*/
  • Hoopoeman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nancanoe@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-18
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 107557
  • จำนวนผู้โหวต : 26
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by Hoopoeman , ผู้อ่าน : 5601 , 13:08:34 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ต่อจากตอนที่ 1 )

จาก วังสราญรมย์ข้ามคลองคูเมือง.. สะพานข้างหน้า คือ สะพานปีกุน หรือ ที่เราคุ้นเคย คือ อนุสาวรีย์หมูที่ข้างสะพาน

เมื่อยืนบนสะพานหก แล้วมองไปทางทิศเหนือตามลำคลอง.. ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเลาะผ่านด้านหลังกระทรวงกลาโหม หรือ ย่านหลังกระทรวง แหล่งสินค้าทหาร - อุปกรณ์เดินป่า ชื่อดัง

ผ่านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และ มุดใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

แต่ ถ้าหันหลังกลับ มุ่งมองไปทางทิศใต้ คลองหลอดนี้ ก็จะผ่านสะพานมอญ - บ้านหม้อ แหล่งเครื่องไฟฟ้า - ปากคลองตลาด - โรงเรียนราชินีล่าง และ ออกแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน

แนวคลองนี้คือคลองคูเมืองเดิมครับ ตั้งแต่ สมัยกรุงธนบุรี..

ขวามือในภาพ มีคลองเล็กๆเรียกว่า คลอดหลอดวัดราชบพิธ แยกจากคลองคูเมืองไปทางทิศตะวันออก มุ่งผ่านไป ท้ายวัดราชบพิธ -  ไปทางสามยอด .. ย่านร้านปืน.. และ ไปเชื่อมกับคลองใหญ่กว่าที่ขวางหน้า คือ คลองโอ่งอ่าง ถ้าเลี้ยวขวาจะผ่านย่านสะพานเหล็ก - สะพานหัน - และ ออกแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ๆสะพานพระพุทธยอดฟ้า

ถ้าแยกซ้ายจะไปบรรจบกับคลอง.. บางลำภู ที่ ป้อมมหากาฬ หรือ ย่านภูเขาทอง และถ้า ตรงต่อไปให้สุดทางทิศเหนือ ก็จะผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ - สะพานวันชาติ.. วัดบวรนิเวศ.. วัดสังเวช และ ออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ป้อมพระสุเมรุ ที่บางลำภู

จาก บางลำภู - สะพานพุทธฯ นี่คือ คลองคูเมืองที่ขุดใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ 1  เพื่อขยายาอาณาเขตของพระนคร

ใครมีแผนที่ ก็ประกอบได้ครับ อาจช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น...

ภาพก่อนเรายืนจาก สะพานหก... ภาพนี้ ยืนบนสะพานปีกุนมองย้อนกลับไป..

ยืนจากสะพานปีกุน มองย้อนไปทางสะพานหก  จะเห็นแนวต้นตะเคียนทอง 7 ต้นเรียงรายริมคลองคูเมืองเดิมด้านซ้าย

เหนือหรือใต้ไปกว่านี้ก็ไม่พบแล้วครับ.. สมัยที่ผมยังเรียน ม.1 จำได้ว่าเคยหยิบลูกไม้มีปีกมาดูเพราะไม่เคยเห็น แถวบ้านฝั่งธน ฯ  ไม่มี

ในเวลาหน้าหนาวลมตอนเช้าจะโชย.. ลูกไม้มีปีกนั้นก็จะลอย ข้ามรั้วสุสานหลวง ไปตกในเขตวัดราชพิธก็มี

ผมเก็บลูกตะเคียนมาดู และ ก็จำมาผิดๆนับแต่นั้น ว่า นี่คือต้นยาง.. จนได้กลับไปอีกครั้งนี้แหละ ถึงยืนยันกันได้ว่า แท้แล้วผมเข้าใจผิด

ลูกยางและลูกตะเคียน มีปีก 2 ปีกเหมือนกันครับ แต่ขนาดผลของตะเคียนจะเล็กกว่ามากครับ

ในแนวคลองคูเมือง นอกจากตะเคียนทอง 7 ต้นนี้แล้ว ต้นไม้ต้นอื่นๆก็เป็น ขนุน เสียแทบทั้งสิ้นครับ

เราคาดเดากันหลายอย่าง ว่า สมัยต้นกรุง.. ริมคลองนี้จะเป็นแนวตะเคียนทั้งหมดหรือเปล่า ถ้าใช่แล้วต้นไม้นั้นหายไปไหนหมด หรือ ถ้าไม่ใช่ทำไมจึงปลูกแค่ 7 ต้นนี้

และ การเลือกตะเคียนทองมาปลูก หวังสิ่งใดบ้าง..

เท่าที่เรารู้กันดีครับ ว่าคนไทยเราเองมีความเชื่อในสิ่งลี้ลับปนเปกันมานาน เราเชื่อว่า ในต้นตะเคียน มีพลังบางอย่างแฝงอยู่ เหมือนที่กล้วยตานีมี เหมือนที่.. ต้นโพธิต้นไทรมี

ไม้ตะเคียนนั้นคนไทยเชื่อว่ามีวิญญาณของนางตะเคียนอยู่อาศัย..  ปกป้องคุ้มครองต้นไม้นั้น รวมไปถึงปกป้องคุ้มครองผู้คนที่ไปขอพึ่งพิงได้ด้วย.. การปลูกตะเคียนทองไว้ ในทางความเชื่อนี้ ก็อาจหวังไปให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นคุ้มครองเมืองไปด้วยก็ได้

และ ในแง่การใช้ประโยชน์ ชูโบราณคดี    บอกว่า ไม้ตะเคียนทองนั้นเป็นไม้สารพัดประโยชน์..

ลำต้นเปลาตรง .. เนื้อไม้แข็งแรง ลอยตัวได้ดี... มีสีเหลืองสวยงามเมื่อขัดเงา สมัยก่อนนิยมนำมาทำเรือยาวครับ นอกจากคุณสมบัติทางกายภาพของเนื้อไม้แล้ว   เรือก็จะมีวิญญาณนางตะเคียนเป็นแม่ย่านาง คอยดูแลผู้คนในเรืออีกด้วย

การมีไม้ตะเคียนอยู่ในเขตเมืองชั้นใน อีกแง่หนึ่งก็อาจเป็นแนวคิดทางยุทธศาสตร์ก็ได้ .. ประสบการณ์ตั้งแต่สมัยอยุธยา คงสั่งสมมามาก ในยามศึกสงครามที่ข้าศึกรุกคืบมาประชิดปิดล้อม .. การมีไม้เพื่อใช้ ทำเรือ หรือ เครื่องอาวุธด้ามมีด ด้ามปืน   และ หาได้ง่ายๆใกล้ๆมือก็คงจะเป็นสิ่งที่ดี

คิดกันไปเพลินๆครับ

เราเลี้ยวเข้าประตูวัดราชบพิธ.. ทางด้านท้ายวัด ด้านกุฏิสงฆ์  และ ได้พบกับต้นไม้ใหญ่คู่หนึ่งอยู่ประชิดกำแพงเสมา

สุคิด 64  บอกว่านี่คือ ต้นโศกน้ำ พันธ์ไม้ที่ชอบอาศัยอยู่ริมลำธารลำน้ำในป่า และ พบมากทางภาคตะวันออกและภาคใต้

โศกน้ำ  Saraca  indica L.  จัดอยู่ในวงศ์ CAESALPINIACEAE

ลำต้นก็ไม่สูงมากครับ ประมาณ 10 เมตร ดอกสีแดงเป็นก้อนๆเหมือนดอกเข็มอย่างไรอย่างนั้น

สองต้นนี้มีขนาดประมาณ 1 คนตัวใหญ่ๆ โอบครับ ใหญ่ใช้ได้เลย

ตลาดแก้วแล้วไม่เห็นตลาดตั้ง       สองฟากฝั่งก็แต่ล้วนสวนพฤกษา

โอ้รินรินกลิ่นดอกไม้ใกล้คงคา            เหมือนกลิ่นผ้าแพรดำร่ำมะเกลือ

เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง            ทั้งรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ

เหมือนโศกพี่ที่ระกำก็ซ้ำเจือ               เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย.

นิราศภูเขาทอง  / สุนทรภู่

..............

 ทำไมต้องโศก ผมไม่แน่ใจน่ะครับ และ ทำไมต้องปลูกกันในวัดก็ไม่ทราบได้

ในกลอนนี้สุนทรภู่เขียนบรรยายไว้ เมื่อตอนเดินทางทางเรือ ก่อนจะผ่านตลาดเมืองนนทบุรี

บอกได้อย่างดีว่า โศกน้ำ ชอบขึ้นริมน้ำ แต่ โศกคู่นี้ขึ้นในที่แห้งนะครับ ริมกำแพง .. และ ที่เห็นงามๆนั้น คือ วิหารวัดราชบพิธ ครับ

แนวเสมารอบกำแพง เมื่อตอนเรียนผมทราบว่า มีเพียง 2 แห่ง  ที่มีลักษณะพิเศษเช่นนี้

คือ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม และ วัดราชบพิธสถิตย์มหาสีมาราม..

ที่ว่าพิเศษ ก็คือ วัดทั่วๆไป จะมีใบเสมารอบๆโบสถ์ ซึ่งแสดงเขตพื้นที่ของโบสถ์ อันจะสามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้

ในเมื่อใบเสมาเรียงรายรอบกำแพงวัดเช่นนี้ ก็แสดงได้ว่า อาณาบริเวณภายในกำแพงนี้ทั้งหมด เป็นเขตพัทธสีมา อันประกอบพิธีกรรมทั้งมวลได้เมื่อพ้นกำแพงเข้ามา

ยังจำได้ดีครับ ว่าสมัยเรียนที่นี่  หลายครั้งเมื่อยามในโบสถ์มีพิธีกรรมสำคัญ เช่น งานบวช(บางงาน) หรือ ราชพิธีบางงาน  จะมีคนมาบอกให้อาบังขายถั่วในโรงเรียน

ออกไปนอกกำแพงชั่วคราว เพื่อจะให้ทำพิธีได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ คือ ไม่มีคนต่างศาสนาอยู่ในพิธี

อันนี้เคยเห็นครับ แต่ ปัจจุบันเป็นอย่างไรไม่ทราบเหมือนกัน

วัดราชบพิธ มีสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเด่นครับ โบสถ์ และ วิหาร หันหลังชนกัน โดย มีมหาเจดีย์ใหญ่กั้นตรงกลาง

มีระเบียงคดโค้งรับ หลังคาเชื่อมเป็นวงกลม... ประดับกระเบื้องจากเมืองจีน แต่ เขียนด้วยลายไทย

ฐานทั้งหมด ยกสูงจากระดับพื้นดินปกติ ประมาณเมตรกว่าๆ.. ปูหินอ่อนลาดเรียบ.. และ ล้อมด้วยกำแพงแก้ว.. มีศาลาประดับไว้ทั้ง 8 มุม

สวยงามเหลือเกินครับ... แต่ เด็กวัดราชบพิธก็ห้าวพอสมควร ผมเคยเอาแก้วโค๊กกระดาษ ปั้นเป็นลูกกลมๆ แบ่งข้างเล่นกันบนลานรอบเจดีย์นี้

พระท่านมาเจอพอดี และ เรียกไปนาบด้วยไม้เรียว เลือดซิบทั้งสองทีมส์

มะกอกเกลื้อน    Canarium subulatum Guill. 

ด้านข้างกำแพงแก้วทิศตะวันตก เป็นต้นไม้ที่ผมไม่เคยรู้จักสมัยเรียน จนได้มาเดินป่าแล้วตอนหลังจึงได้รู้จัก  ส่วนใหญ่พบตามป่าแล้งๆ เต็งรัง.. หรือ เบญพรรณ

ผลเป็นยาแก้ไอคล้ายๆสมอไทยครับ.. ต้นไม้ป่าเต็งรังนี้ต้นมักไม่ค่อยโตสูงชะลูด แต่ จะออกเตี้ยๆแกร่งๆ

ต้นนี้ก็อาจมีอายุมากแล้วก็ได้ครับ ผมเชื่อว่าพระท่านคงเอามาปลูกสมัยก่อนเพื่อเป็น ยา  มากกว่าประโยชน์อื่นๆ

วัดราชบพิธ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2412  เพื่อสถาปนาเป็นวัดประจำรัชกาล ตามโบราณราชประเพณี นับถึงปัจจุบัน ก็มีอายุ 140 ปีมาแล้ว

ราชบพิธ หมายถึง วัดที่กษัตริย์ทรงสร้าง คำว่า มหาสีมาราม ที่ต่อท้ายหมายถึง วัดที่มีมหาสีมาอยู่ที่กำแพง 

จากภูมิลักษณะ จะหันด้านหน้าของวัดไปทางทิศเหนือ (กระทรวงมหาดไทย) และ โบสถ์เป็นศาสนสถานประธานของวัด... ภายใน ประดิษฐาน พระพุทธอังคีรส .. เป็นองค์ประธาน

วันนั้นผมไม่ได้กราบท่านเพราะโบสถ์ปิด... เสียดายเหมือนกันครับ เพราะการมากราบท่านคือสิ่งที่ตั้งใจที่สุดสิ่งหนึ่งในวันนั้นเช่นกัน

ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้านี้ คือ

ต้นประดู่กิ่งอ่อน ,สะโน , หรือ อังสนา Pterocarpus indicus Wild.

อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE ตามรายงาน บอกว่า เป็นไม้ป่าดั้งเดิม ตามป่าเบญพรรณทางภาคใต้ ...   ไม้นี้น่าจะเป็นไม้คู่บุญของวัดครับ มีเพียงสองต้น ขนาบอุโบสถไว้ทั้งสองด้าน...  ในหน้าร้อน จะติดดอกเหลืองยิบไปทั้งต้น และ ก็จะร่วงพรูลงมาพราวพื้นพร้อมๆกัน

น่าจะเหมือนดอกประดู่ที่ราชนาวีใช้ครับ... เราเด็ก ร.บ.  ก็ถือเอาว่าคือต้นไม้ประจำใจเช่นกัน

รร. วัดราชบพิธ สร้างเมื่อ 2429 อาศัยเรียนกันมาร้อยกว่าปีจึงได้ย้ายไปที่ใหม่ (ปากคลองตลาด).. สมัยก่อนนักเรียน 1000 กว่าๆ เดินกันให้ยุบยับครับ แบ่งกันเรียนสองรอบ เช้า - บ่าย

กีฬาเดียวที่เล่นได้และเล่นเก่งระดับแชมป์ กทม. ก็คือ ปิงปอง.. โต๊ะเรียงรายไปรอบๆวัด สิบกว่าโต๊ะ ไม่พอแน่ๆครับกับเด็กพันกว่าคน .. วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ ก็คือ ท้าดวล..

เรียกกันว่า ชิงโต๊ะครับ... ใครเล่นอยู่ไม่สำคัญ ม.ไหนก็ไม่สำคัญ... ไปพูดเลยครับ ขอชิงโต๊ะเกมส์นึง

แล้วก็ส่งคนฝีมือดีที่สุดไปดวลกัน หรือ จะดวลหมู่ก็ได้  ตกลงกันกี่เกมส์ ว่าไป....

ชนะก็ได้โต๊ะมาเล่นกับพวกตัวเอง... แพ้ก็เสียลูกปิงปอง 1 ลูก... แล้วรีบหลบไปไกลๆเลย

ข้างกำแพงแก้ว มีต้นไม้พุ่มเตี้ย  เรียกว่า โสกระย้า

ต้นไม้หาดูยากอีกชนิดหนึ่ง... วันนั้นเราดูรีบๆ สุคิด64 บอกว่า มีสองชนิดใกล้เคียงกัน ชนิดหนึ่งบ้านเราพอมีทางภาคเหนือ

อีกชนิด นำเข้ามาจาก พม่า  สมัยรัชกาลที่ 5  ต้นนี้ สูงสัก สองเมตร ..ใกล้จะติดดอกแล้วครับ

จากแนวกำแพงด้านทิศตะวันตก เมื่อพ้นจากมหาเสมา บนกำแพงมาแล้ว ก็ เข้าสู่บริเวณสุสานหลวง

ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดสร้างขึ้น เพื่อเป็นสถานที่ สำหรับบรมวงศานุวงศ์ของพระองค์ ในยามที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว

จะได้มาสถิตย์อยู่ ณ อุทยานร่มรื่น แห่งนี้.. ตลอดไป

สถานที่แห่งนี้ เป็นตัวแทนแห่งความอาลัยรัก ของคนที่เคยรักกัน..เกี่ยวพันกัน  แต่ ด้วยอำนาจแห่งโลกธรรมอันมิเคยมีข้อยกเว้น  ก็ได้หยิบยื่นการจากพรากชั่วนิรันดร  ให้แก่คนที่ยังต้องจำอยู่ 

เพื่อสักวันหนึ่งอาจจะได้พบกันใหม่ ณ ที่ใดสักที่  อันอาจเป็นการพบเพื่อจะไม่ต้องจากลาอีกต่อไป

เราสงบสำรวมให้กับทุกสิ่งทุกอย่างในอาณาบริเวณขนาดครึ่งไร่แห่งนี้..

ให้ความสงบงดงาม นั้นดำดิ่งลงในความรู้สึก ..

และ เปิดทางให้ความเป็นธรรมดาแห่งชีวิต ได้เข้าเกาะกุมดวงใจ


พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ได้ประทับที่นี่  พระสรีรังคาร ของ ท่านบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ขนาดต่างๆกัน

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (พระบิดาแห่งกฏหมายไทย)

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

สมเด็จย่า..ฯ

คุณพุ่ม

และ อีกหลายท่าน หลายพระองค์นักครับ ที่มิได้เอ่ยพระนาม ทั้งในสุสานหลวงแห่งนี้ และ ที่ใต้ฐานพระพุทธอังคีรส ในอุโบสถด้วย ..

บริเวณที่เห็นในภาพ  คือ อนุสาวรีย์เล็กๆ เพื่อบรรจุสรีรังคารของเจ้าจอมหลายพระองค์ รวมไปถึง คุณพุ่ม เจนเซ่น ด้วย

บริเวณสุสานหลวง จะได้รับการดูแลอย่างดีตลอด นักเรียนวัดราชบพิธ ในยุคผม จะทราบดี

พวกเรามีวันหยุดภายใน (หมายถึงหยุดเฉพาะเด็กวัดราชบพิธ) บ่อยครับ .. โดยเฉพาะจากงานที่จัดขึ้นภายในสุสานหลวง เช่น การทำบุญเลี้ยงพระของสายราชสกุลต่างๆ ซึ่งโรงเรียนก็ต้องอำนวยความสะดวกให้ เพราะวัดและโรงเรียนเราใช้พื้นที่เดียวกัน..

ภายในสุสาน มีไม้ดอกหลายอย่าง เช่น ต้นแก้ว.. การเวก.. ปีป .. ไม้ยืนต้น ก็มี เสลา ..ปาล์ม.. ลั่นทม ฯ เป็นต้น

และ ก็มีต้นหนึ่งที่น่าสนใจครับ..

สะเดาอินเดีย หรือ ควินิน  Azadirachta indica A Juss. Var. indica

เห็นครั้งแรกก็คิดว่าสะเดาบ้าน  Azadirachta indica  A. Juss. Var. siamensis Valeton  

แต่ สุคิด 64 บอกนี้คือควินินครับ เป็น เป็นสปีชี่ส์เดียวกัน แต่ ต่างเพียงเผ่าครับ  (Varity)

ข้อแตกต่างที่บอกได้จากภายนอกเมื่อพบเห็น เพื่อเปรียบเทียบสะเดาบ้าน กับ  สะเดาอินเดีย

ควินิน ขมกว่าสะเดา

ใบควินิน โค้งรูปเคียว  สะเดาบ้าน ใบรูปในหอก

เปลือกต้น  ควินิน จะแตกลายไร้ระเบียบ  สะเดาบ้าน จะแตกเป็นตาราง ๆ ดูมีระเบียบกว่า

สะเดาบ้าน ใบจะโตกว่า ควินินเล็กน้อย ขอบใบหยักฟันเลื่อยแต่ทู่  ควินิน ขอบใบหยักแหลมกว่า

ทั้งสองชนิดพบได้ในประเทศไทย ในเขตค่อนข้างแห้งแล้ง หรือดินปนทราย นับเป็นไม้เบิกนำชนิดหนึ่ง

มีความเชื่อในอินเดียครับ ว่า การนอนใต้ต้นสะเดานั้นจะให้คุณ เขาเชื่อว่า สะเดาจะคายน้ำและสารบางอย่างออกมา อันช่วยรักษาร่างกายให้เรา

ผมเดาเอานะครับว่า.. การนำสะเดาอินเดีย หรือ ควินินมาไว้ในสุสานหลวง ก็อาจมีนัยซ่อนไว้ .. หวังให้ผู้ที่อาศัยนั้นไม่ว่าจะอยู่ในภพใดก็ตาม ขอให้ปราศจากโรคาพยาธิ ตลอดไป

(ข้อมูลบางส่วนจาก www.dnp.go.th)

พ้นออกจากสุสานเราก็มุ่งหน้าเพื่อข้ามคลอง.. ผมหันกลับไปยกมือไหว้...

และ กดชัตเตอร์รูป sport complex ของเด็กวัดราชบพิธ ไว้เป็นที่ระลึก... ถนนหน้าวัด ซึ่งกั้นแนวเขตวัดราชบพิธกับ กระทรวงมหาดไทย.. มีระยะทางประมาณ 200 เมตร กว้างก็เท่าที่เห็นครับ

ถนนนี้เป็นของหลวง แต่ อนุโลมให้เด็กวัดราชบพิธ ได้ใช้เพื่อระบายพลังที่มันจุกอกอยู่ออกบ้าง ในวันเสาร์ ถนนสายนี้จะปิด เพื่อให้เด็กๆได้เตะฟุตบอล เล่น บาส ตีวอลเล่ย์บอล ฯ

เมื่อมีกีฬาสี โรงเรียนก็ไปยืมอัฒจันทน์ชั่วคราวโรงเรียนอื่นมา ตั้งเรียงติดแนวกำแพงวัด และ ให้ถนนสั้นๆสายนี้ เป็นลานกีฬาทุกชนิด

ตะกร้อ - ชักคะเย่อ - บาสเก็ตบอล - แย้ลงรู - วิ่ง - วอลเล่ย์บอล ฯ

เดี๋ยวนี้ถนนนี้เปลี่ยนไปบ้าง จากพื้นลาดยางมะตอย กลายมาเป็นปูอิฐสีสวยๆน่าเดิน..

ผมยังจำภาพเพื่อนสนิทคนหนึ่งได้ดี เมื่อคราวแข่งวิ่ง 100 เมตร รอบชิงชนะเลิศ กีฬาสี ปี 2530

มันสับตีนหมามาตั้งแต่หัวถนน.. นำคนอื่นประมาณครึ่งช่วง.. แล้วผ่าน stand เชียร์สีเขียว ของพวกเรา.. ผมหวดกลองเร่งเร้า.. กองเชียร์กระหึ่ม

นายศักดา  ใจรื่น หันมายิ้มให้กองเชียร์..  ขาขวิดกันเอง  แล้วก็ล้มลง ..

อีกเพียงสามสี่ก้าวจะชนะ .. รอยยิ้มกวนๆของมัน ทำให้สีเขียวพลาดทุกเหรียญ และ ต้องหามไอ้นักวิ่งยิ้มหวาน ไปทายา.. แดงเถือกไปทั้งตัว

นี่แหละ sport complex ของเรา

จากวัดราชบพิธ เราข้ามสะพานปีกุน..

ตอนต่อไป ก็คงมุ่งหมายไปที่วัดสำคัญอีกวัด ห่างเพียงข้ามคลองคูเมือง..

เป็นวัดต้นทาง ของ ธรรมยุติกนิกาย...

อ่านเรื่อยๆแล้วกันนะครับ...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Hoopoeman วันที่ : 02/03/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hoopoeman



ขอบคุณทุกท่านที่แวะอ่านนะครับ .. คุณ chalee ถ้าคิดว่าทำได้ก็เชิญนะครับ ยินดีมาก...

สำหรับข้อมูลต่างๆที่อ้างเอามานั้น โดยมากก็หาอ่านหารวมมาครับ ผมเองเป็นเพียงสนใจเรื่องเก่า สนใจต้นไม้

คุณ nukpan ครับสงสัยต้องไปร้านก๋วยเตี๋ยวที่ว่าแล้วล่ะ ผมเองนึกไม่ออกนะว่าตรงไหน แต่จากพิกัดที่ให้มา ผมว่าเดาไม่ยาก

คือ คนเราบางทีก็ใกล้เกลือกินด่างครับ เรียนตรงนั้นหลายปี บางจุดก็ไม่เคยลองเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


นำภาพศาลมาให้ดู เย็นๆเดินออกกำลังกายในวังสราญรมณ์

ร้านก๊วยเตียวริมคลองหลอดราชบพิธ ก็น่าทานนะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


ไม่เดินไปอีกฝั่งละครับศาลเจ้าแม่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

เสน่ห์กรุงเทพ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ยอดเยี่ยมมากครับอาจารย์....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คนในกรุง-นอกกรุง อ่านแล้วได้ความรู้มากครับ

น่ารวมเล่ม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน