*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 525284
  • จำนวนผู้โหวต : 475
  • ส่ง msg :
  • โหวต 475 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม 2561
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 561 , 16:50:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สำรวจฟ้า , Chaoying และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เสียงเพรียกหาจากสาละวิน  ๒ พะละอึ และ จะคึ

8 ธันวาคม 2561 (เสาร์)

                เมื่อเราเดินทางมาถึงหมู่บ้านพะละอึ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงสัญชาติไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน มีอาคารศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” พะละอึ หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดประมาณ 50 หลังคาเรือน มีประชากรราว 200 คน แต่ถ้าเราค้นหาในแผนที่จะไม่พบชื่อหมู่บ้านแห่งนี้  แน่นอนว่า ในพื้นที่ห่างไกล ชายขอบของประเทศ เข้าถึงยาก ยังไม่มีไฟฟ้าแบบถาวรใช้ ชาวบ้านได้รับการสนับสนุนแผงโซล่าเซลจากรัฐบาลยุคก่อนโน้น โดยเก็บกระแสไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่ และจะใช้เฉพาะแสงสว่างในช่วงค่ำคืนเท่านั้น  ด้วยขนาดประชากรเท่านี้ ระบบโทรคมนาคม ก็ไม่ครอบคลุมการให้บริการ  อาชีพของชาวบ้านคือทำไร่ทำนา

                เมื่อใกล้ค่ำแล้ว คณะเราฯ ต่างสาละวนในงานที่ต้องจัดการ การติดตั้งเครื่องปั่นไฟ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับศูนย์ฯ แห่งนี้ ประธานกลุ่มอาสาฯ คุณนิว บอกว่าหลังจากที่ประสานงานกับทางตัวแทนหมู่บ้าน คือครูอุทาน ที่ทำหน้าที่ดูแลศูนย์ฯ แห่งนี้ จึงทราบว่าระบบกำเนิดไฟฟ้าขัดข้องมานาน และเครื่องปั่นไฟอันเก่าไม่ค่อยมีคุณภาพ ทางกลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้าฯ จึงได้จัดซื้อเครื่องปั่นไฟ แล้วขนส่งมาถึงที่ นึกภาพตอนที่นำลงและขึ้นจากเรือ มีความทุลักทุเลมาก ยิ่งตอนขึ้นตลิ่ง เดินฝ่าหาดทราย ต้องใช้คนช่วยหามหลายคนแต่ในที่สุดก็สามารถนำขึ้นมาและติดตั้งได้สำเร็จในเย็นวันนั้น   เมื่อพลบค่ำ เครื่องปั่นไฟจึงได้ทำหน้าที่ของมัน ณ ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงสว่างด้วยแสงนีออนที่มีติดตั้งไว้เพียงไม่กี่จุด แต่มันก็เพียงพอที่จะทำลายความมืดมิดรายรอบได้ ในศูนย์ มีอาคารเอนกประสงค์ที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ เพราะสร้างอยู่ริมฝั่งแม่น้ำพอดี เราใช้อาคารนี้เป็นศูนย์บัญชาการและที่รับประทานอาหาร ก็เอนกประสงค์สมชื่อเลยครับ อาคารอีกหลังหนึ่งมี 3 ห้อง คงเป็นห้องเรียนเก่า คณะเราก็ขอใช้เป็นที่พำนัก มีบ้านพักครูเล็ก ๆ อยู่ใกล้กันอีก 1 หลัง ส่วนอีกด้านหนึ่ง ที่ต่อจากอาคารเอนกประสงค์คืออาคารเรียนรู้และที่อ่านหนังสือ อาคารเหล่านี้มีขนาดไม่ใหญ่ คณะเราก็จับจองใช้เป็นที่ทำงาน ที่เก็บของ ที่นอน แล้วแต่ความเหมาะสม ด้านหลัง มีห้องน้ำ 3 ห้อง โดยใช้น้ำจากธรรมชาติ หรือเรามักจะเรียกว่า ประปาภูเขา ถัดไปเป็นห้องกำเนิดไฟฟ้า มีเครื่องปั่นไฟที่คณะเราเพิ่งนำมาติดตั้งไว้เรียบร้อย ในนั้นน่าจะมีระบบไฟฟ้าสำรองที่เป็นแบตเตอรี่อยู่ด้วยเช่นกัน

                สิ่งที่เป็นเรื่องคาดไม่ถึงของผมคือ บริเวณนี้ไม่มีคลื่นโทรศัพท์ ก็คิดว่าคงจะติดต่อโลกภายนอกไม่ได้ เพราะทั้งวันก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์สื่อสาร ใช้ถ่ายรูปอย่างเดียว ในห้องกลางของอาคารหลัก ครูบอกว่ามีเครื่องรับสัญญาณอินเทอเน็ตและกระจาย WiFi ด้วย ทำให้เราสามารถใช้คลื่นอันมีแบบริบหรี่เหมือนแสงหิ่งห้อย แต่ก็ยังพอประทังในการสื่อสารกับโลกภายนอกได้บ้าง และวันต่อ ๆ มาเด็ก ๆ วัยรุ่น ก็มาใช้บริการนี้เช่นเดียวกัน คงจะเป็นหนทางเดียวที่เปิดโลกให้พวกเขาได้รับรู้ถึงวิธี ความแตกต่าง และความเจริญของโลกนี้ ซึ่งบางที การไม่รับรู้อะไรในบางเรื่องก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดีกว่า เพราะสิ่งเหล่านั้น บางอย่างมันก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับการใช้ชีวิตของผู้คนเหล่านี้เลย เว้นเสียแต่ความบันเทิง

                เวลาช่างทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ความมืดมิดได้ปกคลุมทั่วพื้นที่รวมถึงลำน้ำสาละวินและขุนเขาที่รายรอบ สิ่งที่ผมพบเห็นในช่วงวันที่ได้มาถึงนี้ คณะครัว ได้เริ่มทำหน้าที่อย่างขันแข็ง และเป็นหน่วยงานเดียวที่ทำอยู่ตลอดเวลา ประหนึ่งว่าเป็นครัวของภัตาคารที่มีแขกไปมาอยู่ตลอด ช่วงนี้หน่วยงานอื่นก็เลยว่าง ๆ ไปช่วยในครัว อันได้แก่ ปอกหอม กระเทียม เตรียมวัตถุดิบ ภายหลัง ผมจึงทราบว่า คณะครัวของกลุ่มอาสาฯ นี้ ได้ร่วมทำกิจกรรมกันมายาวนานพอ ๆ กับการเริ่มทำกิจกรรมของกลุ่ม 16 ปีมาแล้ว ถ้าเป็นคนก็ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวกันแล้ว แต่เนื่องจากคนทำนี่เริ่มจากวัยหนุ่มสาวมาบวกเวลาเข้าไปอีก 16 ปี ก็คำนวณกันเอาเองนะครับ ว่าแต่ละคนจะอยู่ในช่วงวัยไหนบ้าง

                ทีมงานครัวนี่ถือว่าสำคัญที่สุด “กองทัพเดินด้วยท้อง” ในทุกกิจกรรม หากผู้เข้าร่วมกิจกรรมกินไม่อิ่ม สุขภาพไม่ดี ย่อมทำให้งานสำเร็จได้ยาก หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการก็เป็นได้ อันนี้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจเรื่องแรกของการทำกิจกรรมในครั้งนี้ คือทีมงานครัวเป็นกลุ่มแรกที่มีงานทำเลยเมื่อไปถึง เพราะต้องทำอาหารเย็นให้กับคณะเราฯ รับประทานกัน อาหารมื้อแรกนี้มี น้ำพริกกะปิ ชะอมไข่ แกงหน่อ (ยอด) สับปะรด ซึ่งเกิดมาผมก็เพิ่งเคยกิน มันเป็นแกงเผ็ดหมู รสชาติดีครับ แต่ไม่คิดว่าหน่อสับปะรดจะสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ เมื่ออาหารถูกลำเลียงออกมา คณะเราฯ ก็ได้สังสรรค์กันยามเย็นกันอย่างเพลิดเพลิน เปลี่ยนที่ เปลี่ยนบรรยากาศ

                ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินในบรรยากาศรับประทานอาหารริมฝั่งแม่น้ำสาละวินและขุนเขาที่รายรอบ ก็มีเสียงฟ้าร้อง ครืน ๆ ประธานฯ นิว บอกว่า “ชาวบ้านบอกมันร้องอย่างนี้แหละ มันไม่ตกหรอก” พูดยังไม่ทันขาดคำ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งหนักและแรง ละอองฝนสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ อาคารบางจุดน้ำรั่วลงมา สมาชิกของเราบางคนไปกางเต็นท์ที่หาดทราย เตรียมนอนดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำที่วาดฝันเอาไว้ บัดนี้เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่หล่นร่วงลงมา น้ำแข็งและเก๋ พากันวิ่งลงไปที่เต็นท์ ซึ่งก็อยู่ห่างจากอาคารด้านบนพอสมควร และมืดสนิท มีเด็ก ๆ มาช่วยส่องไฟให้ เห็นวิ่งฝ่าสายฝนลงไปตลิ่งก็คงลื่นด้วยโคลน เต็นท์ที่กางไว้มี 4 หลัง ผมมองเห็นแสงไฟริบ ๆ จากด้านล่าง สักพัก พวกเขาก็กลับขึ้นมา พร้อมกับหอบเต็นท์ 4 หลังติดมือมาคนละ 2 หลังอย่างทุลักทุเลและเปียกปอน ล้มลุกคลุกคลาน เพราะเด็กที่ส่องไฟให้ วิ่งนำหน้ากลับมาก่อน หลังจากนั้นก็เอาเต็นท์มาเก็บไว้ในโรงเรือนอีกด้าน เต็นท์ของน้ำแข็งยับเยินเสาหักหมด  นี่เป็นอุปสรรคที่เราไม่คาดคิด ราตรีนี้เราเจอปัญหาใหญ่คือเราขาดแคลนที่พำนักพักนอน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและครูได้ประสานงานกับชาวบ้าน แบ่งให้ผู้ไร้ที่พักพิงอย่างพวกผม และคนที่ยังไม่รู้จะไปพักที่ไหน ให้ไปนอนในบ้านของชาวบ้าน อีกทั้งบ้านพักครูก็สละให้พวกเราพัก ในอาคารหลัก ก็นำมุ้งมากางให้พร้อม ผ้าห่ม หมอนเตรียมไว้ให้อย่างพร้อมสรรพ

                สำหรับผม เก๋ และกลุ่มสามสหายกลายพันธุ์ได้ไปนอนบ้านหลังที่ติดกับศูนย์ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นหลังเดียวที่ใกล้ที่สุด หรือจะเรียกได้ว่าอยู่บริเวณเดียวกับศูนย์เลยก็ได้ เพราะหมู่บ้านอยู่ถัดเข้าไปข้างใน  บ้านหลังหนึ่งของคนที่นี่ไม่ใหญ่โตอะไร ขนาดประมาณยาว 6-7 เมตร กว้างสัก 4 เมตร แบ่งเป็นห้องที่กั้นเจ้าของบ้านคงเข้าไปนอนรวมกัน ส่วนที่เรานอนนั้นไม่ได้กั้นห้อง ตรงกลางเป็นทางเดิน บ้านสร้างด้วย ฟาก ซึ่งมันก็คือ ไม้ไผ่เป็นลำเอามาสับแล้วแผ่ออกเป็นผืนวางเรียง ๆ กัน ทั้งพื้นและผนังก็ทำด้วยฟากหมด หลังคามุงด้วยหญ้าสานคล้ายตับจาก แต่ไม่ใช่หญ้าคา บางช่วงของหลังคามันก็เริ่มผุ ๆ บ้างแล้ว แต่โชคดีที่ตรงที่เรานอนน้ำไม่รั่ว ทีแรกฝนหยุดไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ก็ตกลงมาอีกครั้ง หลังจากทานข้าว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ผมก็เตรียมตัวไปนอน ไม่ได้สนใจและรับรู้ว่าทีมงานอื่น ๆ เขาทำอะไรอยู่อีกบ้าง เนื่องจากขับรถมากับหมอเก๋ตลอดทาง ได้นอนเพียงคนละชั่วโมงน่าจะได้ ร่างกายต้องการซ่อมแซมบำรุงด่วน เวลานั้นยังแค่ 2 ทุ่มอยู่เลย ผมมุดมุ้งเข้าไป ซุกตัวในถุงนอนที่เตรียมมา เห็นหมอเก๋ตามมานอนข้าง ๆ (มุ้งมี 2 หลัง นอน 5 คน) ได้ยินเสียงสามสหายกลายพันธุ์ไปนั่งรวมกลุ่มกับเจ้าบ้านและครู คงจะอยากทำให้ร่างกายอบอุ่นกระมัง หลังจากนั้นร่างกายผมก็ Shutdown ไปโดยไม่รับรู้อะไร มาตื่นกลางดึกเพราะต้องเข้าห้องน้ำ

                เรื่องตื่นกลางดึกแล้วต้องไปฉี่นี่เป็นอะไรที่ยากลำบาก เพราะเครื่องปั่นไฟหยุดทำงานแล้ว ทั่วพื้นที่มืดไปหมด ผมเอามือถือมาเปิดไฟส่องทาง เดินไปห้องน้ำที่อยู่ไม่ห่างกันนัก แต่ก็วังเวงในยามค่ำคืน ชอบคิดไปเองว่าจะมีตัวอะไรประหลาด หรือจะเจออะไรในความมืด เช่นหมี เสือ หรือผีสางนางไม้อะไรประมาณนี้ ทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่มีอะไรหรอก เมื่อสาดแสงไฟส่องไปก็ปกติดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่มักทำให้สะดุ้งเสมอคือ หมู มันไม่หลับไม่นอน เดินไปทั่ว  ก่อนจะกลับมานอนต่อ

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561

                การนอนของผมใช้เวลาไปเกือบ 9 ชั่วโมง ร่างกายถูก Refresh กลับมาเหมือนเดิม กลไกการทำงานของร่างกายจึงปลุกให้ผมตื่นขึ้นในช่วงเวลาตี 5 กว่า ๆ แต่มันคงยังมืดอยู่ ผมลุกขึ้นมาพร้อมกับแสงไฟมือถือส่องทางไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินไปช่วยงานในครัว ความจริงก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมาก เพราะทีมครัวเขาเป๊ะมาก ผมก็เลยถือโอกาสไปหากาแฟดื่ม ซึ่งทีมครัวนี่แหละครับ เตรียมน้ำร้อนและกาแฟไว้ให้ที่อาคารด้านหน้า แล้วกลับมาช่วยงานในครัวบ้าง อย่างมากก็ส่องไฟให้เขาเตรียมอาหารก็ยังดี ส่วนในครัวจริง ๆ เข้าไปไม่ได้ครับ เดี๋ยวไปเกะกะพ่อครัวแม่ครัวเขา (ที่เตรียมอาหารเป็นแคร่ไม้ไผ่อยู่ด้านนอก)

                อากาศยามเช้าที่พะละอึ เย็นสบาย จะมีหนาวในช่วงก่อนสว่าง แต่ตอนเช้าไม่หนาวอย่างที่คิด ฟ้าเริ่มสว่างขึ้น มองเห็นทิวทัศน์ด้านหน้า แม่น้ำสาละวิน สบเมย และภูเขาของฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ฝนหยุดตกไปตั้งแต่ช่วงกลางดึก ไอน้ำและหมอกจึงล่องลอยผ่านกลางเขาและครอบคลุมบางบริเวณ เป็นภาพยามเช้าที่สดชื่นและงดงาม  อาหารเช้าถูกลำเลียงออกมาในเวลาต่อมา เช้านี้เป็นประเภทข้าวต้ม และผัดผัก คณะเราก็ทยอยตื่นขึ้นมารวมตัวกัน และรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อเตรียมตัวทำกิจกรรมต่อไป

                ประธานฯ นิว ได้ชี้แจงกำหนดการคร่าว ๆ ให้สมาชิกกลุ่มฯ ฟัง ในวันนี้เราจะทำกิจกรรมเพื่อเด็ก ๆ โดยแบ่งเป็นเด็กโตและอนุบาล ความจริงเด็ก ๆ มารอเราอยู่นอกรั้วด้านตะวันออกแล้ว ซึ่งมันจะมีลานเล็ก ๆ พอทำกิจกรรมได้ ทีมสันทนาการนำโดยสามสหายกลายพันธุ์อันได้แก่ อ๊อด น้ำแข็ง และนิน ทั้งสามเพิ่งมาค่ายฯ นี้เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกับผม พวกนางได้ทำให้ประธานนิวตลึงสะพรึงไปชั่วขณะ เพราะได้นำเด็ก ๆ เล่นและทำกิจกรรมได้อย่างไม่ติดขัด และเด็ก ๆ ก็ร่วมเล่นเกม ร้องเพลงและทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน คนรุ่นใหม่นี่มีอะไรแปลก ๆ ที่วัยของคนอย่างผมไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเหมือนกัน รวมไปถึงทีมหลังบ้านก้นครัวทั้งหลายด้วย พอมาได้ยินบางทีก็งง ๆ แต่เด็ก ๆ เข้าใจ เช่น เวลาถามเด็ก ๆ ว่า เข้าใจไหม เข้าใจหรือยัง ก็ไม่ต้องเสียเวลาพูดกันยืดยาว แค่บอกเด็ก ๆ ว่า จะใช้คำถามว่า “เอ๊ะอ๋อ” ถ้าเข้าใจตอบ “อ๋อ” ถ้าไม่เข้าใจตอบ “เอ๊ะ”  เด็กก็รับรู้อย่างไว แต่คนที่ไม่เข้าใจคือทืมงานเดียวกันนี่แหละครับ ป้า ๆ ก้นครัวบางคนถามว่าเขาพูดอะไรกัน ถ้ามาถาม “เอ๊ะอ๋อ” กับผมก็คง เอ๋อ อะครับ

                ในขณะที่ฝั่งโน้นต้อนเด็ก ๆ ไว้ ผมนั่งสูบลูกโป่งอยู่กับหมอเก๋เตรียมตกแต่งบริเวณอาคาร แต่ทีมครัวก็ยังคงทำงานอย่างหน้ามืดตาตัวไม่ได้หยุดยั้ง เพราะจะต้องเตรียมอาหารเบรกไว้ให้เด็ก ๆ ในช่วงสาย ๆ และเตรียมอาหารเที่ยงอีกด้วย โดยได้เตรียมเครื่องดื่มโอวัลตินไว้ให้เด็ก ๆ ที่อาคารเอนกประสงค์ หลังจากนั้นก็เป็นการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม เด็ก ๆ บางส่วนวาดรูป เด็กเล็กระบายสี คัดลายมือ ผมก็ทำลูกโป่งไปเรื่อย ๆ

                อาหารเที่ยงสำหรับเด็กมือนี้คือ ราดหน้าหมู ทีมครัวได้ตั้งอกตั้งใจปรุงอาหารขึ้นมาด้วยความประณีต ภายหลังผมเริ่มรู้จักและจำชื่อทีมครัวได้บ้าง โดยเป็นที่รู้จักกันดีว่าหัวหน้าทีมครัวคือ เจ้านาง นนท์นี่  นอกจากนี้คณะลูกมือ เชฟแฮม เชฟโอ๋ ส่วนพี่หยั๋งก็เป็นทีมครัวคนหนึ่งมีหน้าที่ต้มน้ำร้อน ซึ่งเป็นน้ำร้อนที่ร้อนดีครับ เพราะมันเดือดแล้ว ทีมครัวฝ่ายหญิงได้แก่ ป้าอี๊ด ซึ่งเป็นคนที่เก็บกวาดจัดการอะไรได้ทุกอย่าง ทำอาหารเตรียมอาหาร ไม่เห็นป้าแกหยุดบ้างเลย พี่ตุ๊ก  พี่เจเนท เขียว พี่แอ๊ด นี่คือทีมงานหลัก ๆ ของต้นเครื่อง มีทั้งแดจังกึม ดำจังแก ดีจังกู (ที่ได้กินของอร่อย ๆ )

                เราให้เด็ก ๆ กลับไปเอาถ้วยชามช้อนมาจากบ้าน เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง  บางคนก็เอาชามเก่า ๆ มา บางคนก็เอาขันน้ำมา คืออะไรก็ได้ที่เป็นภาชนะ ความไม่มีไม่ได้เป็นปัญหาของคนที่นี่ ความอยากมีต่างหากที่ทำให้คนเราเป็นทุกข์ เขามีอะไรเขาก็ใช้อันนั้น คนเราก็แปลก ยิ่งในสังคมเมืองยิ่งมีสิ่งยั่วเย้า มีกิเลสมากมาย มีมารคอยพจญ จนทำให้คนเราต้องกลับกลายหันเหไปไม่ถูกทิศชีวิตเลยถูกพันธนาการด้วยความอยาก โลกได้เปลี่ยนไป คนส่วนที่ยังล้าหลังอยู่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทุกข์ยากลำบาก บางทีความสุขของเขาก็เกิดขึ้นตามอัตภาพ

                เด็ก ๆ พากันรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แล้วทีมงานก็ยังใจดี ให้ตักกลับบ้านเอาไปฝากคนที่บ้านด้วย ชาวบ้านก็ได้อิ่มหนำไปตาม ๆ กัน ช่วงบ่ายเรายังมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น การทำงานประดิษฐ์จากกระดาษ การพับ และการเล่นเกมสลับกันไป จนได้เวลาพอสมควรจึงปิดคอร์ส แล้วนำผลงานของแต่ละคนมาติดแสดงไว้ ผมเองก็ทำลูกโป่งให้เด็ก ๆ และช่วยเป็นกำลังเสริมแต่ละทีมงานที่ขาดเหลือ แต่ที่เป็นปัญหาสำหรับเด็ก ๆ คือ สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เราจึงมีล่าม ซึ่งคนที่โดดเด่นมากคือ จะคึ วัย 12 ขวบ เด็ก ป.6 มาคอยช่วยเป็นคนอธิบายสื่อสารให้เพื่อน ๆ ได้เข้าใจ แต่เด็กอนุบาลนี่หนักกว่า เพราะถามอะไรไปก็ไม่ตอบ โดยเฉพาะตอนถามชื่อ ทีมงานเลยตั้งชื่อให้ตามอำเภอใจเลย โดยเฉพาะน้ำแข็ง คิดชื่อให้น้อง ๆ เสร็จสรรพ

                ช่วงบ่ายเรามีอีกกิจกรรมหนึ่งนั่นคือ “ฆ่าเหา” เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นเหากัน จึงจะเห็นภาพเด็กตัดผมสั้น โดยเฉพาะเด็กหญิง ทีมงานเลยทำการอาบน้ำสระผมให้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย พร้อมทั้งแจกยาสระผมให้คนละขวดด้วย

                ช่วงเย็นเราพอมีเวลาว่างเดินสำรวจหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ถัดออกไป มีถนนคอนกรีตผ่านกลางหมู่บ้าน แต่ละบ้านก็จะเลี้ยงหมูมีทั้งแบบล้อมคอกและปล่อย ที่แน่ ๆ มี 3 ตัวที่เดินลาดตระเวนมาที่ศูนย์ฯ ทั้งคืนทั้งวัน มีบ้านอยู่ 2 หลังที่เป็นร้านค้า ในนั้นก็มีสินค้าไม่มากนัก เป็นพวกขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ที่แรกกะจะไปหาซื้อสารส้ม แต่ไม่มีขาย      เนื่องจากฝนที่ตกมาอย่างหนักของคืนวันวาน ทำให้น้ำประปาภูเขาของเรากลายเป็นสีแดงขุ่น ซึ่งเราก็ไม่มีทางเลือก พอใช้ได้ก็ใช้ไป

                หมู่บ้านมีลำห้วยเล็ก ๆ ไหลผ่านผมเดินไปสมทบกับ อ๊อดและนิน เด็ก ๆ  มาห้อมล้อมเดินไปพร้อม ๆ กัน คือสื่อสารกันเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เด็ก ๆ กล้าพูดมากขึ้น คงจะรู้สึกคุ้นเคยกับพวกเราแล้ว มีทางแยกตรงลำห้วย คือพวกเราก็ไม่รู้ว่าเป็นทางไปไหน แต่เด็ก ๆ ก็พยายามอธิบายเป็นภาษาตัวเองที่พอเดาได้ว่าเป็นทางไปบ้านของหนู ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าอย่าถามระยะทางกับชนเผ่า เพราะที่ใกล้ ๆ ของเขาก็ทำเราหอบมานักต่อนักแล้ว แล้วยิ่งถ้าเขาตอบว่า “ปู้นนนนน” นี่คือหยุดเลย อย่าไปเด็ดขาด จึงเป็นที่มาของคำว่า “กิโลแม้ว” คือคนพื้นราบมักจะถามว่า “ประมาณกี่กิโล” เขาก็คงไม่รู้หรอกครับว่า 1 กิโลเมตร มันเท่ากับ 1000 เมตร มันจะประมาณไหน เมื่อไปคาดคั้นเช่นนั้น เขาก็จะตอบมาตามสะดวกเลยว่า “สัก 2 กิโล” พอเดินไปจริง ๆ 2 กิโลของเขาทำไมมันไกลจัง

                เด็ก ๆ พาเราเดินลัดเลาะไปตามทาง ซึ่งวัดระยะไม่ได้ เดินไปเรื่อย ๆ มีขึ้นเขาลงเขา พวกเด็ก ๆ ดูไม่เหน็ดเหนื่อยเลย แต่อ๊อด กับ นิน นี่รั้งท้ายเลยทีเดียว เดินข้ามเขามาสัก 2 ลูก ก็เจอหมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาเป็นบ้านของเด็ก ๆ บางส่วน เจอพ่อแม่ของพวกเขา ใต้ถุนบ้านมีหมูและหมาน้อยอยู่ กำลังน่ารัก พ่อของเด็กเชิญขึ้นบ้าน พวกเราจึงต้องเดินตามไป บนบ้านเจอแม่ของเด็กกำลังทอผ้าอยู่ บ้านนี้อยู่กัน 8 คน พ่อของเด็กพูดสื่อสารภาษาไทยได้ดี จึงได้ความว่า เดิมหมู่บ้านพะละอึตั้งอยู่ตรงบริเวณนี้ แต่หลังจากนั้น ได้อพยพไปอยู่ตรงริมน้ำ จึงเหลืออยู่ที่นี่แค่ 7-8 หลัง ปกติก็มีอาชีพทำไร่ทำนา ปีนี้ปลูกข้าวไร่ไม่ได้ผลดีนัก เนื่องจากหนูมากัดกินหมด ส่วนผ้าที่ทอก็จะเอาไว้ใส่เอง แต่เดิมจะปลูกฝ้าย แล้วทำการปั่นฝ้าย กรอฝ้าย ย้อมสีเอง แต่ปัจจุบัน ไม่สะดวกในการย้อมและทำเส้นด้ายจากฝ้าย จึงไปซื้อด้ายสำเร็จมาทอเอง

                เราพูดคุยกับชาวบ้านได้สักพัก เห็นสมควรแก่เวลาก็เลยลากลับ เพราะระยะทางก็ไกลอยู่ ขากลับมีเด็กกลับมาด้วยแค่ 3 คน หนึ่งในนั้นคือ จะคึ ซึ่งคอยบริการนำทางและถ่ายรูป ถ่ายภาพเคลื่อนไหวให้กับอ๊อด ซึ่งพวกเขาพามาอีกทาง มาลงกลางหมู่บ้าน ตอนที่เราเดินไปยังจุดยอดดอย ทำให้เราเห็นทิวทัศน์โดยรอบ และมองเห็นทุ่งนาขั้นบันไดสวยงาม ก่อนจะลงมาสู่หมู่บ้าน จะคึ กับเพื่อนลงไปเล่นน้ำ ได้สักพัก พวกเราก็พากันเดินทางกลับขึ้นฝั่ง ซึ่งก็ได้เวลาอาหารเย็นกันพอดี มีอาหารหลากหลายชนิดมากครับ ทั้งเมนูแปลก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่น น้ำพริกเกลือกุ้งแห้ง รสชาติที่ไม่เคยกินมาก่อน เจ้านนนี่บอกว่าเป็นสูตรเมืองจันทร์ ถือว่าเป็นกำไรที่ได้มาทริปนี้ เพราะได้กินของดี ๆ อร่อย ๆ อยู่ทุกมื้อทุกคาบ

                หลังจากอาหารเย็น เรามีประชุมรอบกองไฟกันที่หาดทรายด้านล่าง คืนนี้ฝนไม่ตก อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าที่มืดมิดถูกประดับด้วยดวงดาวเปล่งประกายแวววาวดาษดื่นเต็มท้องฟ้า  ส่วนพระจันทร์นั้นส่องแสงให้เราเห็นเพียงเสี้ยวเดียว ค่ำคืนนี้คณะทีมงานก็ยังไม่คุ้นเคยอะไรกันนัก จึงได้ทำการแนะนำตัวกันทุกคน ทีมงานใหม่ก็เล่าถึงเหตุจูงใจที่มาร่วม ทีมงานเก่าก็เล่าความหลัง เรื่องเก่า ๆ ที่ประทับใจตลอด 16 ปีที่ออกเดินทางทำกิจกรรมร่วมกันมา ก่อนเราจะเลิกรากันไปนอนราว 4 ทุ่ม เพราะพรุ่งนี้เรามีกิจกรรมสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องช่วยกันทำ นั่นคือ คลินิกตรวจรักษาพยาบาลเคลื่อนที่

                ราตรีนี้ ผมย้ายไปนอนในห้องอาคาร ส่วนทีมงานสายหมอเก๋ก็กางเต็นท์นอนในอาคารด้านหน้าที่เปิดโล่ง มีสองท่านที่ยังอาจหาญกางเต็นท์นอนที่ชายหาด

 

ขอขอบคุณคณะร่วมกิจกรรมโครงการข้าวเปลือกต้นกล้าทุกท่าน

ขอขอบคุณภาพจากหลาย ๆ คนในทีมงาน

ขอขอบคุณชาวบ้านและคนในพื้นที่ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และคอยอำนวยความสะดวก

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 15/12/2018 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณเจ้าหญิงและสำรวจฟ้าครับ

ความคิดเห็นที่ 4 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 15/12/2018 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

หายไปนานกลับมาพร้อมกิจกรรมที่น่าสรรเสริญ คนชายขอบกว่าจะได้รับการเหลียวแลช่างนานแสนนาน

ความคิดเห็นที่ 3 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 14/12/2018 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ว้าว..ขอปรบมือให้กับผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ แก่น้อง
คุณมัชฌิมาปกรณ์ หายไปนานเลยนะคะ ดีใจที่ได้เห็นคุณกลัยบ้านนี้อีก ยังจำพาสเวิร์ดได้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 14/12/2018 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณแม่หมีที่ติดตามนะครับ

คือพวกสามสหายกลายพันธุ์นี่มันสุดยอดเหนือมนุษย์มนาจริง ๆ ครับ ไม่สามารถเล่าออกอากาศได้
555555

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี from mobile วันที่ : 14/12/2018 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านไปยิ้มไป สามสหายกลายพันธุ์ ทีมหลังบ้านก้นครัว

กิจกรรม ฆ่าเหา นี่แม่หมีมือฉมังเลยค่ะคุณหนุ่ย สมัยเป็นครูนี่อุทิศเวลาตอนเช้า 1 ชม.จับเด็กมีเหามาใส่ยาฆ่าเหา แล้วหมักไว้ พอตอนใกล้รร. เลิก เผื่อเวลาไว้ 1 ชม.จับเด็กมาสระผม จนเสร็จ

ต้องทำค่ะ เพราะเหามันมาขึ้นที่หัวครูอ้อม 555 ครูอ้อมทำได้ค่ะ วันต่อๆมามีหวีเสนียดติดไว้เลย เช็คทุกวัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน