• เย่ซินหวา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : china.thaitrading@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-03-03
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 34904
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
ตะลอนไป ในแดนจีน
จีนคดีศึกษา ฉบับวณิกพก หัวหน้าพรรคกระยาจกผู้ตะลอนทั่วแคว้นดินแดนจีน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Klit1969
วันพุธ ที่ 14 มีนาคม 2561
Posted by เย่ซินหวา , ผู้อ่าน : 636 , 14:33:52 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

 

西双版纳自治州 - ซีซวงป่านน่าจื้อจรื๋อโจว - แคว้นปกครองตนเองชนชาติไตแห่งสิบสองปันนา

 

 

 

แผนที่ประเทศจีน มณฑลหยุนหนาน แสดงที่ตั้งของแคว้นปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา

 

               ประธานเหมาเจ๋อตงพร้อมแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์และผู้นำฝ่ายซ้ายของพรรคก๊กมินตั๋งยืนอยู่บนพลับพลาเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 เหมาเจ๋อตง กล่าวว่า...

               ประชาชาติจีนทั้งหลาย กลุ่มชาติพันธุ์ร่วมชาติทั้งหลาย สหายศึกทั้งหลาย ญาติสนิทจีนโพ้นทะเลทั้งหลาย ประชาคมโลกทั้งมวล  บัดนี้ 中共中央共产党 - จงก้งจงยางก้งฉานต่าง - ศูนย์การนำพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขอประกาศว่า...

 

中华人民共和国 - 开始了 !!!
จงหวาเหรินหมินก้งเหอกว๋อ...ไคสื่อเลอ !!!
สาธารณรัฐประชาชนจีน...ถือกำเนิดแล้ว !!!

 

               ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องทั่วจตุรัสเทียนอันเหมินและมหาประชาชนจีนทั่วประเทศ...

***โทรทัศน์ประชาชนส่วนกลางรายงานความปีติยินดีของชาวจีนแต่ละมณฑลทั่วประเทศ รวมถึงชนชาติส่วนน้อยแต่ละกลุ่ม ผมเห็นเทปสัมภาษณ์ชาวมองโกลในเขตมองโกเลียในของจีน ชาวธิเบตในเขตมณฑลชิงไห่ ชาวหุยในเขตหนิงเซี่ย...ล้วนตื่นเต้นยินดีปรีดากันอย่างทั่วหน้า***

 

               หลังจากประกาศสถาปนาประเทศแล้ว ภาระกิจทั้งของพรรคฯ และรัฐบาลก็ดำเนินการจัดการประเทศ มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมากมายที่ถ้าเอามาเล่าให้อ่านก็คงจะสนุกสนานเป็นอย่างมาก เอาไว้โอกาสต่อไปจะมาโม้ให้อ่านสนุก ๆ กันต่อไปนะครับ ตอนนี้ขอเล่าพอสังเขปแล้ววกเข้าเรื่องสิบสองปันนาต่อ

               รัฐบาลจีนใหม่ในระยะแรก จัดสรรประเทศออกเป็นแต่ละภูมิภาค เขตแคว้นแดนดินที่เป็นมณฑลยังคงเดิม แต่มีการเปลี่ยนมณฑลที่เป็นพื้นที่ของชนชาติส่วนน้อยที่มีจำนวนประชากรของชนชาตินั้น ๆ เป็นจำนวนมาก ก็จัดตั้งให้เป็นเขตปกครองตนเอง คือ

 

               ๑. 内蒙古自治区 - เน่ยเหมิงกู๋จื้จรื๋อชวี เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มีนคร 呼和浩特 - ฮูเหอฮ่าวเท่อ หรือ ฮูฮอต เป็นเมืองเอก

               ๒. 回宁夏自治区 - หุยหนิงเซี่ยจื้อจรื๋อชวี - เขตปกครองตนเองชนชาติหุยแห่งหนิงเซี่ย มีนคร 银川 - หยินชวน เป็นเมืองเอก

***รัฐบาลจีนใหม่กำหนดให้ชาวจีนฮั่น หรือคนจีนแท้ ๆ ที่เป็นมุสลิม จัดเป็นชนชาติหุย คำว่าหุยในที่นี้ หมายถึงมุสลิม มณฑลหนิงเซี่ยเดิม ประชากร 99% เป็นพวกหุย รัฐบาลจีนใหม่จึงตั้งให้เป็นเขตปกครองตนเอง***

               ๓. 广西壮族自治区 - กว่างซีจ้วงจู๋จื้อจรื๋อชวี - เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงแห่งกว่างซี มีนคร - 南宁 - หนานหนิง เป็นเมืองเอก

***มณฑลกว่างซี เป็นมณฑลคู่แฝดของมณฑลกว่างตง ชาวจีนฮั่นในมณฑลนี้ พูดภาษาถิ่นอยู่ 3 กลุ่ม คือ ภาษาเย่-ไป๋ฮว่า (กวางตุ้ง) สำเนียงหนานหนิง กับ ภาษาฮากกาสำเนียงกว่างซี และ ภาษากุ้ยหลิ่ว (กุ้ยหลิน-หลิ่วโจว)

ชนชาติจ้วง เป็นชนชาติส่วนน้อยของจีน ที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด ณ ปัจจุบันนี มีราว ๆ 30 ล้านคน จ้วงมีถิ่นกำเนิดและอาศัยอยู่ในมณฑลกว่างซี รัฐบาลจีนใหม่จึงเปลี่ยนมณฑลกว่างซี เป็น เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงแห่งกว่างซี

นอกจากนี้ชาวจ้วงยังมีอยู่ในพื้นที่ติดกันอย่าง หยุนหนาน กุ้ยโจว และ หูหนาน***

               ๔. 新疆维吾尔族自治区 - ซินเจียงเหวยหวู่เอ๋อร์จู๋จื้อจรื๋อชวี - เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์แห่งซินเจียง มีนคร 乌鲁木齐 - อูลูมู่ฉี หรือ อุรุมชี เป็นเมืองเอก

               ปี ๑๙๔๙ หลังจากสถาปนาประเทศจีนใหม่แล้ว ปีรุ่งขึ้น คือ ค.ศ. ๑๙๕๐ รัฐบาลจีนใหม่จึงส่งกองทัพปลดปล่อยประชาชน ไป "ปลดปล่อย" ธิเบต โดยมีจอมพลหลิวป๋อเฉิงเป็นผู้นำ และ "บุคคลหัวกะทิ" ของพรรคฯ คือ เติ้งเสี่ยวผิง เป็นเสนาธิการ เพื่อไปบริหารจัดการเขตปกครองในระยะเริ่มแรก พร้อมกับสถาปนาธิเบตเป็น...

               ๕. 西藏自治区 - ซีจั้งจื้อจรื๋อชวี - เขตปกครองตนเองธิเบต มีนคร 拉萨 - ลาซ่า เป็นเมือองเอก

***เติ้งเสี่ยวผิงได้รับการยอมรับว่าเป็นคนหัวกะทิเก่งกาจสามารถและคล่องแคล่วตั้งแต่เป็นนักเรียนกึ่งทำงานอยู่ที่ฝรั่งเศส ทำงานใต้ดินให้ พคจ. ตั้งแต่อยู่ในฝรั่งเศสนั้น ร่วมกับนักเรียนรุ่นพี่ที่ต่อมาล้วนได้เป็นแกนนำพรรคฯ ทั้งนั้น บุคคลสำคัญที่อยู่และทำงานร่วมกันกับเติ้งเสี่ยวผิง อาทิ ท่านโจวเอินไหล หลิวเส้าฉี เป็นต้น

               เติ้งเสี่ยวผิงทำงานให้พรรคฯ ในฐานะสมาชิกยุวชนของ พคจ. มีความสามารถในด้านโรเนียวอย่างหาตัวจับยาก จึงได้รับสมญานามจากเพื่อน ๆ นักปฏิวัติว่า "ด๊อกเตอร์โรเนียว"

               การจัดพื้นที่การปกครองในระยะเริ่มแรกของประเทศจีนใหม่ ตามกลุ่มมณฑลในแต่ละภาค เติ้งเสี่ยวผิงในฐานะเลขาธิการพรรค ได้รับผิดชอบมณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ จึงต้องได้ไปจัดการบริหารเขตธิเบต ดังกล่าว***

               นอกจากแบ่งการปกครองเป็นมณฑล และ เขตปกครองตนเองในระดับมณฑลแล้ว ภายในแต่ละมณฑล หากพื้นที่ใดในแต่ละระดับเป็นเขตอาศัยส่วนใหญ่ของชนชาติใด รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นจังหวัดปกครองตนเอง อำเภอปกครองตนเอง หมู่บ้านปกครองตนเองชนชาติ....

               เช่น....

               แคว้นปกครองตนเองชนชาติไตแห่งสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน

               แคว้นปกครองตนเองชนชาติไตและชนชาติจิ่งโพแห่งใต้คง ( เป็นชาวไตเหนือ และ ไตมาว กับชาวจิ่งโพ หรือ คะฉิ่น คำว่าใต้คง หมายถึงดินแดนตอนใต้ของแม่น้ำคง หรือ แม่น้ำสาละวิน)

               แคว้นปกครองตนเองชนชาติไป๋แห่งต้าหลี่ มณฑลหยุนหนาน

               จังหวัดปกครองตนเองชนชาติหยีแห่งฉู่สง มณฑลหยุนหนาน

               อำเภอปกครองตนเองชนชาติปู้ยี จังหวัดซือเหมา มณฑลหยุนหนาน

               ตำบลปกครองตนเองชนชาติฮานี(อาข่า) อำเภอเมืองฮาย แคว้นปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลหยุนนหนาน

               ตำบลปกครองตนเองชนชาติว้าแดง อำเภอเมืองเชียงรุ่ง แคว้นสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน

               ฯลฯ 

*****จังหวัดที่ใช้คำนำหน้าว่าแคว้น คือ แคว้นสิบสองปันนา แคว้นใต้คง แคว้นต้าหลี่ เหตุที่ใช้คำว่าแคว้น เพราะว่าจังหวัดนั้น ๆ เคยเป็นราชอาณาจักรมาก่อน คือ ราชอาณาจักรสิบสองปันนา ราชอาณาจักรใต้คง ราชอาณาจักรหนานเจาต้าหลี่ / ส่วนดินแดนที่ไม่เคยเป็นราชอาณาจักร จะใช้คำว่า จังหวัด เช่น จังหวัดปกครองตนเองชนชาติหยีแห่งฉู่สง หรือ จังหวัดหยีฉู่สง มณฑลหยุนหนาน*****

 

               การจัดสรรพื้นที่ปกครองของสิบสองปันนา

               รัฐบาลมณฑลหยุนหนาน จัดให้ดินสิบสองปันนาที่ยังเหลือเพียง 9 ปันนาในเขตจีน (โดนเด็กฝรั่งเศษแย่งเมืองสิงห์ กับ หัวพัน ไป ปัจจุบันเมืองสิงห์อยู่ในเขตของแขวงหลวงน้ำทา และหัวพัน เป็นแขวงหัวพัน เหนือสุดของประเทศลาว และ โดนเด็กอังกฤษ แย่งฝั่งขวาของแม่น้ำโขงไป ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดเชียงตุง รัฐฉาน)

               จาก ๙ ปันนาที่เหลือ แบ่งการปกครองเป็น ๓ อำเภอ คือ

               ๑. อำเภอเมืองเชียงรุ่ง เป็นเมืองเอก


               ๒. อำเภอเมืองฮาย ติดชายแดนพม่า


               ๓. อำเภอเมืองหล้า ติดแม่น้ำโขงชายแดนพม่า-ลาว

 

 

 

               ผู้บริหารแคว้น จะมี ผู้ว่าการแคว้น เป็นชนชาติไตลื้อ

               เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำแคว้น ส่งมาจากส่วนกลาง อาจจะเป็นชนชาติไตลื้อ หรือไม่ใช่ ก็ได้

               การปกครองของจีน คล้ายกับไทย คือมีทั้งการปกครองส่วนท้องถิ่น และ ส่วนภูมิภาค คือมีนายกเทศมนตรีเมือง....ผู้ว่าการมณฑล แคว้น หรือ จังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากเป็นดินแดนของชนชาติส่วนน้อย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการ หรือ นายกเทศบาล จะเป็นชนชาติส่วนน้อยเจ้าของพื้นที่

               - ตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล ส่งมาจากส่วนกลาง- - ตำแหน่งผู้ว่าการเขตปกครองตนเอง รัฐบาลกลางเลือกจากผู้นำชนชาตินั้น ๆ
               - ตำแหน่งนายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เลือกตั้งกันเองตามพื้นที่ของแต่ละชนชาติ

               - เลขาธิการพรรคประจำมณฑล ส่งมาจากรัฐบาลกลาง


               - เลขาธิการพรรคประจำเขตปกครองตนเอง รัฐบาลกลางเลือกจากชนชาติของเขตปกครองนั้น ๆ ที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน

               ผู้ว่าการ นายกเทศมนตรี นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นตำแหน่งบริหาร

               เลขาธิการมณฑล เขตปกครองตนเอง แคว้น จ้งหวัด เมือง อำเภอ ตำบล และ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์หมู่บ้าน...เป็นตำแหน่งนโยบาย ทำหน้าที่ควบคุมฝ่ายบริหารให้ทำงานอยู่ในร่องในรอย ตามรัฐธรรมนูญ ตามนโยบายพรรคฯ

 

 

 

             นโยบายแรกเริ่มของพรรคฯ และ รัฐบาลกลางที่ดำเนินต่อแคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา

 

               ในช่วงการบริหารยุคแรก ๆ ของประเทศจีนใหม่ ผู้นำระดับสูงทั้งพรรคฯ และ รัฐบาลแต่ละท่านล้วนทำงานกันอย่างหนักหนาสาหัส ไหนจะความมั่นคงด้านชายแดนที่ประชิดติดกับเพื่อนบ้าน ไหนจะส่งกองทัพเข้าไป "ปลดปล่อย" พื้นที่อ่อนไหวและความมั่นคงต่ำ ไหนจะต้องเร่งกำลังการผลิตทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ไหนจะวิ่งเต้นด้านการต่างประเทศเพื่อให้ประชาคมโลกยอมรับ ร้อยแปดพันประการ...

 

 

               ในส่วนของแคว้นปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา ชายแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้สุดของประเทศ ดินแดนที่มีความหลากหลายมากที่สุดด้านกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งยังต้องระวังเรื่องความอ่อนไหวเกี่ยวกับความใกล้ชิดทางประชากรศาสตร์ที่มีพลเมืองเป็นชนชาติเดียวกันในเขตจีน เขตลาว เขตพม่า รวมถึงประเทศไทยในเวลานั้น !!!

               แต่ด้วยการที่ยังเป็นประเทศปิดทำให้โลกภายนอกยังไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวในหลังม่านไม้ไผ่ ระยะเวลาผันผ่านไป ผ่านไป ผ่านไป คนไทยจึงลืมญาติสนิทเผ่าพันธุ์ไทด้วยกันอย่างคนไตลื้อสิบสองปันนาได้เกือบสนิท...

               จนกระทั่งถึงปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ รัฐบาลไทยภายใต้การนำของอาจารย์หม่อม...พลตรีศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทยในสมัยนั้น กับ พลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ยศและตำแหน่งในสมัยนั้น ต่อมาท่านได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี)

               ทั้งสองท่านพร้อมคณะเดินทางไปกรุงปักกิ่งเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูต โดยเข้าเยี่ยมคารวะประธานเหมาเจ๋อตงที่ชราภาพมากแล้วต้องใช้องครักษ์หิ้วปีกมาสัมผัสมือกับอาจารย์หม่อม

               อาจารย์หม่อมยังได้พบกับท่านนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล...

 

 

               มาถึงตรงนี้ผมจะขอเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ซึ่งผมขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง กล่าวคือ ในเวลานั้น ท่านนายกโจว ได้นอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงพยาบาลภายในทำเนียบจงหนานไห่-ในที่ทำงานของท่าน ด้วยโรค "มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ"

               นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลผู้ซึ่งทั่วโลกต่างยอมรับในคุณความดีและเป็นนักการทูตชั้นเยี่ยม มีบัญชาให้แพทย์ถอดสายต่าง ๆ ที่ระโยงระยางอยู่บนเตียงพยาบาล สวมชุดจงซานสีเขียวอมน้ำตาล ยืนรอต้อนรับนายกรัฐมนตรีไทยที่ห้องรับรองภายในทำเนียบจงหนานไห่ !!!

               หลังจากนั้นมาเพียงไม่กี่เดือน วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๙ นายกรัญมนตรีโจวเอินไหลก็ได้ถึงแก่อสัญกรรม

 

 

การไปพบกับคาล มาร์ค ของนายกโจว ประชาชนจีนทั้งประเทศตกอยู่ในความวิปโยคโศกสลด ร้องห่มร้องไห้ ตีอก-ชกลม อย่างที่ไม่เคยมีฮ่องเต้แม้แต่องค์เดียวในทุกราชวงศ์ได้รับอย่างนี้ตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปีของระบอบกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรจีน

               นอกเรื่องไปไกล ผมแค่อยากจะบอกว่า อาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ท่านไปเดินเล่นที่จตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วบังเอิญได้พบกับนักศึกษาสาวชาวไตลื้อสิบสองปันนา ได้สนทนาเว้าภาษาอู้กำเมืองล้านนากับภาษาไตลื้อที่ใกล้เคียงกันมากอย่างม่วนซื่นรื่นรมย์...

               ต่อมาอาจารย์หม่อมฯ ท่านเอามาเขียนในคอลัมน์ "ซอยสวนพลู" ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐของท่านเองเกี่ยวกับว่าท่านไปเจอคนเผ่าไทยที่ปักกิ่งแล้วพูดคุยกันรู้เรื่องจนเป็นที่ตื่นเต้นกันไปทั้งบาง...

 

***พลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี นักเขียน นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นักปราชญ์ นักการเงินการธนาคาร นักการเมือง นัก ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ บุคคลพหูสูต บุคคลสำคัญของโลกแห่งองค์การสหประชาชาติผู้มหัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เด็กรุ่นใหม่จงไปศึกษาชีวิตของท่าน

อาจารย์หม่อมฯคึกฤทธิ์ เคยทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลำปาง เมื่อราว ๆ แปดสิบปีก่อน ท่านจึงสามารถ "อู้กำเมือง" หรือภาษาไทยล้านนาได้

ภาษาล้านนา ภาษาเชียงแสน ภาษาไตเขินเชียงตุง ภาษาไตลื้อเมืองยอง และ ภาษาไตลื้อสิบสองปันนามีความใกล้เคียงกันมาก สามารถพูดคุยกันได้เข้าใจ

ทุกครั้งที่ผมไปเชียงรุ่ง สิบสองปันนา ผมใช้ภาษาเชียงใหม่เชียงรายพูดคุยกับเพื่อนชาวไตลื้อ ล้วนฟังกันรู้เรื่องเข้าใจเกินกว่า ๙๕% เลยละครับ****

 

 

               กลับมาที่สิบสองปันนา ในยุคแรก ๆ ของรัฐบาลจีนใหม่ ได้ดำเนินโยบายต่อแคว้นปกครองตนเองชนชาติไตแห่งสิบสองปันนา และ แคว้นปกครองขนเองชนชาติไตเหนอแห่งใต้คง(เต๋อหง) ในมณฑลหยุนหนานเหมือนกันอย่างค่อนข้างระมัดระวังและอลุ้มอล่วย เพราะว่าชนชาติไต เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ ที่ไม่ใช่สายพันธุ์จีน-มองโกล เหมือนชนชาติอื่น ๆ หลาย ๆ ชนชาติ วัฒนธรรมนั้นก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรียกว่ารัฐบาลกลางต้องเอาใจใส่ชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไตกลุ่มต่าง ๆ ในมณฑลหยุนหนานเป็นอย่างดีมาก

               ด้วยความเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนักการทูต เป็นผู้ที่ประชาชนจีนทุกชนชาติให้ความเคารพรัก นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล จึงต้องไปเยือนสิบสองปันนา เพื่อกระชับความสัมพันธ์การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของความเป็นประชาชาติจีนทั้งมวล

               ประชาชนชาวไตลื้อล้วนมีความปีติยินดีที่ผู้นำอันเป็นที่รักของเขามาแอ่วมาเฮือนมาผ่อมากอยหื้อหมู่ข้อยมีความอยู่ดีกิ๋นหวาน ทั้งยังรับประกันว่าจะคอยคุ้มครองดูแลอดีตเจ้าเหนือหัวของพวกเขา...นโยบายและการปฏิบัติต่อชาวไตในสิบสองปันนาของนายกโจวจึงได้ผลเป็นอย่าางมาก

               นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลไปสิบสองปันนาอยู่หลายครั้ง ทั้งยังไปร่วมงานประเพณีปี๋ใหม่ไตหรือประเพณีสงกรานต์ด้วยโดยร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับพี่น้องไตลื้อด้วยการแต่งกายเป็น "อ้ายบ่าวโต๋ลี" (ผู้ชายตัวดี) เป็นที่สนุกสนานเบิกบานใจไปทั้งแคว้น

               เมื่อนายกรัฐมนตรัโจวเอินไหลถึงแก่อสัญกรรม ชาวไตลื้อสิบสองปันนาจึงร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ท่านตั้งไว้ ณ อุทยานม่านทิง ริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองเชียงรุ่งนั่นเอง...

 

 

 

ภูมิประเทศกับวัฒนธรรมประเพณีของชาวไตลื้อ

 

               สิบสองปันนาตั้งอยู่ในพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอันประกอบด้วยมณฑลหยุนหนาน-สิบสองปันนา พม่า-รัฐฉาน ลาว ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ป่าและน้ำรวมถึงสภาพอากาศเป็นแบบเดียวกับภาคเหนือตอนบนของไทย

               ภูมิอากาศแบ่งเป็น ๓ ฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว อุณหภูมิเฉลี่ย ๒๕-๓๐ องศาเซลเซียส ฤดูฝน ฝนตกชุก ฤดูร้อนอากาศร้อนชื้น ฤดูหนาวมีหมอกปกคลุมอากาศหนาวเย็นแต่ไม่มีหิมะและอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๘-๕ องศาเซลเซียส

               พื้นที่ป่าไม้ของสิบสองปันนาเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา และป่าดิบชื้น มีต้นไม้ปกคลุมอยู่หนาแน่น ป่าไม้ในสิบสองปันนาเป็นชนิดป่าที่มีอยู่เพียงแห่งเดียวของประเทศจีน มีพืชเฉพาะถิ่นที่ไม่มีในพื้นที่อื่นใดอยู่หลายชนิด

               ปัจจุบันป่าไม้ในสิบสองปันนาเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์และเป็นเขตอุทยานที่สำคัญของชาติระดับ AAAAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

               สัตว์ป่าที่สำคัญที่พบในสิบสองปันนามีเสือโคร่ง ช้างป่า หมีควาย และสัตว์ป่าต่าง ๆ เหมือนกับป่าในพื้นที่ภาคเหนือของพม่า ลาว ไทย

               นกยูงเป็นสัตว์ปีกที่พบมากในเขตสิบสองปันนา นกยูงจึงได้เป็นสัญลักษณ์ของสิบสองปันนาและชาวไตลื้อ ปัจจุบันรัฐบาลจีนพยายามเน้นให้เห็นว่าช้างเป็นสัตว์สำคัญคู่กับนกยูงด้วย

 

 

***รัฐบาลมณฑลหยุนหนานพยายามเน้นให้ชาวจีนต่างมณฑลเห็นว่าช้างเป็นสัตว์สำคัญของสิบสองปันนาคู่กับนกยูงเพื่อสร้างความสำคัญด้านการท่องเที่ยวแต่ผมเชื่อว่าปัจจุบันป่าของสิบสองปันนาไม่มีช้างป่าเหลืออยู่แล้ว-ประเด็นนี้ยังไม่ขอยืนยันนะครับ***

 

               สิบสองปันนามีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือแม่น้ำโขงซึ่งถือเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญานของชาวไตลื้อ แม่น้ำโขงชาวไตลื้อเรียกว่า "แม่น้ำล้านช้าง" ดังนั้นในภาษาจีนกลางจึงเรียกแม่โขงทับศัพท์คำไตลื้อว่า "หลานชางเจียง" 澜沧江 และชาวเชียงแสน-เชียงของ จ.เชียงราย กับ ชาวลาว เรียกแม่น้ำของ นานาชาติเรียกแม่น้ำโขง

               ปัจจุบันในจีนจึงเรียกแม่น้ำโขงทับศัพท์ตามภาษาไทยว่า เหมยกงเหอ 湄公河

               เหมยกงเหอ กับ หลานชางเจียง จึงเป็นชื่อเรียกแม่น้ำโขงในภาษาจีนกลางที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถพูดได้ทั้งสองชื่อคนจีนเข้าใจ

               เมืองเชียงรุ่ง ตั้งอยู่บนที่ราบต่ำมีภูเขาล้อมรอบคล้ายแอ่งกะทะแต่อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเพราะอิทธิพลของแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านตัวเมือง

               ภาษาไตลื้อจัดอยู่ในกลุ่มภาษาไท-ไต มีอักษรเป็นของตัวเองซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวอักษรล้านนามาก หลาย ๆ คำสามารถอ่านกันได้ แต่ปัจจุบันรัฐบาลจีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมได้ปริวรรตอักษรไตลื้อใหม่จนไม่เหลือเค้าโครงของอักษรเดิมเลย (เหมือนอักษรพม่ามากกว่า) ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะอักษรเก่ามีรูปลักษณ์ที่สวยงามกว่ามาก

               ภาษาพูดของชาวไตลื้อมีความใกล้เคียงกับภาษาไตโยนล้านนา กับ ภาษาเขินเชียงตุงมากกว่าภาษาไตใหญ่ ซึ่งชาวไตล้านนา ไตเขิน ไตลื้อ พูดคุยกันเป็นภาษาของตัวเองต่างฝ่ายจะมีความเข้าใจกันได้

               ทุกครั้งที่ผมไปเชียงรุ่ง ผมใช้ภาษาไตโยนล้านนาสำเนียงเชียงใหม่-เชียงรายพูดคุยกับเพื่อนชาวไตลื้อก็ฟังกันรู้เรื่องเข้าใจกันดี

               ศิลปกรรม จิตรกรรม และ สถาปัตยกรรมของชาวไตลื้อ จะมีความคล้ายกับของชาวไตเขินเชียงตุงมากกว่าไตกลุ่มอื่น ๆ แต่ก็มีความคล้ายหรือการผสมผสานของศิลปะล้านนา กับ ล้านช้างอยู่ด้วย

               การขับลำนำกวี ไตลื้อมีการขับเพลงพื้นเมืองสดเหมือนกับค่าวซอของชาวล้านนา เรียกว่า "ขับลื้อ" เนื้อหาของบทเพลงจะเป็นการเล่าเรื่องราวตำนานไตลื้อ การบรรยายภูมิประเทศ การเกี้ยวพาราสี และนิทานพื้นบ้าน

               ผ้าพื้นเมืองไตลื้อ ชาวไตลื้อมีเอกลักษณ์ที่งดงามเกี่ยวกับผ้าทอเป็นแบบฉบับของตัวเอง ทั้งเสื้อ ผ้านุ่ง ผ้าถุง และผ้าที่ใช้เป็นส่วนประกอบข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวเรือนเช่นหมอน ผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ ฯลฯ มีลวดลายเป็นแบบเฉพาะ

               วัดวาอารามและโบราณสถาน

               เนื่องจากในปี ค.ศ. ๑๙๖๖-๑๙๗๖ เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมนับเป็นช่วงกลียุคที่มืดมนอนธกาลที่สุดของจีน ฝันร้ายของศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่งดงามของชาติโดยเฉพาะของชนชาติส่วนน้อยถูกแก๊งสี่คนสั่งทุบทำลายในทั่วประเทศ วัดทั่วแคว้นแดนดินและเจดีย์ที่สำคัญทางพุทธศาสนาของชาวไตลื้อล้วนได้รับผลกระทบอันเลวร้ายของการปฏิวัติวัฒนธรรมนั้นด้วย พระภิกษุสามเณรต้องรีบสึกออกมาเป็นฆารวาสและถูกส่งไปใช้แรงงานเป็นกรรมกรในชนบท

               วรรณกรรรมไตลื้อ ปั๊บสาสมุดข่อยบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์ล้วนถูกสั่งเผา ส่วนหนึ่งต้องเผา อีกส่วนหนึ่งเก็บซ่อนไว้ได้ก็ต้องซ่อนแม้จะมีความเสี่ยงถึงชีวิตก็ตาม

 

 

 

***ยุคปฏิวัติวัฒนธรรมเป็นยุคที่มืดมนอนธกาลที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติจีนที่ส่งผลเลวร้ายต่อชนรุ่นหลังชนิดที่ว่าเกือบสูญเสียเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชาติ

ประธานเหมาเจ๋อตงแม้ตายไปแล้วก็เกือบจะไม่ได้รับการให้อภัยแต่สุดท้ายมติของพรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่ลดความสำคัญและจารึกความผิดแต่อย่าางใด

เติ้งเสี่ยวผิงได้กล่าวว่า ประธานเหมา มีดี ๗ มีเสีย ๓ หมายความว่าความด่างพร้อยเรื่องการปฏิวัติวัฒนธรรมยังไม่ถึง ๕๐% ของคุณูปการของท่านที่สร่างชาติจีนใหม่ขึ้นมาได้***

 

               สิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรมและเริ่มปฏิรูป-เปิดประเทศแล้วจึงมีการกอบกู้-ฟื้นฟู บูรณปฏิสังขรณ์สิ่งที่เสียไปจากการถูกทำลายขึ้นมาใหม่ ด้านการศาสนาต้องนิมนต์พระสังฆาธิการจากล้านนาเชียงใหม่-เชียงรายขึ้นมาสังคายนาสั่งสอนอบรมพระธรรมวินัยกันใหม่

               ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทในสิบสองปันนาผมจึงอยากเรียกว่า เถรวาทแบบล้านนาวงศ์

               การซ่อมแซมเจดีย์ ก่อสร้างอารามวิหารอุโบสถต่าง ๆ ต้องเอาช่างจากเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ไปช่วย ดังนั้นปัจจุบันจึงเห็นว่าศาลาวัดต่าง ๆ ในตัวเมืองเชียงรุ่งจะคล้ายวัดในเชียงใหม่อยู่มากพอสมควร

               การฟื้นฟู ศิลปะ วรรณกรรม จิตรกรรม สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมประเพณี

               ชาวไตลื้อมีการขับลำนำเพลงสดเหมือนค่าวซอของล้านนา เรียกว่า "ขับลื้อ" เนื้อหาจะเป็นการบรรยายสภาพภูมิประเทศ ประวัติความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ ตำนานเรื่องเจ้าเจืองหาน วีรบุรุษและต้นตระกูลของตน นิทานพื้นบ้านและการเกี้ยวพาราสี

               ปั๊บสาว่าด้วยเรื่องราวภูมิปัญญาและวรรณกรรมของชาวไตลื้อสิบสองปันนาถูกเผาทำลาย-สูญหายไปในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ในความสูญเสียยังมีโอกาส กล่าวคือเมื่อสิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรม เกิดการปฏิรูปและเปิดประเทศ ทั่วแคว้นแดนจีนมีการฟื้นฟูโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเอกลักษณ์ของชาติ

               วรรณกรรมไตลื้อและบทขับลำนำเพลงโดยเฉพาะเรื่องตำนานพญาเจืองหาน ได้มีปู่จารย์ พ่อน้อย-พ่อหนาน เจ้าปู่ครูบาอาจารย์ที่ยังมีชีวิตท่านเหล่านี้เหมือนเป็นซีพียูที่มีชีวิตมีความจดจำในบทลำนำขับลื้อ จึ่งมารวมกันถ่ายทอดวรรณกรรมที่สำคัญของชาติกลั่นกรองออกมาเป็นตัวหนังสือสืบทอดประวัติศาสตร์วรรณคดีของชาวไตลื้อได้ไม่ให้สูญหายไปตามปั๊บสาที่ถูกเผาทำลาย

 

***พ่อน้อย-พ่อหนาน คือคำเรียกของชาวล้านนาใช้เรียกผู้อาวุโสที่ผ่านการบวชเณร เรียกน้อย แต่ถ้าผ่านการเป็นภิกษุ จะเรียก หนาน

ปั๊บสา คือ พับสา ก็คือสมุดข่อย พับสาใบลานที่ชาวไทยกลางเรียกขานนั่นแหละครับ***

 

 

 

               การฟื้นฟูจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมที่ถูกทุบทำลายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมก็เหมือนกับการสังคายนาวรรณกรรมปั๊บสา กล่าวคือระดมผู้รู้และจดจำแบบของเจดีย์ วิหาร สิ่งก่อสร้างดั้งเดิมเขียนแบบออกมาแล้วระดมสร้างให้เหมือนกับของเดิมมากที่สุดหรือบูรณะต่อเติมในส่วนที่ขาดหายไปขึ้นมาใหม่

               เราจึงเห็นว่าวัดวาอาราม สถูปเจดีย์ที่สวยงามในตัวเมืองเชียงรุ่งและทั่วแคว้นนั้นดูราวเหมือนใหม่ไม่มีคราบตะไคร่ใบเฟิร์นติดอยู่ก็เพราะล้วนแต่ซ่อมเสริมเติมต่อขึ้นมาใหม่ทั้งนั้น

               เนื่องจากระยะเวลาแห่งยุคมืดนั้นยาวมาถึงสิบปีเต็มและกว่าจะเริ่มกลับมาบูรณะฟื้นฟูอีกก็ผ่านไปเป็นสิบปี รวม ๆ แล้วก็ราวยี่สิบกว่าปี ช่างฝีมือรุ่นเก๋าเก่าแก่ลายครามต่างล้มหายตายจาก ที่สำคัญการถ่ายทอดเคล็ดวิชาทางช่างสถาปัตย์ก็ไม่สามารถทำได้เมื่อถึงเวลาจะสร้างใหม่ให้เหมือนของเดิม....ให้เหมือนของเดิมได้จึงต้องล่องโขงลงมาจัดหาช่างสกุลไตลื้อจากเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และ น่าน ขึ้นไปช่วยบูรณะปฏิสังขรณ์

               ทุกวันนี้หากใครไปเยือนเชียงรุ่งหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าวัดวาอารามในตัวเมืองช่างเหมือนวัดในประเทศไทยเสียจริง ๆ

               ด้านการพระศาสนาและพระธรรมวินัยก็เช่นเดียวกันครับเนื่องจากหลวงปู่ครูบาต่าง ๆ ล้วนถูกจับสึก สิบสองปันนาจึงปลอดพระสงฆ์และเณรน้อย พุทธศาสนาชะงักเวลาไประยะใหญ่เมื่อถึงคราจะกลับมาฟื้นฟูจึงต้องลงมาอาราธนานิมนต์พระสังฆาธิการวัดลื้อในแดนล้านนาไทยขอให้ช่วยกลับไปอบรมสั่งสอนวางรากวางฐานด้านพระศาสนากันใหม่

               ผมจึงได้บอกว่าพุทธศาสนาเถรวาทของสิบสองปันนาเป็นแบบล้านนาวงศ์ ไงละครับ

***เนื่องจากพุทธศาสนารวมถึงศาสนาอื่น ๆ หยุดชะงักไปร่วมยี่สิบกว่าปี ทุกวันนี้วินัยของศาสนาจึงดูจะหย่อนยาน ใครมาสิบสองปันนาหากเห็นตุ๊เจ้าหรือพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์จงอย่าแปลกใจเพราะที่นี่ไม่ผิดวินัยสงฆ์ครับ-แต่นับว่าน้อยมากแล้ว***

 

               ด้านการนับถือศาสนาของชาวไตลื้อสิบสองปันนา 90% นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบล้านนาวงศ์ ไตลื้อที่เหลืออีก 10% นับถือคริสตศาสนาทั้งนิกายโรมันคาทอลิค และ โปรแตสแตนท์ ผมเคยไปร่วมงานฉลองคริสมาสที่บ้านเพื่อนชาวไตลื้อในบ้านนอกสิบสองปันนา สนุกสนานเบิกบานใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

 

 

               ประชากรและพลเมือง

               ราชอาณาจักรสิบสองปันนามีชนชาติส่วนน้อยหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดและอยู่อาศัยร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันมาแต่นมนาน ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไตเหมือนกันมี ไตเขิน ไตหย่า ไตเหนอ(ไตเหนือ) ไตมาว ไตใหญ่

               กลุ่มชนชาติส่วนน้อยทั้งหลายเช่น อาข่า ล่าหู่ ม้ง เมี่ยน ลี่ซู่ ว้าแดง ปะหล่อง ปู้ยี จีโน่ หุย ปู้หล่าง (ลั๊วะ)

               รวมถึงชาวแข่ฮ่อหรือจีนฮั่นหยุนหนานก็อยู่ร่วมชายคาอาณาจักรสิบสองปันนามาแต่นานนมเช่นเดียวกันครับ

               

               ค่านิยมและวัฒนธรรมประเพณี

 

               ชาวไตลื้อก็เหมือนกับชาวไตล้านนา ชาวไตทุกกลุ่มและชาวไทกรุงเทพคือมีนิสัยโอบอ้อมอารีย์ สงบเยือกเย็นและเป็นมิตร สังคมของชาวไตลื้อจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ นับถือผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า-ตายาย พระสงฆ์องค์เจ้าครูบา-อาจารย์ และผู้อาวุโส-ผู้นำชุมชน ชาวไตลื้อดำรงชีวิตผูกพันกับธรรมชาติเลี้ยงชีพด้วยเกษตรกรรมเป็นหลัก พึ่งพาอาศัยป่าและน้ำโดยเฉพาะแม่น้ำโขงเส้นเลือดสำคัญสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวไตลื้อมาตลอดช่วงอายุขัยของแดนดิน

               ชาวไตลื้อเรียก ปู่ เรียก ตา ว่า อุ้ยโหลง           ชาวไตลื้อเรียก ย่า เรียก ยาย ว่า อุ้ยหน้อย


               เรียกชายหนุ่ม ว่า อ้ายบ่าวโต๋ลี-ผู้ชายตัวดี        เรียกหญิงสาว ว่า อี่นางโต๋ลี-นางสาวตัวดี

 

               มีคำทักทาย-อำลา ว่า...อยู่ลีกิ๋นหวาน - อยู่ดีกินหวาน

 

               ประเพณีของชาวไตลื้อ

 

               ชาวไตลื้อมีวันขึ้นปีใหม่เหมือนกันกับชาวไตล้านนา ไทกรุงเทพ และชาวไตกลุ่มต่าง ๆ มีเทศกาลสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของชนชาติ เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ ชาวไตลื้อทุกบ้านทุกเรือนจะพากันปัดกวาดเช็ดถู บ้านเรือน วัดวาอาราม ศาลาชุมชน ซ่อมแซมซุ้มประตูหมู่บ้าน ศาลผีปู่-ย่า จัดแจงแต่งดาชุมชนอาศัยให้สะอาดเพื่อรับวันปีใหม่ ชายฉกรรจ์จะทำหน้าที่ก่อสร้างปะรำพิธี เสนาอาสนะ วัดวาอารามและชุมชนหมู่บ้านให้เรียบร้อยสวยงาม ผู้เฒ่าผู้แก่จัดแจงแต่งดาเครื่องไทยทานประกอบพิธีวันขึ้นปีใหม่ หญิงสาวพรหมจรรย์เลือกสรรเสื้อผ้าสวยงามเข้าทำหน้าที่ตักน้ำจากแม่คงคาแม่น้ำโขวหรือแหล่งน้ำสำคัญเพื่อนำมาใส่ตุ่มพิธีในวัดเพื่อปลุกเสกเป็นน้ำพุทธมนต์แจกจ่ายคนในชุมชนเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี

               เมื่อถึงวันตรุษทุกบ้านทุกเรือนพากันเข้าวัดถวายภัตตาหารอุทิศแด่ดวงวิญญานที่ล่วงลับดับขันท์เป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพบุรุษ เสร็จจากอารามต่างพากันเข้าบ้านสระสรงน้ำพระไหว้บรรพบุรุษรดน้ำดำหัวขอศีลขอพรจากอุ้ยหลวง-อุ้ยหน้อย ครูบา-อาจารย์ ผู้เฒ่าผู้แก่ จากนั้นก็เข้าสู่โหมดของความบันเทิงมีการละเล่นเป่าปี่ตีกลองสาดน้ำสงกรานต์กันตามประเพณี โยนลูกช่วง ปล่อยบั้งไฟ แข่งเรือยาว หนุ่มสาวต่างมองคู่หมายฝ่ายชายถือโอกาสบอกรัก อี่นางโต๋ลีแม้นมีใจปฏิพัทเสน่หาอ้ายบ่าวโต๋ลีก็มีแต่วันนี้ที่จะได้มีโอกาสบอกความนัยให้กันและกัน

 

 

 

 

***เขียนแล้วอินจังเลยครับคิดอยากกลับไปเป็นอ้ายบ่าวโต๋ลี แต่ไม่มีโอกาสเสียแล้ว***

 

               นี่คือวิถีชีวิตอันสวยสดงดงามของชนเผ่าไต-ไทของพวกเราทั้งหลายครับ

 

 

ภาคผนวก :

               เมื่อถึงคราวปฏิรูปและเปิดประเทศ รัฐบาลกลางของจีนมีนโยบายกระจายประชากรให้เข้าไปอยู่อาศัยทำมาหากินยังดินแดนตอนในของประเทศ เพื่อกระจายความแออัดของประชากรทางมณฑลตามแนวชายฝั่งตะวันออก

               จึงส่งเสริมให้ชาวฮั่นเข้าไปอยู่ในถิ่นของชนชาติส่วนน้อยที่ยังคงมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลหนึ่ง, ชนชาติส่วนน้อยจะมีทักษะและความรู้เฉพาะด้านไม่เท่าเทียมกับชาวฮั่นหนึ่ง, ไม่มีความถนัดด้านประกอบธุรกิจการค้าหนึ่ง, ด้านการอยู่ร่วมกันเป็นประชาชาติจีนด้วยกันหนึ่ง, และด้านความมั่นคงหนึ่ง.

               สิบสองปันนาก็เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑลหยุนหนาน ส่งเสริมให้ชาวมณฑลหูหนานที่มีความเชี่ยวชาญด้านยางพารา เข้าไปปักหลักอาศัยอยู่ในสิบสองปันนาโดยส่งเสริมให้เปิดวิสาหกิจยางพาราครบวงจรโดยมีชาวหยุนหนานเป็นประธานและหุ้นส่วนใหญ่

               วิสาหกิจยางพาราของสิบสองปันนานี้ใหญ่โตมากครับ มีศูนย์บัญชาการเป็นเหมือนเมืองขนาดเล็ก ๆ ที่ด้านในเต็มใบด้วยอาคารสำนักงาน ร้านค้า แฟลต คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย ที่พูดมา สถานที่นี้อยู่ติดชายแดนประเทศลาวเลยนะครับ ผมไปกิน ไปนอนที่นั่นอยู่หลายครั้งเพราะมีพี่ชายที่รักกันมากเป็น ผ.อ.ฝ่ายส่งเสริมฯ ของที่นั่นทั้งยังเป็นน้องชายแท้ ๆ ของประธานวิสาหกิจแห่งนี้ด้วย

               ปัจจุบันนี้ พื้นที่ปลูกยางพาราที่สำคัญที่สุดของจีนมีอยู่ 2 พื้นมี่ครับ คือที่เกาะไหหลำ กับ ที่สิบสองปันนาของญาติเรานี่เอง...

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน