*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 561659
  • จำนวนผู้โหวต : 477
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม 2562
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 723 , 20:28:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สาละวิน  62  ตอนที่ 1 การเดินทางที่แสนวิเศษ

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562

ราวเกือบจะเจ็ดโมงครึ่ง รถทัวร์ที่วิ่งมาจากต้นทางแม่สะเรียง ก็มาถึงจุดจอดที่แยกรังสิต ผมงัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนหน้านี้เล็กน้อย แม้อยากจะนอนต่อ แต่ก็กลัวจะเลยจุดที่จะลง เลยต้องลุกมานั่งที่นั่งว่างแถวแรก ๆ รถใช้เวลาวิ่งจากต้นทางราวเกือบ 12 ชั่วโมง ผมก็หลับ ๆ ตื่น ๆ มาตามทาง การนอนบนรถในบางเส้นทางไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางคน เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ผมก้าวลงจากรถและรับสัมภาระ ก่อนจะเดินไปหารถแทกซี่ซึ่งวิ่งรอรับอยู่ตรงหน้าฟิวเจอร์ โบกรถได้คันหนึ่งซึ่งก็นับว่าโชคดี ที่เขาไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ฟิวเจอร์ถึงคลอง 3 นั้นแค่ราว 7 กิโลเมตรเท่านั้นเอง คุยกับคนขับแทกซี่ได้ไม่เท่าไหร่ก็ถึงบ้านแล้ว

ผมจัดแจงข้าวของของตัวเอง นำเสื้อผ้าไปซัก แล้วก็อาบน้ำเรียบร้อย ก่อนจะลงมากินข้าวต้มที่ที่บ้านทำไว้ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันทำงาน แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนเพลียและไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ดูท่าทางจะไม่ค่อยดีตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น จึงกินยาดักไว้ วันนี้ก็ยังเพลีย ๆ อยู่ เลยลางานตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ขอพักผ่อนที่บ้านสักหนึ่งวัน บ้านซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยทุกอย่างในสังคมเมือง มีไฟฟ้า มีเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า ซึ่งแตกต่างจากดินแดนที่ไปเยือนมาเมื่อ 2 วันก่อน ไม่มีแสงสี ไม่มีไฟฟ้าถาวร และเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ แต่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ แม้จะเป็นชนกลุ่มน้อยอยู่บนเขาบนดอยห่างไกล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและความเผื่อแผ่แก่เพื่อนมนุษย์ เราจึงดั้นด้นไป ความเคยชินในเมืองอันเรียกว่า “เจริญ” นั้น ทำให้เราลืมความลำบาก ลืมสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเคยมีเช่นนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษแห่งความเป็นมนุษย์ ความเจริญทำให้เราไม่อยากที่จะเผชิญกับสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่เป็นธรรมดาของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ภูมิประเทศที่ไม่มีหนทางสำหรับยานพาหนะสัญจร

ผมมานั่งอยู่หน้าจอทีวี แล้วเอาคอมพิวเตอร์มานั่งเล่นไปเรื่อย ๆ เมื่อ 2 วันก่อนกับวันนี้ มันเหมือนคนละโลกจริง ๆ โลกในเมืองมันช่างเต็มไปด้วยความสบาย และความสบายนี่เอง ทำให้เราขี้เกียจจนไม่อยากจะทำอะไร ทำให้เราขี้ขลาดที่จะต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง โดยเลี่ยงไปทำในสิ่งที่ง่าย สะดวก และเราก็หลงในความสะดวกสบายนั้นว่าเป็นความสุข นี่ผมเมารถ หรือเมายาแก้หวัด หรือยังไม่สามารถปรับระบบประสาทความคิดจากภพหนึ่งมายังภพปัจจุบัน

ผมไปไหนมา....ร่องรอยความทรงจำยังคงคละคลุ้งไปด้วยภาพที่ยังไม่ได้เรียบเรียง เหมือนจะเบลอ ๆ จากสภาวะเปลี่ยนภพกระทันหันด้วยระบบการย้ายสะสารที่มีระบบการเดินทางไม่ดีพอหรือเปล่า ผมลุกไปกดน้ำร้อนในกาต้มน้ำซัดกาแฟไป 2-3 ช้อน เมื่อวานตอนเช้าผมยังก่อฟืนแล้วต้มน้ำด้วยกาต้มน้ำดำ ๆ อยู่เลย

ผมหายไปไหนมา.....4-8 ธันวาคม 2562 คือกำหนดการการทำกิจกรรมค่ายอาสา ของกลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้าฯ ซึ่งผมได้เข้าร่วมในปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ พะละอึ สบเมย แม่ฮ่องสอน ในครั้งนั้นเป็น “เสียงเพรียกหาจากสาละวิน” เนื่องจากผมเคยไปสาละวินมาแล้ว 2-3 ครั้ง จากที่เคยอ่านนวนิยายของท่านวสิษฐ์ เดชกุญชร และชมภาพยนต์เรื่อง “สาละวิน” ที่นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี อิทธิพลของสองสิ่งนี้ ทำให้ผมปรารถนาจะได้มาเห็น และแน่นอนเลยทีเดียว ผมเป็นคนที่ “นึกสิ่งใดได้สมปรารถนา” จริง ๆ ครับ ผมได้มาสาละวินโดยไม่ได้คาดหวัง และมาบ่อยจนได้นั่งเรือขึ้นล่องสาละวินหลายรอบ การวางแผนทำกิจกรรมค่ายอาสาในครั้งนี้ เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ช่วงกลางปี ในไลน์กลุ่มก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงก่อนจะถึงกำหนดเดินทางสองสามเดือน การเตรียมงานในครั้งนี้ค่อนข้างพร้อม ผมรับผิดชอบในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องปริ้นเตอร์ จำนวน 1 ชุด นอกจากนี้ยังมีมุ้งอีก 10 หลัง โดยจัดส่งไปก่อนล่วงหน้า

สถานที่ที่เราจะไปนี้ทางคณะฯ ได้ทำการสำรวจตรวจสอบถึงความต้องการ และข้อมูลต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน การประสานงานอาจจะไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากเป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลและกันดารมาก ในขั้นตอนนี้ผมไม่ทราบรายละเอียด แต่รู้สึกว่า ทีมงานได้ทำงานอย่างหนักและใส่ใจในหลาย ๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง การซื้อตั๋วรถทัวร์ทั้งไปและกลับ ข้อมูลการเตรียมตัวส่วนบุคคล

การเดินทางเพื่อถึงจุดหมายในครั้งนี้คือ จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เราออกเดินทางตั้งแต่เย็นวันที่ 4 ธันวาคม 62 ผมต้องลางาน 2 ชั่วโมงในวันนั้น เพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถให้ทันในเวลา 6 โมงเย็น ผู้โดยสารในคันนี้มี 24 ที่นั่ง คณะเราไปกันถึง 23คนด้วยกัน ส่วนที่เหลือมีเดินทางไปสมทบกันที่แม่สะเรียง ทั้งที่เดินทางโดยการขับรถไปเอง หรือมาจากเชียงใหม่ รวม ๆ แล้วประมาณ 40 กว่าชีวิต ในส่วนของผมมีเพื่อนชุดเดิมคือ เก๋ ซึ่งเดินทางไปล่วงหน้ากับ น้ำแข็ง และอ๊อด โดยขับรถไป และปีนี้ผมได้ชวน พี่เมฆ ที่รู้จักกันจากการไปทำกิจกรรมกลางปีที่ผ่านมา และพี่เมฆก็ชวนน้องแพน ซึ่งผมยังไม่เคยรู้จักไปด้วย ทั้งสองเป็นนักเดินป่า คือเขาพรรณนาไว้อย่างนั้น

การเดินทางย่อมมีอุปสรรค เมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่ท่ารถทัวร์ และรถได้เวลาจะออกแล้ว เหลือผู้โดยสารเพียง 2 คน เขาจึงประกาศว่า “แอ๊ดเท่นชั่นพลีส แอ๊ดเท่นชั่นพลีส....” แปลเป็นไทยว่า “ท่านผู้โดยสารโดดพลาด ท่านผู้โดยสารโดดพลาด...ประกาศเป็นครั้งสุดท้าย ผู้โดยสารที่ชื่อ เมฆ กับ แพน โปรดมาที่รถทัวร์กรุงเทพฯ แม่สะเรียงด่วน” ผมนี่ใจคอไม่ดีเลย เพราะทั้งสองคือลูกทีมผมเอง ลงมายืนข้างรถ อ่านข้อความในไลน์ พี่เมฆบอกว่ากำลังเดินทางมาโดยแทกซี่ มองเห็นปั๊ม ปตท. แล้ว 

“คุณพระ” ผมอุทานในใจ รถติดทำไมไม่นั่งมอเตอร์ไซค์มา คือพี่แกนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีหมอชิต แล้วต่อรถมาที่ “สมบัติทัวร์” ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก แต่เนื่องจากว่าเป็นวันที่จะหยุดยาว รถเลยเยอะกว่าปกติ

“พี่เมฆ อยู่ไหนแล้วครับ” ผมโทรถาม

“อยู่หน้าปั๊ม ปตท. จะถึงละ”

“พี่ลงเดินเลยครับ พี่อยู่หน้าปั้ม ปตท. มา 10 นาทีแล้ว เร็ว ๆๆ รถจะไม่รอแล้วนะ” เรื่องแบบนี้ถนัดนัก ผมเร่งให้พี่แกรีบมา จริง ๆ มันก็เลยเวลารถออกมาราวสิบนาที สักพักแกก็โทรมาด้วยเสียงหอบเหนื่อย บอกว่ามาถึงแล้ว ตอนนั้นมันเริ่มโพล้เพล้แล้ว มันมีรถจอดอยู่หลายคัน คือ แกหารถไม่เจอ ผมต้องบอกให้วิ่งมาข้างใน จนได้เจอกัน แล้วแกก็มานั่งหอบอยู่บนรถ พร้อมกันนั้นผมก็ได้เจอน้อง แพน ที่มาด้วย สาวสวยที่มากับความมืด พอขึ้นรถได้ ก็ออกเดินทางไปยังจุดหมาย

ความจริงผมเพิ่งเคยเจอพี่เมฆแค่สองครั้งตอนไปบริจาคของให้เด็ก ๆ เลยไม่รู้ว่าพี่เมฆเป็นใคร เมื่อรถวิ่งไปได้สักระยะ ผู้คนในรถก็ต่างพากันทำกิจกรรมตามอัธยาศัย จะดูหนังฟังเพลงก็ว่ากันไป ส่วนผมก็กะจะนอน แต่ยังไม่ทันจะได้นอน พี่เมฆได้เข้าสู่นิทราแล้ว อะไรกันนี่ ตะกี้ยังวิ่งมานั่งหอบอยู่เลย พอแกนอนก็ไม่นอนเปล่า มีเสียงกรนด้วย ผมก็เลยเอาผ้าห่มคลุมหัวนอนไปอย่างนั้นแหละครับ เราก็ฝึกสติสมาธิปัญญากันไป พุธโธ ๆๆ ไปเรื่อย ๆ

ผมได้เคลิ้มหลับไปสักพัก จนมาตื่นตอนที่รถวิ่งเข้าจอด แล้วมีเสียงพูดคุยกันอื้ออึงมาจากเบาะหลัง ๆ ก็กลุ่มพวกเรากันเองนี่แหละครับ เหมือนว่ารถจะจอดไหม จะได้ลงไหม ถึงจุดพักแล้วหรือยัง อะไรประมาณนี้แหละครับ แต่ปรากฎว่า รถมาจอดเชคเวลาเฉย ๆ และต่อมาวันหลัง ๆ ได้ยินว่า รถขับเลยจุดเชคแล้วย้อนกลับมาใหม่ คณะเธอทั้งหลายก็จ้องจะลงรถอยู่อย่างเดียวเลย  จนรถมาจอด ณ จุดพักรถที่กำแพงเพชร ก็เลยได้ลงกันสมใจ ผมตื่นมาพร้อมกับหูอื้อไปพักหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเสียงรถหรอก เพราะเสียงกรนของพี่เมฆนี่แหละ แต่ก็ยังดีที่หลับไปได้นิดหนึ่ง

หลังจากที่ไม่ได้เดินทางโดยรถทัวร์นาน เลยเห็นความเปลี่ยนแปลงของรถทัวร์ วีไอพี ไม่มีสาวแอร์บัสคอยให้บริการเหมือนแต่ก่อน เพราะมีคลิปแนะนำอยู่ที่จอมอนิเตอร์ตรงเบาะพิงอยู่แล้ว พอรถจอดก็มีเพียงเสียงตะโกนจากหนุ่มเด็กรถว่า จอดรับประทานอาหาร 20 นาที ด้วยสำเนียงแปล่ง ๆ อาหารสำหรับรถวีไอพี หรูหรามาก เป็นแบบบุฟเฟ่ ข้าวต้ม พร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย อาหารหลายอย่าง ข้าว และราดหน้า มีสารพัด ตอนแรกผมก็กะจะไม่กินละ เพราะมันดึกแล้ว 5ทุ่มกว่า แต่ก็อดไม่ได้ เพราะรายการอาหารเยอะแยะยั่วยวนใจ เลยจัดไปหนึ่งอิ่ม ก่อนจะออกเดินทางต่อไป

ระยะทางจากต้นทางมาถึงจุดนี้ นอนสบายครับ แต่ระยะทางหลังจากนี้ไปถึงแม่สะเรียงนี่สิครับ ไม่คิดไม่ฝัน ระหว่างเดินทางรับรู้ได้ถึงแรงเหวี่ยงและแรงสั่นสะเทือนของรถไปมา “อย่างแรง” แรงแค่ไหน พิสูจน์ได้เมื่อรถมาถึงปลายทางที่แม่สะเรียง ผมก็หลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทาง เพราะมีอุปสรรคมากมาย พอถึงเวลาลง ผมหันหลังไปดูตามทางเดินบนรถ ปรากฎว่าของกระจัดกระจายเกลื่อนกราด ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า ขวดน้ำ ขนมนมเนย ของใครเป็นของใครก็ไม่รู้ ถึงขนาดต้องประกาศหารองเท้ากันเลยทีเดียว อีกอย่างหนึ่งแอร์บนรถก็หนาวเย็น จนผมฝันว่าหิมะตก พระเจ้า มันอะไรกันนี่

รถมาถึงปลายทางตามเวลาที่กำหนดคือ 6 โมงเช้า ทุกคนขนสัมภาระลงจากรถแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตา มีรถกระบะมารอรับพวกเราจำนวน 5คันด้วยกัน แล้วเราก็ออกเดินทางต่อไปยังท่าเรือแม่สามแลบ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเดินทาง และเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของจุดหมายที่เรากำลังจะไป ยังเหลืออีกยาวไกลกว่าจะไปถึงจุดหมาย ถึงกระนั้น บางคนก็ยังใช้เวลาเดินทางมาถึงจุดที่รวมตัวกันนี้ มากกว่าคนอื่น ๆ อีกเป็นไหน ๆ นั่นก็คือ พี่เขียวจากพัทลุง พี่ท่านเดินทางมาก่อนหน้านี้ 1 วันกับอีก 1 คืน บนรถไฟ เมื่อรวมกับรถบัสก็อีก 1 คืน รวมแล้วถึงจุดนี้ พี่เขียวเดินทางมา 2 คืนกับอีก 1 วัน ยังเหลือระยะทางอีกราว 1 วันจะถึงจุดหมาย

ก่อนเดินทาง 2-3 วัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า อุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาฯ ในช่วงอีก 1 อาทิตย์ ที่จะมาถึง ช่างเหมาะเจาะกับช่วงเวลาที่พวกเราจะเดินทางมาทำกิจกรรมกัน พอลงจากรถก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก 16 องศา แม้จะเป็นธรรมดา แต่ก่อนหน้านี้ ภาคกลางอุณหภูมิอยู่ราว ๆ 26 องศา เปลี่ยนทันใด 10 องศา

ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเอ่ยถึงกลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้าฯ อย่างเป็นทางการเลย เท่าที่ได้ยินการเล่าขานจากประธานกลุ่มจับใจความได้ว่า กลุ่มนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมสาธารณะ โดยจะเน้นการเข้าไปในพื้นที่กันดาร มีการทำงานที่โปร่งใส สำหรับคนที่มีใจกุศล แล้วก็ได้ดำเนินกิจกรรมนี้ยาวนานมากว่าสิบ ๆ ปี ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้ง มีสมาชิกร่วมงานแต่ละครั้งราว ๒๐-๔๐ คน สลับสับเปลี่ยนกันไป แต่จะมีหลาย ๆ ท่านที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม เช่นท่านประธาน นิว จะไปร่วมกิจกรรมและเป็นผู้ดำเนินการประสานงานต่าง ๆ มาโดยตลอด กลุ่มฯ จะมีกิจกรรมหลักคือ มีคณะแพทย์ พยาบาลไปร่วมด้วย จึงมีการตรวจสุขภาพชาวบ้านและรักษาเบื้องต้น พร้อมทั้งจ่ายยาให้ จึงพอจะแยกงานหลัก ๆ ได้ ๔ ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่

-           งานสาธารณสุข ตรวจสุขภาพ รักษาเบื้องต้น จ่ายยา โดยทีมแพทย์ และ พยาบาล

-           งานกิจกรรมสันทนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็ก ได้แก่ เล่นเกมส์ ศิลปะประดิษฐ์ การดูแลความสะอาดร่างกาย 

-           งานกิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไป ได้แก่ กิจกรรมสอยดาว กิจกรรมเล่นเกมส์ สอนทำน้ำยาล้างจานเป็นต้น

-           งานครัว ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำตลอดทั้งทริป เพราะต้องเลี้ยงทั้งทีมงาน เด็ก ๆ และชาวบ้าน

คณะทำงานของเราจึงแบ่งไปตามความถนัด หรือ ที่คิดว่าตนเองถนัด ถ้าใครไม่ถนัดอะไรเลย ก็จะเป็นทีมซัพพอร์ต มีอะไรทำได้ก็ช่วยกันทำ สนุกสนานกันไป

ในคืนแรก เราใช้เวลา ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ บนรถทัวร์ ยังไม่ถึงครึ่งทางตามจุดหมายที่เราจะไป อำเภอแม่สะเรียงเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีทั้งหมด ๗ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอปาย อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอสบเมย อำเภอปางมะผ้า เป็นจังหวัดที่แยกตัวออกมาจากเชียงใหม่ ทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับพม่า โดยใช้แม่น้ำสาละวิน เป็นเขตพรมแดนประเทศ มีประชากรหนาแน่นน้อยที่สุดของประเทศคือ ๒๒ คนต่อ ตร.กม. มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ นอกนั้นเป็นชาวไทยวน กะเหรี่ยง มูเซอ ลีซอ ลัวะ ม้ง ฮ่อ ปะโอ และอื่น  (รวมประมาณ ๒๘๒,๐๐๐ กว่าคน) 

จุดหมายปลายทางของเราก็คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ๙๐๕  จอปร่าคี ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  อยู่ห่างจากชายแดนพม่าเพียงไม่กี่กิโลเมตร ทางสัญจรติดต่อหมู่บ้านนี้ได้แก่ การเดินเท้า และมอเตอร์ไซค์วิบาก อย่างพวกเราก็มีทางเลือกเดียวคือ การเดินเท้าเข้าไป ตามกำหนดเดิมจากจุดจอดรถทัวร์แม่สะเรียง เราจะไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ สบแงะ แต่ด้วยความไม่สะดวกหลายประการ เราจึงเปลี่ยนเส้นทางที่น่าจะสะดวกกว่า คือไปขึ้นเรือที่ ท่าเรือแม่สามแลบ ห่างจากแม่สะเรียงราว ๔๐ กม. เราจึงเหมารถกระบะขนของและบรรทุกคนไปทั้งหมด ๕ คัน  ทางไปแม่สามแลบนั้น เมื่อหลายปีก่อนเป็นทางดินลูกรัง รถวิ่งผ่านถ้าเรานั่งด้านหลังก็ไม่ต่างจากเกิดเป็นฝรั่งอีกหนึ่งชาติภพ เพราะฝุ่นแดงจะเกาะตัวเราไปโดยปริยาย และแต่ก่อนใช้เวลาเดินทางราว ๒ ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ทางดีขึ้นมาก ลาดยางรถวิ่งสบายใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง 

หลังจากล้างหน้าล้างตาและรวมพลกันได้แล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อเลย อาหารเช้าก็เอาของที่ได้จากรถทัวร์ติดไปด้วย แต่ทางทีมงานได้เตรียมข้าวกล่องไว้ให้รับประทานในเรือ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามกันตอนต่อไปครับ

 

ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกท่าน

ขอบคุณคณะทำงานกลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้า

ขอบคุณภาพจากคุณนี้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 15/12/2019 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณ เจ้าหญิงครับ

ความคิดเห็นที่ 4 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 13/12/2019 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ คุณมัชฌิมาปกรณ์
ดีใจที่เห็นคุณกลับมาอีกพร้อมกับ สาละวิน
เดี๋ยวจะกลับมาละเลียดอ่านนะคะ ..กำลังจะโพสต์เรื่องคนโอเค..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 13/12/2019 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณแม่หมี ที่ยังคงติดตามมาโดยตลอดครับ

ความคิดเห็นที่ 2 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 13/12/2019 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

การหวลคืนสู่ชีวิตแบบเก่าๆ ท่ามกลางเสียงกรนของพี่เมฆ เสน่ห์ของการเดินทาง

พี่เมฆแกคงเหนื่อยที่ต้องวิ่งมาขึ้นรถ เลยเหนื่อยสลบเหมือดกรนสนั่น แก้แค้นที่เร่งให้แกวิ่งมาขึ้นรถ 555 ถือว่า เจ๊า

ความคิดเห็นที่ 1 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 13/12/2019 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลิน รู้สึกได้ว่าถ้าเป็นเราเดินทางแบบนี้ต้องสะบักสะบอมเป็นแน่แท่

บางทีเราอยู่ในจุดที่เราคิดว่าโอเคสะดวกสบาย ลองย้อนกลับไปอยู่ในที่ไม่สะดวกสบายบ้าง ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

บางเวลาแม่หมีย้อนกลับไปในอดีต วันที่ยังไม่มีหม้อหุงข้าว ยังหุงด้วยซึ้ง ยังใช้เตาถ่าน ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวต้องถือปิ่นโตไปซื้อ ไม่ต้องใช้ถุงพลาสติค หรือกล่องใส่อาหาร เราก็ยังผ่านมาได้ คิดแล้วก็อยากกลับไปแบบนั้นอีกมันได้ใจ และได้อารมณ์ที่คนรุ่นแม่หมีผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างสนุกสนาน ซักผ้าไม่ต้องใช้เครื่อง ไม่มีน้ำยาปรับผ้านุ่ม มันคือเสน่ห์ของอดีต เล่าให้ลูกฟัง ลูกงง บ้านเราไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า แม่หมีบอก ไม่ใช่บ้านเราไม่มี ยังไม่มีใครทำหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขาย โทรทัศน์ยังเป็นขาวดำ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน