*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 529000
  • จำนวนผู้โหวต : 475
  • ส่ง msg :
  • โหวต 475 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม 2554
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 11772 , 08:30:11 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน เม็ดดิน , มัชฌิมาปกร และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


เรื่องเล่า คราวไปปฏิบัติธรรม (๓) สวดอิติปิโส ๑๐๘ จบ –ทำไม--

๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

                คืนวันสุดท้ายแห่งปี เป็นคืนข้ามปีที่สำนักปฏิบัติ “แสงธรรมส่งชีวิต” หนองแค สระบุรี หลังจากพระสุนทรธรรมภาณหรือ พระอาจารย์สมชาติ  ธัมมโชโต ได้เทศนาหลังทำวัตรเย็นของค่ำนี้แล้ว ท่านได้บอกบุญไปยังผู้ที่มาร่วมนับถอยหลังขึ้นปีใหม่ หรือ Count Down กัน คร่าว ๆ ร่วม ๒ ล้านบาท สำหรับสร้างอาคารโรงเรียนที่ภาคใต้ และใช้สำหรับพัฒนาสังคมตามกิจของสงฆ์

                วันนี้คนมากันอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้คิดไปเองว่า ในเมืองนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไปนับถอยหลังตามแหล่งเมืองที่เขาจัดเอาไว้ให้ แต่ผมแปลกใจมากที่คนกลุ่มนี้ นับรวมแล้วน่าจะถึง 2-3 พันคน หรือมากกว่านั้น เลือกที่จะมาสวดอิติปีโส ๑๐๘ จบ กันที่นี่อย่างคาดไม่ถึง ทีแรกผมคิดว่า คงจะไม่มีใครมาสำนักปฏิบัติ ในช่วงปีใหม่ จะได้อยู่อย่างสบาย ๆ เงียบ ๆ แต่ผิดคาด มีคนจำนวนมากที่คิดเหมือนผม

                พระอาจารย์สมชาติ เริ่มนำสวดอิติปิโส ซึ่งจะแบ่งเป็น ๓ ช่วง ช่วงละ ๓๖ จบ โดยแต่ละช่วงจะใช้เวลา ประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ รวมแล้ว คงจะเสร็จราว ตี ๑ หรือ ตี ๒ เป็นแน่แท้

                แต่อย่างที่ทราบ เมื่อตอนบ่าย ผมกับป้อม ไปนอนหลับเพลิน ทำให้ไม่ได้มาทำวัตรในรอบบ่ายโมงของวันนี้ การสวดอิติปิโสในครั้งนี้จึงทำให้ผมมีความตั้งใจและมีพละกำลังอย่างสมบูรณ์ เพราะนอนหลับมาแล้วในช่วงบ่าย

                ในวันนี้มีคนมาก จนถึงกับต้องแก่งแย่งแบ่งที่นั่งกัน ผมจองที่ไว้ให้ป้อม แต่ป้อม เข้ามาไม่ถึง เนื่องจากคนมาก เลยไปนั่งสวดตรงระเบียงด้านนอก ซึ่งก็มีคนเต็มเหมือนกัน  อากาศหนาวเย็นเล็กน้อย แต่ในศาลาอบอุ่น เพราะมีคนอยู่อย่างเนืองแน่น ปกติขึ้นมาที่ศาลาก็ไม่ได้พูดกับใคร แต่วันนี้ เลยลองทักทาย “ญาติธรรม” ดูสักคน

                แถวด้านหน้าเป็นกลุ่มของผู้ชายทั้งหมด ข้าง ๆ ผมมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ระหว่างที่รอพระสวดเลยหันไปคุยกันนิดหน่อย ได้ความมาเหมือนกัน เพราะเขาก็ไม่ค่อยจะพูด เมื่อพระเริ่มสวดรอบแรกจาก สามทุ่ม ไปจบ ๓๖ บทแรกเมื่อ สี่ทุ่มนิด ๆ แล้วพัก ๓๐ นาที ช่วงที่ ๒ เริ่มสวดตอน สี่ทุ่ม ๔๐ นาที จึงไปจบตอน ๖ ทุ่มพอดี แล้วพัก จนสวดยกสุดท้าย เสร็จราวเกือบตี ๒ หลังจากนั้นก็ถือว่าเสร็จพิธีแยกย้ายกันไปนอน

                การเริ่มต้นปีใหม่ของการสวดมนต์ข้ามปี มันเป็นอะไรที่แปลกและวิเศษจริง ๆ เหมือนจิตใจเราแน่วแน่อยู่กับสิ่งดี ๆ การสวดอิติปิโส คือการบูชาคุณของพระศาสดา ซึ่งปกติเราจะชินกับการสวดอิติปิโสเท่าอายุ และเพิ่มอีก ๑ บท บ้างก็ว่าเพื่อเป็นการเสดาะเคราะห์ บ้างก็ว่า เพื่อเป็นศิริมงคล

                แล้วการสวด ๑๐๘ จบเพื่ออะไร มีหลายท่านให้ความเห็นว่า เพื่อเป็นการทำให้อายุยืนยาว ป้องกันภูติผีปีศาจ ป้องกันเคราะห์ร้าย ป้องกันการเบียดเบียนของเจ้ากรรมนายเวร จิตใจเข้มแข็งมีพลังอำนาจ สมองปลอดโปร่ง ปัญญาดี มีสมาธิ

                ทำไมต้อง ๑๐๘ จบ เพราะเท่ากับกำลังนพเคราะห์รวมกันทั้งหมด และเท่ากับลูกประคำ ๑๐๘ เม็ด เป็นการสวดเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ประกาศคุณของทั้ง ๓ สิ่ง

                บางแห่งได้ให้ข้อมูลว่า มีเหตุผลดังนี้

เหตุผลแบบที่ 1 ธาตุตามพระไตรปิฏกเท่ากัน 108 ธาตุ

เหตุผลแบบที่ 2  แบ่งตามลักษณะภูมิอากาศของโลกนี้  

                                 โลกแบ่งออกเป็น 9 ส่วน แต่ละส่วนแบ่งออกเป็น 12 ฤดู   จะได้ 12 X 9 = 108

เหตุผลแบบที่ 3 มาจากสูตร (3X4)X(4+4+1)

3 ตัวแรกคือ   -  อดีต    -  ปัจจุบัน    -  อนาคต

4 ถัดมา คือ อริยะสัจ 4 (ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค)

4 ตัวถัดมา คือ มรรค 4 

4 ถัดมาอีก คือ ผล 4

1 สุดท้ายคือ นิพพาน 1                            จะได้ (12)X(9) = 108

พระอาจารย์สมชาติ ได้กล่าวไว้เพียงแต่ว่า การสวดบูชาพระพุทธเจ้านั้น การมาร่วมกันสวด จะทำให้เสียงดังไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า ทวยเทพเทวดา ก็มาฟัง และร่วมอนุโมทนายินดีด้วย

ผมเองก็ตั้งหน้าตั้งตาสวดทั้งหมด ๑๐๘ จบ แต่เพื่อนข้าง ๆ ที่เพิ่งทักทายกันนั้น หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะนอนดึก และตื่นเช้า เลยสวดบ้างไม่สวดบ้าง ตื่นแต่ตอนพัก ตอนสวดนั้นหลับ

เมื่อเสร็จจากการสวดนี้แล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปนอน บางคนถึงกับต้องกางเต้นท์นอนกัน คงเตรียมมาพร้อม เพราะไม่มีที่นอน วันนี้เป็นวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔ แล้ว นับเป็นวันที่มีความสดชื่น เป็นคืนข้ามปีที่มีความหมาย และมีความงดงามแจ่มใสมาก แตกต่างจากปีก่อน ๆ ที่การข้ามปีของคนบางกลุ่ม นับเอาการเฉลิมฉลองมาเป็นตัวตั้ง ในระหว่างที่นับถอยหลังไปนั้น แต่ชีวิตและเวลาของเราก็เหลือน้อยลงทุกขณะด้วยเช่นกัน

เช้านี้ไม่มีทำวัดเช้า เพราะถ้ามีก็คงไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยทีเดียว ทำวัดเย็นต่อด้วยการทำวัดเช้ากันเลย ดีจริง ๆ

ผมก็กลับไปนอนได้สักงีบหนึ่ง ก็ต้องตื่นตอนตี ๕ เพราะไม่แน่ใจว่ามีอะไรกันมากมาย ผู้คนที่หลั่งไหลกันมา ต่างคนต่างนอน ที่นอนในห้องที่ผมนอนอยู่ก่อนแล้วก็แน่นกว่าเดิม สะดุ้งตื่นมาเสียงคุยกันบ้าง เสียดังจากการทำกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง จึงค่อย ๆ ลืมตา ลุกนั่ง แล้วยืนขึ้นเดินออกมาที่ประตู เห็นเจ้าแม่ ปาท่องโก๋ ทอดกันอยู่ตรงหน้าประตู เขามาตั้งกระทะกันตั้งแต่ตอนไหน มีคุณป้าและหญิงวัยกลางคนอีก ๒ คนช่วยกันทำแป้ง ช่วยกันทอด ผมก็งง ว่ามาทอดทำไมกันตรงนี้

ยืนฟังเขาคุยเขาเล่ากันไป บางคนก็สงสัยว่าขายปาท่องโก๋ด้วยเหรอ ราคาเท่าไหร่ เจ้าของร้านก็พูดจาแบบไพเราะชวนให้คิด “นี่เป็นร้านสมมุตค่ะ เราไม่ได้ขาย เรามาแบ่งบุญ ทำให้ทานฟรี” ตอนแรกผมฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจหรอก เขาพูดอะไรของเขานะ “ตามพระอาจารย์มา”

                “ชิมได้ไหมครับ” ผมอดไม่ได้ อากาศหนาว ๆ อย่างนี้ ปาท่องโก๋ร้อน ๆ เหมาะกันจริง ๆ

                “หยิบได้ตามสบายเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ พระอาจารย์บอกให้เผื่อแผ่” ผมหยิบมาชิ้นหนึ่ง เข้าปากไป เพื่อนคนหนึ่งท้วงว่า ยังไม่สว่างเลย ระวังผิดศีล มาบอกอะไรป่านนี้ มันเข้าปากไปแล้ว เคี้ยวตุ้ย ๆ สบายไป เจ้าของร้านก็พูดอะไรสารพัด จนผมเริ่มจับใจความได้ว่า เป็นร้านปาท่องโก๋ ที่มาทอดเพื่อให้คนกินฟรี ๆ โดยได้ทุนมาจากพี่ ๆ น้อง ๆ หรือคนที่มากินนีแหละ สุดแท้แต่ศรัทธา คือให้เท่าไหร่ก็รับ ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แล้วเอาทุนนี้ไปทำแจกต่อ ผมเลยบริจาคไปหนึ่งแดง พร้อมทั้งช่วยยกถาดป๋าท่องโก๋ไปแจกให้ที่หน้าโรงทานด้วย หลายรอบเหมือนกัน

                คนรอใส่บาตรแน่นขนัดกว่าปกติ เพราะเป็นวันที่ ๑ มกราคมด้วย จนล้นศาลาโรงทานออกมาตามทางเดิน เมื่อพระเดินมา ต้องทำแถวโค้งไปโค้งมา เพื่อให้เพียงพอกับคนที่มารอใส่บาตร ที่ยืนรอกันเป็นแถวยาวไม่นับที่นั่งรองในศาลา พระอาจารย์สมชาติ ก็เดินนำบิณฑบาตร ตามด้วยพระภิกษุณี และพระลูกวัดอีกจำนวนหนึ่ง วันนี้ดูพระอาจารย์เหมือนจะเป็นหวัด เพราะต้องมีคนคอยยื่นกระดาษทิชชูให้เสมอ กว่าจะบิณฑบาตรเสร็จก็ ๘ โมงเช้า จากเวลา ๖ โมง คนเยอะขนาดนี้ ทำให้ต้องใช้เวลานาน

               เราก็ได้รับพรปีใหม่กันตรงนี้อีกครั้ง จากพระอาจารย์และพระสงฆ์ และจิตใจที่ผ่องใส 

ดวงตาสุกใส เมื่อดวงใจเห็นธรรม

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
























อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตามมาอ่านว่าทำไมต้อง ๑๐๘ จบ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เม็ดดิน วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iaun
+ + + ส วั ส ดี ช า ว โ ล ก + + +

สาธุ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tengpong วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง = ความสุข

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันญ่า วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ตามมาอ่านและ พอใจมากที่ได้อ่าน ตั้งแต่เอนทรี่เริ่มแรก
อนุโมทนา ในกุศลอันประมาณมิได้ ค่ะ ซันญ่า ไปใช้ชีวิต
ในต่างแดนได้ ด้วย อานุภาพ ของ อิติปิโส พุทธคุณ เพราะเรามีสิ่งยึดเหนี่ยวใจ
ให้ปกติ ไม่กลัวไม่ประมาท แม้อยู่ต่างบ้านต่างเมือง
และก็ยึดมั่นมาตลอดจนขณะกลับมา เดินทางช้าลง ที่แผ่นดินแม่
คนเราเมื่อมีใจเป็นธรรม ทุกสิ่ง จะเข้มแข็ง พัฒนาไปแบบ
ไม่กลัวอุปสรรค น้อย หรือใหญ่ เพราะ ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
.
.
กราบบูชา พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆะคุณ
ด้วยจิต ด้วยใจ ค่ะ
ด้วยยินดี
ด้วยจิตคาราวะ
ซันญ่า
.
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


ขอบคุณครับ วันนี้ งุนงง ลบเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เลยต้องโพสต์ใหม่

ขออภัยด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพ็นนี วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanisa
  สิ่งที่ทำแม้ถูกต้อง  แต่อาจไม่ถูกใจใครเลย. 

ขออนุโมทนา สาธุ

การสวดมนต์ ข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี
คุณแม่เคยชวนไปหลายครั้ง ส่วนมากแม่จะชวนไปวัดธรรมมงคลค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน