• Hiriotappa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 323120
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
KidKidKid
ทุกเรื่องสำหรับเด็กดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/KidKidKid
วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2558
Posted by Hiriotappa , ผู้อ่าน : 4871 , 23:37:01 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , BlueHill โหวตเรื่องนี้

มาถึงฝ่ายชายกลุ่มที่สามคือกลุ่มเหล้าเก่าในขวดใหม่จากค่ายเอทีวีที่เพิ่งย้ายเข้ามาเล่นละครให้กับทางค่ายในช่วงนั้นและมีงานป้อนโดยตลอดในเวลานั้นครับ

จากซ้าย เดวิด เจียง เจิงเหว่ยฉวน จางกั๋วเฉียน อู๋เว่ยกั๋ว ทังเจิ้นจง อู๋กัง ลู่เจิ้นซุน และ หยังเต๋อสือ 

เดวิด เจียง

นักแสดงผู้นี้นั้นกล่าวได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลอีกคนของวงการบันเทิงเอเชียเลยก็ว่าได้ครับ จากชื่อเต็มคือ จางต้าเหว่ย กลายเป็น เดวิด เจียง และแม้จะมีคนเรียกติดปากกันแบบนั้นก็ตาม แต่จริงๆแล้วชื่อภาษาอังกฤษของแก คือ จอห์น เจียง ครับ ด้วยใบหน้าและฝีมือด้านกังฟูที่ติดตัวมา ทำให้นักแสดงอาวุโสผู้นี้คลุกคลีกับวงการมาตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งเริ่มเข้ามาเล่นบทตัวประกอบให้กับภาพยนตร์ของค่าย ชอว์บราเดอร์ หลังจากนั้นก็ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องต่างๆจนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์ของชอว์บราเดอร์หลายๆเรื่อง และเนื่องด้วยความดังจากภาพยนตร์ของชอว์บราเดอร์นี่เอง ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาได้จนค่ายละครในสมัยนั้นอย่าง เจียซื่อ และ อาร์ทีวี นำเขาไปเล่นละครให้กับทางค่าย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่นักแสดงในสังกัด แต่เล่นได้ทั้งละครและภาพยนตร์เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งผลงานที่ผ่านสายตาผู้ชมในบ้านเราและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็เช่น บทเด่น ในละคร ศึกสองนางพญา ประกบ หลิวสงเหยิน หมีเซียะ และ หวีอันอัน จนกระทั่งมาถึง มหากาพย์อย่าง ศึกสายเลือด ประกบ หมีเซียะ อู๋เว่ยกั๋ว วั่นจื่อเหลียง และ ม่อเส้าชง

เดวิดเจียงนั้นแม้จะเคยเป็นนักแสดงของบริษัทชอว์บราเดอร์ที่มีหุ้นใน ทีวีบี มาก่อนแต่ในช่วงที่กำลังดังนั้นเขาไม่ได้รับงานจากค่าย ทีวีบี เลย แต่หันไปเล่นละครให้กับ ค่าย อาร์ทีวี หรือ เอทีวี แทน ซึ่งเหตุผลก็ค่อนข้างจะน่าแปลก แต่หากมองดูลึกๆแล้ว เหตุผลที่ละครของ ทีวีบี เริ่มจะรุ่งกว่าเอทีวีในช่วงกลางยุคก็อาจจะมาจากเหตุผลแบบนี้ด้วย กล่าวคือ มีนักแสดงของ ชอว์บราเดอร์ที่ถือว่าเป็นญาติๆกับ ทีวีบี ไปเล่นละครให้ อาร์ทีวี หรือ เอทีวี กันหลายราย ไอ้เรื่องโน้นเรื่องนี้หรือข่าวต่างๆก็เป็นไปได้ครับว่าอาจจะติดไม้ติดมือกลับไปกลับมา ในขณะที่ เอทีวี นั้นทุนหนามากกับนักแสดง แต่ประเภทที่มีผลงานภาพยนตร์สร้างเองแบบชอว์บราเดอร์นั้นแทบเรียกได้ว่าไม่มีเลย ดังนั้นกลุ่มผู้ที่ไม่ค่อยพอใจชอว์บราเดอร์จากเรื่องรายได้ หรือ เรื่องอื่นๆ ก็เลยออกมาทำค่ายหนังกันเองและมีบางกลุ่มหันไปทำงานโทรทัศน์แข่งกับ ทีวีบี ภายใต้การสนับสนุนของค่าย อาร์ทีวี หรือ เอทีวี นั่นเอง

หลังจากความนิยมของภาพยนตร์แนวกำลังภายใน ฟันดาบโช้งเช้ง หมดลง และแทนที่ด้วยภาพยนตร์แนว เจ้าพ่อแก๊งส์เตอร์ แบบโหดเลวดี ผลงานเรื่องสุดท้ายที่เดวิดเจียงเล่นให้ เอทีวี ก็คือ ฤทธิ์กระบี่มรกต ประกบ อู๋เว่ยกั๋ว เหวยเลียะ เฉินซิ่วเหวิน และ เยี่ยอวี้ผิง ซึ่งพอหมดความนิยมในละครลักษณะนี้ เดวิดเจียง ก็หันไปรับงานภาพยนตร์ที่เป็นแนว บู๊แบบสากลแทน ประกบกับนักแสดงมากหน้าหลายตา อย่าง หูฮุ่ยจง ฮุ่ยอิงหง และ อื่นๆ ลากยาวมาจนถึงปลายยุค 80 ที่ละครโทรทัศน์หรือวีดีโอ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และ ภาพยนตร์นั้นเริ่มเปลี่ยนแนวไปเน้นภาพยนตร์ตลกมากกว่า เดวิดเจียงจึงได้ข้ามค่ายมาเล่นละครให้กับ ทีวีบี โดยการประเดิมบท อึ้งเอียะซือ ภูตบูรพา ในละครความยาว 20 ตอน มังกรหยก ตอน คัมภีร์มารนพเก้า แทนที่จะยังเล่นภาพยนตร์อยู่

ละครแนวใหม่ที่สร้างมาจากสิ่งละอันพันละน้อยของบทประพันธ์มังกรหยกเรื่องนี้นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็นเพราะตัวเดวิดเจียงเองมีพื้นฐานที่ดีมาก่อน และวัยนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเนื่องจากวัยที่สูงแล้วของเขานั้นก็เหมาะกับบทอึ้งเอียะซือเป็นอย่างดี อีกทั้งนักแสดงใหม่ๆที่ร่วมเล่นประกบด้วยก็อาศัยบารมีพี่แกเกิดไปตามๆกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ละครเรื่องนี้จะนำนักแสดงสูงวัยอย่างเขามาเกิดได้อีกครั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม บทบาทดังกล่าวยังไงก็ยังอยู่ในจุดที่เคยชิน เพราะดั้งเดิมนั้นเขาโด่งดังมาจาก ภาพยนตร์แนวกำลังภายในตั้งแต่ปลายยุค 70 ลากยาวมาถึงต้นยุค 80 ดังนั้นบทที่ถือว่าสร้างแรงผลักดันให้เขาเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่แท้จริง เห็นจะเป็นละครแนวสากล เรื่อง รอยรักลางสังหรณ์ ประกบ คู่กับ เฉินซิ่วเหวิน หลินเหว่ย และ เติ้งชุ่ยเหวิน กล่าวคือ ละครแนวสากลเรื่องนี้ เดวิด เจียงรับบทเป็นตัวสามีวัยกลางคนหรือวัยทองที่แต่งงานมีลูกแล้วกับเฉินซิ่วเหวิน แต่ดันไปมีเมียน้อยสุดเซ็กส์ซี่

คือ โจวเจียหลิง ( นักแสดงผู้นี้ก้าวมาจากตำแหน่งรองนางงามฮ่องกงในปี 1991 หลังจากตีบทแตกในบทเมียน้อยเรื่องนี้ก็ไม่รับงานละครอีก แต่ไปโด่งดังในบทแนวเซ็กส์ซี่กับวงการภาพยนตร์แทน ซึ่งถือว่าโด่งดังมากในตอนนั้น) ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงนั้นคงต้องบอกให้ไปติดตามกันเอาเอง แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าบทบาทของเดวิดเจียงในเรื่องนี้นั้นพิสูจน์ได้เลยครับว่าเขามีทักษะการแสดงที่ดีมาก แม้จะเป็นละครแนวสากลที่ไม่คุ้นเคยเลยก็ตาม

หลังจากประสบความสำเร็จกับรอยรักลางสังหรณ์ทางค่ายก็ยังให้เขารับบทเด่นอยู่เรื่อยๆ ทั้งแนวโบราณและแนวสากล เป็นต้นว่า บทเด่นใน จักรพรรดิเฉียนหลง ประกบ องหง เว่ยชิวหัว และ กู่เทียนเล่อ หรือ มือปราบดาบอาญาประกาษิต ประกบ คู่เดิม เฉินซิ่วเหวิน หรือ ละครเบาสมองอย่าง กามเทพ จอมจุ้น ประกบ นักแสดงที่ยังไม่แก่เท่าไหร่แต่ไซส์ไปแล้วอย่าง ซังเทียนเอ๋อ

จากนั้นข้ามค่ายไปเล่น นางพญากระบี่มาร ให้กับ เอทีวี ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมพร้อมทั้งทำให้ กงฉือเอิน กลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้งหลังย้ายค่ายไป เอทีวี รวมถึงแจ้งเกิดนักแสดงใหม่ๆอย่าง หยังกงหยู 

และไม่นานเท่าไหร่ทุกคนก็คงได้ชมบทบาทของเขาไปแล้วใน ศึกเทพพยากรณ์พิชิตมาร ประกบ นักแสดงรุ่น หลานๆ อย่าง หลินเหวินหลง หลินฟง เซียงไห่ฟง และ จางเข่ออี้

เดวิดเจียง นั้นบทบาทส่วนใหญ่จะเป็นบทชายวัยกลางคนที่มีอายุแล้ว ซึ่งเริ่มมีบทแบบนี้มาตั้งแต่ยุค 90 ที่อาศัยบารมีสร้างคู่ในเรื่องเป็นรุ่นเดอะ ประกบ กับ คู่ที่เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานในเรื่อง ซึ่งลักษณะแบบนี้จะทำให้รุ่นลูกๆหลานๆดังตามไปด้วยควบคู่ไปกับความเด่นในบทคู่ของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงถือได้เลยว่าเป็นนักแสดงอีกคนหนึ่งที่สร้างปรากฎการณ์ในการเขียนบทละครแบบใหม่ให้นักแสดงอาวุโสได้กลับมาเล่นละครแนวสากลแบบทีวีบี๊ทีวีบี

เจิงเหว่ยฉวน

นักแสดงผู้นี้เป็นก้นกุฎิของ เอทีวี โดยแท้ครับเนื่องจากช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงจาก อาร์ทีวี เป็น เอทีวี นั้นเขาอยู่ในช่วงที่กำลังไต่ระดับดังนั้นพอมาเปลี่ยนเป็น เอทีวี จึงถือเป็นรุ่นแรกๆที่ เอทีวี ให้การส่งเสริมอย่างเต็มที่พร้อมๆกับรุ่นเดียวกันอย่าง ไม่ชุ่ยเสียน หยังเต๋อสือ หลี่กัง ปันปัน ไช่เขี่ยนเอ๋อ และ โอวไข่หลิง 

ผลงานสร้างชื่อที่เป็นที่รู้จักเรื่องแรก คือ อภินิหารโป๊ยเซียน  

แต่ก่อนหน้านั้นก็มีละคร ปกาษิตมังกรหยก ที่เล่นเป้นพระรองประกบ เดวิดเจียง เฉินซิ่วเหวิน และ เยี่ยอวี้ผิง อยู่ก่อนแล้ว

แน่นอนว่าได้รับการส่งเสริมจากทางค่ายเช่นนี้ ละครความยาว 60 ตอนเรื่อง รุ่นที่ 4 จึงเป็นอีกเรื่องที่เขามีบทบาทร่วมอยู่ด้วยคู่กับ ไม่ชุ่ยเสียน ร่วมกับ ฉินเสียงหลิน หวีอันอัน อู๋เว่ยกั๋ว และ หลิวเซียะหัว 

ตามมาด้วยงานที่ทุกคนรู้จักเขาดีในบท จั๊วอี้หัง กับ นางพญาผมขาว เวอร์ชั่นเอทีวี ยุค 80 ประกบ เว่ยชิวหัว 

ซึ่งเรียกว่าแจ้งเกิดจากเรื่องนี้ที่ได้รับบทพระเอกเต็มตัวก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะอายุของเขาออกจะดูอ่อนวัยกว่าเว่ยชิวหัวอยู่บ้างเหมาะสมกับบท จั๊วอี้หัง 

รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในละครฟอร์มยักษ์ปี 1985 ของ เอทีวี ขงเบ้ง ประกบนักแสดงชั้นนำมากมายอย่าง เจิ้งเส้าชิว หมีเซียะ

จนขึ้นแท่นได้รับบทเด่นมากมายที่ส่วนใหญ่เล่นเป็นตัวเอกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เหยี่ยวเดือนเก้า ในบท เอี๊ยบไค หรือ บทพระเอกในกระบี่ไร้ใจ 

หลังจากหอมปากหอมคอกับ เอทีวี ที่พระเอกค่าย ทีวีบี ย้ายไปแย่งงานมากขึ้นเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่ทีวีบีในยุค 90 ประเดิมเรื่องแรกด้วย ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน แต่ทว่ากระแสตอบรับก็งั้นๆนั่นแหละครับ 

ตามมาด้วยการประกบคู่เล่นกับพระเอกจาก เอทีวี ที่ย้ายค่ายมาพร้อมกันอย่าง อู๋เว่ยกั๋ว ใน จอมดาบสะท้านภพ ประกบนางเอกสาว เติ้งชุ่ยเหวิน 

จนมาถึง เสน่ห์แม่ยั่วเมือง ที่นำแสดงร่วมกับ เวินปี้เสีย และ กัวเหออิง 

รวมถึง มังกรหยก 1994 กับบทรุ่นพ่อรุ่นแม่ 

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เล่นแต่บทพ่อแม่เลยตั้งแต่นั้นเพราะ ทีวีบี ยังให้ลงละครประกบรุ่นเด็กๆอย่าง ไช่เส้าเฟิน อยู่บ้างใน มือปราบดาอาญาปกาษิต 

ปัจจุบันถือได้ว่าเขาเป็นนักแสดงฝีมือค่อนข้างถึงคนนึวของวงการละครฮ่องกงดังนั้นผลงานในระยะหลังๆนั้นจะออกมาในแนวนักแสดงเจ้าบทบาทที่เล่นได้ทุกบทโดยในช่วงราวๆกลางยุค 90 นั้นส่วนใหญ่ละครยาวประจำปีก็จะมีเขาร่วมปะทะบทบาทกับนักแสดงชั้นนำอยู่เสมอรวมถึงบทพ่อบทแม่หรือรุ่นอาจารย์ในละครแนวโบราณเราก็มักจะเห็นเขามาร่วมแสดงด้วยอยู่บ่อยๆ

เจิงเหว่ยฉวน ถือว่าเป็นนักแสดงที่เล่นมาแล้วทุกบทบาทตั้งแต่ พระรอง พระเอก ตัวร้าย กึ่งดีกึ่งร้าย เจ้าพ่อ จอมบงการ แต่บทประเภทล้มเหลวในชีวิต หรือ บทตลกนั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่เห็นเลยครับ

จางกั๋วเฉียง

แต่เดิมนักแสดงผู้นี้นั้นเคยเล่นภาพยนตร์ แนวชกต่อย หรือ แนวกังฟูมาก่อนครับก่อนที่จะย้ายไปเล่นเป็นนักแสดงในสังกัดของ เอทีวี แต่บทบาทส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่ค่อยได้ถูกส่งเสริมจากทางค่าย ดังนั้นพอหมดสัญญาเขาจึงย้ายค่ายมาอยู่ ทีวีบี ในที่สุด ส่วนบทที่สร้างชื่อให้เขานั้นเริ่มแรกมาจากละครแนวสากลในช่วงต้นยุค 90 ของค่าย เอทีวี ประกบนักแสดงสาว เซียะหลี และ หวงหวินไฉ ซึ่งก็ไม่ได้โด่งดังแต่อย่างใดจนมาเริ่มมีชื่อเสียงจาก ละคร ไฟอารมณ์ ของ ทีวีบี  ที่เล่นเป็น ชู้รักของแม่นางเอกของเรื่อง คือ เส้าเหม่ยฉี และจากความดังของละครเรื่องนี้ทำให้พระเอก จางกั๋วเฉียน เริ่มเป็นที่รู้จักขึ้นมาและดูเหมือนจะโด่งดังกว่าสมัยเล่นอยู่ค่าย เอทีวี นั่นเอง

หลังจากละครเรื่องนี้โด่งดังกันไป ทางค่ายก็ไม่รอช้าที่จะนำเขาไปลงในบทบาทสำคัญแบบ คุณชาย มู่หยง ใน แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ฉบับ ทีวีบี ในยุค 90 ที่ ซือสิว เคยเล่นไว้ในเวอร์ชั่นยุค 80 และแม้ว่านั่นจะเป็นบทตัวโกง หรือ ตัวร้ายแต่ก็นับว่าแจ้งเกิดเขาได้เป็นอย่างดีสำหรับการเล่นละครกับค่ายใหม่อย่าง ทีวีบี นั่นเอง

หลังจากแรงพอตัวในบทเหล่านั้นต่อมาดูเหมือนทางค่ายก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ ดังนั้นบทบาทของจางกั๋วเฉียนแกจึงไม่ค่อยโดดเด่นและหันไปเล่นภาพยนตร์กับละครในไต้หวันแทนแต่ก็ยังพอจะมีละครเล่นให้กับ ทีวีบี อยู่บ้าง  

ส่วนบทบาทที่ทางค่ายมอบให้บ่อยๆนั้นมักจะเป็นบทร้ายครับ แต่ออกจะร้ายแบบมีอายุหน่อยๆ แต่หากจะบอกว่าเป็นรุ่นเดียวกับเดวิด เจียง หรือ เจิ้งเส้าชิว แบบนั้นไปเลยคงไม่ใช่ เพราะบทบาทที่แกเล่นนั้น หากเป็นตัวร้ายก็จะอยู่ระหว่างกลางรุ่นเด็กกับรุ่นเดอะนั่นแหละครับ

อู๋เว่ยกั๋ว

นักแสดงเจ้าบทบาทผู้นี้นั้นกล่าวได้ครับว่ามีความเป็นมาค่อนข้างแปลกกว่าคนอื่นกล่าวคือ ย้ายไปย้ายมาระหว่างสองค่ายอยู่บ่อยๆ แต่ย้ายไปทีก็มีผลงานดังๆทั้งสิ้น

เริ่มแรกเลยในยุค 70 นั้นเขาโด่งดังในฐานะพระเอกของเรื่อง ความรักในหอแดง ประกบคู่กับ วังหมิงฉวน ในฐานะนักแสดงจากค่าย ทีวีบี

จนกระทั่งย้ายค่ายไปอยู่ เจียซื่อ เพื่อรับบทเดียวกัน แต่เปลี่ยนนางเอก เป็น เหมาซุ่นจวิน (ที่ภายหลังย้ายค่ายมาอยู่ ทีวีบี ในยุคต้นๆ 80 ) หลังจากที่เจียซื่อ เปลี่ยนเป็นอาร์ทีวี และ เอทีวี พระเอกของเราคนนี้ก็ได้รับบทเด่นมาตลอดกับผลงานแนวโบราณหลายๆเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็น ศึกสายเลือด

หรือ ฤทธิ์กระบี่มรกต

และบท อู๋ฉิง หนึ่งใน สี่มือปราบพญายม รุ่นแรกๆประกบ หมีเซียะ และ บรู๊ซเหลียง 

ตลอดจน ผลงานระดับ มาสเตอร์พีช ของค่ายอย่าง ซูสีไทเฮา, รุ่นที่สี่ และ หวังเจาจวิน ที่ส่วนใหญ่เล่นประกบ นางเอกดังๆในขณะนั้นอย่าง หลิวเซียะหัว และ เว่ยชิวหัว

รวมทั้งการประกบกับนางเอกย้ายค่ายอย่าง หวงซินซิ่ว ใน สุดสายรุ้ง ที่นำเอาชีวประวัติของนางเอกสาว หยวนหลิงอวี้ มานำเสนอ

และหลังจากโด่งดังในฐานะพระเอกอันดับหนึ่งของค่ายมา พอหมดสัญญาในปี 90 เขาก็ย้ายค่ายมาเล่นละครให้กับทาง ทีวีบี บ้าง ประเดิมด้วยละครแนวกำลังภายในก่อนอย่าง จอมดาบสะท้านภพ

และ  วีรบุรุษสิงโตทอง ในบท เซ่งคุน ตัวร้ายของเรื่องตัวเดียวกันกับในดาบมังกรหยก

จากนั้นก็ได้รับบทเด่นเล่นเป็นคู่รักมีอายุที่มาจีบ เส้าเหม่ยฉี ใน ไฟอารมณ์ จนกระทั่งทางค่ายมอบบทเด่นให้เขาเล่นต่อๆมาหลายเรื่อง และเมื่ออายุมากขึ้นบทพ่อบทลุงที่แก่ขึ้นก็เป็นบทที่เลี่ยงไม่ได้ตามมา

บทบาทส่วนใหญ่ที่อู๋เว่ยกั๋วได้รับนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าคนนายคน หรือ ไม่ก็เล่นเป็นคนเจ้าเล่ห์มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ซึ่งแม้จะมีอายุมากขึ้น บทบาทแบบนี้ก็ยังเห็นอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ทังเจิ้นจง

ทังเจิ้นจงนั้นแต่เดิมยังไม่เป็นที่รู้จักแต่อย่างใด แต่พอทังเจิ้นเยี่ยน้องชายเริ่มโด่งดังในสังกัด ทีวีบี เขาก็เลยเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาจากหลายๆบทบาท จนกระทั่งน้องชายพอหมดสัญญาจากค่าย  ทีวีบี และผลของข่าว องเหม่ยหลิง ฆ่าตัวตาย ทำให้ ทังเจิ้นเยี่ย ย้ายตามมาอยู่ค่าย เอทีวี ค่ายเดียวกับพี่ชายในที่สุด

แรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาเล่นภาพยนตร์มาก่อนก่อนที่จะเข้ามาเล่นละครให้กับค่าย เอทีวี ครับ และพอได้ที่ทางค่าย เอทีวี ก็อัดผลงานดังๆให้เขาเล่นติดต่อกันมากมายอย่าง เช่น จูกัดเหลียง ประกบ เจิ้งเส้าชิว และ หมีเซียะ หรือ กระบี่นางพญา ประกบ นักแสดงสาววัยน่ารัก อย่าง หลี่ไช่ฟ่ง ในขณะที่น้องชายที่ย้ายค่ายมาทางค่ายก็มอบบทเด่นๆให้ใน 13 จักรพรรดิราชวงศ์ชิง ประกบ ชิเหม่ยเจิน เซียะหลี และ โอวหยังเพ่ยซัน ตามมาด้วยละครอีกหลายเรื่อง ที่ส่วนใหญ่มีคู่ประกบเป็น ชิเหม่ยเจิน จนอิ่มตัวหันไปเล่นภาพยนตร์และละครในไต้หวันแทน

ส่วนด้านพี่ชายนั้นเล่ากล่าวกันได้ว่าหลังจากเริ่มมีนักแสดงจากค่ายทีวีบีทะลักเข้ามา และ นักแสดงนำของค่าย เอทีวี หันไปเล่นภาพยนตร์มากขึ้น ตัวเขาก็เอาบ้างคือย้ายค่ายไปเล่นให้ ทีวีบี ซึ่งแม้จะมีผลงานแค่สองสามเรื่องแต่หนึ่งในนั้นคือ รักข้ามศตวรรษ ถือได้ว่าฮือฮามากเพราะเล่นเป็นตัวเองในชาติที่แล้วกับชาตินี้มีละครแนวโบราณกับสมัยใหม่ให้เล่นในเรื่องเดียวกัน อีกทั้งนักแสดงที่นำมาประกบคู่ยังเป็นนักแสดงยอดนิยมในยุคนั้นอย่าง เจิงหัวเชี่ยน โอวหยังเจิ้นหัว และ หลี่เหม่ยฟ่ง อีกต่างหาก ดังนั้นความสำเร็จของรักข้ามศตวรรษ จึงแจ้งเกิดพระเอกคนนี้ในค่ายใหม่อย่างง่ายดายไม่แพ้น้องชาย

แต่กระนั้นก็ตามอยู่ได้ไม่นานเล่นได้เรื่องสองเรื่องก็แผ่วครับ เพราะความที่ว่า ไต้หวัน และ จีนแผ่นดินใหญ่ เป็นแหล่งทำเงินที่ดีกว่า อีกทั้งตัวเขาเองก็มาจากสายงานภาพยนตร์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงกลับไปเล่นภาพยนตร์และละครของไต้หวันมาจนถึงปัจจุบัน

บทบาทของ ทังเจิ้นจง นั้นส่วนใหญ่จะเล่นเป็นผู้ลากมากดี แต่มีความเป็นพระเอกดราม่าสูงกว่าน้องชาย หากพูดถึงหน้าตาก็ถือว่าดีกว่าน้องชายเอามากๆ แต่ทุกเรื่องที่เล่นนั้นมักจะมีนักแสดงหญิงดังๆข่มให้ไม่ดูเด่นไปซะนั่น ตัวอย่างก็เช่น หมีเซียะ หลี่ไข่ฟ่ง หรือ เจิงหัวเชี่ยน ที่น้อยคนนักจะชื่นชมละครเหล่านี้จากตัวพระเอกเอง 

อู๋กัง

นักแสดงผู้ขยันบริหารร่างกายผู้นี้แต่เดิมเป็นนักแสดงในสังกัด เอทีวี ครับ และเรื่องแรกที่ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาก็คือ ละครแนวแฟนตาซี ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนในสมัยนั้น คือ จอมยุทธเฮ้งบ่อกี้ ที่ถือว่า เปิดศักราชละครแนวใหม่ให้กับ ค่ายเอทีวีในยุคนั้น จนมีงานที่สร้างมาจากการ์ตูนตามมาอย่าง กระบี่พิฆาตดาวเหนือ ในยุค 90

ทีนี้ที่กล่าวว่าเขาเป็นนักแสดงผู้ขยันบริหารร่างกายก็เพราะว่า เขามีบอดี้ที่ฝึกฝนมัดกล้ามแบบชายงามนั่นเอง ซึ่งหลังจากนั้นพอทางค่ายเห็นแววก็เลยนำมาลงในละครอย่าง จอมยุทธเฮ้งบ่อกี้ ประกบ นักแสดง ชั้นนำ อย่าง บรู๊ซเหลียง หลี่ไช่ฟ่ง และ เยี่ยอวี้ผิง

และพอโด่งดังขึ้นมาก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆกับทีมงานเดิมอย่าง เทพธิดาน้อย และ จี้กง จนกระทั่งกลายเป็นตัวร้ายหรือตัวรองในละครของ เอทีวี ในกลางๆยุค 80 เขาจึงหันเหย้ายค่ายไปเป็นนักแสดงในสังกัดของ ทีวีบี แทน

แต่กระนั้นก็ตามเรียกว่าพอย้ายค่ายมาบทบาทส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นรองบทบาทที่นักแสดงในค่ายรับบท ดังนั้นละครที่มีออกมาจึงไม่ค่อยฮือฮาเท่ายุคแรกที่เขาเล่นให้ เอทีวี

สำหรับผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีนั้นก็เช่น บทบาทใน เหยี่ยวนรกทะเลทราย และผลงานแนวตลกขบขันอีกหลายเรื่อง

บทบาทของเขานั้นแรกเริ่มเดิมทีอยู่ในข่ายพระเอกวัยรุ่น ส่วนใหญ่แข็งแรงและมีพละกำลังมหาศาล แต่พอมาช่วงกลางๆยุค80 ทางค่ายเอทีวี ก็เริ่มให้รับบทตัวร้ายประกบกับบรรดาพระเอกที่ย้ายค่ายมาจาก ทีวีบี จนกระทั่งพอย้ายมา ทีวีบี ก็ยังเป็นบทรองๆเช่นเดิมเพียงแต่ดีหน่อยที่ไม่ใช่ตัวร้ายซึ่งหลังๆก็แน่นอนครับว่าหันไปเล่นละครให้กับทางไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่เสียเป็นส่วนมาก

ลู่เจิ้นซุน

นักแสดงผู้นี้ย้ายค่ายมาจากเอทีวีเช่นกันครับ แต่บุคลิกที่มีนั้นออกจะมาในแนวแปลกกว่าคนอื่นตรงที่อาจจะมีออกตุ้งติ้งบ้าง

โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นแกเป็นนักแสดงของ ทีวีบี มาก่อนในยุคต้นๆ 80 มีผลงานดังๆอย่าง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ในบทตัวประกอบจนกระทั่งหมดสัญญาแล้วย้ายค่ายไปอยู่ เอทีวี ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ป้อนผลงานดังๆให้เล่น

ครั้นพอ เอทีวี ประกาศสร้างภาคสองของ สี่ยอดมือปราบ แน่นอนว่านักแสดงย้ายค่ายต้องถูกเสนอบทเด่นๆให้ซึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในนักแสดงนำร่วมกับ จินซินเสียน หลอเล่อหลิน และ หลี่กัง 

เป็นต้นว่า บทราชโอรสของพระนางบูเช็คเทียน ประกบนักแสดงชื่อดังอย่าง ฝงเป๋าเป่า

มาจนถึงการรับบท เอ้อหลังเสิน หรือ เทพสามตา ใน ละครเรื่อง นาจา เวอร์ชั่น เอทีวี ที่รับบทโดย นักแสดงที่เรียนกังฟูมาก่อนอย่าง ฟางกั๋วซาน

แต่ทว่าไม่นานก็เริ่มโดนโละเป็นตัวประกอบให้กับละครฟอร์มดังๆหลายเรื่อง อย่าง กระบี่พิฆาตดาวเหนือ และละครอีกหลายเรื่องแนวสากลที่หันไปรับบทตัวร้าย 

จนกระทั่งเขาย้ายค่ายนั่นแหละครับจึงเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง เพราะ ทีวีบี เริ่มป้อนบทแรงๆให้ตั้งแต่บทนักบวชจักรทองใน มังกรหยก ตอน กำเนิดเอี้ยก้วย

มาจนถึงบทบาทที่มีคนจดจำเขามากที่สุดใน เดชคัมภีร์เทวดา อย่างบท ตงฟางปุ๊ป้าย ที่โด่งดังและถูกขยายความมาก่อนโดย หลินชิงเสีย ในเวอร์ชั่น ภาพยนตร์ ซึ่งพอได้รับความนิยม ตัวละครตัวนี้ก็เลยได้ถูกขยายบทบาทที่มีในเวอร์ชั่นใหม่นี้มากกว่าเดิม และโด่งดังเป็นที่จดจำกันไป แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เล่นในบทสำคัญๆอีกเลย แต่ก็ยังพอจะเห็นหน้าค่าตากันอยู่บ้างเนื่องจากอายุที่สูงวัยขึ้นและการหันไปเล่นละครกับจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ ไต้หวันก็ถือว่าสร้างรายได้ได้ดีกว่ามาก

บทบาทที่ ลู่เจิ้นซุน ได้รับนั้นส่วนใหญ่ในช่วงแรกๆจะได้รับบทชายหนุ่มไฟแรง เสียเป็นส่วนใหญ่จนกระทั่งย้ายมา ทีวีบี บทบาทออกตุ้งติ้งดูเหมือนจะไปได้ดีกับเขาโดยเฉพาะละครแนวตลก

หยังเต๋อสือ

นักแสดงคนนี้แท้จริงแล้วเป็น ดาวรุ่ง จากค่าย เอทีวี อีกเช่นกันในยุค 80 ครับ ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกๆที่ทางค่ายเป็นคนปั้นกันเอง เนื่องจากสมัยนั้นนิยมนำนักแสดงดังๆจากจอภาพยนตร์มาเล่นบทนำเสียเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจจาก เจียซื่อ เป็น อาร์ทีวี แล้วเปลี่ยนเป็น เอทีวี ทำให้กว่าทางค่ายจะมีเสถียรภาพในด้านต่างๆก็ใช้เวลากันพอสมควร

หยังเต๋อสือนั้นเป็นนักแสดงรุ่นเดียวกันกับ เจิงเหว่ยฉวน ไม่ชุ่ยเสียน โอวไข่หลิง หลี่กัง ปันปัน และ ไช่เชี่ยนเอ๋อ มีผลงานละครกับทาง เอทีวีมาแล้วมากมาย และส่วนใหญ่เป็นละครสากลที่ไม่ใช่ฟอร์มยักษ์ในบทพระเอกเกือบทั้งสิ้น ส่วนผลงานที่เคยผ่านสายตาในบ้านเรามาก็เช่น รักจาง เตียวเสี้ยน จอมดาบหิมะแดง ซึ่งพอหมดสัญญากับ เอทีวี ช่วงปลายยุค 80 เขาก็หันมาเล่นละครกับค่าย ทีวีบี ทันที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลงานในแนวโบราณเสียเป็นส่วนมาก

ซึ่งละครที่น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็เห็นจะเป็น วีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซาน ประกบ หลิวเหม่ยเจียน และ ดาบมารสะท้านภพ ประกบ เวินเจ้าหลุน

หยังเต๋อสือนั้นส่วนใหญ่ตอนที่เอทีวีกำลังปลุกปั้นในช่วงแรกๆนั้นกล่าวได้เลยว่าเป็นพระเอกหน้าใหม่ที่บริษัทส่งเสริมอย่างหนัก แต่หนักๆเข้าพอมีหน้าใหม่ๆเข้ามาเขาก็ลดบทบาทลงเป็นตัวรองก่อนจะย้ายค่ายไป ทีวีบี และมีละครในบทนำให้เล่นสองสามเรื่อง ซึ่งแม้จะเป็นบทพระรองแต่ก็ถือว่ามักจะมีความสำคัญรองจากพระเอกของเรื่องเท่านั้น 

และหากใครๆพอจะรู้จักนักแสดงสาวฉายา หมีเซียะสอง หรือ เยี่ยอวี้ผิง ในอดีตแล้วล่ะก็เชื่อว่าน่าจะไม่ลืมหยังเต๋อสือคนนี้แน่ๆเพราะทั้งคู่รักกันในกองถ่าย เอทีวี จนตกลงปลงใจแต่งงานกันในยุค 90 นี่แหละครับ 

 





เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น