• ไม้เรียวใจดี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jo301102@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2017-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 54056
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
สิ่งที่ผ่านมา
ประสบการณ์ที่ผ่านมา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/JoHorpra
วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน 2561
Posted by ไม้เรียวใจดี , ผู้อ่าน : 602 , 15:23:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , เพลงธรรม โหวตเรื่องนี้

ลำพูน เมืองเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลจากเชียงใหม่ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างมากมายทั้งวัดวาอาราม เจดีย์เก่าแก่และตำนานประวัติศาสตร์อย่างมากมาย

วัดไก่แก้วกับกู่ไก่


  

 

          เหตุที่ได้ชื่อว่าวัดไก่แก้ว เนื่องจากบริเวณด้านหลังมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “กู่ไก่” จากจารึก “พงศาวดารโยนกระบุว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 ครั้งพระยาอาทิตยราชครองนครหริภุญชัย เพื่อเป็นที่บรรจุอัฐิของ “เสตกุกกุฏะ” ไก่ขาว ซึ่งเป็นศรีสวัสดิ์ของนครหริภุญชัย เป็นสถาปัตยกรรมประกอบด้วยฐานเขียงในผังสี่เหลียมรองรับฐานปัทม์ลูกแก้วอกไก่ในผังแปดเหลี่ยมย่อเก็จเหนือขึ้นไปเป็นมาลัยเถาซ้อนเหลื่อมกันรองรับองค์ระฆังในผังแปดเหลี่ยม อายุของโบราณสถานแห่งนี้ น่าจะมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ตามรูปแบบของเจดีย์ทรงระฆังในผังแปดเหลี่ยม ซึ่งได้รับความนิยมมากในศิลปะล้านนาในช่วงนั้น

          จากตำนานในกาลนั้น มีไก่ขาวงามตัวหนึ่งมีชื่อว่า “เสตกุกกุฏะ” เป็นไก่ฉลาดอาศัยอยู่บนยอดไม้ย่างทราย ทางทิศเหนือของเมืองหริภุญชัย (บริเวณวัดสันป่ายางหลวง) เป็นไก่เทวดาที่คอยดูแล รักษาเมืองหริภุญชัยให้บังเกิดความสงบสุข ไก่มงคลตัวนี้จะขันเป็นเวลา จะขันสามยามทั้งกลางวันและกลางคืน เสียงของไก่ตัวนี้สร้างความเกรงขามให้พระยาละโว้เป็นอันมาก จึงออกอุบายฆ่าไก่ตัวนี้เสีย โดยการบนบานต่อเทพยดาที่รักษาเมืองละโว้ ให้ไปฆ่าไก่แก้วแห่งเมืองหริภุญชัย เมื่อเทพยดารับเอาเครื่องสังเวยแล้ว จึงจำแลงเป็นจระเข้ใหญ่ ว่ายทวนน้ำแม่ระมิงค์ขึ้นมายังนครหริภุญชัย แล้วจึงจำแลงเป็นเพศพราหมณ์ ถือไม้เท้ากับร่มทำด้วยใบไม้ เดินเข้าไปในพระนคร เมื่อพบไก่ผู้รักษานครหริภุญชัยแล้ว จึงปีนขึ้นไปบนไม้ย่างทราย ใช้ไม้เท้านั้นตีไก่นั้นจนตาย พระยาอาทิตยราชจึงโปรดให้กระทำสรีรกิจของไก่นั้น แล้วเก็บอัฐิธาตุ และก่อเจดีย์ (กู่) ครองไว้ ณ บริเวณดังกล่าว

ที่ตั้ง

กู่ช้าง กู่ม้า

กู่ช้าง

 

           “ประวัติการสร้างเป็นเชิงมุขปาฐะ* สืบต่อกันมาว่า เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุงาของ “ปู่ก่ำงาเขียว” ช้างทรงของพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นช้างที่มีฤทธานุภาพมาก เมื่องาชี้ไปทางใดจะทำให้ผู้คนล้มตาย จึงสร้างเจดีย์ทรงสูงเพื่อฝังงาช้างให้ปลายงาชี้ขึ้นด้านบน รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นฐานเขียงในผังกลม ซ้อนเหลื่อมกัน 5 ชั้น รองรับฐานบังคว่ำและองค์ระฆังทรงกลมที่ยืดยาวลักษณะคล้ายทรงกรวยหรือลอมฟาง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบพิเศษที่พบในอาณาจักรที่มีอายุร่วมสมัยกับอาณาจักรหริภุญชัย เช่นที่เจดีย์บอบอคยี (Bawbawkyi) อายุราวพุทธศตวรรษที่ 9 -13ในอาณาจักรพยู ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า, เจดีย์Ngakywenadaung ในเมืองพุกาม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 16 และอุเทสิกเจดีย์ที่ปรากฏรอบ ๆ เจดีย์มหาโพธิ์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดียอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 -15 โดยปรากฏในประเทศไทยเฉพาะในอาณาจักรหริภุญชัยเท่านั้น”

*มุขปาฐะ คือการบันทึก, อนุรักษ์ และ ตีความหมายของข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่มาจากประสบการณ์ส่วนตัวและความเห็นของผู้เล่าเหตุการณ์

 

“ปู่ก่ำงาเขียว”

          มีตำนานที่เล่าขาน "ว่ากันว่า...ครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้ามีโอกาสได้ลอดท้องพระยาช้างชนะศึกปู่ก่ำงาเขียว จะได้พรแห่งชัยชนะให้สมหวังในทุกสนามการแข่งขัน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน การต่อสู้ ทำศึกสงคราม และการดำรงชีวิต"

กู่ม้า

กู่ม้า

          “ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิม้าทรงของพระนางจามเทวี มีลักษณะเป็นเจดีย์กลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยมเตี้ย ๆ รองรับฐานเขียงกลม 2 ชั้น และฐานบัวคว่ำรองรับบัวถลา 3 ชั้น และองค์ระฆังกลม รูปแบบของเจดีย์ลักษณะนี้มีต้นแบบมาจากลังกาสืบทอดมายังอาณาจักรพุกาม และอาณาจักรสุโขทัย  โดยลักษณะขององค์ระฆังกลมซึ่งมีขนาดใหญ่นั้น นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่า มีความคล้ายคลึงกับเจดีย์ทรงกลมแบบพุกาม จึงเป็นไปได้ว่าอาณาจักรหริภุญชัยได้รับอิทธิพลของเจดีย์ทรงกลมแบบลังกาโดยผ่านมาทางอาณาจักรพุกามในช่วงปลายพุทธศตวรรษ ที่ 18 หรืออาจได้รับอิทธิพลผ่านอาณาจักรสุโขทัยมายังอาณาจักรล้านนาในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่พระยากือนาทรงนิมนต์พระสุมนเถระจากสุโขทัย มาพำนักที่วัดพระยืน เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์(เก่า) ในล้านนาในพ.ศ.1913”

 

น่าจะเป็นกู่ม้าจำลองที่ตั้งไว้บนยอดกู่ม้า

          ในอดีตผู้คนจำนวนมากที่เดินทางสักการะเจ้าพ่อกู่ช้าง มักนิยมขออาราธนา“เป๊ก”ซึ่งเป็นซากเศษอิฐแตกหักก้อนเล็กๆที่ที่อยู่ภายในโบราณสถานแห่งนี้ติดตัวกลับไป เพื่อเป็นสิริมงคลขวัญกำลังใจและสร้างในเกิดความมั่นใจในการกระทำในสิ่งที่ขอ ครั้นเมื่อประสบผลสำเร็จแล้วก็ต้องนำเป๊กกลับมาคืน ถ้าใครไม่นำกลับมาก็จะประสบเภทภัยต่าง ๆ มาวันนี้เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ได้มีการทำพิธีขอเป๊กจากเจ้าพ่อกู่ช้างเพื่อนำมาทำเป็นมวลสาร บรรจุในเครื่องรางให้ผู้สนใจเช่านำติดตัวเป็นสิริมงคลกลับไปโดยไม่ต้องนำเป๊กกลับมาคืนเหมือนแต่ก่อน

ภาพวาดพระนางจามเทวีประทับในกูบหลังช้าง

ที่ตั้ง กู่ช้างกู่ม้า อยู่ห่างจากวัดไก่แก้วประมาณ 300 เมตร

หมายเหตุ ไม้ย่างทราย ไม่ทราบว่าเป็นไม้ชนิดใด ถ้าท่านใดพอทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานด้วยครับ ขอบคุณมาก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 24/06/2018 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอกราบพระธาตุมาด้วยความเคารพ

ขอให้ชาวลำพูน
ชาวไทย
ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]