• Hiriotappa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 324079
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
KidKidKid
ทุกเรื่องสำหรับเด็กดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/KidKidKid
วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน 2556
Posted by Hiriotappa , ผู้อ่าน : 23453 , 02:44:47 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน kruhnoi , chailasalle และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ทศวรรษ 80 นั้นจัดได้ว่าเป็นปีที่ละครและภาพยนตร์จากฮ่องกงได้รับความนิยมมากๆไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ เนื่องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีของโทรทัศน์สี และ ระบบการเผยแพร่การออกอากาศที่เริ่มนิยมนำละครหรือภาพยนตร์จากต่างประเทศมาฉายนั้นเริ่มขยายพื้นที่จากเพียงบางจุดในโลกไปยังทั่วโลก และแน่นอนว่าเมื่อเครื่องเล่นวีดีโอเทปเริ่มมีบทบาทเข้ามามากขึ้น ความนิยมของละครฮ่องกงจึงเพิ่มขึ้นจนถึงขนาด บางเรื่องคนไทยยังสามารถหาชมได้ก่อนชาวฮ่องกงเสียด้วยซ้ำ เนื่องจาก บริษัทผลิตละครในฮ่องกงนั้นเริ่มผลิตละครสต๊อกสำหรับไว้ขายสายศูนย์วีดีโอในต่างประเทศก่อนที่จะนำมาฉายในประเทศตัวเอง ซึ่งสาเหตุที่สำคัญของแนวคิดเช่นนี้ก็มีดังนี้ครับ

ข้อแรก น้ำขึ้นให้รีบตัก ดังนั้นนอกจากเรทติ้งและโฆษณาหลักๆแล้ว การจำหน่ายละครให้สถานีโทรทัศน์ต่างชาตินั้นอาจทำรายได้ไม่เท่าไหร่ แต่หากมีธุรกิจวีดีโอเข้ามาด้วยแน่นอนว่าเงินทั้งนั้น

ข้อสอง เรื่องของการส่งเสริมนักแสดงในสังกัด แน่นอนว่าชื่อเสียงจะเป็นที่พูดถึงมากขึ้น บางคนไม่ดังในบ้าน แต่ดังนอกบ้านเพราะบทบาทอาจถูกปากคนต่างชาติมากกว่านั่นก็เป็นอานิสงค์ให้กับทางค่าย

ข้อสาม ผลงานที่เก็บไว้นั้น เมื่อนักแสดงดังๆนั้นย้ายค่าย หรือ หมดสัญญา ทางค่ายอาจดองไว้ตั้งแต่ยังไม่ดัง พอดังแล้วเอามาฉายเรทติ้งก็ถล่มทลายได้ง่ายๆเช่นกัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ได้ผลพลอยได้หลายทาง

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่ายุคต้นๆของปี 80 นั้นมีนักแสดงหรือผลงานใดที่น่าพูดถึงบ้าง ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่าเป็นเพราะว่าค่อนข้างจะเยอะเอามากๆยุคนี้เลยต้องแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงยุคต้น  และ ยุคปลาย ของปี 80 ครับ

 ยุคต้นนั้นเราจะเริ่มตั้งแต่ราวๆปี 80 – 85

 

กลุ่มแรกเรียงลำดับจากซ้ายไปขวาก็คือ เจิ้งอวี้หลิง องเหม่ยหลิง เฉินอวี้เหลียน จางมั่นอวี้ จวงจิ้งเอ๋อ เฉินฟู่เซิง โจวซิ่วหลัน หยังพ่านพ่าน เฉินซิ่วจู และ หวงมั่นหนิง 

คนแรกคือ เจิ้งอวี้หลิง ซึ่งประสบความสำเร็จจาก เทพบุตรชาวดิน ที่เล่น คู่กับ โจวเหวินฟะ และเป็นภาพยนตร์แนวสากลเรื่องแรกของ ทีวีบี ที่ฮิตถล่มทลายในเมืองไทย 

โจวเหวินฟะ เจิ้งอวี้หลิง จากเทพบุตรชาวดิน ดังจนมีรูปที่เห็นด้านขวาเกิดขึ้นเป็นที่ฮือฮานั่นแหละครับ

ซึ่งแรกๆผมก็เข้าใจผิดว่าชื่อเล่นของเธอนั้นคือ ตุ๊ดตู่ แต่ที่จริงแล้วมันอ่านว่า ตูตู ครับ เพราะหากสะกดเป็น พินอิน มันจะสะกด เหมือนคำว่า ตู๋ ที่แปลว่า อ่าน ในภาษาจีนกลาง และเขียนเป็นภาษาอังกฤษออกมาได้เป็น Doo Doo นั่นเอง แน่นอนว่าหลังจากความสำเร็จของเทพบุตรชาวดินแล้ว  เธอก็หันไปเล่นหนังแนวกำลังภายในประกบพระเอกใหม่ๆในยุคนั้นต่อมาอีกหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นละครความยาวไม่มากแค่สิบตอนจบ เช่น หลี่ซื่อเหนียง เจ้าจอมหน้าด่าง และหนังสากลแนวตลก เช่น ผีสาวจอมเฮี้ยน ที่นำพาเด็กรุ่นใหม่ๆตามมาเกิดอีกหลายคน

ละครสั้น 10 ตอนจบ หลี่ซื่อเหนียง และ เจ้าจอมหน้าด่าง 

ตูตู เป็นคนไม่สวยแต่มีบุคลิกดีและสามารถแต่งตัวได้ขึ้นทั้งหนังแนวโบราณและแนวสากล และด้วยความสามารถที่มีทำให้บทที่เธอได้รับนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบทของ ผู้หญิงที่ค่อนข้างฉลาดหลักแหลม และ มีไหวพริบปฎิภาณดีเสียเป็นส่วนมาก แต่ยุครุ่งโรจน์ของเธอจริงๆนั้นเกิดขึ้นราวๆกลางยุค80 ที่ได้มาประกบกับ วั่นจื่อเหลียง ดาราดาวรุ่งอีกคนที่ย้ายสังกัดมาจาก เอทีวี ต้นๆยุค 80 ซึ่งบทบาทที่เธอประกบคู่กับเขาในเรื่อง คู่ทรนง นั้นโด่งดังเป็น อย่างมากจนทำให้ ทางค่ายสร้าง ละครยาวออกมาอีกเรื่องหนึ่งคือ ค่าของคน ที่มีความยาวมากกว่า คู่ทรนง หนึ่งเท่าตัวออกมาในปีถัดๆมา ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เธอประสบความสำเร็จสูงสุดครับ เพราะหลังจากนั้นเธอจะไม่รับเล่นละครประเภทแนวโบราณเลย เนื่องจากค่าตัวสูงขึ้น และ เลือกที่จะเหนื่อยน้อยกว่าด้วยการ ไปออกรายการประเภท วาไรตี้ หรือ โชว์ตัวตามต่างประเทศแทน 

คนที่ไม่เอ่ยไม่ได้ก็คือ ดาราผู้ล่วงลับ องเหม่ยหลิง ครับ เธอคนนี้มาจากเวทีประกวดนางงามฮ่องกง แต่ทว่าไม่ได้ตำแหน่ง จนกระทั่งมีคนเห็นแวว จับมาเล่นเป็น อึ้งย้ง ในมังกรหยกภาคแรก ที่มีความยาวขนาดต้องนั่งดูกันจนตาแฉะ คือ 60 ตอน ซึ่งถือว่ามากในสมัยนั้นพอๆ กับละครเด็ก กันตนา คือ จอมเกเร ม่าเหมี่ยว ไต้ฝุ่น หรือ วัยซน ที่ฉายช่วงตอนเย็นๆวิกหลายสี แน่นอนว่า บทบาทที่เธอได้รับ ถูกโฉลกกับองค์ประกอบของละครเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะ หวงเย่อหัว ก็เป็นอีกคนที่เหมาะกับบทก๊วยเจ๋งเช่นกัน และความดังของมังกรหยกภาคแรกนั้นถือได้ว่าเป็นความสำเร็จระดับชาติหนที่สองจากที่ทางค่ายเคยทำไว้ใน ชอว์ลิ้วเฮียง จอมโจรจอมใจ ครับ หลังจาก มังกรหยกแล้วบทที่เธอได้รับส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยไกลจากบท อึ้งย้ง เท่าใดนัก ดังนั้น บุคลิกที่ทางบริษัทสร้างให้จึงออกมาเป็น สาวน้อยแสนซน ขี้เล่น ดูเจ้าเล่ห์นั่นเอง

องเหม่ยหลิง กับ บทอึ้งย้งที่แจ้งเกิดเธอทันที

เสียแต่ว่าผลงานอย่าง ชอว์ลิ้วเฮียง ถล่มวังค้างคาว และ เทพอาจารย์จอมอิทธิฤทธิ์ ที่เธอเล่นเป็นนางเอกนั้น แม้จะประสบความสำเร็จก็ตาม แต่ข่าวน่าเศร้าก็ตามมาไม่นานว่า เธอฆ่าตัวตายโดยการรมแก๊สในห้องพักซึ่งบางกระแสก็กล่าวกันว่าเป็นฝีมือของมาเฟียฮ่องกง แต่ข่าวในสมัยนั้นยังแตะต้องเรื่องพวกนี้ไม่ได้เหมือนปัจจุบันที่ขุดคุ้ยกันได้ง่ายๆ ข่าวที่มีในตอนนั้นจึงออกมาว่า เป็นเพราะเพียงเธอน้อยใจแฟนของเธอคือ ทังเจิ้นเยี่ย ในตอนนั้นจนทำให้เธอตัดสินใจทิ้งชีวิตทั้งๆที่กำลังเจิดจ้านั่นแหละครับ  (ทั้งหลิวเจียหลิง และ หลันเจี๋ยอิง ต่างก็โดนเรื่องพวกนี้ก่อกวนจนเสียหายกันไปตามๆกัน ซึ่งอ่านต่อไปก็จะทราบความครับเพราะว่ากันว่า มาเฟียพวกนี่นั้นชอบเล่นงานดาราสาวๆที่โด่งดังจนเป็นข่าวให้หวาดกลัวกันอยู่เสมอๆ ) ส่วนหนังแนวสากลนั้น เทพบุตรทรนง คือ ละครความยาวหลายตอนจบอีกเรื่องที่เธอเล่นคู่กับ เหลียงเฉาเหว่ย และ หลี่เหลี่ยงเหว่ย กล่าวคือ เธอกำลังดังมาจาก มังกรหยก ดังนั้น ทางค่ายก็เลยส่งเธอประกบ ดาราที่กำลังปั้นกันอยู่ในตอนนั้น คือ เหลียงเฉาเหว่ย นั่นเอง ซึ่งการประกบคู่นั้น ถือว่าเป็นหนแรกกับหนังแนวสากลที่มีความยาวค่อนข้างมากของเหลียงเฉาเหว่ย หากไม่นับ นักสู้ผู้พิทักษ์ ภาคแรก ที่มีความยาวเยอะเหมือนกัน แต่มีแต่ดาราใหม่ในตอนนั้นมาเล่นกันล้วนๆ ซึ่งเธอน่าจะไปได้ดีกับละครทั้งแนวโบราณและสากล นั่นแหละครับหากโศกนาฎกรรมที่เป็นความลับดังกล่าวนั้นไม่เกิดขึ้นเสียก่อน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็น การฆ่าตัวตาย หรือ เป็นการวางแผนตั้งใจมาฆาตกรรมกันตั้งแต่ต้นนั้นทุกวันนี้เรื่องนี้ก็ยังเป็นปริศนาที่ยังมีคนขุดคุ้ยกันอยู่เรื่อยๆ

คนต่อมาคือ เฉินอวี้เหลียน เธอคนนี้มีใบหน้าที่งดงามมากราวเทพธิดา ดังนั้นทางค่ายจึงมอบบทสาวงามปานเทพธิดาให้เธอเล่นบ่อยๆ ใครบางคนนึกว่าเธอคือดาราใหม่ แต่จริงๆเธอไต่เต้าจากบทตัวประกอบมาตั้งแต่กลางๆยุค 70 แล้วทางบริษัทจึงค่อยๆมอบบทสำคัญๆให้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่าพระเอกในยุคนี้ส่วนใหญ่เคยประกบคู่กับเธอมาหมดแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มห้าพยัคย์ หรือ พระเอกดังๆคนอื่นๆ และด้วยความงามปานเทพธิดาในเวลาแต่งชุดโบราณนี่เอง ทำให้บริษัทคัดเลือกเธอให้มารับบทแม่นาง หวัง หนึ่งในตัวละครสำคัญของ 8 เทพอสูรมังกรฟ้า 

บทแม่นางหวัง ขวัญใจ คุณชาย ต้วนอวี้ ใน 8 เทพอสูรมังกรฟ้า 1982

หลังจากนั้นก็ตามด้วย บุคลิกลักษณะเดียวกันแบบ เซียวเล่งนึ่ง ในมังกรหยกตอน กำเนิดเอี้ยก้วย กับพระเอกหน้าใหม่ๆ อย่าง หลิวเต๋อหัว ที่ฮิตถล่มทลายไปทั่วโลกตามสายการรับชมผ่านระบบ วีดีโอ แบบคาสเสทท์ และดูเหมือนเธอจะไปได้ดีกับหนังแนวโบราณแบบนี้ ทางบริษัทจึงมอบบทสำคัญให้เธอมาเรื่อยๆ

บทที่ทุกคนรู้จักเธอดี ดรุณีหยก เซียวเล่งนึ่ง จาก มังกรหยก ตอนกำเนิด เอี้ยก้วย

บทนางเอก จาก 13 องค์รักษ์ล่าพระกาฬ

จนกระทั่งถึงกลางยุค 80 ที่ก็มี หนังแนวสากล แซมๆมาอยู่บ้าง เช่น พยัคย์สาวนักสืบ เล่นคู่กับ หลี่เหลี่ยงเหว่ย ทังเจิ้นเยี่ย และ เจ้าแม่ฮ่องกง เกาะอลเวง ที่เธอเล่นประกบ หลี่เหลี่ยงเหว่ย และ โจวไห่เม่ย (ซึ่งคู่นี้เริ่มเป็นแฟนกันตั้งแต่คอนถ่ายละครเรื่องนี้นั่นเอง) แต่ทุกเรื่องก็ฮิตสู้หนังแนวโบราณไม่ได้เลย โดยเฉพาะ ศึกลำน้ำเลือด ภาพยนตร์ประจำปีเรื่องหนึ่งของค่ายที่เธอได้รับบทเด่นเป็นนางเอกตลอดเรื่อง และด้วยความที่เธอต้องเดินทางไปกลับสหรัฐอเมริกาบ่อยๆเนื่องจากสามีของเธอทำธุรกิจอยู่ที่นั่นงานแสดงของเธอจึงเหลือเป็นเพียงรายเรื่องและค่อยๆเงียบลงไปเพื่อไปทำหน้าที่แม่บ้านให้กับสามีอย่างเต็มตัวจนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้คงมีคนได้เห็นผลงานของเธอประกบคู่ หลิวสงเหยินกันบางแล้วกับค่ายเดิมคือ ทีวีบี ครับ

จางมั่นอวี้ หากเอ่ยชื่อนี้สักเกือบ 30 ปีก่อนแล้วล่ะก็ เชื่อว่าบางคนอาจจะไม่รู้จักแน่นอนครับ เพราะสมัยก่อนนั้น ชื่อนี้ในวงการจอแก้ว ออกจะธรรมดาๆ และไม่มีทีท่าว่าจะเป็นนางเอกดังของค่าย เพราะเธอเริ่มประสบความสำเร็จจากบทเล็กๆใน ละครตำรวจที่ตอนแรกก็ไม่มีใครคิดว่าจะดังจนต้องสร้างภาคต่อ  อย่าง นักสู้ผู้พิทักษ์ ซึ่งหลายๆคนกล่าวกันว่าที่ดังขึ้นมาได้ก็เพราะละครมันยาว ตัวเดินเรื่องอย่างพระเอกนางเอกตัวร้ายน้ำเน่าแบบละครวัยรุ่นที่ยังไม่ค่อยมีใครทำ (สมัยก่อนที่เรื่องนี้จะมีฉายนั้นละครวัยรุ่นจะหมายถึงละครที่ตัวแสดงนำมีอายุพอสมควรแล้ว) 

จางมั่นอวี้ กับ บทหลากหลายจาก ศึกล้างตระกูล นักสู้ผู้พิทักษ์ ภาคแรก 

และรูปด้านขวา คือ รูปที่ถ่ายตอน ประกวดนางงามฮ่องกง

พอทางค่ายไฟเขียวที่จะกระชากวัยของนักแสดงให้มาเล่นละครยาวแบบนี้มันก็เลยฮิตขึ้นมานั่นแหละครับ และจากความดังของนักสู้ผู้พิทักษ์นี่เอง ทางค่ายก็ให้เธอประกบกับ เลสลี่จาง ดารานักร้องชื่อดังระดับชาติในสมัยนั้นในหนังกำลังภายในเรื่อง ศึกล้างตระกูลทันที ซึ่งแม้จะมีความยาวไม่มาก แต่บทที่ได้รับก็ถือว่าเด่นมาก เพราะทั้งเรื่องเหมือนมีพระเอกนางเอกเล่นกันสองคน จนกระทั่งเธอไปได้ดิบได้ดีกับการเล่นภาพยนตร์ จนได้ฝึกฝีมือ และ ประมือกับคนดังๆมากมายนั่นแหละครับ ชื่อ จางมั่นอวี้ คนนี้จึงได้ค่อยๆโด่งดังขึ้นมาตามคุณภาพงานและฝีมือการแสดงของเธอที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆเป็นนักแสดงระดับชาติ

อีกคนหนึ่งที่โด่งดังในยุคนั้นเช่นกันก็คือ จวงจิ้งเอ๋อ ที่มีดวงตากลมโต ใบหน้าหวานหยดย้อยครับ การประกบคู่กับนักแสดงในกลุ่มห้าพยัคย์นั้นทำให้เธอโด่งดังตามผลงานเหล่านั้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพ็กฮ่วยเกียม ดาบเลือดสะท้าน แผ่นดิน กับ หวงเยอหัว คำสาปเทวรูป กับ หลิวเต๋อหัว ฤทธิ์ดาบหยดน้ำตา และ พยากรณ์ประกาษิต กับ เหมียวเฉียวเหว่ย หรือ กระทั่งละครสั้น ดาบฟ้าสยบมาร ที่เล่น ประกบ หลิวเต๋อหัว ในแนวโบราณ หรือ กับมือโปรอย่าง โจวเหวินฟะ ใน ดาบจอมภพ เวอร์ชั่นดัดแปลง ภายใต้ชื่อเรื่อง จอมยุทธพเนจร (ชื่อภาษาอังกฤษเป็น The Maverick)

จวงจิ้งเ๋อ๋อ ในบท ชิงชิง นางเอกจากละคร เพ็กฮ่วยเกียม ดาบเลือดสะท้านแผ่นดิน

อีกบทบาทในละครสั้น ดาบฟ้าสยบมาร

ด้วยความ มีเสน่ห์ในแบบของเธอ ทำให้บทส่วนใหญ่ที่ทางบริษัทมอบให้นั้นมักจะเป็น บทของ สาวสวย ที่มีความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยว เป็นตัวของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าสาเหตุที่ไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างนั้น ว่ากันว่า เป็นเพราะดวงตา และ ใบหน้าของเธอที่หวานหยดย้อย นั่นแหละครับ มันดูไม่ค่อยเย่อหยิ่งจองหอง แต่ดูเหมือนลูกแมว ลูกหมาอะไรแบบนั้นมากกว่า จนกระทั่งหมดสัญญากับทางค่าย เธอก็หันไปลงเอยกับ ค่าย เอทีวี ที่ป้อนงานละครแนวสากลให้เธอจนโด่งดังในเรื่อง วิหคในกรง และอีกหลายเรื่องตามมาจนหมดยุค 80

เฉินฟู่เซิง เธอคนนี้ส่วนใหญ่โด่งดังจากหนังแนวโบราณ ไม่ว่าจะเป็น 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ในบท อาจือ (ที่หลายๆคนว่าดีกว่า อาจือ ในยุค รีเมคทั้งหมดอีกหลายๆเวอร์ชั่นตามมา เพราะใบหน้าและบุคลิกน่าเชื่อถือที่จะมีคนอื่นคล้อยตามหรือเห็นใจตามบทประพันธ์) 

เฉินฟู่เซิง ในบทอาจือ ซึ่งน่าจะเป้นเวอร์ชั่นที่หน้าตาดีที่สุดในภาพประกบ หวงเย่อหัว หรือ หลวงจีน ซีจู๋ในเรื่อง

 

ดูกันชัดๆอีกทีว่าที่มาของทรงผมแฟชั่นแนวเจ้าแม่พรรคมารนั้นมีุจุดเริ่มต้นมาจากที่ไหนไอ้เปียพาดหน้าผากนี่หน่ะ

 เล็กบ้อซวง ในมังกรหยกตอน กำเนิดเอี้ยก้วย และ ละครสั้นแนวกำลังภายในอีกหลายๆเรื่อง  ซึ่งความดังของเธอนั้นทำให้หลายๆคนเฝ้าติดตามว่าเรื่องจะลงเอยยังไงกันอย่างตาไม่กระพริบกับทุกเรื่องที่เล่น เพราะบทของเธอกล่าวได้ว่า คล้ายๆกับ โอวหยังเพ่ยซัน 2 คือไม่ได้เป็นนางเอก แต่เป็นตัวเอก ที่บางทีอาจจะเด่นได้พอๆกับตัวเอกในเรื่อง และ มีบทมากกว่าตัวละครอื่นๆที่ไม่ใช่นางเอกพระเอก หรือ มีความสำคัญพอๆกับนางเอกนั่นแหละครับ ดังนั้นบุคลิกที่บริษัทมอบให้ จึงมักจะเข้มข้น โดดเด่นกว่าตัวรอง หรือ ตัวเอกอื่นๆ พูดง่ายๆว่า เป็นแคแรคเตอร์ที่โดดเด่นแปลกตาและมีสีสัน มากกว่าแคแรคเตอร์อื่น ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากหมดสัญญากับทางค่ายราวๆกลางยุค80 เธอก็หันไปทำสัญญาใหม่กับค่าย เอทีวี ทันที ซึ่งประเดิมด้วยบท ซ่างกัวเสี่ยวเซียะ ตัวละครเอกใน เหยี่ยวเดือนเก้า ประกบ หลิวสงเหยิน 

สาวงามอีกคนหนึ่งที่มีผลงานชุกชุมในช่วงนี้ก็คือ โจวซิ่วหลัน ครับ โดยผลงานที่เธอเล่นส่วนใหญ่นั้นแทบจะเรียกได้เลยว่า เป็นนางรองเกือบแทบจะทุกเรื่อง แต่บังเอิญแต่ละเรื่องนั้นดังๆแทบทั้งนั้นจนทำให้เธอเป็นที่รู้จักโด่งดังกันไปนั่นแหละครับ ไม่ว่าจะเป็น ซวงเอ๋อ สาวใช้ผู้ภักดี ในจอมยุทธอุ้ยเสี่ยวป้อ หยวนจื่ออี ซึ่งเป็นบทที่ หมีเซียะ เคยเล่นมาก่อนในจิ้งจอกภูเขาหิมะ หรือ กระทั่ง บทนางรองอื่นๆ ใน ศึกล้างเมืองมาร มารพิณพิฆาต ตลอดจน คนรักของเจ้าวังค้างคาว ใน ชอว์ลิ้วเฮียง ถล่ม วังค้างคาว ทุกเรื่องนั้นจัดได้ว่า ฮิตถล่มทลายแทบทั้งสิ้น

โจวซิ่วหลัน กับอีกบทบาทใน มารพิณพิฆาต เรื่องนี้เล่นคู่กับ อู๋เจิ้นหวี่ครับ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นนางเอกก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่บทที่เธอได้รับนั้นจะเป็นบทหญิงสาวที่ไม่สวยเท่าไหร่ แต่เป็นที่หมายปองของทั้งพระเอกผู้ร้ายอย่างมากมาย รักเดียวใจเดียว และ มีคุณสมบัติบางอย่างที่สาวสวยไม่มีแต่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี

คนต่อมาที่จะพูดถึง คือ หยังพ่านพ่าน ซึ่งก่อนเธอจะได้รับบท มกเนียมฉือ ภรรยาของเอี้ยคัง ในมังกรหยก ภาคแรก นั้น มีกระแสวิจารณ์ค่อนข้างแรง ว่าไม่เหมาะกับบท เนื่องจากเธอมีบุคลิกเป็น ทอมบอย ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นกุลสตรี เพียบพร้อมตามบทประพันธ์ แต่ทว่าความสนุกของเนื้อเรื่องและความสามารถของ ผู้กำกับ หวังเทียนหลิน ทอมบอย ก็สามารถกลับกลายเป็นกุลสตรีที่น่าเห็นใจได้อย่างไม่ยาก ซึ่งหลายๆคนเคยออกปากกับผมเช่นกันเวลาเห็นเธอแต่งชุดโบราณ คำพูดที่ได้ยินบ่อยๆคือ เหมือน กะเทย ซึ่งเป็นเพราะเธอมีความรู้ด้านกังฟูมาก่อน และมีใบหน้าที่ค่อนข้างไม่หวาน เหมือนเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ที่ออกจะหน้าหวานเหมือนกันหมดนั่นเองเลยทำให้เป็นเช่นนั้น แต่พอหลังจาก ชมมังกรหยกกันจบแล้ว การแต่งตัวหรือบุคลิกหญิงๆแบบ หยังพ่านพ่าน ก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะงั้น 

ประกบคู่เหมียวเฉียวเหว่ย ใน มังกรหยกภาคแรกจนโด่งดัง

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ครับ กล่าวคือ ในสมัยก่อนยังมีอยู่บ้างสำหรับละครที่นำผุ้หญิงมาเล่นบทผู้ชายจริงๆในเรื่อง แต่แนวใหม่นี้คือ จับทอมบอยมาแต่งหญิง แล้วทำให้เป็นแม่บ้านแม่เรือน ซึ่งขัดกับบุคลิกหลัก ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จของบริษัทเขานั่นแหละครับ ที่จับทอมบอยมาแต่งหญิง จนมีบุคลิกขัดแย้งกับบุคลิกจริงของคนเล่น แล้วเวริค์ โดยส่วนใหญ่ บทแม่บ้านแม่เรือนผู้เรียบร้อย หรือ หญิงสาวผู้เข้มแข็งจากความแค้น แต่ใจอ่อนกับความรัก  จะเป็นบทที่เธอได้รับครับ

เฉินซิ่วจู หรอ เจ๊ไฝ ของใครๆหลายคน ซึ่งมีคนบอกผมเหมือนกันว่าหากแกไปเอาไฝออก ใบหน้าจะงามขึ้นมากกว่าเดิม แต่บางคนก็ว่าไม่ควรเอาออก เพราะนั่นคือ เอกลักษณ์ที่หายากมากกับนักแสดงวัยไล่เลี่ยกัน  ส่วนความเป็นมาของเธอนั้นก็คล้ายๆกับ เฉินอวี้เหลียนครับ คือเป็นตัวประกอบมาก่อน จนกระทั่ง ทางค่าย มอบบท นางเอก ในกระบี่เย้ยยุทธจักรให้ ประกบ โจวเหวินฟะ และ ตามมาด้วย บทประพันธ์ดังๆหลายเรื่อง เช่น เล็กเซียวหงส์ และ จิ้งจอกภูเขาหิมะ ซึ่งผมเองค่อนข้างจำได้แม่นว่า ทั้งสองเรื่องมาจากฮ่องกงค่ายเดียวกันคือ ทีวีบี  แต่ฉายเมืองไทยกันคนละช่องซะฉิบ 

เฉินซิ่วจู หรือ เจ๊ไฝคนสวยของใครๆหลายคน

แน่นอนว่าบทที่เธอได้รับนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเภทรักเดียวใจเดียว เป็นผู้หญิงเก่ง แต่ก็ต้องการผุ้ชายมาปกป้อง แข็งนอกอ่อนใน อะไรแบบนั้นแหละครับที่เป็นบุคลิกที่บริษัทมอบให้เธอ ส่วนใหญ่เมื่อมีความรักกับตัวละครในเรื่อง มักจะต้องขัดแย้งกับพรรคพวกหรือญาติพี่น้องกันเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น มังกรผยอง กับ ซือสิว และ หลี่เหลี่ยงเหว่ย หวังต้าเซียน เทพสยบมาร กับ เจิ้งเส้าชิว และ เซียะเสียน หรือ เพ็กฮ่วยเกียม ที่เกือบจะมีตีฉิ่งกับนางเอกที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย คือ จวงจิ้งเอ๋อ และหลังจากต้นยุค 80 เราก็ยังเห็นผลงานของเธออยู่บ้างครับจนกระทั่งหมดยุคไป แต่เมื่อเร็วๆนี้เธอก็กลับมาใหม่กับค่ายเดิม กับบทแม่ และ บทป้า เมื่อเวลาผ่านไปครับ 

มาถึงอีกคนที่มีผลงานในยุคต้น 80 เธอก็คือ หวงมั่นหนิง ที่มีหลายๆคนถูกอกถูกใจกันไม่น้อยในบ้านเรา ซึ่งหากใครจำไม่ได้พอบอกว่าเธอคนนี้เล่นเป็น ก๊วยเซียง ในมังกรหยก ภาค กำเนิดเอี้ยก้วยคู่กับ หลิวเต๋อหัวขึ้นมาแล้วล่ะก็ ความจำน่าจะผุดขึ้นมาได้โดยฉับพลันนั่นแหละครับ หวงมั่นหนิง นั้นมีผลงานค่อนข้างมากในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นบท แม่ชีอี้ลิ้ม ที่อาจจะดูน้อยไปหน่อยในกระบี่เย้ยยุทธจักร ที่เล่นกับ โจวเหวินฟะ หรือ บทเด่นใน 13 องค์รักษ์ล่าพระกาฬ และหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งเป็นละครแนวโบราณเกือบทั้งสิ้น ก่อนทาง เอทีวี จะดึงตัวเธอไปเล่นละครให้กับทางค่ายหลังจากหมดสัญญากับช่อง ทีวีบี 

หวงมั่นหนิง กับ บทสาวน้อยร้อยชั่ง

บทแม่ชี อี้ลิ้ม ในกระบี่เย้ยยุทธจักร เวอร์ชั่น โจวเวหินฟะ และ ก๊วยเซียง ใน มังกรหยก ภาคเอี้ยก้วย

และด้วยใบหน้าและรูปร่างที่สวยน่ารัก นี่เองทำให้บทที่เธอได้รับนั้นมักจะเป็นบท สาวน้อยร้อยชั่ง หรือ ผู้ไม่เดียงสาต่อโลก เสียเป็นส่วนใหญ่ หรือ ไม่ก็มักจะเห็นเธอในบทสาวน้อยที่เป็นคนเรียบร้อยไม่ค่อยเปิดเผย

ทีนี้มาถึงปลายต้นยุคกันบ้างก็น่าจะประมาณปี 83-86 ที่เธอเหล่านี้เริ่มจะมีผลงานดังๆออกมาถี่ๆ

ซึ่งกลุ่มเด็กสร้างกลางยุคจากซ้ายไปขวาก็จะมี หลิวเจียหลิง เติ้งชุ่ยเหวิน เจิงหัวเชี่ยน ชิเหม่ยเจิน หลันเจี๋ยอิง เหมาซุ่นหยิน จิ่งไต้อิน และ ซังเทียนเอ๋อ 

ซึ่งที่จริงแล้วยุคนี้มีการตั้งกลุ่มไว้หลายกลุ่ม อย่างฝ่ายชายก็จะมี กลุ่ม ห้าพยัคย์ และ เจ็ดภราดร ส่วนฝ่ายหญิงก็จะมี กลุ่ม จะ็จะมี กลมหพยคย แล เจดภรดร ธิดามังกร ของค่ายไว้เก้าคน แต่ทว่าบางคนนั้นคนไทยอาจจะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน หรือ ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเอาเลยก็เป็นเพราะว่า เธอเหล่านั้นไม่ได้มีผลงานละครออกมาแต่มีเพียงการเป็นพิธีกรรายการต่างๆให้กับทางสถานีหรือไปโด่งดังในการเป็นนักร้องเท่านั้น เช่น หลอเหม่ยเหวย หรือ ซังซัง อันนา ดังนั้นที่จะกล่าวถึงนั้นคงจะมีแค่ผู้ที่เห็นหน้าเห็นตากันบ่อยๆกับละครในยุคต้นๆจนถึงกลางยุค 80 เท่านั้นนั่นเองครับ 

คนแรกในกลุ่มนี้คือ หลิวเจียหลิง ดาราสาวแสนสวยครับ หลิวเจียหลิง นั้นจัดได้ว่าเป็นดาราที่ไม่สวยในวัยรุ่น แต่จะค่อยๆสวยขึ้นเมื่ออายุมากชึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนแรกๆที่เห็นๆกันนั้นจัดได้ว่า บ๊องแบ๊ว มาก และยังไม่ดังจนมีคนจำผิดจำถูกกับ เฉินซิ่วจู และ จวงจิ้งเอ๋อ กันก็มาก เนื่องจากช่วงแรกๆบทที่เธอได้รับมักจะเป็นบทรองๆแถมยังต้องประกบกับสองสาวที่ว่ากันบ่อยๆ ดังนั้นจึงมีคนจำผิดจำถูกกันค่อนข้างมาก เพราะแต่ละเรื่องนั้นบทค่อนข้างน้อย และ แชร์เล่นกับคนอื่นเยอะมาก แต่ทว่า บทที่เริ่มส่งเธอจริงๆนั้นเป็นละครดราม่ากึ่งประวัติศาสตร์สมัย ราชวงศ์ชิง เรื่อง ฮ่องเต้เจ้าสำราญ ครับเพราะเธอได้รับบทนางเอกเต็มตัวคู่กับหลิวเต๋อหัว ที่เพิ่งโด่งดังมาจาก มังกรหยก และ จอมยุทธอุ้ยเสี่ยวป้อ 

ประกบคู่ หลิวเต๋อหัว เป้นนางเอกในฮ่องเต้เจ้าสำราญ

โดยความแรงของพระเอกหลิว นั้นทำให้เธอดังขึ้นตามมาด้วยจนมีคนจัดให้เป็น คู่ขวัญ ของดาราใหม่ๆในยุคนั้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าหลังจากอิ่มตัวกับละครแนวโบราณเมื่อเรทติ้งดีขึ้น เธอก็หันไปรับแต่งานกล่อง ที่ประกบดาราดังๆอย่าง หลี่เหลี่ยงเหว่ย ในมาเฟียเซี่ยงไฮ้ หรือ ตู้ซินอู่ ทสดร ซุนยัดเซ็น ที่ประกบคู่ เจิ้งเส้าชิว หรือ ละครยอดฮิตอย่าง คู่แค้นสายโลหิตที่กลับมาประกบคู่กับหวงเย่อหัว ในละครแนวสากลจนฮิตถล่มทลายอีกหน ก่อนจะผันตัวไปเล่นภาพยนตร์และรับแต่งานพิธีกรและการโชว์ตัว จนกระทั่งโด่งดังไปทั่วในเวลาต่อมา ซึ่งอาจจะกล่าวได้ครับว่าบุคลิกส่วนใหญ่จากละครที่เธอเล่นนั้นส่วนใหญ่บทที่ได้รับมักจะเป็นบทที่เป็นนางเอก ที่เป็นตัวเอก คือหมายความว่า ทุกคนจะรู้ว่านางเอกของเรื่องคือเธอและบทนั้นก็เด่นสมเป็นนางเอกจริงๆ นั่นแหละครับ  ส่วนที่เกริ่นเอาไว้นั้นเป็นข่าวครับว่า หลังจากเธอสมรสเปิดเผยกับเหลียงเฉาเหว่ยตามที่ทราบข่าวกันดีแล้วนั้น มีกลุ่มมาเฟียลักพาตัวเธอไปแล้วถ่ายรูปโป๊ของเธอ เนื่องจากเธอไม่ยอมทำตามเงื่อนไขบางอย่างของพวกมาเฟียเหล่านี้  ซึ่งบางกระแสแรงถึงขนาดเล่นให้ถึงขั้นว่าเธอถูกลักพาตัวไปข่มขืนเลยทีเดียว แต่ภายหลังก็มีการออกมาปฎิเสธว่าเป็นเพียงการถ่ายภาพเปลือยให้อับอายเท่านั้น แต่ยังไงก็ตามข่าวแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดกับเธอเพียงคนเดียวครับเพราะยังมีอีกหลายคนในวงการที่โดนแบบนี้จนถึงขั้นมีการออกมาประท้วงเรื่องเสรีภาพและความกร่างของมาเฟียพวกนี้กับทางการฮ่องกงกันออกหน้าออกตาอย่างที่เป็นข่าวกันมา

ส่วนรูปขาวดำนั้นเป็นรูปสมัยเด็กของเธอ และพระเอกเหลียงเฉาเหว่ย(ซึ่งไม่ได้ถ่ายคู่กันหรือรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแต่มีคนเอามาเทียบรูปกันให้ดูเฉยๆ)

อีกคนหนึ่งที่อยู่ในหมวดเดียวกันกับยุคนี้ก็คือ เติ้งชุ่ยเหวิน ครับ เนื่องจากผลงานแรกที่เธอเป็นที่รู้จักนั้นคือ ซิยิ่นกุ้ย พิชิตตะวันออก ที่เล่นประกบ วั่นจื่อเหลียงดาราดังในสมัยนั้น(จากผลงานอย่าง จางซานฟง ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม และ ศึกสายเลือด ของค่าย อาร์ทีวี และ เอทีวี ) และตามมาเรื่อยๆจากการประกบกับ ห้าพยัคย์ทั้งหลายแห่ง ทีวีบี ในบทนางเอก และ ตัวเอกทุกเรื่องซึ่งถือว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับเธอเอามากๆ หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการเกรงใจพระเอกมือทองของค่ายในขณะนั้นคือ วั่นจื่อเหลียงที่หลังจากประกบคู่กันแล้วกลายเป็นแฟนกันนั่นเอง โดยบทส่วนใหญ่นั้นมักจะมีความสำคัญในอันดับต้นๆแต่เป็นรองพระเอกซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะบทเด่นขนาดเป็นช้างเท้าหน้านั้นแทบไม่มีเลยหากจะบอกว่าบทที่เธอได้รับนั้นโดดเด่นขนาดเป็นแม่เหล็กจะปั้นพระเอกใหม่ได้เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าบุคลิกที่บริษัทสร้างให้เธอรับบทในช่วงโด่งดังนั้นส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นบทนางเอกครับ แต่ไม่ใช่ตัวเอก และบทนั้นเป็นรองฝ่ายชายเหมือนตัวเสริมอะไรแบบนั้น เพราะบทบาทส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ผุ้ชายมากกว่า

ซิยิ่นกุ้ย พิชิตตะวันออก ผลงานเรื่องแรกของ เติ้งชุ่ยเหวิน ประกบ วั่นจื่อเหลียง

บท จิวจี้เยียก หรือ โจวจื่อยั่ว ใน ดาบมังกรหยก ที่ถือว่าเป็นนางเอกอีกคนได้เช่นกัน

ซึ่งบทสำคัญๆหลังบทภรรยาผู้เรียบร้อยใน ซิยิ่นกุ้ย นั้นก็มาจากเรื่อง ศึกอภินิหารเหมาซาน ประกบคู่ หวงเย่อหัว ดาบมังกรหยก ประกบ เหลียงเฉาเหว่ย ผีสาวจอมเฮี้ยน ประกบ เจิ้งอวี้หลิง หวังต้าเซียนเทพสยบมาร และ ประลองยุทธตำหนักหลวง ประกบ เจิ้งเส้าชิว และ เลือดล้างแผ่นดิน(กบฏนักมวยไท่เผิง) ที่ระดมดาราไว้คับคั่ง โดยบทส่วนใหญ่ที่เธอได้รับนั้นก็จะเป็น สาวสวยที่อ่อนต่อโลกด้วยประสบการณ์ มีความรักความแค้น เติบโตตามวัยที่เป็น ทุกรสมีหมดแต่จำกัดแค่ความเป็นผู้หญิงที่อยู่ในบทวัยรุ่นเท่านั้น ลักษณะเด่นอื่นๆไม่ค่อยมี เพราะนี่คือ บทของหญิงวัยรุ่นธรรมดาๆที่ทางค่ายต้องการจะสื่อ ส่วนหลังจากที่เธอโด่งดังไปได้สักพักเธอก็หันไปถ่ายหนังเกรดสามหรือ หนังแนวหวาบหวิว เปิิดสามจุด ให้ชมเรืือนร่าง แบบโป๊ไม่เปลือย กันอยู่พักนึงจนกระทั่งเื่มื่อไม่กี่ปีมานี้ราวๆต้นยุค2000เธอก็ได้หวนกลับมาเล่นละครให้ ทีวีบี เช่นเดิมในบทที่ซีเรียสและดราม่ามากกว่าเดิมหลายเท่าจนมีข่าวว่าเธอทำการบ้านกับบทนั้นหนักมากจนเกิดไม่สบายหนักขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมาแจ้งเกิดอีกหนในบทที่ไม่ใช่สาวน้อยนั่นแหละครับ

เจิงหัวเชี่ยน คนนี้จัดได้ว่าดังมากในเมืองไทยและประเทศอื่นๆที่เครือข่าย ทีวีบี ไปถึงครับ และเป็นเพราะว่าเธอมีจุดเริ่มต้นมาจากโรงเรียนการแสดงของทางค่ายพร้อมๆกับรุ่นๆของห้าพยัคย์ ทีวีบี ด้วยใบหน้าและบุคลิกที่น่ารักน่าเอ็นดู งานแรกที่ทางค่ายให้เธอจับก็คือ พิธีการรายการเด็กครับ และหลังจากนั้นก็ให้เธอผันตัวมาเล่นละครดูบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า การประกบคู่กับเหลียงเฉาเหว่ยที่เป็นคู่รักกันมาตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียนการแสดงนั้น ทำให้เรทติ้งและชื่อของเธอถูกจัดได้ว่าเป็นนางเอกอันดับหนึ่งอีกคนของค่ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ด้วยบุคลิกที่น่ารักน่าชังและออกจะโก๊ะๆ(ที่คงไม่เหมือนโก๊ะตี๋) ทำให้ทางค่ายสามารถปั้นนางเอกที่มีบุคลิกอีกแบบขึ้นมาได้ใหม่อีกเช่นเคย 

เจิงหัวเชื่ยนกับบทหลากหลายที่แต่งตัวยังไงก็ขึ้นไม่ว่าจะเป็น แนวโบราณ หรือ แนวสากล ล้วนแล้วแต่ดูไม่ขัดเขินเลย

กล่าวคือ ส่วนใหญ่เธอจะได้รับบท หญิงสาวที่มีความน่ารักด้วยหน้าตาและบุคลิก ขาดความมั่นใจในตัวเองในบางครั้ง ซุ่มซ่าม  อวดดื้อถือดี แต่มีเหตุมีผล (แต่ไม่ได้หยิงจองหอง) สำหรับผลงานสร้างชื่อ นอกจากนักสู้ผู้พิทักษ์ ภาค สอง และ สาม ที่ประกบกับแฟนของเธอนอกจอ คือเหลียงเฉาเหว่ยแล้ว ก็ยังมี จิ้งจอกภูเขาหิมะ ในบทนางเอก ประกบคู่กับ หลี่เหลี่ยงเหว่ย ดาบจอมภพ ประกบคู่กับ จางเจ้าฮุย  ศึกลำน้ำเลือด ประกบคู่กับ หลิวชิงหวิน  เจ้ายุทธภพ ประกบ โจวไห่เม่ย และ กัวจิ้งอัน เกิดมาเฮง กับ เวินเจ้าหลุน โจวไห่เม่ย และ เศรษฐีเมืองใหม่ ประกบ เฉินถิงเวย และ จางเหว่ยเจี้ยน กงซันซือเหวินจื้อ หรือ แซนด์วิชอลเวง(จำชื่อไทยไม่ได้แต่ดูวีดีโอชื่อไทยนั่นแหละครับ) ประกบ อู่เจิ้นหวี่ จางเจ้าฮุย  ซึ่งหลังจากปลายยุค 80 ต้นๆยุค 90 เธอย้ายค่ายไปอยู่ เอทีวี พร้อมๆกับ เฉินถิงเวย แฟนใหม่พร้อมๆกับ หวงเย่อหัว ที่ย้ายตามไปและมีผลงานสองสามเรื่องก่อนจะลาวงการไปแต่งงาน และกลับมาใหม่ที่ ทีวีบี ค่ายเดิมเมือไม่กี่ปีมานี้ครับ

ชิเหม่ยเจิน คนนี้เป็นนางเอกอีกคนที่มีใบหน้าหวานมาก จนมีคนตั้งฉายาให้เธอว่าเป็น แหม่ม ไชนีส เพราะเป็นหมวยที่ค่อนข้างจะตาโต ดูเหมือนลูกครึ่ง จีน-ตะวันตก อะไรแบบนั้น แม้ผลงานช่วงแรกๆจะอาศัยใบหน้าอย่างเดียว แต่การได้ฝึกฝีมือการแสดงกับรุ่นพี่ๆที่เคยเป็นตัวประกอบมาก่อนอย่าง โจวเหวินฟะ เยิ่นต๊ะหัว และ หลี่เหลี่ยงเหว่ย ทำให้ฝีมือเธอดีวันดีคืนขึ้นมาได้เช่นกัน และแน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังกำลังภายใน หรือ แนวสากล เธอก็แต่งตัวขึ้นและดูไม่ขัดเขินกับบทบาทที่ได้รับเลย ทั้ง กระบี่เย้ยยุทธจักร ที่มีคนจดจำเธอได้มากกว่านางเอกของเรื่อง คือ เฉินซิ่วจู หรือ ละครแนวสากล เรื่อง พลังหนุ่มใจเพชร ที่แจ้งเกิดพระเอก จางเจ้าฮุย (ยังไม่ดังในตอนนั้นจึงขอเอาไว้พูดในยุคปลายของ 80 ) และ บทบาทที่ประกบคู่ทั้ง โจวเหวินฟะ และ เยิ่นต๊ะหัว ใน นักสู้ผุ้พิทักษ์ ภาค 2 

ชิเหม่ยเจิน กับบท หลิงซวง ในกระบี่เย้ยยุทธจักร กับ เล่งหูชง เวอร์ชั่น โจวเหวินฟะ

ส่วนหากถามบุคลิกของเธอแล้ว บทที่เธอได้รับมักจะไม่ค่อยทันคน แต่จะเป็นที่รักสำหรับบรรดาตัวละครในเรื่องเสียเป็นส่วนใหญ่ พบว่าหลายเรื่องนั้น พระเอก พระรอง หรือ ตัวประกอบ ส่วนใหญ่ต่างแย่งเธอกันทั้งนั้น หากจะนิยาม บทบาทประเภทนี้ น่าจะประมาณ สาวงามเสน่ห์แรง อะไรแบบนั้นนั่นแหละครับ ซึ่งหลังจากที่เธอโ่ด่งดังเป็นนางเอกอันดับหนึ่งของค่ายได้สักพักทั้งแนวสากล และ โบราณ ทางค่ายเอทีวีก็ได้มาติดต่อเธอไปเล่น ละครฟอร์มยักษ์ คือ เลือดรักเลือดแค้นร่วมกับ หวงเย่อหัว และ อู๋ฉี่หัว ในเวลาต่อมา จนกระทั่งอำลาวงการไปทำธุรกิจแว่นตา แล้วเพิ่งจะกลับมากับ ละครฟอร์มยักษ์ ประกบ หลี่เหลี่ยงเหว่ย หยวนหย่งอวี้ และ หลินฟง ใน Born rich ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา

คนต่อมา หลันเจี๋ยอิง นั้นเคยเล่นละครแนวสากลมาก่อนก่อนที่ทางค่ายจะเริ่มทยอยหาบทหนังแนวโบราณให้เล่น ซึ่งก็พบว่า ดูสวยงามน่ารักไม่แตกต่างกับเฉินอวี้เหลียนครับ เพียงแต่เรื่องของวัยนั้นออกจะดูอ่อนวัยกว่าในแนวของเฉินอวี้เหลียนที่ดูเหมือนจะมีอายุอยู่บ้าง ซึ่งบทบาทส่วนใหญ่ที่ได้รับนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบทบาทของสาวงามที่มีบุคลิกโอนอ่อนผ่อนตาม โดนหลอกง่าย และค่อนข้างเป็นที่สนใจของตัวละครฝ่ายชายมากกว่าตัวละครหญิงอื่นๆภายในเรื่อง กล่าวคือ มีความกุ๊กกิ๊กในแบบหญิงๆอยู่เยอะ แต่ไม่ได้แนวเดียวกับ จิ่งไต้อิน ที่เน้นเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง เรียกว่า คิขุ ก็แล้วกันครับที่เป็นบทบาทที่ทางค่ายมอบมา ซึ่งนอกจากบทเด่น ประกบ ซือสิว ใน มารพิณพิฆาต แล้ว ก็ยังมี ทายาทบัลลังก์มังกรประกบคู่กับ หลิวเต๋อหัว ฤทธิ์นางจิ้งจอก กับ กัวจิ้งอัน และ สวนทางรัก กับ หวงเย่อหัว 

หลันเจี๋ยอิง กับบทสาวน้อยแสนซน คิขุ ใน มารพิณพิฆาต ประกบ ซือสิว และ อู๋ฉี่หัว 

บทสาวสวยที่ โจวซิงฉือ หลงรัก ในจอมยุทธผงาดฟ้า

บทเทพธิดา เหอฮัว ใน ลิขิตฮ่องเต้ หรือ ทายาทบัลลังก์มังกร ประกบคู่ หลิวเต๋อหัว

โดยหลังจากนั้นกล่าวกันว่าเธอถูกแช่เย็นจากทางค่ายครับ จนกระทั่งปลายยุค80 และต้นยุค90 จึงมีการนำเธอออกจากตู้เย็น มาดังอีกครั้งกับการพบกับ พระเอกอย่าง โจวซิงฉือ ใน จอมยุทธผงาดฟ้า และ เจิ้งเส้าชิว และ หลิวสงเหยิน ในเจ้าพ่อตลาดหุ้น แต่บทบาทส่วนใหญ่ที่ได้รับนั้นเรียกได้ว่า หนักเกินวัย ทั้งสิ้นครับ โดยปัจจุบันมีข่าวว่า เธอถูกมาเฟียฮ่องกงทำร้ายและก่อกวนจนเสียสติ ต้องได้รับการบำบัดเป็นระยะๆ ต้องโกนหัวโกนผมออกหมด และคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง ซึ่งสาเหตุนั้นเป็นที่รู้ๆกันครับว่ามาเฟียพวกนี้ในฮ่องกงพยายามแผ่อิทธิพลไปข่มกันมากขนาดไหน กลับผิดเป็นถูกได้อย่างไม่ยากเย็น หากใครเป็นเบอร์ที่เขาอยากจะกำจัดแล้วล่ะก็บ้านเมืองจะไร้ขื่อแปทันที  ซี่งคิดแล้วก็น่าเห็นใจครับจากของสวยของงามที่เราเคยเห็นกันกลับถูกทำซะเละตุ้มเปะขนาดนี้ไปได้ ซึ่งในใจก็เอาใจช่วยครับว่า คณะกรรมการต่างๆที่ปกครองฮ่องกงอยู่ในขณะนี้จะทำตามคำขอร้องของนักแสดงและผู้ประท้วงส่วนใหญ่ที่อยากจะขจัดอิทธิพลของพวกมาเฟียออกไปให้หมดเพื่อที่จะได้มีการประกอบอาชีพกันอย่างปกติสุขแบบในอดีตกันอีกครั้ง 

อีกคนหนึ่งที่พูดถึงไม่ได้ก็คือ เหมาซุ่นจวิน ครับ ที่จริงๆแล้วเธอโด่งดังมาจาก ความรักในหอแดง ในบท ไต้ยี่ บทเดียวกับที่หวังหมิงฉวนเคยเล่นในละครเรื่องเดียวกันนี้ของ ค่าย ทีวีบี ในปลายยุค 70 แถมยังใช้พระเอกคนเดียวกันคือ อู่เว่ยกั๋ว นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าละครชุดนี้นั้นไม่ใช่ของค่าย ทีวีบี ซึ่งแน่นอนว่า หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานประปรายมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น มังกรหยก ตอนกำเนิดเอี้ยก้วย ในบท ลูกศิษย์ของ ภูตบูรพาอึ้งเอียะซือ หนึ่งในภรรยาของ จอมยุทธอุ้ยเสี่ยวป้อ บทองค์หญิงฉางผิง ใน เพ็กฮ่วยเกียม แต่จริงๆแล้วเหตุผลอีกแง่ที่ทำให้เธอโด่งดังในยุคนั้นก็สืบเนื่องมาจากเหตุที่ว่าเธอเป็นแฟนนอกจอกับพระเอกวัยรุ่นชื่อดังในสมัยนั้นก็คือ เลสลี่จาง นั่นเอง ซึ่งทั้งข่าวทั้งผลงานที่มีมาติดๆกันนั้นทำให้เธอโด่งดังขึ้นมาในยุคต้น80จนติดอันดับยอดนางเอกในยุคนั้น 

สมัยสาวๆ ยุคแรกๆที่เล่นประกบกับ อู๋เว่ยกั๋ว หรือ ดาราดังๆจากค่าย อาร์ทีวี 

กับละครแนวโบราณ ประกบคู่หลี่เหลี่ยงเหว่ย ใน จอมอรหันต์ ตั๊กม้อ

เหมาซุ่นจวินกับทรงผมฟูฟ่องยอดฮิตยุค 80 ซึ่งเธอถือได้ว่าเป็นผู้นำแฟชั่นทรงนี้จนฮิตไปตามๆกัน

เค้าหน้าความสวยไม่เึคยเปลี่ยนแปลงแม้อายุจะเลยวัยสาวไปแ้ล้ว เธอกลับมาค่ายเดิมในบทแม่ๆป้าๆ

ผลงานดังๆช่วงปลายๆยุค 80 ก็จะมี อรหันต์ตั๊กม้อ ประกบคู่ หลี่เหลี่ยงเหว่ย ค่าแห่งชีวิต ประกบคู่กับ หลี่เหลี่ยงเหว่ย  วั่นจื่อเหลียง  หลินเจียหัว หนี้รักหนี้กรรม ประกบคู่ หลี่จื่อสง (พระเอกดังจากวงการภาพยนต์ที่หันมาเล่นละคร )  เติ้งชุ่ยเหวิน และ ละครฟอร์มยักษ์อย่าง เลือดล้างแผ่นดิน หรือ กบฏนักมวย ประกบคู่ หลี่เหลี่ยงเหว่ยอีกเช่นกัน ส่วนล่าสุดนั้นหากใครอยากจะชมผลงานของเธอก็สามารถหาชมได้ครับเพราะเร็วๆนี้เธอเพิ่งมีผลงานละครกับทางทีวีบีไปเช่นกัน

จิ่งไต้อิน เธอคนนี้มาแรงช่วงต้นๆจนถึงกลางยุค 80 ครับ ซึ่งเป็นเพราะส่วนใหญ่โด่งดังจากบทที่ได้รับจากบทประพันธ์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น จอมยุทธอุ้ยเสี่ยวป้อ จิ้งจอกภูเขาหิมะ หรือ หงส์ผงาดฟ้า ด้วยใบหน้าและบุคลิกที่เน้นความน่ารัก บทบาทที่เธอได้รับจึงไม่ใช่แก่นซน แต่เป็นความน่ารักแบบไร้เดียงสาเสียเป็นส่วนมาก จิ่งไต้อิน นั้นได้รับบทเป็นองค์หญิงหรือคุณหนูที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองมาหลายต่อหลายเรื่อง และทุกเรื่องก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี ซึ่งนั่นอาจเป็นไปได้ว่าทางค่ายอยากจะผูกขาดบทแบบนี้ให้เป็นแคแรคเตอร์ของเธอนั่นเอง แต่ถามว่ามีเรื่องไหนที่เธอเป็นนางเอกเต็มตัวไหม ไม่มีเลยครับ เพราะใน อุ้ยเสี่ยวป้อ เธอรับบทเป็นองค์หญิงที่เป็นน้องสาวของ หลิวเต๋อหัว (ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่ที่เป็นเฉินเสี่ยวชุนนั้น เลือกคนที่ดูไม่เหมือนองค์หญิงเอาเสียเลย)และเป็นหนึ่งในเมียทั้งเจ็ดคนของ อุ้ยเสี่ยวป้อ ดังนั้นก็เลยต้องแชร์บทกันเยอะมาก ส่วนในจิ้งจอกภูเขาหิมะนั้นเธอเล่นเป็นหมอยา หลิงซู่ แม้ออกจะเรียบร้อยกว่าเรื่องอื่นๆแต่ก็เป็นหนึ่งในสี่ของผู้หญิงที่พระเอกพบเจอ ใน ยุทธจักรชิงเจ้าบัลลังก์ เธอเล่นเป็นองค์หญิงผู้ก้าวร้าว แต่ก็ไม่ใช่นางเอกอีกเช่นกัน เพราะมีทั้ง องเหม่ยหลิง และ หยังพ่านพ่าน ประกบเป็นตัวเด่น 

 

รับบทเป็นองค์หยิง เจี้ยนหนิง (ขวาสุด) ในจอมยุุทธอุ้ยเสี่ยป้อ 

เฉินหลิงซู่(ขวาบน) หมอยาคนสวยใน จิ้งจอกภูเขาหิมะ 

ในเล็กเซียวหงส์ เธอเล่นเป็น ซิปิง คุณหนูที่เอาแต่ใจตัวเองแต่พระเอกก็ดันไปชอบ จิงจิง ที่รับบทโดย เฉินซิ่วจูมากกว่า 

ส่วนคนนี้นั้นหลายๆคนอาจจะจำไม่ค่อยได้ แต่หากเอ่ยถึง” อาเคอ” บทภรรยาที่น่าจะสวยที่สุดในบรรดาภรรยาของอุ้ยเสี่ยวป้อ เวอร์ชั่น เหลียงเฉาเหว่ยแล้วล่ะก็น่าจะร้องอ๋อขึ้นมาทันทีครับ ซังเทียนเอ๋อ นั้นไต่เต้าจากบทนางรองมาก่อนแต่บทที่ได้รับนั้นจะมีส่วนคล้ายกับโจวซิ่วหลันอยู่มาก และแน่นอนว่าบทบาทส่วนใหญ่นั้นไม่เคยเล้ยที่จะได้เป็นนางเอกเต็มๆกับเขาซะที ทั้งๆที่ต้นยุค 80 นั้นเธอจัดได้ว่าเป็นดาราคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักมากๆครับ แต่ด้วยผลงานที่มาจากบทประพันธ์ดังๆเรื่องแล้วเรื่องเล่าที่บริษัทจัดเธอไปลงบทต่างๆนั่นเองทำให้ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถทำให้เธอเป็นที่รู้จักจนได้ ไม่ว่าจะเป็น เพ็กฮ่วยเกียม ยุทธจักรพิชิตเหมาซาน ตำนานอักษรกระบี่ 1987 เลือดล้างแผ่นดิน 

ซังเทียนเอ๋อ กับหลากหลายบทบาทที่ล้วนแล้วแต่เป็นละครแนวโบราณทั้งสิ้น

ส่วนที่คุ้นๆหน้ากันในหนังแนวสากลก็น่าจะเป็น คู่แค้นสายโลหิต ส่วนหากถามถึงบทที่เธอได้รับว่า คล้ายๆโจวซิ่วหลันนั้นมันคล้ายแต่ทำไมถึงคล้ายล่ะ เหตุผลเป็นเพราะว่าตามบทที่เธอเล่นนั้นส่วนใหญ่เธอจะไม่ใช่คนที่พระเอกหรือตัวร้ายชื่นชอบ แต่อาจจะไปชอบเขาเอง พูดง่ายๆก็คือ เป็นคนที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว แต่ชอบท้าทายคืออยากเอาชนะผู้ชายที่ไม่ชอบตัวเองแบบนั้นแหละครับ

ส่วนหนหน้านั้นมาดูฝ่ายชายกันบ้าง พร้อมทั้งการประกบคู่ที่ฮือฮาในช่วงนั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

www.pantip.com คุณ Star dom และ คุณ Suta kung

www.tvb.com

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Hiriotappa วันที่ : 08/06/2013 เวลา : 04.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

กินได้ครับแต่อย่าเน่าเพราะเดี๋ยวกินไม่ได้5555แต่เอ๊ะชมพู่ไหนหว่า ตอนต่อเขียนแล้วนะครับไปอ่านได้เลยแต่คงต้องเว้นช่วงบ้างคิดว่าเรื่องนักแสดงฮ่องกงนี้จะเอามาลงเดือนละหนครับ พอจบชุดแล้วอาจจะเป็น ละครซีรียส์ฝรั่งในอดีต หรือ ไม่ก็ละครหรือไอดอลดาราญี่ปุ่น และอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องของการ์ตูนซีรียส์หุ่นยนต์ยอดนิยมในอดีต เดี๋ยวลองดูข้อมูลอีกทีครับ ส่วนตอนนี้ไม่ค่อยสบายยังไงก็อ่านตอนที่สองกันไปก่อนนะครับเพราะไท่แน่ใจว่าอาทิตย์หน้าอาการจัดีขึ้นหรือหนักกว่าเดิม 555

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
4BANK วันที่ : 03/06/2013 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

มารชมพู่ มีไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Hiriotappa วันที่ : 02/06/2013 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ท่านลูกเสือหมายถึงเรื่องอะไรครับ เพราะเธอเล่นไว้เยอะเหมือนกันนะครับ

ท่านภูมิรพี ผมเห็นว่ามันเป็นไปตามสมัยนิยมครับ แต่ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากที่ฉายๆบ้างในเคเบิลหรือมีคนนำเข้ามาเป็นหนังแผ่นส่วนใหญ่มาจากไต้หวัน ซึ่งเนื้อเรื่องยืดยาด อารัมภบทเยอะ ส่วนเรื่องงเแฺนอวี้เหลียนนั้นผมเห็นด้วยว่าภาพลักษณ์แบบนั้นเหมือนดาบสองคมเช่นกันว่ามันจะขยับไปเล่นบทอื่นก็ดูไม่สมจริงเพระาติดกับภาพเก่านั่นแหละครับ แต่จริงๆแล้วเธอเป้นคนที่มีฝีมือมากๆเนื่องจากเรื่องนี้ได้ยินมาจากหลายๆที่ และในส่วนของนักสู้ผู้พิทักา์อยากดูเหมือนกันครับเพระาว่าภาคแรกนั้นผมูดูบ้างไม่ดูบ้างจำได้ว่า ภาคแรก ตัวร้าย คือ กวนหลี่เจี๋ย ภาคสอง เป็น เฉินถิงเวยกับเยิ่นต๊ะหัว และ ภาคสาม เป็นเกาสง กับ หลินเจียหัว และในแง่ที่ว่าหาดูยากไม่ยากนั้นจริงๆแล้วผมพอมีนะครับหากใครคิดว่าหาอะไรดูที่ไหนไม่ได้ลองถามๆดูอาจจะมีครับ แต่ส่วนใหญ่เป็น ซาวนด์แทรค รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างนั่นแหละครับ

ท่านRosawan เรื่ององเหม่ยหลิงนั้นเป็นส่วนของการตั้งข้อสงสัยครับ เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นข่าวเกี่ยวกับพวกนี้แทบจะปิดเงียบไม่เป้นที่พูดถึง จริงๆไม่จริง คนที่รู้เรื่องดีน่าจะเป้นคนใกล้ตัวเธอ ทังเจิ้นเยี่ย นั่นแหละครับ แต่ในช่วงที่กลุ่มคนเหล่านี้เบ่งบาน ก็เริ่มไม่เกรงใจบ้านเมืองหรือศีลธรรมกันจนออกมาเพ่นพ่านแล้วก็ไม่มีใครกล้าหือกันอย่างในปัจจุบัน อีกประการเธอกำลังมีผลงานมากมาย ด้วยเหตุผลที่น้อยใจใครจนคิดสั้นนั้นก็ออกจะขาดเห็นผลไปหน่อย ส่วนซวงเอ๋อ หรือ โจวซิ่วหลันนั้น ผมว่าเธอเล่นดีในบางบท แต่ทางค่ายไม่ค่อยส่งเสริมเท่าไหร่ในช่วงหลังๆดังนั้นภาพส่วนใหญ่ที่ติดตากันก็น่าจะเป็นบทซวงเอ๋อ กับ หลี่หยวนจื่อ ในจิ้งจอกผู้เขาหิมะ จะเป็นนางเอกเต็มตัวหน้าก็ไม่ให้ครับ

ในส่วนของหมีเซียะ และ หวีอันอัน นั้นเธอทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในค่าย ทีวีบี แบบเป็นนักแสดงที่เล่นละครปีหนึ่งหลายๆเรื่อง แต่เป็นเพราะดังมากในสมัยนั้น พวกเธอจึงรับเป็นรายเรื่องเท่านั้นครับเนื่องจากเป็นนักแสดงชื่อดัง ตัวอย่างของงานที่เธอเคยมาเล่นให้ ทีวีบี เป็นรายเรื่องก็เช่น เส้าหลินปะทะไท้เก๊ก คู่กับ สือซิว ประกบ เส้าเหม่ยฉี และส่วนใหญ่เป็นเพราะผลงานนั้นอยู่ที่ค่าย เอทีวี ซะเป้นส่วนมากข้อมูลที่นำมาเขียนเลยไม่ค่อยมี แต่สำหรับคนที่คิดถึงหมีเซียะนั้นหลังๆทางค่าย ทีวีบี มีงานให้เธอเล่นเยอะมากผมก็เลยเอาเธอไปรวมอยู่ในยุค 2000 เนื่องจากเธอมีงานออกมาเยอะแม้จะเป็นบทป้าๆแม่ๆไปแล้วนั่นเอง คอยติดตามอ่านกันนะครับ
สำหรับคนอื่น ตัวเองคงจะเขียนอะไรได้ไม่ตรงเป๊ะนัก เนือ่งจัดตามข้อมูลที่ตัวเองมีและพอจะหาได้ ซึ่งตรงนี้อยากจะบอกใครๆไปเลยด้วยเช่นกันครับว่าเรื่องที่เขียนนี้ไม่มีนัยยะใดๆทั้งสิ้น เพราะเคยเขียนอะไไรบางเรื่องออกไปแล้วมันดันไปมีผลกับชีวิตจริงของตัวเองเข้าทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่เขียนหรือเกิดขึ้นในบล็อก ผลกระทบนั้นค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากเป้นข้อมูลเปิด เลยต้องเขียนสำทับแบบนี้ไป เพระามันไม่ใช่เพียงแต่จะทำให้บางอย่างเสียหายเท่านั้นแต่ผลกระทบบางอย่างก็มีติดตามมาเรื่อยๆ หวังว่าตรงนี้คงจะเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลที่ดีก็เท่านั้นแหละครับ แต่ลืมไปว่าใครเข้ามาอ่านก็ได้ ดังนั้นหลังๆก็เลยระวังตัวมากขึ้นไม่ให้มันมีผลกระทบอะไรกับชีวิตส่วนตัวของตัวเองมากเกินไป ส่วนที่แทนสรรพนามว่าท่านก็เพราะว่า คุณ นั้น มีคนใช้กันเยอะแล้วนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kruhnoi from mobile วันที่ : 02/06/2013 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

ยุคเราด้วยสิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chailasalle วันที่ : 01/06/2013 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ยุคผมเลยหล่ะ อิอิ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rosawan วันที่ : 01/06/2013 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

เวียนมาระลึกถึงความหลังถึง 3 รอบกว่าจะจบเอนทรี่

อ่านจบคิดถึงองเหม่ยหลิงจริงๆเลย เธอทำเรานั่งหน้าจอรอดูมังกรหยกอยู่ตั้งนาน
เรื่องราวการตายที่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับมาเฟียนี่ไม่เคยรู้เรื่องเลยค่ะ รู้แต่เรื่องเธอน้อยใจทังเจิ้นเยี่ยจนคิดสั้น

นอกจากนี้ที่นี่ก็ทำให้เราเห็นหน้าซวงเอ๋อของอุ้ยเสี่ยวป้อภาคที่ชอบมากที่สุดอีกครั้ง
มันนานถึงขนาดชอบมากแต่จำหน้าไม่ได้แล้วอ้ะ

อีกสองคนที่เราสงสัยว่าทำไมไม่มีอยู่ในลิสต์คือหมีเซี๊ยะและหวีอันอันค่ะ
เพราะอะไรเอ่ย หรือไม่ได้จัดเป็นนักแสดงชาวฮ่องกง
โอยยยย...อยากดูศึกสองนางพญาอีกซักรอบจัง


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 01/06/2013 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

คิดถึงนะครับ เป็นยุคที่หนังกำลังภายในดูสนุกที่สุด ไม่ไฮเธคเกินไป แต่ก็มีเทคนิคให้ตื่นตาบ้าง
ดูช่วงอยู่ม.ต้น
ชอบดาราทุกคนเลยที่เอ่ยมา แต่เฉินอวี้เหลี่ยนนี่เป็นดาราที่เอาใจช่วยมากๆเลย อยากให้เธอได้บทที่เหมาะๆ..แต่ก็ไม่ได้เห็นหลังจากมังกรหยกจบ
ละครที่เคยดู หลายเรื่องอยากดูซ้ำอีก อย่างเรื่องนักสู้ผู้พิทักษ์ ของเหลียงเฉาเหว่ยกับจางมั่นอวี้
หลายเรื่องยังไม่ได้ดู..อยากจะหาดูจริงๆ ค่อนข้างจะหาดูยากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/06/2013 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบ จวงจิ้งเอ๋อ ..
เพิ่งรู้ว่าเธอเล่นกำลังภายในเรื่องนี้ด้วย ต้องหามาดูแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน