• เย่ซินหวา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : china.thaitrading@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-03-03
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 39224
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
ตะลอนไป ในแดนจีน
จีนคดีศึกษา ฉบับวณิกพก หัวหน้าพรรคกระยาจกผู้ตะลอนทั่วแคว้นดินแดนจีน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Klit1969
วันอังคาร ที่ 13 มีนาคม 2561
Posted by เย่ซินหวา , ผู้อ่าน : 752 , 09:24:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

   

 

ราชอาณาจักรสิบสองปันนา

- ๓ -

 

 

ป้ายถวายความอาลัยต่อการถึงแก่อนิจกรรมของเจ้าหม่อมคำลือ หรือ 刀世勋 ( ต้าวซื่อซุน ) ของสมาคมไตลื้อแห่งประเทศไทย ที่หน้าเว็ปไซด์ของชาวไตลื้อในประเทศจีน www.daizuwang.com เจ้าหม่อมคำลือเพิ่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา

               刀世勋 - ตาวซื่อซุน - เจ้าหม่อมคำลือ กษัตริย์องค์สุดท้ายของสิบสองปันนา

 

               สมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ ๔๔ หรือเจ้าหม่อมคำลือ - 刀世勋 เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายในราชวงศ์หนึ่งเดียวของสิบสองปันนา ท่านเป็นราชบุตรของเจ้าหม่อมแสนเมือง ซึ่งเป็นอนุชาของกษัตริย์รัชกาลที่ ๔๓ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ ๔๓ แห่งอาณาจักรหอคำเชียงรุ่ง หรือ สิบสองปันนาจึงมีศักดิ์เป็นลุงแท้ ๆของเจ้าหม่อมคำลือ แต่ด้วยเหตุที่ท่านไม่มีโอรส-ธิดา จึงทรงขอเจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตร

               เจ้าหม่อมคำลือเกิดเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๒๘ เมื่อทรงเจริญวัยมีชนมายุได้ ๑๖ ปี พระบิดาส่งท่านไปเข้ารับการศึกษาที่นครฉงชิ่ง มณฑลเสฉวน (ในสมัยนั้น-ปัจจุบันนี้รัฐบาลจีนแยกนครฉงชิ่งออกมาเป็นมหานครหรือมณฑลพิเศษ)

 

เจ้าหม่อมคำลือ (เด็กที่ยืนหน้าสุด) กับพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งตนที่ ๔๓ ซึ่งเป็นพระบิดาบุญธรรมถ่ายภาพร่วมกับสมาชิกในครอบครัว

 

               ลุถึงปี ค.ศ. ๑๙๔๔ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าลุง-บิดาบุญธรรม ท่านได้เข้า “พิธีฮับเมือง” แต่ในช่วงเวลานั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา พิธีฮับเมืองจึงไม่สมบูรณ์ ท่านจึงได้กลับไปเรียนต่อ เมื่อสงครามสงบลงแล้วท่านจึงกลับมาทำพิธีฮับเมืองครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ. ๑๙๔๘ ก่อนที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจะมีชัยเหนือรัฐบาลประชารราษฎร์ของจอมพลเจี่ยง (เจี่ยงเจื้อสือ-เจียงไคเช็ค) ขณะชนมายุได้ ๒๐ ปี

               และแล้วในวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๔๙ (พ.ศ. ๒๔๙๒) ประธานเหมาเจ๋อตง ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ พลับพลาเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง หลังจากนั้น กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ได้เข้าทำการ "ปลดปล่อย" สิบสองปันนา ท่านจึงกลายเป็น “กษัตริย์องค์สุดท้าย” ของราชอาณาจักรสิบสองปันนา ประเทศราชของราชอาณาจักรต้าชิง ต่อด้วยดินแดนในอาณัติของรัฐบาลสาธารณรัฐจีน เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนสถาปนาประเทศจีนใหม่ จึงถือว่ามีสิทธิโดยชอบธรรมต่อดินแดนสิบสองปันนา

               รัฐบาลจีนใหม่ซึ่งปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ จึงต้องลดฐานันดรศักดิ์ของเจ้าหม่อมคำลือจากกษัตริย์เป็นสามัญชน โดยที่ท่านไม่มีโอกาสได้บริหารราชการแผ่นดินเลย เนื่องจากหลังจากทำพิธีฮับเมืองครั้งแรกแล้วท่านได้แต่งตั้งให้เจ้าหม่อมแสนเมือง พระราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากนั้นท่านจึงกลับไปเข้ารับการศึกษาต่อ จนจบการศึกษาในระดับเตรียมอุดมแล้วจึงได้ย้ายมาศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยหยุนหนานที่นครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลนี้จนจบการศึกษา

               ที่นครคุนหมิง อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหยุนหนาน ท่านได้พบรักกับสาวชาวคุนหมิง ชื่อ สวีจวี้เฟิน หลังจบการศึกษารับปริญญแล้ว ทั้งสองท่านได้เข้าสู่พิธีมงคลสมรสกัน เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๕๓ เมื่อทั้งสองท่านผ่านการสมรสแล้ว เจ้าหม่อมคำลือได้เข้าทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาศาสตร์ ที่สถาบันวิจัยชนชาติส่วนน้อยแห่งชาติ สังกัดสภาวิทยาศาสตร์ประเทศจีน ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นเวลา ๘ ปี

 

 

               ต่อมาเจ้าหม่อมแสนเมืองพระบิดาได้เดินเรื่องยื่นคำร้องขอให้รัฐบาลกลางย้ายทั้งสองท่านกลับมาประจำที่คุนหมิง เพราะใกล้บ้าน ศูนย์การนำพรรคคอมมิวนิสต์ส่วนกลาง ภายใต้การผลักดันของท่านนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลจึงได้อนุมัติให้ท่านทั้งสองย้ายมาประจำที่นครคุนหมิงตามคำร้องขอ

               ที่คุนหมิง ท่านทำหน้าที่เป็นนักวิจัยด้านภาษากลุ่มไต-กะได และจ้วง แน่นอนที่สุดต้องรวมถึงอักษรไตลื้อด้วย ทั้งสองท่านใช้ชีวิตการทำงานอยู่ในนครคุนหมิงอย่างมีความสุขจนประธานเหมาสติแตกประกาศนโยบายก้าวกระโดดและปฏิวัติวัฒนธรรม ในปี ค.ศ. ๑๙๖๖ นักวิชาการ นักพัฒนาหัวก้าวหน้า ผู้ที่ถูกสงสัยมีแนวคิดไปในทางทุนนิยม อดีตชนชั้นสูง ต่างถูกทำการย่ำยีและพิพากษาโดยศาลเตี้ยของนางเจียงชิงกับแก๊งสี่คนและกองหน้ายุวชนแดง (เรดการ์ด)

               แน่นอนที่สุดเจ้าหม่อมคำลือกับภริยา ซึ่งเป็นอดีตกษัตริย์ จึงหนีไม่พ้นต้องเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบอันเลวร้ายจากการปฏิวัติวัฒนธรรม !!!

               แต่นับว่าบุญบารมีของทั้งสองท่านยังคอยคุ้มครองท่านทั้งสอง เจ้าหม่อมคำลือกับสวีสวีจวี้เฟินได้รับการปกป้องอย่างถึงที่สุดจากท่านนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลผู้ซึ่งให้คำมั่นกับชาวไตลื้อสิบสองปันนาว่าจะคอยพิทักษ์รักษาอดีตเจ้ามหาชีวิตของพวกเขาอย่างถึงที่สุด

               ผลกระทบจากการปฏิวัติวัฒนธรรมและความร้ายกาจของเยาวชนเรดการ์ดจึงไม่ได้ทำลายเจ้าหม่อมคำลือและภริยาต้องถูกทำร้ายร่างกายหรือทรมานจนตายคาตำแหน่งเหมือนกับประธานาธิบดีหลิวเส้าฉีที่ถูกเรดการ์ดซ้อมจนถึงแก่อสัญกรรมทั้ง ๆ ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งรัฐ

               เมื่อถึงปี ค.ศ. ๑๙๗๑ จากการจัดการของท่านนายกโจว ศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์ (พรรคใหญ่กว่ารัญบาลนะครับ) ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหม่อมคำลือและภริยาไปใช้แรงงานในชนบทโดยงานในสวนอ้อย ที่เมืองเชียงกุ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสิบสองปันนา เป็นเวลานาน ถึง ๙ ปี

***เจตนาของท่านโจวเอินไหลคือส่งท่านไปให้ไกลจากคณะเยาวชนเรดการ์ที่บ้าคลั่งและกักขฬะ เติ้งเสี่ยวผิงก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าไม่มีนายกโจว คงไม่มีเติ้งเสี่ยวผิงรอดตายมาสร้างจีนให้ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้***

               การใช้ชีวิตและเวลาในสวนอ้อยนี้ มาดามสวีจวี้เฟิน เล่าว่า ท่านทั้งสองมีความผ่อนคลายหายกังวล แม้จะต้องใช้แรงงานดุจกรรมกร แต่กลับเป็นโอกาสที่ท่านสามารถแอบเอาหนังสือหนังหาและสรรพตำราเข้าไปอ่านได้อย่างสะดวกปลอดภัย

               ภายหลังจากการอสัญกรรมของท่านโจวเอินไหล กับ ประธานเหมาเจ๋อตง ในปี ค.ศ. ๑๙๗๖ แก๊งสี่คนของนางเจียงชิงถูกจอมพลเย่เจี้ยนอิง(ญาติผู้ใหญ่ของผม-ลูกผู้พี่ของปู่ผม ปู่ผมชื่อ เย่เจี้ยนจาง) ทำการยึดอำนาจโดยล่อให้นางเจียงชิงและพวกเข้ามาถูกจับกุมในการประชุมสภาประชาชน

               หลังจากนั้น จอมพลเย่เจี้ยนอิง จัดการให้องครักษ์ไปเชิญตัวเติ้งเสี่ยวผิงที่ท่านส่งไปหลบภัยอยู่ที่ไป๋หยุนซาน นครกว่างโจว เขตอิทธิพลของท่าน กลับมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นการฟื้นคืนชีพของแมวเก้าชีวิตเติ้งเสี่ยวผิง

               เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดแล้ว (แต่มีตำแหน่งทางรัฐบาลแค่รองนายกรัฐมนตรี) ได้สั่งยุติคำสั่งต่าง ๆ ของประธานเหมาที่ผิดพลาดทั้งหมด คืนฐานะคืนตำแหน่งพร้อมเกียรติยศที่พรรคมีพรรคบันทึกประวัติว่าเป็นผู้ทรยศต่อแนวทางการปฏิวัติ ลบออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ถอดถอนาออกจากทุกตำแหน่ง คืนให้แกนนำพรรคทั้งที่ตายไปแล้วและยังมีชีวิตอยู่ให้หวนคืนตำแหน่งเดิมทั้งหมด นั่นรวมถึงผู้นำที่ถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบทด้วย

 

 

ศาสตราจารย์เจ้าหม่อมคำลือ รองประธานสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีน (วุฒิสภา)

 

               ชีวิตใหม่ที่สดใสเปี่ยมไปด้วยความหวังและพลังใจของชาวจีนทั้งมวล โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นนำและปัญญาชน ภายหลังการสิ้นสุด "ยุคมืด-การปฏิวัติวัฒนธรรม" และกำจัดแก๊งสี่คน เจ้าหม่อมคำลือและภริยาต่างได้รับคืนสถานะทางวิชาการ ได้ออกจากการใช้แรงงานในชนบท กลับมาเป็นอาจารย์และนักวิจัยได้อีกคราหนึ่ง

               ณ นครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลหยุนหนานบ้านเกิดของท่านทั้งสอง เจ้าหม่อมคำลือได้เป็นนักวิจัยของ..."สถาบันวิจัยชนชาติแห่งมณฑลหยุนหนาน" แห่ง มหาวิทยาลัยชนชาติหยุนหนาน

 

 

***ประเทศจีนให้จัดกลุ่มชนชาติออกเป็น ๕๖ ชนชาติ ๙๒% เป็นชนชาติหลัก คือ ฮั่น คือชาวจีน และอีก ๘% เป็นชนชาติส่วนน้อย ๕๕ ชนชาติ ซึ่งในหลาย ๆ ชนชาติยังมีแยกย่อยออกไปอีกหลายเผ่า บางเผ่าแต่งกายไม่เหมือนกัน พูดภาษาคนละสำเนียง บางทียังฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่อง(ในชนชาติเดียวกัน)แต่ถูกจัดเป็นชนชาติเดียวกัน ทั้งนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลจีนใหม่ที่ไม่ต้องการให้จำนวนของชนชาติส่วนน้อยมีมากเกินไป (ตามความเป็นจริงหากนับทุกชนชาติเป็น 1 ชนชาติ จีนจะมีชนชาติส่วนน้อยร่วม ๆ ร้อยกว่าชนชาติ)

ตัวอย่างชนชาติเดียวกัน-มีมากมายเป็นสิบกว่าเผ่าแต่ละเผ่าฟังกันรู้เรื่อง และ ไม่รู้เรื่องก็มี เช่น ม้ง อันเป็นชนชาติส่วนน้อยที่มีพื้นถิ่นอาศัยกระจายเป็นวงกว้างที่สุดในประเทศจีน...พี่น้องชาวไทยเชื้อสายม้งท่านจงภูมิใจที่ชนชาติของท่านยิ่งใหญ่มาก****

*ชนชาติส่วนน้อยของจีนแต่ละชนชาติมีมากมายหลายเผ่า รัฐบาลจีนใหม่จึงกำหนดจำนวนให้เหลือเพียง ๕๕ ชนชาติ เชื้อสายชนชาติกลุ่มเดียวกัน จัดอยู่ในชนชาติชื่อเดียวกัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ จีนก็จะมีสองร้อยกว่าชนชาติเลยละ*

 

               สถาบันวิจัยชนชาติส่วนน้อยแห่งมณฑลหยุนหนานที่เจ้าหม่อมคำลือเป็นอาจารย์และนักวิจัยอยู่นี้รัฐบาลกลางให้ความสำคัญมากเพราะว่า มณฑลหยุนหนาน เป็นมณฑลที่มีประชากรชนชาติส่วนน้อยมากที่สุดในจีน คือ มีถึง ๒๖ ชนชาติ จาก ๕๕ ชนชาติ

สิบสองปันนาบ้านเจ้าหม่อมคำลือ มีชนชาติส่วนน้อยมากที่สุดในมณฑลหยุนหนาน คือ มีถึง ๑๖ ชนชาติ จาก ๒๖ ชนชาติ

               ชนชาติส่วนน้อยในสิบสองปันนา ได้แก่

               ไต ฮานี(อาข่า) เหมียว(ม้ง) เหยา(เมี่ยน) หยี ว้าแดง ปู้ยี จีโน่ ปู้หล่าง(ลั๊วะ) หุย ล่าฮู่(ลาหู่-มูเซอร์) เต๋ออ๋าง(ดาระอั้ง) ลี่ซู่(ลีซอ) ฯลฯ

               เจ้าหม่อมคำลือเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เป็นนักวิจัยภาษาและประชากรศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยชนชาติแห่งมณฑลหยุนหนาน เป็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มภาษาไต จนเกษียณอายุราชการ ตำแหน่งทางวิชาการของท่าน คือ ศาสตราจารย์

               ศาสตราจารย์เจ้าหม่อมคำลือ มีเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานด้วยกันและสนิทสนมรักใคร่กันมากที่สุดท่านผู้นั้นคือ...ศาสตราจารย์ยรรยง จิระนครหรือ เซี่ยหยวนจาง ชาวจีนเชื้อสายไทย ผู้เชียวชาญด้านกลุ่มชาติพันธุ์ไต-จ้วง

 

ศาสตราจารย์เซี่ยหยวนจางพานักวิชาการจากประเทศไทยเข้าเยี่ยมศาสตราจารย์เจ้าหม่อมคำลือ

 

                ศาสตราจารย์ยรรยง จิระนคร ชาวจีนฮากกาเกิดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกส่งไปเข้ารับการศึกษาที่ประเทศสาธารณรัฐจีน เมื่อสถาปนาประเทศจีนใหม่ ก็กลายเป็นประชากรจีน (เหมือนลุง กับ ป้า ของผม) ชื่อของท่าน 谢原章 เซี่ยหยวนจาง(ฮากกา-เจี่ยแยนจอง)

 

 

               หลังจากเกษียณอายุราชการจีน ท่านมีโอกาสได้รับใช้ชาติอีก โดยได้รับการแต่งตั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้เป็น "สมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติ" หรือง่าย ๆ คือ ส.ว. จีนนั่นเองครับ โดยตำแหน่งทางการเมือง เกียรติยศสูงสุดของท่าน ได้เป็น "รองประธานสภาปรึกษาการเมือง"

***สภาปรึกษาการเมือง หรือวุฒิสภาจีน เป็นสภาจากการแต่งตั้งบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ ที่พรรคและรัฐบาลเห็นสมควรเชิญมาเป็นที่ปรึกษา พิจารณา-กลั่นกรองกฎหมาย เสนอแนะแนวทางการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยแต่งตั้งบุคคลจากหลายวงการ อาทิ อดีตเจ้าผู้ครองนครรัฐที่เป็นเมืองขึ้น (มี ปันเชนลามะ ฮ่องเต้ปูยี เจ้าหม่อมคำลือ เป็นต้น) นักวิชาการ นักคิด นักเขียน ศิลปิน ดารา นักร้อง นักธุรกิจ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชนชาติส่วนน้อย ตัวแทนชาวจีนโพ้นทะเล เป็นต้น***

 

               เจ้าหม่อมคำลือทำหน้าที่รองประธานสภาปรึกษาการเมืองพำนักอยู่ที่กรุงปักกิ่งพร้อมภริยา มีบ้าน มีรถยนต์ประจำตำแหน่ง มีเกียรติยศสูงตามแต่ฐานันดรของอดีตเจ้าประเทศราชควรได้รับ ที่สำคัญ องค์ความรู้อันมีค่ามหาศาลของท่านต่างหาก ที่รัฐบาลต้องการนำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

               เจ้าหม่อมคำลือรับใช้ชาติในฐานะรองประธานสภาปรึกษาการเมือง จนเริ่มเข้าสู่วัยชราและครบวาระ จึงได้กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับภริยาและบุตร-หลานอยู่ในเรือนพักรับรองของรัฐบาลที่นครคุนหมิง

               เจ้าหม่อมคำลือและสวีจวี้เฟินภริยาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นครคุนหมิงกับหลานและลูกอย่างมีความสุขจนกระทั้ง วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันชาติจีนครบรอบปีที่ ๖๘ เจ้าหม่อมคำลือได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ สิริอายุได้ ๙๐ ปี

พิธีคำนับศพสหายต้าวซื่อซุนที่นครคุนหมิง ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนาพุทธและตามวัฒนธรรมไตลื้อที่เชียงรุ่ง

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...สถานะใหม่ : แคว้นปกครองตนเองชนชาติไตแห่งสิบสองปันนา - 西双版纳自治州 - ซีซวงป่านน่าจื้อจรื๋อโจว

 

กฤตย์ เยี่ยมเมธากร 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน