*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 539054
  • จำนวนผู้โหวต : 475
  • ส่ง msg :
  • โหวต 475 คน
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2552
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 3026 , 08:21:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กึกก้องทั่วศรีสัชนาลัย พลุไฟ บรรลัย กัน (พอดี)

๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ (วันปิยมหาราช)

                ตะวันคล้อยบ่ายแล้ว หลังจากเราบ่ายหน้าจากลาเด็ก ๆ และครูโรงเรียนบ้านวังโคนไผ่ ด้วยความอาลัย และซึ้งใจในการต้อนรับของพวกเขา รถมุ่งหน้าไปสู่อำเภอทุ่งเสลี่ยม จากอำเภอบ้านด่านลานหอยไปประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร เมื่อไปถึงบ้านเพื่อนที่นั่น เราต้องรีบออกเดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เพื่อเป้าหมายพักค้างแรมที่นั่น ๑ คืน

                แสงสุรีย์โรยแรง ระยะห่างจากจุดหมายราว ๔๐ กิโลเมตร เราใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ไปถึงอุทยานก็มืดค่ำพอดี เมื่อผ่านด่านเก็บเงินมาเรียบร้อยแล้ว ก็มาหาบ้านพักที่จองไว้ ด้วยราคาที่รู้จักกันทำให้เราประหยัดไปได้หลายอัฐ และด้วยราคาประหยัดเช่นนี้ เจ้าหน้าที่พาเราปีนเข้าบ้านพักหลังใหญ่ ทางหน้าต่าง แว่ว ๆ ว่า ผู้ดูแลบ้านหรือกุญแจไม่มีอะไรก็ไม่ทราบ แต่มีที่นอนแล้ว เหตุผลอื่นก็เป็นรอง

                ค่ำแล้ว เราต่างช่วยกันขนของลง และเตรียมทำหน้าที่ของแต่ละคน มีออกแรงนิดหน่อยหน้าบ้านพัก เพราะรถตู้ติดหล่ม แต่ไม่มากนัก พอทำให้ท้องหิวอาหารเย็นได้พอดี

                เย็นนี้เรามีอาหารมากมายที่เตรียมมาจากทุ่งเสลี่ยม ทั้งของบ้านเพื่อนที่ทำไว้แล้ว เช่นปลาทอด ไก่ย่างเจ้าเก่าที่ซื้อมาตั้งแต่เช้า จะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือของมันเหลือมา ก็เอามาอุ่นใหม่ อาหารที่ทำเพิ่มคือ ปลาหมึกกะตอยทอด ปลาหมึก (แถวบน) ย่าง เพราะเราเอาตาถ่านมาจากบ้านเพื่อนด้วย พร้อมทั้งมันเทศที่ซื้อมาจากแถว ๆ อ่างทอง กล้วยที่เอามาจากบ้านเพื่อนเช่นเดียวกัน ผมทำผัดกระเพราหมู และเหลือกระเทียมกับพริกไว้สำหรับทำอาหารในเช้าวันรุ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีทอดแหนมด้วย อาหารเพียบเช่นเคยสำหรับ ๑๐ ชีวิต จัดวางกันอย่างเรียงราย พร้อมจะลงมีรับประทานแล้ว

                แต่เดี๋ยวก่อน หาอะไรทำก่อนอาหารค่ำคงจะดีไม่น้อย ชมพู่ เพื่อนร่วมทางของเรา ได้เสนอให้ซื้อโคม เพื่อเอามาจุดในคืนนี้ รวมถึงเครื่องเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าไฟเย็น พลุยิง (เล็ก) พลุไฟ (แบบโอ่ง) รวมแล้วหลายรายการ นัยว่า ไหน ๆ มาสุโขทัยแล้ว กะว่าจะเล่นไฟกันล่วงหน้าก่อนเทศกาลลอยกระทรวง เอ่อ ลอยกระทง ความจริงถ้าเธออยู่ที่บ้านนี่จะถูกจำกัดสิทธิ์เหล่านี้ทันที ดังนั้น ชมพู่กะมาปลดปล่อยเต็มที่

                ว่าแล้วเราก็เริ่มจุดเจ้าพลุกระบอกเล็กยาว ๆ ที่ยิงลูกไฟออกมาเป็นลูกเล็ก ๆ ราว ๒๐ ลูก และไม่มีเสียง เราซื้อมา ๒ อัน ส่วนอีกอันหนึ่งนั้น สั้นกว่า มีราว ๑๐ นัด ตามคำบอกกล่าวของคนขาย แต่เนื่องจากเราไม่รู้ว่าอันไหนมีเสียงหรือไม่มีเสียง เพราะไม่สันทัดเรื่องนี้ ลูกไฟชุดแรกทั้งสองอัน สวยงามสว่างไสวทำลายฉากมืดที่อยู่เบื้องหลังอย่างสดใส

                ตอนที่เจ้าหน้าที่อุทยานมาส่งเราเปิดบ้าน เราได้ถามแล้วว่าปล่อยโคมและเล่นไฟได้หรือไม่ เขาตอบว่า ปล่อยโคมได้ แต่พลุหรือพวกที่มีเสียงขอให้งด ในอุทยานแห่งนี้มีบ้านพักหลังใหญ่ที่สุดหลังเดียว คือหลังที่เราพัก นอกนั้นหลังเล็กอีกราว ๕ หลัง อยู่ห่างกันออกไป

                เมื่อจุด ๒ อันแรกประสบความสำเร็จและเป็นที่สนใจจากแขกบ้านพักข้าง ๆ ที่มาชื่นชมอยู่หน้าบ้านอย่างล้นหลาม (ราว ๓ คน) กลุ่มของเราซึ่งมากันทั้งค้นรถ ก็ห้อมล้อมกันที่จะเล่นไฟกันต่อ ส่วนโคมกับเจ้าพลุแบบน้ำพุนั้น ไว้จุดที่หลัง เหลือเจ้าพลุกระบอกเล็กอีกอันหนึ่ง ราว ๑๐ นัด เอาละ จะจุดกันแล้ว

                ผมเป็นคนถือ เจ้าบี หลานชายเป็นคนจุด เมื่อนัดแรกยิงออกมาสวยงาม แต่พระเจ้าช่วย กล้วยหักมุก ซุกอยู่ในเตาถ่าน มันพุ่งออกไป พร้อมลูกไฟและเสียที่แตกดัง “ปัง” ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วเมืองศรีสัชนาลัย สะท้อนสะท้านภูผา กลับมาเข้าหูเรา ความจริงในหุบเขานี้มันเงียบมาก เสียงเพียงน้อยนิด ก็สนั่นได้

                ผมถือพลุไฟเล็กนั้นอยู่ในมือ สมองสั่งงานอย่างเดียวว่าจะดับมันอย่างไร เพราะมันชักจะไม่ดีแล้ว นัดที่สองพุ่งขึ้นอีก “ปัง” ผมจับมันทิ่มลงกับดิน แต่มันก็ไม่ดับ นัดที่ ๓ “ปัง” จะหาน้ำ หาอะไรมาดับมันดี ก็นึกอะไรไม่ออกแล้ว โมโหเลยจับมันโยนออกไป แต่เหมือนกับโชคประสมอารมณ์ประสาน กระบอกมันหันมาทางเรา ทำให้มันพุ่งปรูด “ปัง” ผมเลยจับมันหันไปอีกด้านหนึ่ง จนมันหมดแม็ก

                แต่เมื่อผมหันมารอบข้าง พบตัวเองวังเวงอยู่เดียวดาย มีแต่ดาวกับเดือย เอ้ย เดือน เอ เรามากันตั้ง ๑ คันรถตู้ แล้วเพื่อน ๆ เราหายไปไหนกันหมด มองไปเห็นเพื่อน ๆ เริ่มออกมาจากที่กำบัง แต่ยังมีอีกคนที่ยังวิ่งไม่หยุด นั่นจะเป็นใครไปเสียไม่ได้ “เหมยล่อ” ฉายาที่ผมตั้งให้กับ ชมพู ไม่รู้ล่ออะไร และไม่รู้ว่าเป็นญาติกับ “เหมยลี่” ในรถไฟฟ้ามหานะเธออย่างไร

                เธอยังคงวิ่งไปตะโกนไป “ทำลายหลักฐาน ทำลายหลักฐาน” มือทั้งสองก็ถือพลุแบบน้ำพุที่เป็นโอ่ง เพราะตอนแรกเธอบอกจะจุดก่อน แต่ผมสกัดดาวรุ่งเข้าให้

                เสียงเจ้าหน้าที่สตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์ดังมาจากสำนักงานของอีกฝากหนึ่ง สองคัน ทีมงานของเราอันได้แก่ พี่ตู่ พี่อ้อย แก้ว โอ๋ ชมพู่ หรือเหมยล่อ พี่โย กลับเข้ามารวมตัวกันอีกครั้ง ดาราแสดงนำฝ่ายชายได้แก่ บี ภพ ผม และ อิ๋ว เจ้าของรถ ผมยังคงเฮฮาปกติ แต่ทุกคนยังอยู่ในบรรยากาศ “มาคุ มาคุ”  

                “แก้ว เป็นไงเหรอ” ผมเห็นแก้วนั่งตรงบันได ดูท่าทางเหมือนไม่ได้ปลดทุกข์มาเป็นอาทิตย์ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเอิ้น เธอก็ยังเฉย

                สักพักเจ้าหน้าที่ก็มาถึง เขาโกรธพอสมควร ดุเราใหญ่เลย คำตอบของพวกเราคือ

                “ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีเราไม่รู้ว่ามันจะมีเสียงดังนะค่ะ เพราะจุดไปแล้วสองอันก็ไม่เป็นไร แต่เราเข้าใจแล้วค่ะ เราจะไม่ทำอีกแล้ว...” คนที่รับหน้าสิ่วหน้าขวานเห็นจะเป็นใครไปเสียไม่ได้ นอกไปจาก แม่เล้า เอ้ย พี่ตู่กับพี่อ้อย ของเรา ช่วยกันตอบ “ค่ะ ๆ ๆ “ แล้วก็ “ค่ะ” พร้อมทั้งทำหน้าจ๋อย ๆ กัน ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่หนุ่มคนนั้นสาธยายอะไรบ้าง แต่ก็ประมาณว่า “ผมบอกแล้วว่าอย่าเล่น เขาห้ามส่งเสียงดัง เดี๋ยวหัวหน้าผมจะว่าอีก...” อะไรก็ไม่รู้อีกมากมาย ผมจึงเดินหลบมาในบ้าน ก็มันจุดไปแล้ว จะมาว่าทำไม ผมก็พยายามดับมันแล้ว เราสำนึกผิดแล้วคร๊าบ ท่านคร๊าบ จะให้ทำไงอีก ไม่เป็นไร มากินข้าวเย็นกันดีกว่า

                ยังไม่มีใครเดินเข้ามา นอกเสียจาก “เหมยล่อ” เธอก็ทำเนียนมานั่งกินข้าวกับผม อาหารยังวางอยู่เรียงราย ได้ยินเสียงรถมอตอไซค์คันที่สองมาจอด และเสียงของเจ้าหน้าที่คนนั้นแว่ว ๆ เข้ามา ผมถาม “เหมยล่อ” ว่าเข้ามาทำอะไร

                “ทำลายหลักฐาน” นาทีนี้ เธอเป็นนักบริหารที่ดีมาก และห่วงอยู่อย่างเดียวว่า เขาจะมาเจอหลักฐาน นี่ถ้าเธอเผลอไปเข้าห้องน้ำชาย คงจะทำลายหลักฐานได้แนบเนียนเช่นเดียวกัน

                “หลักฐานอะไร”

                “ก็โอ่งไง” เธอหมายถึงพลุแบบโอ่ง

                “เอาไปไว้ไหนแล้วละ”

                “ใต้ที่นอน”

                “เออ ระวังเวลานอนทับแล้วระเบิดขึ้นมาอีกน่ะ” ผมก็แกล้งพูดไปงั้น  พอดีพี่ตู่เข้ามาทำอะไรในบ้านก็ไม่รู้ กำลังจะเดินผ่านมาทางนี้ผมเลย กระซิบพี่ตู่ไปว่า

                “พี่ตู่ ๆ ออกไปรับหน้าหน่อยสิ เจ้าหน้าที่คนนี้เขาพูดดีมากเลย”

                “เหรอ”

                “ออกไปเลยครับพี่”  ผมแนะนำดีเหลือเกิน พอพี่ตู่ออกไป ก็มีพี่อ้อยรับบท ผู้นำประชาชนอยู่ก่อนหน้าแล้ว ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่พูดว่า

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ เกรงว่าจะเป็นเสียงปีน กลัวเป็นพวกยิงนกยิงสัตว์ ผมบอกบ้านหลังอื่น ๆ แล้วครับว่าไม่ต้องตกใจ ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ในช่วงกินเจ เล่นได้นะครับ ที่มันไม่มีเสียง ไม่ต้องกลัวครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่เรามีเยอะ เราล้อมเอาไว้หมดแล้ว”

                ฟังเหมือนดูดีนะครับ ผมก็นั่งอยู่ในบ้านจับใจความได้เป็นบางตอน “ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ในช่วงกินเจ” แล้วไงละครับ ด่าใครไม่ได้ ก็เลยต้องพูดเพราะ ๆ แหมใจผมมันคิดในแง่ร้ายจัง “ถ้าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่เรามีเยอะ เราล้อมเอาไว้หมดแล้ว” หือ...หมายความว่า “พวกแกหนีไปไหนไม่รอดหรอก เราล้อมเอาไว้หมดแล้ว” ความจริงเราหนีไปไหนไม่ได้หรอก เพราะมีแต่ภูเขา ทางออกก็มีทางเดียว แล้วพวกผมจะหนีไปไหนพ้น

                เอาละ ท้ายที่สุด พวกเราก็กลับมานั่งล้อมวงมื้อค่ำ ที่แทบจะจืดชืดด้วยเวลาที่ผ่านไป และบรรกาศที่เลวร้ายมาซ้ำเติมเข้าไปอีก แต่ท่านครับ “เชื่อไหม” พอเวลาผ่านไปสักพัก อะไร ๆ มันก็ดีขึ้นไปโดยอัตมัติ ที่เคร่งขรึม เซ็งเป็ด เห็ดหอม อะไรต่าง ๆ ก็เริ่มอบอวนด้วยสารแห่งความสุข หรือมันเพิ่งออกฤทธิ์

                “พี่น่ะ กลัวมากเลย ตอนที่หนุ่ยเอามันทิ่มลงดิน แล้วมันก็พุ่งมาทางพวกเรา พี่ก็เลยวิ่ง ๆๆ” พี่ตู่เริ่มเล่าเหตุการณ์ ผมจะบอกความจริงให้พี่ทราบนะครับ ผมทิ่มมันลงดิน แต่มันก็พุ่งออกมาได้อีกดอกหนึ่งข้างหน้าผม ที่มันพุ่งมาข้างหลังนั่น เป็นเพราะผมหันกระบอกมาต่างหาก แสดงว่าพี่เปิดแน่บตั้งแต่ตอนที่ผมนั่งลงเอาพลุจิ้มพื้นดินแล้วละสิครับ โกยแน่บไปโดยที่หันมาอีกทีมีลูกไฟวิ่งตามมา ก็อยากวิ่งหนีกันนัก ผมก็เลยส่งมันพุ่งตามไป

                “โอ๋ก็ไม่รู้ เห็นพี่แก้ววิ่ง โอ๋ก็เลยวิ่งด้วย”

                “แก้ว กลัว เพราะแก้วเคยพาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล” อ๋อ มีน่าละ มานั่งทำตัวสั่นงันงก ไม่พูดไม่จา

                “แล้วแก้ววิ่งไปทำไมรอบบ้านเลย พี่เห็นแก้ววิ่งไปทั่ว” พี่อ้อย เริ่มมาลำดับเหตุการณ์ “แต่ชมพู่ก็วิ่งให้วุ่นเลยนะ ที่บอกว่า ‘ทำลายหลักฐาน ๆ ‘ พี่ก็ว่าทำไมวิ่งกันอย่างกับสวนสนาม”

                “ผมรู้ละ ผมมัวแต่คิดว่าจะดับพลุ ที่แท้พวกคุณ ๆ ทั้งหลาย วิ่งเตลิดเปิดเปิงกันไปหมด จะวิ่งทำไม ไม่เข้าใจ แล้วนี่ถ้ามีต้นไม้ไม่ชนสลบกันไปหมดเลยหรือ...”

                “ไม่รู้แหละ เราต้องทำลายหลักฐานไว้ก่อน” เหมยล่อกล่าว เธอยังยืนยันอุดมคติเดิมอย่างแน่วแน่ “ใครเป็นคนจุดก็คนนั้นแหละ”

                “ไอ้บีไง”

                “อ้าว...ใครเป็นคนบอกให้จุดละครับ”

                “จะไปกลัวทำไม ก็เขาบอกว่า ถ้ามีอะไรเราล้อมไว้หมดแล้ว” พี่โยสมทบ

                “โห...วิ่งกันรอบบ้านเนี่ยะนะ กลับมาที่เดิมอีก ทำอย่างกับว่าเขาถ่ายหนังเรื่องบ้านผีปอบไปได้ นี่ถ้ามีโอ่งมังกรไม่ลงไปแล้วเหรอ”

                “ผมได้ยินเสียงผมก็แอบอยู่ข้างรถ” เจ้าท่านเพิ่งเฉลย เจ้าภพนั่นเอง

                “กลัวจะไปโดนรถเข้านะสิ”  พี่ตู่ยังไม่คลายแคลง

                “ไม่เป็นไรครับ ถ้าโดนก็นิดหน่อย” เฮียอิ๋ว บอกชิว ๆ แต่ตอนนั้นเฮียไปไหนยังไม่มีใครทราบได้

                เล่ากันไป ฮากันไป เรื่องยังไม่จบแค่นั้น หลังจากรับประทานมื้อเย็นกันเสร็จสรรพ ก็ยังเหลือ “หลักฐาน” ที่ต้องทำลาย อันได้แก่ พลุไฟแบบน้ำพุ ๓ อัน (โอ่ง) และโคมลอย รวมถึงไฟเย็น

                “เรามาปล่อยโคมกันดีกว่า” เหมยลี่บอกชวน “ที่บ้านไม่ให้เล่น” ไม่แปลกหรอก เหมยล่อเอ้ย อายุเลยเลข ๓ มาแล้วยังโสด แล้วพวกเราก็รวบรวมความกล้า จุดโคมและปล่อยมันขึ้นฟ้าไป ผมเห็นเจ้าภพอธิฐานใหญ่เลย มิน่าละ มือขึ้น

                     “ว่าแต่ว่า เจ้าโอ่งอีก ๓ อันนี่จะจุดไหม”  ผมถาม

                           “มันจะมีเสียงหรือเปล่าละ”  มีบางคนสงสัย

                “ไม่มีหรอก เว้นเสียแต่ว่า ถ้ามันด้านมันจะระเบิด” เหมยล่อตอบ

                “เอาไว้จุดที่อื่นคืนพรุ่งนี้ดีไหม” พี่ใหญ่ สำทับ

                “ตกลงจุด”

                         “เอ้าจุดก็จุด” คืนนั้นเราก็ได้ชมพลุไฟกันสมใจ เสร็จแล้วก็มานั่งเล่นกิจกรรมกันต่อ เอาไว้เล่าตอนต่อไปนะครับ  ส่วนไฟเย็นที่เห็นเป็นตัวอักษรนั้น ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการฝึก

                เหล่านี้เป็นที่มาของ “กึกก้องทั่วศรีสัชนาลัย พลุไฟ บรรลัย กัน”

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
แม่หมี วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจนจบจึงรู้ว่า ทำไมพลุไฟ จึง....บรรลัยกัน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
lastman วันที่ : 01/11/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lastman

เห็นแล้วคิดถึงวัยเด็ก เล่นบรรลัยเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro3/2009/10/31/entry-1
-----------
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านงานเขียนครับ
ขอบคุณทุกคำติชมและกำลังใจที่มีให้
เพื่อสร้างสรรงานเขียนต่อไป

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ไม่ได้เล่นพลุไฟกับประทัดมานานมากแล้ว น่าอิจฉาคุณหนุ่ยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
chedtha วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณหนุ่ย

ชอบภาพ I love you ทำพลุไฟหมุนให้เป็นภาษารักได้ด้วย
ถ่ายภาพกลางคืน นี่ถ่ายยากมากๆ ผมยังไม่เคยถ่ายภาพกลางคืนได้สวยๆเลย

โหวตให้กับภาพที่ชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
yatak_o_k วันที่ : 30/10/2009 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaisabai

ที่จริงน่ะ พวกเราชอบออกกะลังกายกันก่อนกินข้าว ชิมะ จะได้กินอร่อย เพราะหิว อิๆๆๆๆ โกยเถอะโย..... ^_^ แต่งานนี้โยไม่ได้โกยนะ ห่วงเตาย่างหมู(แหะๆ จริงๆ ห่วงหมูย่างบนเตาน่ะ)

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 30/10/2009 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


สวัสดีครับ
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านนะครับ
อาจจะต้องแนะนำตัวละครของเราในตอนต่อไป เพื่อจะได้เข้าใจ บุคคลิกของแต่ละท่านมากยิ่งขึ้นนะครับ
(เอาจริงเอาจังมาก)

ตอนนี้ไปเขียนเรื่องที่เป็นประเด็นหลัก ในบ้านหลังที่ 1 ครับ กำลังจะโพส ครับผม
อย่าลืมติดตามนะครับ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
โม้งหัวครก วันที่ : 30/10/2009 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think49
ข้าราชฯ


บรรยากาศก็ดี

ภาพก็สวย

ถ่ายได้อย่างงดงามเลยครับ .......

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ยากันยุง วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ


สวยงามมากค่ะ

บรรยากาศก็ดี๊ดีค่ะท่านพี่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ฝันกลางวัน วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 22.04 น.

อ่านไปยิ้มไป
มันเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่ก้องอยู่ในหู
"อยากเล่นพลุ อ่ะแม่"
"เล่นไม่ได้หรอกลูก บ้านเราขายแก๊ส มันอันตรายนะลูก (แต่ที่จริงเสียงในฟิล์มไม่สุภาพแบบนี้หรอกนะ)"

ผีเด็กมันเลยเข้าสิงตอนโตนี่แหละ

จำไว้นะเจ้าคะ ถ้ามีเรื่องเราต้อง "ทำลายหลักฐาน"

เหมยล่อ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
lilit วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panprateep
SOUTHERN MAN 

เข้ามาดู..โอ้วว..สวยงามมาก ๆครับ..




ความคิดเห็นที่ 12 (0)
tengpong วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong


ชุดนี้สวยดีเนอะ

ป่านนี้ลอยไปไหนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chalee วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

เคยไปศรีสัชนาลัยมาเหมือนกัน
แต่ปีนั้น...น้ำท่วม เลยไม่สนุกเลย
...ภาพถ่ายสวย เรื่องเล่าสนุก
ชื่อเรื่องก็นะ ช่างเข้ากัน
---กึกก้องทั่วศรีสัชนาลัย พลุไฟ บรรลัย กัน (พอดี)---
...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชายเมืองสิงห์ วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 16.47 น.

DOO-TEE-RAI-KO-IT-CHA-KON-PAI-JUNG

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สนุกสนาน สวยงาม

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ช่อชบาขาว วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shibli

ฮ่าๆๆ

เรารู้จักกันดีขึ้นก็ตอน วิ่ง หนีนี่แหร่ะ
สามัคคีกันวิ่งจริงๆ 555+

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คนถ่ายภาพฝีมือ เหมือนกันนะครับนี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ตามมาดูพลุ ไฟ เกือบบรรลัยกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปรัชญาชนบท วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/j-direk

คำเตือน
โปรดเล่นโยระมัดระวัง

ธรรมะสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ใกล้ลอยกระทงแล้ว พลุไฟคงจุดกันเยอะมากๆเลย
ตอนนี้หาที่ลอยกระทงอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สวัสดีครับ
หลังจากที่เพื่อน ๆ ทวงว่า เมื่อไหร่จะเล่าเรื่องไปสุโขทัยเสียที คราวนี้ คงจะสมกับที่รอคอยแล้วนะครับ เพราะเมื่อคืน กว่าจะได้นอนก็ ตีหนึ่ง เข้าไปแล้ว
กำลังเขียนงานที่ค้างอยู่อีกหลายเรื่องครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

แถวนี้เรียกหม้อแม่นาก ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ว้าวววววว



ตกลงโอ่งมันระเบิดไหมคะ ??

มันบ่น่าระเบิดนา....

ตอนเป็นเด็ก เล่นสนุกมากค่ะ เล่นพิเรน ตั้งค่าย
แล้วก็โยนบั้งไฟใส่กัน เหอ เหอ

ผมหายเป็นแถบ....

แสงสุรีย์โรยแรง......ชอบค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน