนรก" ค่ะ นี่แหละเบื้องหลังภาพของเรา...ฉากชีวิตที่สวยหรู กิน บิน เที่ยวไปรอบโลก แต่เราก็มีธุรกิจอย่างอื่น ที่ทำรายได้ไม่แพ้กัน นั่นก็คือขายของๆๆ และนี่คือห้องแพคของ ของเรา (อันนี้จากโรงงานนรกเล็กๆ ที่กรุงเทพนะคะ ไว้วันหลังจะถ่ายรูปโรงงานนรกแบบแท้จริงจากเชียงใหม่มาให้ได้ชมค่ะ เพราะที่นั่นเป็นที่เก็บของ ส่งของหลักๆ ฮาๆ)

รูปต่อไปคือกระเป๋าที่ใช้ลากไปบิน (ทำงาน) ทุกๆ วันนี้ค่ะ ตรงช่องด้านบนก็จะเอาไว้เก็บเอกสารอะไรต่างๆ นานาที่เหมือนเป็นกระเป๋าโดเรมอนน่ะค่ะ เค้าจะเรียกเอาเอกสารอะไรเราต้องมีให้หมด ส่วนถุงมือนั่นไม่ได้ใช้งานมานานมากๆ แล้วค่ะ แต่ติดกระเป๋าเอาไว้เผื่อน้องๆ หนูๆ แอร์ฯ สจ๊วตคนไหนลืมเอามาก็จะได้เอาให้เค้ายืมใช้ แบบว่าเป็น Inflight Manager ที่ใจดีสุดๆ อ่ะค่ะ อิอิ

อ้อ สำหรับคนที่ไม่ทราบว่าไอ้เจ้าถุงมือนี้มีไว้ทำไมละก็ บอกให้ก็ได้ค่ะ เอาไว้โหลดอาหารไงคะ โหลดอาหารที่ว่าก็คือ ระหว่างไฟล์ทเนี่ยเราจะทำการเสริฟอาหารกันใช่ไหมคะ ก่อนเสริฟก็จะต้องทำการอุ่นในเตา พอมันร้อนได้ที่ปุ๊บก็ต้องหยิบจากเตาเอามาวางบนถาดแล้วก็เสียบใส่รถออกไปเสริฟ ถ้าไม่มีถุงมืออันนี้จะไม่สามารถหยิบจับอาหารอันร้อนๆ นั้นได้หรอกค่ะ คือหยิบแค่อันสองอันน่ะพอไหว แต่ทว่าแต่ละไฟล์ทเนี่ยมีผู้โดยสารกี่คนละคะ...นั่นแหละจะให้หยิบเป็นร้อยๆ อันด้วยมือเปล่าเห็นทีจะไม่ไหว

ส่วนที่อยู่ในกระเป๋าแบบเต็มๆ ได้แสดงถึงความ...ความอะไรดีล่ะ จริงๆ ปกติเนี่ยพวกแอร์โ
ฮสเตสเค้าก็จะมีถุงน่ารักๆ ไว้ใส่ของกระจุกกระจิกอะไรแบบนี้ใช่ไหมคะ ดิฉันก็มีแหละค่ะ แต่ช่วงหลังๆ ทำหายบ่อยมาก ลืมทิ้งไว้บนเครื่องตลอด โดยเฉพาะเจ้าที่อยู่ในถุงสีเหลืองๆ นั่นน่ะ มันคือรองเท้าที่ใช้ใส่บนเครื่องค่ะ ส่วนใหญ่แอร์ฯ จะใช้ถุงรองเท้าของยี่ห้อ นารายา (NARARY) แบรนด์ไทยของเรานี่เอง (แอร์ฯ ชาติอื่นๆ เวลาบินมาไทยก็จะต้องมาซื้อถุงของยี่ห้อนี้ใช้กันค่ะ) เคยใช้เหมือนกัน แต่ล่าสุดใช้ถุงที่ใส่รองเท้าของ Louis Vuitton แล้วดันลืมรองเท้าไว้บนเครื่อง ผลปรากฎว่ารองเท้าน่ะได้คืน ... แต่ถุงหาย หึ ก็เลยต้องใช้ถุงพลาสติคแบบที่เห็นนี่แหละ...

รองเท้าแอร์ฯ ที่ใส่บนเครื่องกับที่ใช้ใส่เดินข้างล่างจะต่างกัน เพราะที่ใช้ใส่เดินด้านล่างตามแอร์ฯ พอท จะเป็นแบบส้นสูงๆ เน้นให้ดูหุ่นเพรียวๆ ดูดีๆ แต่พอขึ้นไปบนเครื่องแล้วจะต้องเปลี่ยนเป็นส้นเตี้ยแบบนี้แหละค่ะ เน้นความสบาย ... สายการบินเราแจก Hush Puppies ให้ใส่บนเครื่องเลยน๊าขอเบิกได้ฟรีๆ ทุกๆ หกเดือน ดูจากสภาพคาดว่าคู่นี้ในอีกไม่นานต้องรีบไปเบิกมาใช้อีกละ

ต่อมา...เป็นที่ปิดตาแบบน่ารักๆ เมื่อก่อนไม่ชอบใช้ เพราะเป็นคนหลับง่ายอยู่แล้วจะเปิดไฟ ปิดไฟ จะมีคนคุยกันเสียงดัง จะร้อน จะหนาว ดิฉันหลับได้ทุกที่ ทุกเวลา อิอิ ถือว่าดีไหมคะเนี่ยแบบนี้...วันก่อนบินไปเกาหลีแล้วเจอเจ้าผ้าปิดตาแบบนี้เห็นแล้วมันน่ารักดี เลยซื้อติดมาด้วย ใช้แล้วก็ติดเลยค่ะ ทำให้หลับสนิทขึ้นไม่มีแสงเข้าตา แต่เล่นเอาขนตามปลอมที่ติดไว้ยับเยินอยู่เหมือนกันแฮะ

ต่อมาคือเสื้อยีนส์ตัวโปรด ตัวนี้ใส่แล้วคนชมอยู่ตลอดเวลา และจะถามเสมอๆ ว่าซื้อที่ไหน อ่ะ บอกให้ก็ได้มันคือยี่ห้อ Esprit ซื้อที่ไทยนี่แหละค่ะ ตัวละกี่พันบาทไม่แน่ใจแต่ไม่แพงมาก ไม่น่าจะเกินสามพันบาท ใครอยากได้ไม่ต้องอีเมล์มาฝากซื้อนะจ้ะ หาซื้อได้ที่ช้อปไทยเล้ย...

ต่อมารองเท้าที่ใส่บ่อยที่สุด ถือว่าใช้จนคุ้มค่ะ เพราะใส่สบายมากเข้าได้กับทุกชุด ที่สำคัญคือ ใส่แล้วไม่กัดเท้า ไม่ปวดเมื่อย ดูแลรักษาง่าย ลุยน้ำท่วมก็ได้ด้วย

ต่อมาอันนี้ที่เค้าเรียกกันว่า "น้ำโสมวิเศษ ของ Kose" ใช้แล้วเห็นผลดีมาก โดยเฉพาะถ้าใช้คู่กับเจ้ามาร์คหน้าเม็ดๆ ที่วางอยู่ด้านข้างนะคะ หยดน้ำโสมใส่ให้เจ้าเม็ดๆ นั้นพองตัวขึ้นมากลายเป็นหน้ากากสำหรับพอกไว้ตรงหน้าแล้วเอามามาร์คหน้าก่อนเข้านอน ไม่ก็ก่อนแต่งหน้าตอนเช้า จะทำให้ผิวหน้าขาวสดใส เต่งตึงใช้แล้วชอบมากๆ (หาดูในเนตนะคะรีวิวตัวนี้ค่อนข้างเยอะ) ใช้ดีจนขนาดที่ว่าต้องซื้อขวดขนาดนี้มาใช้เลยค่ะ (500ml.) ราคา 9,000 เยน เดี๋ยวต้นเดือนหน้ามีบินไปญี่ปุ่นจะซื้อมาเยอะๆ เลย (ใครอยากได้ติดตามผ่านเฟสบุ๊คนะจ้ะ)

วันก่อนไปเดินห้างเห็นคนเค้าซื้ออาหารตุนกันเผื่อเกิดน้ำท่วมหลายวัน พอกลับมาถึงที่พักที่เมืองบ่อน้ำมันแห่งนี้ก็เลยเปิดตู้เย็นของตัวเองดูบ้าง แล้วก็แอบคิดประมาณว่านี่ถ้าเกิดน้ำท่วม หรือเกิดเหตุการณ์แย่งเสบียงกันขึ้น เราคงไม่อดตาย น่าจะอยู่ได้อีกเป็นเดือนเลยแน่ๆ นี่แค่จากของในตู้เย็นนะคะ ไม่รวมอาหารแห้งที่เก็บไว้ด้านนอก แต่ดูจากลักษณะการเก็บอาหาร หรือยัดอาหารไว้ในตู้เย็นแล้ว หนุ่มๆ เห็นแล้วหนาวเลยใช่ไหมคะ เอ่อคือแบบว่าเป็นคนรกๆ อ่ะค่ะ ฮี่ๆ

และทิ้งท้ายด้วยอีกรูปหนึ่ง ไปเดินเล่นสยามเห็นเค้ารับทำอะไรพวกนี้เลยสั่งทำบ้าง เพราะราคาไม่แพง เอาไว้จะให้ทายกันเล่นๆ ว่าราคาเท่าไหร่ ดังนั้นไม่ขอบอกไว้ตรงนี้ เอ่อว่าแต่โปรโมชั่นนี้มีใครอยากได้บ้างคะ? เรียกได้ว่า ฮาร์ดเซลล์แบบสุดๆ ให้เข้ากับยุคสมัย โสด ออน เซลล์ ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้เลย อิอิ

เดี๋ยววันนี้ต้องบินไปแฟรงเฟิร์ต ต่อด้วยสิงคโปร์ และบาหลีเบ็ดเสร็จเจ็ดวัน แล้วก็จะได้พักร้อนกลับไทยสิบกว่าวัน วันแรกที่ถึงไทยก็จะพาครอบครัว ( family girl สุดๆ) หมายถึงพ่อกับแม่น่ะค่ะ ไปเที่ยวไหว้พระที่ฮ่องกงสักสี่วัน จากนั้นค่อยบินกลับเชียงใหม่ แล้วพบกันใหม่ค่า...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ้อเดี๋ยวๆ เกือบลืมเล่าเมื่อวานระหว่างเดินทางไปสุวรรณภูมิ ลูกบัวก็นั่งเล่นอินเตอร์เนตบนรถ taxi แล้วก็คลิกไปดูนู่นนี่นั่นเรื่อยเปื่อย จนไปสะดุดกับเฟสบุ๊คที่เราติดตามอยู่อันนึง ...แบบว่าติดตามเฟสบุ๊คของนักเขียนคนหนึ่งที่แอบปลื้มมาสักระยะ อิอิ เห็นเค้าโพสว่า ตีสองคืนนี้จะเดินทางไปโคเปนเฮเก้น ในใจเราก็แอบคิดว่าเอ้ยจะเป็นไฟล์ทเดียวกันกับเราหรือเปล่าวะ เพราะปกติคนไทยชอบเดินทางไปโคเปนฯ ไฟล์ทนี้ แต่อีกใจก็อืมส์ไม่แน่ใจเค้าอาจเดินทางด้วยการบินไทยมากกว่ามั้งค์ เพราะถ้าเป็นพวกบริษัท หน่วยงานอะไรออกค่าใช้จ่ายเนี่ยเค้าชอบนั่งการบินไทยกัน ก็ไม่รู้ว่าทำไม

พอไปถึงสุวรรณภูมิปุ๊บก็รีบไปดูบอร์ดก่อนเลยว่ามีไฟล์ทของสายการบินไหนบินไปโคเปนเฮเก้นบ้าง ก็เห็นมีการบินไทยออกราวๆ ตีหนึ่งกว่าๆ เกือบตีสอง ส่วนสายการบินเราออกตีสองกว่าๆ ก็เลยคิดว่าชัวร์ละสงสัยเค้านั่งการบินไทย เสียดายจังอดเจอเลย

แต่ก็ไม่วายตอนเช็คอินก็แอบถามน้องๆ พนักงานที่เค้าเตอร์เช็คอินว่ามีกรุ๊ปผู้โดยสารคนไทยต่อเครื่องไปโคเปนฯ เยอะไหมคะ เค้าก็บอกเป็นกรุ๊ปน่ะไม่มี แต่ก็มีที่มาเช็คอินไปโคเปนน่ะราวๆ ไม่ถึงสิบคนนะ เลยแอบชะโงกหน้าไปดูรายชื่อ (จริงๆ เค้าไม่บอกหรอกเพราะมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวเนอะแต่แบบว่าแอบเจือกอ่ะค่ะ อยากรู้ๆ) ก็ไม่เห็นมีรายชื่อเค้าก็เลยช่างเหอะ

เช็คอินเสร็จก็เดินเข้าไปตรวจเอกสาร นั่งรอขึ้นเครื่อง ปกติธรรมดาเหมือนที่เคยทำ ซึ่งไฟล์ทนี้เป็นไฟล์ทที่มีผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องจากไทยน้อยมาก ไม่ถึงร้อยคน (แต่มีผู้โดยสารที่มาจากเวียดนามรออยู่ด้านบนนั้นแล้วจำนวนหนึ่ง) ห้องที่รอขึ้นเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเล้ย แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไรนั่งเล่นอินเตอร์เนตไป รอเวลาขึ้นเครื่อง ถึงเวลาปุ๊บเค้าประกาศให้ขึ้นเครื่อง ก็ปล่อยคนอื่นๆ เดินไปให้หมดก่อน เราค่อยไปท้ายๆ จะได้เห็นว่ามีที่ว่างตรงไหนที่ไม่มีคนนั่งก็จะได้เนียนนั่งไปเลย ไม่ต้องไปนั่งติดกับใคร

แล้วก็เป็นไปตามแผนการณ์ที่วางไว้มีที่ว่างสามที่ติดกันไม่มีใครนั่ง นั่นหมายถึงว่าที่นั่งตรงนั้นคือของดิฉันทั้งหมด อิอิ นั่งปุ๊บก็นำผ้าปิดตามาปิด แล้วก็หลับ ไม่กิน ไม่ดื่มอะไรทั้งนั้นนอกจากน้ำเปล่า หกชั่วโมงกว่าๆ เครื่องบินก็บินมาถึงเมืองบ่อน้ำมันแห่งนี้ ก็ได้เวลาเปิดผ้าปิดตา ตื่นนอน แล้วก็เดินออกจากเครื่องบิน กลับบ้าน...

ถึงบ้าน (ที่พัก) ปุ๊บเปิดอินเตอร์เนตปั๊บ เห็นนักเขียนคนนั้นเค้าโพสในเฟสเค้าว่าเค้าอยู่ที่สนามบินเมือง xxx เพิ่งบินมาจากกรุงเทพกำลังรอต่อเครื่องไปโคเปนฯ เรางี้อยากจะกรี๊ดสักสิบรอบ ปวดใจมาก ที่แท้เค้านั่งไฟล์ทเดียวกับเรามาแท้ๆ เสียดาย...ไม่ได้เจอ ไม่ได้เห็น แต่มานั่งคิดอีกที เอ่อถ้าเกิดว่าเห็น ถ้าเกิดว่าเจอจะเข้าไปทำอะไรเค้าวะ กรี๊ดใส่หน้าก็คงจะไม่ใช่ วิ่งไปขอลายเซ็นต์ ไปขอถ่ายรูปคู่ก็ไม่ใช่อีก ก็คงจะแค่มองหน้าแล้วกลับมานั่งกรี๊ดคนเดียว อิอิ

เอาละไปนอนแล้วจริงๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แวะไปคลิก like ที่เพจ นี้ด้วยนะคะ เพิ่งเปิดใหม่ๆ สดๆ เล้ย

www.facebook.com/happytofly






คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คอลลาเจนเข้มข้น (นำเข้าจากนิวซีแลนด์)

ชื่อแบรนด์ : เฟิร์สท ไพรส์ ชื่อสินค้า : มารีน คอลลาเจน ปริมาณ : 100 กรัม ประเทศผู้ผลิต : นิวซีแลนด์ ราคา 1 กระปุก 650 บาท 2 กระปุก 1,200 บาท (@600) 6 กระปุก 3,000 บาท (@500)

View All
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบอะไรใน Blog นี้กันบ้างเอ่ย?
ชอบแวะมาดูรูป
17 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องท่องเที่ยว
42 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องแอร์ๆ ชีวิตการทำงาน
183 คน
ชอบหมดเลย ทั้งรูปทั้งเรื่อง
910 คน
อื่นๆ (ส่งความคิดเห็นมาหลังไมค์ได้ค่ะ)
29 คน

  โหวต 1181 คน