*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-18
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 256714
  • จำนวนผู้โหวต : 238
  • ส่ง msg :
  • โหวต 238 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม 2556
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 2813 , 16:14:48 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน อาโป , chailasalle และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

เยียวยาใจ  ครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนที่ ๕

 

กรรมและการเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ

 พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง

กรรมและการเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ

 

ในสากลจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้

เต็มไปด้วยความลี้ลับมหัศจรรย์มากมาย

เหนือความสามารถของมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ที่จะรับรู้ได้

นอกจากบุคคลที่มีจิตมั่นคง มีอำนาจสมาธิ

จึงจะรับรู้สิ่งอัศจรรย์ที่มีอยู่ในสากลจักรวาล

ที่นอกเหนือจากจักรวาลของมนุษย์เรานี้

 

ถ้าเรามองดูท้องฟ้าในคืนที่ปราศจากเมฆ จะเห็นดวงดาวเต็มไปทั่ว

นั่นหมายถึงจักรวาลอื่นหรือไม่

 พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ และรู้แจ้ง

ถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ ในมหาสากล จักรวาล

พระองค์ท่านได้สั่งสอนเรื่องของบาป บุญ คุณ โทษ

สอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

 

ทรงแสดงกำเนิดของสัตว์ นรก เปรต อสูรกาย

ที่จะต้องไปทนทุกข์ทรมาน ตามกรรมที่ทำมา   

โดยในอีกหลาย ๆ จักรวาลที่เป็นภพภูมิของที่ทนทุกข์อยู่

ซึ่งหมายถึงจักรวาลที่มีแต่ความเดือดร้อน

ทนทุกข์ทรมานอยู่เป็นนิจ ผู้ทนทุกข์เหล่านั้นได้แต่คร่ำครวญ

ร่ำไห้ด้วยความทุกข์ ด้วยถูกไฟเผาตามทวารทั้งหลาย

บางจักรวาลเต็มไปด้วยฝูงสัตว์นรก ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน    

บางจักรวาลก็เป็นภพภูมิของเปรต

ซึ่งเปรตเหล่านี้มีความเดือดร้อนอดอยาก หิวโหย

ไม่สามารถรับบุญกุศลที่ญาติมิตรได้อุทิศให้

ต้องทนทุกข์ทรมานจนกว่าจะสิ้นกรรม

 

 มนุษย์บางจำพวก ที่ได้รับอุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัว

ถึงแก่ความตายกะทันหัน จิต เจตสิก และกายทิพย์ไม่สามารถ

ที่จะไปสู่จักรวาลอื่นตามผลกรรมที่ทำไว้

เมื่อพ้นจากกายมนุษย์ที่ตนอาศัย

ก็เกิดทันทีที่เราเรียกว่า สัมภเวสี  โอปปาติกะ

อยู่ในอีกมิติหนึ่งใกล้เคียงกับมนุษย์

เหตุนั้น กรรมและการเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ

หลังความตายจึงเป็นสิ่งแน่นอน

และการเตรียมตัวจะตายจึงมีความสำคัญมาก

 

ก้อนหินยิ้ม

๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖  และ ขอบคุณภาพจาก Net ค่ะ

สัมภเวสี คือสัตว์ผู้ยังแสวงหาที่เกิด ซึ่งได้แก่ปุถุชนและพระเสขะผู้ยังแสวงหาภพที่เกิดอีกหรือสัตว์ในครรภ์และในไข่ที่ยังอยู่ระหว่างจะเกิด

โอปปาติกะ คือสัตว์เกิดผุดขึ้นมาและโตเต็มตัวในทันใด ตายก็ไม่ต้องมีเชื้อหรือซากปรากฏเช่นเทวดา และสัตว์นรก

(พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ.ปยุตฺโต, ได้อธิบายไว้ในหนังสือ พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์,โรงพิมพ์ บจ.สหธรรมิก,๒๕๕๓)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chailasalle วันที่ : 19/10/2013 เวลา : 01.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

หลวงตาพระมหาบัวท่านเล่าถึงพุทธกิจที่สอนเทวดา ว่าในครั้งนั้น เทวดาบรรลุธรรมเป้นแสนๆๆโกฎิ และพระอีกหลายรูปก็กล่าวตรงกัน นอกจากภพเรา ภพละเอียดมี มากมายจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
wansuk วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วรรณสุข วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

เมื่อวานอาแปะเพิ่งเสียค่ะ หลังความตายเป็นอย่างไรก็นึกไม่ออกนะคะ แต่คงเป็นเพราะกรรมดีที่อาแปะสะสมเอาไว้เลยโชคดีที่ได้กลับไปบ้านได้ทันและหมดลมท่ามกลางลูกหลานและพี่น้องนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

เรา...หากมีกิเลสก็ย่อมต้องเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิไปจนตราบสิ้นกรรม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอโทษจ้า
"ไม่หังผลการปฏิบัติ" คือ "ไม่หวังผลการปฏิบัติ" น่ะ ผิดไปนิดจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

พี่ก้อนหินจ๊ะ

ทุกวันนี้สิ่งที่ยึดประจำใจคือคำสอนของท่าน ป.อ.ปยุตฺโตที่ว่า ให้หาความดีในสิ่งที่ไม่ไดีให้ได้ จุดนี้หนูมองว่าเพราะหากเราเห็นว่าไม่ดี เราก็จะผลักออก เห็นว่าดี ก็จะดึงเข้า พอเราเห็นทั้งดีทั้งไม่ดี เลยวางไว้ตรงที่มันอยู่ ก็กลายเป็นวางใจเป็นกลาง

กับคำสอนของพระสังฆราชที่ว่าให้ไม่สันโดษในเหตุ แต่สันโดษในผล (สันโดษในขั้นสูงสุดคือไม่ตั้งความหวัง เมื่อไม่หวังผลก็เต็มทันที) เลยปฏิบัติไปเรื่อยๆ แต่ไม่หังผลการปฏิบัติ

ในสิ่งไม่ดีที่พี่ก้อนหินพบมา คงเกิดสิ่งที่ดีกว่าหลายเท่าเลยนะจ๊ะ

รักและคิดถึงจ้า

ป.ล. ยังไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ที่บ้านเลยอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

"แต่พอมาประสบอุบัติเหตุรถชน ครั้งนี้..ก็เลยหันมาศึกษาคำสอนของพระองค์อย่างจริงจังเจ้า"
สาธุ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในบางสถานการณ์ที่คิดว่าร้าย กลับสามารถพลิกกลับมาเป็นคุณแก่ตนได้
นึกถึงท่านเจ้าคุณ ปยุต เคยกล่าวไว้ หาความดีจากเรื่องร้ายให้ได้ แม้แต่เรื่องที่ร้ายที่สุดที่หาอย่างไรก็ไม่มีความดีให้หา ก็ให้คิดเสียว่า อ้ออย่างน้อยก็รู้ว่า ที่ร้ายสุดๆมันมีลักษณะนี้รี่เอง

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ลุงยั้งคิดจ๋า...เรื่องเหล่านี้ยากจะเข้าใจนะเจ้าค่ะ...
เมื่อยาก ก็จะเบื่อที่จะอ่านหรือศึกษา
ก้อนหินยิ้ม ก็เช่นกันเจ้าค่ะ...
แต่พอมาประสบอุบัติเหตุรถชน ครั้งนี้..ก็เลยหันมาศึกษาคำสอนของพระองค์อย่างจริงจังเจ้าค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

สาวๆสมัยนี้ อย่างคุณ 'ก้อนหืนยิ้ม' นี่แหล่ะ ช่างสนใจธรรมะกันเป็นอย่างดีจังนะครับ แล้วยังสามารถถ่ายทอดได้อีกด้วย เพราะความรู้จริงนั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile


เมื่อมนุษย์ทุกคนต้องตายด้วยกันทั้งสิ้น
พระพุทธศาสนาได้อธิบายสาเหตุของความตายไว้ว่าคนที่ตายนั้นตายต่างกัน
จำแนกสาเหตุของความตาย ๔ ประการคือ
๑) เพราะสิ้นอายุ
๒) เพราะสิ้นกรรม
๓) เพาะสิ้นทั้ง ๒ อย่าง คือ สิ้นอายุ และกรรม
๔) เพราะกรรมเข้าไปตัดรอน คือ ตายเพราะเหตุไม่ปกติคือถูกฆ่าตายบ้าง ฆ่าตัวตายบ้าง เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ในขณะที่มนุษย์จะตายนั้น มีนิมิต ๓ ประการ จะปรากฏแก่ผู้จะตาย...ได้แก่
(๑) กรรม คือ สิ่งที่ผู้จะตายทำในขณะใกล้จะตาย
(๒) กรรมนิมิต คือ นิมิตมีรูปเป็นต้นที่เคยทำไว้
ก็จะปรากฏแก่ผู้ตาย ทำให้ผู้ตายระลึกถึงสิ่งที่เคยทำไว้ในอดีต
(๓) คตินิมิต คือ นิมิตที่ปรากฏแก่ผู้ตายโดยปรากฏเป็นสถานที่ที่ผู้ตายจะไปเกิด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

รูปและนาม อันที่มีส่วนประกอบสำคัญอยู่ ๕ ประการดังนี้
(๑) รูป คือ ร่างกาย และส่วนประกอบที่เป็นร่างกาย
(๒) เวทนา คือ ความรู้สึก สุข ทุกข์ หรือเฉย ๆ
(๓) สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้ในอารมณ์
(๔) สังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่วหรือเป็นกลาง ๆ
(๕) วิญญาณ คือ การรับรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
เมื่อส่วนประกอบทั้ง ๕ ประการนี้ สูญสิ้นไป มนุษย์จึงได้ชื่อว่าตายแล้ว ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile


๑.ความตายทางกายภาพ
คือการสิ้นชีวิตของมนุษย์และสัตว์ทั่วไป
ทำให้ร่างกายแตกสลายไป

เกณฑ์ตัดสิน คือ “เมื่อธรรม ๓ ประการ คือ
(๑) อายุ
(๒)ไออุ่น
(๓)วิญญาณ
ละกายนี้ไป กายถูกทอดทิ้ง นอนนิ่งเหมือนท่อนไม้ที่ปราศจากเจตนา”
“สัตว์ผู้ตาย คือ ทำกาละไปแล้ว มีกายสังขาร วจีสังขาร
และจิตสังขาร ดับระงับไป มีอายุหมดสิ้นไป ไม่มีไออุ่น มีอินทรีย์แตกทำลาย”


ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ความตายในพระไตรปิฎก
ในพระไตรปิฎกมีทัศนะเกี่ยวกับความตายหลายประการ สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะคือ
๑.ความตายทางกายภาพ
๒.ความตายทางจิตวิญญาณ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

หากเข้าใจเรื่องความตายก็จะดีนะเจ้าค่ะ
คือ
ความตายในพระไตรปิฎก และ
ความตายในด้านกฎหมาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน