*/
  • Maira
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Illusions2324@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 467
  • จำนวนผู้ชม : 1218637
  • จำนวนผู้โหวต : 453
  • ส่ง msg :
  • โหวต 453 คน
I Will Always Love You.

Whitney Houston

View All
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม 2556
Posted by Maira , ผู้อ่าน : 5907 , 15:02:21 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ni_gul , rattiya และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) เป็นวัน “Coffee Day” ในอเมริกา PBS ได้นำเสนอประวัติอันยาวนานของกาแฟก่อนที่จะกลายมาเป็น “กาแฟตอนเช้า” ของคนนับล้านทั่วโลกในขณะนี้ เจ้าของบลอกได้อ่านแล้วทึ่งค่ะ แม้จะเป็นคอกาแฟมานานแต่ก็ไม่เคยรู้ว่าประวัติของกาแฟนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และคิดว่าหลายๆคนที่เป็นคอกาแฟคงจะสนใจเช่นกันนะคะ

 

History of Coffee

 

กาแฟ เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก- เป็นที่สองรองจากน้ำมันเท่านั้น
เรารักมัน เราพึ่งพามันได้ และเราดื่มมันในปริมาณมากๆ คาดว่าประมาณ 2.25 พันล้านถ้วย ในแต่ละวันทั่วโลก


ชาวนิวยอร์ก จะ ดื่มกาแฟมากกว่าที่อื่นๆในสหรัฐอเมริกาถึง 7 เท่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงมี Starbucks อยู่ทุกมุมถนนของแมนฮัตตัน

เป็นที่เล่าลือกันว่า โวลแตร์(Voltaire) นักเขียน และนักปรัชญา ผู้มีชื่อชาวฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 18 ดื่มกาแฟ 40 - 50 ถ้วย ต่อวัน
ปัจจุบันกาแฟเป็นพิธีกรรม ประจำวัน ในชีวิตของมนุษย์นับล้านทั่วโลก

 

Ripe Coffee Berries

 

แรกเริ่มเดิมทีมีเรื่องเล่าในตำนานของเอธิโอเปียว่ากาแฟถูกค้นพบโดยคนเลี้ยงแพะชื่อ คัลดิ (Kaldi) ซึ่งพบว่าแพะของเขา สนุกสนานร่าเริง และเต็มไปด้วยพละกำลังหลังจากที่ได้กินผลเบอร์รี่สีแดงจากพุ่มกาแฟ คัลดิจึงลองชิมผลเบอร์รี่นั้นดูบ้างและรู้สึกว่าตัวเขาเองมีปฏิกิริยาที่คล้ายกัน จึงได้ชักชวนให้เพื่อนๆทดลองกินดู หลังจากพระภิกษุที่ผ่านไปได้เห็นอาการแปลกๆ ของพวกเด็กเลี้ยงแพะ พระภิกษุองค์นั้นจึงเก็บเอาผลเบอร์รี่กลับไปด้วยและชักชวนให้ เพื่อนพระสงฆ์ลองชิม ผลที่ได้คือพวกพระในวัดนอนไม่หลับทั้งคืน มีอาการตื่นตัว และทำให้รู้ว่านั่นคือผล ตอบสนองจากตัวยาที่มีอยู่สูงในกาแฟเรียกว่า “คาเฟอีน” ที่มีผลในการกระตุ้นตามธรรมชาติในพืชชนิดนี้ที่ทำหน้าที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืช เพื่อปกป้อง ผลเบอร์รี่ กาแฟ จากแมลง
 
ก่อนที่จะกลายเป็น เครื่องดื่มทางเลือก “กาแฟตอนเช้า” ของเราที่มีความหลากหลายในการเตรียมแตกต่างกัน ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดในรูปแบบดั้งเดิมนั้น กาแฟ เป็นผลไม้ เหมือนลูกเชอร์รี่ สีแดงเมื่อสุก เมล็ดที่อยู่ภายในคือ “เมล็ด กาแฟ”(หรือ coffee bean)

ในช่วงแรกๆ ผลเบอร์รี่ถูกเอามาผสมกับไขมันสัตว์เพื่อทำ “สแน็คบาร์” ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน (เป็นของขบเคี้ยว คล้ายๆพวกขนมถั่วตัด อะไรพวกนั้นค่ะ) จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งมีการนำมาบดและหมักไว้เพื่อทำไวน์ หรือเครื่องดื่มคล้ายกับที่ทำจากผลไม้อื่นๆ บังเอิญรสชาติออกมาคล้ายๆกับการหมักของผล “โกโก้” ที่เป็นต้นกำเนิดของ “ช็อคโกแลต”


นี่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์เราเก่งในการดัดแปลงหาวิธีใหม่ๆในการผลิต โดยเฉพาะเครื่องดื่มและอาหาร มีมาตั้งแต่แรกเริ่มของกาลเวลา แต่กาแฟซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เราดื่มกันทุกวันนี้ ปรากฏว่ามีขึ้นประมาณ 1000 AD แต่ทำจากเบอร์รีทั้งผล –เปลือกและเมล็ดบดรวมกัน-  ส่วนกาแฟที่ทำจากเมล็ดกาแฟที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้นั้นเริ่มมีขึ้นประมาณ 1300 AD.

 

Roasting Coffee Beans

 

คำว่า " กาแฟ " มีรากในหลายภาษา -ในเยเมน เรียกว่า “กาหว่าห์” (qahwah) ซึ่งเป็นชื่อ ดั้งเดิม  เป็นคำที่มีความหมายโรแมนติกสำหรับ “ไวน์” หลังจากนั้นก็ได้กลายเป็น “คาเหว่ห์”(kahveh) ในตุรกี แล้วก็กลายเป็น “โคฟฟี”( Koffie) ของชาวดัตช์ และในที่สุดก็มาเป็น “คอฟฟี”(Coffee) ภาษาอังกฤษ -(-และ “กาแฟ” ในภาษาไทย)
 
กาแฟสมัยใหม่ที่เราดื่มกันทุกวันนี้มีกำเนิดจาก อารเบีย ในช่วง ศตวรรษที่ 13 กาแฟ ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในชุมชนมุสลิมเพื่อ กระตุ้นกำลัง  ซึ่งพวกเขาได้พิสูจน์ว่ามีประโยชน์ในระหว่างการประชุม อธิษฐานที่ยืดยาว โดยการคั่วเมล็ดกาแฟ ให้เกรียมแล้วต้ม จนกลายประเพณีการดื่มกาแฟกันอย่างแพร่หลาย


เมื่อมีความต้องการหรือ demand มากชาวอาหรับก็สามารถที่จะขยายการเพาะปลูกและนำมาขายในตลาดได้ จนกล่าวกันว่า "ไม่มีพืชชนิดนี้แม้แต่ต้นเดียว ที่ปลูกอยู่นอกผืนดินของอารเบีย"

จนถึงยุคศตวรรษที่ 16  เมื่อ บาบา บุดาน (BaBa Budan) นักแสวงบุญชาวอินเดีย  กลับมาจากเมกกะ เขาได้หอบเอาเมล็ดกาแฟจำนวนหนึ่งใส่ถุงทำสายรัดผูกติดกับหน้าท้องของเขา และนำมาปลูกในอินเดีย จากนั้น บาบา บีนส์ (Baba Beans) ได้กลายมาเป็นกาแฟชนิดใหม่ ที่แข่งขันในตลาดกาแฟของยุโรป

 
ในปี 1616   ชาวดัตช์ได้ก่อตั้งไร่กาแฟที่มีชาวยุโรปเป็นเจ้าของขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศศรีลังกา หลังจากนั้นก็ไปที่เกาะซีลอน แล้วก็ไปยังเกาะชวาในปี 1696 


ส่วนฝรั่งเศสเริ่มปลูกกาแฟในแถบทะเลแคริบเบียน ตามด้วยสเปนปลูกในอเมริกากลาง และโปรตุเกส ในบราซิล  ในขณะที่ร้านกาแฟใน ยุโรปผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เช่นในอิตาลี และ ต่อมามีในฝรั่งเศส และกลายเป็นระดับใหม่ของเครื่องดื่มยอดนิยม

และแล้วมันก็กลายไปเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนฝรั่งเศส (de rigueur for Parisians) --กาแฟ กับ ขนมปัง หรือครัวซองต์ เสริฟที่ร้านกาแฟจำนวนมากทั่วปารีส

 

Coffee and Coffee Beans

 


และพืช “กาแฟ” ได้เดินมา ถึงโลกใหม่-อเมริกา-ในช่วง ต้นศตวรรษที่ 18 แต่ เครื่องดื่มยังไม่เป็นที่นิยมจริงจัง จนกระทั่งงานเลี้ยงน้ำชาที่ บอสตันในปี 1773  เมื่อมีการในงานเลี้ยงนั้นได้ เปลี่ยนจาก “น้ำชา” เป็น “กาแฟ” และได้กลายไปเป็นบางสิ่งบางอย่างของการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรักชาติ สงครามกลางเมือง และความขัดแย้ง อื่น ๆ ที่ตามมา จนกระทั่งถึงการประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ในปี 1776


นอกจากนี้กาแฟยังช่วยในการเพิ่มการบริโภค- ทหารพึ่งพาคาเฟอีนสำหรับการเพิ่มพลังงาน มันอาจจะ เริ่มช้าที่นี่ แต่ ชาวอเมริกันที่รักกาแฟมีไม่น้อยกว่าส่วนต่างๆของโลก -เท็ดดี้ รูสเวล (Theodore Roosevelt-ประธานาธิบดี คนที่ 43 ของอเมริกา) ถูกนับว่าเป็นนักดื่มกาแฟตัวฉกาจในหมู่ของอเมริกา

มีข่าวลือกันว่าเขาดื่มกาแฟวันละแกลลอน!โรสเวลต์ บอกว่าเขาจะประกาศเกียรติคุณให้ “Maxwell House”กาแฟอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงนี้ว่า “Good to the Last Drop”  และกลายมาเป็นสโลแกน หลังจากที่ถูกเสิร์ฟกาแฟที่บ้านประวัติศาสตร์ แอนดรู แจ็คสัน  เดอะเฮอมิเทจ ในรัฐเทนเนสซี

 

Vintage Coffee Grinder

 

ในช่วงปลายของยุค 1800 กาแฟ ได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์แพร่ไปทั่วโลก และผู้ประกอบการ เริ่มมองหา วิธีใหม่ในการทำกำไรจากเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมนี้ ในปี 1864 จอห์นและ ชาร์ลส์ เคิล พี่น้อง จากพิทท์สเบิร์ก ได้คิดประดิษฐเครื่องคั่วกาแฟที่ใช้ในบ้าน (พอคั่วได้ที่แล้วเมล็ดกาแฟจะกระเด็นออกมาเอง) และขาย กาแฟ ก่อนคั่ว-บรรจุใน ถุงกระดาษ เป็นปอนด์ พวกเขาตั้งชื่อ กาแฟว่า “อาริโอซา” (Ariosa) และพบว่า ประสบความสำเร็จมาก โดยขายให้คาวบอย อเมริกันตะวันตก ไม่นาน ก่อนที่ เจมส์ โฟลเจอร์ (James Folger) ตามหลังมาติดๆ และเริ่มขาย กาแฟให้คนงานเหมืองทอง ของแคลิฟอร์เนีย และนี้คือการบุกเบิกเส้นทางสำหรับผู้ผลิตกาแฟมีชื่ออีกหลายๆแบรนด์ รวมทั้ง แมกซ์เวลล์ เฮาส์ (Maxwell House) และ ฮิลส์ บราเดอร์ (Hills Brothers)

ในปี 1960 ได้มีการตื่นตัวบางอย่างเกิดขึ้นเกี่ยวกับความพิเศษของกาแฟ เริ่ม inspire มาจากการตั้ง Starbucks ที่เปิดเป็นครั้งแรกมาในซีแอตเติล ในปี 1971 ปัจจุบันได้มีรากหญ้าการเคลื่อนไหวให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มปริมาณของเจ้าของร้านกาแฟ ที่โฆษณาคุณภาพ boasting sustainable ของการคั่วในแบบของท้องถิ่น และกาแฟกลายเป็นสินค้าศิลปะ ที่มีคุณค่าในความซับซ้อนของตนเอง ทั้งรสชาติและแหล่งกำเนิด เช่นเดียวกับไวน์

จากถ้วยง่ายของกาแฟดำที่ซับซ้อนหลายคำคุณศัพท์สั่ง Starbucks, ดื่มกาแฟแต่ละคนมีวิธีการที่ชื่นชอบของตัวเองผ่อนคลายในนี้มีคาเฟอีนสงสัยเครื่องดื่ม ที่นี่หกสูตรกาแฟแรงบันดาลใจที่จะให้วิธีการใหม่บางเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มนี้โบราณ

จากกาแฟดำธรรมดาสักถ้วย..ถึงความซับซ้อน หลากหลายชื่อ บนป้ายเมนูของ Starbucks ที่คอกาแฟแต่ละคนรู้ว่าอะไรคือทิศทางขั้นตอนการปรุงรสที่ตนชื่นชอบและปล่อยใจไปกับเสน่ห์ของเครื่องดื่นที่มีคาเฟอีนนี้

.......

Recipe Ideas

และด้านล่างนี้คือ  สูตรของเครื่องดื่มและเค้กที่มีกาแฟเป็นส่วนผสม ให้คุณได้เลือกไปทดลองทำ ..และสนุกสนานกับการชิมเครื่องดื่มโบราณนี้นะคะ

 

Mexican Coffee

 

PBS Food: Mexican Coffee

 

Coffee Cake Cupcakes 

The Shiksa in the Kitchen: Coffee Cake Cupcakes


________________________________________
 Perfect Iced Coffee


The Pioneer Woman: Perfect Iced Coffee
________________________________________

 
Walnut Mocha Torte

Simply Recipes: Walnut Mocha Torte
________________________________________

 
Vietnamese Coffee Popsicles

A Spicy Perspective: Vietnamese Coffee Popsicles
________________________________________
 

Grilled Coffee Balsamic Flank Steak

Cooking on the Weekends: Grilled Coffee Balsamic Flank Steak

..........

Research Sources


“Coffee.” National Geographic. National Geographic Society, n.d. Web. 28 Feb. 2013.
Davidson, Alan (2006). The Oxford Companion to Food. Oxford University Press, UK.
The History of Coffee Culture in America. Dir. Devin Hahn. Smithsonian.com. Smithsonian Media, n.d. Web. 28 Feb. 2013.
“Maxwell House Coffee – “Good to the Last Drop!” Myths, Legend or True Trivia on Theodore Roosevelt. Theodore Roosevelt Association, n.d. Web. 08 Mar. 2013.
Ponte, Stefano (2002). “The ‘Latte Revolution’? Regulation, Markets and Consumption in the Global Coffee Chain.” World Development (Elsevier Science Ltd.), n.d. Web. 30 Mar. 2013.
Smith, Andrew F. (2007). The Oxford Companion to American Food and Drink. Oxford University Press, NY.
You can uncover more fascinating food history on Tori’s website: The History Kitchen. She also blogs as The Shiksa in the Kitchen celebrating Jewish cuisine.

 The Author: Tori Avey

-a food writer, recipe developer, and the creator of two cooking websites: The History Kitchen and The Shiksa in the Kitchen. Follow Tori on Facebook: Tori Avey or Twitter: @toriavey.

http://www.pbs.org/food/the-history-kitchen/history-coffee/

.....

ปล... เพื่อนๆที่สนใจ recipe ไหนที่ชื่นชอบ (ป็นภาษาไทย) ขอได้หลังไมค์นะคะ มัยราแปลไว้บ้างแล้วค่ะ

....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
redribbons07 วันที่ : 16/10/2013 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

@คุณ Maira


ขอบคุณนะคะ

พอดีไปเที่ยวปาย พอกลับมาคอมเสียเลยไม่ได้เข้ามา

ที่โอเคเนชั่นค่ะ เด๋วพอมีเวลาแล้วจะลองสูตรขนมเลยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Maira วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณใต้ร่มพระบารมี

สงสัยท่าน บก. กำลังเพลิดเพลินกับฝูงช้าง สลักพระ อยู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ใต้ร่มพระบารมี วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smati

เอ เรื่องกาแฟนี่ทำไม ไม่เห็น บก.ชาลี เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Maira วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ขอบคุณค่ะคุณยามที่เล่าสู่กันฟัง...

มัยราเคยทราบเกี่ยวกับโครงการหลวงที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟบ้างเช่นกันค่ะ

กาแฟไทยที่มีคุณภาพดีก็คงมีเยอะนะคะ เท่าที่ทราบ วิธีการคั่ว การบด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มความหอมและรสชาติของกาแฟ และการบรรจุหีบห่อ ก็เพิ่มคุณค่าทางการตลาดฯ

ทุกขั้นตอนต้องพึ่ง การฝึก และความชำนาญ นะคะ ...

และโครงการหลวงฯของ มีประโยชน์มากมายมหาศาลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Maira วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ดีใจ และ ยินดี เช่นกันที่ คุณลำชานบ้านบูู ชอบค่ะ
พักสมองจากเรื่องหนักๆบ้างก็ดีนะคะ... เพื่อสุขภาพ ...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 12 ni_gul , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมได้อ่านจากนิตยสาร Way Magazine เขาขยันหาเกร็ดเล็กๆมาเล่า เขาว่า ในเอธิโอเปีย เป็นถิ่นกำหนดกาแฟ.. กาแฟแก้วเล็กๆ จะเสริ์ฟให้ผู้สูงอายุก่อนเท่านั้น ทำนองเป็นการคารวะ

สามปีก่อนผมได้อ่านหนังสือ "บันทึกการเดินทางในโลกกาแฟ" ของ
ชาตรี ตรีเลิศกุล เป็นหนังสือที่ทำให้รู้ว่า คนชงกาแฟ ต้องเรียนอะไรต่ออะไรมากมาย

เมืองไทยเอง ในหลวง ทรงแนะนำให้ชาวเขาปลูกกาแฟ ทดแทนฝิ่นทำให้กาแฟกลายเป็นพืชเศรษฐกิจในหลายๆดอย

ความคิดเห็นที่ 11 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 12.06 น.

สวัสดีครับ
ดีใจและยินดีที่ได้อ่านเรื่องกาแฟและRecipe จากคุณMaira.

เห็นด้วยกับ คห.ที่ 8 ครับ.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Maira วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณ hayyana ...

บางทีมัยราก็สงัยในตลาดเสรีค่ะ ว่าควรจะขอบคุณดีไหม?

สำหรับกาแฟ ...มันเหมือนการขาย ไอเดีย

ทุนใหญ่ สร้างแบรนด์จากไอเดีย มีเงินทุ่มโฆษณา สร้างเครือข่าย เปิดสาขาทั่วโลก ตีตลาดท้องถิ่น ...กาแฟไทยโบราณ อยู่รอดได้เฉพาะในตลาดล่าง คนชั้นกลาง และไฮโซ ดื่มแบรนด์กาแฟนอก..

ความคิดเห็นที่ 9 redribbons07 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions


สูตร "คัพเค้ก" ตามคำขอของคุณ redribbons7 ค่ะ

.....

เสิรฟ 12 ที่
อบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์

สิ่งที่ต้องใช้

ส่วนที่ 1: STREUSEL ท๊อปปิ้ง

¼ ถ้วย น้ำตาล แดง
1 ชช. ผงอบเชย
1/8 ชช. เกลือ

1 ถ้วย พีคาน สับหยาบๆ (ใช้ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แทนน่าจะได้ค่ะ หากไม่มีพีคาน)
1 ชต. เนยที่ละลายแล้ว

ส่วนที่ 2 ตัวเค้ก

2 ถ้วย แป้งอเนกประสงค์
2 ชช. ผงฟู
½ ชช. เกลือ

1.1/4 ถ้วย น้ำตาลทรายขาว ละเอียด
½ ถ้วย เนยจืด –ทิ้งไว้ให้มีอุณหภูมิข้างนอก
2 ฟอง ไข่ไก่ –อุณภูมิเท่าข้างนอก
1 ถ้วย ครีมเปรี้ยว (sour cream) หรือใช้ โยเกิร์ตแทนก็ได้ –อุณหภูมิเท่าข้างนอก
1 ชช.กลิ่นอัลมอนด์ หรือกลิ่น วานิลลา

ส่วนที่ 3: GLAZING ที่ใช้แต่งหน้า

1 ½ ถ้วย น้ำตาลไอซิง (น้ำตาลป่น)
2 ½ ชต. นมสด
1 ชช. กลิ่นวาลนิลา
1 ชช.เนย ที่ละลายแล้ว

นอกจากนั้นแล้วคุณยังต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยนะคะ

พิมพ์มัฟฟินหรือคัพเค้ก ถ้วยกระดาษสำหรับรองพิมพ์ 12 ถ้วย และ cooking spray (ถ้าไม่มีก็ใช้แปรงเล็กๆจุ่มในเนยที่ละลายแล้วทาบางๆให้ทั่วพิมพ์ก็ได้เช่นกันค่ะ) ชามแก้วหรือแสตนเลสสตีลสำหรับผสม 2-3 ใบ

วิธีทำ

.1. ผสมน้ำตาลแดง กับผงอบเชย และเกลือ ใช้ซ่อมคนให้เข้ากัน แล้วผสมพีคานสับและเนยที่ละลายแล้วลงไป ใช้ซ่อมคนต่อไปจนน้ำตาเคลือบพีคานจนทั่วและสม่ำเสมอ ถ้าแห้งเกินไปก็เติมเนยลงไปให้ชุ่ม –พักส่วนผสมนี้ไว้สำหรับ streusel ท๊อปปิ้ง


2. ในชามผสมอีกใบ ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือ เข้าด้วยกัน

3. ในชามอีกใบ ใส่เนยลงไป ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าสปีดต่ำก่อน และเพิ่มเป็นกลาง ประมาณหนึ่งหรือสองนาที หรือจนกระทั่งเนยอ่อนตัว เบาและเนื้อเนียน (หรือตีด้วยไม้ฟายก็ได้) หลังจากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลลงไปในชามเนิย และปั่นอีกประมาณ 2-3 นาที ค่อยๆเพิ่มสปีดเครื่องปั่นขึ้นไปอีกทีละนิด และกวาดเนยที่กระเด็นรอบๆขอบชามลงมาด้วย พายพลาสติค(spatula)เป็นครั้งคราว จนกระทั่งเนื้อของส่วนผสมในชามผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว และเปลี่ยนสีเป็นขาวนวล บางเบา หลังจากนั้นจึงต่อยไข่ใส่ลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากันดีในแต่ละครั้งที่ใส่ไข่ลงไป หลัจากนั้นจึงใส่ครีมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต และกลิ่นอัลมอนด์หรือวานิลลา

4. เมื่อได้ที่แล้ว ให้เทแป้งที่ร่อนไว้ ใส่ลงไปในชามครีม แล้วค่อยๆคน หรือปั่นด้วยสปีดที่ช้าที่สุดของเครื่องปั่นให้เข้ากัน แต่อย่าปั่นนานเกินไป

5. รองก้นพิมพ์ด้วยถ้วยกระดาษ สเปรย์ด้วย cooking spray หรือทาด้วยเนยละลาย ตักส่วนผสมใส่ลงไปประมาณครึ่งถ้วย ตามด้วย พีคาน ท๊อปปิ้ง สักประมาณ 1 ½ ช้อนโต๊ะในแต่ละถ้วย หลังจากนั้นให้ตักส่วนผสมของเค้กใส่ลงไปอีกจนเกือบถึงขอบด้วย แล้วตามด้วยพีคานท๊อปปิงอีกชั้นด้านบนสุด (เหมือนขนมชั้น)

6. เสร็จแล้วนำเข้าเตาอบที่ร้อนแล้ว ด้วยอุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ ..ใช้เวลานาน 20-30 นาที หรือลองเอาไม้จิ้มฟันทิ่งตรงกลาง แล้วดึงออกมา ถ้าไม้จิ้มฟันสะอาดไม่มีอะไรติดออกมา แสดงว่าใช้ได้ --นำถาดเค้กที่สุกแล้วออกจากเตาอบ วางไว้บนตะแกรงลวดจนเย็น

7. ในชามผสมเล็กๆ ร่อนน้ำตาลป่น หรือไอซิ่งลงไป เพื่อจะทำวานิลลาเกลซ หลังจากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมด แล้วปั่น หรือใช้ลวดตีไข่ตี จนกระทั่งเข้ากันเป็นครีม เหนียวๆคล้ายความเหนียวของน้ำผึ้ง หากเหนียวเกินไปก็หยดนมสดลงไปสักหนึ่งหยด ส่วนผสมก็จะจางลง (ไม่ต้องใส่มากนะคะเดี๋ยวจะจางเกินไป) เมื่อเค้กเย็นได้ที่แล้ว ก็เอาส่วนผสมนี้ใส่ถุงพลาสติก ตัดมุมสักเล็กน้อย ค่อยๆบรรจงบีบออกให้ไหลเป็นเส้นๆเล็กๆ พาดไป พาดมา บนเหน้าเค้กค่ะ ..

.........

เฮ้อ! …กว่าจะได้เสริฟ …เหนื่อยจัง …! ..จะรอชิมเค้กจากคุณ redribbons07 แล้วกันนะคะ


ความคิดเห็นที่ 8 ลำชานบ้านบู , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
hayyana วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

Starbucks เมืองไทยทำกาแฟรสไม่เที่ยงครับ
บางทีอย่างจืด
จริงๆอยากให้มียี่ห้ออื่นของไทยมาแข่งเร็วๆ แต่เขาทุนหนา คงชาติหน้า
ขอบคุณการค้าเสรี

ความคิดเห็นที่ 7 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

@คุณMaira


ยินดีค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6 redribbons07 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณ redribbons07

มัยากำลังแปลค่ะ

ถ้าเสร็จแล้วคงต้องขอรบกวนใหคุณ redrbbons ทดลอง recipe ดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Maira วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะ คุณแม่หมี..คุณทางแก้ว..และคุณบูรภากรณ์ ...ขอบคุณสำหรับโหวต และคอมเมนต์นะคะ

เรื่องยาวไปนิดแต่ไม่อยากตัดตอนค่ะ มัยรานั่งแปลก็หมดไปหลายถ้วยค่ะ ..."good to the last drop" จริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

อ่านแล้วได้รสชาด


ขนมน่าทานมากๆ น่าจะมีสูตรมาฝากด้วยนะคะ


อยากทาน coffe cake cupcake จัง



ความคิดเห็นที่ 3 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
บูรพากรณ์ วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/silpakorn

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆแบบนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

เหมือนแม่หมีเลยอ่านเสร็จหิวกาแฟขึ้นมาเลย

ความคิดเห็นที่ 1 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรื่องราวของกาแฟ

แม่หมีดื่มได้ช่วงเช้า-กลางวัน

บ่ายไปแล้วไม่ดื่ม แค่วันละ 1 แก้วพอ

แต่มาอ่านเรื่องนี้ อยากดื่มอีกแล้วสิคะเนี่ย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน