*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 569213
  • จำนวนผู้โหวต : 477
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม 2562
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 566 , 21:54:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มัชฌิมาปกร , wullopp โหวตเรื่องนี้

สาละวิน ๖๒ (๕)   ปลูกความดีที่จอปร่าคี

                ใต้ร่มเงาไม้ที่สร้างความร่มเย็นให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ๙๐๕ จอปร่าคี แห่งนี้ ด้วยพระบารมีแห่งสมเด็จย่า และสมเด็จพระเทพฯ  ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ มีการศึกษา และได้ปลูกฝังความดีลงไปในจิตสำนึกของพวกเขาเหล่านั้น กลุ่มข้าวเปลือกต้นกล้าฯ ก็เช่นเดียวกัน พวกเรารวมกลุ่มกันด้วยจิตอาสา การทำกิจกรรมต้องเสียสละ ทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงทรัพย์ การออกค่ายแต่ละครั้ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องออกเงินซื้อทัวร์กันเองในแต่ละทริป มันไม่ได้ซื้อความสะดวกสบายหรอก แต่มันเป็นการกำจัดความเห็นแก่ตัว เป็นการฝึกระเบียบ ฝึกจิตใจ เป็นการเสียสละแบ่งปัน ฝึกให้ตัวเรารู้หน้าที่และใช้ความรู้ความสามารถของตนให้เป็นประโยชน์ รวมถึงการใช้เวลาอย่างมีค่า สิ่งเหล่านี้มันบอกมันสอนกันไม่ได้ มันถูกปลูกลงไปในใจแล้วต่างคนก็ต้องเลี้ยงต้นกล้านี้ให้อยู่รอดด้วยการกระทำ เมล็ดแห่งความดีถูกปลูกลงไปในจิตใจของทุก ๆ คนแล้ว มันจะเจริญงอกงามเติบโตหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ว่าเราได้หล่อเลี้ยงใส่ปุ๋ยพรวนดินรดน้ำสม่ำเสมอหรือเปล่า หากต้นกล้าแห่งความดีได้หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจแล้ว ความสุขความเจริญย่อมนำมาสู่ตัวเราและสังคม เพราะดอกผลแห่งความดีที่มีต่อตัวเราก็คือความอิ่มเอมใจ ความสุขใจ และขยายพันธุ์ออกไปด้วยการให้ การเสียสละ อย่างกิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่นี้ แม้ว่าเราไม่ได้คาดหวังว่าผลของการหว่านเมล็ดพันธุ์ในแต่ละครั้ง มันจะเหลือรอดหรือจะได้ต้นกล้าที่เติบใหญ่สักกี่ต้น แต่นั่นมันก็คือสิ่งที่เราได้ทำ เฉกเช่นเดียวกับป่าใหญ่มีไม้นานาพันธุ์ แม้จะไม่ใช่ไม้พันธุ์ดีมีค่า แต่ต้นไม้ทุกต้นก็รวมเป็นป่า ให้ความชุ่มชื้นและพึ่งพาอาศัยเกื้อหนุนกัน เถาวัลย์ก็พึ่งไม้ใหญ่ ไม้ใหญ่ก็พึ่งเถาวัลย์  จงอย่าเสียใจที่ไม่ได้เกิดเป็นดอกกุหลาบหรือซากุระ ขอให้เป็นดอกไม้ที่สวยที่สุดในเผ่าพันธุ์ของเราก็แล้วกัน

                ร่มไม้ใบบังสร้างความร่มเย็นให้เรา เด็ก ๆ เล่นเกมส์กันสุนกสนานใต้ต้นไม้นั้น ช่วงอาหารเที่ยงเราจะเลี้ยงเด็ก ๆ ก่อน ทีมงานจะได้กินทีหลัง ส่วนทีมงานก็ทยอยมากินข้าวเที่ยงกัน เมนูอาหารเที่ยงแม้จะไม่เลิศหรูอลังการ แต่ว่าทีมครัวเราก็ทำสุดฝีมือ ในข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและเครื่องปรุง ซึ่งเท่าที่ผมเข้าไปดูในครัวก็มีแต่เกลือและน้ำปลา ซอสปรุงรส เนื่องจากเครื่องปรุงอื่น ๆ ไม่ได้ถูกลำเลียงขึ้นมา อาหารจะทำเรื่อย ๆ จนกว่าจะเพียงพอต่อทีมงาน เมนูก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แม้จะไม่ใช่อาหารตามสั่ง แต่ก็ทำจนกว่าจะไม่มีคนกิน ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว (ปีที่แล้ว) ที่ผมเห็นความมหัศจรรย์ของทีมงาน โดยเฉพาะทีมครัว ที่ทำงานยิ่งกว่าเครื่องจักรหุ่นยนต์ คือเตาไม่เคยว่าง เพราะต้องทำตลอด ทำให้เด็ก ทำให้ทีมงาน ทำเผื่อชาวบ้านด้วย แต่ครั้งนี้เรามีวัตถุดิบไม่พร้อม ทางครัวเลยใช้วิธีประยุกต์อาหารด้วยศิลปะทางด้านคหกรรมศาสตร์ของทีม โดยเฉพาะพี่นนท์ พี่โอ๋ พี่หยัง พี่แฮม ป้าอี๊ด พี่ตุ๊ก  แต่ทว่า ไม่ว่าจะปรุงอาหารชนิดใดออกมาเสิร์ฟ ก็ไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง สมาชิกใหม่บอกว่าอาหารอร่อย อันนี้ผมรู้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วครับ เพราะเป็นครั้งแรกปีนี้เลยต้องมาอีก มากินอาหารในค่ายอาสาฯ นี้อร่อยเหาะ โดยเฉพาะปีนี้ ผัดกะหล่ำปลี ๓ มื้อติดกัน สำหรับอาหารเที่ยงมื้อนี้มีเมนูหลักคือ ผัดหมี่ ถัดมาจะเป็นผัดผักรวม หมูทอด เป็นต้น

ภาพบน น้องแลบลิ้น ตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยอ๊อด

น้

(ภาพบน น้ำแข็งตรวจสุขภาพน้อง ๆ)

 

                เราแทบจะไม่มีเวลาพักกันเลย เพราะในขณะที่เราพัก เด็ก ๆ ก็จะว่าง คนไข้ก็จะรอตรวจ ทีมงานเลยต้องทำงานกันต่อไป ฝ่ายคุณหมอและทีมงานสุขภาพ ย้ายสถานที่ลงมาหลบแดดตอนช่วงบ่าย หลังจากที่เราพักเที่ยงกันเพียงเล็กน้อย ณ จุดนี้มีเรื่องขำ ๆ เล็กน้อย คือน้องพยาบาลสาว ก็เตรียมตัวสอบประวัติเบื้องต้น และคัดกรองผู้ป่วย ซึ่งจะมีการชั่งน้ำหนัก คนไข้หญิงรายหนึ่งเดินมาขึ้นชั่ง น้ำหนักอยู่ที่ ๓๐ กว่ากิโลกรัมเท่านั้น เธอก็ตกใจว่าทำไมน้ำหนักน้อยจัง ผมอยู่ตรงนั้นพอดี เลยชั่งดูบ้าง มันก็ไม่ตรง สรุปว่า พื้นไม่เสมอครับ เพราะเราย้ายมาตรงพื้นดิน ตอนแรกทำตรงอาคารหน้าห้องพยาบาล

ส่วนประธานนิวก็วุ่น ๆ ช่วยงานและประสานงาน ควบคุมดูแลการดำเนินงานไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะงานลำเลียงของขึ้นมา ยังคงต้องตรวจสอบเป็นระยะ ๆ คาดว่ารอบสุดท้ายน่าจะไม่เกินบ่ายสอง ของที่ขนขึ้นมาก็ลุ้นกันว่าในถุงจะเป็นอะไร เนื่องจากการขนมันยากลำบาก บางทีคนขนเอาของไปรวมกันเป็นถุงเดียว หรือเอาไปแยกปนกับถุงอื่น ๆ ได้วัตถุดิบมาแต่ละอย่าง ทีมครัวดีใจเหมือนได้ทอง เท่าที่เห็น จะเป็นผักที่เป็นเครื่องเคียงของลาบ เมนูนี้ควรจะออกตั้งแต่มื้อแรก ๆ แต่น้ำพริกลาบ ข้าวคั่ว ผักต่าง ๆ อยู่ที่ท่าน้ำ ที่ห่างออกไป ๑๑ กม.กว่า เราไม่สามารถปรุงลาบที่นี่แล้วไปกินข้าวคั่วที่ท่าน้ำได้ อย่างไรก็ดี ข่าวดีก็คือ ตอนเย็นจะมีเมนูลาบ ตามแผนที่กำหนดไว้ได้ แม้จะไม่มีเครื่องปรุงบางชนิด แต่ก็มีผักแพว ผักสะระแหน่ แตงกวา เครื่องเคียงมาพร้อมแล้วครับ  ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการขนส่งคือ วัตถุดิบของเราจะมาในรูปแบบผิดรูปไปมาก เช่นมะเขือเทศที่บรรทุกมอเตอร์ไซค์วิบากมา ตอนซื้อก็เป็นลูกสวย ๆ นะครับ มาถึงนี่ นึกว่า ซอสมะเขือเทศ

                ช่วงบ่ายทีมน้ำแข็งและอ๊อดก็ยังเหมางานดูแลน้อง ๆ กันต่อ แต่ทีมหมอแจ้งว่า ให้ตรวจสุขภาพเบื้องต้นของเด็ก ๆ ด้วย เราจึงหยุดการละเล่นไปช่วงหนึ่ง หลังจากมีการเล่นเกมส์ปะแป้งกันไป ให้เด็ก ๆ เข้าแถวเรียงเดี่ยวมาตรวจร่างกาย อ๊อดและน้ำแข็งเป็นคนคัดกรองเบื้องต้น เพราะเขาก็ทำงานด้านนี้มาอยู่แล้ว เด็กบางคนมีแผลบาดเจ็บ แผลถลอก มีตุ่ม นอกจากนี้เรายังตรวจเจอ เหา  แต่เนื่องด้วยอุปกรณ์ ยา และเวลามีไม่เพียงพอ เราไม่สามารถรับมือกับ เหา ของเด็ก ๆ ในครั้งนี้ได้ คงได้เพียงแต่แนะนำการดูและรักษา เด็ก ๆ ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เราส่งตัวไปให้กับทีมงานตรวจ และให้คุณหมอรักษา เมื่อครบถ้วนแล้ว ก็กลับมาเล่นกันต่อ

                ช่วงเช้า ผมเห็นหมอฟาโรห์แบกแตงกลับมา ๒ ลูก เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ไปรักษาผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งก็มีประธานนิวและทีมงานไปด้วย ชาวบ้านเลยตอบแทนด้วยแตงไทยเป็นค่ารักษาพยาบาล เสียดายที่น้ำตาลเรายังอยู่ที่ท่าน้ำ ไม่งั้นคงจะมีเมนูของหวานเพิ่มเติม

                ส่วนผมช่วงบ่ายมีมาช่วยงานครัว เตรียมผัก และทำการหุงข้าวเพิ่ม คราวนี้ใช้ข้าวที่ไม่ใช่ข้าวผสม แต่หุงปริมาณไม่มาก ได้ขาวสวย อร่อยกว่าสองครั้งที่หุงตอนเช้าและเที่ยง (นี่เตรียมไว้สำหรับมื้อเย็น) กิจกรรมยามบ่ายเวลาผ่านไปไวมาก เพราะเราต้องเตรียมอาหารไว้สำหรับเด็กในมื้อเย็น เด็ก ๆ ราว ร้อยกว่าคน และทีมงานอีก รวมแล้วเกือบ ๒๐๐ คน ทีมครัวเลยต้องทำงานแบบไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ มีทีมหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ ทีมล้าง มีหลาย ๆ คนไปช่วยล้างจาน แก้ว ภาชนะต่าง ๆ แม้ว่ามันไม่ใช่งานยาก แต่มันลำบากตรงน้ำเย็นนี่แหละครับ มีหลาย ๆ คนช่วยงานล้าง ไม่ว่าจะเป็นน้องนัท พี่แจ๊ค ครู นักเรียน อีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ เพราะสลับสับเปลี่ยนกันไป ที่พูดถึงทุกคนไม่หมดก็เพราะว่า ผมไม่ได้แยกร่างแฝงอยู่ทุกจุดได้ อย่างที่ทราบ เนื่องจากกิจกรรมปีนี้เราแยกกันทำ ต่างจากปีที่แล้วซึ่งทำพร้อมกัน ช่วยกันทำ เลยสามารถเก็บรายละเอียดได้พอสมควร  พูดถึงพี่เมฆ Down Line ของผม พี่แกก็ขยันหางานทำนะครับ บางทีก็เห็นแกเข้าไปช่วยในครัว เพราะพี่เมฆทำอาหารเก่งเหมือนกัน ผมเคยกินเฟรนฟรายของพี่เมฆและลูกชิ้นทอดครับ รสชาติเหมือนซื้อตามรถเข็นเลยครับ สงสัยเคยทำขายมาก่อน ส่วนน้องแพนก็ไปช่วยงานตามประสา บางทีก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ สนุกสนานกันไปครับ ดูเหมือนเธอจะชอบค่ายนี้มาก แม้จะเป็นครั้งแรก หลังจากโดนพี่เมฆหลอกไปเดินป่าท่องเที่ยวเสียเหงื่อเปล่า ๆ มางานนี้ ได้ทั้งออกกำลังได้ทั้งบุญและความสุขครับ

พี่เมฆช่วยทีมครัว

(ภาพบน มะเขือเทศที่มาถึง)

(ภาพล่าง เมนูขนมปังทอด จากทีมครัว อาหารว่าง)

                ช่วงประมาณ บ่าย ๓ โมงกว่า ๆ ผมแว่บไปอาบน้ำก่อน เพราะหลังจากนี้ไป อากาศก็จะเย็นลงเรื่อย ๆ เราจะกลายเป็นปรปักษ์กับน้ำไปโดยปริยาย ไม่อยากจะแตะต้องน้ำเลย แต่ข้างโรงเรียนด้านหนึ่งติดกับลำห้วย มีตาน้ำที่เป็นน้ำผุด ตรงจุดนั้นสามารถใช้อาบได้ และน้ำจะอุ่นกว่าน้ำที่รองไว้ในห้องอาบน้ำ

                กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปเรื่อย ๆ การละเล่นของเด็ก ๆ การตรวจสุขภาพ จนเวลาเย็น คณะเรามีเวลาตรงนี้เพียงนิดหน่อยที่จะรวมกันถ่ายภาพ ทุกคนจึงรีบมา ณ จุดรวมพลหน้าเสาธง ก่อนจะถ่ายภาพหมู่แล้วก็แยกย้ายไปทำงานกันต่อ ไม่นานก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็น เด็ก ๆ ไปล้างมือทำความสะอาดแล้วมาเข้าแถวรอรับอาหาร ที่นี่จะใช้จานหลุม ใส่อาหารได้หลากหลาย อาหารตอนนี้มีไข่เจียว ผัดผัก ไข่ต้ม และลาบ  แต่ผมชิมลาบดูแล้ว เผ็ดระดับพริก ๓ เม็ด เด็กอนุบาลรับประทานไม่ได้แน่นอน ตอนตักอาหารเราเลยต้องเจาะจงว่าน้องคนไหนกินเผ็ดได้ไหม คนตักข้าวมีป้าเต้ยกับพี่กบ ป้าเต้ยตักข้าวแบบว่ากะกินมื้อเดียวให้เด็กโตได้เลย ป้าตักเยอะไปไหมครับ “กินเยอะ ๆ นะลูก” ป้าครับ ลูก ๆ ท้องจะแตกเสียก่อนไม่ว่า การเสิร์ฟข้าวปลาอาหารนี่ก็สนุกกันไปอีกแบบ พอถึงคิวเด็กโตก็เลยตักลาบให้สบายใจ ด้วยอานิสงค์แห่งป้าเต้ย อาหารที่ตักไป ผู้ปกครองต้องช่วยน้อง ๆ กิน เนื่องจากน้อง ๆ กินไม่หมด

(ภาพบน ครูสนั่น ประธาน นิว และครูหนุ่ม  นักเรียนในภาพคือประธานนักเรียน คอยเป็นล่ามให้ผู้มาตรวจรักษา)

                เด็ก ๆ ได้รับอาหารกันครบถ้วนแล้ว ส่วนพวกเรายังไม่ถึงเวลา เว้นแต่ใครหิวก็เชิญก่อนได้เลย แต่กิจกรรมที่รออยู่อีกอย่างหนึ่งก็คือ “สาวดอย” เอ้ย “สอยดาว” นึกถึงเพลงนี้เลย “สาวดอยจะไปสอยดาว” เด็ก ๆ กินข้าวกันไวมาก สงสัยอยากจะไปเล่นสอยดาว ทีมงานสอยดาวก็ไปรออยู่แล้ว ก็คือทีมหมอและพยาบาลที่อยู่ตรงนั้น มองไปไกล ๆ เห็นทุกคนทีมงานเตรียมรับมือกับกิจกรรมสอยดาว ผมมัวแต่ช่วยในครัวเลยไม่ได้ไปช่วยทีมสอยดาว กิจกรรมดำเนินไปจนมืดค่ำ สิ้นแสงสว่างพอดี ได้ยินเสียงเด็ก ๆ ร้องเพลง ตอนจะปิดงาน ผมเลยวิ่งไปฟังว่าเพลงอะไร กลับมาถึงบ้านมานั่งค้นหาว่าเพลงที่เด็กร้องมันมีเนื้อว่ายังไง จนไปเจอว่า นี่คือบทเพลงของ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ไม่ทราบผู้ประพันธ์ เนื้อเพลงมีอยู่ว่า

เราคือคนไทย มิใช่คนป่า เราดูด้อยค่า เพราะไม่ได้เล่าเรียนเหมือนคนหลงทางในยามคืนค่ำ จิตใจชื่นฉ่ำเมื่อได้เห็นแสงเทียนสมเด็จย่าทรงให้แสงแห่งความรู้ ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูเหมือนอรุณฉาย โรงเรียน ตชด.บ่มเพาะเด็กไทย ก่อเกิดประกายสว่างกว่าแสงเทียน เมื่อพระเสด็จสู่ยังชั้นฟ้า เราหลั่งน้ำตาด้วยแสนอาลัย โอ้ต่อแต่นี้จะเป็นฉันใด หวาดหวั่นดวงใจ เหมือนลมพัดดับเทียน สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงสืบสาน ทรงบันดาลโครงการเกิดคุณหลากหลาย ความหวังฉายดังอาทิตย์อุทัย พวกเราน้อมใจถวายรักและภักดี

 

                ฟังเพลงนี้ซ้ำ ๆ กี่รอบแล้วก็อึ้ง เวลาเด็กร้องพร้อมกันแล้วมันสื่อความหมายได้ดีมาก ๆ  ความจริงก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ควรมีโอกาสในการได้รับการศึกษาเรียนรู้แม้อยู่ห่างไกล ที่นี่มีเด็กราว ๆ ๑๔๔ คน ถือว่าจำนวนไม่น้อย ดูสีหน้าและแววตาของพวกเขาแล้ว วันนี้ช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ในตอนท้าย หลังจากที่เสร็จสิ้นการสอยดาวและเล่นเกมส์แจกสิ่งของรางวัลกันแล้ว เด็กร้องเพลง โรงเรียน ตชด. อีกครั้งท่ามกลางความมืดที่เริ่มปกคลุม ในป่าที่เงียบสงบ เราได้ยินเสียงเด็ก ๆ ชัด เจน จบแล้ว ประธานนิวถามว่าน้อง ๆ มีใครจะกล่าวอะไรไหม เด็กชายคนหนึ่งได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนกล่าว่า

                “สวัสดีครับ ชื่อ วรวุฒิ ครับ อยู่ชั้น ป.6 พวกผมดีใจและมีความสุขมากสำหรับวันนี้ ที่พี่ ๆ ได้มาเยี่ยมเรา และทำกิจกรรม ผมชอบกิจกรรม ได้รับประทานอาหารที่อร่อย ผมชอบลาบครับ  ผมจะตั้งใจเรียน และสอนให้น้อง ๆ รักและสามัคคีครับ”

                เมื่อเด็ก ๆ แยกย้ายกันไปแล้ว คณะเราก็มากินข้าวเย็นกัน มีอาหารหลากหลายที่ทำขึ้นมาใหม่ เพราะวัตถุดิบเริ่มทยอยมา เกือบครบ แต่ก็ยังไม่ครบที่ไม่มีเครื่องปรุงบางส่วน รวมถึงน้ำตาลกับถั่วเขียว ผมเดาว่าน่าจะเป็นของหวาน ต้มถั่วเขียว แต่ไม่เป็นไร มีอะไรเราก็กินอันนั้น บางท่านก็กินเจ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ช่วงเวลานี้ถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจที่เรากำหนดกิจกรรมที่โรงเรียนแห่งนี้แล้ว อากาศเริ่มเย็นลงอย่างฉับพลันจนรู้สึกได้ อุณหภูมิช่วงที่หนาวมาก ๆ น่าจะไม่ถึง ๑๐ องศา คืนนี้เราก็จะต้องก่อกองไฟแก้หนาวกัน คณะเราเลยมีเวลานั่งคุยกันตอนกินข้าวเย็นมื้อนี้ และทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เจ้าหน้าที่เตรียมฟืนมาให้เรา ผมจึงนำมาสุมรวม ๆ กันไว้ 

                เมื่อคืนที่เรามาถึง ดูทุกคนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอ่อนแรงกันมาก แต่วันนี้ผมเห็นทุกคนช่วยกันทำกิจกรรมกันเต็มที่ นี่เป็นค่ายอาสาที่ทุกคนอาสามาด้วยใจและทำงานด้วยความเต็มใจ จึงไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะไม่มีความสุข ความสุขที่เราดินทางมาร่วม ๒๔ ชั่วโมง ความสุขแบบที่หาไม่ได้ในสังคมเมือง บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความบริสุทธิ์อบอุ่นและจริงใจ สิ่งนี้คือ “ความดี” ที่เราได้รับ ตามคำกล่าวที่ว่า “ทำดีได้ดี”  คำว่า “ได้ดี” ไม่ได้หมายถึงรูปธรรมแต่อย่างเดียว มันหมายถึงนามธรรมด้วย นั่นคือ ความอิ่มเอมใจที่เราได้รับ มันทำให้เรามีพลัง มีกำลังใจ ความสุขนี่เองที่จะกลายเป็นเกราะกำบังทำให้เราเข้มแข็ง สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ เพราะสิ่งที่เราทำมันเป็นสิ่งที่หล่อหลอมดวงใจ ฝึกใจ ฝึกตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ในค่ายฯ นี้ไม่มีใครแนะนำว่าใครจะต้องทำอะไร ไม่มีใครชี้แนะ ไม่มีใครบ่นใครว่า ไม่มีใครคอยชี้นิ้ว ไม่มีใครวิจารณ์ใคร ทุกคนโปรดพิจารณาตัวเอง สังเกตุจากสิ่งที่อยู่รายรอบ ดูจากคนอื่นที่เขาทำ แล้วสะท้อนกลับมาที่ตัวเรา  “เราทำอะไรได้ไหม เราถนัดอะไร เราว่างอยู่มีอะไรที่เราพอจะช่วยคนอื่นทำได้ไหม อะไรที่ควรทำ อะไรที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน” เราต้องคิดเอง บอกตัวเอง สอนตัวเอง เพราะมันคือตัวตนของเรา ไม่มีใครทำอะไรกับเราได้ นอกจากตัวเรา  ถ้าเราไม่สามารถทำอย่างที่คนอื่นเขาทำได้ นั่นหมายถึงเราไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอในการจะเข้าร่วมกิจกรรมในค่ายอาสาฯ นี้ได้

                                คำตอบของกิจกรรมในวันนี้ คือความคุ้มค่าของพวกเราที่ได้มา และตั้งใจมา ได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ ได้ยินเสียงหัวเราะ ได้ดูแลชาวบ้าน มันก็ทำให้เรามีความสุขไปด้วย  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เราได้ทำ อาจจะเพียงแค่เศษเสี้ยวในภารกิจที่มากมายหลากหลายในพื้นที่ห่างไกล แต่ว่าไม่ว่ามากหรือน้อย เราก็ได้ลงมือทำมันจนเห็นผล และเกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมาแล้ว ความยากลำบากที่เราฟันฝ่ามาถึงที่นี่ ณ จุดนี้ มันเป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งที่เราได้สั่งสมไว้ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือการที่เราได้ทำในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ แต่มันเป็นสิ่งที่สุขใจ เป็นสิ่งที่งดงาม ขอบคุณความดีที่นำมาให้เราได้มารู้จักกัน

                อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อความมืดมิดมาปกคลุม ความหนาวไม่เคยปราณีใคร ศัตรูของพวกเราไม่ใช่ความหนาว แต่มันคือ “น้ำเย็น”  การโดนน้ำในอุณหภูมิต่ำเป็นของแสลง โปรดเห็นใจกันด้วย ทีมงานส่วนใหญ่ก็ไปอาบน้ำ แต่ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าใครอาบหรือไม่อาบ พอดีไม่มีระบุไว้ในญัติที่ประชุมกลุ่มนะครับ ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน

                พระจันทร์โผล่พ้นทิวไม้ สาดแสงส่องลอดลงมาถึงพื้น แสงจันทร์ที่อ่อนละมุน ช่างแตกต่างจากแสงอาทิตย์ที่ดุเด็ดเผ็ดร้อน ยามหนาวเช่นนี้ พระจันทร์จะสวยสดและส่องแสงนวลแจ่ม นี่ก็ข้างขึ้น ๑๐ ค่ำพอดี แสงจันทร์ยังพอทำลายความมืดได้บ้าง แต่ก็เพียงเลือนลาง ดวงดาวส่งแสงประกายเต็มท้องฟ้า โลกที่สวยงามแห่งป่าดงพงไพรเป็นบรรยากาศที่ช่วยจรรโลงใจให้เราได้พินิจถึงตัวเอง และวิเคราะห์ความเป็นไป เราไม่อาจหยุดยั้งเวลาได้ ดังนั้นในแต่ละช่วงเวลาเราทำได้ดีที่สุดคือจารึกสิ่งที่สวยงาม สิ่งที่ดีมีประโยชน์ที่ควรจดจำไว้ในช่วงเวลาของการมีชีวิตอยู่ นั่นก็คือความหมายของการดำรงชีวิตอย่างมีค่านั่นเอง

                โปรดติดตามตอนต่อไป

                อันแดนดงพงไพรที่ไกลโพ้น                                  แม้ดั้นด้นค้นหามาจนถึง

ที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าพาคำนึง                                            ได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าความเป็นคน

อันยากดีมีจนคนกำเนิด                                                        เมื่อก่อเกิดเป็นชีวิตทุกแห่งหน

แม้แตกต่างห่างไกลในเมืองมนต์                                          ก็เปี่ยมล้นด้วยน้ำใจมิตรไมตรี

มาพบพานผ่านสุขสนุกสนาน                                               เป็นตำนานแห่งป่าพาสุขี

ที่ทุกข์ยากบากบั่นผ่านไพรี                                                   ด้วยความดีที่ศรัทธาพาเดินทาง

ฝากความรักและหวังดีที่เกื้อหนุน                                         เป็นไออุ่นจุนเจือเมื่อรุ่งสาง

ถึงเขาสูงล้ำน้ำใหญ่ไร้หนทาง                                                 ใจสว่างจึงสร้างสรรค์แห่งวันวัย

                                                                                                มัชฌิมาปกร

                                                                                                ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒

ภาพบน ทีมสารตั้งต้น 

อาหารจากทีมครัว 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 21/12/2019 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณท่าน wullopp ที่เป็นกำลังให้เสมอมาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 มัชฌิมาปกร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 21/12/2019 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอชื่นชม
การ ลงมือทำดี

ของ ทุกๆ ท่าน
มาด้วยความเคารพ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน