• คนชอบโพสสุขภาพ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 24114
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
สุขภาพดีๆ เริ่มที่ตัวเรา
ความรู้เกี่ยวกับยาแก้ไข้หวัดสูตรผสม ซูโดอีเฟดรีน และการดูแลสุขภาพให้ห่างไข้หวัด เกิดขึ้นได้ที่ตัวเรา ออกกำลังกาย ทานอาหารดีๆ แล้วก็มีสุขภาพจิตที่ดี ก็สุขภาพดีแล้ว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Healthyday
วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน 2562
Posted by คนชอบโพสสุขภาพ , ผู้อ่าน : 743 , 13:34:18 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

    เนื่องจากพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่ต้องใช้สมองในการคิด ตัดสินใจเป็นหลักทำให้เกิดภาวะความเครียดกันมากขึ้นจึงเกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะอาการสมองล้าที่พบกันมากในวัยทำงาน หรือวัยเรียนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคต่างๆ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ เบื่ออาหาร หรือแม้แต่เป็นโรคซึมเศร้าได้ซึ่งต้องคอยเช็คดูว่าเรามีอาการเหล่านี้หรือยัง ลองมาดูกันว่าอาหารสมองล้านั้นมี มีสาเหตุมากจากอะไรบ้าง และมีวิธีบำรุงสมองอย่างไรบ้าง

ภาวะอาการสมองล้า

ภาวะสมองล้า (Brain fog) คือ ภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัวจากการที่สมองถูกใช้งานอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจเกิดจากความเร่งรีบที่จะทำงานให้เสร็จ การพักผ่อนน้อย หรือการทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ทำให้สารสื่อประสาทในสมองซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเซลล์ของระบบประสาทเสียสมดุล ภาวะสมองล้าไม่ถือว่าเป็นโรค แต่สามารถเป็นมีอาการของโรคต่าง ๆ ได้ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ เบื่ออาหาร โรคซึมเศร้า บางครั้งเราอาจเรียกภาวะสมองล้าว่า Mental fatigue ด้วย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการสมองล้า ว่าส่งผลต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ นอกจากนี้ สมองล้าสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีความเครียดระยะยาว ซึ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงอาจเป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม และอ่อนล้าและรวมไปถึงโรคซึมเศร้าได้ถ้าไม่ได้รับการดูแล

สาเหตุของภาวะสมองล้า

  • นอนดึก นอนไม่เพียงพอ ทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน
  • คลื่นแม่เหล็ก จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ อยู่หน้าจอโทรศัพท์ มากเกินไป รบกวนการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองเล่นโทรศัพท์ตอนกลางคืน
  • สารพิษในชีวิตประจำวัน เช่น มลภาวะ สารเคมีต่างๆ โลหะหนัก ยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนในอากาศ อาหารและน้ำ
  • ความเครียด ทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เกิดอาการมึนงง ความจำแย่ลง
  • ขาดสารอาหาร อาทิ เกลือแร่ กรดอะมิโน วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

สัญญาณด้านร่างกาย

อาการสมองเหนื่อยล้าส่งผลทางร่างกาย  ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ  เนื่องจากมีงานวิจัยออกมาพบว่า อาการสมองล้าสามารถลดประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย และสามารถทำให้งานง่าย ๆ หรือการออกกำลังกายกลายเป็นเรื่องใหญ่ และหนักเกินไป จนรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าเดิม อาการสมองล้าทางด้านร่างกายได้แก่

  • รู้สึกไม่สบายท้อง ปวดท้อง ท้องผูก
  • ปวดศีรษะ เวียนหัวมีอาการเครียดง่าย
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • เบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง
  • นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ

สัญญาณด้านอารมณ์

ความเครียดเป็นหนึ่งในอาการทางด้านอารมณ์ หากคุณปล่อยให้อาการสมองล้า ที่เกิดจากความเครียดสะสม เกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดอาการก็จะเริ่มส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การนอนหลับ  ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน มากไปกว่านั้น ยังมีสัญญาณและอาการสมองล้าทางด้านอารมณ์ ได้แก่

  • มีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวลหวานระแวง
  • ไม่มีเป้าหมายในชีวิต คิดแต่เรื่องอดีตซ้ำๆ
  • ไม่มีสมาธิในทุกเรื่อง เรื่องงาน เรื่องเรียนย้ำคิดย้ำทำ
  • มองโรคไม่แง่ร้าย โกรธง่าย

วิธีบำรุงสมองให้สมองไบร์ท

1.ทานอาหารบำรุงสมองที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

  • ซุปไก่สกัด ประโยชน์เป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่โบราณ ตามความเชื่อของชาวจีนแล้วว่ากันว่าเป็นอาหารบำรุงกำลัง   ทุกวันนี้เรามักจะดื่มซุปไก่สกัดเพื่อฟื้นฟูร่างการจากการเจ็บป่วย ความเหนื่อยล้า หรือแม้แต่ดื่มบำรุงสมองในช่วงเตรียมสอบ
  • ดาร์กช็อกโกแลตทำมาจากผงโกโก้ ซึ่งมีคุณค่าและให้สารอาหารบำรุงสมองที่มีคุณประโยชน์มาก หากบริโภคอย่างต่อเนื่อง ในปริมาณเหมาะสม มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งพบว่า ดาร์กช็อกโกแลตสามารถออกฤทธิ์ปรับอารมณ์ของมนุษย์ให้ดีขึ้นได้ โดยเป็นผลมาจากสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่มีอยู่ นอกจากนี้มันยังช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า อ่อนล้า และอาการเหน็ดเหนื่อยเรื้อรังไปได้
  • อะโวคาโดเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารเมดิเตอร์เรเนียน เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (ไขมันดี) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดระดับความดันโลหิต ลดการอักเสบ และเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารบำรุงสมอง เนื่องจากมันส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ ช่วยให้สุขภาพสมองดีขึ้น และป้องกันโรคสมองเสื่อมได้
  • ธัญพืช หมายถึงกลุ่มพืชที่ให้เมล็ด มีหลากหลายชนิด ธัญพืชหลายชนิดมีสารอาหารบำรุงสมอง เช่น ฟีนิลอะลานิน (Phenylalanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนใช้ในการสร้างโดปามีน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพาร์กินสันและโรคซึมเศร้า มีซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจทำให้เซลล์สมองเสื่อม

          อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารบำรุงสมองได้ที่นี่ https://www.honestdocs.co/7-brain-boost-food

2.ทานอาหารมื้อเช้า

เพราะอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ทำให้สมองตื่นตัว  โดยควรกินอาหารอย่างถูกต้องและครบถ้วน สมองจะได้นำพลังงานมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการคิด การตัดสินใจเพื่อกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำในวันใหม่ นอกจากนี้ อาหารเช้ายังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

3.ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน 

การออกกำลังกายจะส่งผลดีต่อฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการทำงานสำหรับสมอง เช่น ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์สมองได้ นอกจากนี้เวลาที่เราออกกำลังกายหัวใจจะได้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี รวมทั้งช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนไปยังสมองมากขึ้น ส่งผลเรื่องของการช่วยสร้างเซลล์สมองใหม่ และช่วยเรื่องความจำให้ดียิ่งขึ้น

4.นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ

โดยปกติการนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเท่านั้น แต่ยังขึ้นกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้านอนด้วย เวลา 22.00–02.00 น. จะเป็นช่วงที่สมองเริ่มหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น และในขณะที่นอนหลับสนิท ร่างกายและสมองจะทำงานสัมพันธ์อย่างเป็นระบบเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย การนอนหลับอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายฟื้นตัว รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว ส่งผลดีต่อความสามารถในการทำงานของร่างกายตลอดทั้งวัน

5. ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ

ในสมองของคนเรา 80% มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้สมองทำงานได้ดี จึงควรจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน กินน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วต่อวันหรือตามน้ำหนักตัวของเรา การดื่มน้ำนอกจากช่วยร่างกายผิวพรรณชุ่มชื้นแล้วยัง ทำให้เรารู้สึกสดชื่นด้วย

อย่างไรก็ดีการบำรุงสมองนั้นเราไม่ควรงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไปอย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างที่กล่าวไปในบทความว่า สารอาหารบางอย่างมีการทำงานเกี่ยวเนื่องหรือส่งเสริมคุณค่าของกันและกัน นอกจากนี้ยังควรพยายามหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะกับความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ระบบของร่างกายทำงานได้อย่างลื่นไหล ออกกำลังกาย หรืออาจมีกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเพื่อส่งเสริมให้สมองทำงานดีขึ้น เช่น การฝึกการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกสมาธิ ฯลฯ เพื่อให้สมองทำงานได้ดี อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nongkoy วันที่ : 08/12/2019 เวลา : 16.54 น.
https://www.numcharoen.com/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 05/12/2019 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน