*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 525260
  • จำนวนผู้โหวต : 475
  • ส่ง msg :
  • โหวต 475 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2561
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 517 , 20:41:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , มัชฌิมาปกร โหวตเรื่องนี้

เสียงเพรียกหาจากสาละวิน ๓ คลินิกเคลื่อนที่

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2561 (วันที่ 2 ของการทำกิจกรรม)

                เวลาตี 5 กว่า ๆ กลายเป็นเวลาประจำที่ผมตื่นโดยอัตโนมัติ ผมก็ทำเหมือนวันที่ผ่าน ๆ มา ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน เดินไปหาฝ่ายครัว ว่ามีอะไรให้ช่วยทำไหม ก่อนจะเดินไปหากาแฟดื่ม ซึ่งมีคนเตรียมน้ำร้อนไว้ให้แล้ว คาดว่า คงจะเป็นพี่หยัง ที่ทำหน้าที่ต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้ทุกคน นี่คืองานแรกของภารกิจแต่ละวัน ต้องชิงต้มน้ำร้อนก่อนที่จะมีการทำอาหาร ถ้าจำไม่ผิด มีมื้อหนึ่งที่ครัวทำผัดมาม่าแจกน้อง ๆ ด้วย รายการอาหารก็ขึ้นอยู่กับต้นเครื่อง เจ้านางนนท์นี่ และคณะครัวที่ได้เตรียมเมนูมาก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมกับเสบียงที่ซื้อมาจากตลาดแม่สะเรียง  คนทำอาหารก็เหมือนอาชีพออกแบบเสื้อผ้า เพราะต้องคิดและดัดแปลงอาหารตามวัตถุดิบที่มีจำกัดได้ เว้นเสียแต่บางรายการไม่สามารถดัดแปลงได้ แต่อาหารไทยดีตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ เช้านี้ทุกคนตื่นมาพร้อมเตรียมตัวในการทำกิจกรรมสำคัญไปพร้อม ๆ กัน

                อาหารเช้าถูกจัดเรียงออกมาอย่างรวดเร็วตามเวลาที่กำหนดไว้คร่าว ๆ ทีมครัวยังคงตั้งหน้าตั้งตารังสรรค์ทำอาหารตามเมนูที่กำหนด ซึ่งอาจจะคิดไว้ก่อน หรือเพิ่งคิดเดี๋ยวนั้นก็เป็นได้ แต่ทุกคนในคณะ กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ทีมครัว ทำอาหารได้สุดยอด ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ รวมถึงเมนูแปลก ๆ ทำแม้กระทั้ง วุ้นมะพร้าว น้ำขิง ยาดอง เอามันทุกขนานครับ เรียกได้ว่าอิ่มหนำสำราญกันทุกมื้อ ต้องตักจานที่ 2 กันเกือบทุกคน  ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินนี้ สมาชิกทุกคนต้องรับผิดชอบเอง นี่เป็นการเสียสละและรับผิดชอบตัวเองอย่างแท้จริง คนเราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาช่วยหรือฝากความหวังอะไรไว้กับใคร แต่การสร้างคุณค่าด้วยการช่วยเหลือคนอื่น จากกำลังกายกำลังทรัพย์ที่ตนมีอยู่มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางความคิดและสติปัญญาของคน ถ้าคนในสังคมส่วนใหญ่เป็นคนเสียสละเพื่อส่วนรวมและรับผิดชอบในหน้าที่ของตนต่อตนเอง ต่อส่วนรวมแล้ว ประเทศย่อมเจริญก้าวหน้าและมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

                กิจกรรมสำคัญของวันนี้คือ “คลินิกตรวจรักษาพยาบาลเคลื่อนที่” เนื่องจากค่ายอาสาข้าวเปลือกต้นกล้า มีสมาชิกที่ประกอบไปด้วยผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการแพทย์และพยาบาล ซึ่งเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง ที่อาสามาถึงถิ่นทุรกันดารแบบนี้ และทำต่อเนื่องยาวนานมาถึง 16 ปีแล้ว ทีมงานจึงมีความพร้อมคือมีหมอ 2 ท่าน ได้แก่ คุณหมอแอ้ม และคุณหมอขวัญ ทีมงานอื่น ๆ ประกอบไปด้วยทีมพยาบาลตรวจคัดแยกผู้เข้ามารักษา ได้แก่ เก๋ และอ๊อด ทีมปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทีมเภสัชกรที่ดูแลเรื่องการจัดยาและจ่ายยา ได้แก่คุณกบ คุณหน่อง คุณน้ำฝน คุณแมว คุณติ๊ก

                หลังอาหารเช้า กิจกรรม “คลินิกตรวจรักษาพยาบาลเคลื่อนที่” ก็เริ่มขึ้น แต่เรายังคงมีกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ เราต้องกันเด็กออกไปโดยการให้เล่นเกมส์ หรือทำกิจกรรมที่เด็กสามารถทำร่วมกันได้ เช่นเล่นมอญซ่อนผ้า แม้ว่าเด็ก ๆ ที่นี่จะร้องเพลงมอญซ่อนผ้าแบบแปล่ง ๆ ก็ตามที มีวิ่งเปี้ยว เกมส่งบอลปะแป้ง ส่วนเด็กอนุบาล น้องน้ำแข็งนี่ไหวพริบดีมาก เห็นผมนั่งดูอยู่แถวนั้น เลยต้อนเด็กอนุบาลมาไว้ให้ดูแลกว่า 20 คน ปัญหาของเด็กอนุบาลคือสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็พอเดาได้ จะเล่านิทานให้ฟังก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เอ่อ เรื่องนี้พี่มีไหวพริบดีกว่า เด็กอนุบาลทำไง แจกขนมสิครับ เลยไปหาขนมมาแจก แล้วจัดให้นั่งรวมกันอย่างเรียบร้อยดูพี่ ๆ เขาเล่น จบเลย

                ทีมผมนี่เป็นฝ่ายกำลังสำรองเอนกประสงค์ แล้วแต่ฝ่ายไหนจะขาดกำลังพล หรือใครจะเรียกไปช่วยงานอะไร ก็จะไปเสริมในทันที เมื่อได้เวลา สาย ๆ ชาวบ้านทยอยกันมาใช้บริการคลินิกกันมากขึ้น สิ่งที่เราขาดแคลนคือ ล่ามภาษากะเหรี่ยง และต้องการหลายตำแหน่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ จะคึ หนูน้อยที่คอยช่วยเหลือและสื่อสารภาษาได้ดีกว่าเพื่อน นอกจากนั้นยังมีเยาวชนในหมู่บ้าน ครูอุทาน สาธารณสุขสบเมย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเป็นล่ามประจำแต่ละโต๊ะ เริ่มจากโต๊ะคัดแยกผู้ป่วย วัดความดัน มีหมอเก๋กับพยาบาลคนสวยอ๊อดดี้  โต๊ะคุณหมอทั้งสองท่านก็ต้องใช้ล่ามท่านละคน และโต๊ะจ่ายยาอีก 2 เมื่อคนมาเยอะ ก็วุ่นวายกันบ้าง มีบางเคสคุณหมอก็จะแนะนำให้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เพราะต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์เข้าช่วยในการวินิจฉัยโรคอีกครั้ง  กิจกรรมนี้ก็มีคนมาใช้บริการเยอะพอสมควร แต่ก็เสร็จในช่วงเช้า

                ช่วงกลางวันเรามีอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กตามเคย วันนี้จะเป็นลาบอีสานครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือลูกเล็กเด็กแดง ก็สามารถทานได้เหมือนกันหมด และเช่นเคยครับ ทานเสร็จสามารถนำกลับบ้านไปฝากพ่อแม่ได้อีกด้วย เพราะทางครัวเขาเตรียมทำในปริมาณที่เพียงพออยู่แล้ว โดยเราจะให้เด็กกินก่อน หลังจากนั้นคณะเราก็ค่อยกิน

                ส่วนหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงตั้งแต่วันแรกที่มาคือ ตชด. ที่มาต้อนรับเราถึงท่าเรือและช่วยขนของ นำโดยสิบเอกโกศล และจะแวะเวียนมาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมของเราเสมอ ๆ ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

                กิจกรรมยามบ่ายของเราผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยและคอยรอ นั่นคือ กิจกรรมเล่นเกมแจกของเสื้อผ้า ผ้าห่ม สำหรับผู้ใหญ่  และสอยดาวสำหรับเด็ก ๆ  กำลังพลของเราก็ใช้ทีมงานหมอและพยาบาลตามกำลังที่มีอยู่ประจำแต่ละฐานแต่ละจุด ผมอยู่จุด “ตลาดข้าวเปลือก” เป็นจุดแลกของรางวัลที่เป็นเสื้อผ้า คือใครเล่นเกมเสร็จก็จะได้บัตรมารับรางวัลได้แก่เสื้อผ้า กี่ตัวก็ว่ากันไป มีตั้งแต่ 1 – 6 ผืน เกมก็มีโยนลูกตะกร้อเข้ากล่อง โยนลูกปิงปองเป็นต้น เมื่อถึงเวลา ชาวบ้านและเด็ก ๆ มายืนรอกันเต็มพื้นที่ พอเปิดงานทุกคนก็เข้าแถวตามเกมต่าง ๆ และร่วมเล่นเกมอย่างสนุกสนาน ทั้งคนเฒ่าคนแก่ เล่นกันจนของที่เรานำมาแจกไม่มีเหลือ มีปลอกหมอนที่คนบริจาคมา อันนี้ไม่ได้บอกชาวบ้านว่าความจริงมันคือปลอกหมอน ด้วยไหวพริบของพวกเรา ๆ จึงดัดแปลงให้มันเป็นถุงผ้า คือเมื่อชาวบ้านเล่นเกมได้ของรางวัลมากหรือได้เสื้อผ้าหลายชุดเราก็จะแจก “ถุงผ้า” ให้พวกเขาใส่ของ เอ่อ ความจริงมันคือปลอกหมอน อาจจะมีชาวเขาที่ทันสมัยมีหมอนขนาดใหญ่อย่างที่ชาวพื้นราบเขาใช้ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ ๆ หลายคนน่าจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่ถุงผ้า นี่ประธานนิวก็ได้ป่าวประกาศให้กับชาวบ้านให้เข้าใจว่าเป็นถุงผ้าด้วยนะครับ

                กิจกรรมสอยดาวมีรางวัลมากมาย และเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาก็ใกล้จะหมดแล้ว เราเลยเปิดให้เลือกได้ตามใจชอบ แต่ที่มาพีคเอาช่วงสุดท้ายคือการแจกผ้าห่ม เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแจกผ้าห่มนี่ก็ช่างสรรหาอะไรมาให้ชาวบ้านเขาทำ คือให้ไม่แจกแบบธรรมดา แจกแบบต้องมีข้อแลกเปลี่ยน งานนี้เสร็จแก้งค์สามสหายกลายพันธุ์เหล่านั้น น้ำแข็ง อ๊อด นิล ระยะหลังนี่พวกนางอยากให้เรียกว่าแก้งค์นางฟ้า หรือกินรีอะไรไปโน่น  แต่อะไรก็ช่างเรื่องความสามารถของพวกนางนี่ต้องยอมรับ งานนี้พวกนางจัดประกวดเต้นสิครับ มีอะไรท่าไหนจัดหนักจัดเต็ม คือนอกจากจะให้คนเล่นแข่งกันเองแล้ว ยังจะให้แข่งกับพวกนางเต้นอีกนะครับ ที่ประหลาดใจไปกว่านั้น ชาวบ้านทั้งเด็กและคนแก่รุ่นคุณย่าคุณยาย ยอมกันเสียที่ไหน ออกมาวาดลวดลายเต้นให้น้ำหมากกระจายกันไปคนละทิศละทาง บาปกรรมนะพวกนางทั้ง 3 เนี่ยะ หลอกทั้งเด็กและคนแก่ แต่สุดท้ายก็ได้รางวัลกันไปพร้อมร้อยยิ้มอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน

                มีอยู่ช่วงหนึ่ง ตชด. คือ สิบเอกโกศล วิ่งหน้าตื่นมากลางงาน พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยวัยขวบเศษมาด้วย “คุณหมอครับ ๆ ช่วยด้วยครับ เด็กโดนหมากัดครับ” คือแบบว่าทุกคนกำลังอินกับการเต้นของคุณป้าย่ายาย ไม่ได้สนใจคุณ ตชด. นี้เท่าไหร่นัก ประธานนิว นี่รีบบอกเลยว่าให้เข้าไปข้างใน (คือเราเล่นเกมลานข้างศูนย์) หมอขวัญเลยช่วยดูแลและรักษาให้เรียบร้อย

                ตอนที่แจกเสื้อผ้า ยายคนหนึ่งเล่นเกมได้สิทธิ์รับเสื้อผ้า 1 ตัว ยายแกมาเลือก ๆ ค้น ๆ ในกองเสื้อผ้า ผมเห็น สอ. โกศล ช่วยดูแล สักพัก ยายเลือกชุดมาชุดหนึ่งเป็นชุดสีแดง แล้วก็สวมเลย เห็น สอ. โกศล ช่วยยายสวมอย่างทุลักทุเล สุดท้าย ยายก็เด่นสง่าด้วยชุดราตรีสีแดง เข้ากับสีปากน้ำหมากติดแดง ๆ เหมือนกัน ทำเอาทีมงานต่างยิ้มกันถ้วนหน้า เอาไว้ใส่ไปไร่ไปนา หรืออยู่บ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานก็ยังดีนะครับยาย

                งานกิจกรรมเสร็จสิ้นลงไปราวบ่าย 4 โมง วันนี้มีเวลาว่างเล็กน้อย ผม อ๊อด และนิล หมายมั่นว่าจะไปตามหาทุ่งนาขั้นบันไดที่มองเห็นลิบ ๆ จากยอดเขาเมื่อวาน จะคึ รับปากว่าจะพาไป อ๊อดได้จัดเสบียงไปด้วยเล็กน้อย เราไปกันรวม 6 คนเพราะมีเพื่อนจะคึและพี่เก๋ไปด้วย สอบถามครูแล้วว่าสถานที่อยู่ไม่ไกล แค่พ้นป่าถัดจากโรงเรียนไปก็ถึงแล้ว  จะคึพาเดินลัดเลาะไปตามชายฝั่ง แล้วเดินขึ้นไปลัดป่าทะลุออกทุ่งนาในระยะทางที่ไม่ไกลจริง ๆ ปกติ ความใกล้ไกลของคนแถวนี้หาเชื่อได้ไม่

                ทุ่งนามีทำเลอยู่ตามเชิงเขา จะลดหลั่นตามระดับความชัน จึงมองเห็นเป็นขั้นบันได แต่น่าเสียดายว่า ข้าวเพิ่งถูกเก็บเกี่ยวไปเมื่อไม่นานมานี้ และทุ่งนานี้คงจะเป็นแหล่งผลิตข้าวนาของชาวบ้านแถวนี้ ส่วนที่เหลือจะใช้พื้นที่ภูเขาปลูกข้าวไร่ ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ใช้น้ำน้อย อายุเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 3 เดือนหลังจากปลูก วิธีปลูกก็จะใช้ไม้กระทุ้งดินให้เป็นหลุมเท่าด้ามจอบด้ามเสียม แล้วหยอดข้าวเปลือกลงไป กลบดิน เมื่อฝนตก ข้าวก็จะงอกขึ้นมา ข้าวไร่มีศัตรูเยอะ ไม่ว่าจะเป็น นกและหนู เพราะไม่ได้ปลูกในนา อีกทั้งมีกลิ่นหอม พวกสัตว์ชอบ สมัยเป็นเด็กเคยช่วยพ่อปลูก ตอนที่ข้าวเริ่มเหลือง ต้องคอยไล่นกด้วย กว่าจะได้เก็บเกี่ยว

                กลับมาที่ทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้วของบ้านพะละอึ มีรอยของฟางข้าวเป็นมัดเล็ก ๆ ที่ถูกตีเอาข้าวเปลือกออกแล้ว ผมเดินนำหน้าห่างออกไป และถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย ๆ หันกลับมาเห็นนางไปหาไม้มาจากไหนก็ไม่รู้ มาร้อยฟางข้าวหาบเดินไปทั่วทุ่งเลย นี่นางได้รับรางวัลทุกตำแหน่งแล้ว ไม่เว้นแต่นางงามฟางข้าว ขวัญใจชาวนาพะละอึ  ผมก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ นำหน้าออกไป แต่นำห่างไปหน่อย มีทางเดินวนกลับหมู่บ้านอีกทางหนึ่ง ก็เลยไปรออยู่ใต้ต้นใหม่ รออยู่นานสองนาน กว่าจะได้ยินเสียงคุยกันมาตามทาง พอเจอก็ตกใจเล็กน้อย พวกนางเปียกปอนไปด้วยกันทั้ง 3 คน พวกนางบอกว่าเห็นน้ำใสเลยแปลงกายเป็นกินรีลงเล่นน้ำ รวมถึงจะคึอีกคน ยอมใจกับพวกนางเหลือเกิน หลังจากนั้นพวกเราก็เดินกลับที่พัก ซึ่งอยู่ไม่หางจากทุ่งนา

                เมื่อกลับมาถึงผมจัดแจงอาบน้ำเรียบร้อย แต่พวงนางยังไปต่อครับ เล่นแม่น้ำสาละวิน เล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดกับทีมงาน พอดีผมอาบน้ำแล้วเลยไม่อยากลงไปจึงได้แต่นั่งมองอยู่บนฝั่ง นั่งคุยเล่นกับทีมงานคนอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ทีมงานหลังบ้านอีกอย่างหนึ่งคือ งานล้างจาน ทีมงานนี้ผมต้องขอยกย่องคุณเก๋ (หญิง – แต่เก๋เพื่อนผมเป็นผู้ชาย) เดินไปหลังอาคารทีไรก็จะเห็นเธอนั่งอยู่ตรงที่อ่างล้าง และเธอจะรับหน้าที่นี้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่วันมา แม้จะมีคนอื่นมาช่วยหรือล้างภาชนะที่ตนรับผิดชอบก็ตาม แต่หลัก ๆ แล้ว คุณเก๋เธอจะประจำอยู่ที่อ่างล้างเลยก็ว่าได้ ต้องขอชื่นชมในความรับผิดชอบของงานของเธอเป็นอย่างมากครับ

                หลังจากที่ทีมงานไปออกกำลังกันมาเรียบร้อยแล้ว อาหารได้ลำเลียงออกมาตั้งอย่างพร้อมสรรพ ดูเหมือนทีมครัวจะมีความสุขมากที่ได้ทำอาหารแต่ละมื้อแต่ละอย่างออกมาให้พวกเราได้ลิ้มลองรับประทานกัน วันนี้มีวุ้นมะพร้าวอ่อนที่ชาวบ้านเอามะพร้าวมาให้ เจ้านางนนท์นี่และทีมครัวก็จัดให้สิครับ ในทีมของเรามีหนุ่มร่างงามกำลังสร้างกล้ามเนื้ออยู่คนหนึ่งนามว่า ต้น มาเจอครัวของกลุ่มอาสานี้เข้าไป ต้น ถึงกับยอมสยบ ไม่สนใจแล้วว่าต้องกินตามสูตรสร้างกล้ามเนื้อ คาโบไฮเดรตเท่าไหร่ โปรตีนเท่าไหร่ เห็นเดินไปตักข้าวได้เรื่อย ๆ

                หลังอาหารค่ำวันนี้ เรามีกิจกรรมที่หาดทรายอีกคืนหนึ่ง เราทยอยเดินลงไปจับจองพื้นที่ กองไฟเริ่มประทุขึ้นอีกครั้ง อากาศไม่ได้หนาวเย็นอย่างที่คิดหรอกครับ แต่เราก่อกองไฟเพื่อใช้แสงสว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ และนั่งอยู่ห่างจากกองไฟพอประมาณ ค่ำคืนนี้เราก็นั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ แต่มีความรู้สึกที่คุ้นเคยกันมากขึ้น กลุ่มคนที่คอยขับเคลื่อนเปลี่ยนบรรยากาศก็คือพวกสามสหาย โดยเฉพาะอ๊อดและน้ำแข็ง ไม่รู้ว่าพวกนางไปโดนตัวไหนมา พลังงานเหลือล้นทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งงานราษฎร์งานหลวง คืนนี้พวกนางก็คึกยิ่งกว่าคืนก่อน คุยกันไปคุยกันมา กลายเป็นให้รุ่นพี่และรุ่นน้องออกมาแสดง รุ่นพี่ก็มีเจ้านาง พี่โอ๋ พี่แฮม พี่นิว ป้าอี๊ด พี่เขียว แล้วมาเต้นเพลงวัยรุ่น ทำเอาฮากันทั้งคณะ แต่ที่ฮายิ่งกว่าเมื่อรุ่นน้อง ถูกรับน้องด้วยการเต้นเหมือนกัน แต่คนที่นำเสนอก็คืออ๊อดและน้ำแข็งซึ่งถนัดอยู่แล้ว ขำกันจนฉี่เล็ดเลยก็ว่าได้นะครับ งานนี้ 16 ปีที่กลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้าได้ดำเนินกิจกรรมมา ถึงตอนนี้ เจ้านางนนท์นี่ถึงกับเอ่ยปากมอบมงกุฎให้กับพวกนางทั้ง 3 กันเลยทีเดียว

ราตรีนี้เราจบลงด้วยความสุขสนุกสนาน ทุกคนต่างก็มีความเป็นกันเอง ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีการเปรียบเทียบว่าใครสูงต่ำด้วยคุณวุฒิใด ๆ เราเป็นเหมือนคณะทำงานที่มีหน้าที่ในการอาสาทำเพื่อชุมชน เพื่อเติมเต็มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำ พวกเรามีความเสมอภาคในการทำความดี ในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อสังคม เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนอื่น ๆ  แต่ผมก็ยังคงนับถือในความเป็นอาวุโสและเป็นรุ่นพี่ของทุก ๆ คนด้วยความเคารพ

ในโลกของความเป็นมนุษย์ เรามีสิทธิ์รับรู้และอยู่บนโลกได้เพียงระยะสั้น ๆ ในชั่วระยะเวลาของการดำรงอยู่นั้น ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้ชีวิต จะอยู่ จะเป็น จะดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลมี “ใจ” เป็นที่ตั้ง เป็นตัวนำทาง เมื่อใจใฝ่ไปในทางใด จะถูกกำหนดให้มีการกระทำ และมีผลไปตามนั้น ความสุขของการมีชีวิตอยู่นั้นจึงถูกบัญญัติไปตามความต้องการของใจที่เป็นที่ตั้ง มันจึงมีความหมายแตกต่างกันไป ความสุขของบางคนเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ และอยู่คงนาน ความสุขของบางคนเกิดขึ้นยาก กฎแห่งการมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีอะไรตายตัว ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรได้ดั่งใจ และไม่มีอะไรเป็นของเราถาวร  ความสุขของผมไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก แค่ใจเราเป็นสุขและได้แบ่งปันความสุขเหล่านั้นให้กับคนรอบข้างก็เท่านั้นเอง

ขอบคุณทีมงานทุกท่าน

ขอบคุณภาพจากทีมงาน

ขอบคุณเจ้าหน้าที่และชาวบ้านพะละอึ

พบกันอีกครั้งในตอนต่อไปครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 16/12/2018 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบพระคุณมากครับ Wullopp

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 16/12/2018 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้ชาวสาละวิน
ชาวเมียนมาร์ ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทย
และ
ทีมงานทุกๆ ท่าน
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน

ขอแสดงความชื่นชม
กราบอนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน