*/
  • มัชฌิมาปกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nuiwytg2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 202
  • จำนวนผู้ชม : 569225
  • จำนวนผู้โหวต : 477
  • ส่ง msg :
  • โหวต 477 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม 2562
Posted by มัชฌิมาปกร , ผู้อ่าน : 976 , 20:48:27 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สาละวิน ๖๒ (๙) ดินแดนปริศนา

 

แปดธันวาว่าเสร็จกิจดังจิตหมาย          จึงเคลื่อนย้ายกายขยับกลับถิ่นฐาน

เก็บข้าวของกองไว้ใน “เรือสำราญ”      มุ่งสู่บ้านฐานถิ่นดินแดนเรา

เรือเลาะแล่นลอยล่องของลำน้ำ           ความทรงจำคอยย้ำใจในขุนเขา

สองฝั่งน้ำสาละวินคอยขัดเกลา            ความโง่เขลาเบาปัญญาพาความจริง

ว่าโลกกว้างหนทางไกลสอนให้คิด        หากมีจิตศรัทธาในทุกสิ่ง

จึงฟันฝ่าพาใจเข้าแอบอิง                      ได้ละทิ้งได้เรียนรู้คู่ปัญญา

สายน้ำไหลสายใจเหลือเผื่อเพื่อสานฝัน               เพื่อแบ่งปันตามวันวัยที่ไฝ่หา

เพียงเล็กน้อยด้วยแรงรักแรงเมตตา                     ก็ลำค่ากว่าที่หวังสมดั่งใจ

เรือแล่นผ่านเกาะแก่งแห่งแม่น้ำ           ได้ดื่มด่ำธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

ชั่วชีวิตด้วยจิตหนึ่งที่เป็นไป                  จารึกไว้ในทรงจำแห่งความดี

 

              

  วันอาทิตย์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

                เรือขนความสำราญเบี่ยงหัวเรืออกไปทางใต้ ล่องตามสายน้ำที่ไหลแรง กอปรกับเรือไม่ได้บรรทุกของหนักเหมือนขามา ทำให้เรือแล่นฉิวกว่าเดิม จุดป่าไม้ผาแดงอยู่ไม่ไกลจากบ้านจอท่า ฐาน ตชด. จอท่า เรือแล่นมาได้สักพักจึงจอดส่ง ตชด. ๓ นาย ซึ่งมีครูหนุ่ม รวมอยู่ด้วย โบกมืออำลาพร้อมกับรู้สึกขอบคุณสำหรับการดูแลตลอดทริปนี้ของพวกเรา

                เรือยังคงมุ่งหน้าไปตามสายน้ำเพื่อกลับไปยังจุดหมายท่าเรือแม่สามแลบ ซึ่งขามาเรือแล่นทวนกระแสน้ำไปถึงบ้านจอท่าใช้เวลาไปประมาณ ๗ ชั่วโมง ขากลับเราก็ยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน แม่น้ำสาละวินมีเรื่องราวมากมายให้ค้นหาและเรียนรู้ และน้อยคนที่จะได้มีฉากของแม่น้ำสาละวินบันทึกไว้ในความทรงจำหนึ่งของชีวิต  แม่น้ำสาละวินหรือ แม่น้ำคงที่ถูกเรียกโดยชาวไทยใหญ่ ส่วนสาละวิน หรือ Salween ชาวอังกฤษใช้เรียกซึ่งเพี้ยนมาจากภาษาพม่า ตาลวิน ความลึกลับแห่งแม่น้ำสาละวินนั้นน่าสนใจในการค้นหา คนขับเรือคนหนึ่งกล่าวว่า

‘ในแม่น้ำสาละวิน จะมีน้ำวนอยู่หลายแห่ง บางแห่งก็จะมีอันตรายช่วงหน้าฝน บางแห่งก็จะมีอันตรายช่วงหน้าแล้ง ในหน้าฝนก็จะไม่ค่อยอันตราย แต่บางแห่งก็จะอันตรายทั้งหน้าฝน และหน้าแล้ง อย่างถ้าขับเรือทวนน้ำขึ้นเหนือจุดที่อันตรายที่สุด ก็จะเป็นตรงเว่ยจี แถวปากห้วยแม่แต๊ะหลวง’ (จากบล๊อคของ Sumart) 

ในปี ๒๕๓๖ ภาพยนตร์เรื่อง ‘มือปืน ๒ สาละวิน’ โดยการกำกับของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ซึ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้กล่าวถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน

ปี ๒๕๔๐ เกิดคดีการลักลอบตัดไม้ลุ่มน้ำสาละวินและใช้แม่น้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียง ยึดไม้ของกลางได้ จำนวนทั้งสิ้น ๑๓,๒๕๑ ท่อน  แต่หลังจากคดีสิ้นสุดลง ไม้จำนวนหนึ่งได้หายไป

วรรณกรรมที่เขียนโดยใช้ฉากลุ่มน้ำสาละวินเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อาทิเช่น แม่ลาวเลือด สารวัตรเถื่อน หักลิ้นช้าง ของท่านวสิษฐ์ เดชกุญชร วรรณกรรมเรื่อง ‘เพชรพระอุมา’ บทประพันธ์ของพนมเทียน ก็กล่าวถึงพื้นที่ส่วนตะวันตกและแม่น้ำสาละวินเช่นเดียวกัน

แม่น้ำที่เรากำลังล่อเรืออยู่นี้ มีตำนานและเรื่องราวมากมาย แม้ว่าวันนี้เราจะเห็นว่าไม่ได้มีปัญหาอื่น หรือยังไม่รู้สึกว่าแม่น้ำสาละวินนี้มีความคุกกรุ่นราวภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดอยู่ตลอดเวลา อะไรคือเชื้อเพลิงที่อยู่ใต้แม่น้ำสายนี้ ความหวาดหวั่นกันในอนาคตเรื่องสำคัญคือการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวินในเขตประเทศเพื่อนบ้าน มีหลายจุดด้วยกัน บางโครงการก็มีนายทุนฝั่งไทยร่วมด้วย เขื่อนจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและถิ่นที่อยู่ของประชาชนในพื้นที่ไปจนหมดสิ้น มนุษย์กำลังจะเปลี่ยนแปลงโลกและตำนานแห่งความลึกลับต่าง ๆ จะถูกลบเลือนไป ผลกระทบต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับไทยคือ การอบยพ ของชนกลุ่มน้อยข้ามมาอาศัยอยู่ฝั่งไทย หรือค่ายพักพิงต่าง ๆ เรายังคงต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่อย่างไม่จบสิ้น

ตำนานเล่าขานสืบต่อกันมามีอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ว่ากันว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นแม่น้ำโขง (ของ) และแม่น้ำคงเป็นพี่น้องกัน มีการเดิมพันกันว่าใครไปถึงทะเลก่อน ชนะ แต่ห้ามตัดผ่านภูเขา ให้เลาะเลียบไปตามหุบเขาและที่ราบ แม่น้ำสองสายนี้จึงมีต้นกำเนิดจากแหล่งเดียวกัน น้ำของเดินทางไปเรื่อย ๆ มุ่งใต้ผ่านหุบเขาแห่งที่ราบสูงฉานฝั่งตะวันออก และยึดมั่นในข้อตกลง ไม่ไหลตัดผ่านภูเขา น้ำของเดินทางผ่านหุบเขา ที่ราบสูง และที่ราบลุ่มมากมาย จนกระทั่งถึงทะเลจีนใต้ที่เวียดนาม ซึ่งกลายเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สีของน้ำจึงมีสีขุ่นเพราะไหลผ่านหุบเขาและที่ราบ ส่วนแม่น้ำอีกสายไหลตัดผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า สุดท้ายผ่านที่ราบเพียงช่วงสั้น ๆ แล้วไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่อ่าวเมาะตะมะ นั่นคือ แม่น้ำคง หรือแม่น้ำสาละวินในปัจจุบัน โดยระยะทางแล้วแม่น้ำของจึงแพ้ให้แก่แม่น้ำคง แต่ด้วยแม่น้ำคงนั้นไม่ยึดถือในกฎกติกา ผิดคำสัตย์ ดังนั้นจึงโกรธแค้นและสาปแช่งไว้ว่า “เมื่อใดที่เจอกับคง แผ่นดินจะลุกไหม้ด้วยไฟประลัยกัลป์” ด้วยเหตุนี้หากนำเอาน้ำของกับน้ำคงมารวมกันจะกลายเป็นสีเลือด และถ้าโครงการต่าง ๆ ที่จะมีการผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนและผันน้ำโขงกับสาละวินมารวมกันที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นเพียงความเชื่อหนึ่ง แต่ถึงกระนั้น ถ้าเทียบกับลุ่มน้ำโขงแล้ว ลุ่มน้ำสาละวินดูจะวุ่นวายไม่จบสิ้น

เราเพียงผ่านมาเยี่ยมแม่น้ำสาละวินเป็นครั้งคราอย่างฉาบฉวย อย่างไรเสียเราก็เป็นเพียงกลุ่มคนที่อาสาทำประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ตามกำลังกายกำลังใจที่เรามี ปัญหาและความเป็นไปของแม่น้ำสาละวินมันเป็นเหมือนอีกจักรวาลหนึ่ง ซึ่งพวกเราเป็นเพียงสะเก็ดดาวหางที่ผ่านมาก่อนเกิดทำความดีบ้างตามเวลา

ขณะที่อยู่บนเรือที่จะนำพาเรากลับไปยังจุดเดินทางโดยทางบกนั้น เราก็พยายามหาอะไรทำเพื่อคั่นเวลา จากที่ขามาเรามีประสบการณ์อยู่บนเรือโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่ง ๆ นอน ๆ แต่ขากลับนี่พอมีพลังเหลือ ตั้งวงคุยกัน มีใครคนหนึ่งนำไพ่ออกมา จึงเป็นกิจกรรมนันทนาการแก้ความเบื่อหน่ายได้ โดยการสอนการเล่นก่อน ไพ่มีเกมส์การเล่นกว่า ๓๐ ชนิด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเยอะขนาดนี้ ในที่นี้เล่าเล่น สลาฟ ผมก็เล่นไม่เป็น แต่ก็สนุกสนานคร่าเวลาไปได้เยอะเลยทีเดียว

ขาล่องนี่เรือแล่นตามน้ำทำให้ใช้เวลาได้ดีเลยทีเดียว ไม่นานนัก เราก็ผ่านบ้านท่าตาฝั่งไป แสดงว่าอีกไม่นานก็จะถึงแม่สามแลบแล้ว แต่เรากำลังเพลิดเพลินกับการเล่น สลาฟกันอยู่ ก็เลยไม่สนใจอย่างอื่น จนเรือมาจอดถึงจุดหมาย เราจึงพากันเตรียมตัวขนของลงจากเรือ แล้วขึ้นไปรวมตัวกันที่ศาลาแม่สามแลบ เวลาในตอนนั้นก็ราวบ่ายโมงกว่า ๆ รวมแล้วใช้เวลาเพียง ๓ ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตากันเสร็จสรรพ ก็ไปหาอะไรกินกันสำหรับคนที่หิว แต่ผมกินกล้วยต้มและต้มถั่วเขียวบนเรือมาแล้วเลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ หลายคนเดินไปอุดหนุนตามร้านค้าแถวนั้น แม่สามแลบมีร้านค้าอยู่เรียงรายแต่ไม่มากนัก มีการสร้างอาคารเพิ่มขึ้นทางฝั่งแม่น้ำ ทำเป็นร้านค้าและร้านกาแฟ สุดแสนดีใจที่มีร้านกาแฟสด เลยเข้าไปสั่งกาแฟ แต่ปรากฎว่า คนขายบอกว่า เมื่อสักครู่ไฟดับตอนนี้ทำกาแฟให้ไม่ได้ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งนัก ผมก็เลยนั่งเล่นที่ร้านกาแฟ และแล้วก็มีเพื่อน ๆ มาสั่งกาแฟกันอีกหลายคน สุดท้ายก็ไม่ได้กินกาแฟสดกันสักคน

พี่เมฆกับแพนไปหาอะไรกินกันแล้ว และคณะเราส่วนใหญ่ก็น่าจะรับประทานมื้อเที่ยงกันเสร็จ แต่บางกลุ่มก็ไม่รอ เช่นกลุ่มที่ขับรถมาเองอย่างน้ำแข็งและแม่ เก๋ และอ้อด ซึ่งขากลับมีผู้โดยสารติดออกไปเพิ่ม เมื่อรถที่มารับเราครบแล้วก็เดินทางออกจาแม่สามแลบ ผมกลับรถ ตชด. ครูหนุ่ม คันเดิม แต่คนขับเป็น บอล เนื่องจากครูหนุ่มไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย ถนนจากแม่สามแลบไปอำเภอแม่สะเรียงพัฒนาแล้ว เป็นถนนลาดยาง รถจึงวิ่งได้สะดวกและใช้ความเร็วได้ดีกว่า ระหว่างทางมีเรื่องเล่าของเด็ก ๆ ที่จอปร่าคี ผมแอบได้ยินมา เช่น ครูพานักเรียนไปแข่งขันกีฬา ตชด. ที่พักก็จะเป็นหน่วยงานราชการ แถวภาคตะวันออก วันที่เด็ก ๆ ว่าง คงจะหาอะไรทำ เห็นต้นมะพร้าว จึงพากันปีนมะพร้าว แล้วเก็บลูกมะพร้าวมากินกัน มะพร้าวไม่ค่อยจะเห็นที่บนดอย เด็ก ๆ เก็บมะพร้าวมาได้ ไม่มีมีดปอก ก็ใช้ความสามารถสัญชาติญาณการเอาตัวรอด โดยการให้ฟันปอกเปลือกมะพร้าว แล้วก็ทุบกินจนได้ นอกจากนั้นในทริปเดียวกันนี้ เป็นครั้งแรกที่เด็ก ๆ ได้มาเห็นทะเล จึงคิดจะเก็บน้ำทะเลไปฝากที่บ้าน จึงไปตักน้ำทะเลกรอกใส่ขวดน้ำไว้แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อครูหนุ่มไปออกกำลังกลับมา เหนื่อย ๆ เลยมาเปิดตู้เย็นกินน้ำ คว้าขวดน้ำเปิดฝาดื่มด้วยความกระหาย จัดไปอึกหนึ่ง แทบพุ่ง เพราะมันเค็ม... เป็นวีรกรรมของเด็กดอย

นอกจากนี้ตอนที่เด็ก ๆ เดินมาส่งเราที่จอท่า กลุ่มของแพนและพี่เมฆก็มีเด็ก ๆ เดินมาด้วย ระหว่างทางก็มีการสนทนากับเด็ก ๆ และมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาษา อย่างน้อยจะได้คำศัพท์ภาษากะเหรี่ยงโปว์กลับไปบ้างคำสองคำก็ยังดี ว่าแล้วเด็กก็บอกคำมาให้จำ ก็พากันจดจำ ตอนนั่งเรือขากลับ ก็พูดคุยถึงคำศัพท์เหล่านี้ พอครูสนั่นได้ยิน ก็บอกว่าคำนี้มีความหมายที่ไม่สู้ดีนัก เขาไม่พูดกัน แสดงว่าโดนเด็กหลอกแน่เลย

บอลขับรถมาถึงแม่สะเรียง แล้วเราก็แยกย้ายกันตรงนั้น ส่วนที่ต้องนั่งรถทัวร์กลับเมืองหลวงมีแค่ ๖ คน มีคนสละสิทธิ์กันเยอะเพราะเปลี่ยนแผน บางกลุ่มก็ไปขุนยวมกันต่อ ส่วนหมอแก้วกับเพื่อนหมอ ก็ไปทำธุระที่ค้างคาไว้ก่อนหน้านี้ ดูเวลาแล้วตอนนั้นประมาณ ๕ โมงกว่า กลุ่มผมได้แก่แพนและพี่เมฆ เลยมีเวลากว่ารถเที่ยว ๒ ทุ่มจะออก จึงพากันมาเดิน “กาดติ๊ด”  เป็นถนนคนเดินของแม่สะเรียง อยู่ไม่ไกลจากท่ารถเท่าไหร่นัก จึงพากันเดินไป อากาศเริ่มเย็นลงแล้วผมใส่เสื้อแขนสั้นไป จริง ๆ อยากจะกลับมากินก๋วยเตี๋ยวที่ข้าง ๆ ท่ารถทัวร์ เพราะรู้สึกว่าอาการเริ่มไม่ดี เหมือนจะเหนื่อยล้ามาจากการเดินทาง

“กาดติ๊ด” เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ตลาดวันอาทิตย์ กาด แปลว่า ตลาด ส่วนคำว่า “ติ๊ด” คืออาทิตย์ ภาษาเหนือจะออกเสียง ท ทหารเป็น ต เต่า ออกเสียง ร เรือ เป็น ฮ นกฮูก มีเรื่องขำขันเล่ากันว่า ทหารเหนือ-ใต้ ร่วมรบกัน ทหารเหนือถามทหารใต้ว่า “สงบหรือยัง” ทหารใต้ตอบว่า “หงบแล่ว ๆ” ทหารเหนือได้ยินเป็น “ฮบแล้ว ๆ “ ซึ่งแปลว่า “รบกันแล้ว” จึงยกทัพไปเสริม ภาษาเหนือที่แปลก ๆ ไปเลยก็ได้แก่ “จะไปปาก” แปลว่า อย่าพูด “สลิดนัก” หรือ “สลิดดก” แปลว่า แรด หรือผู้หญิงไม่สำรวม หรือ จริตไม่งาม หญิงที่ทำอะไรนอกรีตนอกทาง ระริกระรี้ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีคำว่า “แป๋ง” แปลว่า “ทำ”, “คำ” แปลว่าทอง, มอง ก็คือ “ผ่อ”

ที่ “กาดติ๊ด” แห่งนี้มีของขายตั้งแต่อาหารการกิน เสื้อผ้า ผักสด ขนม ราคาน่าสนใจมาก ผมซื้อของนิดหน่อย เพราะจะกลับไปกิ๋นก๋วยเตี๋ยว ซื้อเสร็จก็พากันมาแวะที่วัดจองสูง ตอนนั้นอาการเริ่มแย่ ผมหมดพลังงานไปชั่วขณะ นั่งกินขนมและของที่ซื้อมา ตอนนั้นก็ราว ๖ โมงแล้ว พระที่วัดไม่มีสักรูป สงสัยเหมือนกันว่าพระท่านไปไหนหมด น้องแพนบอกว่า “สงสัยพระท่านจำวัด”  เดี๋ยวๆๆ จำวัดแปลว่านอน พระที่ไหนจะมานอนตอนเย็น ที่ถูกควรจะเป็น ทำวัตร หรือเปล่า

 

วัดจองสูง หรือ ชื่อปัจจุบันคือวัดอุทยารมณ์ ตั้งอยู่บนถนนแม่สะเรียง ทราบแต่เพียงว่า สร้างขึ้นในปีพ.ศ. ๒๓๘๑ โดยพระชาวไทยใหญ่และญาติโยมที่ศรัทธา ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๓๑ เกิดเพลิงไหม้เมืองยวมหลวง หรือเมืองแม่สะเรียงในปัจจุบัน มีผลทำให้วัดจองสูงเกิดความเสียหายไปด้วย ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาจึงได้รวบรวมทุนทรัพย์สร้างและบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ โดยการนำของพระอาจารย์ส่างคำ หรือพระครูอินต๊ะ วัดจองสูงอยู่ติดกับวัดศรีบุญเรืองมีกำแพงประตูทะลุถึงกันได้

อำเภอแม่สะเรียง เดิมชื่อ เมืองยวม ซึ่งเป็นถิ่นฐานอาศัยของคนพื้นเมือง ละว้า และกะเหรี่ยง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอแม่สะเรียง ตามชื่อแม่น้ำอีกสายที่ไหลผ่านพื้นที่ เนื่องจากชื่ออำเภอไปพ้องกับอำเภอขุนยวม ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ตั้งชื่อตามประวัติดั้งเดิมตั้งแต่แรก สมัยเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๔ ต้องการคล้องช้างไว้ใช้งานจึงสั่งให้เจ้าแก้วเมืองมา และคณะได้เดินทางไปยังดินแดนฝั่งตะวันตกผ่านเมืองปาย  มาถึงจุดนี้ เป็นจุดพำนัก เจ้าแก้วเมืองมาเห็นว่า ทางทิศใต้ริมฝั่งแม่น้ำปายมีทำเลดีจึงรวบรวมคนในพื้นที่ให้มาตั้งถิ่นฐานอยู่รวมกันที่นี่ เรียกว่าบ้านโป่งหมู เนื่องจากมีหมูป่ามากินโป่งจำนวนมาก แล้วก็เดินทางต่อไป จนไปถึงลำห้วยแห่งหนึ่งมีรอยช้างป่าอยู่มากมาย จึงทำการคล้องช้าง ณ  ที่นั้นได้หลายเชือก แล้วสร้างคอกฝึกสอนช้างที่ราบลุ่มลำห้วยแห่งนั้น ต่อมาจึงแต่งตั้งให้ผู้นำชาวไทยใหญ่เป็นคนชักชวนรวบรวมผู้คนให้มาตั้งถิ่นฐานบ้านเรืองและตั้งชื่อว่า “บ้านแม่ฮ่องสอน”  ฮ่อง แปลว่าร่อง คือร่องน้ำลำห้วย นั่นก็คือลำห้วยที่ฝึกสอนช้างนั่นเอง

ระหว่างนั้น หน่อง แมว และปุ้ย กำลังเดินตลาดอยู่ หน่องโทรมาบอกว่า บอล จะชวนไปกินข้าว เดี๋ยวจะเอารถมารับ ผมก็เลยกลับไปเอาเสื้อกันหนาว แล้วก็ขึ้นรถไปหาร้านกินข้าว ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนทีมงานกลุ่มที่ไปขุนยวมยังไม่ถึงที่หมาย กลุ่มอื่น ๆ ก็รายงานสถานะมาเป็นระยะ ๆ

เมื่อหาร้านได้แล้ว ผมก็เลยสั่งอาหารมากินพอประมาณ ทีแรกนึกว่าคนอื่นจะกินด้วย แต่เปล่าเลย มีผมกินอยู่คนเดียว พอได้เวลาก่อนรถออกสัก ๒๐ นาทีเราก็เลยกลับไปที่ท่ารถทัวร์ รถจะออกในเวลา ๑๙.๕๙  ซึ่งถ้าใช้เวลา ๑๒ ชั่วโมงเหมือนขามา ก็จะไปถึง กทม. ในเวลาก่อน ๘ โมง ทำให้พรุ่งนี้ผมคงไม่ทันไปทำงาน และด้วยอาการขอวันนี้ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ได้ยาจากปุ้ยกับหน่องมากิน พอบรรเทาได้บ้าง พรุ่งผมเลยตัดสินใจลางานอีก ๑ วัน

วันเวลาหมดไปอย่างรวดเร็ว การทำกิจกรรมหากนับจากวันเริ่มเดินทางมารวมแล้วก็ ๔ วันก่อนหน้า มาจนถึงวันนี้ ผ่านลุล่วงไปด้วยดี แต่ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป การได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจและทำให้สำเร็จถือเป็นความภาคภูมิในอย่างหนึ่งในตัวเรา ซึ่งจะกลายเป็นแรงผลักดัน เป็นกำลังใจที่จะทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง แม้ว่าการเดินทางของบางคนอาจจะกำลังสับสน แต่หากเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดีและการที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสรรสร้างในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ มันจะสร้างแนวทางความคิดที่แปลกใหม่ให้กับเรา สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งการคิดทบทวนในสิ่งที่เราได้ทำมาเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไข รวมไปถึงความบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากตัวเรา เหมือนการพิจารณาตัวเอง เพื่อคอยเตือนสติและพัฒนาตัวเองให้ดี

การได้พบปะผู้คนหากจะเป็นประโยชน์สูงสุดก็คือการได้เรียนรู้จากคนที่เราได้พบ ส่วนที่ดีเราก็อาจจะได้แบบอย่างแนวทางที่ดี บางคนเป็นแรงบันดาลใจให้เรา เช่น ในทริปนี้ คุณแม่ของน้ำแข็งและป้า ๆ หลาย ๆ คนอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังว่าท่านยังแข็งแรงและเดินทางไกลได้อย่างสบายไม่มีปัญหา คนรุ่นหนุ่มสาวก็มีกำลังใจว่า ขนาดท่าน ๆ ทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ หรือคนวัยหนุ่มสาวอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง ๆ ว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีน้ำใจ มีเมตตา ช่วยเหลือผู้คน รอยยิ้มของเด็ก ๆ และชาวบ้านที่เราได้เข้าไปทำกิจกรรม เป็นค่าตอบแทนที่เราได้รับ ทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป เป็นต้น การเฝ้าระวังจิตและความคิดของตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การได้มาอยู่ร่วมกับสังคมใด ๆ เราก็จะกลายเป็นหนึ่งในสังคมนั้น ๆ ไปด้วย นี่เป็นหลักการในการใช้ชีวิตข้อแรก ๆ ของอุดมมงคล ๓๘ กำหนดไว้เลยว่า มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต  แสดงว่าการคบคมนั้นสำคัญมา การใช้ชีวิตตามหลักมงคลสูตรจึงห้ามเป็นข้อแรก และแนะนำให้คบกับบัณฑิต  บัณฑิตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้จบปริญญาแต่อย่างเดียว แต่หมายถึงนักปราชญ์ ผู้รู้ ผู้มีปัญญา ฯลฯ กลุ่มคนเหล่านี้จะนำพาเราไปสู่ความสุขความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดี ดังนั้นผู้ที่ชักจูงเรามาค่ายนี้ก็คือคนที่นำทางความดีมาสู่เรา

พูดถึงเรื่อง อุดมมงคล ๓๘ มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมใช้เวลาช่วงที่ต้องรออะไรบางอย่าง ผมเดินเข้าไปในร้านหนังสือ มองดูหนังสือไปเรื่อย ๆ จนไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งนั่นก็คือ อุดมมงคล ๓๘ ประการ มีความหนาประมาณเกือบ ๒ นิ้ว จำไม่ได้ว่ามีกี่หน้า เปิด ๆ ดู เป็นหนังสือที่น่าสนใจเลยซื้อมาอ่าน ทำให้รู้จักแนวทางและหลักการในการใช้ชีวิต มันเป็นข้อที่ควรปฏิบัติหากจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ แบ่งเป็น ๓ ส่วนด้วยกันคือ มงคลช่วงสร้างชีวิต (มงคลที่ ๑-๑๘) เช่น ไม่คบคนพาล, คบบัณฑิต, บูชาสิ่งที่ควรบูชา, การตั้งตนให้ถูกทาง, การเป็นผู้คงแก่เรียน, การมีศิลปะ, การมีวินัย, การเลี้ยงดูบิดามารดา ฯลฯ)  มงคลช่วงการปรับปรุงจิตใจให้สูงขึ้น (มงคลที่ ๑๙-๓๐) เช่น การละเว้นจากบาป, ความไม่ประมาทในธรรม, ความเคารพ, ความสันโดษ, ความกตัญญู, ความอดทน ฯลฯ  และมงคลมุ่งสู่การสิ้นทุกข์ (มงคลที่ ๓๑-๓๘) การบำเพ็ญตบะ, การเห็นอริยสัจ, จิตที่ไม่หวั่นไหว, จิตที่ไม่เศร้าโศก, จิตเกษม เป็นต้น

รถแล่นมาเรื่อย ๆ สองข้างทางไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง บนรถมีผู้โดยสารกลุ่มเราที่สละสิทธิ์ไป ๕ คน บนรถจะทำอะไรได้มากไปกว่าหลับ ดูหนัง ฟังเพลง และคิดทบทวน เมื่อเรามองย้อนกลับไปแล้ว หนทางที่ยากลำบาก การเดินทางที่ยาวนาน ความเหน็บหนาวที่พานพบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในช่วงเวลา ๔ วันที่ผ่านมา เราได้ผ่านมันมาได้ด้วยดี ตอนที่เรากับลังเผชิญกับมัน เหมือนจะมีความคิดฝั่งตรงข้ามคอยแย้งอยู่เสมอว่า หยุดไหม เลิกไหม ถอยไหม แต่ด้วยใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่ ก็จะบอกว่า “ต้องทำให้ได้ ต้องไปให้ถึง” บางช่วงตอนขึ้นเขาผมแทบก้าวขาไม่ออก ทั้งหนัก ทั้งเหนื่อย แต่ใจหนึ่งก็บอกว่า “เราต้องก้าวขาออกไป” นี่คือคำสั่งจากเบื้องลึก คำสั่งสูงสุดที่มาจากสิ่งที่มุ่งหวังเพื่อเป้าหมาย มันต้องเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน หากเราหยุดมัน ล้มเลิก ทุกอย่างที่หวังและตั้งใจมาก็ไม่มีความหมาย บางคนเหนื่อยก็หยุดเอาแรง พอมีพลังก็ไปต่อ แต่เราจะไม่ล้มเลิก ผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว เหมือนเราผ่านด่านอรหันต์มาได้ คล้ายกับเราได้ Upgrade skill level เพิ่มทักษะประสบการณ์ เมื่อผ่านมาแล้วเรากลับมีพลัง นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ได้จากที่เรามุ่งมั่นฝ่าฟัน ซึ่งมันได้มาเป็นนามธรรม และมีแต่คนที่ต้องผ่านการปฏิบัติเองเท่านั้นถึงจะรู้

เช้าวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒

                ผมกางโต๊ะพับตัวเล็กที่พื้น แล้ววางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คลงบนโต๊ะนั้น จิบกาแฟร้อน ๆ นั่งเรียบเรียงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาเมื่อ ๔ วันที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน รถทัวร์มาจอดที่แยกฟิวเจอร์ฯ รังสิต แล้วผมก็นั่งแท็กซี่เข้าบ้าน อาบน้ำ เอาผ้าที่ใช้ออกจากเป้เข้าเครื่องปั่นในทันใด ความทรงจำของผมตลอดทริปที่เดินทางถูกบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรทั้งหมดรวมแล้ว ๙ ตอนด้วยกัน

                วันนี้ถือเป็นวันพักผ่อนของผมอีกหนึ่งวัน แม้จะขาดรายได้ที่เป็นตัวเงินไป แต่ผมก็ได้สิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตที่ไม่อาจตีเป็นตัวเงินได้ ชีวิตมันไม่ต้องสมบูรณ์อะไรมากมาย ขอให้เลือกแนวทางและสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา เพื่อจะได้สร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในขณะที่มีลมหายใจอยู่ ถ้ารอให้รวยแล้วค่อยทำดีช่วยเหลือสังคมนั้นชาตินี้ทั้งชาติไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ทำ แต่ทำดีในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามกำลังที่เราทำได้ เราทำได้ทุกเมื่อไม่ต้องรอเวลา

                กลับมาสู่สังคมเมืองที่เป็นสิ่งคุ้นตา มีความสะดวกสบาย มีตึกอาคารบ้านช่อง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟที่อยากิน มีทุกอย่างพร้อมสรรพ แต่มันไม่มีต้นไม้ใหญ่ ไม่มีความเงียบสงบ ไม่มีฉากท้องฟ้าสีคราม ไม่มีค่ำคืนที่มองขึ้นไปบนฟ้ามีแต่ดวงดาวสว่างไสว ไม่มีเสียงน้ำตกนกร้อง เสียงลมพัดใบไม้ไผ่ผิว  แต่ผมยังได้เปรียบอยู่อย่างหนึ่งคือ ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและเรียนรู้ เคยรับรู้บรรยากาศเหล่านั้น เคยได้ซึมซับและประสานจิตใจเข้ากับธรรมชาติ ถึงแม้จะไม่อยู่สภาพแวดล้อมเช่นนั้นเสมอ แต่ก็ยังมีความรู้สึกรับรู้กับสภาพนั้น ๆ ได้จากที่เคยได้สัมผัสมา แล้ววันหนึ่งความโหยหาจะพาเรากลับไป หากมีประตูแห่งเวลาหรือประตู่แห่งภพที่เปิดแล้วอีกฟากหนึ่งเป็นป่าเขาก็จะดีไม่น้อย

ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติเหล่านี้ ย่อมไม่รู้รสชาติแห่งความสุขสงบที่ธรรมชาติมอบให้ พวกเขาไม่มีวันรู้หรอกว่าความรู้สึกที่อธิบายออกมานั้น อย่างไรก็ไม่เหมือนกับการได้ไปสัมผัสในสถานที่จริง ดังนี้บางคนก็อาจจะยังไม่สามารถเชื่อมใจประสานเข้ากับธรรมชาติได้  โลกของแต่ละคนจึงแคบเกินกว่าจะหาทางออกเมื่อเจออุปสรรคหนักหนา ต่างกับผู้มีประสบการณ์และมีความรู้มีปัญญา ย่อมฟันฝ่าหาหนทางนั้นได้เจอ

เราทำดีเพื่อจะได้มีกำลังใจทำดีต่อไป

 

ขอแสดงความยินดีกับสมาชิกทุกท่าน ที่ผ่านประสบการณ์มาด้วยกันอย่างปลอดภัย

ขอแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่น อดทน และการรับผิดชอบต่อตนเอง

ขอแสดงความขอบคุณในไมตรีจิต และความปรารถนาดี การช่วยเหลือเจือจุน

ขออนุโมทนา ต่อการเสียสละ การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น

 

ขอขอบคุณความดีที่ทำให้เราได้มารู้จักกัน ขอให้คุณความดีเหล่านั้นเป็นเกราะป้องกัน เป็นกำลังในที่ต้องต่อสู้ เป็นแรงบันดาลใจให้เปลี่ยนแปลงพัฒนาและปรับปรุงสู่เป้าหมาย

 

จนกว่าจะพบกันอีก

 

มัชฌิมาปกร

ภาพบน ขณะเดินลงมาจาก ผาแดง

ภาพล่าง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อถึงแม่สามแลบ

บนและล่าง อาหารมื้อค่ำ ที่ผาแดง

บน อาหารเที่ยงระหว่างกลับออกจากจอปร่าคี 

ตชด. ที่เดินทางออกมาด้วย (ครูหนุ่ม)

เลี้ยงอาหารเด็ก (ภาพบน)   หมอแก้วกับลูกโป่ง (ภาพล่าง)

บนและล่าง ทีมหมอและเจ้าหน้าที่ ตรวจรักษาชาวบ้าน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 28/12/2019 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอชื่นชม
สาธุ สาธุ สาธุ

กับ
การ ลงมือทำดี ของทุกๆ ท่าน
ด้วย ความเคารพ

ขออนุญาต
สวัสดีปีใหม่ ครับ... 🙏

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 27/12/2019 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ร่ายเป็นกลอนได้ยอดเยี่ยม

เมื่อออกเดินทาง ชีวิตก็มีเรื่อวราวให้จดจำ ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีๆรวมทั้งตำนานสาละวินมาแบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน