• ลูกบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 1739883
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1303 คน
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...
++แอร์โฮสเตส คืออาชีพหลัก...หิ้วของขายคืออาชีพรอง งานเขียนคือสิ่งที่รัก++ว่างๆ แวะมาอ่านได้นะคะ อ้อ...แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลังด้วยนะคะ พลาดไปเสียใจแย่.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/HappyToFly
วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม 2556
Posted by ลูกบัว , ผู้อ่าน : 9897 , 14:27:43 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ตาเรน , ตาหนุ่ม และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

No Free Lunch จากสำนวนของนักเศรษฐศาสตร์ชาวต่างชาติ หรือที่คนไทยแปลว่า ของฟรี ไม่มีในโลก จริงหรือ? .... ลูกบัวว่าจริงค่ะ

 

เรื่องราวนี้จะขอแบ่งเป็น 3  ตอนนะคะเพราะว่าค่อนข้างยาวมากค่ะ

ตอน ที่ 1 วันนี้ ก็จะเป็นในเรื่องทั่วๆ ไปของเฟสบุ๊ค friend page, fan page แตกต่างกันยังไง มีประโยชน์ยังไง ขายของได้จริงหรือ ประมาณนั้น


ตอนที่ 2 จะเป็นในเรื่องของ การลงโฆษณา ขายของผ่านเฟสบุ๊ค เทคนิคต่างๆ ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจใช้สื่อนี้ค่ะ

ตอนที่ 3 จะเป็นในเรื่องของ การทำธุรกรรม online ที่ดิฉันเพิ่งโดนการแฮคข้อมูลบัตรเครดิตไปสดๆ ร้อนๆ ผ่าน facebook

 

*** ตอนที่ 3 แซงคิวเขียนให้ก่อนในลิงค์นี้ด้านล่างนี้นะคะตามไปอ่านกันได้ค่ะ 

http://www.oknation.net/blog/HappyToFly/2013/05/22/entry-4

 

เรื่อง ราวทั้งหมดนี้ เขียนขึ้นจากประสบการณ์ "ส่วนตัว" ที่เป็น "เรื่องจริง 100%" นะคะ หากใครที่อ่านแล้ว ไม่เชื่อ หรือคิดว่าไม่น่าจะใช่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นพวก ฉลาดเกินคน คิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองถูก ตัวเองดี ตัวเองรู้ดีไปซะหมดทุกเรื่อง .... อย่าเสียเวลาอ่านนะคะ ให้ไปเขียน blog หรือรวบรวมข้อมูลเอาเอง แล้วหัดเขียนแชร์ให้คนอื่นเค้าได้ทราบข้อมูลดีดีกันจะดีกว่าที่จะมาหาข้อ จับผิดคอยวิจารณ์คนอื่น ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะสังคมสมัยนี้คนแบบนี้มีมากเหลือเกิน โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ เห็นคนอื่นเค้าเขียนแบบนั้น โพสแบบนี้ เอาละรีบเสนอหน้าออกมาแสดงความ "ฉลาด" แต่หากให้ทำเองก็ทำไม่ได้ ไม่มีปัญญาขนาดนั้น ได้แต่คอยติ คอยวิจารณ์ชาวบ้านเค้าไปทั่ว ... หาก คิดว่าตัวเองมีความรู้ มีประสบการณ์ หรือฉลาดมากมาย อย่างที่บอกไปข้างต้นนะคะ ช่วยแสดงความฉลาดนั้นออกมาในพื้นที่ของคุณ ให้คนอื่นเค้าได้ชื่นชม และให้เป็นประโยชน์กับคนทั่วไปค่ะ อย่าได้ทำการเหยียบคนอื่นให้ตกต่ำลง เพื่อที่ตัวเองจะได้ดูสูงส่งขึ้น มันน่าสมเพศค่ะ 

ดิฉันบอกอยู่เสมอ ว่าตัวเอง ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนดี และพื้นที่ตรงนี้ ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อ Share ประสบการณ์ของตัวเองให้คนอื่นๆ ได้รับทราบเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่เข้ามาอ่าน อาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้าง มันก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะดิฉันไม่ได้เขียนสารคดี หรือจารึกประวัติศาสตร์อะไร แต่สิ่ง ที่มั่นใจได้ นั่นคือ เรื่องเหล่านี้เจอมากับตัว เป็นประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ "เค้าเล่าว่า" "หนังสือนั้น ตำรานี้ บอกไว้ว่า" ฯลฯ หรือเขียนขึ้นมาเพื่อยกหางตัวเอง ดิสเครดิตผู้อื่น อะไรต่างๆ นานา ไม่ใช่ค่ะ ม้นคือข้อมูลจริง ประสบการณ์ตรงที่ผู้อ่านสามารถใช้เพื่อเป็นประโยชน์ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำ วันได้


เอาละมาเข้าเรื่องกัน .... facebook เท่าที่ทราบจะมีสองแบบด้วยกัน คือแบบ friend page กับ fan page แบบแรกก็คือแบบที่คนทั่วไปใช้กันค่ะ จะกดรับเพื่อนได้ทั้งหมดไม่เกิน 5,000 คน (แต่เห็นบางคนมีห้าพันกว่านิดๆ ก็มีเหมือนกัน) ส่วนแบบหลังคือ fan page ซึ่งเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาคนดังๆ ดารา หรือแบรนด์ใหญ่ๆ ทั่วๆ ไป และหลังๆ มานี้จะเป็นที่นิยมมากมายในหมู่ "แม่ค้า" หรือพวกที่ขายของออนไลน์ เพราะ fan page นี้ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมหรือเพื่อน จะมีกี่ล้านคนก็ได้

แรกๆ ดิฉันไม่ได้สนใจสังคมออนไลน์นี้เลย เห็นเพื่อนๆ เล่นก็ไม่ค่อยชอบ และคิดว่าฉันจะไม่เอาเวลามาทำเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก ^^" เพราะ คิดว่ามันจะอะไรของมันหนักหนา แม้กระทั่งจะเข้าส้วม จะกินข้าว ก็ต้องมาบอกให้คนอื่นทราบ อุ้ยไม่เห็นน่าสนใจ ไม่น่าเล่นปล่อยเวลาให้มันผ่านไป จนคนเค้าฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง .... เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งเค้าแนะนำว่าลูกบัวขายของอยู่อ่ะ ลองเล่นเฟสบุ๊คสิมันขายของได้ด้วยนะ

เรา ก็อ้าวเหรอ ขายได้ด้วยเหรอ ขายอะไรยังไง เค้าเปิดให้ดูเราก็อ้อเหรอ มันเป็นแบบนี้เหรอ ถ้าเรามีเพื่อนเยอะๆ อัพเดทอะไรไปเพื่อนก็จะเห็นกันหมดงั้นเหรอ งี้ถ้าเราโพสขายของปุ๊บ ถ้าเรามีเพื่อน 5,000 คนทุกๆ คนก็ต้องเห็นที่เราโพสขายเหรอ เค้าก็บอกว่าใช่สิ ... ตอนนั้นตาโตเล้ย ก็เลยลองสมัครและเล่นดู แต่ก็ไม่ได้เล่นกับเพื่อนจริงๆ สักเท่าไหร่ จะเป็นเพื่อนๆ ที่รู้จักกันผ่านสังคมออนไลน์อยู่ก่อนหน้านั้นแล้วมากกว่า รวมไปถึงคนที่ชอบอ่าน blog นี้ คนที่ตามซื้อของ เผลอแป๊บเดียวเพื่อนเต็ม 5,000 คนละ

*** และก็เป็นจริงดังที่เค้าแนะนำมาคือมันขายของได้ โพสแป๊บเดียว หมดเกลี้ยงๆ อัพเดทก็ง่ายๆ โพสรูปและรายละเอียดลงไป ไม่ต้องสมัครสมาชิกอะไรเพิ่มเติม และไม่ต้องเร่ไปโพส หรือโฆษณาลงที่เวบขายของอื่นๆ .... สุดยอดๆ ที่สำคัญคือ "ไม่เสียค่าโฆษณา หรือค่าเช่าใดๆ มันฟรีค่ะ"

จากนั้นก็มีคนแนะนำว่าสร้าง fan page สิจะได้มีคนเห็นโพสเรามากขึ้นๆ

fan page คืออะไร ก็คือ facebook นี่แหละ แต่จะมีหน้าตาอีกแบบที่แปลกออกไป คือเค้าไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนเราก็ได้ เค้าแค่มา click like ที่เพจเราก็จะสามารถเห็นการอัพเดททุกๆ อย่างของเรา หากเพจของเรามีคนมา clike like 10,000 คน คนทั้ง 10,000 ก็จะเห็นทุกคน....โอ้แม่จ้าาวว มันดีขนาดนั้นเลยหรือ?


นี่ ขนาดมีเพื่อนแค่ 5,000 ยังขายของดีเป็นเทน้ำเทท่า ถ้ามี 10,000 จะแค่ไหน แล้วพวกที่มีหนึ่งแสน หนึ่งล้านล่ะ โอ้ว ... เลิศ .... ก็เลยสร้างเพจของตัวเองขึ้นมา .... ตอนคิดชื่อ คิดนานอยู่เหมือนกันว่าจะใช้ชื่ออะไรดี ก็มีคนแนะนำอีกแหละ ว่าในเมื่อมีคนตามติดชีวิตเราเยอะ ก็ใช้ไปเลยว่า "ตามติดชีวิตแอร์ฯ" (เหมือนชื่อหนังเรื่องหนึ่งเลยค่ะ)

เราก็เอ่อก็ดีนะ แต่ว่าระบุไปหน่อยดีกว่าว่าแอร์ฯ ที่ว่าคือ แอร์ฯ ลูกบัวเท่านั้นนะ ไม่งั้นเดี๋ยวแอร์โฮสเตสคนอื่นๆ อาจจะมีบางคนเค้าไม่พอใจได้ ก็เลย ได้ชื่อเป็น "ตามติดชีวิตแอร์ฯ (ลูกบัว)"  ซึ่งชื่อนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นแอร์ฯ แล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ เพราะเค้าไม่อนุญาตให้เปลี่ยนค่ะ คงกลัวคนเปลี่ยนกันเล่นง่ายๆ มั้งค์นะ (จริงๆ ทุกๆ เพจสามารถเปลี่ยนชื่อได้ หนึ่งครั้ง แต่ต้องเปลี่ยนตอนที่ยังมีคน click like ยังไม่ถึงหนึ่งหรือสองร้อยไลท์นี่แหละ ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่จำนวนน้อยมากๆ หลังจากนั้นจะเปลี่ยนไม่ได้ละ)

สร้างเพจมาแป๊บเดียว ไม่กี่เดือนก็มีคนตามมา click like ให้เป็นหมื่น (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเริ่มทำประมาณช่วงปีปลายปี 2554) ไปไหนมาไหนก็อัพเดทผ่านตรงนั้น กินอะไร ทำอะไร ขายของอะไร โพสอะไรลงไปผู้คนก็ให้ความสนใจเข้ามาดูกัน เข้ามาคลิกไลท์ที่เราโพสไป ก็รู้สึกสนุนสนานและชอบมากมาย...ที่สำคัญขายของได้ไวมาก

สัก พักก็มีคน inbox มาเสนอว่า อยากให้มีคนมา click like เยอะๆ ไหม จำนวน like จะได้เพิ่มขึ้นเยอะๆ 2,000 ไลท์ จ่ายให้เค้าแค่ 3,000 บาท (หรืออะไรราวๆ นี้แหละค่ะ) ด้วยความที่เรา ไม่รู้ เราก็ตาโต โอ้โห เค้าจะทำได้จริงๆ เหรอ (เพราะเข้าไปดูในเฟส และโปรไฟล์เค้าแล้ว เค้ารับทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทำให้เพจดังๆ เยอะแยะด้วย) เราก็เอาวะ เงินแค่ 3,000 ได้คนมา like เพิ่มขึ้นอีกตั้งเยอะ ก็เลยยอมเสียไปค่ะ .... ภายในสองสามวันอ่ะ จำนวน like เพิ่มขึ้น 3,000 ตามที่เค้าบอกจริงๆ ด้วย...วู้ เลิศ วิเศษ ไฮโซ จาก 10,000 เป็น 13,000 (อันนี้เป็นตัวเลขโดยประมาณนะคะ) .... กรี๊ดๆ คิดดูสิ ขนาดมี 10,000 ยังขายของดีขนาดนี้ นี่แป๊บเดียวเพิ่มอีกเป็น 13,000 ตายๆ ฉันจะเอาเงินเก็บไว้ที่ไหนเนี่ยยยย ... นี่ขนาดว่าเลือกแบบ like ต่ำสุดแล้วนะ ซึ่งจริงๆ เค้าจะมีแพคเกจประมาณว่าจ่าย 10,000 บาทได้ไลท์เพิ่มอีกหลายหมื่นไลท์ อะไรงี้ด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยลองน้อยๆ ไว้ก่อน ใจเย็นๆ (ยังดีที่ฉลาดอยู่นิด) กะว่าถ้าได้ผลจะจ่ายแพคเกจแพงๆ เพื่อเอาจำนวน like เพิ่มขึ้นเยอะๆ


แต่เปล่าเลย...หลังจากที่จำนวน like มันเพิ่มขึ้นการขายของอะไรยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะ ดิฉันเข้าใจผิด และไม่รู้จริงๆ ว่าจำนวน like ที่เพิ่มขึ้นมานั้นมันคือ " like ผี" like ผี คืออะไร ก็คือ like ที่มาจากเฟสบุ๊คที่เค้าสมัครขึ้นมาเพื่อทำการปั่นไลท์โดยเฉพาะ เพื่อให้ดูว่าเพจเรามีคนติดตามเยอะ ดูน่าเชื่อถือ แต่ไม่มีคนเล่นเฟสนั้นจริงๆ หรอก ยอดขายก็คงจะเพิ่มขึ้นไม่ได้เพราะคนพวกนั้นมันไม่มีตัวตน ดังนั้นจำนวนไลท์ที่เราได้เพิ่มขึ้นก็จริง แต่จำนวนคนที่เข้ามาดูเพจเรายังเท่าเดิม !! แป่ว อย่างเซ็ง จะไปโกรธ หรือกล่าวหาว่าคนทำเค้าหลอกลวงก็ไม่ได้ เพราะเค้าได้บอกให้เราอ่านรายละเอียดแล้ว แต่เราดันไม่เข้าใจเอง ^^"

สัก พักทีมงาน facebook เค้าคงรู้กลลวงเหล่านี้ จึงทยอยลบจำนวน like ผีของแต่ละเพจที่มี (ตอนนั้นยอดคนไลท์ก็ค่อยๆ ลดลงตามกระบวนการอิอิ) หลังจากนั้นทาง FB เค้าก็พยายามกันเรื่อง like ผีพวกนี้ด้วยการที่มีช่องแสดงหน้าตาของผู้ที่ทำการ click like เพจเพื่อเป็นการโชว์ให้คนอื่นๆ เห็น ... สังเกตุง่ายๆ หากว่าเพจคนไทยแบบเราแล้วมีหน้าคนต่างชาติ โผล่ให้เห็นว่ามีการคลิกไลท์เพจนี้อยู่เยอะแยะนั้น นั่นคือพวก like ผี ทั้งหลายค่ะ คลิกเข้าไปดูในเฟสเค้าจะไม่มีการอัพเดทข้อมูลอะไร เรียกได้ว่าสร้างมาเพื่อการปั่นพวกนี้โดยเฉพาะ .... ปัจจุบันยังมีพวก like ผีอยู่เยอะแยะ สังเกตุง่ายๆ บางเพจเข้าไปแล้วดูผู้คนเงียบๆ แต่มีจำนวนไลท์เป็นหมื่นเป็นแสน .... อันนี้สัณนิษฐานไว้เลยว่าอาจเกิดจากการปั่นไลท์ เพื่อสร้างภาพว่าตัวเองมีคนติดตามเยอะ อะไรประมาณนั้น ^^"

 

นี่ไงตรงเลขที่ 2,475 คนนั้นจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพื่อนเรามาคลิกไลท์เพจนี้เท่าไหร่ แล้วก็จะโผล่หน้าเพื่อนๆ มาให้เห็นกันด้วย (หากไม่มีหน้าตาแปลกๆ ก็แสดงว่าไม่ใช่ like ผีค่ะ)

 

 

ต่อ มา facebook ก็ทำการเพิ่มลูกเล่นเข้ามา เพื่อป้องกัน like ผี like เวอร์ๆ พวกนี้ โดยจะมีตัวที่อยู่ข้างๆ คอยแสดงว่า talking about เท่าไหร่ จากจำนวนนี้เองที่ทำให้พวก like ผีต่างๆ ทยอยหายไป และถูกจับได้ว่าเพจนั้นไม่ได้มีคนติดตามจริงๆ เพราะมีคนติดตามและเข้ามาดูจริงๆ เพียงแค่ยอด talking about เท่านั้นล่ะ

แต่เอ๊ะ มันช่างเหมาะเจาะอยู่ในช่วงเดียวกับที่เฟสบุ๊คกำลังทำแผนการอะไรบางอย่างซะจริงๆ  ^^"

ดูรูปนี้นะคะ คนคลิก like เพจตามติดฯ 35,500 แต่มียอด talking about เพียง 8,998 คน (เพราะไม่ลงโฆษณามาหลายวันแล้วด้วยเหตุผลบางประการตามไปอ่านได้ในตอนที่สองค่ะ)

 

 

 

เอาละ ทีนี้ก็เดือดร้อนคนที่เค้าทำเพจกันมาน่ะสิ เป็นงงกันไปเลยว่าเพจเราทำไมมีคนเข้ามาดูน้อยจัง ทั้งๆ ที่บางคนเค้าก็ไม่ได้ทำ like ผีอะไรนั่นขึ้นมาเลย อย่างกรณีของดิฉันเคยหลงไปทำ like ผีไม่ถึง 10% ของจำนวนยอด like จริงๆ ด้วยซ้ำ และก็ถูกลบไปเยอะแล้วตั้งแต่สมัยเริ่มทำแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร .... สืบไปสืบมา ปรากฎว่าเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (ปลายปี 55) เฟสบุ๊คได้เริ่มทำโปรแกรมหรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่เค้าทำขึ้นมาเพื่อ block หรือจำกัด ผู้เข้าเยี่ยมชมเพจ จากที่ก่อนหน้านี้มีแฟนเพจ 1000 คนทั้ง 1000 คนนั้นก็จะเห็นที่เราโพส และอัพเดททุกสิ่งทุกอย่างผ่านหน้า New Feed ของเค้า แต่หลังจากนั้น FB เริ่ม block ก็จะมีแฟนเพจเห็นโพสเราโดยประมาณเพียงแค่ 10% เท่านั้น !! มีแฟนเพจ 10,000 คน จะเห็นโพสเรา ผ่าน New Feed จริงๆ ในแต่ละครั้งก็จะประมาณ 1,000 คน ซึ่งก็มีส่วนทำให้ยอด talking about ดูน้อยนิด ที่เหลือหากอยากเห็นก็ต้องคอยเข้ามาสอดส่องเอง จะไม่ไปโผล่ให้เห็นประมาณนั้น

ซึ่ง ตอนแรกที่ facebook เค้าเริ่มจำกัดเรื่องพวกนี้ ก็ยังมีพวกที่ไม่มีเพจเป็นของตัวเอง คอยออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานาว่าเป็นไปไม่ได้นู่นนี่นั่น แต่คนที่มีเพจเกือบ 100% เค้ารู้ดีว่าเกิดอะไรแปลกๆ ขึ้นในเพจเค้า จากปกติ โพสอะไรคนจะเข้ามาคลิกไลท์ มาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ช่วงนั้นเบาบางมากๆ เหมือนคนไม่สนใจเราแล้วเกิดอะไรขึ้น แอบนอยด์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฎ

No Free Lunch ของฟรีไม่มีในโลกหร๊อก ก็อย่างว่าแหละ ทีมงานเค้าตั้งเยอะแยะบริหารเครือข่ายอยู่ทั่วโลก หากปล่อยให้ใช้ฟรีๆ โดยไม่มีเงินสนับสนุนมาจากแหล่งใดเลย เค้าจะเอาทุนที่ไหนมาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆ นานา ดังนั้นก็คงคิดวิธีหาเงินค่าโฆษณาแบบนี้ขึ้นมา.... ไม่งั้นคุณๆ ก็คงไม่สามารถมี social network นี้ใช้กันได้แบบฟรีๆ หรอกค่ะ (หากเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์อะไรหรือองค์กรไหนผ่านเฟสบุ๊คก็ได้โปรดอย่ารำคาญนะคะ เพราะโฆษณาเหล่านั้นแหละที่มีส่วนทำให้คุณมี FB เล่นกันอยู่ถึงทุกวันนี้)

สำหรับคนที่ไม่มีเพจ ลองดูหน้าตามันนะคะ หน้าตาแบบนี้สำหรับ admin หรือเจ้าของเพจเท่านั้นที่จะเห็น ดูสิคะ กดดันกันให้จ่ายทุกอย่าง โดยอำนวยความสะดวกเห็นๆ แค่คลิก promote หรือ boost post ก็จะเสียเงินค่าโฆษณา ตามจำนวนนั้นๆ เราสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเท่าไหร่ แต่เค้าก็อำนวยความสะดวกให้เราไม่ต้องคิดมากว่าถ้าจำนวนคน like เพจของเธอประมาณนี้เธอก็ควรจะเสียเงินประมาณเท่าไหร่เพื่อที่ว่าแฟนเพจของคุณ หรือจะให้รวมเป็นเพื่อนๆ ของเค้าได้เห็นเพจคุณ โพสคุณ  ^^"

 

 

ตอน นั้นดิฉันรับไม่ได้ รับไม่ได้เด็ดขาด จะเลิกเล่นเฟสบุ๊คละ เพราะรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จู่ๆ จะมาทำกันอย่างนี้ไม่ได้นะ ชั้นไม่ยอมเคยใช้อยู่ฟรีๆ จะบังคับให้เสียเงิน ไม่เสียๆ ไม่จ่ายเด็ดขาด ประกาศว่าจะเลิกเล่นเฟสบุ๊คละ (อิอิ) แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ... เราต้องยอมลงทุน ยอมจ่าย เพื่อแลกกับสิ่งที่จะได้มา.... (ซึ่งจะคุ้มค่าแค่ไหนโปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)

ตอนปลายปีที่แล้วปล่อย ให้เพจเงียบอยู่หลายเดือน ไม่ยอมเสียเงิน ซึ่งมันก็เงียบจริงๆ โพสอะไรมาคนเข้ามาดูก็น้อยนิด ดูกร่อยๆ ซึ่งจากหน้าเพจของ admin เราจะมองเห็นว่าโพสนี้มีคนคลิกเข้ามาดูแล้วกี่คน ก็ดูเงียบๆ ไม่กี่ร้อยคนที่เห็น ไม่เหมือนเมื่อก่อนโพสแป๊บเดียวคนดูเป็นหมื่นอ่ะ ...... เอาวะ 1 มกราคม 2556 ได้ฤกษ์ขึ้นต้นปีใหม่ ลองลงโฆษณาดูบ้างก็ได้ ....​แล้วมาดูกันว่าเริ่มต้นยังไง เสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ผลออกมาเป็นอย่างไรกับตอนที่ 2 เร็วๆ นี้นะคะ ^^

ปล.จริงๆ ใจตอนนี้อย่างกระโดดข้ามไปเขียนตอนที่ 3 จะแย่ แต่ใจเย็นๆ ก่อน เดี๋ยวมันจะไม่ประติดประต่อค่ะ

 

ขอบคุณที่ตามติด ติดตามนะคะ ว่างๆ แวะไปที่ facebook ตามติดชีวิตแอร์ได้นะคะ

 

ขอบคุณค่ะ

 

 





คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คอลลาเจนเข้มข้น (นำเข้าจากนิวซีแลนด์)

ชื่อแบรนด์ : เฟิร์สท ไพรส์ ชื่อสินค้า : มารีน คอลลาเจน ปริมาณ : 100 กรัม ประเทศผู้ผลิต : นิวซีแลนด์ ราคา 1 กระปุก 650 บาท 2 กระปุก 1,200 บาท (@600) 6 กระปุก 3,000 บาท (@500)

View All
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบอะไรใน Blog นี้กันบ้างเอ่ย?
ชอบแวะมาดูรูป
17 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องท่องเที่ยว
42 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องแอร์ๆ ชีวิตการทำงาน
183 คน
ชอบหมดเลย ทั้งรูปทั้งเรื่อง
910 คน
อื่นๆ (ส่งความคิดเห็นมาหลังไมค์ได้ค่ะ)
29 คน

  โหวต 1181 คน