*/
  • ก้อยกัลยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 583
  • จำนวนผู้ชม : 1287501
  • จำนวนผู้โหวต : 466
  • ส่ง msg :
  • โหวต 466 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม 2554
Posted by ก้อยกัลยา , ผู้อ่าน : 2793 , 20:15:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านสายตาชาวกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลนานนับเดือน ทำให้ชาวเมืองตื่นตัวอยู่ไม่น้อย ยิ่งหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาประกาศเตือนให้พื้นที่จุดเสี่ยในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ก็ยิ่งทำให้หลายคนหวาดผวากลัวว่า บ้านของตัวเองจะจมน้ำในคราวนี้

          และทันทีที่สนามบินดอนเมือง ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสถานที่หลายแห่ง ประกาศเปิดพื้นที่ให้รถยนต์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมาจอดหนีน้ำได้ คนจำนวนมากต่างพากันนำรถไปจอดยังจุดที่เปิดพื้นที่ให้ ซึ่งในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ที่จอดรถนับพันคัน หมื่นคัน ก็เต็มทั้งหมด และทำให้รถยนต์อีกจำนวนมากยังไม่สามารถหาที่จอดหนีน้ำท่วมได้

          ด้วยความตื่นตระหนกของเจ้าของรถ
พวกเขาจึงพากันนำรถไปจอดกันในที่ที่ไม่สมควรจอด ไม่ว่าจะเป็นบนสะพานข้ามแยก สะพานกลับรถเกือกม้า แม้กระทั่งบนทางด่วนที่หลายคนคิดว่า นี่เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยจากน้ำที่สุด แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม!!!



          ล่าสุด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ออกมาประกาศห้ามจอดรถยนต์บนทางพิเศษ หรือทางด่วนทุกสายแล้ว โดยหากพบรถฝ่าฝืนจอด จะทำการเคลื่อนย้ายออกทันที เนื่องจากทางดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุง วัสดุ อุปกรณ์ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามจุดต่าง ๆ


          พูดง่าย ๆ ก็คือ หากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครเข้าขั้นวิกฤต ถนนด้านล่างคงถูกน้ำท่วมเสียหายไม่สามารถสัญจรได้ ทางด่วนจึงเป็นทางหลักที่จะใช้ในการลำเลียงสิ่งของ และความช่วยเหลือต่าง ๆ ไปถึงมือผู้ประสบภัย แต่หากมีการนำรถยนต์มาจอดกีดขวางเส้นทาง การจราจรจะเป็นอัมพาตไปทั่วเมือง การขนส่งทุกอย่างต้องหยุดชะงัก หรือทำให้ความช่วยเหลือไปถึงได้อย่างล่าช้านั่นเอง

          อย่างเช่นกรณีที่ชาวพระนครศรีอยุธยานำรถยนต์ไปจอดหนีน้ำบนสะพานปรีดีธำรงค์ แทบจะเต็มทุกช่องทาง ส่งผลให้รถที่ลำเลียงถุงยังชีพ เรือ และความช่วยเหลือต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปยังจุดที่ต้องการได้ เพราะมีรถยนต์กีดขวาง สุดท้ายแล้ว ทางการจึงต้องสั่งยกรถลงจากสะพานปรีดีธำรงค์ไปจอดไว้ที่อื่นแทน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าไปถึงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้สะพานพังลงมา เพราะแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไปเป็นเวลานานนั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กทพ.จะไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ไปจอดบนทางด่วน แต่เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทาง กทพ. จึงได้จัดจุดจอดรถใต้ทางด่วนเพิ่มเติมให้อีกจำนวน 9 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับรถได้ 2,900 คัน ประกอบด้วย

          1. ใต้ทางด่วนด่านฯ งามวงศ์วาน จำนวน 200 คัน
          2. ใต้ทางด่วนด่านฯ รัชดาภิเษก จำนวน 100 คัน
          3. ลานกีฬาใต้ทางด่วนหลังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 200 คัน
          4. ที่จอดรถใต้ทางด่วนด่านฯ อโศก 1 จำนวน 300 คัน
          5. ใต้ต่างระดับวัชรพล ถนนรามอินทรา (ฝั่งเหนือ) จำนวน 200 คัน
          6. ใต้ทางด่วนรามอินทรา ตั้งแต่จุดกลับรถ จำนวน 1,000 คัน ติดถนนรามอินทราถึงแนวคลอง
          7. ใต้ทางด่วนด่านฯ พระราม 9-1 จำนวน 500 คัน (ศูนย์ฝึกกู้ภัย ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช)
          8. ใต้ทางด่วนสาธุประดิษฐ์ จำนวน 100 คัน
          9. ใต้สะพานพระราม 9 ฝั่งธนบุรี จำนวน 300 คัน

          สำหรับผู้ประสบอุทกภัยที่ต้องการนำรถไปจอด สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ประสานงานการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของ กทพ. โทร. 1543 (EXAT Call Center) ตลอด 24 ชั่วโมง

          เช่นเดียวกับบนสะพานข้ามแยก สะพานกลับรถเกือกม้า ที่มีผู้นำรถยนต์ไปจอดเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ตำรวจจราจรนครบาลออกประกาศห้ามจอดรถ บริเวณทางด่วนพิเศษฯ ทางยกระดับ จุดกลับรถ สะพานข้ามแยก สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานข้ามคลอง สะพานกลับรถ ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากเป็นการกีดขวางเส้นทางการจราจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมจุดจอดรถฉุกเฉินไว้ให้จำนวน 109 จุด รองรับรถได้ 69,959 คัน สามารถตรวจสอบได้ที่

trafficpolice.go.th  หรือ โทร.1197

          ขณะเดียวกัน ยังมีจุดอื่น ๆ ที่ไม่ควรนำรถยนต์ไปจอด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าโรงพยาบาล หน้าสถานีดับเพลิง หรือบริเวณท่อสูบน้ำดับเพลิง เป็นต้น เพื่อที่ว่าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้น รถยนต์จะได้ไม่กีดขวางเส้นทางจราจรที่จะทำให้การช่วยเหลือเข้าไปถึงอย่างล่าช้าจนไม่ทันการนั่นเอง

         
ทราบแล้วกระจายข่าวบอกต่อกันด้วยค่ะ เพราะหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อย...ก็อย่าให้รถของคุณ ไปสร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้กับคนที่กำลังรอรับความช่วยเหลือจริง ๆ เลยนะคะ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
รุ้งสีฟ้า วันที่ : 14/10/2011 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Salib

อ้าว แล้วที่จอดเต็มพรึดบนทางด่วนทุกเช้าวันจันทร์ ตั้งแต่ขึ้นจากแจ้งวัฒนะจนไปถึงทางลงบางนาหละ

ขึ้นทุกวัน ถ้ายิ่งวันฝนตก ยิ่งจอดนิ่งเลยคะยาวไปราวๆ40กิโลเลยแหละ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 14/10/2011 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 13/10/2011 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor

สำหรับภาพที่เห็นการจอดรถบนทางด่วนเขาก็จอดชิดแนวซ้ายสุดเรียงหนึ่งแบบนี้ คิดว่าไม่กีดขวางการจราจรแน่นอน ยังมีที่ว่างเหลืออีกเยอะ และวันนี้เห็นผู้บริหารการทางพิเศษออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางด่วนสามารถรับน้ำหนักได้รับรองว่าไม่พัง ตอนนี้ต้องเห็นใจคนมีรถครับ ถ้าจอดไว้ที่บ้านก็อาจถูกน้ำท่วมได้ ถ้ามีช่องทางที่พอช่วยเหลือกันได้ก็น่าจะช่วยกันไปก่อน แต่ที่สนามบินดอนเมืองทั้งขาเข้าและขาออกน่าจะให้ประชาชนนำรถยนต์ไปจอดได้ เพราะสามารถรับรถได้เป็นพันคัน หรือจะสงวนไว้ให้คณะทำงานชุดช่วยเหลือน้ำท่วมไว้จอดอย่างเดียวก็ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ChamarThai วันที่ : 13/10/2011 เวลา : 21.22 น.

เป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณืสำหรับ รถยนต์คันแรก ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี ถามว่าจะมีไปทำไม่ รถยนต์ของตัวเอง หากขับออกมาแล้วไม่สามารถวิ่งได้อย่างน้อย ๒๐ กม.ต่อชม. เท่าที่ดู มันเหมือนจะเป็นทุกข์มากกว่าสุขนะ เพราะฉะนั้น แม้ว่ารัฐบาลยัยหญ้าแพรกจะจัดให้ได้รับการยกเว้นภาษีมากมาย สำหรับรถยนต์คันแรก พวกเราควรจะฉุกใจคิดให้รอบคอบนะค้า จำเป็นจริงๆหรือ ที่เราทุกคนต้องมีรถยนต์ส่วนตัวน่ะ ในประเทศที่ระบบขนส่งมวลชนเริ่มได้มาตรฐานน่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อยกัลยา วันที่ : 13/10/2011 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Koikonthai

ชมกันแบบนี้ทุกวัน ร้ากกกก...พี่โบเดียคนงามที่ซู๊ดดด...เลยคร้า...แต่ระวังที่เห็นจะเป็นภาพลวงตานะคะ ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 13/10/2011 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ร่วมด้วยช่วยกันกระจายข่าวบอกต่อๆๆ..

ขอบคุณน้องก้อยคนสวยตลอด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน