• จอมโจร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ankrub@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 307985
  • ส่ง msg :
  • โหวต 122 คน
JomJone
หลากหลายในสิ่งที่อยากเขียน ไม่จำกัดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทุกเรื่องมีความสำคัญต่อชีวิตและความทรงจำ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/JomJone
วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน 2551
Posted by จอมโจร , ผู้อ่าน : 2016 , 00:28:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         "ตาบอดทำไมไม่อยู่กับที่ มาเป็นภาระสังคมทำไม"

          เสียงบริภาคผู้พิการ ที่หญิงสาววัยกลางคนกำลังกระซิบกระซาบกับเพื่อนอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ ขณะที่ "เธอ" กำลังใช้ไม้เท้าคลำทาง หลังจากลงรถเมล์คันนั้นมา การแสดงความเห็นต่อผู้พิการทำให้เธอสะดุดกึก และรู้สึกน้อยใจต่อโชคชะตา ที่เช้านี้ต้องมาพบกับถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจ เวลานั้น "เธอ" ทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากตะโกนก้องด่าอยู่ในใจว่า "ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ ใครเล่าอยากจะเกิดมาตาบอด"

ขอขอบคุณภาพจาก

 http://nupomme.exteen.com/category/blind/page/4

- 1 -

            ราวๆ 5 โมงเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จอมโจรมีนัดพูดคุยกับ "เบญจพร หนอนไม้" หมอนวดตาบอด วัย 36 ปี  ที่เธอมาพักอาศัยอยู่กับหลานในห้องเช่าด้านล่างของตึก "เรือนไพลิน" ย่านปากน้ำ ภายในซอยบุญศิริ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าไหนมาใหม่ ผู้คนย่อมต้องแห่ไปใช้บริการ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเองที่อยากจะรู้ว่า ผู้มาใหม่ "มือดีแค่ไหน" แค่ครั้งแรกที่ลงนอนให้เธอนวด ยอมรับว่า ติดใจในการนวด ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังมีอารมณ์ขันที่ซ่อนอยู่ในตัวอย่างมากมาย

หมอเบญจพร พูดคุยอย่างออกรสขณะว่างเว้นจากลูกค้า

           " วันนั้นลงรถผิดป้าย ไอ้เราไม่รู้จะเดินไปทางไหน ตาเรายังพอมีความรู้สึกว่าตะคุ่มๆ เป็นคน เลยยืนถามคนแถวๆ นั้นว่า ที่นี้อยู่ตรงจุดไหน เราถามตั้งนาน เขาไม่ตอบ เราถามเขาก็เงียบ เราก็เอ..จะมาแกล้งคนตาบอดทำไม ถามจนหงุดหงิด สุดท้ายเลยเอาไม้เท้าเขี่ยที่เขาเลย แต่คุณเอ๊ยย รู้ไหมนั่นไม่ใช่คน แต่เป็นต้นกล้วย" ว่าแล้วเธอก็หัวเราะเสียงดังสดใส จากประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนพูดกับต้นไม้

- 2 -

        เบญจพร ย้อนอดีตเรื่องราววัยเยาว์ให้ฟังว่า แรกเกิดนั้นเหมือนเด็กปกติทุกอย่าง แต่พออายุ 2 ขวบ ไม่สบายแม่จึงพาไปหาหมอ และหมอก็ให้ยามา จากนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอแพ้ยาอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการมองเห็น

            "แรกๆ แม่เขาไม่รู้ว่าเราแพ้ยา แล้วเขาเริ่มมาสังเกตเห็นทีหลังว่าดวงตาเราเริ่มแปลกๆ ตาขาวมันกินตาดำเกือบหมด พอแม่เห็นแบบนั้นก็ตกใจ เลยพาไปหาหมอ หมอบอกว่า เด็กตาบอดแล้ว เช็คไปเช็คมา กลายเป็นว่าเราแพ้ยาอย่างรุนแรง"

 

           โลกของเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องราว เริ่มสงสัยกับชีวิตว่า โลกนี้คงจะมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่มองไม่เห็น จนกระทั่งเธออายุ 13 ปี และปีนั้นนั่นเองที่เริ่มมีโรงเรียนพิการตาบอดเป็นแห่งแรก ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ความสงสัยเมื่อวัยเยาว์ต่างหายไปเมื่อเธอเริ่มรู้จักกับเพื่อนผู้พิการทาง สายตา

          "เมื่อก่อนเราเด็ก เราคิดเอาเองว่า โลกนี้คงมีเราคนเดียวเท่านั้นที่มองไม่เห็น แต่พออายุได้ 13 ปี ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มมีประกาศว่า ให้ผู้ปกครองที่มีลูกหลานพิการตาบอดให้ส่งมาเรียนที่โรงเรียน ซึ่งเขาเพิ่งสร้างเสร็จเป็นแห่งแรกในปีนั้น พ่อแม่เรารู้ เลยพาเราไปสมัครเรียน ป.1 และที่ไม่ได้เรียนก่อนหน้านั้น เป็นเพราะเขาไม่ให้คนพิการร่วมเรียนกับเด็กปกติ ทำให้เราเรียนช้ากว่าคนอื่นๆ ไปตั้งหลายปี และทำให้เรารู้ว่าไม่ได้มีเราคนเดียวเท่านั้นที่ตาบอด ดีใจมากที่มีคนเหมือนๆ กับเรา"  เบญจพรว่า

 

          เบญจพร เล่าว่า หลังจากที่เรียนจบ ป.6 ด้วยอายุ 18 ปี แต่ยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้ จึงขอเรียนต่อจนกระทั่งจบ ม.3 ทั้งยังไปเรียนนวดที่มูลนิธิห้วยขวาง ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และในระหว่างนั้นเธอยังเรียนต่อ กศน.จนกระทั่งจบ ม.6

          จากนั้นเบญจพรได้หันเหชีวิตเข้ามาอยู่ในเมืองกรุงเต็มคราบ  โดยให้เหตุผลว่า สังคมที่สุราษฎร์ฯ กับกรุงเทพมันแตกต่างกัน สังคมที่โน้นเห็นเราแล้วดูถูกเรามาก เห็นเราเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ อีกทั้งการเดินทางก็ลำบาก ไม่สะดวกสบายเหมือนในกรุงเทพ แค่อยู่ในบ้านเช่าเราก็มีรถโดยสารไปไหนต่อไหนได้สบาย

          " มากรุงเทพเคยเจอครั้งเดียวเท่านั้นแหละ ที่เรารู้สึกว่าอื้อหื้อ..ทำไมต้องมาดูถูกเราด้วย เรารู้สึกแย่มากๆ วันนั้นไปทำธุระแถวไหนจำไม่ได้ เราลงรถ แล้วมีผู้หญิงสองคนเขาคุยกัน เราได้ยินนะ เขาบอกว่า ตาบอดทำไมไม่อยู่กับที่ มาเดินให้เป็นภาระสังคมทำไม เรานี่ทำอะไรไม่ได้ก็รีบจ้ำอ้าว แล้วรู้สึกแย่มากๆ เลยวันนั้น นอกจากเราทำอะไรไม่ได้แล้วยังทำให้รู้สึกน้อยใจตัวเองด้วย จริงๆ เราก็ไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้" เบญจพรเล่าด้วยน้ำเสียงที่ออกรส หลังจากคิดถึงความหลังจากการโดนคนตาดีดูถูกโดยไร้มนุษยธรรม

 

น้องพลอย ขณะช่วยอ่านเบอร์โทรศัพท์ให้เบญจพร

        แต่ถึงกระนั้น เบญจพรยอมรับว่า เธอยังรักกรุงเทพ เพราะยังมีคนดีๆ ให้ความช่วยเหลือเราอีกมากมาย ทั้งยังคอยดูแลช่วยเหลือเรา โดยยกตัวอย่างเพื่อนข้างห้องให้ฟังว่า

          "ประทับใจครอบครัวนี้มาก ตั้งแต่พ่อ แม่ ลูก เรามาถึงนี่วันแรก เขาช่วยเหลือเราทุกอย่าง ทั้งช่วยยกของ จัดของให้เรา แถมทุกวันนี้ยังมาถามไถ่เราทุกวันว่าจะกินอะไร อยากได้อะไร อาหารนี่เขาซื้อให้เรากินทุกวัน เขาดูแลเราเหมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง" เบญจรพรเล่าด้วยท่าทีทีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

- 3 -

          สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการด้านการนวดนั้น เบญจพร บอกว่า มีลูกค้าเข้ามาทุกวัน วันละ 3-4 ราย ซึ่งถือว่ากำลังดี

             "ขอวันละแค่ 4 คนเราก็อยู่ได้แล้ว เราไม่อยากจะเอามากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ ถ้าคนน้อยรายได้เราจะไม่พอค่าเช่าห้อง มากไปกำลังเราก็หมด เลยขอแค่วันละ 4 คน ซึ่งก็ดี ที่มีลูกค้าไหลมาเรื่อยๆ อยู่ในราวๆ นี้ทุกวัน"

             ด้านป้าหมวย วัย 58 ปี บอกกับเราหลังจากเพิ่งผ่านพ้นมือหมอว่า เพิ่งมาใช้บริการการนวดที่นี้เป็นครั้งแรก จากคำบอกเล่าปากต่อปาก ด้วยความที่เป็นคนเสาะแสวงหาคนนวดเลยลองมา แล้วไม่ผิดหวัง สมกับที่มีคนพูดถึงจริงๆ คิดว่าคงจะมาใช้บริการที่นี้อีกแน่นอน

            แม้ว่าตลอดชีวิตของเบญจพร จะไม่สามารถมองเห็นโลกอย่างคนทั่วไปได้อีก แต่วันนี้เธอมีความสุขจากการได้รับใช้ลูกค้า ด้วยสองมือ สองขา ที่เธอกลั่นออกมาจากใจ และหวังว่าทุกคนคงจะพอใจการนวดที่ล้ำเลิศจากผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ 

           หากอ่านจนรู้สึกเมื่อยขึ้นมา เชิญใช้บริการได้เลยทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ย่าดา วันที่ : 21/11/2008 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ไม่ได้มาอ่านบล๊อกคุณจอมโจรเสียนานเชียว
เบญจพร สู้ชีวิต ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
feng_shui วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อ่านแล้ว อยากให้จอมโจรพาไปนวดหน่อยได้ไหมคะ



.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สวัสดีครับ จอมโจรจริยธรรม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ChaiManU วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

เมื่อยจัง


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตาบอดทำไมไม่อยู่กับที่ มาเป็นภาระสังคมทำไม

แค่บอดที่สายตา แต่ใจไม่ได้บอกไปด้วยนี่ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
spyone วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

คนใจแคบมีเสมอไปทุกที่ค่ะ..เป็นกำลังใจให้คุณเบญจพรนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Supawan วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เป็นกำลังใจให้เธอค่ะ ....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 06.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

โหวตทันที
โหวตใจให้ด้วย อยู่ใกล้ๆจะไปเป็นต้นกล้วยทันควัน
หัวใจเธอมันน่ากราบ...เบญจพร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Cat@ วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 03.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อ่านจบแล้ว
โหวตให้ ..
ให้กำลังใจสู้ชีวิตต่อไป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
KittyChat วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 01.24 น.

Hi, just curiosity but I noticed she has a watch in her left hand. I wonder how does she use it?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันลี้ วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/punlee


อ่านจบแล้ว



ว่างๆ ให้จอมโจรพาไปบ้างดีกว่า
เผื่อขาจะหายบวม เท้าจะหายชา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
WatermelonMan วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FlyingDog


แวะมาทักทายครับ...ยังไม่ได้อ่านเลย พรุ่งนี้จะมาตามอ่านครับ วันนี้ง่วงสุดๆ ราตรีสวัสดิ์นะครับ

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]