• แทนไท
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-12
  • จำนวนเรื่อง : 250
  • จำนวนผู้ชม : 1296305
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
ข่าวด่วนประเด็นร้อน
ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวด่วน ประเด็นร้อนในแวดวงการบ้านการเมืองไทย ถ้าคุณคือคนเสพข่าวตัวจริง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Hotnews
วันอังคาร ที่ 29 มกราคม 2556
Posted by แทนไท , ผู้อ่าน : 3912 , 10:48:10 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ฟ้าน่าน , feng_shui และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ข่าวหน้าหนึ่งจากหนังสือพิมพ์"คมชัดลึก" วางข่าวแก๊งล่าสัตว์ป่าอช.แก่งกระจาน เป็นข่าวลีดของหน้า 1 ในฉบับวันนี้ (29 ม.ค.56) หลังจาก พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุในป่าแก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม พิสูจน์ว่า ตำรวจยศ พ.ต.ท. มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ป่าจริงหรือไม่

พร้อมฟังบรรยายสรุปการจับกุมแก๊งล่าสัตว์ทั้ง 9 คน จากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จนนำไปสู่ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่อาจนำไปสู่การพลิกคดีล่าสัตว์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกระแสสังคมว่า ทีมพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน ทำงานไม่สมศักดิ์ศรีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ช่วยเหลือพวกพ้องที่เป็นตำรวจด้วยกันเอง

พอจะสรุปประเด็นเนื้อหาได้ดังนี้

@จ้องฟันคนทำสำนวนอ่อน - จ่อเด้งลงใต้

- พล.ต.ท.จรัมพร เรียกพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ซึ่งรับผิดชอบคดี มาสอบถามเรื่องอาวุธปืนของกลางของกลุ่มนายพรานที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ พร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนทำสำนวนเปิดช่องคืนปืนให้ผู้ต้องหา ซึ่งไม่เห็นด้วย เพราะหากปืนไม่ถูกยึดกลุ่มคนร้ายก็จะเอามาก่อเหตุอีก จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้ดี หากผู้ต้องหาได้อาวุธปืนคืนโดยไม่ถูกยึดจะย้าย พ.ต.ท.กลยุทธ์ไปประจำที่ จ.ยะลา

ขออนุญาตคอมเมนต์ : การลงโทษทางวินัยต่อข้าราชการที่ทำงานบกพร่อง ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ยิ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน มาตรการลงโทษต้องหนักกว่าคนธรรมดา แต่หลายคนสงสัยว่า เมื่อตำรวจทำความผิด ทำไมต้องย้ายลงไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง เหมือนเอาปัญหาไปวางทับปัญหา

@ซาก "กบทูด" มัดชัด เชื่อร่วมขบวนการล่าสัตว์ป่า

- จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าภาพถ่ายและภาพวิดีโอ ระบุได้ว่า ใช้กล้องยี่ห้อและรุ่นใด ถ่ายเมื่อวันและเวลาใด อีกทั้งหลักฐานประกอบทั้งเสื้อผ้า สภาพแวดล้อมที่อยู่ในภาพสามารถเชื่อมโยงได้ว่า บุคคลทั้ง 9 คน เข้าไปร่วมกันอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถขยายภาพ ชิ้นส่วนของกบทูด ซึ่งถูกชำแหละใส่ไว้ในจานสำหรับเป็นอาหารปรากฏในภาพถ่ายชัดเจน ทำให้ พ.ต.ท.ธีรยุทธไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ได้เข้าร่วมกระทำความผิด

ไม่ขอแสดงความเห็นอะไรเพิ่มเติม แต่อยากให้อ่านคำสัมภาษณ์เมื่อ 2-3 วันก่อน ของ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รองผบภ.7 ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยเเลนด์ เอฟเอ็ม97เมกะเฮริทซ์ กรณีพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สั่งไม่ฟ้องตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้าไปล่าสัตว์ในอุทยานเเห่งชาติเเก่งกระจาน

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามข่าว เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานฯไม่ได้จับพ.ต.ท.ธีรยุทธพร้อมกับผู้ต้องหา8คนพร้อมกันในครั้งเเรก เเละไม่ได้ส่งชื่อพ.ต.ท.ธีรยุทธในตอนนั้น เเต่ส่งรายชื่อพ.ต.ท.ธีรยุทธมาให้ในตอนหลังที่มีข่าวออกมา ตอนเเรกปรับพ.ต.ท.ธีรยุทธในข้อหาเข้าอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้นเเละเพิ่งตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มในตอนหลัง

@ตำรวจจะไม่ช่วยกันในเรื่องเเบบนี้ จริงหรือ ?

- ข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ในจุดเกิดเหตุ เดิมพนักงานสอบสวนบอกว่า ภาพที่เป็นหลักฐานไม่มีวันเวลา แต่หลังจากได้ไฟล์ภาพจากกล้องได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำข้อมูลไปตรวจสอบ โดยมีการตรวจสอบทั้งกล้องภาพนิ่ง และกล้องวิดีโอ พบกิจกรรมต่างๆ เห็นบุคคล จะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะยืนยันด้วยวันและเวลา มีภาพ พ.ต.ท.ธีรยุทธ ชกลม นอกจากนี้จากไฟล์ภาพจะเห็นทั้งซากกระจง และซากกบทูด ซึ่งเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีการล่าสัตว์

ในการให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยเเลนด์ นั้น พล.ต.ต.วิทยา ให้ความเห็นต่อกรณีที่นายชัยวัฒน์ หน.อช.แก่งกระจาน อ้างภาพจากกล้องวีดีโอของผู้ต้องหาที่มีภาพของพ.ต.ท.ธีรยุทธ ร่วมด้วยนั้น ว่า ต้องให้อัยการดูอีกครั้ง เพราะเป็นภาพทั่วไป ไม่ใช่ร่วมล่าสัตว์ การตั้งข้อสันนิษฐานเเบบนี้ทำไมนายชัยวัฒน์ไม่ดำเนินการตั้งเเต่ต้น ภาพนี้เป็นประเด็นว่าน่าจะรับฟังได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับข้ออ้างนายชัยวัฒน์ที่ระบุว่าพนักงานสอบสวนไม่ลงพื้นทื่สอบสวนพยานเเวดล้อมเพิ่มเติมนั้น พล.ต.ต.วิทยากล่าวว่า อยู่ที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนในการวินิจฉัย ตนตอบเรื่องนี้ได้เพียงนี้

"ภาพพ.ต.ท.ธีรยุทธร่วมวงดื่มสุรากับ8ผู้ต้องหานั้นทั้งหมดนี้ น่าจะรู้จักกันเเต่ พ.ต.ท.ธีรยุทธจะร่วมล่าสัตว์ด้วยหรือไม่ ตรงนี้คือประเด็น เเละทีมพนักงานสอบสวนจะต้องวินิจฉัยเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ยังไม่ยุติในชั้นนี้ ผิดต้องว่ากันไปตามความผิด เพราะตำรวจจะไม่ช่วยกันในเรื่องเเบบนี้" พล.ต.ต.วิทยา กล่าว 

๑พูดมากไม่ได้ เพราะเป็นความลับทางราชการ

-นายสุทธิพงษ์ ตันบุญยศิริเดช นายอำเภอแก่งกระจาน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี กล่าวว่า เรื่องนี้ผมพูดมากไม่ได้ เพราะเป็นความลับทางราชการ ตอนนี้พนักงานสอบสวนทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเลยขั้นตอนของพนักงานสอบสวนไปถึงอัยการแล้ว หากอัยการเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อน หรือขาดประเด็น หรือหลักฐานสำคัญก็จะสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือส่งหลักฐานเพิ่มเติม คดีนี้จะมีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่อยู่ที่อัยการ 

สังคมไม่ได้อยากให้ข้าราชการพูดมาก แต่อยากให้ทำงานมาก และทำงานตามหน้าที่และอย่างตรงไปตรงมา ไม่เกรงกลัวอิทธิพลจากทั้งข้าราชการด้วยกันเอง นักธุรกิจ หรือผู้ที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาหากว่ากรณีแก๊งล่าสัตว์ป่าแก่งกระจานที่เชื่อมโยงไปถึงนายตำรวจใหญ่ ซึ่งตกเป็นข่าวครึกโครม นายอำเภอกลับบอกว่า พูดมากไม่ได้เพราะเป็นความลับทางราชการ  แล้วถ้่ามีเคสมีคดีใหญ่โตกว่านี้  มิต้องเอาพลาสเตอร์ปิดแผลมาปิดปากตัีวเองดอกหรือ

ทำงานไม่ได้ ทำงานไม่เป็น ก็ลาออกไปเถิด อย่าอยู่ทำงานให้เปลืองภาษีประชาชนอยู่เลย

@สิ่งที่สัีงคมอยากได้จากกระับวนการยุติธรรม !

อย่างที่ทราบกันว่า คดีนี้ยังต้องว่ากันอีกยาวไกล พยานหลักฐานต่างๆ อาจทำให้พนักงานสอบสวนต้องจำใจส่งฟ้องตำรวจด้วยกันเองในข้อหาล่าสัตว์ป่า เพื่อลดกระแสสังคมที่กำลังวิจารณ์การทำงานของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีหลักประกันอะไรว่า อัยการจะส่งฟ้องคนที่ 9 หากพบว่าหลักฐานอ่อน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตำรวจยศ พ.ต.ท. จะถูกดำเนินคดีในข้อหาล่าสัตว์ป่าร่วมกับเพื่อนอีก 8 คนหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นมากที่สุดคือ ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามครรลองของกฎหมายอย่างตรงไปตรงไม่ ไม่มีสองมาตรฐานปราศจากการช่วยเหลือพรรคพวกเพื่อนฝูงของตนเองให้พ้นผิด ทำผิดก็ถูกลงโทษ เป็นผู้บริสุทธิ์ก็ปล่อยตัว ประชาชนขอเท่านี้เอง คงไม่มากเกินไปกระมัง


--------------------------------------------
รานละเอียดข่าวจากนสพ.คมชัดลึก

"จรัมพร" ฟันธง พ.ต.ท. ร่วมวงเปิบสัตว์ป่า ชี้ซาก "กบทูด" มัดชัด เชื่อร่วมขบวนการล่าสัตว์ป่า คาดแจ้งข้อหาเพิ่มอีก-ยึดปืน ด้านพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน "ส่อโดนหางเลข" ลั่นคดีไม่คืบเจอเด้งไป จ.ยะลา ขณะที่ นอภ.แก่งกระจานเผยพูดมากไม่ได้เป็นความลับราชการ

หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีพนักงานสอบสวนมีความเห็นไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีส่วนพัวพันกับผู้ต้องหา 8 คน ในคดีบุกรุกและล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคและชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บรรยายสรุปการแกะรอยการจับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ พร้อมกับพวกรวม 9 คน โดยวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เจ้าหน้าที่อุทยานได้วางกำลังแกะรอยเดินเท้าและปิดล้อม 3 จุด กระทั่งพบร่องรอยการพักค้างแรมและซากสัตว์ป่าที่ถูกยิงและนำมาทำเป็นอาหารทิ้งไว้ ซึ่งสามารถติดตามจับกุมได้เมื่อคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

จากนั้น พล.ต.ท.จรัมพรได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานขุดซากกระจงที่ถูกยิงและตรวจยึดไว้ได้ เพื่อผ่าเอาหัวกระสุนเป็นหลักฐาน รวมทั้งให้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในพื้นที่ เพื่อเก็บพยานแวดล้อมประกอบกับภาพถ่าย เพื่อพิสูจน์ว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธมีส่วนร่วมในการล่าสัตว์หรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดจะเก็บหลักฐานสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุประกอบกับภาพถ่ายในกล้องของผู้ต้องหา เช่น ต้นไม้ใหญ่ ริมแม่น้ำ บริเวณจุดที่พักค้างแรมและประกอบอาหาร

พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าภาพถ่ายและภาพวิดีโอ ระบุได้ว่า ใช้กล้องยี่ห้อและรุ่นใด ถ่ายเมื่อวันและเวลาใด อีกทั้งหลักฐานประกอบทั้งเสื้อผ้า สภาพแวดล้อมที่อยู่ในภาพสามารถเชื่อมโยงได้ว่า บุคคลทั้ง 9 คน เข้าไปร่วมกันอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสามารถขยายภาพ ชิ้นส่วนของกบทูด ซึ่งถูกชำแหละใส่ไว้ในจานสำหรับเป็นอาหารปรากฏในภาพถ่ายชัดเจน ทำให้ พ.ต.ท.ธีรยุทธไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ได้เข้าร่วมกระทำความผิด อีกทั้งเท่าที่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายและวิดีโอจากกล้องของผู้ต้องหาที่ตรวจยึดได้ ยังมีอีกหลายข้อหาที่จะต้องแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.จรัมพรได้เรียก พ.ต.ท.กลยุทธ์ วงษ์เพ็ชร พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ซึ่งรับผิดชอบคดีมาสอบถามเรื่องอาวุธปืนของกลางของกลุ่มนายพรานที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ พร้อมกับตำหนิพนักงานสอบสวนทำสำนวนเปิดช่องคืนปืนให้ผู้ต้องหา ซึ่งไม่เห็นด้วย เพราะหากปืนไม่ถูกยึดกลุ่มคนร้ายก็จะเอามาก่อเหตุอีก จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้ดี หากผู้ต้องหาได้อาวุธปืนคืนโดยไม่ถูกยึดจะย้าย พ.ต.ท.กลยุทธ์ไปประจำที่ จ.ยะลา

ส่วนข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบสถานที่ต่างๆ ในจุดเกิดเหตุ เดิมพนักงานสอบสวนบอกว่า ภาพที่เป็นหลักฐานไม่มีวันเวลา แต่หลังจากได้ไฟล์ภาพจากกล้องได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำข้อมูลไปตรวจสอบ โดยมีการตรวจสอบทั้งกล้องภาพนิ่ง และกล้องวิดีโอ จากหลักฐานกล้องภาพนิ่งเป็นกล้องอีแซด 910 ไอเอส มีภาพผู้ต้องหาต่างๆ หลายคนที่ร่วมกิจกรรม และมีสถานที่เกิดเหตุต่างๆ ส่วนกล้องวิดีโอยี่ห้อแคนนอน เอ็มวี 106 มีไฟล์ 2 ไฟล์ คือไฟล์ซ่อมเรือ ไฟล์ พ.ต.ท.ธีรยุทธกำลังชกลม ซึ่งเป็นภาพที่อุทยานมอบให้พนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ ข้อมูลนี้ได้ถอดรหัสออกมาจากภาพจากกล้องดิจิตอลภาพนิ่งพบว่า ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา 11.15 น.มีการนั่งเรือไปในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากนั้นเวลา 18.07 น.ได้ปรุงอาหาร ในภาพมีต้นไม้ยืนต้นเป็นหลักฐาน ซึ่งต้องไปตรวจสอบและหาพิกัดยืนยันตำแหน่งของสถานที่เกิดเหตุ ตรงนี้มีคนนั่งหลายคน รวมทั้ง พ.ต.ท.ธีรยุทธ กระทั่งเวลา 21.04 น.ก็ตั้งวงดื่มกินกัน และเวลา 22.00 น.ได้ผูกเปลนอน และมีบางคนนั่งดื่มกิน ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 07.45 น. เป็นกิจกรรมปรุงอาหาร ในภาพมีไข่เจียวและอาหารที่ปรุงจากซากกบทูดชำแหละ หรือกบที่ถูกตัดท่อน

ส่วนไฟล์วิดีโอจะมีไฟล์ซ่อมเรือ ไฟล์มีขนาด 52.8 เมกะไบต์ จะเห็นกิจกรรมต่างๆ เห็นบุคคล จะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะยืนยันด้วยวันและเวลา ส่วนไฟล์ที่ 2 เป็นภาพ พ.ต.ท.ธีรยุทธออกกำลังชกลม ไฟล์มีขนาด 17.5 เมกะไบต์ หากปฏิเสธต้องไปดูจุดอ้างอิงที่เป็นต้นไม้ และพิกัดจีพีเอส ที่ระบุว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือพิกัดที่ 47 P0549914 UTM 1437244 นอกจากนี้จากไฟล์ภาพจะเห็นทั้งซากกระจง และซากกบทูด ซึ่งเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีการล่าสัตว์

วันเดียวกัน เวลา 12.00 น. เฮลิคอปเตอร์ของสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะของนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงพื้นที่สมทบกับ พล.ต.ท.จรัมพร โดย พล.ต.ท.จรัมพร พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน บช.ภ.7 และตำรวจ ปทส. ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ ทั้งจุดที่พักค้างแรมและจุดที่จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 คน โดยเฮลิคอปเตอร์ได้นำคณะของ พล.ต.ท.จรัมพร ไปลงยังบ้านแม่ประดล หมู่ 3 จากนั้นเดินทางเท้าเข้าไปในป่าอีกระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นลำห้วยแยกจากแม่น้ำเพชรบุรี ชื่อลำห้วยแม่ประดล บริเวณริมตลิ่งพบต้นมะเดื่อขนาดใหญ่ ที่โคนต้นมีร่องรอยการตั้งแคมป์พักแรม พบเศษเถ้าและกองฟืนจำนวนหนึ่ง สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะภูมิประเทศเหมือนกับในภาพถ่ายที่ตรวจยึดได้ในกล้องของผู้ต้องหา นอกจากนี้ยังพบเศษขยะจากภาชนะอาหารแห้งและเครื่องครัวที่ผู้ไปค้างแรมทิ้งหลงเหลือไว้จำนวนหนึ่ง

จากนั้น พล.ต.ท.จรัมพร และพ.ต.อ.วรเดช สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน ร่วมตรวจเทียบเคียงที่เกิดเหตุประกอบจุดพิกัดจีพีเอส พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก่อนเดินทางกลับไปยังอุทยาน และให้เจ้าหน้าที่ขุดซากกระจงที่ตรวจยึดได้ขณะจับกุมและฝังไว้ เพื่อค้นหาหลักฐานเศษหัวกระสุนภายในซากกระจง

ด้าน นายสุทธิพงษ์ ตันบุญยศิริเดช นายอำเภอแก่งกระจาน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี พ.ต.ท.ธีรยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่ถูกท้วงติงว่าพนักงานสอบสวนไม่ลงพื้นที่ ตามข้อปฏิบัติ เมื่อเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้หรือเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จับกุมผู้ต้องหา จะควบคุมตัวผู้ต้องหา ของกลาง บันทึกจับกุม และแผนที่จุดที่เกิดเหตุส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยยึดหลักฐาน และพยานตามที่ผู้จับกุมบันทึกจับกุม สำหรับคดี พ.ต.ท.ธีรยุทธได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน โดยมีปลัดอำเภอ และตำรวจร่วมเป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งได้ตรวจสำนวนการสอบสวน และปรึกษาหารือกันหลายครั้ง และได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เพราะหลักฐานไม่พอฟ้อง

นายอำเภอแก่งกระจาน กล่าวอีกว่า บันทึกจับกุมที่เจ้าหน้าที่อุทยานนำมาร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ได้มีการระบุพฤติกรรมการกระทำผิดในข้อหาล่าสัตว์ป่า หรือมีสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง ในบันทึกบอกเพียงว่า ไปพบ พ.ต.ท.ธีรยุทธอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมอาวุธล่าสัตว์ (มีดพก) และได้มีการปรับ พ.ต.ท.ธีรยุทธจำนวน 1,000 บาท ส่วนพฤติกรรมในการล่าสัตว์ หรือการครอบครัวสัตว์ที่ล่ามาได้ไม่มีการแจ้ง อีกทั้งผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ถูกจับกุมขอไปให้การชั้นศาล พนักงานสอบสวนจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ

“เรื่องนี้ผมพูดมากไม่ได้ เพราะเป็นความลับทางราชการ ตอนนี้พนักงานสอบสวนทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเลยขั้นตอนของพนักงานสอบสวนไปถึงอัยการแล้ว หากอัยการเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อน หรือขาดประเด็น หรือหลักฐานสำคัญก็จะสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือส่งหลักฐานเพิ่มเติม คดีนี้จะมีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่อยู่ที่อัยการ” นายสุทธิพงษ์กล่าว

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
feng_shui วันที่ : 30/01/2013 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อะไรมันจะขไหนหนาด ซากกบ...มัดอย่างนี้แร้วววว


โอวววววววววววววว

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
BlueHill วันที่ : 30/01/2013 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 17 พญาไฟสีเทา

บอกตามตรงนะครับ ผมก็ไม่ได้หลงปลื้มอะไรกับใครเป็นพิเศษ ไม่ว่ากับใครในทุกวงการ สังคมสมัยนี้มันมีพวกเปลือก พวกจอมปลอมกันเยอะ แทรกซึมอยู่ทุกวงการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Social Media ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีคนหลายกลุ่มนำเครื่องมือเหล่านี้ ไปใช้โจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือเลือกนำเสนอมุมมองด้านเดียว แต่เราควรแยกแยะกันให้ชัดเจน ใครทำถูกต้องเราสนับสนุน ใครทำผิดเราคัดค้านต่อต้าน บริบททางความคิดและพฤติกรรมมันควรเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่หรือครับ

อย่างที่คุณพญาไฟสีเทาเขียนไว้นั่นแหละ เราทุกคนมีสิทธิ์สงสัยและตั้งคำถามเอากับใครก็ได้ กระทั่งผมเองก็ใคร่ครวญอยู่บ่อยๆ และก็เกิดความไม่ไว้วางใจในคนหลายๆกลุ่ม ในทุกๆวงการ แม้กระทั่งคนในวงการเดียวกับผมก็ตาม

ประเด็นที่คุณพญาไฟสีเทาตั้งคำถามมา ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงหลายคนตอบไปแล้ว หน.อช.แก่งกระจานก็ตอบไปแล้ว เป็นคำถามธรรมดาๆ ไม่ได้อยู่นอกเหนือพื้นฐานของเหตุและผล ผมเองก็ตอบได้ ไม่ยาก แต่ไม่ต้องการตอบแทนใครได้ เพราะผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์มาตั้งแต่ต้น

ผมคิดว่า ถ้าคุณพญาไฟสีเทายังไม่เคลียร์ ยังมีข้อสงสัย ก็น่าจะทำคำถามให้มันเคลียร์ แก่งกระจาน ก็ไม่ได้ไกลอะไรมากมายนัก เดินทางไปเมื่อไหร่ก็ได้ครับ นัดวันเวลากับหน.อช.ตามสะดวก จะเป็นการดีที่สุด

ด้วยความเคารพ ผมมั่นใจว่า ดีกว่ามานั่งตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยต่างๆ โดยที่ไม่พยายามหาคำตอบให้กับคำถามของตนเอง เชื่อว่า ข้อสงสัยจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไม่มากก็น้อยสำหรับกรณีแก๊งล่าสัตว์ป่าครั้งนี้

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถือเป็นเรื่องปกติในหมู่มิตรสหายนะครับ
อย่าไปคิดว่าเราเกิดความตึงเครียดทางอารมณ์กันขึ้น ผมคิดอย่างไร ก็พูดไปเช่นนั้น

ดีเสียอีกกับการได้อ่านความเห็นที่ต่างกับเรา เหมือนได้เปิดหน้าต่างความคิดขึ้นอีกบาน เห็นเหมือน เห็นต่าง เห็นตรง เห็นแย้ง เป็นดอกไม้หลากสีในกระบวนการประชาธิปไตย

ด้วยความเคารพในหมู่มิตรสหายที่มีอุดมการณ์เดียวกันทุกท่าน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 30/01/2013 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

เรียนท่าน บก. และมิตรสหาย
ผมคิดว่าเรื่องใครจะรักใครจะชังใครคงห้ามกันไม่ได้ แต่สำหรับผม “ผมไม่ได้อินไปกับหน.ชัยวัฒน์ และผมก็ไม่ได้ปลื้มกับตำรวจ” ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรฟังหูไว้หูและสื่อควรระมัดระวังไม่ต้องเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต่อให้คุณทำงานแค่ไหนก็ย่อมต้องถูกตรวจสอบและตั้งคำถามในฐานะที่เป็นข้าราชการกินภาษีของประชาชนและผมเป็นประชาชน ผมมีประเด็นนำเสนอเพื่อให้ลองพิจารณาใคร่ครวญกันดูในประเด็นต่างๆ ดังนี้

ประเด็นที่ ๑ : ผมยังติดใจเรื่องที่ทางหน.ชัยวัฒน์ไม่ยอมแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหนักกับ พ.ต.ท.ตั้งแต่แรกพร้อมกับผู้ต้องหาอีก ๘ คน เหตุผลที่อ้างว่า ไม่มีพยานหลักฐานและ พ.ต.ท.ให้การปฏิเสธอีกทั้งผู้ต้องหาอีก ๘ รายบอกว่าไม่รู้จัก มีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะเห็นให้ หน.ชัยวัฒน์ไม่แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหนัก ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า พ.ต.ท.เป็นพวกเดียวกับผู้ต้องหาอีก ๘ ราย ผมคิดว่าเหตุผลเพียงแค่นี้ฟังไม่ขึ้น สมมุติถ้าผมเข้าไปล่าสัตว์ในอุทยานแห่งชาติ ผมเจอเจ้าหน้าที่แล้วโยนปืนทิ้ง..เจ้าหน้าที่จะปล่อยผมเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.คนนี้หรือไม่? ยิ่งหน.ชัยวัฒน์เป็นป่าไม้มาหลายสิบปี เขี้ยวลากดินขนาดนี้ ผมว่าเคสแบบนี้รู้ดีว่าจะจัดการอย่างไร?

ประเด็นที่ ๒ : จริงๆ คนที่เปิดโปงเรื่อง พ.ต.ท.คนนี้ไม่ใช่ หน.ชัยวัฒน์ แต่เป็น ผบช.ภ๗ ซึ่งให้สัมภาษณ์ในวันที่ ๑๒ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด พ.ต.ท. ผู้ต้องหารายนี้จึงไม่มีรายชื่อเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ถูกจับกุมพร้อมกับอีก ๘ คน ทั้งยังย้ำว่า “ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด” แต่ที่มากกว่านั้นก็คือ ผบช.ภ.๗ บอกว่า “หากพบว่า พ.ต.ท.รายนี้ทำผิดจริง จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ๑๕๗ เพราะหน.ชัยวัฒน์ดันไปแจ้งความดำเนินคดีเพียงข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ ปรับ ๑๐๐๐ บาท ทั้งที่ควรเจ้งข้อหาหนักเช่นเดียวกับผู้ต้องหาอีก ๘ คน และด้วยเหตุนี้ใช่หรือไม่ ที่ทำให้หน.ชัยวัฒน์ต้องวิ่งหาหลักฐานเพื่อนำมาแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.เพิ่มเติมในเช้าวันที่ ๑๓

ประเด็นที่ ๓ : หากตำรวจจะช่วย พ.ต.ท. ในฐานะที่เป็นตำรวจเหมือนกัน อย่างที่หลายๆ ท่านด่ากันมันปากกันอยู่ตอนนี้จริง เหตุใดผบช.ภ.๗ และผบ.ตร. ต้องออกมาให้ข่าวกระโตกกระตากในทำนองที่ว่า “ทำไม่ไม่จับ พ.ต.ท.” นิ่งๆ เสียแล้วดำเนินคดีไปตามสำนวนที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติส่งมา (ซึ่งไม่มีน้ำหนักในตัวมันเองอยู่แล้ว) ยังไง พ.ต.ท.คนนี้ก็หลุดอยู่ดี แล้วเรื่องก็จะเงียบไป...เพราะอะไร?

ประเด็นที่ ๔ : หน.ชัยวัฒน์และจนท.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้กล้องถ่ายรูป ภาพถ่าย วีดิโอซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญมัด พ.ต.ท.ตั้งแต่เมื่อใด เพราะเข้าจับกุมวันที่ ๑๐ ส่งให้พนักงานสอบสวนวันที่ ๑๑ ตอนบ่าย มีเวลาตรวจสอบพยานหลักฐาน ๑ วันครึ่ง เพราะถ้าได้กล้องนี้ตั้งแต่แรกและเห็นภาพหลักฐานดังกล่าวแล้ว แต่กลับยังไม่แจ้งความดำเนินคดีข้อหนักกับ พ.ต.ท.อีก ผมคิดแฟนคลับทั้งหลายว่าอาจจะต้องคิดหนัก เพราะเท่ากับว่ามีหลักฐานอยู่แล้วแต่ หน.ชัยวัฒน์กลับยังปล่อยผู้ต้องหาไป ความจริงผมยังอยากให้ตรวจสอบเลยไปถึงว่า ผู้ต้องหาทั้ง ๙ ราย โดยเฉพาะ พ.ต.ท. มีความสัมพันธ์หรือไม่อย่างไรกับ หน.ชัยวัฒน์

ประเด็นที่ ๔ : ในวันที่ ๑๓ ซึ่ง หน.ชัยวัฒน์ ไปแจ้งความดำเนินคดี กล้องถ่ายรูป ภาพถ่าย วิดีโออยู่ที่หน.ชัยวัฒน์หรืออยู่ที่พนักงานสอบสวน?

ผมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลจริงๆ ที่ทำให้หน.ชัยวัฒน์ต้องออกมาสู้เรื่องนี้น่าจะมาจากการ ผบช.ภ.๗ ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้ต้องหาซึ่งเป็น พ.ต.ท. ถึง ไม่ถูกจนท.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหนักเช่นเดียวกับผู้ต้องหาอีก ๘ คน เพราะหาก หน.ชัยวัฒน์ไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ละเว้น ก็อาจเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗

สำหรับปัญหาของพนักงานสอบสวนที่ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็น พ.ต.ท. หลายท่านได้สาธยายไปเยอะแล้วและเห็นด้วยทุกประการ ที่สำคัญคือ ผมไม่รู้ว่าสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแน่นหนาหรือไม่เพียงใด และเหตุใดเมื่อพนักงานสอบสวนรู้ว่ามีพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้อง พ.ต.ท.รายนี้ จึงไม่ได้เรียกหน.ชัยวัฒน์หรือจนท.อุทยานแห่งชาติไปสอบถามหรือให้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้สมบูรณ์เพียงพอที่จะสั่งฟ้องได้เสียก่อน ก่อนที่ตัดสินใจไม่สั่งฟ้อง พ.ต.ท.รายนี้..แต่ผมรู้ว่าทำไม? เพราะทั้งหน.ชัยวัฒน์ ไม่กินเส้นกับทั้งนายอำเภอซึ่งเป็นหน.พนักงานสอบสวน และตำรวจ (รวมทั้งอีกหลายหน่วยงาน) ซึ่งเป็นเหตุ (ที่แสนเฮงซวยของระบบราชการ) ที่ทำให้ไม่อยากประสานงานคุยกัน

ทั้งหลายทั้งปวงจึงนำเรียนข้อสังเกตให้เพื่อนสนิทมิตรสหายได้พิจารณาใคร่ควร
ส่วนการจะห้ามไม่ให้สงสัย ตั้งข้อสงสัยหรือมีคำถามเลยนั้นคงมิได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนรวม มิใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่หลายท่านเข้าใจ

ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
BlueHill วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สั่งสอบนายอำเภอแก่งกระจานกรณี พ.ต.ท.ล่าสัตว์ป่า
http://www.mcot.net/site/content?id=5107bfff150ba0572a000056

เพชรบุรี 29 ม.ค.-ความคืบหน้าคดีนายตำรวจยศ
พ.ต.ท.ร่วมกับพวกอีก 8 คนเข้าไปล่าสัตว์ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กรมการปกครองสั่งตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอแก่งกระจานในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ขณะที่อัยการจังหวัดตรวจสอบสำนวนพบหลายประเด็นยังไม่ครบถ้วน

นายวรวิทย์ สัมพัฒนวรชัย อัยการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงการพิจารณาและตรวจสอบสำนวน พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่า ขณะนี้สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการเจ้าของสำนวน ซึ่งอธิบดีอัยการภาค 7 สั่งให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีประเด็นที่ยังไม่ครบถ้วนหลายอย่าง รวมทั้งประเด็นที่ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจสอบหลักฐาน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจริง ตรงกับประเด็นของพนักงานอัยการที่จะสั่งให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม

ขณะที่นายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้นิติกรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำงานของนายสุทธิพงษ์ ตันบุญยศิริเดช นายอำเภอแก่งกระจาน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง หรือมีข้อบกพร่องในการพิจารณาคดีหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วันนี้

ส่วนความขัดแย้งระหว่างนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับนายอำเภอแก่งกระจาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เตรียมเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาปรับความเข้าใจเพื่อให้การประสานงานเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น และเกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ

ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับพวกเข้าไปล่าสัตว์ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และหากถูกสั่งฟ้องหรือถูกดำเนินคดีอาญา จะมีความเห็นให้ออกจากราชการ คณะกรรมการตรวจสอบวินัยจึงมีมติให้รอคดีอาญา โดยระหว่างรอการตรวจสอบ จึงมีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.ธีรยุทธ ไปดำรงตำแหน่งสารวัตรธุรการ ตำรวจภูธรอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์.-สำนักข่าวไทย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BlueHill วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 12 พญาไฟสีเทา

บ้านเมืองเรามันตลกนะครับ
มานั่งจับผิดคนทำงานตามหน้าที่กัน
คนจับผิดอย่างกรรมาธิการฯก็ออกจะจ้องจับผิดกันเกินไป
หน้าที่การงานก็เคยเป็นป่าไม้มาก่อนในอดีต
น่าจะเข้าใจว่า การส่งหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีนั้น เป็นเรื่องปกติของการสืบสวนสอบสวน และกรณีของตำรวจยศพ.ต.ท. ก็ไม่ใช่เคสแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

บ้านเมืองเราเอาเรื่องอคติส่วนตัว และการเล่นพรรคเล่นพวกเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนรวม มันถึงได้เละเทะอย่างปัจจุบันนี่ยังไงละครับ

เคสนี้ ผมยังไม่เห็นกรรมาธิการฯคนไหน เรียกตัวพนักงานสอบสวนมาชี้แจงกรณีทำสำนวนอ่อนยวบยาบ และไม่ตรวจสอบหลักฐานโดยละเอียด เชื่อว่ากรรมาธิการอย่างนายนริศ คงไม่มีวันทำเรื่องนี้หรอก ทั้งที่ควรจะทำ ไม่ใช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
tengpong วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

คห.๔ พญาไฟสีเทา
จากการที่ได้เคยคุยกันนอกรอบมาก่อนบ้าง
กรณีที่สงสัยว่า ทำไมจับได้ ๙ คน แต่ หน.อช.แก่งกระจาน ส่งฟ้องและแจ้งข้อหาแค่ ๘ คน
เมื่อจับผู้ต้องหาทั้ง ๙ คนได้แล้วนั้น หฯ.อช.แก่งกระจาน แจ้งความกับทั้ง ๙ คน แต่ว่าผู้ต้องหาร ๘ คนแรกให้การยอมรับ และทั้ง ๘ คนยังให้การว่ามาเจอกับ ตร.(ผู้ต้องหาที่ ๙)ในป่าโดยบังเอิญ ตามคำให้การของ ตัวตร.ด้วย และไม่มีหลักฐานอื่นที่จะใช้เป็นวัตถุพยานมัดตัวผู้ต้องหาที่ ๙
ขณะนั้นจึงทำได้เพียงแจ้งข้อหา ๘ คน และปรับ ตร.(ผู้ต้องหาที่ ๙)ข้อหาเข้าอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามอำนาจที่ทำได้เท่านั้น

แต่ในวันถัดมา หน.อช.ได้ตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมที่ยึดได้จากผู้ต้องหาทั้ง ๙ จึงพบหลักฐานเพิ่ม ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว จึงได้ทำการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาทั้ง ๙ คน แต่พนักงานสอบสวนบอกว่าภาพของตร.ผู้ต้องหาที่ ๙ ที่ปรากฏ ไม่ได้ระบุวันที่(ทั้งๆที่ดูจากคอมก็เห็น) จึงทำให้หลักฐานอ่อน และไม่คำสั่งไม่ฟ้องตร.ผู้ต้องหาที่ ๙ ซึ่งส่วนนี้ก็มีภาพข่าวของแถลงการของ ตร.ภาค ๗ เช่นกัน

ส่วนของการเข้าให้ปากคำกับกรรมาธิการ ที่สภานั้น
หน.อช.ก็ได้แจ้งขั้นตอนการทำงานเหมือนอย่างที่ผมอธิบายไว้ข้างบนเช่นกัน แต่คณะกรรมาธิการโดยนานริศ ขำนุรักษ์ ประเมินจากวันแถลงข่าวการจับกุมเท่านั้นและไม่ได้ให้น้ำหนักในวันที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติม จึงพยายามจะแจ้งข้อหาละเว้น ๑๕๗ กับ หน.อช.แก่งกระจาน

นี่คือข้อมูลที่ได้จาก หน.อช.อุทยาน โดยตรง ซึ่งผมไม่ได้แก้ตัวแทน
แต่ถูกผิดประการใด หน.อช.อุทยานฯ แจ้งว่ายินดีตอบคำถาม ทุกคำถามหากยังมีข้อสงสัยใดใดกับทุกท่านทุกกลุ่ม รวมทั้งบางกลุ่มที่โดนคำสั่งห้ามเข้าเขตอช.แก่งกระจานด้วย(กลุ่มนี้อ้างด้วยนะครับว่า คำสั่งศาลอนุญาตให้เข้าแล้ว แต่ไม่อยากเข้าเอง ซึ่งเรื่องนี้ฟังแล้วตลก เพราะอำนาจนี้เป็นอำนาจของ หน.อช.ไม่ใช่ศาล)

ส่วนพวกเรา ก็เพียงนำเสนอข้อมูลที่คนรักป่า ควรต้องรู้เท่านั้น

ด้วยความเคารพสัตว์ป่า และป่าไม้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
su วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

"กบทูด" มันตัวใหญ่ขนาดใหน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

ยินดีด้วยครับอัยการสั่งสอบเพิ่มคดีตร.ร่วมแก๊งล่าสัตว์ป่า
http://www.tnnthailand.com/news/details.php?id=56371

วันนี้ผมลองการบ้านไล่เรียงช่วงเวลาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้...ลองพิจารณากัน
วันที่ 10 มกราคม 2556
23.00 น : เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแห่งชาติแก่งกระจานเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง ๙ คน และนำมาสอบสวน ผู้ต้องหา 8 คนให้การรับสารภาพ ยกเว้น พ.ต.ท.ธีรยุทธ ซึ่งให้การปฏิเสธและอ้างว่าตัวเองไม่เกี่ยว แค่มาเจอกันในป่าตอนขากลับ จึงได้แต่อาศัยมากับเรือเท่านั้น ในขณะที่ 8 คนที่ยอมรับว่าของกลางที่ยึดมาได้เป็นของพวกเขาและไม่รู้จัก พ.ต.ท.ธีรยุทธ

วันที่ 11 ม.ค. 2556
เวลา....น : เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนำตัวผู้ต้องหาทั้ง ๙ คนมาสอบปากคำ
13.00 น : นายชัยวัฒน์ นำผู้ต้องหาทั้ง 9 คน รวมทั้ง พ.ต.ท.ธีรยุทธ แถลงข่าวที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดี

วันที่ 12 ม.ค. 2556
เวลา...... น : พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเนื่องจากเป็นกรณีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
เวลา...... น : พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีรายงานตำรวจ สภ.แก่งกระจาน ไม่มีรายชื่อ พ.ต.ท.ธีรยุทธ นักล่าสัตว์ป่าที่ถูกจับกุม 1 ใน 8 ตกเป็นผู้ต้องหาด้วย

วันที่ 13 ม.ค.2556
เวลา 11.30 น : นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กลับไปแจ้งความ พ.ต.ท.ธีรยุทธ ที่ สภ.แก่งกระจาน เพิ่มเติมโดยอ้างว่าพบ
หลักฐานภาพถ่ายและวีดิโอที่สามารถระบุว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาอีก 8 รายและร่วมกันล่าสัตว์
เวลา..........น. พ.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 เรียกประชุมเรียก ตร.ที่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าร่วมประชุม หลังจากนั้นแถลงข่าวกล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งของกลาง ทำไมจึงแจ้งข้อหาหนักเพียงแค่ 8 คน ยกเว้น พ.ต.ท.ธีรยุทธ ซึ่งปรับแค่ ๑๐๐๐ บาทข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ พร้อมกล่าวว่า หากการสอบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ธีรยุทธ มีความผิดจริงก็จะจะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด และจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่เข้าจับกุมด้วยในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดคนใดคนหนึ่งจะปฏิเสธ ก็เอามาปรับแล้วปล่อยตัวไปคงไม่ใช่ต้องไม่มีละเว้น
เวลา 16.20 น : นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกรายการเกาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายชัยวัฒน์ ชี้แจงว่าในระหว่างที่ลูกน้องทำสำนวน มี 8 คนที่ยอมรับว่าของกลางที่ยึดมาได้เป็นของพวกเขา แต่ พ.ต.ท.ธีรยุทธ อ้างว่าตัวเองไม่เกี่ยว แค่มาเจอกันในป่าตอนขากลับ จึงได้แต่อาศัยมากับเรือเท่านั้นซึ่งอีก 8 คนก็ให้การตรงกันว่าไม่รู้จัก พ.ต.ท.ธีรยุทธ เจ้าหน้าที่จึงทำได้แค่ปรับ 1,000 บาทกับนายตำรวจใหญ่เท่านั้น เพราะทุกคนให้การตรงกัน แม้จริง ๆ เจ้าหน้าที่จะทราบอยู่แล้วว่า กลุ่มนักล่าสัตว์พยายามเลี่ยงบาลี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

วันที่ 21 ม.ค. 2556
คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เชิญตัวแทนจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตำรวจภูธรภาค 7 ผู้กำกับการตำรวจภูธรปรานบุรี โดยมีมติจากที่ประชุมของ กมธ. ขอให้กรมอุทยานฯ ตั้งคณะ กรรมการสอบสวนว่า การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานใช้ดุลพินิจเบื้องต้นในการเปรียบเทียบปรับการกระทำความผิดของ พ.ต.ท.ธีรยุทธหรือไม่ เพราะในเบื้องต้นข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้คือพนักงานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯใช้ดุลพินิจให้ลงโทษบทเบากับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เพียงคนเดียว และใช้บทลงโทษบทหนักกับผู้ต้องหาอีก 8 คน ซึ่งโดยปกติการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาไม่ควรแยกความผิด จึงเห็นว่าน่าจะเป็นดุลพินิจที่ไม่ถูกต้อง

วันที่ 22 ม.ค.2556
เวลา 11.30 น. พนักงานสอบสวนนำสำนวนสอบสวนคดีดังกล่าวไปยืนแก่อัยการจังหวัดเพชรบุรี และมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธีรยุทธ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
hayyana วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เดี๋ยวไปทำสำนวนภาคใต้อ่อนอีก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ดงละดอน วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ทันตาเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่หมี วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

คลิปภาพมันฟ้อง......

ถ้าทำผิดให้ถูก....งานนี้คงแถไม่ไหว

แหม่....ดูจากคลิป ทั่นลั้ลลามาก

ตอนนี้เป็นไงไม่รู้นะ...น่าจะลั้ลลาไม่ออก

ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
navavee วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navavee

ทำไมต้องส่งแต่คนเลวๆ ลงไป 3 จังหวัด ไม่ส่งคนดีๆ ไปช่วยทำงานบ้างล่ะ กลายเป็นว่า 3 จังหวัด กลายเป็นซ่องโจรไปแล้ว เพราะเป็นที่สิงสถิตของผู้กระทำความผิด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

ผมก็ยังมองไม่เป็นอื่นนอกจาก ตร.ช่วยกัน ส่วนเรื่องค้างคาใจอื่นๆ เรนื่องล่าช้าง เผากระท่อม ก็ว่ากันเป็นเรื่องๆไปครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
OKnature วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKnatureclub

จากทีมงาน OK nature ... ได้สอบถามหัวหน้าเหมือนกันว่าทำไมไม่แจ้งความตำรวจพร้อม 8 คน ครั้งแรก เพราะหลักฐานไม่ชัดพอ ลูกน้องแจ้งว่ามีนายตำรวจถูกจับกุมด้วย จึงถามลูกน้องว่ามีหลักฐานอื่นหรือไม่ ลูกน้องแจ้งว่ายึดกล้องถ่ายรูปไว้ จึงได้เปิดกล้องดู เมื่อได้หลักฐานเป็นภาพถ่ายจึงแจ้งเพิ่มภายหลัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 4 คุณพญาไฟสีเทา
เห็นด้วยเรื่องที่เสนอให้่ดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จอีกกระทง ต้องเอากันให้เข็ด
ส่วนเ้รื่องยื่นแจ้งความข้อหาล่าสัตว์ป่า 2 ครั้งนั้น หน.อช.แก่งกระัจาน บอกว่า เพิ่งพบหลักฐานจากกล้องและวิดีโอครับ จึงมีการส่งหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดี ประเด็นนี้ก็น่าสนใจครับว่าไฉนเพิ่งมาเห็นภาพในตอนหลัง ทั้งๆที่ควรจะตรวจสอบตั้งแต่แรก

อย่าไรก็ตาม ไม่ว่าจะส่งดำเนินคดี 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ควรนำประเด็นนี้มาหักล้างว่า เป็นเรื่องเท็จ โดยที่พนัีกงานสอบสวนไม่ตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจน

ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พญาไฟสีเทา วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/andamanwatch
...ศูนย์ข่าว Thai Open News...  http://www.thaiopennews.com

ผมคิดว่าหลักฐานชัดเจนแล้ว...
ควรแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง ๙ รายเพิ่มเติมอีกคดี
คือ ให้การอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก
1.) ผู้ต้องหา ๘ คนแรก บอกว่าไม่รู้จัก ผู้ต้องหาที่ ๙
2.) ผู้ต้องหาที่ ๙ บอกว่าไม่รู้จักผู้ต้องหาทั้ง ๘ คน แต่มาพบเจอกันบังเอิญ
3.) อ้างว่าไม่ได้ล่าสัตว์ป่า

ส่วนกรณีของหน.ชัยวัฒน์ผมก็ยังติดใจอยู่ว่า เหตุใดการจับกุมครั้งแรกจึงไม่แจ้งความดำเนินคดีผู้ต้องหาที่ ๙ ทั้งที่เป็นการจับกุมในคราวเดียวกัน และเห็นชัดเจนว่าทั้ง ๙ คนมีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้น

ประเด็นที่ว่า หน.ชัยวัฒน์อ้างว่าสาเหตุที่ปล่อยผู้ต้องหาที่ ๙ ไป และปรับเพียง ๑๐๐๐ บาทข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอนั้น ผมคิดว่าอาจต้องพิจารณาว่า ทางอุทยานแห่งชาติได้หลักฐานกล้องถ่ายรูปและภาพกลุ่มคนร้ายตั้งแต่เมื่อไรหากได้กล้องตั้งแต่ครั้งแรกก่อนการปล่อยตัว..ผมว่าก็เข้าข่ายการวินิจฉัยผิดพลาดและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม 157 ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงอาจต้องพิจารณาสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติด้วยว่ามีจุดอ่อนหรือไม่ เช่น การไประบุในทำนองที่ว่า ไม่ได้จับกุมในคราวเดียวกันฯลฯ

ส่วนพนักงานสอบสวนควรตรวจสอบว่า ได้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและรอบคอบหรือไม่ เช่น เหตุใดเมื่อรู้ว่าผยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้อง ก็ควรได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่จับกุม เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม..เหตุใดถึงไม่เรียกสอบหรือหาพยานให้่ชัดเจนก่อนการสั่งไม่ฟ้อง

ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้องอร วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/forstudent
JomJam Senavat

ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่ผิดแล้วพยายามทำให้ถูกนี้ แย่จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คำพูดของตำรวจถูกหักล้างด้วยหลักฐานที่หาได้จากตร.ด้วยกันเอง
พนักงานสอบสวน จะว่าอย่างไรละทีนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชัดเจน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณว่าสภาป่วน ใครต้องรับผิดชอบ
ประธานสภา
1431 คน
ส.ส.เพื่อไทย
282 คน
ส.ส.ประชาธิปัตย์
436 คน
ทุกฝ่าย
323 คน

  โหวต 2472 คน