*/
  • ช้างยิ้มแฉ่ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Invicta.delide@Gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 30209
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
test

test

View All
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม 2556
Posted by ช้างยิ้มแฉ่ง , ผู้อ่าน : 2412 , 14:39:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน กำหนัน , BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

10 วลที รงพลงั เพ่ือคนคิดบวก

1.“ฉันผิดเอง” (I am wrong) ริช เดอโวส ระบุวา่ “ฉันผิดเอง” เปน็ คาพูดท่ีช่วยเปล่ยี น ทัศนคตติ ัวเราได้ดีที่สุด เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักไม่ยอมรับว่าตวั เองทาผดิ โดยเฉพาะเมื่อต้อง ยอมรับผิดต่อหน้าคนอนื่ เจ้าตัวแนะว่า เราทกุ คนต้องเรยี นรู้ทีจ่ ะยอมรับวา่ ตัวเองผดิ แคเ่ อ่ยคา วา่ “ฉนั ผดิ เอง คุณทาถกู แล้วล่ะ” เพยี งเท่านกี้ จ็ ะชว่ ยใหส้ มั พันธภาพดีขนึ้ ชว่ ยใหก้ ารเจรจา ต่างๆเดนิ ไปขา้ งหนา้ หรือยตุ ิการโตแ้ ยง้ ที่กาลังเกิดขึ้น

“ฉนั ผดิ เอง” ยังเป็นคาพดู ที่แปรเปล่ียนศตั รูให้กลายเป็นมิตร แม้การยอมรับวา่ “ฉนั ผดิ เอง” จะลดความน่าเชอื่ ถือของคณุ ใน บางสถานการณล์งกต็าม

2. “ฉันขอโทษ” (I am sorry) หลายๆคร้ังทกี่ ารกล่าวถ้อยคาสนั้ ๆนเี้ ป็นเรือ่ งยาก แต่การกลา่ วคาน้ีใหเ้ ป็นนิสัยเป็นสิ่งคมุ้ คา่ เพราะโดยธรรมชาตมิ นุษย์มกั ปกป้องตวั เอง มักคิดว่าตัวเองถูกเสมอ แต่พอเอ่ยคานี้ออกมาจะรู้สึกเหมือนยกภเู ขาออกจากอก การกล่าวคาว่า “ขอโทษ” แสดงถึงว่าคุณปรารถนาจะกลบั มาสานตอ่ ความสัมพันธ์กบั บคุ คลท่เี ป็นคู่กรณีกับ คณุ

การกล่าว “ขอโทษ” ตอ้ งออกจากส่วนลกึ จรงิ ๆ ความรู้สึกนย้ี งั เกิดข้ึนพร้อมๆกับการแสดงออกท้ังสีหนา้ และแววตา ไมใ่ ชก่ ล่าว แบบขอไปที เพื่อใหจ้ บๆลงเท่าน้นั

ผมเองใช้คาว่า “ขอโทษ” ท้ังชีวิตสว่ นตัวและการทางาน ยกตัวอย่างเวลาที่เรามีโปรโมชั่นแรงๆและสินคา้ ไม่พอขาย เพียงกลา่ ว คาคานี้ จากหนักจะกลายเป็นเบาทนั ที ทุกคนพร้อมจะให้อภัยคุณ

3.”คณุ ทาได”้ (You can do it) ริช ระบุวา่ ...ผ้คู นจานวนมากไม่เคยลองทาอะไรเลยเพราะกลวั ความล้มเหลว กลัววา่ ตัวเองไม่ มีชัว่ โมงบินมากพอ กลัวเสยี งวพิ ากษว์ ิจารณ์ หรือหวั เราะเยาะ สาหรับคนเหล่านี้ ริช แนะนาว่า “ตั้งเปา้ หมายให้ชัดเจน แล้วกล็ ง มือได้เลย คณุ ทาได้!” แน่นอน เมอื่ ไดย้ ินคาว่า “คณุ ทาได้” จะสรา้ งความมั่นใจให้เกิดขนึ้ ได้ไม่มากก็น้อย

4. “ฉนั เช่อื มั่นในตวั คุณ” (I believe in you) เป็นคาพูดที่ตอ่ เน่ืองจาก “คณุ ทาได้” (คุณทาได้...ฉันเชื่อม่ันในตวั คณุ ) ต่างกนั ทีเ่ ป็นคาพูดท่ีแสดงถงึ ความรู้สกึ ลกึ ๆ เป็นคาพูดสาหรบั ผู้นาที่ใช้พดู เพอ่ื สรา้ งแรงบันดาลใจ พ่อแม่ทส่ี ่งต่อความร้สู ึกน้กี ับลูกๆ หรือเจ้านายทีม่ีต่อลูกน้องที่กาลงัเจออุปสรรคและต้องการความชว่ยเหลอื

เราสามารถแสดงใหเ้ ห็นถึงความ “เชอื่ มั่น” ได้งา่ ยๆ อาทิ การเปดิ โอกาสใหเ้ พ่ือนร่วมงานไดแ้ สดงความสามารถ แม้จะรู้ดวี ่าสิง่ ที่ เสนอมานน้ัอาจมีความผิดพลาดเกดิขึ้น

5.“ฉนั ภูมิใจในตวั คณุ ” (I am proud of you) เพยี งเราเปลง่ คานี้ จะพบว่ามีอานภุ าพสูงมากในการสร้างขวญั กาลังใจให้ผู้ฟัง คาพูดทว่ี า่ “พอ่ ภูมใิ จในตัวลูก” หรอื “ผมภูมใิ จในตัวคณุ ” “ผมภมู ิใจในความสาเร็จของคณุ เป็นการให้กาลงั ใจที่ดีมาก โดย ปกตแิ ล้วคนไทยเราไม่ค่อยชมเชยผอู้ นื่ ดว้ ยคาพดู น้เี ท่าไหร่นัก

6. คาว่า “ขอบคณุ ” (Thank you) ริช ระบุวา่ เปน็ คาทที่ ุกๆคนอยากไดย้ นิ และทุกคนสามารถกล่าวไดอ้ ย่างไม่ตะขดิ ตะขวง เรากลา่ วคาขอบคุณกบั ผู้ให้บรกิ าร หรอื ผทู้ ี่ทาสงิ่ หนึ่งสงิ่ ใดให้เรา กลา่ วกบั ผู้ท่ีชมเชยเรา ผ้ทู มี่ ีน้าใจ หรือมเี มตตาต่อตัวเรา แม้ว่า จะเปน็เพียงเร่อืงเล็กๆน้อยๆ

รชิ เดอโวส ตั้งขอ้ สงั เกตว่า บ่อยครัง้ ที่เราใช้เวลานานมากกว่าจะเปล่งคาคานอี้ อกมาสกั ครงั้ แต่ใช้เวลาเด๋ยี วเดยี วในการตอ่ วา่ ผู้อืน่ บางทีเรามัวแต่นึกถึงและยุ่งอยู่กับตัวเอง จนลืมขอบคุณผอู้ ่ืน 

 

7. “ฉันต้องการคุณ” (I need you) เป็นอีกคาที่มีอานุภาพยิ่งสาหรับคนคิดบวก เพราะบ่งบอกถึงการยอมรับในความสามารถ ผู้อื่น เป็นคาที่สาคัญมากสาหรับผู้นา จะ เห็นว่าผู้นาหลายๆคน เมื่อมีตาแหน่งสูงขึ้นเพียงใดยิ่งมองไม่เห็นความสาคัญของผู้มี ตาแหน่งต่า กว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่มีทางที่เราจะนาพาองค์กรไปสู่ความสาเร็จได้โดยลาพัง เมื่อคุณกล่าวคาคานี้ออกมา จะ เป็นการสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือที่ทางาน

8. “ฉันวางใจในตัวคุณ” (I trust you) ความสาเร็จที่ได้รับขึ้นอยู่กับเราได้มอบความไว้วางใจให้กับใครสักคน ว่าจะสามารถ ทางานให้บรรลุเป้าหมาย และไว้ใจได้ว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ เราจาเป็นต้องไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว รวมไปถึงชุมชน ในสังคมที่ไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ความไว้วางใจเป็นคุณสมบัติสาคัญของการเป็นผู้นาเช่นกัน เมื่อมีคุณสมบัตินี้ ใครๆก็อยากเป็นเหมือนคุณ อยากเป็นเพื่อนคุณ อยากปฏิบัติตามคุณ อยากทาธุรกิจหรือร่วมลงทุนกับคุณ ริช ระบุไว้ในหนังสือว่า กฎทองของคาคานี้ คือ จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนที่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับคุณ

9. “ฉันเคารพคณุ ” (I respect you) คุณจะได้รับความเคารพกลับมาก็ต่อเมื่อให้ความเคารพผู้อื่น “ฉันเคารพคุณ” จึงเป็น คาพูดที่ทั้ง “ให้” และ “รับ” จากผู้อื่น การเคารพยังเป็นการแสดงออกที่ซ่อนเร้นได้ยาก และสามารถรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ

ริช กล่าวว่า ในช่วงที่เป็นผู้นาองค์กร เขาคิดว่าการเคารพผู้อื่นเป็นสิ่งสาคัญที่สุด ความรู้พื้นฐานทางธุรกิจและวิธีการดาเนิน องค์กรจะมีค่าน้อยทันที หากคุณไม่เคารพคนที่คุณทางานด้วย ถ้าพวกเขาไม่เคารพคุณ เท่ากับคุณไม่ใช่คนที่เป็นผู้นา “เราทุกคน ล้วนต้องการเป็นที่เคารพ ถ้าคุณต้องการความเคารพ ผมแนะนาให้คุณเริ่มต้นด้วยการเคารพผู้อื่นก่อน” ริช เดอโวส ระบุเอาไว้

10. “ฉันรักคุณ” (I love You) เป็นคาพูดทรงพลังที่โอบกอดทุกคนไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกต่อคนรัก ครอบครัว หรือ หมู่เพื่อนสนิท เป็นคาพูดที่ผู้ฟังรู้สึกอบอุ่นมากกว่า “ฉันวางใจในตัวคุณ” หรือ “ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณ” เป็นคาที่ใช้พูดกับคนที่คุณ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ การพูดว่า “ฉันรักคุณ” เป็นย่างก้าวสาคัญสาหรับทุกๆคน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีคาคาไหนที่ตัวผมใช้มากที่สุด คาว่า “ขอโทษ” เป็นคาที่ใช้ทั้งส่วนตัวและชีวิตประจาวัน แต่ถ้าในการ ทางานในแอมเวย์ ประเทศไทย มีทั้ง I trust you ที่แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจในเพื่อนร่วมงาน หรือ I am proud of you ที่บ่ง บอกถึงความภูมิใจ และใช้กันบ่อยๆในโลกขายตรง

ข้อสังเกตของผม ก็คือ คนไทยมักไม่ค่อยเอ่ยคาว่า I love you เหมือนสังคมตะวันตก ทั้งที่เป็นคาที่มีความหมายล้าลึกยิ่ง เพราะ ความรักไม่ได้จากัดเฉพาะสามีภรรยา คนหนุ่มสาว เพื่อนร่วมงาน ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่เราสามารถแสดงซึ่งความรักได้ ไม่ว่าจะเป็น ความรักต่อแผ่นดินเกิด หรือความรักที่มีต่อประเทศชาติ

นี่ถ้าเรารักผืนแผ่นดินเกิด รักประเทศไทยของเรามากกว่านี้ คงไม่ต้องมานั่งเสียใจ ไม่ต้องมาสร้างความปรองดองเหมือนที่เกิดขึ้น ในขณะนี้

ปรีชา ประกอบกิจ

จากhttp://gallery.aru.ac.th/~plan/light%20up%2034.pdf


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน