*/
  • Hiriotappa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 342
  • จำนวนผู้ชม : 469448
  • จำนวนผู้โหวต : 56
  • ส่ง msg :
  • โหวต 56 คน
EndlessMemorySymbol

ทุกๆปีจะมีงานรดน้ำดำหัวที่โรงเรียนที่เคยศึกษามาพอดีวาดรูปโรงเรียนไว้หลายๆแง่มุมก็เลยจับมาทำวีดีโอซะเลย แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า หน่วยงานอื่น หรือ ที่อื่นๆจะไม่มีนะครับเป็นไปตามกาละเทศะ เพราะหากมีงานเก

View All
วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by Hiriotappa , ผู้อ่าน : 1280 , 23:39:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เป็นประจำนะครับว่าพอถึงช่วงตรุษจีนแล้วสิ่งที่เป็นโปรแกรมประจำปีเกี่ยวกับการรีโทรเรื่องราวของวงการโทรทัศน์ฮ่องกงจะต้องถูกนำมาเผยแพร่ที่นี่ซึ่งปีนี้ก็เช่นเคยที่เราจะมาพูดวงการโทรทัศน์ฮ่องกงในช่วงปี 2004 – 2010 ส่วนในปีหน้าก็จะเป็นระยะเวลาในช่วงปี 2011 – 2015 และปีถัดไปนั้นก็จะขอนำเอาเรื่องราวทีเกิดขึ้นในญี่ปุ่นมาพูดถึงบ้าง ซึ่งกว่าจะรีวิวกันเสร็จก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ปี ซึ่งช่วงนั้นก็คงจะได้รีวิวในส่วนของฮ่องกงกันต่ออีกคำรบ

หากพูดถึงเหตุการณ์ในช่วงปี 2005 – 2010 แล้วหลายๆท่านคงจะพอย้อนรำลึกกันได้ว่าช่วงนั้นคือช่วงขาลงของละครโทรทัศน์ฮ่องกงเพราะจำนวนละครของค่ายเอทีวีนั้นลดลงจากเดิมที่เคยมีเกือบ 10 เรื่องในหนึ่งปี แต่แม้ทีวีบีจะผลิตละครโทรทัศน์ออกมามากกว่าแต่จำนวนนั้นก็ลดลงเช่นกันจาก 20 กว่าเรื่องในหนึ่งปีเหลือเพียงสิบกว่าเรื่อง โดยปัญหาสำคัญของทั้งสองช่องนั้นก็คือ กองทัพซีรี่ย์จากต่างแดน ที่เข้ามายึดหัวหาดกันเป็นว่าเล่นแล้วก็ทำเรทติ้งได้ดีกว่าละครที่ทางค่ายผลิตเองซึ่งนั่นทำให้เอทีวีหมดปัญหาเรื่องเรทติ้งรวมถึงต้นทุนในการซื้อตัวนักแสดงมาลงละครให้กับทางค่ายซึ่งช่วงนี้เองนั่นแหละครับที่ทำให้นักแสดงละครโทรทัศน์เกือบทั้งหมดเริ่มย้ายค่ายไปอยู่ทีวีบีก่อนจะย้ายมาเกือบหมดในราวๆปี 2013 ครับ 

ส่วนเหตุผลที่ทางทีวีบียังควนละครไว้มากกว่าก็เนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าการรุกคืบของอินเตอร์เนทและเคเบิลทีวีส่วนภูมิภาคนั้นค่อนข้างจะมาแรงซึ่งธุรกิจม้วนเทปวีดีโอที่กลายเป็นสื่อบันทึกประเภทวีซีดีนั้นก็เป็นอย่างที่ทราบๆกันดีในยุคนั้นว่าการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นมีอยู่สูงปั๊มกันแป๊บเดียวก็แบ่งกันก๊อปปี้ดูฟรีกันได้ง่ายดายซึ่งหมายความว่ารายได้จากการให้เช่าแผ่นวีซีดีนั้นก็จะต้องหดหายตามไปด้วยเพราะลูกค้าเช่าแล้วนำมาก๊อปปี้แจกกันดูฟรีๆ

แน่นอนว่าทางออกที่ดีที่สุดในยุคนั้นก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการกลับไปอยู่ในรูปแบบเดิมที่กลับไปโปรโมทงานของบริษัทให้กับสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องทั่วโลกเหมือนที่เคยทำมา รวมถึงธุรกิจแบบใหม่ในส่วนของเครือข่ายเคเบิลทีวีที่สถานีโทรทัศน์เหล่านี้ก็จะมีการเผยแพร่ละครเรื่องต่างๆในเครือข่ายเคเบิลทีวีของตัวเองหรือ เคเบิลทีวีพูล  

ทีนี้พอพูดแบบนี้แล้วหลายๆคนอาจจะยังสงสัยอยู่บ้างว่าแล้วถ้าเป็นแบบนั้นหากความนิยมของละครทีวีจากต่างประเทศมันมีมากขนาดนั้นทำไม ทีวีบี ไม่ลดการผลิตละครลงไปเพื่อลดต้นทุน ? เรื่องนี้มาจากเหตุผลสามประการครับ คือ

1.ทีวีบี นั้นเพิ่งจะสร้างเมืองทีวี หรือ TV City แห่งใหม่ที่เขตเซิงกวานเสร็จสิ้นในปี 2003 ซึ่งเมืองทีวีแห่งใหม่นั้นย้ายจากเขตพื้นที่เดิมซึ่งคับแคบและดูไม่เป็นเอกเทศ ดังนั้นเมื่อทุ่มทุนมหาศาลลงไปขนาดนั้นการที่จะลดการผลิตละครลงไปก็คงจะไม่สมเหตุสมผลนักอย่างน้อยการผลิตละครเพื่อรายรับจากโฆษณาหรือนำไปขายสายต่างประเทศยังน่าจะคุ้มทุนอยู่บ้างเนื่องจากเป็นโครงการระยะยาว

2.ในยุคนั้นทีวีบีกำลังขยายเครือข่ายหรือเพิ่มจำนวนช่องเพื่อรองรับระบบการแพร่ภาพแบบดิจิตอลแต่ก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งฟ้าผ่าจากทางการฮ่องกงให้รีบแพร่ภาพเป็นระบบนี้นั้นทางบริษัทก็ได้หาทางออกไว้ก่อนหน้านั้นแล้วโดยการเพิ่มจำนวนช่องโทรทัศน์ไว้ให้หลากหลายเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายให้ได้ทั่วถึงซึ่งในยุคนั้นช่องโทรทัศน์ของทีวีบีหลักๆก็จะประกอบไปด้วย

TVB-Jade ที่เป็นช่องหลักและแม้จะแพร่ภาพมาตั้งแต่ยุค 60 แต่ผลงานละครหลักๆนั้นก็จะมีละครไม่ต่ำกว่าสามเรื่องในหนึ่งวันและทุกเรื่องล้วนเป็นละครใหม่

TVB News Channel หรือช่องข่าวโดยเฉพาะของทีวีบีที่เริ่มแพร่ภาพในปี 2004 ซึ่งข่าวนั้นจะอัพเดทตลอดเวลาเพื่อนำมาแข่งขันกับเอทีวีที่ทุ่มเทงานข่าวเช่นกัน โดยข่าวใหม่นั้นจะอัพเดททุกๆ 30 นาทีที่แม้ความนิยมออกจะน้อยกว่า เอทีวี ที่เสนอข่าวต่อต้านการปกครองฮ่องกงของรัฐบาลจีนแต่ในแง่ความเป็นสากลแล้วนี่ถือได้ว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ข่าวภาษากวางตุ้งที่ดูเป็นกลางที่สุด

TVB-J2 หลังจากเปลี่ยนระบบเป็นดิจิตอลทีวีช่วงปลายปี 2007 ทีวีบี ผุดช่องใหม่ขึ้นมาอีกช่องเพื่อรองรับซีรี่และรายการจากต่างประเทศโดยเฉพาะขึ้นมาซึ่งนั่นก็คือ TVB-J2 ช่องนี้ครับซึ่งสาเหตุนั้นเป็นเพราะกระแสซีรี่ย์เกาหลีญี่ปุ่นและตะวันตกนั้นเริ่มมาแรงจากที่เคยนำมาฉายในช่อง Jade เป็นหลักก็กลายเป็นว่าจำเป็นจะต้องเปิดช่องใหม่ช่องนี้ขึ้นมาเพื่อสนองตอบความต้องการที่เปลี่ยนไป เพราะในส่วนของ Jade นั้นจำเป็นที่จะต้องเฉลี่ยละครที่นำไปลงให้กับละครจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่กำลังดีวันดีคืนเอาไว้ด้วยซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นละครที่ทีวีบีไปร่วมทุนสร้างกับสถานีโทรทัศน์ในแผ่นดินใหญ่นั่นเอง ส่วนเหตุผลอันนี้คงไม่ต้องพูดถึงนั่นแหละครับว่าการค้าขายระหว่างแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกงนั้นถือเป็นเรื่องปกติซึ่งเรื่องเกี่ยวกับงานบันเทิงคอนเทนต์นั้นก็เช่นกันเพราะทีวีบีก็ย่อมหวังผลที่งานของตัวเองจะสามารถนำไปแพร่ภาพในแผ่นดินใหญ่ได้ด้วย

TVB Korea Channel เริ่มแพร่ภาพหลังปี 2008 แต่เป็นเฉพาะพื้นที่ในเกาหลีกับระบบเคเบิลทีวี โดยรายการส่วนใหญ่นั้นเป็นละครเก่าๆของค่ายทีวีบี

TVB-Europe  กับ เครือข่าย 48 ประเทศในยุโรป โดยจากเดิมที่เคยใช้ชื่อ The Chinese Channel Limited(TCC) มาตั้งแต่เดิมซึ่งพอมาถึงปี 2003 ทางสถานีก็เลยเปลี่ยนชื่อให้ตรงตามกับชื่อบริษัทคือ TVB-Europe  เนื่องจากแต่เดิมนั้น ทีวีบีเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครั้นพอดึงกลับมาทั้งหมดก็เลยเปลี่ยนชื่อให้เหมาะสมกับความเป็นจริงนั่นเองครับ

Astro Cantonese ช่องนี้เป็นเครือข่ายเคเบิลทีวีของมาเลเซียโดยทีวีบีนั้นนำซีรี่ย์ไปลงกับเครือข่ายนี้เพื่อเผยแพร่ผลงานของบริษัทในเขตมาเลเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พูดง่ายๆว่ามันคือการลงทุนของทีวีบีโดยมีฝ่ายจัดการรายได้หรือเอเจนต์ซี่โฆษณาของทีวีบีเองไปร่วมมือกับงานด้านเครือข่ายของบริษัทแอสโตรของมาเลเซียในฐานะ Cable TV Network Consulting  ซึ่งการแพร่ภาพนั้นส่วนใหญ่จะเป็นละครปีก่อนหน้าที่แพร่ภาพในฮ่องกงในภาษาจีนกวางตุ้งพร้อมซับไตเติ้ลเป็นภาษาบาฮาซาและอีกหลายภาษา

Astro On Demand  ช่องนี้เป็นการลงทุนอีกช่องหนึ่งระหว่าง TVB และ Astro แต่จะเน้นละครและงานบันเทิงที่แพร่ภาพพร้อมฮ่องกงเป็นรายเรื่อง (คือถ้าไปเอาเรื่องดังๆดีๆไปลงในช่องนี้ใครจะเลือกดู Astro Cantonese ? ซึ่งแม้ว่าจะดูเร็วกว่าก็ตามแต่ก็ยังเป็นภาษากวางตุ้งกับพากย์ภาษาบาฮาซาในบางครั้ง

และด้วยเหตุผลที่ว่าจำนวนช่องและเครือข่ายนั้นมากขึ้นจำนวนการผลิตละครในแต่ละปีก็เลยลดลงไปไม่มากแม้ว่ากระแสละครโทรทัศน์ฮ่องกงจะได้รับความนิยมลดลงก็ตามครับ

3.การผ่อนปรนเรื่องสัญญาของนักแสดงและการยืมตัวนักแสดงในสังกัดไปเล่นในแผ่นดินใหญ่ตลอดจนไต้หวันนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างจากในยุคก่อนๆเพราะหากไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ ทีวีบี ก็จะไม่ทำสัญญาที่บีบรัดนักแสดงมากเกินไปเพราะไม่เช่นนั้นก็จะพากันไปเล่นให้ไต้หวันหรือเมืองจีนกันหมดซึ่งหมายความว่านักแสดงในสังกัดนั้นจะมีสัญญาที่แตกต่างกันไปตามอายุงานหรือความนิยม เช่น บางคนเล่นเป็นรายเรื่องและข้ามไปเล่นช่องอื่นได้ด้วย หรือบางคนนั้นมีสัญญาเป็นจำนวนตอนที่แล้วแต่ทางค่ายว่าจะแบ่งจำนวนตอนให้เป็นละครกี่เรื่อง พูดง่ายๆว่าสิ่งที่เคยผูกมัดและมีการแช่เย็นในยุคก่อนหน้านั้นสาปสูญไปโดยสิ้นเชิงเนื่องจากวงการบันเทิงของจีนแผ่นดินใหญ่นั้นต้องการบุคคลากรและนักแสดงที่มีชื่อเสียงไปดึงผู้ชมที่นั่นนั่นเองซึ่งเรื่องนี้นั้นทำให้นักแสดงอยากมาร่วมงานด้วยมากขึ้นและหากไม่ใช้นักแสดงให้คุ้มหรือไม่ถ่ายละครเก็บไว้ให้มากๆก็จะไม่คุ้มค่าตัวนั่นเองเนื่องด้วยนอกจากเรื่องของค่าตัวแล้วในส่วนของระยะเวลาก็คล้ายๆกับซิมแบบเติมเงินนั่นแหละครับคือถ้าไม่ใช้ก่อนวันที่หมดสัญญาก็ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

โดยนักแสดงฝ่ายหญิงที่ ทีวีบี ส่งเสริมเป็นอย่างมากในยุคนี้นั้นก็คือกลุ่ม Fadan –ฟาตั้น-หรือดอกไม้งามทั้ง 5 อันประกอบไปด้วย หยังอี้ จงเจียซิน ฉีจื่อซาน เฉินฝ่าลา และ หูซิ่งเอ๋อ

ส่วนนักแสดงนำฝ่ายชายนั้นก็จะเป็นกลุ่ม 5 มือปราบ ที่หมายถึง หม่ากั๋วหมิง เฉินเจี้ยนฟง หลินฟง อู๋จั๋วอี้ และ หวงจงเจ๊อะ ที่ปกติแล้วจะมีแค่ 4 คนที่รับบทนำในละคร The Four แต่หากรวมหวงจงเจ๋อที่มีผลงานออกมามากมายในยุคเดียวกันเข้าไปด้วยก็จะกลายเป็น 5 มือปราบ   

ทีนี้หันมาดูรายละเอียดที่ เอทีวี กันบ้าง โดยครั้นเมื่อ ทีวีบี นั้นมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เกี่ยวกับเมืองทีวี แผนการที่จะย้ายสตูดิโอและสถานที่แพร่ภาพออกอากาศหลักของเอทีวีก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทันทีแต่ทว่าสงครามและการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทนั้นเรียกว่าร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ หลังจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างไล่ซานกรุ๊ปมีปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินจากโรงแรมฟูรามา(ติดตามย้อนหลังได้ใน)ทางบริษัทจึงขายหุ้นให้กับ CEO ของ เอทีวี ในขณะนั้นคือ เฉินหย่งฉี ที่เป็นนักธุรกิจเช่นกันซึ่งตัวของเฉินหย่งฉีเองนั้นก็ประคับประคองกิจการของบริษัทมาโดยตลอดจนกระทั่งมีแผนที่จะย้ายสตูดิโอเอทีวีไปอยู่ที่เขตไท่ผู่พร้อมๆกับการปรับปรุงครั้งใหญ่ของทางสถานีโดยได้หุ้นส่วนรายใหม่อย่าง หลิวฉางเล่อ ประธานบริษัท Phoenix Satellite Television Holdings  เคเบิลทีวีช่องดังในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่มาช่วย Re-engineering จนรูปแบบใหม่ของเอทีวีนั้นสามารถปรากฏออกมาเป็น  7 ช่องดิจิตัลทีวี ในปี 2007 คือ

ATV Home หรือ ATV ช่องหลักที่คงรายการเดิมๆไว้ตามปกติแต่ทว่าในส่วนของละครนั้นก็จะลดส่วนที่เป็นละครจากสตูดิโอ เอทีวี ไปค่อนข้างมากแล้วนำซีรี่ย์เกาหลีและไต้หวันมาแพร่ภาพแทนตามกระแสความนิยมซึ่งนี่แหละครับคือสาเหตุที่ละครของเอทีวีนั้นมีจำนวนลดลงไปเป็นอย่างมากเนื่องจากถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในการระดมนำละครดังๆจากเกาหลีมาเผยแพร่

ATV World ช่องภาษาอังกฤษของ เอทีวี ที่มีซับไตเติ้ลเป็นภาษาจีนอันพรั่งพร้อมไปด้วยซีรี่ยดังๆจากฝั่งอเมริกาอย่าง Ally Mcbeal ,  CSI-Miami , Criminal Mind , Ghost Whisperer และ Small Vile รวมถึงข่าวอัพเดทจาก ซีเอ็นเอ็น และ ซีบีเอส  

ATV-2และ 9 ช่องดิจิตอลที่นำรายการจากหลายๆช่องมาแพร่ภาพในระบบดิจิตอล HD

His TV ช่องโทรทัศน์ที่นำเสนอรายการกีฬาและข่าวยานยนต์

Her TV กับการนำเสนอรายการสำหรับแม่บ้านและปกิณกะบันเทิง

Plus TV ที่เน้นรายการสารคดีและโชว์จากต่างประเทศ

โดยรายละเอียดของสตูดิโอใหม่ในเขต ไท่ผู่ นั้นมีขนาดใหญ่กว่าสตูดิโอเดิมถึง 3 เท่า ประกอบไปด้วย 4 สตูดิโองานข่าว  8 สตูดิโอสำหรับวาไรตี้โชว์และละครรวมถึงอุปกรณ์การส่งสัญญาณในระบบดิจิตอล

ประมาณว่าเรื่องนี้นั้นยิ่งใหญ่ครับ เพราะคู่ต่อสู้คือ ทีวีบี ที่นำร่องไปแล้วแถมเรทติ้งยังดีกว่ามากมาย แต่หากพูดถึงระบบการแพร่ภาพแล้วยังไงก็เป็นรอง ทีวีบี เพราะยังใช้ระบบ Standard อยู่หลายช่องในขณะที่ค่ายทีวีบีนั้นแพร่ภาพเป็น High Definition เกือบทั้งหมดดังนั้น เอทีวีจึงปรับปรุงแผนการดำเนินงานใหม่ไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงภายในโดยมี ไช่จ้านหมิง นักธุรกิจจากไต้หวันเจ้าของกิจการขนมนมเนยในนามบริษัท Want Want Business มาซื้อหุ้นส่วนใหญ่จากเอทีวีไปเพื่อปรับปรุงจนในที่สุดผลสรุปก็ออกมาว่าช่องของเอทีวีทั้งหมดในปี 2009 นั้นจะถูกแพร่ภาพโดยระบบ ดิจิตอล HD เพียงช่องเดียว

ส่วนช่อง His TV นั้นถูกเปลี่ยนเป็นการนำรายการจากช่อง TV Guandong ของจีนแผ่นดินใหญ่มานำเสนอในขณะที่ Her TV ถูกเปลี่ยนไปเป็นช่อง CTI หรือ จงเทียนทีวี เคเบิลทีวีชื่อดังในไต้หวันที่ ไช่จ้านหมิง ร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย

ในส่วนของ Plus TV นั้น เอทีวีติดต่อเครือข่ายจาก CCTV ในแผ่นดินใหญ่มาแพร่ภาพแทนส่วน ATV Word และ ATV Home นั้นยังคงรูปแบบเดิมตามปกติไม่เปลี่ยนแปลง

หลังจากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนสับสนวุ่นวายและแฟนชาวฮ่องกงก็ลำบากใจกันค่อนข้างมากว่าตกลงแล้วมันจะเปลี่ยนอะไรกันอีกไหมนี่แต่นั่นยังไม่ถือว่าเป็นความเลวร้ายขึ้นสุดครับ เพราะพอมาถึงปี 2010 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นกับ เอทีวี อีกครั้งสำหรับการมาของ หวังเจิง ผู้ที่เชื่อว่าเป็นความหายนะของเอทีวี อย่างแท้จริงในช่วงปี 2010 – 2015 ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องขอให้ติดตามกันต่อไปในปีหน้าครับเพราะตอนที่ 2 ของปีนี้เราจะไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายการข่าว รายการบันเทิงวาไรตี้ รวมถึงการประกวดสาวงามของยุคนี้กันโดยตอนที่ 3 นั้นจะเป็นเรื่องราวของละครล้วนๆซึ่งท้ายนี้ก็ขอกล่าว ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดใช้กับทุกท่านเป็นการจบตอนแรกในช่วงตรุษจีนปีนี้ครับ  

-ขอบคุณข้อมูลจาก 

www.tvb.com

www.wikipedia.org 

www.baike.com 

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น