• จอมโจร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ankrub@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 308265
  • ส่ง msg :
  • โหวต 122 คน
JomJone
หลากหลายในสิ่งที่อยากเขียน ไม่จำกัดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทุกเรื่องมีความสำคัญต่อชีวิตและความทรงจำ...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/JomJone
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2551
Posted by จอมโจร , ผู้อ่าน : 6334 , 10:13:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

- 1 -  

อารัมบท

        เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา จอมโจรมีโอกาสออกไปทำข่าวกับพี่นักข่าวโต๊ะอาชญากรรมด้วยความไม่ตั้งใจ เพราะพี่ๆ ที่นั่นรวมหัวกระทุ้งแกมบังคับว่า "เอ็งช่วยกรุณาออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง" ทำให้ข้าพเจ้ามิอาจขัดที่จะออกร่วมเดินทางกับพี่นักข่าวคนนั้นได้ ทั้งๆ ที่ตาและหัวใจของจอมโจรใกล้ปิดลงทุกขณะ หลังจากที่อดหลับอดนอนมาคืนเต็มๆ เลยกะว่าถ้ากระโจนขึ้นรถได้ จอมโจรจะไม่ปริปากพูดอะไรอีก นอกจากจะขอหลับตาคาเบาะที่นั่งอย่างเดียว

        แต่กาลกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่!

       เมื่อกระโดดขึ้นรถกระบะสีดำคันนั้น สายตาเหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมาสีมอมตัวนึง ที่นั่งแหมะอยู่ระหว่างเบาะทั้งสอง จอมโจรถือวิสาสะหยิบตุ๊กตาหมาตัวนั้นมา ทั้งขำหน่อยๆ ด้วยไม่คิดว่านักข่าวที่ทำงานโต๊ะอาชญากรรมอย่างพี่เขา จะมีความอ่อนไหวติดตุ๊กตาตัวนั้นอยู่บนรถ พร้อมถามพี่เขาไปด้วยอารมณ์สนุกๆ ว่า "พี่ๆ อย่างพี่เนี้ยติดตุ๊กตาด้วยเหรอ?" 

หมาน้อย "มอมจัง"

      "ขอได้มั้ยตัวนี้นะ" จอมโจรหยอกเหย้า

      "โห..ฆ่าพี่ให้ตายดีกว่า ถ้าน้องเอามันไป" นั่นเป็นประโยคที่หลุดจากปากของหนุ่มใหญ่คนนั้น ด้วยเสียงหัวเราะเจือปนความเจ็บปวดเล็กน้อย

       จอมโจรได้แต่คิดในใจว่า ตุ๊กตาตัวนี้คงต้องมีความหลังอะไรบางอย่าง ไม่อย่างนั้น "เจ้าของ" คงไม่หลุดประโยคที่หวงแหนขนาดนั้นเป็นแน่

        ดังนั้น การสนทนาถึงเจ้ามอมจึงเริ่มต้นขึ้นระหว่างเดินทาง ที่การจราจรดำเนินไปอย่างช้าๆ บนเส้นทางสายศรีนครินทร์ และถ้อยคำที่ลำเลียงมาอย่างช้าๆ พอๆ กับการลื่นไหลของถนนในช่วงเย็น จนลืมไปเลยว่า ดวงตาที่ใกล้ปิดกลับเปิดกว้าง พร้อมที่จะรับข้อมูลและความรู้สึกของหนุ่มใหญ่วัย 40 คนนั้น!

 

- 2 -

นักข่าวหนุ่ม เปิดใจ ตุ๊กตาตัวนี้มีที่มา

          "เห็นว่าพี่เป็นนักข่าวโต๊ะอาชญากรรมใช่มั้ย เลยไม่คิดว่าพี่จะติดตุ๊กตาตัวนี้อยู่บนรถ" นักข่าวคนเดิม ยิงคำถามให้กับผู้ติดตามอยู่บนรถด้วยใบหน้าอมยิ้ม และเสียงที่เจือปนไปด้วยเสียงหัวเราะเล็กๆ

         "อืม" จอมโจรรับ เพราะด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเผชิญกับเรื่องไม่ดีแต่ละวัน อาจทำให้เราหลงลืมที่จะซึมซับความอ่อนโยน

        "ตุ๊กตาตัวนี้พี่เคยให้แฟน แต่ตอนนี้แฟนพี่ไม่อยู่แล้ว" พี่เขาว่า

        "อ้าว ไปไหน เลิกกันเหรอ"

         "ตายแล้ว"

         "เอ่อ..!?!" ถึงเวลานั้นจึงเข้าใจทันทีเลยว่า ทำไมตุ๊กตาตัวนี้จึงเป็นของรักที่ "พี่อ๊อด" หวงแหนนัก

- 3 -

ชีวิต VS การงาน 

             จากนั้นหนุ่มมหาสารคามวัย 40  จึงทยอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ในอดีตให้ฟัง ขณะรถเริ่มไหลไปตามจังหวะของมันว่า

พี่อ๊อดกับตุ๊กตาหมา "เจ้ามอม" ฆ่าพี่ดีกว่าถ้าน้องเอามันไป

           "ช่วงเรียนพี่เรียนมหาสารคามมาตลอดเลย จนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ภายใน 3 ปีครึ่ง พี่คิดว่าต่อไปในอนาคตจะทำงานอะไรดี เลยไปซื้อหนังสือพิมพ์หางานมาฉบับหนึ่ง แล้วพี่เห็นที่วัฏจักรเขาประกาศรับสมัครผู้สื่อข่าวสายกีฬา ด้วยความที่พี่เล่นกีฬาเป็นทุกชนิด ยกเว้นกอล์ฟอย่างเดียวที่พี่เล่นไม่เป็น เพราะไม่มีไม้ ทำให้พี่สนใจไปสมัคร เลยให้เพื่อนคนหนึ่งซึ่งตอนนี้เป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยพละศึกษาเขียนจดหมายสมัครงานให้ ปรากฏว่าภายใน 1 สัปดาห์มีจดหมายตอบรับให้ไปสัมภาษณ์ ตอนนั้นดีใจมากๆ เลยรีบลงมาจากสารคามมาสัมภาษณ์ที่กรุงเทพ พอสัมภาษณ์เสร็จ เขาบอกว่าพรุ่งนี้ให้เริ่มงานได้ แต่ตอนนั้นพี่บอกไปว่า ขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ เพื่อขึ้นไปบอกแม่ที่สารคามก่อน"

        แม้หนุ่มสารคามผู้นี้จะได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ มาอย่างช่ำชอง จึงผันตัวเองมาเป็นนักข่าวสายกีฬา เพราะคิดว่าตัวเองจะรายงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอไป เพียงแค่วันแรกที่รายงานข่าว ข่าวชิ้นนั้นนอกจากจะไม่ได้เผยแพร่แล้ว ยังถูกย่ำยีด้วยการถูกขยำลงตะกร้า

         "งานชิ้นแรกที่พี่ได้ไปทำ เป็นงานแข่งขันเตะตะกร้อ แล้วเรื่องตะกร้อเป็นอะไรที่พี่ถนัด ปรากฏว่าพี่ก็เขียนข่าวส่งด้วยลายมือตัวบรรจงเลยนะ ว่าทีมนี้ชนะทีมนี้ด้วยสกอร์เท่านี้ๆ เช็คแล้วเช็คอีกว่าตัวเลขจะไม่ผิดพลาด แล้วเอาไปส่งที่ออฟฟิศ ปรากฏว่าหัวหน้าอ่านข่าวชิ้นนั้นเสร็จ แกขยำทิ้งลงตระกร้า ตอนที่เขาขยำทิ้งลงตระกร้า ตาพี่มองไปที่กระดาษชิ้นนั้น แล้วคิดว่าพี่ทำอะไรผิด จนกระทั่งเขาบอกว่า เวลาเขียนข่าวมันต้องมีที่มา ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไม่ใช่เป็นเพียงสกอร์ใครชนะใครเท่านั้น สรุปข่าวชิ้นนั้นไม่ได้ลง แต่ลงตะกร้าแทน" พี่อ๊อดเล่าถึงสมัยเป็นนักข่าวใหม่ๆ ด้วยอารมณ์สุนทรีย์

 ถึงพี่จะหน้าโหดแต่พี่ก็อ่อนโยนนะน้อง (ต๊องส์ด้วยคะพี่ ฮิๆ)

          พี่อ๊อด เล่าอีกว่า

          "ตอนพี่ทำงานพี่ไปเจอน้องเล็กที่นั่น เขาเป็นนักข่าวด้วย และพี่ได้แต่งงานกับพี่เล็กเมื่อปี 2537 ทำงานร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน พี่ทำงานกับหนังสือพิมพ์เล่มนี้ตั้งแต่ยังเป็นหัวกีฬารายวัน แล้วเปลี่ยนหัวมาเป็นโลกกีฬา อยู่มานานมากประมาณ 9 ปี จนกระทั่งเจอพิษเศรษฐกิจทำให้หนังสือพิมพ์ต้องปิดตัวลงในปี 2540 พี่กับแฟนเลยไปหาที่ทำกิน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นถิ่นของพี่สาวแฟนพี่ ตอนนั้นพี่ทำงานร้านวิดีโอ แล้วเป็นนักข่าวไอทีวีด้วย"

- 4 -

"มอมจัง" ณ ญี่ปุ่น 

         ระหว่างที่เป็นนักข่าวไอทีวี เขาได้เดินทางไปทำข่าว ป.เปาอินทร์ ชกป้องกันแชมป์ ไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และได้ไปพบกับหมาน้อยที่นั่น

         "ช่วงนั้นพี่ได้ไปทำข่าวที่ประเทศญี่ปุ่น พอทำงานเสร็จในแต่ละวัน พี่จะไปเดินเล่นที่ย่านชินจุกุกับเพื่อนๆ ระหว่างที่เดินๆ อยู่นั้น พี่เห็นตู้คีบตุ๊กตาพี่เลยไปเล่น ตอนแรกพี่ที่เล่นยังไม่เห็นตุ๊กตาตัวนี้นะ มันนอนอยู่ข้างล่าง พี่ว่าตัวอื่นๆ สวยกว่ามันตั้งเยอะ แต่ปรากฏว่าสายตาพี่ไปประสานตากับมันเข้า มันมองพี่ตาแป๋วเลย พี่เลยอุ้ยต้องเอาตัวนี้ให้ได้ เสียตังค์ไปตั้งหลายเยนกว่าจะได้ คีบเท่าไรก็ไม่ติด คีบทีไรก็ร่วง พอเหมือนจะได้แล้วมันก็หล่นตุ๊บ คีบจนบอกตัวเองว่า ถ้าครั้งนี้ไม่ได้จะไม่เล่นแล้ว ปรากฏว่าได้วุ้ย พี่นี่ดีใจมากเลย แล้วพี่เดินหาเพื่อนกะว่าจะอวดเสียหน่อยที่คีบตุ๊กตาติด" พี่อ๊อดว่าด้วยอารมณ์ขัน

          "หลังจากที่ ป.เปาอินทร์ ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ วันรุ่งขึ้นพี่เดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ซื้ออะไรฝากแฟนเลย พี่เลยคิดว่า เออ เอาวะ เอาตุ๊กตาตัวนี้ให้แฟนแล้วกัน พี่เลยเอาไอ้มอมไปให้ ไปให้ด้วยสภาพแบบนั้นแหละ ไม่มีกล่องห่อของขวัญ แล้วบอกเขาว่า พี่ซื้อมาฝาก แฟนพี่คงสงสัยแหละว่า ไปญี่ปุ่นทั้งทีทำไมซื้อตุ๊กตาหมาให้ แถมไม่ใส่กล่องของขวัญให้อีก แต่เขาก็รับไว้นะ สุดท้ายพี่ทนความอายตัวเองไม่ไหว เพราะพี่ไม่อยากโกหกแฟน แล้วมันไม่สบายใจ พี่เลยไปสารภาพว่า "น้องเล็กตุ๊กตาที่พี่ให้นะพี่ไม่ได้ซื้อมา แต่พี่ไปคีบมา" พอแฟนได้ยินแบบนั้นเขาก็งอนๆ ไปเลย" พี่อ๊อดว่า

-  5 -

อุบัติเหตุและความตาย

         "น้องเล็กอยู่ไหน?" ชายหนุ่มถามขึ้นทันที หลังจากคืนสติจากการสลบไปวันเต็มๆ ด้วยสภาพที่ขาหักสองท่อน และกรามหักถูกเส้นประสาทที่ 7 บนใบหน้า

         "อยู่อีกห้อง" ผู้เป็นพ่อตอบเลี่ยงๆ 

        แต่เมื่อเวลาเข้าสู่วันที่ 7 ชายหนุ่มยังไม่เห็นหน้าภรรยาอันเป็นที่รัก ทั้งยังเห็นผู้คนที่มาเยี่ยมใส่ชุดสีดำ และกระซิบกระซาบกันว่า โชคดีที่เขายังอยู่ ด้วยความสะกิดใจเขาจึงถามผู้เป็นพ่ออีกครั้งว่า "น้องเล็กอยู่ไหน?"

       "ตายแล้ว" ผู้เป็นพ่อบอกความจริงหลังจากพิจารณากันมานาน

       พี่อ๊อดบอกว่า คงไม่ต้องให้พี่บรรยายนะ ว่าความรู้สึกในเวลานั้นพี่รู้สึกอย่างไร มันยิ่งกว่าหัวใจไปอยู่ตาตุ่ม แต่มันตกไปอยู่ในห้วงทะเลมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ พี่นั่งร้องไห้ทุกวันที่ทำให้เขาต้องตาย และตุ๊กตาหมาน้อยตัวนั้นจึงเป็นของที่แทนใจอย่างเดียวที่พี่จะรักษามันไว้ ทุกวันที่พี่ขึ้นรถสิ่งแรกที่พี่จะต้องทำนั่นคือ สำรวจก่อนว่าเจ้ามอมมันอยู่ดีหรือเปล่า

ภาพจากอินเตอร์เน็ต ประกอบการเขียน

          "วันนั้นพี่ไปทำข่าว ทำข่าวเสร็จแล้วก็ไปเตะตะกร้อ เตะเสร็จก็ดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูง ยอมรับว่าวันนั้นดื่มไปเยอะเหมือนกัน แล้วพี่โทรเรียกให้แฟนออกมาเพื่อจะไปหาอะไรกินกัน กินเสร็จจะได้กลับบ้านพร้อมกัน ปรากฏว่าขากลับมันเกิดผิดพลาด รถมันไถลลงข้างทาง แล้วพี่ก็ไม่รู้สึกตัวอีก" พี่อ๊อดเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ผ่านมา 10 ปี

              "ครั้งหนึ่งเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะทุกข์มากหลังจากที่เมียตาย หลังจากที่กลับไปรักษาตัวที่บ้านที่มหาสารคาม วันหนึ่งโอกาสเหมาะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน นอนอยู่บนเตียงคนเดียว ช่วงสายๆ เกิดแว๊บขึ้นมาในความคิดโดยเล็งไปที่ห้องน้ำ ตอนแรกมองดูขื่อ คิดว่าคนที่ผูกคอตายทำอย่างไร เลยไปหาผ้าขาวม้าเดินไปที่ห้องน้ำ พอเปิดห้องน้ำได้ก็มองไปที่ขื่อ เลยคิดว่าต้องปีนขึ้นไปอีก แต่ด้วยสภาพขาหัก ยังต้องใช้ไม้เท้ากะเพลกๆ ไป เลยคิดอีกว่า ถ้ากูปีนขึ้นไปแล้วตกลงมาอีก ขาที่กำลังจะหายหักอีกจะทำยังไงว้า พ่อกับแม่จะไม่ว่าเหรอ เลยตัดสินใจออกจากห้องน้ำและกลับมานอนต่อ" อ๊อดสารคามเล่าความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ไม่วายติดตลกอีกจนได้

             แต่ใช่ว่าความคิดฆ่าตัวตายจะหยุดลงเท่านั้น วันต่อมาเขาเริ่มทำการฆ่าตัวตายใหม่อีกครั้ง ทว่ากลับไม่สำเร็จ

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

             "วันต่อมาพี่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายอยู่ด้วยการผูกคอตาย แถมก่อนผูกคอตาย พี่เขียนจดหมายลาตาย ขอขมาพ่อแม่และสั่งเสียพ่อแม่ให้สร้างอนุสาวรีย์ ให้สร้างรูปปั้นตัวเองและแฟนกอดกัน เอาไปตั้งที่หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ให้ไปไว้ที่นั่นเพราะวิวสวยดี จากนั้นพี่ก็ผูกคอตัวเอง แล้วก็ดึงๆๆๆ กะว่าจะไม่ให้หายใจ แต่ช่วงที่หายใจไม่ออก พี่คิดอย่างเดียวว่า ตายๆๆๆ หายใจไม่ออกนี่หว่า เลยคลายผ้าขาวม้าออก และล้มเลิกความตั้งใจ และนำผ้าขาวม้าผืนนั้นกลับไปพับที่เดิม แต่ถึงจะพับยังไงก็ไม่เหมือนกับที่แม่พับไว้ ทำให้แม่รู้ว่าเราเอาผ้าขาวม้าไป แม่เลยถามว่าเอาผ้ามาทำไม เลยบอกแม่ไปว่า คิดจะฆ่าตัวตาย แต่แม่ก็บอกว่า "จะทำอะไรให้คิดถึงพ่อกับแม่ อย่าไปคิดสั้นอะไร" เลยได้สติ และไม่คิดฆ่าตัวตายอีกเลย พี่รักษาตัวอยู่ประมาณ 1 ปี พอขาหายพี่ได้ไปบวชที่วัดเขื่อนพลเทพ จ.ชัยนาท เป็นเวลาร่วม 3 ปี ที่บวชได้นานเป็นเพราะภรรยาเคยบอกว่า อยากจะให้บวชและเลิกบุหรี่ เพราะตอนนั้นสูบบุหรี่จัด ซึ่งตอนที่เขาอยู่เราทำให้เขาไม่ได้ แต่พอเขาตายแล้วถึงมาระลึกถึงคำพูดเขา เลยทำได้ และไม่ได้แตะต้องอีกเลย" อ๊อดสารคามว่า

- 6 -

"เดาะตะกร้อ" ออกรายการ "ปลดหนี้"  

               หลังจากที่บวชมานาน ในที่สุดพระอ๊อดเริ่มมีสิ่งกระตุ้นเตือนภายในว่า ถึงเวลาที่จะต้องออกไปใช้ชีวิตนอกผ้าเหลือง ดังนั้นจึงลาสิกขาเพื่อเดินทางตามเส้นทางของปุถุชน

               "ตอนพี่ลาสิกขาพระในวัดงงกันมาก ไม่คิดว่าพี่จะลาสึก ใครๆ ต่างพูดกันว่าถ้าไม่สึกสงสัยจะได้เป็นถึงเจ้าอาวาส แต่พี่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องออกมา ทีนี้ตอนออกมาใหม่ๆ พี่ไม่รู้จะทำงานอะไร พอดีไปเปิดเจอรายการปลดหนี้เข้า พี่เลยเขียนจดหมายไป แถมเขียนแต่ละอย่างก็ไม่มีใบเสร็จ แต่พี่เขียนเล่าด้วยความจริงใจว่าชีวิตเราเป็นยังไง แฟนตายจากอุบัติเหตุ ขาเราก็หัก และต้องไปยืมเงินคนอื่นๆ มาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ พี่เขียนลงไปว่า ยืมเพื่อนคนนี้มา 2 หมื่นบาท แล้ววงเล็บว่าไม่มีใบเสร็จ คนนี้สามหมื่นไม่มีใบเสร็จ คนนี้เท่านี้เท่านั้นแต่ไม่มีใบเสร็จสักอย่าง ปรากฏว่า 1 อาทิตย์ถัดมา รายการเขาโทรมาบอกว่าคุณได้รับเลือกให้เข้าร่วมรายการแล้ว รู้สึกดีใจมาก" อ๊อดสารคามเล่า

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

               "วันนั้นรายการเขาให้พี่ไปเดาะตะกร้อที่ขอนแก่น พอดีมันมีงานมหาสงกรานต์ พี่นะเดาะตะกร้อพลาดแล้วด้วย แต่โชคดีตรงที่ว่าฝนเกิดตกในช่วงนั้นพอดี ทีมงานเขาเลยบอกว่าให้รอ ทีนี้รอเท่าไรฝนมันก็ไม่หยุดตกเสียที รายการเขาเลยบอกว่าคุณอ๊อดทั่วประเทศเนี้ยผมให้คุณเลือกเลยว่าคุณจะไปเดาะตะกร้อที่ไหน เอาใหม่หมด พี่เลยเลือกที่จะไปเดาะที่ชัยนาท ซึ่งเป็นบ้านแฟนเก่าพี่ พี่เดาะตะกร้อกินข้าว เดาะตะกร้อใส่เสื้อ เดาะตะกร้อซิกแซกพี่ทำผ่านหมด จนด่านสุดท้ายเขาให้พี่เดาะตะกร้อแล้วเตะให้ขวดล้มเหมือนโบลิ่ง พี่คิดว่าพี่คงทำไม่ได้ แต่ปรากฏว่าวันนั้นมันตลกมาก ที่พี่เตะไปแล้วขวดมันล้มหมด คนนี่เฮกันทั้งสนาม ชีวิตตอนนั้นเลยปลดหนี้ได้ถึง 56,000 บาท" อ๊อดสารคามว่า

             หลังจากที่อ๊อดสารคามปลดหนี้คราวนั้นเสร็จ เขาได้เดินทางเข้ากรุงเทพอีกครั้ง เพื่อที่จะมาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวของ "หนังสือพิมพ์คนไทยวันนี้" แต่โชคชะตาได้เล่นตลกเมื่อหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวได้ยุบตัวลง 

            "พี่ทำที่หนังสือพิมพ์คนไทยวันนี้มาได้ 6 เดือนมันก็ยุบอีก รู้สึกเซ็งๆ นะ แต่พี่โชคดีตรงที่ว่า มีเพื่อนๆ พี่ๆ รู้จักเยอะ และมารับทราบว่าหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ซึ่งเปิดมาได้ประมาณ 1 ปี รับสมัครผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรม เลยให้เพื่อนๆ มาดูให้ และจากนั้นได้มาสมัครงานและสัมภาษณ์ ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า เพราะจากนักข่าวสายกีฬา แต่กลับมาสมัครเป็นนักข่าวโต๊ะอาชญากรรม แต่ท่องคาถาอย่างเดียวว่า ทำได้ครับ ทำได้ครับ สรุปก็ได้และทำงานจนถึงทุกวันนี้มาเป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งที่นี่พี่ถือว่าเป็นบ้านที่เราอยู่"

น้องโอลิมปิก ผมหล่อพอจะเป็นนายแบบได้ไหมครับ?

พอเป็นนายแบบได้จ้ะ เอ๋า ได้ขึ้นหน้าปกด้วย วิ้ดวิ้ว

             และเรื่องราวของ อ๊อดสารคาม ได้จบลงพร้อมๆ กับความอิ่มใจที่ได้รับรู้ความเป็นมาของคนๆ หนึ่ง ที่เราไม่คิดจะเข้าไปพูดหรือเจรจา เพียงแค่ "ขำ" กับตุ๊กตาตัวนั้น ทว่าตุ๊กตาตัวนั้นกลับมีเรื่องราวที่ถาโถมให้กับชีวิตของชายคนหนึ่ง

             ทุกวันนี้ อ๊อดสารคามยังคงดูแลเจ้ามอมน้อยดุจธิดาที่รัก และอ๊อดยังคงเป็นนักข่าวเนชั่น สายอาชญากรรม และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานอีกครั้ง และมีลูกชายวัย 2 ขวบ 1 คน คือ น้องโอลิมปิก

             หวังว่าทุกคนคงจะมีเรื่องเล่าในความทรงจำเฉกเช่นชายผู้นี้

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

อืมมม ตุ๊กตาไม่เห็นมอมเลยอ่ะตัวเอง น่ารักมากๆ
แถมเมื่ออ่านเรื่องราว ยิ่งดูตุ๊กตาน่ารักและสวยงามขึ้นอีกร้อยเท่า


ความคิดเห็นที่ 30 (0)
khunrin วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunrin

สุดยอดเรื่องราว
ให้ 1 โหวต

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เมื่อคืนกลับบ้าน ผมได้อุ้มเจ้ามอม เจ้าของรถคันนี้ขับไปส่งครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
tengpong วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

เรื่องจริงที่ผ่านการบอกเล่าจากน้องโจร
ประทับใจจริงๆน้องเอ๋ย


ฝากบอกพี่อ๊อดว่า เห็นเจ้ามอมเมื่อไหร่อย่าลืมเตือนตัวเองว่า "เมาไม้ขับ" นะครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
feng_shui วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

จอมโจรเจาะใจเจ๋ง


ชีวิต ไม่ควรประมาท เนอะ

.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ราษีไศล วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

สู้ๆต่อไปครับพี่

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
คุณแม่ลูกสี่ วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maliwan

คิดถูกแล้วจริง ๆที่ให้โอกาสจอมโจร นับวันฝีมือยิ่งพัฒนา ทั้งเนื้อหา และภาษาเขียน คิดไม่ผิดจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ป้ารุ วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ติดตามเรื่องนี้อย่างไม่ขยับตัวเลยนะจอมโจร
เรื่องก็ประทับใจ วิธีเขียนก็เยี่ยมค่ะ จอมโจร

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
pijikaMblog วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 03.06 น.
http://mblog.manager.co.th/pijika/

อ่านจบแล้วค่ะ ซาบซึ้งมาก

ประทับใจทั้งพี่อ๊อด
และผู้สัมภาษณ์มาเขียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
boran-new วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแห่งความสุขของปวงชนชาวไทย
อีกทั้งเป็นมิ่งขวัญของคนไทยทุกหมู่เหล่า ตราบนานเท่านาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า
คนสยาม M BLog
http://www.oknation.net/blog/tain
ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกวันที่ 5 ธันวามหาราช
วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นด้วยการถวายพระพรสักวันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
naitiwa วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ

อ่านจนจบ

ลงชื่อ
ครับ

แหะแหะ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ดูท่าทางจะสบายดีนะเจ้าโจร...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
numouse วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี


ชีวิตมีหลากหลายรสชาดดีจัง

สุข เศร้า รันทดกับจิต แต่ก็ผ่านพ้นมาได้

ขอให้พี่อ๊อดมีความสุขอีกครั้งนะคะ สู้ๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

อืม........กว่าจะสุขย่อมเคยทุกข์
การเก็บอดีตไว้ไม่ใช่เพื่อเศร้าแต่เพื่อเป็นกำลังใจให้ก้าวต่อไปชีวิตคนเราก็แปลกดีมีทั้งร้ายและดี
ให้เราได้ทดสอบว่าเราจะผ่านมันไปด้วยวิธีใด

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พันลี้ วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/punlee


อ่านจบแล้วจ้า
(ฮา... )


คือชีวิตพี่อ๊อดนี่น่าสนใจตรงตุ๊กตาตัวนั้น
แต่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ ผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของพี่อ๊อดตอนนี้
คิดว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นคนดีเลยทีเดียวเพราะการที่จะมองชายที่ตัวเองรักมองตุ๊กตาตัวหนึ่งแล้วคิดถึงคนที่จากไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจยอมรับ แต่เธอคนนี้ยอมรับได้และคงมีความสุขในชีวิตคู่จนมีพยานรักด้วยกัน 1 คนนี่ ถือว่าพี่อ๊อดโชคดีจริงๆ ที่เจอคนๆ นี้

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

อย่ามาเจาะชีวิตเขาและกันจอมโจรเพราะไม่มีชีวิจให้เจาะเหมือนพ่อหนุ่มอ๊อดคนนี้และกัน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ซันญ่า วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS/2008/12/03/entry-1

http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2008/11/28/entry-1


มาอ่านความคิดคนที่ต่างก็
มีเหตุผล เราต่างมีความหมาย
ในตนเองค่ะ
.
.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ClubOffit
มิตรแท้นั้น..จะดีทั้งต่อหน้า และลับหลังเรา ..จะคอยส่งเสริมและมีแต่สิ่งที่ดีๆ ให้แก่กัน..นี่คือมิตรแท้..

แง่คิด แง่อารมณ์

แง่มุมกระจุ๊กกระจิ๊ก

แง่ หลายๆ แง่ เลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
tocat วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tocat

อีกประสบการณ์ที่ทำให้มองเห็นชีวิตหลายๆด้าน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชวนชม วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ideagu

เราทุกคน
มีเรื่องดี และร้าย
เข้ามาในชีวิตเสมอ

ช่วงไหนที่ได้พบเจอเรื่องที่ดีๆ ในชีวิต
ก็เก็บเอาความรู้สึกนั้นไว้เป็น...พลังใจ

เผื่อว่า...วันข้างหน้า
พบเจอกับเรื่องร้ายๆ
จะได้มีแรงกาย แรงใจ
ต่อสู้ ฝ่าฟันมันไปได้ด้วยดี

จริงมั้ยจ้ะ...น้องจอมโจร

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สตังค์ วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ปัญหามีไว้ให้มนุษย์คอยแก้ไข

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
AJ.p วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TheTaleOfFourTribes
- - " หูยาว จ้าวป่า " - - (นะจ๊ะ)

อ่านแล้วได้แง่คิดเยอะครับ....อุปสรรคมีไว้ให้ทดสอบความอดทนของคนครับ...ถ้าไม่ยอมพ่ายแพ้แก่มันซะก่อน...เราต้องผ่านได้ทุกเรื่องสิน่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

เรื่องราวชีวิต ของคุณอ๊อด สารคาม
น่าสนใจจริงๆค่ะ
อ่านแล้วทำให้ข้อคิดดีๆหลายอย่างค่ะ
1. คนเรามักประมาทกับการใช้ชีวิต
จนเมื่อวันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง
เราถึงเริ่มตระหนักในการใช้ชีวิต
2.วันที่ภรรยายังอยู่
ขอร้องให้เลิกเหล้า บุหรี่ ก็ยังไม่ได้เลิก
แต่พอภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว ถึงเลิกได้
3.คนเรา พอเจออุปสรรคปัญหา ที่ค่อนข้างหนัก
มักจะคิดหลีกหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย
แต่พอเราได้ฉุกคิด แล้วไม่ได้ฆ่าตัวตาย
เราก็สามารถ ฟันผ่าปัญหามาได้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยายตุ๊ก วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuktuk

ตั้งแต่ทำงานเป็นนักข่าวอาชีพเนี่ย เวิร์คมาก ๆ หนูอัญ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
noopuk วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++

ตู๊กตาหมาน่ารักเหนาะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

คนเราก็ต้องมีมุมหวานๆบ้างสิ อิอิ
ถึงพี่จะดูห้าวหาญก็ตาม 555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
spyone วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จอมโจร วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JomJone
ทุกเรื่องที่อยากเขียน เรื่องราวมากมายในชีวิต ทั้งด้านดีและด้านเลว

ก๊ากกกกกกกกกกก

ไปได้คารมนี่มาจากไหนเนี้ย

เจิมก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด

โอ้ย แล้วอย่างนี้จะไล่ให้ไปนอนอีกเรอะ นอนไม่หลับแย้วววววววววว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กการะเกด วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kara
จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยหัวใจที่ร่าเริง..... 

น่ารักนะ
ชีวิตคนเราต้องมีสักมุม
ที่เป็นส่วนตัวมากๆ
และเป็นมุมที่เรารักที่สุดในชีวิต

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

เจิมก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]