*/
  • Maira
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Illusions2324@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 467
  • จำนวนผู้ชม : 1218636
  • จำนวนผู้โหวต : 453
  • ส่ง msg :
  • โหวต 453 คน
I Will Always Love You.

Whitney Houston

View All
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม 2556
Posted by Maira , ผู้อ่าน : 5036 , 18:52:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ทางแก้ว , วรรณสุข และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

-ขณะที่นั่งดูด้วยความหดหู่ใจ คลิปให้สัมภาษณ์เปิดใจ "ผู้ออกคำสั่ง" ให้สภาขับเคลื่อน แก้ไข พรบ. นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ว่าเขาต้องการ "set zero" เพื่อนับหนึ่งกันใหม่ ก็นึกถึงบทความนี้ที่ได้อ่าน ใน Democracy Lab ของ FP ที่คริสเตียน คาริล ได้อธิบาย "ราก" ความเป็นมาเป็นไปของ "เผด็จการ" ยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 และเตือนให้ "ระวัง" ในภัยมหันต์ที่พวกเขาได้นำมา จึงนำมาให้อ่านกันค่ะ จะได้เข้าใจภาพกว้างและลึกว่า ทำไมเราจึงได้เห็นความกร่างของคนๆนี้ และทำไมจึงมีไทยเฉย นั่งทำตาปริบๆอยู่เหมือนตอนนี้ ...ยาวไปนิดนะคะ คิดว่าจะย่อๆมาให้อ่าน แต่สุดท้ายตัดไม่ลงค่ะ ..

 

-ขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย-

.....

 

Tycoon Warning---เดือนก่อนธนาคารเพื่อการลงทุน เครดิตสวิส ได้เผยแพร่การสำรวจประจำปีเกี่ยวกับความมั่งคั่งทั่วโลก ในรายงานของธนาคารบอกว่า ได้ค้นพบความจริงอย่างหนึ่งในการกระจายตัวของสินทรัพย์ในรัสเซีย ซึ่งมีประชาชนเพียง 110 คนเป็นเจ้าของความมั่งคั่งถึง 35 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ในขณะเดียวกัน  93.7 เปอร์เซ็นต์ของคนรัสเซียมีทรัพย์สินมูลค่าเพียง $10,000 หรือน้อยกว่า

จากรายงานนี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีความแตกต่างทางความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก ในขณะที่ชาวอเมริกันที่ขณะนี้กำลังมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในประเทศของตน อาจจะนำข้อสรุปมาเป็นเครื่องปลอบใจได้บ้าง

ข้อสรุปของเครดิตสวิสฉบับนี้อ่านแล้วจะรู้สึกหดหู่มาก ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันแม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาความมั่งคั่งที่เคยกระจายอย่างเท่าเทียมกันมาแต่อดีตนั้นไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

 
หลายคนอาจจะบอกว่ารัสเซียเป็นเพียงหนึ่งในร้อยของความเลวร้าย แต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะความไม่สมดุลนี้กำลังเป็นแนวโน้มของภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประชาธิปไตยในปัจจุบันกำลังเผชิญ เพราะมันเกี่ยวข้องกับ “การแพร่กระจายของคณาธิปไตย”(oligarchy)

ปัญหาไม่ได้มีเพียงว่าบางคนในโลกปัจจุบันร่ำรวยมหาศาล แต่ความไม่สมดุลด้านความมั่งคั่งนั้นมันมาพร้อมกับความไม่สมดุลของอำนาจ

ย้อนกลับไปในปี 1990 รัสเซียถือได้ว่าเป็นตัวอย่างต้นตำหรับอันตรายนี้ ที่นักการเมืองเพียงหยิบมือซึ่งเป็นวงในของเคลมลิน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin) จับมือกับคนในวงการธุรกิจตัวใหญ่ (business tycoon) จัดการหาผลประโยชน์ ทำกำไรจากการแปรรูปอุตสาหกรรมหลักของรัฐให้เป็นของเอกชน –โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ เช่นน้ำมัน อาวุธฯ- พวกเขาทำกันอย่างโจ๋งครึ่มไม่มีการอายกับการใช้ประโยชน์จากอำนาจทางเศรษฐกิจของพวกตนเพื่อเดินไปจนสุดปลายทางอำนาจทางการเมือง

พวกเขาทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อการันตีให้นาย เยลต์ซินได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 1996  เพื่อที่จะได้ควบคุมการแต่งตั้งรัฐมนตรีกำหนดนโยบายของรัฐบาลภายใต้การชี้นำที่พวกเขาต้องการ ไม่น่าแปลกใจที่คนเหล่านี้-นักการเมืองและนักธุรกิจ ที่จับมือกันนี้ได้รับการขนานนามว่า  “คณาธิปไตย”(Oligarchy)

[“Oligarchy” เป็นคำในภาษากรีก แปลว่า “รัฐบาลของคนกลุ่มเล็กๆ”]

หนึ่งในจำนวนแก๊งเจ้าเล่ห์ ที่เพิ่งตายไปคือนายบอริส เบเรซอฟสกี้ (Boris Berezovsky) ที่ได้ทำวิศวกรรมการเพิ่มอำนาจอดีต KGB นาย วลาดิเมีย ปูติน ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่มีความกตัญญูรู้คุณ เพราะเมื่อนายปูตินกลายเป็น“ประธานาธิบดีปูติน”ด้วยตัวเอง เขาเริ่มตัดสายสัมพันธ์จากอดีตผู้มีพระคุณออกอย่างรวดเร็วโดยการบังคับให้ นายเบเรซนอฟสกี้ เนรเทศตัวเอง

ปูติน ลดอำนาจของวงการในยุค เยลต์ซิน - ที่โดดเด่นที่สุดคือกำจัดนาย มิคาอิล โคโดร์คอฟสกี้ (Mikhail Khodorkovsky) นักธุรกิจใหญ่ “อภิมหาเศรษฐีรัสเซีย” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน แต่ปัจจุบันนับเป็นปีที่ 10 แล้วที่เขาถูกคุมขังในค่ายกักกันแรงงาน ในไซบีเรีย

[ชื่อนี้คงคุ้นหูคนไทยบ้างแล้ว เพราะอภิมหาเศรษฐีหนีคุก คดีคอรัปชันของไทย เคยจ้าง อดีตทนายความเชื้อสายยิว ของนาย โคโดร์คอฟสกี้เป็นที่ปรึกษาและทนายความส่วนตัวอยู่ระยะหนึ่ง]

หลังจากนั้น นายปูตินได้ตั้งคนกลุ่มใหม่ขึ้นมา มีนักธุรกิจและอีกจำนวนมากที่โชคชะตาของพวกเขามีความผูกพันและขึ้นอยู่กับปูตินมาก่อน เช่นอดีตหน่วยรักษาความปลอดภัยของสหภาพโซเวียต หนึ่งในจำนวนนั้นคือศิษเก่าของ KGB ชื่อ อิกอร์ ซีชิน (Igor Sechin) ที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้าใหญ่ในบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘คนที่สอง’ มีอำนาจมากที่สุดรองจากนายปูติน 

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของรัสเซียเท่านั้น เพราะในขณะนี้มันได้กลายเป็นโลกาภิวัตน์ไปแล้ว  เนื่องมาจากพลังอันรุนแรงทางเศรษฐกิจที่ถูกปลดปล่อย และระบอบทุนนิยมเสรีได้มอบรางวัลแห่งความมั่งคั่งให้กับคนชั้นบนของยอดปิรามิด “จำนวนน้อยนิด” กลุ่มใหม่ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก

คุณอาจจะเรียกพวกเขาว่าอะไรก็ได้ เช่น ‘ซุปเปอร์คลาส’(superclass) หรือ ‘อภิมหาเศรษฐี’(plutocrats) หรือ ‘ผู้มีความสามารถ’(meritocracy) แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเป็นก็คือ “แก่นของความมั่งคั่งและอำนาจทางการเมือง”(the nexus of wealth and political power) และนั่นคือปัญหาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกกังวลมากขึ้นทั่วโลก

มันเป็นความท้าทายใหม่ ที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในประเทศจีนการเป็นสมาชิกในพรรคคอมมิวนิสต์ มักจะเป็นหนทางง่ายๆที่จะเชื่อมไปสู่ความมั่งคั่ง  ความอื้อฉาวหลากหลายทางการเมืองของจีนในวันนี้มีศูนย์กลางอยู่รอบๆความเกี่ยวดองของ ‘princelings’ หรือลูกหลานของเจ้าหน้าที่อาวุโสของพรรคฯ ที่ควบรวม ผสมผสาน ความมีศักยภาพอย่างยิ่งของทุนนิยมกับเพื่อนสนิทมาร์กซ์ซิสต์ และเลนินนิสต์ เข้าด้วยกัน

ต้องขอขอบคุณที่ยังมีนักข่าวใจกล้าบางคนขุดคุ้ย  ในปีที่ผ่านมาเราจึงได้รู้ว่ามีสิ่งที่น่าอัศจรรย์บางอย่างเกี่ยวกับขนาดของอภิสิทธิ์ในความสุขสมบูรณ์และมั่งคั่งที่ครอบครัวของคนบนยอด เช่นประธาน สี จิ้นผิง และอดีตนายกรัฐมนตรี เหวิน เจียเป่าได้รับ แต่เรื่องนี้แทบจะไม่เป็นที่แปลกใจเมื่อคุณพิจารณาว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ปกครองโดยคณะกรรมการของพรรคคอมมิวนิสต์ ‘Politburo’ เพียงเจ็ดคน ที่ควบคุมเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ดังนั้นมันเป็นธรรมชาติที่อำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ จะร่วมส่งเสริมกันและกัน

สถานการณ์ในประเทศจีน แน่นอน เป็นผลของของโปรแกรมการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยชนชั้นกดขี่ที่อยู่บนยอดสุด(autocratic elite)ในประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วนั่นเอง

แต่สถานการณ์ค่อนข้างจะแตกต่างกัน เนื่องจากจำนวนของผู้เล่นในประเทศตะวันตกที่เจริญแล้วนั้นมีขนาดใหญ่กว่าของประเทศคอมมิวนิสต์ ความมั่งคั่งและอิทธิพลทางการเมืองมีการกระจายกว้างขวางกว่า แต่ที่ยังเป็นความยินดีเล็ก ๆ ที่พอนำมาปลอบใจตัวเองได้ว่า ชาวอเมริกันที่ได้กลายเป็นผู้แพ้จากยุคทองของประเทศล่าสุด ความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงแรกของสามทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ได้สะดุดหยุดลงท่ามกลางการเกิดภาวะเงินเฟ้อการจ้างงานมีน้อยและความต้องการสินค้ามีน้อย(stagflation) ขณะที่การแข่งขันระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นระหว่างปี 1970

ในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ โจเซฟ สติกลิตซ์ ตั้งข้อสังเกตไว้ในบทความที่ผ่านมาของเขาว่า:--“ปีที่ผ่านมาชาวอเมริกันร้อยละ 1 มีรายได้ถึงร้อยละ 22 ของรายได้ของประเทศ  และคนชั้นบนสุด ร้อยละ 0.1 มีรายได้ร้อยละ 11  และร้อยละ 95 ของรายได้ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2009 ไปตกอยู่ที่คนชั้นบนเพียง 1%  การสำรวจตัวเลขที่เปิดเผยออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่า รายได้เฉลี่ยในอเมริกาไม่ได้ขยับขเยื้อนมาเกือบเสี้ยวของศตวรรษ”

ในขณะเดียวกันความใจกว้างอย่างมหาศาลของกฎหมายสหรัฐฯเกี่ยวกับการลอบบี้และเงินทุนหาเสียงได้อย่างไร้ขอบเขต อนุญาตให้ชนชั้นสูงที่ร่ำรวยมีอำนาจอันยิ่งใหญ่สามารถชี้นำทิศทางหรือนโยบายที่พวกเขาต้องการผ่านกระบวนการทางการเมืองได้

ถึงตอนนี้คนที่ติดตามการเมืองอเมริกันจะได้ยินเรื่องราวบ่อยๆในสื่อหน้าหนึ่งเกี่ยวกับเงินก้อนมหึมาที่นักธุรกิจใหญ่ที่มั่งคั่งจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมเช่น สองพี่น้องตระกูล คอช (Koch Brothers)[ที่อยู่เบื้องหลังพรรคทีปิดรัฐบาลเมื่อเร็วๆนี้] หรืออาจจะได้ยินน้อยหน่อย เกี่ยวกับ เดโมแครต เช่น (พ่อมดการเงิน) จอร์จ โซรอส (George Soros)หรือ ทอม สตีเยอร์(Tom Steyer) ที่มีความสุขกับการใช้ความมั่งคั่งของพวกเขาเพื่อขัดเกลานโยบายให้คมชัด  แต่ถึงแม้จะมองเห็นได้ไม่ชัด  ในการเมืองอเมริกายังมีบรรษัทขนาดใหญ่ และสมาคมอุตสาหกรรมอีกจำนวนมากที่สามารถ “ซื้อ”ฝ่ายนิติบัญญัติ ให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบรรทัดฐานของพวกเขาเอง

หนึ่งในการศึกษาล่าสุด นักวิชาการคำนวณว่าร้อยละ 40 ของการรณรงค์หาเสียงทางการเมืองในปี 2012 มาจากคน 0.001% ของ ครัวเรือนสหรัฐฯ ตัวเลข อาจจะ สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ในอำนาจทางการเมืองของตัวเอง ของชนชั้นใหม่ทางเศรษฐกิจ –

ไม่ต้องพูดถึงความไม่แยแสในหมู่คนส่วนอื่น ๆ ของประเทศที่รู้สึกแปลกแยกและถูกตัดขาดมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเข้าร่วมที่มีความหมาย  การพังทลายของศูนย์อำนาจทางเลือก เช่นสหภาพแรงงาน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก่อให้เกิดความรู้สึกเพิ่มขึ้นในความเห็นแก่ตัวและวางเฉยของมนุษย์

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือบ่อนทำลายสัญญาของระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา (จากบริบทนี้ ไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมศาลสูงของสหรัฐจึงได้ดึงเรื่องขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับคำถามในข้อจำกัดของเงินอุดหนุนรายบุคคลที่สนับสนุนการดำเนินการทางการเมือง)

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาวิจารณ์และพูดกันมากถึงเรื่อของ “ความไม่เท่าเทียมกันใหม่”(the new inequality) และผลกระทบทางการเมือง นักเขียนเช่น จอร์จ เพคเกอร์ และ ไทเลอร์ เกย์เว่น กำลังตื่นเต้นที่จะอภิปราย เกี่ยวกับ “การล่มสลายของความเป็นปึกแผ่นของสังคมอเมริกัน”

หนังสือเล่มใหม่จากนักเศรษฐศาสตร์ แองกัส เดตัน ชื่อเรื่อง “The Great Escape” มีคำกล่าวที่น่าจดจำจากทนายความ หลุยส์ แบรนดีส์ ที่กล่าวว่า “ถ้า ประชาธิปไตยจะกลายเป็นของพวกคนมั่งมี ผู้ที่ไม่รวยมีสิทธิ์ที่จะถูกตัดสิทธิ์ที่พึงได้-เช่นสิทธิในการเลือกตั้งและทางธุรกิจ-ออกไปอย่างแน่นอน”

“เราสามารถหยุดแนวโน้มนี้ ได้ไหม?” 

บางคนเช่น โคเว่น เชื่อว่า “ความไม่เท่าเทียมกันในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี”  และที่น่าสงสัย –หลายคนยืนยันว่าเป็นเพราะ “เรากำลังเผชิญ การเคลื่อนไปสู่รัฐโดยคนส่วนน้อย  กับนโยบาย ฉลาด(smart policies) ที่ได้รับการออกแบบให้ทุกคนอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน”


เหนือสิ่งอื่นใด ในด้านการศึกา โครงสร้างพื้นฐาน  และการดูแลสุขภาพ  มาตรการที่จะจำกัดบทบาทของเงินในทางการเมือง อาจจะไม่เป็นความคิดที่ดี (สมมุติเอาว่าเราสามารถหาหรือทำงานได้จริง ) ทั้งสำหรับผู้ที่ยังคง เชื่อมั่นในความเป็นอันดับหนึ่งของตลาด แพคเกจนอกจากนี้ยังอาจรวมถึงมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการแข่งขัน ในพื้นที่ของบริษัทสวัสดิการสำหรับการเมืองที่เสียบเข้าไปในบริษัทขนาดใหญ่ หรือ “superfirms”

ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าให้ละทิ้งทุนนิยม ดังที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาโลกาภิวัตน์ ได้นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชนเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับหลายแห่งทั่วโลกที่ไม่สามารถแม้แต่จะฝันถึงมันมาก่อน (ยกตัวอย่างชาวนาจีนที่ในปัจจุบันสามารถจ่ายค่าอาหารได้สามมื้อต่อวัน  ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คิดฝันมาก่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา)

สุขภาพ คือตัวชี้วัดการพัฒนาโดยรวมว่าดีขึ้นอย่างมากในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วไม่มีอะไรในที่นี้จะทำให้แน่ใจได้ว่าพวก “ซุปเปอร์สตาร์” ที่นั่งบนกองความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอยู่ชั้นบนจะไม่ตัดสิทธิ์ที่พึงมีของพวกเราที่เหลือมิฉะนั้นอนาคตดูจะมืดมน

แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกคนรวยจะละทิ้งอำนาจของพวกเขาได้อย่างง่ายดายหรือ?

 
แม้ว่ากลุ่มผู้ประท้วง “Occupy Wall Street” มีเป้าหมายไปที่คน 1% ที่มีผลกระทบที่ได้รับจริงนั้นใกล้เคียงกับศูนย์ ....แต่มันถึงเวลาแล้ว….สำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองใหม่ …ที่ใช้อำนาจโดยรวมของบุคคลให้สอดคล้องกัน เพื่อตอบสนองความเข้มข้นที่ทวีความรุนแรงจากอิทธิพลของคนที่อยู่ด้านบนไม่กี่คน? …

....

"Tycoon Warning" ..How the obscenely rich are becoming dictator of 21st. century. By. Christian Caryl

http://www.foreignpolicy.com/articles/2013/10/24/tycoon_warning

.....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Maira วันที่ : 06/11/2013 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณทางแก้ว

ดูอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ ต้องช่วยกันหาทางแก้ไข

ความคิดเห็นที่ 24 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 03/11/2013 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

คอยดูไป
ว่าไม่ดูอย่างเดียวแล้ว

ความคิดเห็นที่ 23 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณวรรณสุข

[ทั้งที่จริงความเหลื่อมล้ำมันแตกตัวกลายพันธุ์กระจายไปอยู่ในทุกโครงสร้างหมดแล้ว]

เห็นด้วยมากๆค่ะ ที่่ปรัชญาและความเป็นจริงของบ้านเรานั้นขัดแย้งกันมาก ดูเหมือนว่าจะวิ่งตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทันเอาเสียเลย อาจจะเป็นเพราะเหตนี้ที่ทำให้ ภาคธุรกิจที่เห็นแก่ตัว แต่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้เร็วกว่า เข้ามาควบคุมและปกครองคนไทยได้อย่างง่ายดาย...

-ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

นักปรัชญาบ้านเราต้องหยุดหลอกเยาวชนเสียทีว่า ความเหลื่อมล้ำมีแค่เรื่องชนชั้นทางสังคม ทั้งที่จริงความเหลื่อมล้ำมันแตกตัวกลายพันธุ์กระจายไปอยู่ในทุกโครงสร้างหมดแล้ว
ปล. Zero ที่แท้จริงไม่มีหรอกค่ะ เขาอาจเซ็ตให้คนไทยทั้งประเทศอยู่ที่ Zero แต่เขาเซ็ตให้ตระกูลชินไว้เกิน 1 แน่ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณชะบาตานี

คนรวยเค้าไม่คิดอย่างเราหรอกค่ะ

ยิ่งรวยยิ่งโลภ ระบบมันเอื้อให้เป็นไปเช่นนั้น
เงินแบ่งชนชั้น และเงินซื้อได้ทุกอย่าง
เป็นเหมือนกันหมดทั่วโลกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 ลำชานบ้านบู , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ความโลภ หนอ ความโลภ ที่มันบังตา
ต้องการไปทำไมกันหนอ เงินทองทั้งหลาย
ตายไปไม่เห็นเอาไปได้เลย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ขอบคุณทุกๆโหวตด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณกำหนัน

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 17 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ ข้อคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 16 ลำชานบ้านบู , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

มัยราก็เห็นด้วยกับคุณยามครับนะคะ เรื่องการให้การศึกษา ...เพื่อที่จะให้คนรู้สิทธิของตัวเอง

แต่ คนที่จะออกนโยบายการศึกษานั้นคือรัฐบาล เขาจะยินดีให้การศึกษาประชาชน เพื่อมาต่อต้านพวกเขาเหรอคะ?

เหมือนที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นโยบายไหนที่พวกเขาต้องการ เขาใช้นักวิชาการของพวกเขาอภิปราย เสร็จแล้วมีสื่อของพวกเขา กระจายข่าว นอกจากนั้นยังมีข้าราชการ ผู้ว่านายอำเภอ ออกเดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านผู้ใหญ่บ้านและกำนันฯ

เมือมีอำนาจ และมีเงิน มีความโลภเป็นจุดหมาย ...เขาควบคุม และทำได้ทุกอย่างค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 15 ลำชานบ้านบู , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ต่อคำถาม ของคุณมัยราที่ว่า "รู้สึกอับจนปัญญาจริงๆนะคะ ว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้"

เราคงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้หรอกครับ แม้ว่าจะไม่เฉย จะพยายามบอกเขาว่า มันไม่ถูกต้อง แต่ก็รั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

บางคนกล่าวว่า...
นัักการเมืองเป็นอย่างไร ประชาชนของเขาก็เป็นอย่างนั้น

ประเทศเรามีนักปราชญ์ยอดเยี่ยม อย่างองค์ในหลวง หรือสมเด็จพระสังฆราชที่เพิ่งล่วงลับ น่าเสียดาย ประเทศไทยไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากความเป็นปราชญ์ของท่าน

เพราะนักการเมืองไม่เคย กำหนดว่า ใน Transcript ของประชาชน ควรระบุ วิชา "การเรียนรู้จากปราชญ์ของประเทศ" ไว้ด้วย มั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 14 ลำชานบ้านบู , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอเพิ่มเติมข้อมูลที่ผมเก็บไ้ว้อีก 1 รายการ

คุณภาพการเติบโตจากมิติกระจายรายได้ (google ข่าว จาก กรุงเทพธุรกิจ)

จะเห็นได้ว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน นับวันยิ่งห่างขึ้น

บทความเขาว่า..

ปัญหากระจายรายได้ในไทย ซึ่งนับว่าสูงมากเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยช่องว่างระหว่างคนรวย/จนของไทย (เทียบรวยสุด 10% กับจนสุด 10%) ต่างกันอยู่ที่ 25.1 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยของช่องว่างดังกล่าวในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ 4.3 เท่า

โดยส่วนตัวผม สิ่งเหล่านี้แก้ไขได้โดยการให้การศึกษาแก่ประชาชนเพียงพอ เพื่อให้รู้จักปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

นี่คนส่วนใหญ่ เห็นว่า มีตั้งเกิน สิบห้าล้านคน ดันไปปกป้องผลประโยชน์ของคนๆเดียว เพรียกหาให้เขากลับมา ให้เศรษฐกิจของตัวเองกลับไปอู้ฟู้เหมือนเดิม ปรากฎการณ์นี้ จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด ถ้าคนของประเทศมีความรู้ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองเพียงพอ

ความคิดเห็นที่ 13 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ใช่ค่ะคุณยามครับ .. คงไม่มีใครจำไม่ได้ ถึงประโยคนี้ “ ผมรวยแล้ว ผมพอแล้ว ผมะไม่โกงหรอก"

มัยรานั่งฟังคลิป "Set Zero" แล้วยังแปลกใจว่า คนๆนี้ และหากให้ชัดกว่านั้นก็คือ คนตระกูลนี้ ไม่รู้สึกละอายกันบ้างหรือที่โกหกพกลม ในขณะที่ในความเป็นจริงแล้วแสวงหาผลประโยชน์ตัวเองตลอดเวลา?

รู้สึกอับจนปัญญาจริงๆนะคะ ว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ได้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะพี่คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

เมื่อพวกเขาลงจากหลังเสือไม่ได้ พวกเราต้องช่วยกันไล่ลงค่ะ

ที่จริงตอนนี้ น่าจะเป็นโอกาสดี และ "ถึงเวลา" แล้ว

ที่คนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับพวกโลภมากเหล่านี้

ออกมาช่วยกันเป็นบันไดพาดให้พวกเขาได้ลงจากหลังเสืออย่าง เท่ เท่

ความคิดเห็นที่ 11 ลำชานบ้านบู , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ี่นักการเมืองระดับ "ต้องบันทึกนามไว้" การหลายคน เริ่มต้นจากอุดมการณ์ที่สวยหรู มากับวาทกรรมทางการเมืองที่กินใจ

คงจำกันได้กับ วาทกรรม “ ผมรวยแล้ว ผมพอแล้ว ผมไม่โกงหรอก”

ประเด็นคือ เป็นคำพูดที่กลั่นกรองมาจากใจ หรือเป็นแค่วาจาหลอกให้คนเทใจให้

พี่คนปทุมฯ

"พระพุทธเจ้าตรัสว่าต่อให้ฝนตกลงมาเป็นเงินเป็นทองสูงท่วมหัวเข่ามนุษย์ก็ยังบอกว่าให้ตกลงมาอีกยังไม่พอนี่คือโลกของความจริง" ธรรมจาก ท่าน ว วชิรเมธี

จึงสอดคล้องกับที่คุณมัยรา ว่า "คนรวยอย่างน่าเกลียดนั่นแล"

น่าเสียดาย คนไทยกลุ่มใหญ่ ที่กำลังจนลง เพราะประชานิยม เพราะการกระตุ้นให้ใช้จ่าย เพียงเพราะเข้าใจว่า เรากำลังรวยขึ้น รัฐบาลทั้งลดทั้งแถม พวกเขาเหล่านั้น ไม่รู้เลยจริงๆว่า กำลังถูกหลอกให้เอาเงินในอนาคต มาถลุงโดยทางอ้อม โดยไม่รู้ตัวว่า ตัวเองจนลง

ความคิดเห็นที่ 10 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Maira วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณยามครับ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าไม่ดูจากข้อมูลนี้ มัยรายังติดอยู่กับความคิดที่ว่า
"เมืองไทยเราอุดมสมบูรณ์" และไม่มีคนอดอยากเหมือนกับอินเดีย และจีนฯ

ยิ่งเห็นท่อนนี้ ยิ่งน่าเศร้า ..

[คนไทยที่รวยที่สุด 20% มีรายได้เกือบ 60% ของประเทศ ขณะที่คนจนที่สุด 20% มีรายได้เหนือ 0 อยู่เล็กน้อย]

ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ ...คนไทยส่วนใหญ่ นิ่งเฉย ไม่เดือดร้อน กับตัวเลขเหล่านี้
นักวิชาการ และ สื่อกระแสหลัก ไม่ช่วยกันลงและอภิปราย ให้คนรับรู้ในวงกว้าง เพื่อช่วยกันหาทางสกัดและแก้ไข

แต่ความเงียบและไม่เอาใจใส่ทำให้ดูเหมือนว่า คนไทยยอมรับโดยปริยาย
อะไรก็ปล่อยตามกรรม ...เพราะไม่มีทางเลือก

เห็นแล้วรู้สึกหดหู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 Maira , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เพราะ "ความโลภ" ทำให้คนรวยกลายเป็นเผด็จการเพราะเมื่อขี่หลังเสือแล้ว จะลงก็เสียฟอร์ม เลยใช้เงินทุบหัวชาวบ้าน เพื่อหวังเอาคนส่วนมากมาเป็นพรรคพวกตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 8 Maira , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คุณลำชานบ้านบู ใน คห.1 ที่ของผมนั้น คิดไ้ด้หลายแง่ทีเดียวครับ มุมของคุณลำชานบ้านบู เป็นมุมในอุดมคติที่น่าสนใจครับ เศรษฐีหลายคนทำแล้ว แต่โดยส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำครับ

คุณมัยรา ผมเก็บบันทึกมาฝากเพิ่ีมเิติม

ืทีดีอาร์ไอ -- กค 2556

นักวิชาการทีดีอาร์ไอตั้งข้อสังเกตว่า สังคมไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านเงินออมระหว่างคนรวยกับคนจนอย่างชัดเจน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ ประเทศไทยอยู่ตรงไหน
ช่องว่างระหว่างคนรวย-คนจน ปี 2554

คนไทยที่รวยที่สุด 20% มีรายได้เกือบ 60% ของประเทศ ขณะที่คนจนที่สุด 20% มีรายได้เหนือ 0 อยู่เล็กน้อย

ที่น่าสนใจคือ ช่องว่างระหว่างรายได้ของไทยมีมากกว่าประเทศอย่าง อินเดีย หรือ จีน เสียอีก ซึ่งดูจะไม่เป็นไปตามความรู้สึกของคนไทยทั่วไป อย่างที่เราเชื่อๆกันมา

ใครกันนะ บอกว่า จะให้คนจนหมดไปจากประเทศไทย ถ้าได้เป็นรัฐบาล

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Maira วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะพี่หวานหวาน

เห็นดวยค่ะ ...ไม่มีใครยอมแน่นอน มัยราคนหนึ่งล่ะ
สู้ยิบตา กับความไม่ชอบธรรมนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 ลำชานบ้านบู , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Maira วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณลำชานบ้านบู

มันเป็นอะไรที่น่าเกลียดที่สุดค่ะ "Set Zero" เพราะเขาจะได้รับประโยชน์สูงสุด

เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ...

มัยราคิดว่า ..ถึงเวลาแล้ว คนนับล้าน ต้องออกมาเรียกร้องบนท้องถนนภายในเร็ววันนี้ เพื่อ'โชว์พาว' ว่าเราต้องเอาคนผิดกฏหมายเข้าคุก ไม่ใช่มาล้างไพ่ให้กันง่ายๆเช่นนั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 Maira ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หวานหวาน วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

สวัสดีค่ะคุณมัยรา

"set zero" ฝันกลางฤดูฝน
ใครๆคงจะไม่ยอมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 ยามครับ , Maira ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Maira วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณยามครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลและความคิดเห็นดีๆที่นำมาแลกเปลี่ยนกัน ใน คห. 2 & 3 นะคะ

การศึกษา..ก็เหมือน transcript ที่ผู้ปกครองประเทศต้องการให้ผู้ถูกปกครองได้รับนั่นเอง แต่ละยุคสมัยก็มีจุดมุ่งหมายต่างกัน

สำหรับการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้านั้น ก็เป็นแสงสะท้อนของระบบการศึกษาไทย ที่เราพูดกันอยู่บ่อยๆว่า ไม่สอนให้คนคิด นอกจากทำตาม ...ดังนั้นการคิดหาเหตผล มาแก้ปัญหา จึงไม่อยู่ในบริบทของการศึกษานั้น

ไดอ่านความคิดเห็นที่ 3 ของคุณยามแล้วทำให้คิดถึงคำกล่าวของมาร์กซ์ ที่เชือว่า"การลุกฮือประท้วงในปี 1848 ของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น เป็นคลื่นลูกแรกของการ 'ปฏิวัติไพร่ ที่สับสน' ซึ่งตามมาด้วยความเฟื่องฟูของระบอบทุนนิยม

และมาร์กซ์เป็นหนึ่งในจำนวนนักคิดเพียงไม่กี่คนในยุคนั้น ที่คาดว่า สุดท้ายแล้วทุนนิยมะเดินมาถึงโลกาภิวัตน์ เช่นในปัจจุบัน...

อ้อ! ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเนื้อเพลง ..มัยราเพิ่งเคยได้เห็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วให้นึกถึง ความล้าสมัยของวิชาการบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นแขนงไหนก็ตาม

ผมรู้สึกว่า บางครั้งสถาบันการศึกษาก็เหมือนยัดเยียด "ความเชื่อ" บางอย่างให้กับนักศึกษา เหมือน ให้เชื่อว่า คอมมิวนิสต์อันตราย ประชาธิปไตยคือสิ่งสวยงาม หรือแม้กระทั่ง การเริ่มต้นบทเรียนว่า มนุษย์คือ สัตว์การเมือง แล้วก็พากันตกหลุมลุ่มลึกไปลงในประวัิิติศาสตร์การเมือง

มิใช่ประวัติศาสตร์การเมืองไม่สำคัญนะครับ แต่ผมว่าควรอ่านเอาความกันเงียบๆ แล้วหันมาเอาสาระักับ "ความเป็นจริง" ของปัจจุบันเสียที

เช่น งานล่าสุดของ สถาบันพระปกเกล้า เผยงานวิจัย ไทยติดที่1โลก ตระกูลสืบทอดการเมือง แผ่อาณาจักรมากสุด

เราน่าจะหาคำตอบและบริบทกัน แล้วก็มาคิดกันว่า แล้วมันดี หรือเสียอย่างไร

แต่ก็นั่นแหละครับ จะประชาธิปไตย หรือสังคมนิยม เรามีมือที่มองไม่เห็นคอยชักใย

นึกถึงเพลง หุ่นกระบอก ดึงเชือกสิ แล้วฉันจะยิ้มให้อีกครั้ง แต่อย่าพึ่งหวัง ครั้งนี้ฉันอาจร้องไห้ เพราะเชือกหากขาด ฉันหลุดลอยไป ไปทั้งที่ใจ ไ่ม่อยากจะขาดคุณเลย

ความคิดเห็นที่ 2 ชบาตานี , กำหนัน และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 20.05 น.

สวัสดีครับ
ขอบคุณที่ไม่ตัด ไม่ย่อครับ.
Set Zero คือ คนเลวต้องไปเกิดใหม่นั่นเอง (ไม่แน่ว่าจะเกิดเป็นอะไร)

คหที่. 1 ครับ หมายความว่า ความรวยของคนรวยทั้งหมด เงินทอง สามารถเลี้ยงคนยากจนทั้งโลกได้ เลี้ยงอาหารคนอดอยากทั้งโลกได้ใช่มั้ยครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 Maira , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

A day bulletin Issue 275

มีการศึกษาพบว่า จำนวนเศรษฐีที่มีทรัพย์สิน มากกว่า 37 ล้านดอลลาร์สรอ. ในโลกนี้มีสัดส่วนคิดเป็น 0.7% ของประชากรโลก แต่ทว่าคนกลุ่มนี้มีทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ารวมมากถึง 98.7 ล้านล้านดอลลาร์สรอ. หรือคิดเป็น 41% ของมูลค่าทรัพย์สินของคนทั้งโลก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน