• ยอดกุนซือ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : siamcontact@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-13
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 22851
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
ศุภกรณ์ จักรเพชร
เขียนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ การพัฒนาจิต พฤติกรรม วัฒนธรรม สังคม แบบบูรณาการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ILP
วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน 2555
Posted by ยอดกุนซือ , ผู้อ่าน : 1099 , 15:25:13 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ โหวตเรื่องนี้

          ในแวดวงการพัฒนาตนเอง และธุรกิจ …

          มีวิธีคิดวิธีหนึ่งที่พูดกันบ่อยครั้งก็คือ วิธีคืดแบบ Outside In…
          มองจาก "ข้างนอก" เข้ามา "ข้างใน.
          ซึ่งต่างจากวิธีคิดแบบ  "Indside Out" หรือการคิดแบบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง...
          การคิดแบบนี้จะทำให้เรามองปัญหาเพียงด้านเดียว...
          เป็นการมองปัญหาจากตัวเราออกไป...
          ทำให้เห็นแต่ปัญหาที่ตัวเองสนใจ...ชอบ...ไม่ชอบ..หรือบางครั้งอาจไม่มองปัญหาแท้จริงที่เกิดขึ้น...
 
          แต่หากเราต้องการมองเห็นปัญหาให้รอบด้าน เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คิดแทนคนอื่น มองจากมุมคนอื่นบ้าง...
          "Outside In" คือคำตอบสุดท้าย
          ความจริง หลักคิดแบบนี้...คนไทยสอนกันมาตั้งแต่โบราณกาล..
          "Outside In" ก็คือ "เอาใจเขา มาใส่ใจเรา"
          หรือชาวฝรั่งตะวันตก เรียกว่า "ใส่รองเท้าของคนอื่นบ้าง"...
          "ใจ" คืออวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย
          "รองเท้า" เป็นสัญลักษณ์ของ จุดที่เรายืน
         " เอาใจเขา มาใส่ใจเรา" หัดเอาความสำคัญของคนอื่นมาแทนความสำคัญของตัวองบ้าง
          "ใส่รองเท้าของคนอื่น" เปลี่ยนมุมมองใหม่จากจุดที่เรายืนอยู่ เป็นมุมมองจากจุดที่คนอื่นยื่นอยู่
               
                     ในอดีต เราจะถูกสอนให้เชื่อว่า...
          ต้องมองว่าเราต้องพัฒนาตัวเองในเรื่องใด …
          โดยละเว้นความใส่ใจต่อมุมมองของบุคคลอื่นที่มีต่อเรา...
          ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์ย่อมเข้าข้างตัวเอง มองเห็นแต่ความดี โดยมองข้ามความบกพร่องที่สะสมอยู่...
          คิดว่า "ความคิดของตน" นั้นถูกต้อง 
          ถือความคิดของตนเป็นใหญ่...หรือคิดแทน "คนอื่น"...
          คิดว่าแบบไหนดี...แบบไหนที่เราชอบ...แบบนี้คนอื่นต้องชอบแน่ๆ...
 
          วิธีคิดแบบ "Outside In"...
          ต้องเริ่มคิดจากมุมมองของคนอื่น...…ไม่ใช่ตนเอง....และไม่ใช่คิดแทนคนอื่น..
          
                    
                    ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะได้อ่าน หนังสือ "History of everything" ของ เคน วิลเบอร์...
               พัฒนาแบบองค์รวม จิต พฤติกรรม วัฒนธรรม และสังคมสิ่งแวดล้อม...
               มองให้ครบ...ทั้ง..."Inside Out"…และ…"Outside In"…
 
               การกำหนดนโยบายธุรกิจ..ที่มีส่วนสนองเป้าหมายเชิงพัฒนา...
               ที่พัฒนาเพื่อสนองสังคม... ทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกองค์กร...  
               คนภายนอก ที่เป็นเสียง outside in จะถามความคาดหวังจากเรา...
               คนภายใน จะถามว่ามีอะไรบ้างที่ควรจะทำ/จำเป็นต้องทำ...แต่ยังไม่ได้ทำ...
               
               เราต้องการเสียง outside in ที่สะท้อนมุมมองแบบ “จิตใหญ่” ต่อองค์กร
               ต้องการเสียงสะท้อนที่เน้น longtern goals  ไม่ใช่เน้น shortterm gain...   
               เน้นที่ความเห็นเพื่อการพัฒนา...เพื่อประสานผลประโยชน์ของลูกค้า...ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่..
 
               ต่อไปนี้จะเป็นยุคที่ต้องไวต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย...
               ต้องได้มาซึ่งความต้องการที่แม่นยำ และสร้างสรรค์...
               เป็นความท้าทาย และเป็นเรื่องทึ่จะต้องเรียนรู้...
                 
               เราจะมีชีวิตอยู่ได้...ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม...
               ถ้าเราทำงานเป็นที่พอใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย...
               …ก็จะได้รับการสนับสนุน และเป็นที่ยอมรับ จากทั้งสังคม...
               
               เรื่องบางเรื่อง...โคตรธรรมดา...ในสายตาเรา...
               แต่สำหรับคนอื่น...เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง...
              
               เรื่องที่ถือว่าชัดเจนที่สุดและเป็นมุมมองแบบ Outside In ... 
              
 
               บ้าน สำนักงาน มีศาลพระภูมิ ฝรั่งถาม เอาไว้ให้อะไรอยู่...
               นี่คือเรื่องแปลก...ในสายตาต่างชาติ...
               จงอย่าแปลกใจ...เมื่อเห็นฝรั่งคนไหน...มาซื้อส่งไป...ประดับบ้าน....
               
               คนเยอรมันประทับใจห้างในกรุงเทพฯ เปิดทุกวัน...
               มีทั้ง...ห้างเล็ก...ห้างใหญ่...ติดแอร์...ไม่ติดแอร์์หรือจะแบกับดิน...
 
               คนสวิสชอบตุ๊กๆ...สามล้อประจำชาติไทย...
               เป็นประสบการณ์พิเศษ...ที่ต้องใช้บริการ...และนำกลับไปเล่า...
 
               สาววัยรุ่นชาวฮอลแลนด์มาอยู่แถวอ.นาแก จ.นครพนม…
               ไม่ยอมกลับบ้าน แม่ตามให้กลับบ้านเท่าไรก็ไม่กลับบอกว่ากลับไปบ้านก็ไม่มีอะไรกิน
               หนาวก็หนาว อยู่นี่มีกินทั้งปี อยากกินอะไรดึกแค่ไหนก็เดินออกมาซื้อกินได้ตลอด 
               ผลไม้มีกินทั้งปี กลับบ้านไปมีกินแต่หน้าร้อน ดอกไม้ก็บานทั้งปี
               ไม่ใช่ได้ดูแค่หน้าร้อนแบบบ้านเขา       
               
                สิ่งที่เขาเห็น...ถือว่าเป็นสิ่งประหลาดใจในเมืองไทย...ประเภท…Thailand Only…
                เป็นโอกาสอันดี...ที่จะเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์...
                เราไม่ควรขายแค่สิ่งที่เราคุ้นตา...
                และคิดแต่ Inside Out…
 
                การตลาดยุคใหม่...ไม่ใช่ขายแต่วัตถุ...สถานที่...
                แต่ต้องขาย "ประสบการณ์"
                เพราะ "ประสบการณ์"  จะตราตรึงอยู่ในใจมากกว่า "วัตถุ"
                ที่สำคัญ...ต้องเป็น "ประสบการณ์" ที่ "ผู้ซื้อ" ต้องการ...
                 
               เราใส่ใจเรื่องธุรกิจมากเท่าใด...เรายิ่งต้องพัฒนาการด้านจิตใจมากยิ่งกว่า...
               เราต้องการ...การปลอบโยน...ให้กำลังใจ...
               คนอื่นล้วนต้องการเช่นเดียวกัน...
 
               การปลอบโยน...ช่วยเหลือ...ให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ในยามเขามีความทุกข์..
               ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ...เป็นการแสดงความเมตตา...
               …เป็นศิลปะของการใช้ชีวิต...ที่โลกยกย่องสรรเสริญ...
               
               ในยามที่คนอื่นอ่อนแอ เขาจะหมดกำลังใจ หมดพลังสู้ 
               เขาต้องการกำลังใจจากเรา...เพื่อปลุกใจให้สู้...ให้พ้นจากสภาวะเช่นนั้น...
               เขาจะรักและซาบซึ้ง...ประทับใจ...ผู้ที่ปลอบโยนเขาได้...
 
               เราต้องทำตัวเสมือนแม่ไก่ที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อย...
               เป็นแม่วัว...ที่พร้อมจะตายเพื่อให้ลูกน้อยข้ามถนน... 
               เพื่อให้เขาเกิดพลังและกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ชีวิตต่อไปได้...
 
               เรารัก...ให้อภัย...ปลอบใจ ให้กำลังใจ...ไม่โกรธ...ไม่เกลียด …"ตัวเอง" อย่างไร...
               เราต้องเข้าใจ ไม่ซ้ำเติมความผิด ให้อภัย ปลอบใจและให้กำลังใจ ไม่โกรธ ไม่เกลียด "คนอื่น" เช่นนั้นด้วย...
               
               "เหตุ"...ที่เรายังไม่ทำผิดพลาดอย่างเขา...
               เป็นเพราะเรามี.."ผล"...ของการกระทำที่ดีในอดีต (กรรมดี)...
               จึงทำให้มีบุคลิกและวิธีคิดที่แตกต่างจากเขา...มีปัจจัยที่แตกต่างจากเขา...
               แต่เราต้องคิดเสมอว่า...ถ้าเรามีกรรมอย่างเขา...มีปัจจัยทุกอย่างเหมือนเขา...
               เราอาจต้องทำเช่นเดียวกัน...  
 
                     เมื่อเราข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การกระทำที่สังคมตราไว้ว่า "ผิด"…
               เพราะในสภาวการณ์ที่เผชิญอยู่  สิ่งที่หล่อหลอมจนตกผลึกเป็นวิธีคิด...
               วิธีตอบสนองต่อสิ่งเร้าเบื้องหน้า...รวมทั้งผลของกรรมเก่าของเขา...
               หากเปลี่ยนเป็นเรา...การกระทำก็อาจจะไม่แตกต่าง...
               คำพูดยกตัว...ทำนองว่า "ถ้าเป็นฉัน...ฉันไม่ทำอย่างนี้หรอก" 
               คงไม่หลุดออกจากปากเราอีกต่อไป...
     
 
               คนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา...จะเป็นคนมีอารมณ์ดี มี EQ ดี…
               เพราะคุณสามารถรักมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง...ไม่จับผิด...พร้อมจะเป็นพวกและให้อภัย...
 
               สังคมของเรามีคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา...น้อยมาก!
               หากคุณมีนิสัย...Outside In…อย่างเป็นปกติธรรมชาติ"...
               คุณจะเป็นที่รักของทุกคนที่อยู่ใกล้หรือได้รู้จัก...
               เป็นเสน่ห์ล้ำลึกที่ดึงดูดทุกคนให้อยากอยู่...ใกล้คุณ...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 16/09/2012 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเช้าครับคุณยอดกุนซือ แวะมาเยี่ยมและมารับสมาชิกใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Pramote วันที่ : 15/09/2012 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/safetyofficerthailand
ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษา วิทยากรด้านความปลอดภัยฯ ต่างที่คิด...ชีวิตจึงปลอดภัย...

เปรียบเทียบดีครับ...เห็นภาพเลย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน