• LittleLee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : visith_c@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-12
  • จำนวนเรื่อง : 603
  • จำนวนผู้ชม : 750294
  • ส่ง msg :
  • โหวต 118 คน
Visith Chuan
เพราะเห็นแต่สิ่งเลวร้าย เราจึงตระหนักถึงคุณค่าแห่งความดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/LittleLee
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2558
Posted by LittleLee , ผู้อ่าน : 1912 , 12:54:20 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ไร้ระบบคุม“เรือทัวร์-ซีแมนบุ๊ค”
ปมทับซ้อนฉุดแก้ไอยูยู-ค้ามนุษย์

         ในงานเสวนาเรื่อง “ทางออกประมงทะเลไทยกับปัญหาการค้ามนุษย์” ที่ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้นั้น วิทยากรผู้เข้าร่วมเสวนาได้เสนอแนะต่อภาครัฐนำไปปรับใช้กับมาตรการทางกฎหมายและการปฏิบัติที่กำลังดำเนินการอยู่เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น 

         ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุภางค์ จันทรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ภาคประมงหลายๆ เรื่องภาครัฐได้กำลังดำเนินการอยู่ เช่น สถานะภาพทางกฎหมาย การพิสูจน์สัญชาติ สัญญาจ้างที่เป็นธรรม การจดทะเบียนแรงงาน เรือประมง ซีแมนบุ๊ค (หนังสือคนประจำเรือ :Seaman Book) เป็นต้น

         ทว่าที่อยากให้เน้นย้ำคือ ควรออกตรวจสอบแรงงานประมงควบคู่กับการตรวจเรือประมงขณะเรืออยู่ในทะเลด้วย ซึ่งขณะนี้ภาครัฐขาดบุคลากรภาคปฏิบัติ ขาดอุปกรณ์การตรวจ ส่วนมาตรการควบคุมการลักลอบจับปลานอกน่านน้ำยังไม่ครอบคลุม

         “เราเสนอให้ออกกฎระเบียบจัดระบบข้อมูลเรือประมง ถ้าเราไม่มีฐานข้อมูลติดระบบติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) ไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องมีฐานข้อมูลควบคู่กันเพื่อจะได้รู้ว่าจะไปไหน จะจับปลาอะไร”

         เธอเสนอให้มีกฎหมายลูกควบคุมขนาดอุปกรณ์จับสัตว์น้ำและห้ามจับสัตว์น้ำบางประเภท เช่น ปลาเป็ด ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าถูกจับสูงถึง 28% ปลาชนิดนี้มีผลต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล และเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายเพราะเรื่องท่าเรือเข้าออกหากกระทำผิดมีโทษแค่ปรับ รวมถึงเวลาการทำงานประมงนอกน่านน้ำไม่ควรเกิน 6 เดือน แต่ของไทยมีการนำเรือทัวร์ไปรับถ่ายสินค้าและแรงงาน ทำให้เรือบางลำอยู่ในทะเลนานถึง 6 ปี

         นอกจากนี้ต้องเพิ่มการตรวจสอบ“เรือขนาดเล็ก”ที่ได้รับอนุญาตให้จับสัตว์น้ำในน่านน้ำ แต่อาจหลุดรอดไปจับสัตว์นอกน่านน้ำได้ โดยใช้ระบบติดตามควบคู่กับการออกลาดตระเวนร่วม

         “ที่ผ่านมาไม่มีการรายงานการจับสัตว์น้ำอย่างจริงจัง เรือทัวร์ยังไปรับสินค้ากลางทะเลอยู่ พวกนี้ไม่ต้องรายงาน ไม่ต้องติดระบบติดตาม ซึ่งผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง”

         ส่วนของ “ไต้ก๋ง” ซึ่งมีความสำคัญบนเรือ ต้องมีการควบคุม มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ โดยจัดสอบใบประกาศนียบัตร และต้องได้รับการอนุญาตแบบมีกำหนดระยะเวลา รวมทั้งเร่งรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แรงงานรู้เท่าทันกลลวงขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะตามจุดเสี่ยง เช่น หัวลำโพง หมอชิต ซึ่งมีการพูดถึงมานานแต่ยังไม่ดำเนินการเป็นรูปธรรม 

         ส่วนข้อเสนอในการคุ้มครองผู้เสียหาย อาจารย์สุภางค์ บอกว่า ควรหาวิธีเพิ่มช่องทางรับการร้องเรียนให้แรงงานประมงที่อยู่กลางทะเลด้วย เพราะการศึกษาพบว่ามีแรงงานประมงที่มีปัญหาแต่ไม่ร้องเรียนกว่า 60% และควรตรวจสอบอาชีวอนามัยบนเรือน โดยเฉพาะส้วม เพราะสำรวจพบว่า เรือประมงไทยส่วนใหญ่ไม่มีส้วม แต่ขณะนี้ก็เริ่มมีการออกแบบเรือให้มีส้วมบ้างแล้ว รวมทั้งการประกันสุขภาพเพราะลูกเรือเป็นโรคขาดสารอาหารเมื่อกลับขึ้นฝั่ง

         พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันปราบปราม 1 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์การทำคดีค้ามนุษย์แรงงานประมงที่ประเทศอินโดนีเซีย

         เขาเผยว่า รูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์นั้นมีการกระทำผิดย่อยๆ มากมาย ทั้งการหลอกลวงทำงาน บังคับทำงานใช้หนี้ สวมชื่อเรือ สวมสิทธิใบสัมปทาน ทำประมงไม่ตรงกับที่ขออนุญาต เช่น จดทะเบียนปาปัวนิวกินีแต่ไปทำประมงที่อินโดนีเซีย โดยไปสวมชื่อเรืออินโดนีเซีย หรือเรือหลายลำมีชื่อซ้ำกัน รวมทั้งเรือทัวร์ลักลอบขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำ ลักลอบขนแรงงาน หรือข้าราชการมีส่วนร่วมกระทำผิด 


ภาพตัวอย่างซีแมนบุ๊คปลอมที่พบในลูกเรือประมงนอกน่านน้ำ

         “เรื่องระบบฐานข้อมูลบริหารจัดการแย่มาก เราพบเด็กอายุ 13ปี กับ 15 ปี ถือซีแมนบุ๊คประเทศกัมพูชาของคนอายุ 19 ปี กับ 20 ปี แรงงานต่างด้าวถือซีแมนบุ๊คปลอมเป็นคนสัญชาติไทย นอกจากนั้นยังมีซีแมนบุ๊คอีกจำนวนมากที่เป็นของปลอมโดยสวมชื่อคนไทยแต่ไม่ใช่คนไทย”

         เขาเผยอีกว่า ส่วนข้อมูลเรือบอกว่าลูกเรือประมงเป็นคนไทยทั้งหมด แต่ตรวจเข้าจริงๆ พบคนไทยแค่ 3 คน และบางคนขอดูเอกสารก็ปรากฏว่าเป็นคนต่างด้าวอีก 

         เขาบอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำของคนไม่ดีไม่กี่คนแต่ทำให้เสียทั้งระบบ และทำให้การสืบสวนสอบสวนยากลำบากมาก แต่ก็เชื่อว่าหลังจากนี้จะดีขึ้นเพราะมีการพัฒนา พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ซึ่งจะมีการเพิ่มมาตรการตรวจเรือ บังคับ ยึดเรือ ด้วย ถ้าผู้ประกอบการปล่อยปละละเลยนอกจากถูกดำเนินคดีแล้วจะถูกยึดเรือ อีกทั้งใน เดือนมิ.ย.นี้จะมีการหารือร่วมในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายค้ามนุษย์

         “ค่าจ้างค่าแรง 300บาทไม่พอ สวัสดิการ การจ้างต้องจูงใจ การทำถูกกฎหมายไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ เอาเงินมาจ่ายแรงงาน ซีแมนบุ๊คต้องมีระบบการดำเนินการให้ได้มาตรฐานและถูกต้องและไม่อนุญาตให้ใช้แทนหนังสือเดินทาง”

         ด้าน นายบัณฑิต โชคสงวน หัวหน้าแผนกข้อมูลข่าวสารและการฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นว่า การป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายนั้นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการทำฐานข้อมูลทะเบียนเรือประมงในภูมิภาค

         “ศูนย์ฯ ทำข้อมูลเรือประมงขนาด 24 เมตรขึ้นไป หรือประมาณ 100 ตันขึ้นไป ออกเผยแพร่ไปแล้วเมื่อเมษายนที่ผ่านมา มีข้อมูลเรือทั้งหมด 7 ประเทศ ไทยได้รับแจ้ง 200 กว่าลำแต่กำลังรอการตรวจสอบยืนยัน อินโดฯ มีเป็นพันลำ ข้อมูลนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ ส่วนเดือนมิ.ย.นี้กำลังหารือการเรื่องทำข้อมูลเรือขนาด 50 ตันขึ้นไปแต่ไม่เกิน 100 ตัน”

....................

หวั่นจดทะเบียนเรืออวนลาก
เปิดช่องนิรโทษประมงทำลายล้าง

โดย สิทธิชัย นครวิลัย

      ในสายตาของภาคประชาสังคมอย่าง สมาคมรักษ์ทะเลไทย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย มูลนิธิสายใยแผ่นดิน องค์การอ็อกแฟมแห่งประเทศไทย และกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างมองว่า การแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของทางการไทยยังขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง ขาดการชี้แจงทำความเข้าใจของข้อบังคับต่างๆ ในกฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้ 

      อีกทั้งให้ความสำคัญกับ กลุ่มประมงอุตสาหกรรม มากกว่ากลุ่มอื่นเนื่องจากมีการระบุตัวเลขการส่งออกนับหมื่นล้านบาทเป็นข้ออ้าง

      นายสะมะแอ เจ๊ะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ชี้ว่า 85% ประมงทะเลไทยคือประมงชายฝั่งอยู่ที่ประมงพื้นบ้าน แต่รัฐบาลไม่เคยใส่ใจว่าเราอยู่คู่กับทะเลไทย ร่วมฟื้นฟูทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรหน้าบ้านของตัวเองมาตลอด

      นายสะมะแอ อ้างข้อมูลจากงานวิจัยของกรมประมงที่ระบุว่า อ่าวไทยรองรับเรืออวนลากได้มากที่สุด 5,919 ลำแต่ปัจจุบันมีเรืออวนลากมากกว่า 12,000 ลำ ขณะที่อินโดนีเซีย ยกเลิกการใช้เรืออวนลาก อวนล้อม แต่ไทยกำลังให้นิรโทษกรรมเรือเหล่านี้ ด้วยการให้ผู้ประกอบการเรือเข้ามาจดทะเบียน ทั้งๆ ที่เป็นเรือประมงทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติ

      “ผมสงสัยความจริงใจของกรมประมงว่า ต้องการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทยจริงหรือเปล่า เพราะเรือทำลายล้างจะมีอยู่เต็มทะเลไทย”

      ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้จัดการโครงการจัดการทรัพยากรประมงชายฝั่ง มูลนิธิสายใยแผ่นดิน บอกว่า เรากำลังเฝ้ามองแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลด้วยความเป็นกังวลจากความไม่ชัดเจนต่างๆ 

      โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการของคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมายที่เร่งจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตการทำประมง ซึ่งถ้าผู้ประกอบการเรืออวนลากมาจดทะเบียนจะเป็นอย่างไร ยังเป็นเรื่องที่ต้องคอยติดตามกันต่อไป

      นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผู้จัดการสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย บอกว่า ไม่คาดหวังอะไรเลยกับกฎหมายประมงฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า เนื่องด้วยหลักการรักษาทรัพยากรทะเล ตาม พ.ร.บ.ประมงฉบับใหม่ไม่สอดคล้องกับวิถีประมงพื้นบ้าน

      การกำหนดให้เรือประมงพื้นบ้าน ต้องขออนุญาตแม้จะเป็นเขตการทำประมงที่เหมาะสมอยู่แล้ว และยังเป็นการจำกัดพื้นที่ทำประมง เนื่องจากหากออกนอกเขตประมงจะต้องถูกดำเนินคดี

      ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย เดิมที่เคยกำหนดบทลงโทษ ที่มอบให้ศาลตัดสิน ตั้งแต่เสียค่าปรับ จำคุก และริบเรือ แต่กฎหมายใหม่ให้ลงโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยมอบอำนาจตัดสินนี้แก่ พนักงานอัยการ เจ้าพนักงานหรือตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมประมง ขณะที่มีเพียงการกระทำผิดจากขนถ่ายวัตถุอันตรายหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่จะถูกส่งฟ้องศาล เท่ากับเปิดโอกาสให้มีการจ่ายค่าปรับแทนการถูกลงโทษริบเรือ

      นางสาวอัญชลี พิพัฒนวัฒนากูล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นว่า หัวใจความสำเร็จอยู่ที่การมีส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และการปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายอย่างแท้จริง

..........ll..........

ที่มา : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 พ.ค.2558

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 07/06/2015 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ ครับ

ก่อนหน้านี้ ไทยรับผู้ลี้ภัยหลายแสนคน
ทั้งจาก พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม

ตอนส่งกลับ
ม้งไม่ยอมกลับไปลาว
กว่าจะกลับได้
มีข่าวโจมตีไทย มากมาย

ตอนนี้ มีผู้ลี้ภัยพม่า ค้างอยู่
น่าจะเกินแสน

มีข่าวโจมตีไทยด้วย
เช่น ให้อาหารผู้ลี้ภัยน้อย
ไม่พอกิน

ทั้งๆ ที่งบฯ มาจาก UN
หรือ สหประชาชาติ

เรายังไม่รู้เลยว่า
อีกกี่ปี หรือ อีกกี่สิบปี
จะส่งกลับ ผู้ลี้ภัยชายแดนพม่า กลับได้

ความเสี่ยง คือ
ยิ่งส่งกลับช้า
ต้นสังกัด อาจไม่รับคืน

เช่น คนเนปาล อพยพไป ภูฏานหลายสิบปี
วันดีคืนดี...
ภูฏานไล่

เนปาลไม่รับ
กลายเป็นผู้ลี้ภัย ตลอดชีวิต-หลายชั่วโคตร
ค้างเติ่ง ที่ชายแดนเนปาล

เรื่องผู้ลี้ภัย ควรช่วยเหลือ
ทั้ง ข้าว น้ำ ผ้าใบกันฝน

ทว่า...
การรับจะเสี่ยงอันตรายมาก

รับไปหมด
จะไม่ปลอดภัย กับ ประเทศชาติ

ตรงชายแดนพม่า
ยังค้าง น่าจะเกินแสน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เขี้ยวเล็บใหม่! ปราบจลาจล

4 เม.ย.55 - กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สาธิตประกอบกำลังร่วมกับรถควบคุมฝูงชนคันเดียวในประเทศไทย ที่ลานเสาธงกองบังคับการปราบปราม โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.มาเ

View All
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]