*/
  • Hiriotappa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 342
  • จำนวนผู้ชม : 469078
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
EndlessMemorySymbol

ทุกๆปีจะมีงานรดน้ำดำหัวที่โรงเรียนที่เคยศึกษามาพอดีวาดรูปโรงเรียนไว้หลายๆแง่มุมก็เลยจับมาทำวีดีโอซะเลย แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า หน่วยงานอื่น หรือ ที่อื่นๆจะไม่มีนะครับเป็นไปตามกาละเทศะ เพราะหากมีงานเก

View All
วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2560
Posted by Hiriotappa , ผู้อ่าน : 772 , 00:09:02 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากไม่ได้ไปเยือนบล็อกเกอร์ท่านอื่นเสียเป็นนานหนนี้ก็ไดฤกษ์จะแสดงความเห็นเสียทีครับโดยตั้งแต่หนนี้ไปก็จะตั้งชื่อหัวข้อไว้ก่อนว่าเป็นการแสดงความเห็นตอบบล็อกเกอร์ท่านต่างๆว่าเป็นเอนทรี่จากเดือนไหนปีใดแทนที่จะกำหนดว่ามันเป็นหนที่เท่าไหร่? และเนื่องด้วยว่าหนนี้นั้นมีเรื่องที่เกี่ยวกับต่างประเทศเสียเป็นส่วนมากดังนั้นจึงเลือกหมวดต่างประเทศไว้เป็นหัวข้อ

(เปิดดูในคอมนะครับเพราะถ้าเป็นมือถือ

จะอ่านไม่รู้เรื่อง)

คิมผู้ลูกฮึกเหิม สร้างนิวเคลียร์ยิ่งกว่าคิมผู้พ่อ

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/04/26/entry-1

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแล้วเกาหลีเหนือและประเทศในตะวันออกกลางบางประเทศเป็นเพียงแค่หมากตัวนึงที่มาจากการกระจายอำนาจด้านความเป็นผู้นำของโลกซึ่งเราคงไม่ต้องบอกกันแล้วว่าหมายถึงใครเพราะเขาเข้ามาจัดระเบียบโลกกันแล้ว(ตามความเห็นของสื่อบางส่วนที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในบริบทโพลแบบป๊อบปูล่าร์โหวดคือเอาเฉพาะคนที่เห็นหน้าหรือร่วมสนุกกันออกสื่อ ที่หมายความว่าคนที่ไม่ปรากฎตัวทางสื่อหรือสิ่งที่สื่อไม่ได้นำมาเผยแพร่จะไม่มีความหมายแต่จริงๆคนเหล่านั้นก็ยังมีตัวตนกันอยู่และมีอยู่เป็นจำนวนมาก) ดังนั้นข้อมูลส่วนใหญ่ที่ออกมาจากประเทศปิดอย่างเกาหลีเหนือจึงเป็นข้อมูลที่มาจากคนนอกทั้งสิ้น

ในส่วนของบริบทโลกนั้นมีประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นหลักแต่หากฉากหน้าใครจะใช้ประเทศไหนเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเพราะจริงๆแล้วการหันหน้าเข้าหากันทางด้านเศรษฐกิจไปพร้อมๆกับประเด็นความมั่นคงก็มักจะเป็นจุดที่แต่ละฝ่ายนำมาใช้ต่อรองกันอยู่เนืองๆ แต่หากเราคิดแบบเป็นธรรมเราก็จะไม่คิดว่ามันมีพระเอกมีผู้ร้ายกันอย่างที่สื่อพยายามจะประโคมให้เป็นเช่นนั้น ผู้นำประเทศไหนเล่นดีก็รับบทพระเอกไปประเทศไหนเป็นปฎิปักษ์กับประเทศใหญ่ๆก็รับบทตัวร้ายไปจากฝีมือคนประเมินสถานการณ์โลกอย่างสื่อ

เรื่องประเด็นเกาหลีเหนือนั้นมาพร้อมๆกับเรื่องของรัสเซียและความมีนอกมีในระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์กับรัฐบาลรัสเซียอันสืบเนื่องมาจากประเด็นในส่วนของการแฮคอีเมล์นางฮิลลารี่คลินตันจากรัฐบาลรัสเซียตามคำกล่าวอ้างก่อนหน้านั้นที่หมายความว่าหากจีนดูมีหน้ามีตาในบริบทโลกมากขึ้นสิ่งที่อเมริกาสมควรที่จะทำมากที่สุดก็คือการสร้างสัมพันธไมตรีกับรัสเซียที่อาจจะกลายเป็นประเทศที่รองบ่อนจีนในอนาคต แต่ถ้าอเมริกากับรัสเซียสามารถปรองดองกันได้บทพระเอกในวันนี้จะกลับกันไปในทันทีเพราะการคานอำนาจนั้นย่อมแตกต่างกันออกไป

ในส่วนของเกาหลีเหนือนั้นสาเหตุที่การทดสอบขีปนาวุธสามารถรุดหน้าไปได้เรื่อยๆแน่นอนว่ามันจะต้องมีผู้สนับสนุนในขณะที่มีแต่ข่าวในแง่ลบและโดนคว่ำบาตรหนแล้วหนเล่าที่จะว่าไปมันก็คล้ายๆกับเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นเพราะสถิติที่ผ่านมาระดับการพัฒนาอาวุธนั้นออกจะมีออกมาในช่วงนี้ค่อนข้างมากกว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาสัญญาณเหล่านี้มันเติบโตมาพร้อมๆกับความรุดหน้าทางเศรษฐกิจของพี่ใหญ่บางประเทศในบริบทโลกและยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่ออเมริกาได้ผู้นำคนใหม่ที่เป็นคนที่ดูเหมือนสื่อจะเล่นงานจนเละได้ไม่เว้นแต่ละวัน จริงๆแล้วพอพูดถึงสิ่งเหล่านี้แล้วหลายๆคนก็น่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นใคร ?

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพิสัยใกล้หรือไกลหากเราคิดลึกไปกว่านั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังในฐานะพี่ใหญ่ที่กำลังเล่นบทพระเอกในประเด็นทางเศรษฐกิจกำลังสร้างตัวร้ายให้ตัวเองมีน้ำหนักในการห้ามปรามหรือต่อรองในด้านความมั่นคงของประเทศไปพร้อมๆกัน ? ในระหว่างที่มือขวากำลังจับไม้จับมือกับชาวบ้านมือซ้ายก็ป้ายขี้ให้เป็นที่เกรงกลัว ?

จีนเล่นบทผู้ไกล่เกลี่ย : ขอให้ทุกฝ่าย 'ยับยั้งชั่งใจ'

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/05/entry-1

จริงๆแล้วท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อเกาหลีเหนือแทบไม่แตกต่างสำหรับเกาหลีเหนือในทางกลับกันเพียงแต่ข่าวที่ออกมานั้นเรียกได้ง่ายๆว่ามันอาจจะทำให้ทรัมป์กลายเป็นชนวนสำคัญในการระเบิดสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างง่ายดายเพราะฝ่ายเดโมแครตย่อมชอบออกชอบใจอยู่แล้ว แต่แล้วสาเหตุมันมาจากอะไรที่ประเทศที่ว่าดูพระเอกนางเอกหน้าฉากเป็นอย่างยิ่งนั้นจึงไม่ปรามประเทศที่คนอื่นถือว่าอาจจะเป็นประเทศในปกครอง ? จุดนี้ผู้เขียนเห็นว่ามันเป็นเพราะทุกอย่างมันเป็นขั้นเป็นตอนกันมาก่อนหน้าแล้วนั่นเองเพราะในขณะที่เวทีทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีบางประเทศได้หน้ากันไป ความกดดันที่จะทำให้อเมริกากลายเป็นชนวนส่วนหนึ่งในการสู้ฟัดสะบัดช่อกับเกาหลีเหนือก็จะตามมาทันทีซึ่งไอ้ตารางสำคัญๆที่แต่ละประเทศมีกิจกรรมกันไว้ล่วงหน้านั้น แม้แต่เด็กๆประถมที่เล่นอินเตอร์เนทเป็นก็ยังรู้ได้ไม่ยากว่าเขาจะมีอะไรกันวันไหนช่วงไหน ดังนั้นความตั้งใจบางส่วนมันมีแน่นอนแต่อะไรที่ใหญ่กว่านั้นก็สามารถที่จะไม่ทำให้มันเกิดการประจวบเหมาะกันพอดิบก็ดีเหมือนอย่างที่เป็นได้เช่นกัน ? สำหรับเกาหลีเหนือนั้นผู้เขียนคิดว่าไม่ใช่พฤติกรรมหลังชนฝาแบบที่คุณสุทธิชัยว่ามาแต่อย่างใดแต่เป็นการทำตามหน้าที่ที่ใครบางคนสั่งให้ทำแบบนั้นมากกว่าในขณะที่ข่าวที่ออกไปนั้นออกจะดีงามอร่ามล้นกันเต็มพิกัดกับประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว ? แต่ท้ายสุดการไม่ปรามเกาหลีเหนือหรือหันเหไปทางอื่นกลับกลายเป็นเรื่องน่ากลัวน้อยกว่าการเรียกวุฒิสภา 100 คนมาประชุมกันเพราะคนเรียกประชุมคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สื่อทั่วโลกเกลียดแสนเกลียด ? ถึงเปลี่ยนประธานาธิบดีหรือเกาหลีเหนือหายไปจากแผนที่มันก็จะมีการหาเรื่องนำประเทศใหม่ๆความขัดแย้งอื่นๆที่พุ่งปรู๊ดมาจุดชนวนอยู่ดี แต่คนที่รับเคราะห์ก็คืออเมริกาและเกาหลีเหนือ 

วิเคราะห์คำพูดทรัมป์ 'สงสัยจะมีศึกใหญ่'!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/09/entry-1

“Absolutely, there is a chance that we could end up having a major, major conflict with North Korea… We’d love to solve things diplomatically but it’s very difficult…”

“คนดี”

“ผมเชื่อว่าเขา (ประธานาธิบดีของบางประเทศ) กำลังพยายามอย่างมาก ผมรู้ว่าเขาพยายามจะทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ แต่บางทีก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะทำไม่สำเร็จก็ได้...”

หากเอาคีย์เวริด์ที่คุณสุทธิชัยมาอ่านเรียงต่อกันแล้วเชื่อว่าผู้อื่นหลายๆคนคงจะเห็นได้ชัดมากขึ้น ถ้าแปลตามภาษา Hiriotappa แล้วมันอาจจะหมายถึง “มันเป็นเรื่องที่มีโอกาสที่จะยุติความขัดแย้งครั้งใหญ่กับเกาหลีเหนือ เราอยากจะแก้ไขเรื่องนี้แต่มันยากยิ่งนัก หมายความว่า มันยังมีโอกาสที่ไม่ใช่จะไม่มี อยากจะแก้ไข แต่มันยาก “ ในขณะที่คำพูดอย่าง “คนดี”อาจจะหมายถึงฉากหน้าและ “ความพยายามอย่างมากที่จะทำอะไรให้สำเร็จ” ตกลงแล้วมันคือความพยายามในเรื่องไหน? ในส่วนของการห้ามการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือนั้นเป็นไปในแง่เดียวกับอิหร่านที่จริงๆแล้วใครๆก็ทราบว่าไม่อาจทำได้เพียงประเทศตัวเองประเทศเดียวแบบโดดๆ ส่วนไอ้ความร่วมมือกับจีนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้นั้นแน่นอนว่าเรื่องนี้น่าจะสร้างบรรยากาศที่ดีทางเศรษฐกิจได้ทั้งฝ่ายจีนและอเมริกาเพราะไม่เช่นนั้นความหอมหวนของผู้นำจีนก็จะยิ่งจะทำให้ตัวเขาเองสร้างความรู้สึกแบบ” Make American ‘s Grave Again “ ขึ้นมาขุดหลุมตัวเองอีกคำรบ เนื่องจากหากดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงได้ไม่ดีพอๆกับด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั่นก็หมายความว่าทุกอย่างก็คงเละตุ้มเป๊ะไปเรื่อยๆ จุดนี้ทำให้เห็นทักษะการผ่อนสั้นผู้ยาวของประธานาธิบดีคนนี้ของอเมริกาได้อย่างชัดเจนในขณะที่บางประเทศกำลังสร้างภาพที่เลิศลอยและดูดีเกินความจำเป็น

คิดง่ายๆว่าทำไมเขาต้องเล่นละครตบตากันแบบนี้ ? หากประเทศที่พัฒนานิวเคลียร์ได้เป็นประเทศมหาอำนาจเท่านั้นในระบบสากลโลก ? นั่นก็ไม่ต่างกับยุคล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกที่ใช้ปืนมาสู่รบปรบมือกับมีดพร้าหรือกระบี่เลือดเหล็กไหลของชาวตะวันออก แต่เพื่อสร้างภาพพจน์ให้ดูดีในเหตุผลทางการค้าการแยกมือซ้ายมือขวาเพื่อพัฒนาอาวุธลักษณะนี้และดำเนินธุรกรรมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศไปพร้อมๆกันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเพียงแต่อเมริกานั้นมีหัวรบนิวเคลียร์แบบไม่ต้องไปแยกมือซ้ายมือขวาแบบบางประเทศเท่านั้นเอง ดังนั้นเกมส์รุกที่บางประเทศใช้เกาหลีเหนือมาคอยขย่มก็หมายถึงจุดนี้นั่นเองที่จะทำให้อเมริกายิ่งห่างไกลจากความเป็น “ Make America Great Again “

เพียงแค่บอกว่า “มือซ้ายไม่ใช่ของตัวเอง พยายามเตือนแล้วแต่ทางนั้นไม่ทำตาม” แต่พอมันออกไปสละลลวยในจุดอื่นๆออกไปตามสื่อหรืออื่นๆที่มีผลประโยชน์แอบแฝงมันก็จะกลายเป็นข่าวแบบป๊อปูลาร์โหวดอันสวยงามหมดจดดั่งนัยน์ตาลูกแมวน้อยผู้แสนซนไปในทันที  

เอาง่ายๆว่าพอเกาหลีเหนือกับใต้เคยมีแนวโน้มที่ดีต่อกันในสมัยคิมแดจุงขณะที่เกาหลีเหนือก็มีความสัมพันธ์กับประเทศใหญ่ๆประเทศนั้น

ทรัมป์กับคิมน้อยเล่นเกมอันตราย เรียก Brinkmanship

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/12/entry-1

แรกเริ่มเดิมทีไม่มีใครเห็นด้วยกับผู้เขียนเลยในกรณี Flip-Flop ที่ตรงกับเอกลักษณ์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ เพราะการพลิกลิ้นไปมาในลักษณะนี้นั้นย่อมทำให้สื่ออยู่ในกำมืออย่างง่ายดายเพราะบางคำพูดคือความเห็น คือคำอุทาน คือท่าทีที่ไม่จริงจังนัก รวมถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ได้มีการอธิบายอะไรได้ลึกซึ้งนัก แต่สื่อหรือผู้ที่นิยมการออกหน้าออกตาตามแวดวงออนไลน์ก็พูดเป็นกระแสไปต่างๆนาๆจากเรื่องไม่จริงจังก็กลายเป็นการวิเคราะห์แบบจริงจังเป็นกระแสขึ้นมา ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้ท้ายสุดก็จะส่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอเมริกายังคงความเป็นมหาอำนาจอยู่ไม่น้อย และแม้ว่าจีนจะมีภาพพจน์ที่ดีงามจากการเสนอข่าวก็ตามแต่กระแสความน่าสนใจหรืออะไรที่ดึงดูดให้คนติดตามนั้นเรียกได้เลยว่าดูเหมือนยังห่างชั้นเชิงกับผู้นำของอเมริกาคนนี้อยู่มากโข เพราะเรื่องของท่านนั้นมีทั้ง คำชมคำด่า คำพูดที่งี่เง่าและเป็นงานเป็นการ ประมาณว่าไปๆมาๆหลายๆคนที่สนใจเรื่องพวกนี้อาจจะติดกับดัก Celebrity Trap ไปแทน Political Trap ไปซะงั้น เพราะจะว่าไปนี่คือเรื่องใหม่พอสมควรกับการที่ Celebrity ในวงการธุรกิจพันล้านได้กลายมาเป็นประธานาธิบดี ? จนอะไรๆก็ดูเหมือนจะกลายเป็นข่าวซุบซิบไปหมดจนลืมไปว่าข่าวการเมืองคืออะไร?

ทีนี้ลองคิดดูว่าถ้าจีนไม่ช่วยเรื่องเกาหลีเหนือหรืออ้างว่าช่วยแล้วแต่ช่วยไม่ได้โดยจริงๆแล้วทำหรือไม่ทำหรือไม่ก็ไม่รู้ ? การกลับคำพูดอีกครั้งมันก็ไม่น่าจะรุนแรงเท่าการเป็นคนพูดอะไรไม่กลับคำเลยหรือไม่ ผู้เขียนเคยเป็นคนทำงานที่ยึดมั่นเรื่องคำพูดเช่นกันแต่ไปๆมาๆเมื่อเราเจอภาวการณ์หลายๆอย่างที่ปัญหานั้นมาจากคนอื่นและเราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะควบคุมสถานการณ์ได้นั่นก็เลยเป็นบทเรียนครับว่า “คำพูดไม่ใช่นายของเราแต่มันอยู่ที่เราต่างหากคิดว่ามันเป็นนายเราหรือไม่เพราะบางครั้งการกระทำสำคัญกว่าคำพูดยิ่งนัก”

กระแสน้ำเชี่ยวกราก รอบๆ คาบสมุทรเกาหลี

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/16/entry-1

เรื่องรุ่นพ่อรุ่นลูกนั้นน่าจะแตกต่างกันครับเพราะสมัยก่อนจีนยังไม่เปิดประเทศและทำให้หลายๆประเทศขาดดุลการค้าอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันดังนั้นเมื่อระบบการปกครองยังอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกันความสัมพันธ์มันย่อมไม่เหมือนในปัจจุบันเป็นธรรมดาเพราะเมืองจีนนั้นเปิดไปเยอะเหลือหลายแต่เกาหลีเหนือยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งเดียวที่เกาหลีเหนือพัฒนามาตลอดในฐานะประเทศปิดก็คืออาวุธในความหมายของการป้องกันประเทศ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ พยายามหาวิธีกดดันกันมาตลอดแต่หากเกาหลีเหนือเปิดประเทศตามจีนก็เท่ากับว่าความซับซ้อนในการพึ่งพิงการค้าระหว่างประเทศก็จะมีมากขึ้นในแง่ที่เป็นรองอันจะนำมาสู่การกดดันการปกครองในประเทศให้เปลี่ยนไปจากเดิม

ส่วนด้านอาเซียนนั้นอย่าเพิ่งลืมว่าเร็วๆนี้ TPP นั้นอเมริกาปฎิเสธอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เข้าร่วมในขณะที่ประเทศอื่นๆนั้นก็ยังจะดำเนินการรวมกลุ่มลักษณะนี้ต่อไป อีกทั้งปัญหาในทะเลจีนใต้ที่ครุกรุ่นมาหลังจากปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีสร้างระลอกมาเป็นทอดๆเพราะจีนเกิดอยากได้เกาะบางเกาะเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ไปๆมาๆประมาณว่าที่จีนอยากได้เกาะนั้นเกาะนี้เป็นกรรมสิทธิก็เพื่อจะได้มีน่านน้ำหรือพื้นที่ให้เกาหลีเหนือทดสอบชีปนาวุธเพิ่มหรือไม่ ? ดังนั้นการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือในขณะที่แถบๆอาเซียนเกาหลีญี่ปุ่นยังมีปัญหากับจีนจะว่าไปแล้วถ้าไปเรียกชาติอื่นมาคุยมันจะมี Deep Impact มากกว่านั้นหรือไม่ ?

มูนแจอิน: ตัวเต็งผู้นำโสมขาวคนใหม่ ผมพร้อมจะเจอกับคิมจองอึน!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/02/entry-1

ด้านความเห็นส่วนตัวแล้ว สำหรับประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้นั้นจริงๆแล้วเหตุผลส่วนใหญ่ที่ได้รับตำแหน่งน่าจะมาจากความไม่ชอบ นางปักกึนเฮ เป็นหลักเพราะพรรครัฐบาลส่วนใหญ่นั้นมักจะมีข่าวไม่ดีกับแชโบลหรือบริษัทใหญ่ๆในเกาหลีกันเป็นส่วนมากก่อนที่จะหมดจากตำแหน่ง ซึ่งหากข่าวคอรัปชั่นเหล่านั้นเริ่มมีขึ้นมาเมื่อไหร่นั่นหมายความว่าอาจจะมีการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ไนเกาหลีใต้ได้ในเวลาอีกไม่นานรวมกับเหตุผลด้านความชิงชังเกาหลีเหนือระคนกับความต้องการในลักษณะการประนีประนอมกับทางการเกาหลีเหนือที่สมัยรัฐบาลนายคิมแดจุงเคยทำสำเร็จมาบางส่วน

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้นำเปลี่ยนทุกอย่างก็หมดความต่อเนื่องในขณะที่เกาหลีเหนือมีผู้นำคนใหม่ เกาหลีใต้เองก็เปลี่ยนผู้นำที่ไม่ฝักใฝ่การสร้างสัมพันธไมตรีกับเกาหลีเหนือให้ต่อเนื่องด้วยเช่นกันดังนั้นช่องว่างจึงค่อยๆมีมากขึ้นไปตามลำดับทั้งๆที่นโยบายของนายคิมแดจุงนั้นน่าจะถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรสานต่อในระยะยาว และไปกันใหญ่เมื่อคนเกาเหลีเลือกนางปักให้มาดำรงตำแหน่งเกาหลีใต้ก็เลยดูไม่ค่อยแข็งกร้าวและรายล้อมไปด้วยอิทธิพลจากแชโบลใหญ่ๆไปจนหมดสิ้น ดังนั้นเมื่อเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่ดูเหมือนช้างเท้าหลังพร้อมๆกับข่าวอื้อฉาวที่ออกมาคะแนนเสียงของพรรคฝ่ายค้านจึงดูโดดเด่นกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งหมายความว่าเหตุผลที่คนเกาหลีเลือกประธานาธิบดีคนใหม่เป็นคนนี้ส่วนใหญ่แล้วมาจากความต้องการภายในประเทศที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุผลทางเศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศสักเท่าไหร่

ดังนั้นนโยบายต่างประเทศที่ออกมาในตอนนี้ของเกาหลีใต้จึงดูเหมือนเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นว่าจะเดินหมากกันอย่างไร เนื่องด้วยการไปเยือนอเมริกาก็ดีหรือหาทางไปเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือก็ดีล้วนแล้วแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างแต่อย่างใดซึ่งดูเหมือนนั่นคือสิ่งที่ต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะอเมริกานั้นมีท่าทีที่ไม่พอใจเกาหลีเหนืออย่างรุนแรงแต่เกาหลีเหนือนั้นก็ฮึ่มฮั่มและถ้าเอาใจคิมผู้ลูกไว้ได้บ้างความเสี่ยงก็จะน้อยลงเหมือนที่เกิดกับในสมัยผู้พ่อ

ไม่แน่นะครับถ้าเขาคนนี้สามารถทำให้ “นโยบายซันไชน์” กลับมารุ่งโรจน์ได้อีกครั้งตัวแปรสำคัญอาจกลายเป็นประเทศอย่างเกาหลีใต้ไปซะ แทนที่จะเป็นกาวใจอย่างพี่ใหญ่บางประเทศ ? 

เมื่อคิมน้อยอาละวาดรอบใหม่ ความหวังเจรจาก็ล่มสลาย!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/18/entry-1

การเจรจากับการยิงขีปนาวุธอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ความหมายของเกาหลีเหนืออาจไม่ได้หมายถึง การเจรจา คือ การระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพราะนั่นคงจะเป็นเรื่องยาก ที่จริงๆแล้วเราก็ไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าการทดลองอาวุธประเภทนี้มีกำหนดการอย่างไร ? ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และถ้าเกาหลีเหนือมีนัยสำคัญต่อเกาหลีใต้จริงๆทำไมไม่ทำเสียตั้งแต่ตอนเลือกตั้งให้ปั่นป่วนกันไป? นั่นหมายความว่านัยสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่เกาหลีใต้แต่เป็น จีน กับ อเมริกา เพราะ คิมจองนัม นั้นถูกสังหารในเวลาใกล้เคียงกันในขณะที่ อเมริกา และ เกาหลีใต้ ตลอดจนใครๆต่างก็บอกกันว่านั่นคือฝีมือของเกาหลีเหนือ ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนออกมาปัดสวะทันทีทันใดว่าไม่ได้คุ้มครองคิมจองนัมหรือมีอะไรพิเศษกับเขาแต่อย่างใด ส่วนท่าทีของเกาหลีเหนือนั้นก็คือความคลางแคลงใจกับการเก็บศพไว้ในมาเลเซียที่หมายความว่าการติดต่อเพื่อขอรับศพหรือตรวจสอบมันน่าจะทำได้ในทันทีทันใดเช่นกันแทนที่เวลาจะผ่านไปพอสมควรที่หลักฐานอะไรต่อมิอะไรก็อาจจะถูกทำลายจนหมดสิ้นจนกระทั่งเกิดข่าวการลอบสังหารที่ใกล้เคียงกับคิมจองอึนในที่สุด ซึ่งใครๆก็คงเดาได้ไม่ยากว่ามันเป็นการโต้ตอบจากเปียงยางในลักษณะเดียวกัน ? ทีนี้ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นหลายๆคนคงสงสัยเช่นกันว่าหากจะมีการกำจัด คิมจองนัม เพื่อไม่ให้เป็น ก้างขวางคอ คิมจองอึน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจริงๆ ทำไมทางเปียงยางจึงไม่หาทางจัดการตั้งแต่เนิ่นๆหรือตั้งแต่มีการแต่งตั้งทายาททางการเมือง ? 

ทรัมป์ปลด ผอ. เอฟบีไอ : เกมนี้มีแต่เจ๊งกับเจ๊า!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/23/entry-1

เมื่อทรัมป์บอกรัสเซียว่า ผอ.เอฟบีไอ 'เพี้ยน บ้า สติไม่ดี'

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/30/entry-1

จากที่อ่านหน้าข่าวต่างประเทศมาน่าสนใจไม่น้อยครับว่าทาง นสพ ฉบับหนึ่งได้สัมภาษณ์ ทรัมป์ เอาไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาตอบกลับมาว่า เรื่องการปลด ผอ.เอฟบีไอ นั้นแป็นคนละเรื่องกับการสอบสวนที่จะสาวไปถึงตัวเขากับรัฐบาลรัสเซีย เพราะ ผอ.คนนี้นั้นทำงานมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วคือรัฐบาลเดโมแครต และถ้าจะมีการโวยวายเรื่องนี้กันออกมาพร้อมๆกับกระแสที่นางคลินตันออกมาบอกว่ารัสเซียนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องเซริฟเวอร์เมล์ส่วนตัวของเธอมันก็จะน่าจะเป็นผลตั้งแต่ตอนนั้นได้อยู่แล้วเพราะผลคะแนนป๊อปปูลาร์โหวดนั้นแตกต่างกับผลการเลือกตั้งจริงๆ ดังนั้น Loyal Honesty มันน่าจะหมายถึง  Loyalty of Honest หรือไม่ ? พูดง่ายๆว่าในอีกความหมายนึงก็คือ การจงรักภักดีต่อความสุจริต แทนที่จะแปลว่าซื่อสัตย์อย่างจงรักภักดี ความหมายของ ทรัมพ์  น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าเนื่องจากการคุ้ยคดีเหล่านี้อันเนื่องมาจากผลการเลือกตั้งมันไม่เหมือนผลป๊อบปูลาร์โหวดว่ามีส่วนเกี่ยวพันกันนั้นจะว่าไปมันก็ออกจะดูไม่ค่อยซื่อสัตย์กับการงานอาชีพที่ผอ.เอฟบีไอคนนี้รับผิดชอบอยู่นัก หากทางฝ่ายเดโมแครตมองว่าผลป๊อบปูล่าร์โหวดต้องตรงกับผลการเลือกตั้งจริงๆ แล้วทำไมทางฝ่ายรัฐบาลของทรัมพ์จะมองบ้างไม่ได้ว่าทำไมมันจะต้องเหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน และ ถ้ามันไปกันใหญ่ว่าเกี่ยวข้องกับรัสเซียได้ขนาดนั้นมันหมายความว่าการทำงานของเอฟบีไอนั้นไม่เป็นกลางอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเหตุผลของการปลดจึงไม่น่าจะมาจากการทำงานชองเขาแต่อาจหมายถึงการล้างขั้วฝ่ายเดโมแครคให้หมดจดมากกว่าก็เป็นได้ 

1974 นิกสัน 2017 ทรัมป์?

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/05/25/entry-1

คดีประตูน้ำนั้นเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างแพร่หลายเพราะนำไปสู่การโกงการเลือกตั้งการบิดเบือนความจริงจากผู้นำประเทศมหาอำนาจและความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมภายในประเทศที่แม้จะคล้ายกันกับเรื่องนี้แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการสอบสวนจะยุติลงซึ่งหากเป็นเรื่องขึ้นมาตัวทรัมพ์เองก็คงจะต้องมีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวอ้างว่าเหตุผลของการปลดนั้นมาจากเรื่องอะไร ? ที่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องนี้ก็ได้เพราะคำว่าประสิทธิภาพนั้นอาจจะหมายถึงวิธีการสอบสวนหรือการทำงานที่มีผลงานแบบเป็นที่น่าพอใจต่อเจ้านาย แต่พอเปลี่ยนเจ้านายแล้วผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจมันก็มีโอกาสจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้เช่นกัน เพราะจริงๆแล้วหากเอฟบีไอมีอำนาจเหนือฝ่ายรัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่างรัฐธรรมนูญของอเมริกาก็จะต้องระบุชัดเจนไปเลยว่าระบบยุติธรรมนั้นไม่สามารถแทรกแซงได้ด้วยอำนาจบริหารแต่หากมันมีช่องโหว่อยู่แบบนี้นั่นหมายความว่าอำนาจของรัฐบาลก็น่าจะครอบคลุมไปถึงการสอบสวนในระบบยุติธรรมที่อาจจะถูกต้อง ไม่ถูกต้อง หรือ มีทั้งถูกไม่ถูกเป็นหย่อมๆก็เป็นได้

แน่นอนว่าถ้ามันเกี่ยวกับรัฐบาลรัสเซียมันจะมีประเด็นไหนที่เป็นช่องโหว่ให้เกิดการโกงการเลือกตั้ง ? เพราะทั้งสภาสูงและสภาปกตินั้นพรรครีพับลิกันได้รับชัยชนะมาทั้งสองสภา อีกทั้งถ้าจะเปรียบเทียบกับสมัย ริขารด์นิกสัน สิ่งที่เหมือนกันน่าจะเป็นฝ่ายเดโมแครตมากกว่าเพราะนางคลินตันนั้นเรียกว่าเคยทำงานในสมัยก่อนหน้ามาก่อนที่จะมาช่วงชิงตำแหน่งประธานาธีบดีในปีที่แล้ว อีกข้อหนึ่งก็คือในสมัยนั้นผลป๊อปปูล่าร์โหวดดูเหมือนจะอยู่กับ ริชาร์ด นิกสัน อยู่ก่อนแล้วไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามแต่ประการใดในขณะที่กรณี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นมีข่าวที่เป็นรองฝ่ายตรงข้ามออกมาเป็นระยะๆและดูเหมือนว่าจะแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทีนี้ถ้าเรื่องอื้อฉาวจากเซริฟเวอร์เมล์ของเธอเป็นจริงอย่างที่บอกว่าเป็นฝีมือรัฐบาลรัสเซียแล้วก่อนการเลือกตั้งแต่ผลปรากฎว่าเธอไม่มีความผิด นั่นหมายความว่าการขี้นำว่าทรัมพ์เกี่ยวพันกับรัสเซียก็จะเข้าแก๊ปกับผลการสอบสวนของเอฟบีไอในก่อนหน้านั้นทันที ?

เมื่อเยอรมันประกาศกร้าว : เราหวังพึ่งมะกันและอังกฤษไม่ได้แล้ว

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/06/06/entry-1

ส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่าเธอไม่น่าจะกล่าวอะไรรุนแรงขนาดนั้นเพราะนั่นหมายความว่าเธอเองยอมรับว่าสหภาพพึ่งพิงอเมริกาและอังกฤษมาโดยตลอดในขณะที่ใครๆก็ทราบดีอยู่แล้วว่าวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดกับกรีซนั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไรเพราะหัวหอกของสหภาพในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้นเน้นบทบาทของ เยอรมันและฝรั่งเศสเป็นสำคัญ นั่นอาจจะเป็นเพียงสัญญาณบ่งบอกทิศทางแบบคร่าวๆว่าความเป็นสหภาพนั้นเปลี่ยนแปลงไปแต่ถึงขั้นไม่คบค้ากับประเทศที่อยู่นอกสหภาพคงจะไม่ใช่ขนาดนั้น

อีกประการหนึ่งก็คือหากรัฐบาลอเมริกาชุดปัจจุบันมีนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับสหภาพและดูเหมือนจะตรงกับความต้องการของทฤษฎี Brexit มากกว่าเช่นการจำกัดจำนวนผู้อพยพ หรือ ลดการช่วยเหลือหรือให้ชาวตะวันออกกลางมาพึ่งพิง เรื่องนี้จริงๆแล้วก็เป็นสิ่งที่สหภาพต้องแก้ไขว่าเรื่องของมนุษยธรรมกับผลได้ผลเสียของประเทศในกลุ่มนั้นเป็นอย่างไรเพราะการเลือกตั้งในอังกฤษที่ผ่านมาแม้นางเทเรซ่า เมย์จะได้จัดตั้งรัฐบาลแต่ต่อมาเมื่อผลการเลือกตั้งในอเมริกาพลิกโผว่าผู้ที่ได้รับตำแหน่งไม่ใช่นาง ฮิลลารี คลินตัน สิ่งที่คาดว่าจะเหมือนเดิมและคล้ายคลึงกับรัฐบาลชุดก่อนจึงแน่นอนว่ามันต้องแตกต่างกันออกไป หากเธอพูดออกมาในทำนองนี้จริงนี่ยิ่งสะท้อนความอ่อนแอของสหภาพได้มากขึ้นซึ่งจริงๆแล้วผู้เขียนก็ยังไม่ได้อ่านต้นฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษที่เป็นถ้อยแถลงของเธอแต่อย่างใด เพราะในขณะที่กลุ่มต่อต้านการรวมกลุ่มหรือ Eurosceptism กำลังอยากที่จะสลายขั้วของสหภาพในยุโรปการเน้นผลได้ผลเสียก็กลายเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและน่าสนใจกับทุกๆประเทศทั่วโลกไปในคราวเดียวกันดังนั้นโทนของคำพูดจากนางแมร์เคิลจึงไม่น่าจะสรุปออกมารุนแรงขนาดนั้นเพราะเหตุผลที่อเมริกากับอังกฤษมีแนวโน้มเช่นนั้นจริงๆแล้วเป็นปัญหาสังคมล้วนๆที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจสักเท่าไหร่ พูดง่ายๆว่าสหภาพสร้างต้นทุนให้ประเทศในกลุ่มจากปัญหาสังคมทั้งหลายในขณะที่ถ้าไม่มีการรวมกลุ่มต้นทุนเหล่านี้ก็จะไม่มีนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่สหภาพสามารถที่จะดำเนินสัมพันธไมตรีกับชาติอื่นๆที่เริ่มมีแนวคิดแบบนี้ก็คือการจัดการปัญหาภาระพึ่งพิงจากผู้อพยพหรือทำอย่างไรก็ได้ที่จะไม่ให้ผู้คนดั้งเดิมของทุกชาติในกลุ่มต้องมามีภาระในส่วนนี้เพิ่มเติมเนื่องจากทุกประเทศในกลุ่มอาจจัดการเรื่องในประเทศของตัวเองยังไม่ดีพอดังนั้นในเมื่อเขายังเอาตัวไม่รอดก็ยังจะเอาภาระอย่างอื่นไปถ่วงเขานั่นจึงเป็นที่มาของความนิยมในลัทธิต่อต้านการรวมกลุ่ม

มาถึงในแง่แนวคิดแบบสังคมนิยมบ้างว่าเหตุใดทางสหภาพไม่ชี้เป้าไปที่จีนแต่มักจะเน้นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอังกฤษและอเมริกาแทนทั้งๆที่อดีตเจ้าพ่อแห่งความเป็นลัทธิคอมมิวนิสต์ขนาดแท้และดั้งเดิมนั้นอย่างจีนนั้นกำลังรุกคืบความมีอิทธิพลของชาติตัวเองไปทั่วโลก ผู้เขียนเองไม่ใช่พวกต่อต้านจีน แต่หลายสิ่งหลายอย่างในความเป็นจีนนั้นมักจับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป “เมื่อสหรัฐและอังกฤษกลายเป็น “ตัวแปรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้” นั่นย่อมหมายถึงการแตกสลายของพลังตะวันตก ที่เคยเป็นกำแพงยักษ์ของค่านิยมแห่งตะวันตก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเสาหลักแห่งการปกปักรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของโลกตะวันตก” สำหรับผู้เขียนแล้วนี่ไม่ใช่ปัญหาของสหภาพแต่สหภาพปรับตัวกับการสลายขั้วการรวมกลุ่มของชาติตะวันตกเพราะสิ่งที่ค่อยๆเข้ามาแบบแอบแฝงได้ไม่ทันท่วงทีต่างหาก

อย่างไรก็ดีผู้เขียนเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะมีกึ๋นมากกว่าที่เป็นและน่าจะสามารถกอบกู้สถานภาพของสหภาพให้กลับคืนมาได้อีกครั้งซึ่งเราก็คงจะได้เห็นกันว่าถ้าสหภาพไม่พึ่งพิงอเมริกาและอังกฤษมันจะเกิดผลลัพธ์อย่างไร ? 

การเมืองเมืองผู้ดี : ล็อกมีไว้ให้พลิก!

การเมืองเมืองผู้ดี : ล็อกมีไว้ให้พลิก!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/06/16/entry-1

ผลการเลือกตั้งนั้นไม่เป็นที่น่าแปลกใจครับเพราะผู้นำอังกฤษคนล่าสุดนั้นเธอมีภาพพจน์เช่นนั้นจริงๆที่สำคัญเธอมีความเหมือนกับ ฮิลลารี คลินตัน ค่อนข้างมากดังนั้นเมื่อแนวโน้มไม่สัมพันธ์กันกับการเมืองอเมริกาในบางส่วนคนอังกฤษจึงอยากจะเลือกนายคอร์บินมากกว่าเพราะคนรุ่นใหม่นั้นคงจะไม่ได้ยึดติดกับภาพของ นางมากาเรค แทตเชอร์ นักอีกทั้งนโยบายของนายคอร์บินยังออกมาในแนว Obama Care ที่สื่อความหมายออกมาในแนวว่าคนอังกฤษสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวกับเหตุผลที่ว่าจะเกิด Brexit อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ก็ได้ ? ส่วนเหตุผลในเรื่องของการยุบสภาเพื่อเร่งเวลาให้เกิด Brexit  นั้นประมาณว่าเธออาจจะคิดว่าน่าจะผลักดันอะไรได้เร็วขึ้นในขณะที่ฝรั่งเศสกำลังจะเลือกตั้งและผลปรากฎว่านางมารีเลอเพนน์ผู้นำสายต่อต้านยูโรนั้นมีโพลออกมาไม่ค่อยดีในเวลาต่อมานั่นเอง พูดง่ายๆว่าถึงแม้ Brexit จะดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากแนวโน้มความเป็นไปจากชาติอื่นๆในกลุ่มนั่นเอง

ลองมาคิดดูว่าถ้านางเลอเพนน์ได้เป็นประธานธิบดีฝรั่งเศสคนใหม่ การเลือกตั้งในอังกฤษหนที่ผ่านมานั้นผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นแบบนี้หรือไม่ ? สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่ามันมีผลอย่างมากเลยครับ 

เมื่อทรัมป์ฉีกข้อตกลงปารีส ก็เท่ากับประกาศเป็นศัตรูกับโลก

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/06/09/entry-1

เหตุผลของทรัมป์น่าจะมาจากเรื่อง Shell Oil เป็นหลักครับเพราะการก่อมลพิษจากเทคโนโลยีการสกัดเชื้อเพลิงจากหินน้ำมันที่มีอยู่มากมายในอเมริกาแล้วอเมริกาคิดจะใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้แทนการนำเข้าเชื้อเพลิงจากประเทศอื่นๆนั้นเรียกได้ว่าเทคโนโลยีและผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยังก่อให้เกิดมลภาวะอยู่มากแต่ในเมื่อโครงการนั้นเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลชุดก่อนนั่นก็หมายความว่าเขาเลือกที่จะสนับสนุนโครงการนี้มากกว่าข้อตกลงปารีสที่มาจากผลงานของรัฐบาลชุดที่แล้วเหมือนกันแต่ปัญหาก็คือเหตุใดจึงไม่มีคนมองตรงจุดนี้ว่าที่จริงแล้วมันก็คือผลงานจากรัฐบาลชุดที่แล้วทั้งสิ้น ?

ประเด็นที่สองก็คือเรื่องของถ่านหินที่ประธานาธิบดีผู้นี้ยั้งสนับสนุนในการนำเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงสะอาดหมดจดมาใช้ในขณะที่ประเทศอื่นนั้นเริ่มจะลดปริมาณการใช้ถ่านหินข้อนี้ก็น่าจะประมาณว่าหากผู้ก่อมลพิษจะต้องจ่ายก็จะได้ไม่คุ้มเสียเป็นหลักแต่จริงๆแล้วเหตุผลที่แอบแฝงอยู่นั้นมันอาจจะหมายถึงอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินภายในประเทศด้วยนั่นเอง เพราะถ่านหินจากอเมริกานั้นถือได้ว่ามีคุณภาพค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ในขณะที่ภาวะขาดแคลนถ่านหินในจีนนั้นยังมีให้เห็นอยู่เนืองๆ

ข้อต่อมาก็คือ การลดการนำเข้าปิโตรเลียมจากประเทศตะวันออกกลาง หรือโซนที่มีปัญหาทั้ง อิรักอิหร่าน ISIS ซีเรีย ในบริเวณใกล้เคียง พูดง่ายๆอเมริกานั้นอุดมไปด้วยถ่านหินและหินน้ำมันดังนั้นถ้าลดการนำเข้าปิโตรเลียมจากประเทศอื่นๆมาได้บ้างตัวเลขการนำเข้าก็จะดีขึ้นแถมยังสามารถผลิตเองใช้เองและส่งออกได้อีกต่างหากซึ่งหากไปอะไรกับข้อตกลงปารีสจนครบถ้วนกระบวนความมันก็หมายความว่าสิ่งที่จะได้จากการลดการนำเข้าแล้วเปลี่ยนไปใช้ Shell Oil หรือ คงสภาพการใช้ถ่านหินก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

ทีนี้มาถึงผลเสียบ้างที่แน่นอนว่าสิ่งที่คนอื่นเขาเห็นดีเห็นงามแต่ตัวเองไม่เห็นดีด้วยนั้นมันคงจะไม่ใช่อะไรที่สู้ดีนักโดยเฉพาะคำว่า มิตรภาพ ซึ่งรัฐบาลทรัมพ์ค่อนข้างล้มเหลวกับเรื่องแบบนี้ แต่แล้วการที่ใครจะไม่เห็นด้วยแล้วมีคนมาพูดทำนองว่า Let’s make our planet great again มันออกจะสะท้อนอะไรออกมาได้แบบไม่น่าจะนึกถึงได้เช่นกันว่าการเห็นต่างแล้วไม่ได้ตกลงด้วยมันเป็นความผิดอย่างมหันต์ ? ทั้งๆที่มันเป็นปัญหาของนโยบายภายในประเทศที่ขัดกันจากรัฐบาลชุดที่แล้วที่ถ้าเลือกจะเดินหน้านโยบายหนึ่งก็จะต้องลดอีกนโยบายหนึ่งไปในตัว ? หากเรามองในมุมกลับการทำอะไรใหญ่เกินตัวแต่ขัดกันเองน่าจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่า ? 

โกหกเต็มหน้า!

http://oknation.nationtv.tv/blog/blackcheepajornlok/2017/07/04/entry-1

เรื่องแบบนี้มันจะดูตลกและหน่อมแน้มไปทันทีครับถ้ามันเกิดกับประเทศที่ผลป๊อปปูลาร์โหวดแตกต่างจากผลการเลือกตั้งที่แท้จริง ! สำนักข่าวกรองกับสำนักข่าวไม่ได้กรองของอเมริกานั้นเรียกได้ว่าน่ากลัวพอๆกันเพราะไม่กรองแล้วอยากให้เป็นข่าวก็มีหรือกรองแล้วแต่ไม่ปล่อยออกมาปล่อยให้นักข่าวเดากันด่ากันเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ก็มี ประมาณว่าไปอะไรกันนักหนาเดี๋ยวบ่ายก็พูดอย่างก็เอาไปลงข่าวกันไม่ให้มันแน่นอนก่อนจะเอาไปลงแบบนั้น ? ผู้เขียนกำลังนักอยู่เช่นกันว่าถ้ามีสื่อไม่ชอบผู้เขียนถ้าเราพูดความจริงพูดสิ่งที่กรองแล้วข่าวจะออกมาแบบนั้นไหม กับกรณี โดนัลด์ทรัมพ์ มันก็คงคิดมาดีแล้วนั่นแหละครับ 

'จุดสลบ' ของนโยบาย ประเทศไทย 4.0

http://oknation.nationtv.tv/blog/black/2017/05/18/entry-1

การตั้งมาตรฐานของตัวเองกับมาตรฐานของคนอื่นนั้นไม่เหมือนกันเพราะมาตรฐานส่วนรวมคือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแต่ถ้าไม่มีมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาก่อนแล้วคิดจะเข้าสู่มาตรฐานที่มีปัจจัยหลายอย่างกว้างกว่าที่จะปรับตัวให้ไปถึงได้ เรื่องนี้ยังไงก็ยังยาก ความเห็นของผู้เขียนนั้นมันอยู่ที่หลักของ Social Cash – Flow Development คือ ถ้ามันยังมีแค่ 0.4 เราก็ทำอะไรที่มันไม่เสียหายไปกว่า 0.4 แต่จะต้องทำให้มันเพิ่มขึ้นหรือลดรายจ่ายให้มันมีสะสม และแน่นอนว่ากว่าจะถึงค่ามาตรฐานคือ 4.0 การสะสม 0.4  ไว้สิบครั้งค่อยๆทำไปมันก็มีทางที่พอจะเป็นไปได้ไม่ยาก ปัญหาของ 4.0 ก็คือ ความพยายามที่จะรวบรัดพัฒนาให้เกิดได้ในเวลาอันสั้น (Shorten Session) ภาวะแวดล้อมเป็นอย่างไรไม่ลงลึกรู้แต่ว่าควรจะมีแบบนั้นควรจะสร้างสรรแบบนี้ซึ่งมันแตกต่างกับ สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า จปฐ เพราะนั่นคือวัตถุที่จับต้องได้ เราจะมีสิ่งเหล่านั้นได้เราต้องมีเงินมีคนมากพอที่จะก่อให้เกิดสิ่งเหล่านั้นได้แค่ไหน ? ก่อนจะไปถึง 4.0 อาจจะควรมี จปฐ ของ 4.0 ในขั้นต้นก่อนหรือไม่ เพราะ 4.0 ที่ว่านั้นมันน่าจะหมายถึง ความครบถ้วน (Complete) ที่แตกต่างจากคำว่า สมบูรณ์แบบ (Perfect) แต่หากยังงมโข่งกันว่า ครบถ้วน คือ สมบูรณ์แบบ ยังไงก็ไม่ถึงจุดหมายแน่นอน

 4.0 (Completed-4) ที่ว่านั้น การคิดเป็นทฤษฎีและแนวทางปฎิบัติออกมาเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วว่าเป้าหมายคืออะไร ? แต่ความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือแผนงานการดำเนินการโดยเฉพาะการจัดเรียงลำดับการทำงาน (Operation Arrangement) ลำดับความสำคัญ (Leverage) ที่จริงๆแล้วควรมีทั้งแนวราบแนวดิ่ง (Axis Operation) ส่วนจะกำหนดแนวดิ่งแนวนอนเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ว่ากันไปแต่หากไม่ทำแบบนี้การพล็อตกราฟก็จะไม่เห็นเป็นลำดับขั้นว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงไปถึงขึ้นไหน

ตามความเห็นของผู้เขียนแล้วเห็นด้วยในบางส่วนกับอาจารย์สมเกียรติในเรื่องการศึกษาและระบบราชการที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา แต่เหตุผลในข้อนี้แท้จริงแล้วมันก็วนไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล่ำในการกระจายรายได้ (Unbalance Income Distribution) เหมือนที่ผ่านมา จนเราลืมกันไปหรือแกล้งลืมกันไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ (เพราะแก้ไม่ได้สักที) และเมื่อมันมาถึงต้นตอที่นี่มันก็มีจุดสุดยอดไปมากกว่านั้นนั่นก็คือ ความเลื่อมล้ำของโอกาสทางสังคม (Unbalance Social Opportunity) ? ส่วนหากจะบอกว่าเป็นเพราะระบบราชการและการศึกษานั่นแหละที่ทำให้เกิดความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำลักษณะนี้ผู้เขียนคิดว่ามันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ทุกวันนี้เราให้ทุนเด็กไปเรียนหนังสือกันมากขนาดไหน (Mass Scolarship) ? เราพัฒนาระบบการจ้างงานที่บริสุทธิยุติธรรมได้แค่ไหน (Ethical Employment) มีการตรวจสอบภาคเอกชนด้วยหรือไม่ (Cross Inspection) เราทำให้ทุกบริษัทมองคนที่ความสามารถไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ประดับกายหรือหวาดเกรงคำครหานินทาที่ไม่เกี่ยวกับงานได้แค่ไหนที่เมื่อระบาดไปที่นึงอีกที่ก็ระบาดตามเพราะคิดว่ามันคือกระแสได้หรือไม่?(Mis-concept Influence) ทุกวันนี้มีคนต้องไปเปิดเอสเอ็มอี ขายหมูปิ้ง ขายของแบบไม่มีความแน่นอนกันมากมาย และแม้จะมีรายได้มากในบางกรณีแต่นั่นก็ไม่ถาวรและยั่งยืนเพราะหาได้น้อยมากที่จะพบเห็นสิ่งเหล่านั้น ความเป็นไปในปัจจุบันของระบบการจ้างงานในปัจจุบันนั้นยังพึ่งพาเงินทุนอยู่สูง (Capital Intensive) ผู้ที่มีทุนมากกว่าก็ย่อมจะสามารถจะเบียดคู่แข่งได้ง่ายดาย  ประการสำคัญภาวะใครใหญ่ใครอยู่อวดศักดาข่มขวัญข่มขู่ผู้ที่มีความเป็นอยู่ทางสังคมต่ำกว่าก็ยังมีให้พบเห็นกันอยู่ทั่วไป แต่ที่เป็นไปได้ยากที่สุดก็เพราะเรากำลังโกหกตัวเองอยู่หรือไม่ว่าเรื่องพวกนี้มันไม่มีอยู่จริงโดยเฉพาะการเอารัดเอาเปรียบ ทำนาบนหลังคน ?  สิ่งที่ควรทำก็คือ การพัฒนาแบบคู่ขนาน (Alongside Development) ที่ไม่ใช่ทฤษฎีทุนนิยมล้วนแบบ Zero Sum Game ไปพร้อมๆกัน เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ โอกาสที่ปัญหาการศึกษาและระบบราชการจะยังคงเป็นอุปสรรคก็จะยังคงมีอยู่ต่อไป เพราะมันเข้าถึงตัวบุคคลไปแล้วไม่ใช่การศึกษาหรือระบบราชการ ส่วนความเห็นเรื่องการกรอกตม.นั้นหากในภาวะที่อาชญากรรมออนไลน์และออฟไลน์ยังเกลือนเมืองอยู่แบบนี้งานเอกสารผู้เขียนยังเห็นว่าจำเป็นเอามากๆครับ หากพัฒนาระบบอินเตอร์เนทให้ได้มาตรฐานปลอดภัยได้มากกว่านี้ค่อยคิดเรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า 

ขงเบ้งกับเล่าปี่ ในประเทศไทย 4.0

http://oknation.nationtv.tv/blog/black/2017/05/19/entry-1

สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การหาคนคิดหรือคนทำแต่เราต้องยอมรับว่าคนเรานั้นแตกต่างกัน (Individual Capability) บางคนคิดดี แต่ทำออกมาแล้วฝีมือไม่ดี (Creative Concept Maker) บางคนฝีมือดีทำออกมาดีแต่ไม่มีความคิด (Operative Concept Maker) ถ้าคนทำอยากเป็นคนคิดด้วยเพราะทำได้แล้ว และถ้าคนคิดอยากลงมือทำขึ้นมา มันก็จะไม่มีวันสำเร็จเพราะสิ่งที่ออกมามันก็จะขาดๆเกินๆ แต่ถ้ามันมีภาวะที่คนคิดและคนทำอยู่กันได้ (Creative Operation) มีงานทำ ไม่เดือดร้อน ภาวการณ์เอาเปรียบอยากเป็นอะไรที่ตัวเองไม่มีความสามารถและไม่ถนัดมันก็จะยุติได้โดยง่าย ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าจะดีเป็นอย่างยิ่ง 

จุดพลุรถไฟฟ้ารางเบาหมื่นล้าน คมนาคมชู "ขอนแก่นโมเดล"

http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitourismsociety/2017/03/29/entry-1

http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitourismsociety/2017/05/23/entry-1

ขอนแก่นเป็นจังหวัดทิ่ริเริ่มโครงการนี้เป็นที่แรกโดยผนวกเอาความเป็นไปได้สำหรับสื่อสารมวลชนสำหรับคนในเมืองใหญ่ๆที่มีขนาดความเป็นเมืองไม่เท่าเทียมกับกรุงเทพ ประมาณว่ากว่าที่ความเป็นเมืองจะเต็มที่กับหัวเมืองแต่ละภูมิภาคมันอาจจะใช้เวลานานมากและหากจะมีการก่อสร้างขนส่งมวลชนแบบในกรุงเทพที่คงจะไม่มีคนใช้กันอย่างแพร่หลายนักผลที่ตามมาก็คงจะไม่ต้องเดากันให้เหนื่อยเปล่า

อย่าไงก็ตามความสำเร็จของ LRT เมืองขอนแก่นนั้นเรียกว่าเหมาะเจาะพอดิบพอดีกับการนำความคิดดั้งเดิมเรื่องรถรางในสมัยก่อนมาผนวกเข้าไว้กับรถไฟฟ้าแบบที่มีในกรุงเทพ (Combination Format) เพราะนอกจากจะไม่มีการลงทุนที่สูงจนเกินไปแล้วเส้นทางที่ก่อสร้างก่อนที่ขนาดของเมืองในแต่ละภูมิภาคจะขยายใหญ่โตไปมากกว่านี้ก็ยังน่าจะสามารถรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าแบบในกรุงเทพต่อไปในอนาคตได้ด้วยอีกต่างหาก

สำหรับเชียงใหม่แล้วผู้เขียนนั้นพักอาศัยอยู่แถบๆถนนสายรอบเมืองซึ่งโครงการรถรางมวลเบาของเชียงใหม่นั้นไม่มีเส้นทางใดเชื่อมต่อไปถึงเพราะการวางโครงสร้างของรถรางลักษณะนี้นั้นจะเน้นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานีขนส่งมากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเชียงใหม่เป็นหลักที่เรื่องรายละเอียดของโครงการนั้นผู้เขียนไม่ได้ทราบมากมายนักเพียงแต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองเสนอแนะความเห็นเหล่านี้ดูนั่นก็คือ

1.เส้นทางหลักที่มีการวางโครงการขึ้นมาแล้วนั้นควรจะเป็นเส้นทางที่สามารถใช้โดยสารเข้าออกเมืองได้ทุกทิศทาง (Surroundivity) เพื่อที่การต่อขยายจะได้ทำได้ง่ายในโอกาสต่อไป ไม่ใช่เป็นเพียงเส้นทางสำคัญต่อการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้ของจังหวัดเพราะมันเป็นลักษณะของ ขนส่งมวลชนจังหวัด ไม่ใช่ขนส่งมวลชนเพื่อการพาณิชย์เป็นสำคัญ

2.ควรยุติปัญหาที่จะตามมาจากการรวมตัวของรถสองแถวเมืองเชียงใหม่ให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ (Transportation route) เพราะไม่งั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะไม่มีรายได้ที่แน่นอนตามที่ควรจะเป็น หรือไม่ก็กำหนดการแบ่งเส้นทางการเดินรถให้แน่นอน

3.จุดที่ไปตั้งสถานีนั้นควรจะกระจายความเจริญให้เมืองเชียงใหม่มากกว่านี้เพราะไม่งั้นความแออัดก็จะไปกระจุกตัวที่จุดใดจุดหนึ่งเพียงที่เดียว ก่อนดำเนินงานสร้างควรมีการหารือหรือวางแผนเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะหากไปสร้างเฉพาะเส้นทางและสถานีที่มีคนแออัดอยู่แล้วเพียงอย่างเดียว โครงการบ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า หรือ สิ่งปลูกสร้างใหม่ๆก็จะไม่เกิดในจุดอื่นๆ ที่ออกจะขาดแคลนสิ่งเหล่านี้  พูดง่ายๆก็คือ ใช้ขนส่งมวลชนกระจายความเจริญให้ทั่วถึง (Urbanized Transportation) แทนที่จะคำนึงถึงสิ่งที่ขนส่งมวลชนจะได้รับจากผลได้ที่มาจากการไปสร้างอะไรในที่ที่มีประชากรหรือนักท่องเที่ยวหนาแน่นเพียงอย่างเดียว

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/07/06/entry-1

ปัญหาสาธารณสุขไทยใหญ่หลวงนัก คนไทยทำบุญกับโรงพยาบาลรัฐกันดีไหม?

เทคโนโลยีบางอย่างเราจะไม่พบในโรงพยาบาลเอกชนแต่จะพบในโรงพยาบาลของรัฐบาลใหญ่ๆเท่านั้นครับดังนั้นการทำบุญกับโรงพยาบาลของรัฐก็จะยิ่งทำให้โรงพยาบาลเอกชนมีปัญหา การเลือกคนไข้ทำได้แต่การเลือกหมอกลายเป็นสิ่งที่ลำบากยากเย็น นอกจากค่ารักษาแล้วการบริการก็สำคัญ บางแห่งที่รักษาดี ยาดี อาจจะบริการไม่ดี แต่บางที่ที่บริการดีอาจจะรักษาไม่ดี หรือให้ยาผิดบ่อยๆ (Selective Services ) แบบนี้ก็มีเยอะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออก

-จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารัฐบาลอุดหนุนเงินทุนบางส่วนในการนำเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยไปใช้ในโรงพยาบาลเอกชนด้วยจุดประสงค์ในการกระจายการรักษาพยาบาลให้ทั่วถึง ?(Public & Private Cross Operation) รวมถึงกำหนดเพดานค่ารักษาพยาบาลให้อยู่ในจุดที่เป็นที่น่าพอใจกับทุกฝ่าย

-จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกโรงพยาบาลสามารถทำให้คนไข้สะสมเงินเข้า กองทุนค่ารักษาพยาบาลส่วนตัว (Self Medical treatment Funding) เพียงแต่เราเปลี่ยนไปฝากเงินไว้ที่ธนาคารแทนที่จะไปทำประกันสุขภาพ นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังฝึกนิสัยการออมได้ด้วยอีกต่างหาก เพราะหากเจ็บป่วยจนต้องกู้เงินไปจ่าย สู้ฝากถอนหรือกู้เงินกับโรงพยาบาลและฝากเงินกับโรงพยาบาลไปเลยจะไม่ดีกว่า ? แน่นอนว่าอีกนัยนึงโรงพยาบาลเองก็จะมีรายได้จากการฝากเงินและดอกเบี้ยเงินกู้ แทนที่เราจะเห็นคนยากคนจนไปกู้หนี้นอกระบบมารักษาตัวพอรักษาหายก็เป็นหนี้หัวโต ?

พื้นที่สีเขียว...เมืองมรดกโลก ...นิกโก้

http://oknation.nationtv.tv/blog/Mynews/2017/05/08/entry-1

ผู้เขียนไม่เคยไปนิกโก้ครับ แต่เคยได้ยินมาว่าคนส่วนใหญ่ไปไหว้พระกันที่นั่นเป็นหลัก เพราะมีพระพุทธรูปองค์สำคัญๆอยู่หลายองค์ รูปแรกถ่ายได้สวยมากครับ และหากเพิ่มเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับประวัติของสถานที่เอาไว้ด้วยก็จะขอบพระคุณมาก ยังติดตามเรื่องราวในบล็อกอยู่เช่นเคยครับ

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/07/03/entry-1

สนุกแม้จะฟังไม่รู้เรื่องกับ Midnight Dinner หนัง Comedy Drama ญี่ปุ่น]

ประมาณว่าฮิตมากจนทำเป็นหลายเวอร์ชั่นครับเพราะเนื้อเรื่องนั้นสามารถดัดแปลงได้ด้วยอีกต่างหากแต่ผู้เขียนก็คิดว่าสักวันมุขนี้คงจะเหมือน โคนัน หรือ คุณตำรวจป้อมยาม

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/06/27/entry-1

พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ.2560 ปรับสี่ถึงแปดแสนบาท

ถ้าเพิ่มโทษให้มากๆก็จะไม่มีใครกล้าทำ คล้ายๆการปลอมแปลงเอกสาร เพราะถ้าทำขึ้นมาทีนึงนอกจากจะต้องหมดไปกับการปิดบังซ่อนเร้นหรือทำลายหลักฐานไปเรื่อยๆแล้วความเสียหายที่มีต่อคนอื่นเป็นทอดๆก็จะตามมาอีกมาก ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนก็คือตั้งโทษให้หนักถ้ามีหนต่อไปก็เอาให้หนักกว่าเดิม อย่าให้มายอกย้อนกันได้อีกเพราะมันจะสะท้อนถึงความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จัดการอะไรไม่ได้ที่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นก็คือนายจ้างที่รู้เห็นเป็นใจ จุดนี้ต้องจัดให้หนัก(Double Impact)เพราะความเห็นแก่ตัวในแง่ที่ว่าตัวเองจะไม่มีคนทำงานให้หรือกลัวจะไม่กำไรที่จ้างคนไทยไปทำงานมันเป็นความอ่อนแอที่แท้จริงของระบบธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก เมื่อมีกฎก็ต้องทำให้ถูกต้อง

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/06/23/entry-1

แอร์พอร์ตลิงค์หยุดชั่วคราว เหตุหญิงพลัดตกรางเสียชีวิต บีทีเอสประตูหนีบผู้โดยสาร

ผู้เขียนได้เห็นคลิปแบบสโลวโมชั่นแล้วแต่ในใจก็คิดอีกแบบเช่นกันเพราะตัวเองพอจะมีประสบการณ์เรื่องวงจรปิดที่ไม่ใช่สวรรค์ชั้น11หรือนรกชั้น 8 มาแล้วอยู่บ้าง จึงสงสัยเอามากๆว่าวงจรปิดบนสถานีรถไฟฟ้านั้นมันมีแค่แบบสโลโมชั่นเท่านั้นเองหรืออย่างไร ? อาการที่เธอเหมือนจะเป็นลมแล้วตกลงไปนั้นน่าจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะภาพที่หล่นลงไปนั้นไม่ได้ลงไปตามทิศทางของแรงโน้มถ่วงแต่เหมือนเป็นการกระโดดลงไปแบบไม่มีสติ อาการเหมือนคนละเมอ หรือโดนสะกดจิตอะไรแบบนั้น แน่นอนครับเราไม่ทราบว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นแต่แรงกระแทกจากที่สูงแล้วไม่มีใครได้ยินคนร้องให้ช่วยหรือถ้าเธอกล้าจะขยับตัวได้บ้าง ร้อยทั้งร้อยต้องมีคนลงไปช่วย เรื่องเวลามันกะทันหันเกินไปนี่เชื่อถือได้ครับเพราะไม่มีใครถ่ายคลิปได้ทันก่อนที่รถไฟฟ้าจะวิ่งเข้ามาเลยแม้แต่น้อย ?ว่าแต่ว่าจะเอามาเผยแพร่ทำไมกับวงจรปิดแบบสโลโมชั่นแบบนั้นมันก็ดูเหมือนไม่มีคนกล้าไปช่วยกันพอดี ?

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/06/19/entry-1

รีวิว : ชากุหลาบตรามือ...ชาอี้แตก!!!

ยังไม่เคยกินครับ ชากูหลาบ และขอบคุณครับที่เตือน 

ข้อเสนอ พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สำหรับการปฏิรูปตำรวจ

http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2017/07/05/entry-1

เป็นความคิดที่ดีมากแต่ออกจะดูกดดันหลายฝ่ายอยู่ไม่น้อยเพราะจริงๆแล้วหน้าที่ของตำรวจก็คือรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ในขณะที่หน้าที่ของทหารเป็นการปกป้องอาณาธิปไตยและเมื่อมีการตัดสินความผิดของทหารโดยตำรวจหรือการตัดสินความผิดของตำรวจโดยทหารมันจึงกลายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ผู้เขียนมีความเห็นเพิ่มเติมสำหรับการแยกตำรวจออกจากส่วนที่เกี่ยวกับฝ่ายบริหารไปเข้ากับตุลาการครับ เพราะอำนาจอธิปไตยนั้นมีสามส่วน คือ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ หากตำรวจและทหารขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทยหรือกลาโหมเพียงอย่างเดียวนั่นก็เท่ากับว่ายังอยู่ในอำนาจบริหาร องค์กรทหารตำรวจในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของประเทศหากต้องเปลี่ยนแปลงไปตามอำนาจบริหารของรัฐบาลในแต่ละสมัย ความต่อเนื่องและความเล่นพวกเล่นพ้องก็จะมีอยู่มากเป็นเงาตามตัว (Continuation & Nepotism) ดังนั้นหากโครงสร้างตำรวจทหารจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐบาลในแต่ละสมัยหมายความว่าทุกอย่างก็น่าจะมีบางส่วนถูกผูกอยู่กับฝ่ายบริหารเป็นหลัก (Administration Binding) ความบริสุทธิ์ยุติธรรมก็จะไม่เที่ยงแท้แต่ต้องเปลี่ยนไปตามอำนาจบริหารในแต่ละสมัยที่ผลที่ตามมาก็คือในสมัยหนึ่งอาจจะไม่เหมือนอีกยุคนึงภายใต้ตัวบทกฎหมายเดียวกัน ?แน่นอนว่ามันมีส่วนเป็นอย่างมากที่ทำให้รัฐธรรมนูญของประเทศนั้นดูไม่ศักดิ์สิทธิ์

20 ปีก่อนเกิด วิกฤติต้มยำกุ้ง พรุ่งนี้อาจจะเป็น วิกฤติกบต้ม

http://oknation.nationtv.tv/blog/black/2017/07/04/entry-1

มองแบบเป็นกลางถ้าเศรษฐกิจโลกเป็นหม้อใบหนึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าน้ำที่ใส่นั้นเยอะแค่ไหน ? หม้อที่มีน้ำเยอะมันก็อาจจะลอยตัวหรือกระโดดออกมาได้ง่ายนะครับ  ภาวะกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) กับสิ่งที่เรียกว่า กระแส (Drift) นั้นดูๆไปแล้วมันพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่พอสมควร กระแสอาจสร้างความเปลี่ยนแปลง (Transition) แต่ความเปลี่ยนแปลงไม่เคยสร้างกระแส หากเราต้องการสร้างกระแสด้วยเหตุผลบางอย่างสิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเกิดขึ้นได้และไม่ได้พอๆกัน ในภาวะที่กระแสไหลไป (Drift Away) แต่การเปลี่ยนแปลงเป็นศูนย์หรือติดลบ (Static & Negative Transition) ช่องว่างของสิ่งที่เป็นไปได้และไม่ได้ก็จะเห็นชัดขึ้น

กรณีไฟไหม้สะท้านโลกที่ลอนดอน : หรือมาตรฐานลอนดอนเท่ากับโลกที่สาม?

http://oknation.nationtv.tv/blog/black/2017/07/05/entry-1

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่าไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุครับแต่น่าจะเป็นการจงใจให้เป็นไปหรือไม่ก็วางเพลิง สื่อบางแหล่งข่าวจากอังกฤษแจ้งว่าต้นเพลิงนั้นเกิดจากตู้เย็นระเบิดแต่บางแหล่งข่าวก็บอกว่าเกิดจากวัสดุที่ใช้ปลูกสร้างไม่ได้มาตรฐาน ทีนี้เหตุผลมันก็คงจะไม่ค่อยเข้าท่านักเพราะถ้าตู้เย็นระเบิดมันก็จับมือใครดมไม่ได้อยู่ดี และแม้การระเบิดของตู้เย็นจะรุนแรงสักเท่าใดก็ตาม เสียงและแรงระเบิดก็น่าจะทำให้มีคนได้ยินและได้กลิ่นกันก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ลามไปทั้งตึก เรื่องนี้อย่าลืมว่าก่อนหน้านั้นในอังกฤษก็มีการก่อวินาศกรรมมาก่อนแม้จะไม่รุนแรงเท่าฝรั่งเศสหรือตุรกี และหากวัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน นั่นหมายความว่าหากเกิดกับตึกอื่นอาจจะไม่เป็นแบบนี้ที่หมายความว่าทุกตึกที่ใช้วัสดุแบบเดียวกันหมดหรือถูกก่อสร้างโดยบริษัทเดียวกันก็จะถูกตรวจสอบแต่แล้วข่าวคราวลักษณะนี้ก็ไม่เห็นจะมีปรากฎแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจากนั้นพรรคแรงงานก็ได้คะแนนเสียงมากกว่าพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งหนล่าสุด ? 

ท้ายอีกนิดก็คือผู้เขียนยังอยากแจ้งทุกท่านว่าผู้เขียนไม่เคยขับมอเตอร์ไซด์สีขาว ฟิโน่สีน้ำตาลทอง หรือ สีดำแดงแต่อย่างใด และหน้าตาก็ไม่ใกล้เคียงเลยกับบล็อกเกอร์พาจร หรือ ผู้ชายที่โฆษณาอีโน เวอร์ชั่น ปลาหมึกยักษ์ในตลาดน้ำ(คือมันมีปลาหมึกยักษ์ไปอยู่ในตลาดน้ำจืดนี่ก็ไม่น่าแล้ว) ตลอดจน ปชส ของ สสส ชุด พักเหล้าพักตับ ชุดล่าสุด ส่วนหากใครถามว่าทำไมต้องใส่ภาษาอังกฤษลงไปด้วยเวลาเขียนอะไรพวกนี้ออกมา ตรงนี้ก็อยากให้เข้าใจครับว่าไม่ได้ดัดจริตแต่ประการใดแต่เป็นเพราะคำศัพท์ในไทยและภาษาอังกฤษมันมีอยู่มากมายหากสื่อความหมายได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้นก็น่าจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายมากขึ้นว่าผู้เขียนต้องการหมายถึงอะไรครับ  

Hiriotappa

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น