• เย่ซินหวา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : china.thaitrading@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-03-03
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 37065
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
ตะลอนไป ในแดนจีน
จีนคดีศึกษา ฉบับวณิกพก หัวหน้าพรรคกระยาจกผู้ตะลอนทั่วแคว้นดินแดนจีน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Klit1969
วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม 2561
Posted by เย่ซินหวา , ผู้อ่าน : 1375 , 10:15:46 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

 

ราชอาณาจักรสิบสองปันนา

- ๒ -

 

การเคลื่อนย้ายของประชากรไตลื้อสิบสองปันนาสู่สยามล้านนา

 

 

               ตลอดระยะเวลาแปดร้อยกว่าปี ราชวงศ์กษัตริย์ที่ปกครองสิบสองปันนามีพระเจ้าแผ่นดินได้ ๔๔ พระองค์ โดยสิบสองปันนามีฐานะเป็นราชอาณาจักรปกครองตนเอง ดังเช่นรัฐไททั้งหลายที่ร่วมยุคร่วมสมัยเดียวกันอย่างราชอาณาจักรใต้คงไตเหนือ ราชอาณาจักรเขมรัฐตุงคบุรี ราชอาณาจักรสิบสองจุไทย ราชอาณาจักรล้านช้าง และ ราชอาณาจักรล้านนา

              ลุถึงสมัยของพญากาวิละ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เจ็ดตนแห่งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ทรงทำการฟื้นบ้าน-ฟื้นเมืองเชียงใหม่จากการที่ถูกทิ้งร้างประชากรเคลื่อนย้ายหนีพม่าไปอยู่ในหัวเมืองอื่น ๆ เพราะตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าและร้างเมืองมาเป็นเวลากว่าสองร้อยปี

               พญากาวิละรวบรวมดินแดนล้านนาหัวเมืองต่าง ๆ ได้แก่ ภูกามยาว (พะเยา) เวียงกาหลง (แม่ขะจาน-เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย) แพร่ น่าน แล้วย้ายธานีของท่านจากลำปาง มาตั้างศูนย์กลางที่เมืองเชียงใหม่ จากการที่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าและร้างเมืองมาถึงสองร้อยปี

               พญากาวิละทรงตีได้สิบสองปันนา เชียงรุ่ง , เขมรัฐตุงคบุรี เชียงตุง จึงได้มีการกวาดต้อนผู้คนจากสิบสองปันนา ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง และชาวไตเขินเชียงตุงทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง รวมถึงชาวไตลื้อเมืองยองฝั่งขวาด้วย อ้อ ยังรวมถึงการกวาดเอาชาวโยนกเชียงแสน อันเป็นเมืองแม่ของเชียงราย-เชียงใหม่ บรรพบุรุษดั้งเดิมของคนเชียงใหม่ เชียงราย กลับมาฟื้นประชากรเมืองเชียงใหม่ด้วย

               ประวัติศาสตร์ล้านนาเรียกยุคฟื้นบ้านฟื้นเมืองของพญากาวิละ ว่า..."ยุคเก็บผักใส่ซ้า-เก็บข้าใส่เมือง"

               มีความหมายว่าทรงสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่จากเมืองร้างปลอดผู้คนพลเมือง กลับมาเป็นเมืองที่มีชีวิตขึ้นมาอีก

***ปัจจุบันผู้คนพลเมืองของเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นไตลื้อ ไตเขิน ไตยอง ไตใหญ่ ไตโยนกเชียงแสน (คนไตทุกกลุ่มนอกประเทศไทย เรียกพวกเราชาวไทยล้านนาว่า "ไตโยน" ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า "โยนก" อันหมายถึงราชอาณาจักรโยนกนาคนครเชียงแสน) แม้แต่ชาวพม่าที่ถูกกวาดต้อนมาในยุคเดียวกันล้วนหล่อหลอมรวมเป็นคนเมืองเหมือนกันหมด

(คนล้านนาในปัจจุบันเรียกตัวเองว่าคนเมือง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่อยู่ในตัวเมือง)

               ในตัวเมืองเชียงใหม่ จะมีย่านที่คนรุ่นเก่า(อย่างผม) รู้ว่าย่านนั้น ๆ เป็นย่านชุมชนของชาวไตกลุ่มไหน เช่นย่านถนนวัวลายของชาวไตเขิน ย่านถนนมูลเมือง(ทางตะวันออกของประตูเชียงใหม่) ฝั่งใต้เป็นของคนพม่า-มีวัดมูลเมืองพม่า ย่านถนนมูลเมืองฝั่งตะวันออก(แจ่งกะต๊ำ) เป็นย่านของคนเชียงแสน-มีวัดมูลเมืองเชียงแสน ย่านบ้านช่างฆ้องคนพม่าตี(สร้าง)ฆ้อง-หน้ากำแพงดิน มีวัดช่างฆ้อง (ผมเป็นคนบ้านช่างฆ้อง แต่คุณย่าของผมบอกว่า คุณยายทวดของท่านถูกกวาดต้อนมาจากเชียงแสน ส่วนคุณพ่อของท่าน น่าจะเป็นเชื้อสายพม่าบ้านช่างฆ้อง-ปัจจุบันคนพม่าย่านวัดช่างฆ้อง ถูกกลืนกินเป็นคนเมือง หรือ ไตโยน กันหมดแล้ว)

               แถบอำเภอรอบเมืองเชียงใหม่ก็มีชื่อของหมู่บ้านไทลื้อตามชื่อเดิมของเมืองที่จากมาเช่น เมืองวะ เมืองก๋าย เมืองลวง เมืองสาตร เมืองเลน เมืองขอน ฯลฯ

               นอกจากนี้พญากาวิละยังแบ่งพลเมืองเชียงแสนที่กวาดต้อนมาถวายให้กับสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โดยปัจจุบันนี้หากใครไปที่ อ.บ้านหมี่ อ.เสาไห้ จ.ลพบุรี กับ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จะพบชุมชนชาวไตโยน (คนไตกลุ่มต่าง ๆ เรียกชาวเชียงแสนว่าไตโยนก-ไตโยน และคนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ไตยวน) ซึ่งคนที่นั่นทุกวันนี้ยังคงเรียกตัวเองว่า "ไตโยน" พูดภาษาล้านนา มีประเพณีทุกอย่างเหมือนชาวล้านนาทั้งสิ้น

 

               

 

 

สิบสองปันนา จากประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ สู่ ประเทศราชของอาณาจักรต้าชิง

 

               ดังที่กล่าวไปในตอนที่แล้วว่าพญากาวิละทรงฟื้นบ้านฟื้นเมืองเชียงใหม่ จากการที่เป็นเมืองร้างมายาวนานกว่าสองร้อยปีให้กลับฟื้นคืนชีพมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุที่เป็นเมืองร้างห่างผู้คน พญากาวิละจึงจัดกองทัพรุกขึ้นเหนือข้ามแม่น้ำโขงเข้าตีเมืองเชียงรุ่งสิบสองปันนาได้ผักมาใส่ซ้า-ได้ข้ามาใส่เมือง สิบสองปันนาจึงตกเป็นเมืองขึ้นของพญากาวิละมาตั้งแต่บัดนั้น

               พญากาวิละ เป็นบุตรของพญาสิงหราชธานี เจ้าฟ้าหลวงจายแก้ว เจ้าผู้ครองนครลำปาง กับ แม่เจ้าจันทาราชเทวี และเป็นหลานปู่ของ พระยาไชยสงคราม-หนานทิพย์ช้าง กับ แม่เจ้าพิมพา

***พระยาไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปางซึ่งในเวลานั้นเป็นนครรัฐอิสระ เมืองต่าง ๆ ของล้านนามาแต่เดิมต่างไม่ขึ้นแก่กัน ตำแหน่งพระยาไชยสงคราม เป็นราชทินนามที่พระเจ้ากรุงอังวะประทานให้ด้วยท่านนำนครลำปางเข้าสวามิภักดิ์ต่อกรุงรัตนปุระอังวะ

ส่วนคำว่า พญา เป็นคำเรียกขานของชาวล้านนาที่เรียกผู้เป็นใหญ่หรือเจ้าเหนือหัวของตน จึงอธิบายให้ท่านทราบจะได้ไม่สับสนระหว่างคำว่า "พญา" กับ "พระยา" ***

 

               ในคราวที่พระยาตากสินขับไล่พม่าออกจากกรุงศรีอยุธาได้แล้วทรงสถาปนากรุงธนบุรี พญากาวิละซึงได้ช่วยกองทัพของพระยาตากสินก็เข้าสวามิภักดิ์ต่อกรุงธนบุรี ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าผู้ครองนครลำปาง

               ลุถึงกาลที่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระยาวชิรปราการได้จัดไพร่พลและเชลยลงไปเฝ้า สิบสองปันนาซึ่งเป็นเมืองขึ้นของพระยากาวิละอยู่ด้วยแล้วจึงได้รวมเป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ไป

               ในกาลต่อมามีแข่ฮ่อหรือชาวจีนหยุนหนานคนหนึ่งซึ่งเข้ากับพม่า ได้อ้างตนเป็นใหญ่เหนือ ๕๗ หัวเมืองล้านนา ตั้งตนเป็นเจ้ามหาสุวัณหังจักวัติราช (ตัวเป็นจีน แต่ตั้งตำแหน่งเป็นไตลื้อ) โดยตั้งมั่นอยู่ที่เมืองสาตร พระยาวชิรปราการเจ้าหลวงกาวิละทรงทราบข่าว จึงตั้งให้อุปราชธัมลังกาและเจ้ารัตนหัวเมืองยกทัพไปตีเมืองสาตร สามารถจับกุมเจ้ามหาสุวัณหังจักวัติราชได้ พร้อมกันนั้นก็ได้จับตัวส่วยหลิงมณี ทูตพม่าที่ส่งไปเมืองแกว (ญวน) ขณะกำลังพำนักที่เชียงตุง จึงนำทั้งสองล่องเรือลงมาไปถวายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

               ด้วยความดีความชอบนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระยาวชิรปราการขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ปกครองดินแดนล้านนาทั้ง ๕๗ หัวเมือง เฉลิมพระนามว่า...

               "พระบรมราชาธิบดีศรีสุริยวงศ์ องค์อินทรสุรศักดิ์สมญามหาขัตติยราชชาติราไชย เจ้าสวรรย์เจ้าเขื่อนขัณฑสีมา พระนครเชียงใหม่ราชธานี ศรีสวัสดีฑีฆายุสมอุดม พระเจ้าเชียงใหม่" เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๓๔๕ ถือเป็นราชวงศ์กษัตริย์แห่งดินแดนล้านนาราชวงศ์ที่ ๒ ต่อจากราชวงศ์มังราย ของพญามังรายมหาราช

               เรียกชื่อราชวงศ์ของพระเจ้ากาวิละว่า "ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน"

 

***มาถึงตรงนี้ผมขอกราบดวงพระวิญญานของพระเจ้ากาวิละด้วยความเคารพอย่างยิ่งด้วยที่ทรงช่วยให้ดินแดนล้านนาไทยบ้านของผมไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเหมือนกับเชียงตุงและกลายเป็นส่วนหนึ่งของพม่าไป***

 

 

 

 

สิบสองปันนาถูกแยกออกจากอกตกไปเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรต้าชิงจงกว๋อ

 

               ในปลายรัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๓ ภายในราชสำนักหอคำเชียงรุ่งเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันเอง เจ้าแสนหวีฟ้า มหาอุปราชเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงหนีลงมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๓ จึ่งทรงมีพระบรมราชโองการให้หัวเมืองล้านนาทั้งสาม คือเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน จัดกองทัพไปตีเมืองเชียงตุง ด่านหน้าที่จะเข้าถึงเชียงรุ่ง แต่ไม่สามารถตีเชียงตุงแตกได้

               ลุถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาให้พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท นำกองทัพไปตีเชียงตุงอีกเป็นครั้งที่ ๒ แต่ก็ไม่สามารถฝ่าเชียงตุงเข้าไปถึงเชียงรุ่งได้

               ดังนี้ ราชอาณาจักรสิบสองปันนาจึงต้องตกไปเป็นของราชอาณาจักรต้าชิงจงกว๋อไปโดยปริยายซึ่งตรงกับสมัยฮ่องเต้เต้ากวางแห่งราชวงศ์ชิง และนับเป็นการเสียดินแดนครั้งที่ ๖ ของกรุงรัตนโกสินทร์

 

แคว้นสิบสองปันนา ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ชิง

 

               การณ์ที่กรุงรัตนโกสินทร์เสียสิบสองปันนาให้แก่ราชอาณาจักรต้าชิงจงกว๋อ ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และ ฮ่องเต้เต้ากวางแห่งราชวงศ์ชิง นับเป็นการเสียดินแดนเหนือสุดของสยาม และ เป็นการเสียครั้งที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์...แต่ยังเจ็บปวดน้อยกว่ากับการเสียดินแดนครั้งต่อ ๆ มาที่เสียให้กับมหาอำนาจตะวันตกที่เข้ามาเที่ยวปล้นเอาดินแดนของเราชาวเอเชียบูรพา...

               ราชอาณาจักรสิบสองปันนานับตั้งแต่พญาเจืองหารต้นราชวงศ์อะละโวสวนต๋าน ถึง เจ้าหม่อมคำลือกษัตริย์องค์สุดท้ายที่ต้องกลายเป็นสามัญชนตามจักรพรรดิปูยี มีจำนวนทั้งหมดถึง ๔๔ รัชชกาล

               แม้ว่าอาณาจักรสิบสองปันนาต้องไปขึ้นกับราชวงศ์ชิงแล้ว ราชสำนักชิงก็ไม่ได้ส่งข้าหลวงมาบริหารราชกาลแต่อย่างใด เนื่องจากความวุ่นวายตามเมืองท่าตะวันออกและการทำสงครามฝิ่นกับเกรซบริเทน (อังกฤษ) และห้ำหั่นกับกองทัพของกบฏไท่ผิงเทียนกว๋อ กบฏชาวนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศานสตร์ชาติจีน สิบสองปันนาจึงเพียงแค่ต้องส่ง "จิ้นก้ง" - จิ้มก้อง เครื่องราชบรรณาการแก่ราชสำนักชิง และทางกรุงปักกิ่งส่งกองทหารมารักษาชายแดนด้านที่ติดกับพม่าของอังกฤษ และ ลาวของฝรั่งเศสเพียงเท่านั้น

               ด้านราชสำนักชิงที่กรุงปักกิ่ง หลังจากพระเจ้าเต้ากวางสวรรคต พระราชโอรสขึ้นกษัตริย์องค์ต่อมา มีชื่อรัชกาลว่า        จักรพรรดิเสียนเฟิง พระราชสวามีของพระนางซูสีไทเฮา

               ฮ่องเต้เสียนเฟิงขึ้นครองราชย์ท่ามกลางปัญหาที่หลากหลายทั้งสงครามฝิ่น กบถโพกผ้าเหลืองและการรุกรานของกองทัพแปดชาติจนต้องลี้ภัยไปพำนักที่พระราชวังฤดูร้อนเร่อเหอที่เมืองเฉิงเต๋อ ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง

               ราชสำนักหอคำเชียงรุ่งอยู่ลึกมาในดินแดนต้าชิงห่างไกลจากความขัดแย้งวุ่นวายแม้จะเป็นประเทศราชแต่ก็ดูเหมือนจะมีความสงบแม้ว่าจะอยู่ติดกับดินแดนในอาณัติของอังกฤษกับฝรั่งเศสอย่างรัฐฉาน-พม่า กับ ลาว และ เวียดนาม ก็ตาม

               เวลาผ่านไปฮ่องเต้เสียนเฟิงสวรรคต เกิดรัฐประหารซินโหย่ว คือศึกชิงอำนาจในราชสำนักชิง ระหว่างคณะองคมนตรีซู่ซุ่นกับพระนางซูสีไทเฮา ผลปรากฎว่าฝ่ายมีชัยเป็นพระนางซูสี แผ่นดินจีนจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจของสตรีอีกวาระหนึ่ง

               กงล้อของกาลเวลาหมุนผ่านไปเรื่อย ๆ ฮ่องเต้ถงจื้อโอรสของพระนางซูสีไทเฮาสวรรคต พระนางจึงแต่งตั้งหลานป้าแท้ ๆ ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ในชื่อรัชกาลว่า กวงซวี่ (กวางสู)

               อาณาจักรต้าชิงจงกว๋ออันยิ่งใหญ่ (ตามความเข้าใจ-เอาเอง ของพระนางซูสีไทเฮา) ในเวลานั้นเหมือนเป็ดง่อยด้อยเปลี้ยเสียขา แต่อาณาจักรสิบสองปันนายังคงราบเรียบแม้ว่าอังกฤษกับฝรั่งเศสต่างจ้องตาเป็นมัน

               ในช่วงรัชสมัยของฮ่องเต้กวางสูทรงพยายามที่จะปฏิรูประบอบการเมืองแต่สุดท้ายสมเด็จป้าเซิ่งหมูฮองไทเฮาซูสีรู้ข่าวจึงทรงยึดอำนาจกลับคืนพร้อมกับทรงสั่งกักบริเวณฮ่องเต้กวางสูไว้บนพระที่นั่งกลางเกาะของทะเลสาบเป๋ยไห่ในพระราชวังต้องห้าม

               กาลผ่านไปพระนางซูสีไทเฮาเข้าสู่พระชราจนป่วยกำลังจะตายยังอุตส่าห์ให้คนเอายาไปวางฮ่องเต้กวางสูให้สวรรคตก่อน แล้วตั้งทารกน้อยหลานย่าอีกคนของตนเองที่ชื่อว่า "ผู่หยี" หรือ ปูยี ทารกวัย ๓ ขวบ ให้เป็นจักรพรรดิมีชื่อรัชกาลว่า "ซวนถ่ง" จากนั้นพระนางจึงสวรรคตได้

               ในเวลานั้นโลกภายนอกได้มีการเคลื่อนไหวโค่นล้มระบอบกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราษฎร์โดยนายแพทย์นักปฏิวัติชาวมณฑลกว่างตงที่ชื่อว่า ดร.ซุนยัตเซ็น (ซุนจงซาน) รวมถึงความระส่ำระสายภายในราชอาณาจักรกับความเจริญก้าวหน้าของดินแดนทางตอนใต้อย่างมณฑลกว่างตง และของเขตปกครองของต่างชาติในดินแดนจีน รวมถึงฮ่องกง มาเก๊า

               สิบสองปันนาเริ่มได้รับผลกระทบจากการรุกรานภายนอกที่อยู่ประชิดติดดินแดนอย่างอังกฤษกะฝรั่งเศสจ้องที่จะตะครุบเอามาเป็นของตัวเสียให้ได้...น่าเกลียดน่าชังยังกะเด็กแย่งขนมนะครับ

               ขอตัดตอนระยะเวลาให้ล่วงมาถึงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา สงครามการรุกรานจีนของญี่ปุ่น และตามมาด้วยสงครามจีน-ญี่ปุ่นในการร่วมระหว่างกองทัพปลดปล่อยประชาชนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กับ กองทัพประชาราษฎร์ของพรรคก๊กมินตั๋ง

               สงครามโลกครั้งที่สองฝ่ายปราชัยเป็นใครเรา-ท่านต่างรู้กันดีอยู่ สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ของญี่ปุ่นทรงอ่านประกาศแถลงการณ์ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข กองทัพซามูไรจึงได้ส่งมอบปฏิกรรมสงครามให้กับพรรคคอมมิวนิสต์เพราะถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริงหาใช่กองทัพของจอมพลเจี่ยงแต่อย่างใดไม่ มอบแล้วจึงพากันกระทำฮาราคีรีพิฆาตตัวเอง...

               ถึงตอนนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน กับ พรรคก๊กมินตั๋งของจอมพลเจี่ยงก็กลับมาโซ้ยกันอีกครั้งผลปรากฏว่ายุทธการป่าล้อมเมืองและเอาชนะใจประชาชนคนบ้านนอกของเหมาเจ๋อตงเป็นฝ่ายมีชัยชนะ จอมพลเจี่ยงลงเรือข้ามทะเลไปตั้งรัฐบาลที่เกาะไต้หวัน

               วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๒ กองทัพปลดปล่อยประชาชนได้ยาตราทัพเข้าสู่กรุงปักกิ่ง เพื่อ "ปลดปล่อย" ปักกิ่ง ท่ามกลางความยินดีปรีดาของประชาชีชาวปักกิ่งเป็นล้นเหลือ

               พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงย้ายเมืองหลวงแดงและสำนักงานจากเมืองเอี๋ยนอัน มณฑลส่านซี เข้าสู่กรุงปักกิ่งแล้ว จึงมีการเปิดประชุมสภา สปท. เอ้ย สภาสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์เต็มคณะ เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ผลการประชุมสรุปว่า...

 

               ๑. ผู้นำสูงสุด และ ประมุขของประเทศ คือ เหมาเจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน

               ๒. ประธานาธิบดีแห่งรัฐ คือ หลิวเส้าฉี กรรมการกรมการเมืองถาวร

               ๓. ประธานประเทศจีนกิติมศักดิ์ มาดามซ่งชิ่งหลิง ภริยา ดร.ซุนยัตเซ็น แกนนำฝ่ายซ้ายของพรรคก๊กมินตั๋ง

               ๔. นายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือ โจวเอินไหล กรรมการกรมการเมืองถาวร โดยให้ เติ้งเสี่ยวผิง เลขาธการพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

               ๖. ผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการการทหารสูงสุด คือ จอมพลจูเต๋อ และ ผู้บัญชาการกองพลทั้ง ๑๐ ได้เป็นจอมพล คือ จอมพลจูเต๋อ จอมพลเย่เจี้ยนอิง จอมพลเฮ่อหลง จอมพลเผิงเต๋อหวาย จอมพลหลิวป๋อเฉิง จอมพลเฉินยี่ จอมพลหลินเปียว จอมพลสีเซี่ยงเฉียน จอมพลป๋ออี้ปอ และ จอมพลเฉินหยุน

               ๗. เมืองหลวงแห่งรัฐ คือ กรุงปักกิ่ง

               ๗. ธงชาติ ดาวแดง ๕ ดวงบนพื้นสีแดง

               ๘. ตราแผ่นดิน พลับพลาเทียนอันเหมิน เหนือรวงข้าว

               ๙. เพลงชาติจีน คือ เพลงเลือดเนื้อและชีวิต แต่งโดย เนี่ยเอ๋อร์ คีตกวีชาวเมืองอวี้ซี มณฑลหยุนนหนาน

               ๑๐ ประเทศราช และ ดินแดนในอารักขาของอดีตอาณาจักรต้าชิง สาธารณรัฐ(ประเทศจีนเก่า) ให้กองทัพปลดปล่อยประชาชน ดำเนินการเข้าไป "ปลดปล่อย"

               เอาพอสังเขปอ่านสนุก ๆ นะครับ

               แล้วสิบสองปันนาล่ะ จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันในตอนหน้าครับ.

 

โปรดติดตามตอนต่อไป


กฤตย์ เยี่ยมเมธากร 

๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐

 

 

               ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และต้นไทรยักษ์ ของแคว้นสิบสองปันนา เป็นผืนป่าเขตร้อนชื้นแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงแห่งเดียวของประเทศจีน.

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

บันทึกมรดกไทย มรดกโลก...
ขอกราบพระเจดีย์ในเรื่องมาด้วยความเคารพครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เย่ซินหวา วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Klit1969

ขอคารวะครับท่านพี่ยั้งคิด ผมติดตามโพสต์พี่ทุกวัน มีประโยชน์มากครับ อ่านโพสต์เดียว ได้ครบทุกพาดหัวที่กลั่นกรองมาแล้วว่าเป็นข่าวเป็นคอลัมน์ที่น่าติดตาม ช่วยให้คนไม่ค่อยมีเวลาอย่างผมได้มากที่สุดเลยครับ / ตอนนี้ผมเริ่มว่างบ้างแล้ว จึงค่อย ๆ กลับมาเขียนบล๊อคเพื่อแบ่งปันพวกเราชาวโอเคเนชั่นครับ.

ความคิดเห็นที่ 1 เย่ซินหวา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/03/2018 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ประวีติศาสตร์คนไตจนกระทั่งมาเป็นคนไทยปัจจุบัน ช่างขมขื่นยิ่งนัก
เชียวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน