*/
  • ก้อยกัลยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 583
  • จำนวนผู้ชม : 1318367
  • จำนวนผู้โหวต : 466
  • ส่ง msg :
  • โหวต 466 คน
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม 2554
Posted by ก้อยกัลยา , ผู้อ่าน : 15618 , 09:20:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน คนขีดเขียน , chompoopookha โหวตเรื่องนี้

ฟังคำแก้ตัวของพวกตั่วเฮี้ย เกินจะบรรยาย และหาคำใดเปรียบแล้วสำหรับพวกเห้เหล่านี้ ก๊อบปี้ความตอแหลกันมาเหมือนกันจนแยกไม่ออก...อ่านแล้วฟังแล้วขนลุกขนชันในความ"หน้าด้าน" เกินจินตนาการของพวกอมนุษย์

สัตว์เลื้อยคลานอาจเปลี่ยนสี แต่ไม่อาจเปลี่ยนนิสัย ฉันใด.....??? 

นายอริสมันต์ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เบิกความต่อศาลว่า 

ที่ผ่านมาไม่คิดจะหลบหนีศาล แต่ตนหนีความตาย เนื่องจากตลอดเวลาได้พยายามติดต่อขอมอบตัว แต่ก็ได้รับแจ้งว่าจะไม่ปลอดภัย โดยมีเหตุการณ์ที่ทำให้เชื่อว่าชีวิตตนตกอยู่ในอันตราย ประกอบด้วย  1.เมื่อวันที่ 12 เม.ย.52 มีตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบบุกเข้ามาที่บ้านจับตัวตนและพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และมีการพยายามให้ตนเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่ให้ตนพบญาติและทนายความ 

12 มี.ค.2553 ที่เวที จ.อุดรธานี วันนั้นเขาพูดว่า "ครั้งนี้จะเป็นการคิดบัญชีรัฐบาลทรราชอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกอำมาตย์เฒ่าทั้งหลาย คุณไม่ต้องมาบอกว่าสถานที่สำคัญที่เขาจะไปก่อวินาศกรรม คุณไม่ต้องไปปูดข่าวบอกว่าสถานที่ที่เป็นศาสนสถานของพวกมุสลิม โรงพยาบาลแล้วก็ถนนราชวิถี สะพานข้ามแม่น้ำ โรงพยาบาลศิริราช สนามบิน ทำเนียบ กระทรวงสำคัญๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ค่ายทหาร บ้านบุคคลสำคัญ และศาลยุติธรรม และองค์กรอิสระ คุณไม่ต้องบอก ถ้าหากว่าคุณใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รับรองว่าไอ้สิ่งที่คุณพูดถึงนี้จะไม่เหลืออยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน”
       
       ถัดมา 29 ม.ค. 2553 เวทีหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน เขาพูดว่า"ผมได้เขียนสรุปง่ายๆ ว่า ต่อไปนี้การที่จะสู้กับอำมาตย์ จะสู้กับพวกกองทัพที่มันรับใช้อำมาตย์มาทำการปฏิวัติ เราต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง ด้วยสโลแกน ออลฟอร์วัน รวมใจเป็นหนึ่งล้มอำมาตย์ครับ
       
       พี่น้องนัดกันคราวหน้าถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปรามไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามา 1 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมัน 1 ล้านลิตร รับรองว่า กทม. เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน
       
       การสู้ของคนเสื้อแดงแบบง่ายๆ อย่างนี้ บอกให้ทหารได้รับได้ทราบ บอกให้ทหารสุนัขรับใช้อำมาตย์ได้รู้ว่า ถ้าคุณทำร้ายคนเสื้อแดง แม้เลือดหยดแต่หยดเดียวนั่นหมายความว่า กรุงเทพฯ จะเป็นทะเลเพลิงทันที ส่วนต่างจังหวัด จตุพร (พรหมพันธุ์)ได้บอกแล้ว ให้รอฟังข่าวว่า พี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่ได้มาไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทันทีรวมตัวกันที่ศาลากลาง ไม่ต้องรอเงื่อนไข จัดการให้ราพณาสูรเหมือนกัน"

 

ยิ่งฟังคำสัมภาษณ์ของ “ผู้ก่อการร้าย” ทางโทรศัพท์ไปยังเว็บไซต์คนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ก็ยิ่ง ตอกย้ำถึงความล้มเหลวของ “ตำรวจ” หนักเข้าไปอีก

“วันนี้ผมก็ไม่ได้อยู่ไหน อยู่ในประเทศไทยนี่เอง ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย บางทีก็เข้ากรุงเทพฯ ตำรวจก็เห็นแต่เขาไม่จับ บอกว่าให้ออกไปก่อน ยังไม่สงบ ผมไปเชียงใหม่เขาก็บอกว่าให้หลบไปทางอื่นก่อน ผมก็เดินทางเข้า-ออกประเทศสบายๆ”

ไหนหล่ะ “การไล่ล่า” ถูกตามเอาชีวิต ถูกขู่ฆ่าอยู่ตลอดเวลา!!! หมาเห่า ยังน่าฟังกว่าคนพวกนี้ ..มีปากสักแต่พูด เหมือนมีตูดสักแต่ผายลม!!!

 

    2.มีความพยายามจะอุ้มตัวตน โดยมีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชี้เป้า   

3.ขณะอยู่ที่จังหวัดเชียงรายมีตำรวจบุกเข้ามาประชิดตัวโดยมีอาวุธครบมือ  

4.มีการบุกจับตัวที่โรงแรมเอสซีปาร์ค และ  

5.มีข่าวแจ้งว่าให้ตนระวังตัว เนื่องจากเป็น 1 ใน 3 เป้าสังหาร ซึ่งมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งถูกลอบสังหารรวมอยู่ด้วย


   ต่อมาอัยการโจทก์ได้ซักค้านโดยอ่านคำพูดของนายอริสมันต์เมื่อครั้งชุมนุมที่แยกราชประสงค์ และเรียกร้องให้กลุ่มเสื้อแดงเผากรุงเทพฯ ซึ่งนายอริสมันต์ได้เบิกความตอบคำถามซักค้านว่า ที่พูดไปอย่างนั้นเพราะต้องการปรามเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ปฏิวัติและทำร้ายประชาชนด้วยอาวุธสงคราม ซึ่งการชุมนุมทุกครั้งก็มีตรวจค้นผู้เข้าร่วมชุมนุมตลอด ไม่พบว่ามีใครพกมีดหรือขวดแก้วเข้ามาในที่ชุมนุม     

 


    จากนั้นศาลเริ่มตั้งคำถามไต่สวนเอง โดยศาลถามว่า ที่ระบุว่าเป้าหมายคือ จำเลย พล.ต.ขัตติยะ และนายจตุพรนั้น ได้ข้อมูลมาจากที่ใด??? 

 นายอริสมันต์เบิกความว่า มาจากนักข่าว ข้าราชการทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาแจ้งข้อมูลหลังเวที 
    ศาลถามต่อไปว่า ที่จำเลยตกเป็นเป้าหมายมาจากสาเหตุใด  

นายอริสมันต์เบิกความว่า มาจากการที่ตนนำประชาชนไปยื่นหนังสือถึงผู้นำประเทศอาเซียน ที่มีการจัดการประชุมที่โรงแรมรอยัล คลิฟฟ์บีชรีสอร์ทพัทยา ในวันที่ 10 เม.ย.52 แต่ขณะเดินทางกลับพบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 2,000 คน ซึ่งเป็นคนของเจ้าหน้าที่รัฐ สวมเสื้อสีน้ำเงินด้านหน้าเขียนข้อความปกป้องสถาบัน ด้านหลังมีข้อความสงบสามัคคี มาขวางทางและลอบทำร้าย ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บต้องไปแจ้งความที่ สภ.พัทยา 

 

จากนั้นอีกวันได้นำผู้ชุมนุมไปขอความเป็นธรรมให้รัฐบาลชี้แจง แต่ระหว่างทางก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิง ระเบิดขว้าง มีด แป๊บเหล็กรุมทำร้าย มีผู้ถูกยิง 3 คน มีนายทหารพาไปหลบที่หน้าโรงแรมรอยัล คลิฟฟ์ฯ แต่ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ตามมาทำร้าย จึงต้องพาประชาชนไปหลบในโรงแรม แต่ไม่ใช่ส่วนที่มีการจัดประชุมผู้นำอาเซียน โดยเหตุที่ต้องมีการเลื่อนประชุมผู้นำอาเซียน เนื่องมาจากการที่รัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามคนเสื้อแดงได้ว่ามาเป็นรัฐบาลด้วยความชอบธรรมหรือไม่ ทำให้ผู้นำอาเซียนต่างตัดสินใจเลื่อนการประชุมเอง ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีการเข้าใจว่าตนเป็นคนนิยมความรุนแรง นำประชาชนล้มการประชุมผู้นำอาเซียน 


    ศาลถามต่อว่า ถ้ารัฐบาลนี้ยังอยู่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป จำเลยจะให้คำมั่นอย่างไรที่จะให้ศาลเชื่อว่าถ้าให้ประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนีหรือก่อเหตุภยันตราย ปลุกปั่นยั่วยุประชาชนให้เกิดการกระด้างกระเดื่อง  

นายอริสมันต์เบิกความว่า ตนมั่นใจกระบวนการยุติธรรมและความบริสุทธิ์ของตน ยืนยันจะไม่หลบหนี จะขอต่อสู้คดีและจะไม่ทำผิดซ้ำอีก ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจากนี้จะเลี่ยงการชุมนุมที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมาย เพราะเราเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องกระทำภายใต้รัฐธรรมนูญ  

การกระทำของตนที่ผ่านมาเนื่องจากตกเข้าไปอยู่ในเกมที่สลับซับซ้อน จนทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จึงมีคำพูดปลุกปั่นประชาชน แต่หากได้รับความเมตตาจากศาลให้ประกันตัว จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความปรองดอง และพร้อมทำตามเงื่อนไขของศาลทุกประการ

นายอริสมันต์ตอบว่า จะขอยุติการชุมนุมทางการเมือง และจะให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวสิทธิและหน้าที่ของประชาชน เพื่อเข้าสู่ความปรองดองสมานฉันท์ หากผิดสัญญาเงื่อนไขให้ศาลลงโทษได้ทันที และพร้อมรายงานตัวตามวันเวลาที่ศาลกำหนดโดยไม่มีข้อขัดข้อง    

 

     

ขณะที่นางระพิพรรณ ภรรยาของนายอริสมนต์ ได้แถลงต่อศาลเพิ่มเติมว่า สามีพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้ทุกคดี และตนเองพร้อมจะใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักประกันการันตีว่าสามีจะไม่หลบหนี    

ศาลถามว่า มีข้อเสนอพิเศษที่จะให้ศาลมั่นใจอย่างไร หากศาลให้ประกันตัว      “ตลอดเวลาผมเป็นผู้ถูกกระทำ ยืนยันว่าตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผมเป็นคนรักสงบ มีความยุติธรรม ไม่นิยมความรุนแรง เป็นคนเรียบร้อย เที่ยงตรง จะต่อสู้ในกรอบของกฎหมาย พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ต่อสู้คดีต่อศาลอย่างไม่ผิดเงื่อนไขในทุกคดี” 

ซึ่งครอบครัวยังมีบุตรชาย-บุตรสาว 3 คน ซึ่งสามีก็ต้องการได้กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว จึงขอความเมตตาจากศาลพิจารณาปล่อยชั่วคราวด้วย


    เมื่อไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายอริสมันต์หรือไม่ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. 

เชิญทุกท่าน อ่านข่าวย้อนหลังเหตุการณ์”บุกล้มประชุมอาเซียน” 

เสื้อแดง-น้ำเงินปะทะเดือด

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ได้เคลื่อนขบวนตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยมีกลุ่มแท็กซี่เสื้อแดงจากกทม.มาสมทบ มีนายอริส มันต์ พงศ์เรืองรอง และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย เป็น แกนนำเคลื่อนขบวนจากห้างบิ๊กซี พัทยา ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทเข้ามายังพัทยาใต้ ขบวนยาวประ มาณ 1 ก.ม. มีรถเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ รถแท็ก ซี่และคนเดินเท้า เมื่อมาถึงเชิงเขาพระตำหนักได้เผชิญหน้ากับกลุ่มเสื้อน้ำเงินประมาณ 200 คน ที่ขวางทางอยู่ จึงมีการตะโกนโต้เถียงกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นสองฝ่ายใช้ก้อนหินและท่อนไม้ขว้างใส่กัน ก่อนทั้งหมดจะกรูเข้าหากัน ระหว่างนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้น ตามด้วยเสียงปืนนับสิบนัด ทำให้กลุ่มเสื้อน้ำเงินล่าถอย จากเหตุปะทะดังกล่าวทำให้มีคนเสื้อแดงบาดเจ็บสาหัส 2 คน ขณะที่กลุ่มเสื้อน้ำเงินอ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากระเบิดเพลิง 3 คน

จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงฝ่าเข้ามาถึงบริเวณ 5 แยกทางขึ้นโรงแรมรอยัลคลิฟ ซึ่งมีกองกำลังทหารผสมจากหน่วยต่างๆ ตั้งแผงสกัดกั้น โดยกลุ่มเสื้อแดงพยายามเจรจาขอเข้าไปชุมนุมที่หน้าโรงแรม ซึ่งระหว่างการเจรจาอยู่นั้น กลุ่มเสื้อน้ำเงินได้เคลื่อนขบวนมาตั้งแถวซ้อนอยู่ด้านหลังแนวป้องกันของทหารอีกชั้นหนึ่ง กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงรับทราบว่ามีการเลื่อนเวลาการเจรจาอาเซียนกับจีนออกไปก่อน ผู้ชุมนุมได้โห่ร้องแสดงความยินดี สุดท้ายเมื่อเวลา 09.30 น. ทหารได้เปิดทางให้กลุ่มเสื้อแดงเดินเท้าเข้ามายังหน้าโรงแรม

ทหารยอมเปิดทางแต่โดยดี

เวลา 09.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดเจรจากับทหาร 2 กองร้อยที่ตั้งด่านบริเวณเชิงเขาพระตำหนัก หลังการเจรจาทหารได้เปิดทางให้เดินขึ้นมา แต่ได้เจอด่านสกัดอีก 1 ด่านบริเวณแยกทางเข้าสถานีอุตุนิยมวิทยาพัทยา ห่างจากทางเข้าโรงแรม 100 เมตร จุดดังกล่าวมีทหาร 1 กองร้อยพร้อมรั้วลวดหนามกั้นเป็นแนวยาว แกนนำคนเสื้อแดงได้ประกาศขอให้เปิดทาง ทหารจึงยอมเปิดทางให้กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปได้ กระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมบุกมาปักหลักถึงหน้าทางเข้าโรงแรม บริเวณตึกพีช ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน

จากนั้นนายอริสมันต์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลพื้นที่ขอเข้าไปแถลงข่าวกับสื่อมวลชนต่างประเทศภายในอาคารพีช อ้างว่าการที่เสื้อแดงถูกกลุ่มเสื้อน้ำเงินทำร้าย เชื่อว่ามีกลุ่มทหารปลอมตัวปนอยู่ในกลุ่มเสื้อน้ำเงินด้วย ทั้งยังมีการวางระเบิดเพลิงไว้ตามป่าริมทางเข้า เป็นการมุ่งหมายชีวิตของกลุ่มเสื้อแดง จึงต้องการแถลงข่าวให้สื่อต่างประเทศรับทราบข้อเท็จจริง หลังจากเจรจาประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ทหารได้อนุญาตให้เข้าไปแถลงข่าวได้

เมื่อเวลา 10.45 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ มาสังเกตการณ์การชุมนุมของม็อบเสื้อแดงที่หน้าตึกพีช โดยมีพ.ต.อ.ชูเกียรติ ด้วงชนะ แกนนำม็อบเสื้อแดงเข้าพบ เพื่อเจรจาขอใช้พื้นที่ล็อบบี้หน้าตึกพีช แถลงต่อสื่อมวล ชนถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างม็อบเสื้อแดงกับม็อบเสื้อน้ำเงินเมื่อช่วงเช้า โดยขอเข้ามาในตึกพีช 10 คน มีนายอริสมันต์เป็นผู้นำเข้ามา แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐต่อรองให้เข้ามาได้แค่ 4 คน

อริสมันต์แถลงเหตุการณ์ปะทะ

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าฯชลบุรี เข้าพบนายอลงกรณ์ เพื่อหารือว่าจะเปิดทางให้นายอริสมันต์เข้ามาแถลงข่าวหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
 

นายอริสมันต์และพวก 10 นาย ได้เดินฝ่าเจ้าหน้าที่เข้ามาที่ล็อบบี้ตึกพีช ขณะที่ด้านหน้ามีคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่ราว 2,000 คน  

สำหรับกำลังทหารที่มารักษาความปลอดภัยโรงแรม เป็นการสนธิกำลังระหว่างกองพลทหารราบที่ 21 รอ. และทหารเรือจากฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมกันนั้นยังมีกำลัง ตชด.ประมาณ 200 นาย โดยทหารติดริบบิ้นสีขาวที่แขนเสื้อด้านซ้ายเป็นสัญลักษณ์ จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงได้ไปยืนหน้าป้ายต้อนรับการประชุมอาเซียนหน้าล็อบบี้ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รปภ.ของโรงแรมจัดโต๊ะเก้าอี้และเครื่องขยายเสียงสำหรับใช้แถลงข่าว และอุปกรณ์แสดงภาพการปะทะกับกลุ่มเสื้อน้ำเงินเมื่อตอนเช้าที่กลุ่มเสื้อแดงบันทึกไว้ โดยขู่ว่าหากไม่หามาให้จะบุกเข้ามาที่โรงแรมทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงต้องจัดหามาให้

ก่อนแถลงข่าว กลุ่มเสื้อแดงนำเสื้อยืดสีน้ำเงินปักด้านหน้าว่า "ปกป้องสถาบัน" ด้านหลังว่า "สงบ สันติ สามัคคี" ออกมาแสดงเป็นร้อยตัว พร้อมทั้งระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง กระเป๋าคาดเอวลายพราง เรือใบและมีดพับ โดยนายอริสมันต์แถลงว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เสื้อแดงได้ตกลงกับทหารและตำรวจหน้าโรงแรมแล้วว่าวันที่ 11 เม.ย. เสื้อแดงจะมาอีกในเวลา 09.00 น. ทหารตกลงว่าจะไม่ปิดกั้น แต่เมื่อเดินเข้ามาครั้งนี้เกิดการปะทะกัน หลังปะทะสามารถยึดเสื้อน้ำเงินไว้ได้กว่า 500 ตัวหลังที่พักทหาร จึงสันนิษฐานว่าคนใส่เสื้อน้ำเงินเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ซึ่งระหว่างปะทะกันได้ใช้ระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง ประทัดและเรือใบวางไว้หน้าทางเดินเท้าของเสื้อแดง
 

เสื้อแดงฮือบุกเข้าตัวโรงแรม

จากนั้นเวลา 12.00 น. นายอริสมันต์ เดินออกจากโรงแรมพร้อมประกาศบนรถปราศรัยว่าจะให้เวลาเจ้าหน้าที่ 1 ช.ม.เพื่อตามหาคนร้ายที่ยิงเสื้อแดงมาลงโทษ มิฉะนั้นจะตอบโต้อย่างสาสม

เวลา 12.40 น. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.กำแพงเพชร พรรคไทยรักไทย ประ กาศให้กลุ่มเสื้อแดงฝ่าแนวกั้นทหารเข้ามาที่หน้าโรงแรม กลุ่มเสื้อแดงจึงเคลื่อนเข้ามาเต็มลานหน้าโรงแรม
ทหารไม่สามารถสกัดกั้นได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดล็อกประตูกระจกด้านหน้า  

นายอริสมันต์ประกาศให้คนเสื้อแดงเข้าไปในโรงแรม กลุ่มเสื้อแดงจึงดันประตูจนกระจกแตก มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกกระจกบาด 3 คน ก่อนจะวิ่งกรูเข้าในโรงแรม ขณะที่เสื้อแดงอีกส่วนเดินตรงมายังทางเข้าอาคารที่ประชุมอาเซียน โดยมีกำลังทหารประมาณ 600 นาย ตั้งแนวสกัดขอให้ผู้ชุมนุมถอยกลับไป ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งจึงยอมถอยกลับไป แต่มีที่เล็ดลอดเข้าไปประมาณ 50 คน โดยมีกลุ่มเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งกรูเข้าไปในตึกพีช นำโดยนายอริส มันต์ ช่วงที่ม็อบบุกเข้ามาในโรงแรมและผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางออกไปทางเรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ ยังหารือกันอยู่ในห้องลับภายในตึกแกรนด์

เวลา 13.30 น. นายอริสมันต์แถลงว่า ครั้งนี้ถือเป็นการประกาศชัยชนะที่บุกเข้ามาในอาคารพีช เนื่องจากให้เวลานายกฯ ติดตามบุคคลที่ยิงคนขับรถแท็กซี่มาแล้ว 1 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถติดตามตัวมาได้ จึงบุกเข้ามาเพื่อทวงถามและขอให้นายอภิสิทธิ์ลาออก
ไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะอยู่ที่ไหน เมื่อกลุ่มเสื้อแดงเห็น จะจับตัวทันที

12 มี.ค.2553 ที่เวที จ.อุดรธานี วันนั้นเขาพูดว่า "ครั้งนี้จะเป็นการคิดบัญชีรัฐบาลทรราชอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกอำมาตย์เฒ่าทั้งหลาย คุณไม่ต้องมาบอกว่าสถานที่สำคัญที่เขาจะไปก่อวินาศกรรม คุณไม่ต้องไปปูดข่าวบอกว่าสถานที่ที่เป็นศาสนสถานของพวกมุสลิม โรงพยาบาลแล้วก็ถนนราชวิถี สะพานข้ามแม่น้ำ โรงพยาบาลศิริราช สนามบิน ทำเนียบ กระทรวงสำคัญๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ค่ายทหาร บ้านบุคคลสำคัญ และศาลยุติธรรม และองค์กรอิสระ คุณไม่ต้องบอก ถ้าหากว่าคุณใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รับรองว่าไอ้สิ่งที่คุณพูดถึงนี้จะไม่เหลืออยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน”
       
       ถัดมา 29 ม.ค. 2553 เวทีหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน เขาพูดว่า"ผมได้เขียนสรุปง่ายๆ ว่า ต่อไปนี้การที่จะสู้กับอำมาตย์ จะสู้กับพวกกองทัพที่มันรับใช้อำมาตย์มาทำการปฏิวัติ เราต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง ด้วยสโลแกน ออลฟอร์วัน รวมใจเป็นหนึ่งล้มอำมาตย์ครับ
       
       พี่น้องนัดกันคราวหน้าถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปรามไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามา 1 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมัน 1 ล้านลิตร รับรองว่า กทม. เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน
       
       การสู้ของคนเสื้อแดงแบบง่ายๆ อย่างนี้ บอกให้ทหารได้รับได้ทราบ บอกให้ทหารสุนัขรับใช้อำมาตย์ได้รู้ว่า ถ้าคุณทำร้ายคนเสื้อแดง แม้เลือดหยดแต่หยดเดียวนั่นหมายความว่า กรุงเทพฯ จะเป็นทะเลเพลิงทันที ส่วนต่างจังหวัด จตุพร (พรหมพันธุ์)ได้บอกแล้ว ให้รอฟังข่าวว่า พี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่ได้มาไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทันทีรวมตัวกันที่ศาลากลาง ไม่ต้องรอเงื่อนไข จัดการให้ราพณาสูรเหมือนกัน"

 

ยิ่งฟังคำสัมภาษณ์ของ “ผู้ก่อการร้าย” ทางโทรศัพท์ไปยังเว็บไซต์คนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ก็ยิ่ง ตอกย้ำถึงความล้มเหลวของ “ตำรวจ” หนักเข้าไปอีก

“วันนี้ผมก็ไม่ได้อยู่ไหน อยู่ในประเทศไทยนี่เอง ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย บางทีก็เข้ากรุงเทพฯ ตำรวจก็เห็นแต่เขาไม่จับ บอกว่าให้ออกไปก่อน ยังไม่สงบ ผมไปเชียงใหม่เขาก็บอกว่าให้หลบไปทางอื่นก่อน ผมก็เดินทางเข้า-ออกประเทศสบายๆ”

 

ไหนหล่ะ “การไล่ล่า” ถูกตามเอาชีวิต ถูกขู่ฆ่าอยู่ตลอดเวลา!!! หมาเห่า ยังน่าฟังกว่าคนพวกนี้ ..มีปากสักแต่พูด เหมือนมีตูดสักแต่ผายลม!!!


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor

ศาลอย่าให้ประกันตัวมันเลย พอติดคุกแล้วถึงมารู้สึกตัว ตอนอยู่บนเวทีปากดีนัก ให้มันติดไปนานๆ จะได้รู้ว่าประเทศนี้มีนิติรัฐและนิติธรรมจริงๆ อย่างนายกเคยพูดบ่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Payont วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ก็แถกันไปรายวัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนขีดเขียน วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/powerbonus

“ตลอดเวลาผมเป็นผู้ถูกกระทำ ยืนยันว่าตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผมเป็นคนรักสงบ มีความยุติธรรม ไม่นิยมความรุนแรง.."

แล้วนี่คำพูดของใครที่ปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก 29 ม.ค.2553
“วันนี้การต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ชนะ เป้าหมายคือคุกหรือไม่ก็ตายเท่านั้น ”

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
บ้านพลูหลวง วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mor

ถ่อย + แถ !!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chainoy70 วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chainoy70

กี้ร์มันลืมง่ายเนอะ ลืมว่าขู่อะไรไปบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chompoopookha วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

สรุปว่า กลัวตายว่างั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน