• ITWichien
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lwichien@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-13
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 123727
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
IT วิเชียร
พูดคุยเรื่อง วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ และ IT
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ITWichien
วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ITWichien , ผู้อ่าน : 26143 , 15:02:44 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หายไปนานหน่อยครับ พอดีมีงานที่ต้องเคลียร์เยอะเลยช่วงต้นปี

กลับมาคราวนี้พอดีมีน้องๆ ที่ office มาถามเรื่องเกี่ยวกับตรวจสุขภาพ ทั้งของตนเองและพ่อ-แม่กันเยอะเลย และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตรวจ X-ray หรือ Ultrasound ว่าควรตรวจอะไร เพื่ออะไร อย่างไหนดี และอื่นๆ สารพัดจะถาม ก็เลยอยากนำเรื่องเกี่ยวกับภาพถ่ายทางการแพทย์มาเล่าสู่กันฟัง ให้ชาว oknation ได้ทราบด้วยครับ

ในทางการแพทย์เท่าที่ผมเรียนมา จนถึงปัจจุบันก็มีภาพถ่ายทางการแพทย์ที่สำคัญและคุ้นหูพวกเราอยู่ราว 5 ชนิดครับ

1. ภาพถ่าย X-ray

ก็เป็นภาพถ่ายที่เราคงคุ้นเคยกันดี  ภาพถ่าย X-ray นี้เกิดจากการปล่อยรังสีเอกซ์จากเครื่องกำเนิดฉายไปยังเป้าหมาย เพื่อให้ในเกิดภาพเงา แล้วมีแผ่น Film มารองรับเพื่อบันทึกภาพ

ภาพที่ได้จึงเกิดจากการที่องค์ประกอบอวัยวะใด รังสีเอกซ์ผ่านไปได้ยาก (ทึบรังสี) ก็จะมีสีขาว ส่วนถ้าอวัยวะใดรังสีเอกซ์ผ่านไปได้ง่าย (โปร่งรังสี) ก็จะมีสีออกเทาดำหรือดำ

เช่นในรูป เป็นภาพ X-ray บริเวณทรวงอก ส่วนที่เป็นกระดูกซึ่งประกอบด้วยแคลเซียมจะทึบรังสีจึงเห็นเป็นเงาสีขาว ส่วนที่เป็นปอดซึ่งมีอากาศอยู่ภายในเป็นส่วนใหญ่จะโปร่งรังสีกว่าส่วนอื่นจึงเห็นเป็นเงาสีเทาดำหรือดำ เป็นต้น

2. ภาพจากเครื่อง CT Scan (Computed Tomography)

CT เป็นระบบที่คิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาของภาพ X-ray ในการวิเคราะห์ที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น เนื่องจาก ภาพ X-ray เป็นภาพลักษณะ 2 มิติ ทำให้ภาพเงาของอวัยวะต่างๆ ซ้อนทับกัน ทำให้เห็นภาพได้ไม่ชัดเจนพอ

โดยเครื่อง CT จะใช้รังสีเอกซ์เช่นเดียวกัน แต่แทนที่จะใช้ Film แผ่นเดียวมารับภาพเงาที่เกิดขึ้น เครื่อง CT จะมีหัวอ่าน (Detector) หลายสิบตัวอยู่ภายในเพื่อรับภาพเงาที่เกิดขึ้น และแทนที่ต้นกำเนิดรังสีจะอยู่นิ่งๆ ระบบ CT ก็จะให้มีการหมุนต้นกำเนินรังสีไปโดยรอบ เพื่อให้เกิดภาพเงาจากหลายๆ มุม

จากนั้นระบบของเครื่องก็จะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาประมวลผลและสร้างภาพในลักษณะ 3 มิติ และเนื่องจากภาพทั้งหมดเกิดจากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เราจึงสามารถให้เครื่องทำการสร้างภาพแบบ Tomography คือเป็น Slice ย่อยๆ ออกมาให้เราดูได้ เช่นในภาพตัวอย่างเป็น ภาพ CT scan บริเวณช่องท้องตอนบน เป็นต้น

3. ภาพจากเครื่อง MRI (Magnetic Resonance Imaging)

 

ระบบ MRI ก็เป็นอีกเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้การวินิจฉัยทางการแพทย์มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

MRI เลือกใช้แนวคิดใหม่ ไม่ได้ใช้หลักการของรังสีเอกซ์  แต่ใช้การหลักการที่ว่าในเมื่อร่างกายมนุษย์ประกอบส่วนน้ำเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเครื่อง MRI จึงใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปล่อยออกมาใส่เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแกนของโมเลกุลของน้ำ แล้วค่อยดักจับคลื่นความถี่ที่ถูกปล่อยออกมาในขณะที่โมเลกุลของน้ำคืนตัว จากนั้นเครื่อง MRI ก็จะนำสัญญานข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลจนเป็นภาพของอวัยวะต่างๆ อีกที

โดยอวัยวะส่วนใดมีน้ำประกอบอยู่มากก็จะเป็นภาพสีขาวหรือเทาอ่อนๆ ส่วนอวัยวะใดมีน้ำอยู่น้อยหรือเป็นโพรงก็จะเป็นภาพสีดำหรือเทาดำ ดังนั้นภาพ MRI จึงมีลักษณะตรงกันข้ามกับภาพ X-ray และ ภาพ CT Scan

เช่นในรูป เป็นภาพ MRI บริเวณศรีษะ ส่วนที่เป็นกระดูกหรือโพรงต่างๆ จะมีสีดำ หรือเทาดำ ในขณะที่สมอง และไขสันหลังของเรามีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ก็จะมีสีขาว หรือเทาอ่อนๆ เป็นต้น

4. ภาพจากเครื่อง PET Scan (Positron Emission Tomography)

 

ระบบ PET ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ต้องการให้การวินิจฉัยและการวิเคราะห์หาสาเหตุแม่นยำและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โดยหลักการของเครื่อง PET ก็จะแตกต่างจากทั้งเครื่อง CT และ MRI ออกไปอีก คือ PET จะอาศัยหลักแนวคิดที่ว่า เนื้อเยื่อที่ผิดปกติโดยเฉพาะมะเร็งหรือเนื้อร้ายมักจะมีการเผาผลาญอาหารมากกว่าเนื้อเยื่อปกติ หรือเนื้อเยื่อที่อ่อนแอลงก็มักจะมีการเผาผลาญอาหารน้อยลงด้วย

ซึ่งโดยส่วนมากก็จะมีการนำหลักการของเวชศาสตร์นิวเคลียร์มาใช้ร่วมด้วย เช่น การใช้สารกัมมันตรังสี 11C, 13N, 15O และ 18F มาใช้ดูปริมาณสะสมของสารเหล่านั้นในอวัยวะเป้าหมายต่างๆ

เช่นในรูป เป็นภาพ  PET-CT คือนำภาพจาก PET มาซ้อนกับ CT (ในปัจจุบันมีการทำ PET-MRI ได้แล้วด้วย) บริเวณลำตัว เป็นต้น

5. ภาพถ่าย Ultrasound หรือ Sonography

 

ก็เป็นภาพถ่ายอีกประเภทหนึ่งเรามักคุ้นหูกันอยู่ โดยเฉพาะการตรวจดูภาวะทารกขณะอยู่ในครรภ์

เป็นภาพที่ได้จากการส่งคลื่นเสียงความถี่สูง (สูงมากจนมนุษย์หรือสัตว์ไม่สามารถได้ยิน) เข้าไปในร่างกายผ่านอุปกรณ์พิเศษในรูปแบบต่างๆ (Probe ที่เป็นต้องตัวปล่อยเสียงและรับเสียงสะท้อนกลับ) ทั้งที่ใช้ภายนอก และภายใน โดยอาศัยหลักการคล้ายการฟังเสียงสะท้อนของค้างคาว เนื่องจากเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะมีสภาวะการเป็นตัวกลางในนำเสียง สะท้อน หักเห ที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อระบบได้ข้อมูลกลับมาก็จะนำมาประมวลผลให้เป็นภาพต่อไป

เช่นในรูปเป็นรูปภาพที่เกิดจากการทำ Ultrasound บริเวณตับ เป็นต้น (รูปจะมีลักษณะคล้ายรูปพัดหัวกลับ บริเวณปลายด้านบนที่แคบกว่า จะเป็นบริเวณผิวหนัง (ซึ่งแพทย์นำ Probe มาวางไว้ โดยจะทาเจลลื่นๆ เพื่อสัญญาณเสียงเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่ายขึ้น) ส่วนด้านล่างที่กางกว้างออกจะเป็นภาพของอวัยวะเป้าหมายที่เกิดจากคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมา

ดังนั้นเมื่อเรารู้จักภาพถ่ายทางการแพทย์ชนิดต่างๆ แล้วก็จะเห็นว่า แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติ ความละเอียดที่แตกต่างๆ กัน รวมทั้งความใช้จ่ายที่ต่างกันด้วย

ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี น้องที่ office บางคนพอผมอธิบายให้ฟังแบบนี้ก็บอกว่าไม่อยากให้พ่อ-แม่ไปโดยฉายรังสีด้วยวิธี X-ray หรือ CT อยากให้ใช้ MRI ไปเลยเพราะรู้สึกว่าจะปลอดภัยกว่า หรือบางคนยังไม่มีลูกก็กลัวว่าไปถ่ายภาพ X-ray หรือ CT ทุกปีแล้วจะเป็นหมัน (ซึ่งจริงๆ แล้วจะหมันไม่หมันไม่ได้มาจากแค่ไปถ่าย X-ray หรือ CT หรอกครับ ผมทั้งเรียนด้านนี้มา ทั้งไปตรวจร่ายกายอยู่ทุกปี ยังมีลูกตั้งสองคนแล้ว น่ารักอีกต่างหาก)

ผมบอกกับน้องๆ ที่ office ผมอยู่เสมอว่า แพทย์ทุกท่านต้องการรักษาคนไข้ทุกคนให้หายจากโรคกันทั้งนั้นแหละครับ แต่จะบอกว่าให้คนไข้ทุกคนที่มาแค่ตรวจร่างกายทุกคนทำ MRI กันหมดก็คงจะไม่ได้ ลำพังแค่ค่า X-ray ปอดที่ทำเป็น routine ประจำในการตรวจร่างกายก็ยังมีคนบ่นเลย

แพทย์ทุกท่านก็จะพยายามตรวจดูจากภายนอกก่อน แต่ถ้าต้องดูภายใน ก็จะอาศัยตาทิพย์จากภาพถ่ายเหล่านี้อีกที เพราะแพทย์ทุกคนก็ต้องนึกถึงกระเป๋าของคนไข้ด้วยว่าไหวมั๊ย และจะต้องไม่รักษาโดยเกินความจำเป็นด้วย 

ทางที่ดีเราควรดูแลร่างกายของเราให้ดี ทานอาหารให้พอดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆ ยังมีโรคภัยมาเบียดเบียน ก็ต้องพบแพทย์เพื่อให้สามารถตรวจหาสาเหตุ และรักษาอย่างถูกวิธีเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนสองแผ่นดิน วันที่ : 18/02/2009 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemophilia
ผู้ปฏิบัติงานสารสนเทศอิสระเพื่อผู้เป็นฮีโมฟิเลีย


ขอบคุณครับที่มอบความรู้ไว้ให้เป็นวิทยาทาน ขอให้ท่านมีสุขภาพดีพร้อมทั้งกายใจตลอดไป
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รู้จักกับ IBM Lotus Symphony

เพื่อให้ทุกคนได้เห็นหน้าตาของ Lotus Symphony Freeware ของ IBM เผือว่าสนใจจะได้ลอง download มาใช้กันครับ (ของฟรี 100%)

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]