*/
  • หนองแหวน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : infantry21@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 108945
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2552
Posted by หนองแหวน , ผู้อ่าน : 9404 , 13:40:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอกสารวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานในหน้าที่

เรื่อง  แนวคิดความคาดหวังและเป้าหมายในการปฏิบัติงาน

 

เสนอโดย

ร้อยโท กิตติชัย  เจริญยิ่ง

 

ตำแหน่ง  ปลัดเทศบาล

(นักบริหารงานเทศบาล  )

 

นักศึกษาหลักสูตร
“นักบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”
รุ่นที่ ๒๐

สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

 

คำนำ

                  

                   เอกสารฉบับนี้ เป็นการนำเสนอเอกสารวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานในหน้าที่ เพื่อใช้ประกอบ หลักสูตร นักบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รุ่นที่ ๒๐ ของสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เนื้อหาของเอกสารประกอบด้วย ความเป็นมาความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ ตลอดจนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ทำการศึกษานี้

                   ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะสามารถทำให้ผู้ศึกษาทุกท่านได้รับประโยชน์ โดยสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน  ปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ทั้งนี้ เพื่อความสำเร็จขององค์กร  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาต่อไป

ร้อยโท กิตติชัย   เจริญยิ่ง

           ( กิตติชัย    เจริญยิ่ง )

         ปลัดเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
        
ผู้จัดทำ

                                                                          

 

เอกสารวิเคราะห์ปัญหาการปฏิบัติงานในหน้าที่

๑.ชื่อเรื่อง    ปัญหาการดำเนินงานในท้องถิ่นเกี่ยวกับการขออนุญาตกฎหมายการสาธารณสุข

๒.ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา

            องค์กรปกครองมีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ในการที่จะสามารถดำเนินการตามภารกิจตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อันจะทำให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะได้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน นั้น  การบริการด้านงานทะเบียนและการขออนุญาตนับว่าเป็นภารกิจประการหนึ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการดำเนินการตามที่กฎหมายบางฉบับกำหนดไว้แต่เดิม หรืออำนาจหน้าที่ได้รับการถ่ายโอนมาจากหน่วยงานอื่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการแก่ประชาชนในการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการสาธารณสุข ซึ่งมีการใกล้ชิดกับการดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิเช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นต้น 

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับล่าง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลตำบลที่ได้รับการจัดตั้งมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งในการแบ่งส่วนราชการภายในยังไม่ได้กำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุขเป็นการเฉพาะเจาะจง กล่าวคือ ยังไม่ได้กำหนด ส่วนสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม หรือกองการสาธารณสุข เป็นต้น จึงทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ขาดการรวบรวมระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่ให้อำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนขาดการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ การออกคำสั่งแต่งตั้งบุคลากรที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต  ขาดรายละเอียดขั้นตอนในการดำเนินการ เอกสารหลักฐานประกอบการขออนุญาตผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน   ระยะเวลาการดำเนินการ อัตราค่าธรรมเนียมและแบบพิมพ์ต่างๆ ตามที่กฎหมายแต่ละฉบับกำหนด  ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ ก็จะทำให้การควบคุมกิจการที่มีผลกระทบต่อชุมชนหรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในสังคมเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ป้องกันการฟ้องร้องดำเนินคดีตามคำสั่งทางการปกครอง และเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๒

๓.วัตถุประสงค์ในการศึกษา

            ๓.๑ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลตำบลที่ยังมิได้กำหนดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข มีแนวทางในการปฏิบัติงานสามารถให้บริการงานการสาธารณสุข และการขออนุญาตในภารกิจที่กฎหมายกำหนดและที่ได้รับการถ่ายโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ๓.๒ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะ การขออนุญาตกฎหมายการสาธารณสุขจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส  ตรวจสอบได้  

๔.วิธีการศึกษา

๔.๑ ตรวจสอบปัญหาการปฏิบัติงานของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสาธารณสุข ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานการสาธารณสุข ความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่จัดเก็บรายได้ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาต จัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้หาข้อบกพร่อง ข้อปัญหาที่เกิดขึ้น ดูกระบวนการขั้นตอนของการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน มีส่วนใดที่เกิดปัญหา อาทิเช่น การแต่งตั้งเจ้าพนักงานสาธารณสุข  การเข้าตรวจสอบอาคารสถานที่ของผู้ประกอบการ ก่อนออกใบอนุญาต เป็นไปตามกฎหมายกำหนดเพียงใด ,ระยะเวลาขั้นตอนที่ผู้ประกอบการ ประชาชนผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต เป็นไปตามประกาศกำหนดระยะเวลา หรือห้วงเวลาที่กฎหมายกำหนดเพียงใด  เป็นต้น

๔.๒ รวบรวมระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

          กฎหมายที่ใช้อ้างอิง

๑)พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕

๒)กฎกระทรวงว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการ เก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย และอัตราค่าธรรมเนียมอื่น ๆ พ.ศ. ๒๕๔๕

๓)กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๕

๔)ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๕/๒๕๓๘ เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

๕)กฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

๖)กฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
            ๗)ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

รวบรวมจากข้อมูลเอกสารงานทะเบียนและการอนุญาตที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการ ได้แก่
๑)การออกใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย(ตามมาตรา ๑๘)

๒)การต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย(ตามมาตรา ๕๕)

๓)การออกใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการสูญหาย (ตามมาตรา ๕๘)

๔)การออกใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ตามมาตรา ๓๓)

๕)การต่ออายุใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ตามมาตรา ๓๓)

๖)การออกใบแทนใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ตามมาตรา ๕๘)

๗)การออกใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาด (ตามมาตรา ๓๔)

๘)การต่ออายุใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาด (ตามมาตรา ๕๕)

๙)การออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ซึ่งมีพื้นที่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด (ตามมาตรา ๓๘)

๑๐)การออกใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ซึ่งมีพื้นที่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด (ตามมาตรา ๕๘)

๑๑)การออกหนังสือรับรองการแจ้งให้จัดตั้ง สถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด (ตามมาตรา ๓๘)

๑๒)การต่ออายุหนังสือรับรองการแจ้งให้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด (ตามมาตรา ๕๖)

๑๓)การออกใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ซึ่งมีพื้นที่ไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมิใช่เป็นการขายของในตลาด (ตามมาตรา ๕๘)

๑๔)การออกใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ (ตามมาตรา ๔๑)

๑๕)การต่ออายุใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ (ตามมาตรา ๕๕)

๑๖)การออกใบแทนใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ (ตามมาตรา ๕๘)

๔.๓ รวบรวมเอกสารแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต และกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน มอบหมายงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการในแต่ละขั้นตอน  กำหนดแผนผังการดำเนินการให้เกิดความชัดเจน กำหนดระยะเวลา ขั้นตอน กระบวนการให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ  และแจ้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ตลอดจนแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ยื่นคำร้องได้รับทราบผลการพิจารณาด้วย

๕.ขอบเขตการศึกษา

            ๕.๑ ทำการศึกษาขอบเขตของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ใช้สำหรับการบริการงานทะเบียนและการขออนุญาตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องมีการแจ้งและ /หรือการอนุญาตโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๕.๒ การกำหนดความรับผิดชอบของบุคลากร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบในการบริหารงานทะเบียนและการขออนุญาต โดยดำเนินการดังนี้
            ๑)ดำเนินการฝึกอบรมชี้แจงบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้อย่างถูกต้อง

๒)การประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป

๓)การเฝ้าติดตาม ประเมินผล ทบทวน และปรับปรุงแก้ไขวิธีการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะทำให้วิธีการปฏิบัติงานมีความทันสมัยอยู่เสมอ บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องที่ตนปฏิบัติงานเป็นอย่างดี โดยต้องศึกษาให้เข้าใจถึงขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดอื่นๆ ตามกฎหมายอย่างชัดเจน และหากมีข้อสงสัยในข้อกฎหมายต่างๆ  สามารถขอคำปรึกษาแนะนำจากส่วนราชการผู้รับผิดชอบก่อนการถ่ายโอนภารกิจ

            ๕.๓) กำหนดมาตรฐานตัวชี้วัด ตรวจสอบรายละเอียดตามมาตรฐานงานทะเบียนและการอนุญาตในแต่ละขั้นตอน ดังนี้

            ๑)การรับคำร้องในการขออนุญาตตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องตรวจเอกสารของผู้ยื่นคำร้องทั้งบุคคล และนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

๒)เมื่อรับคำร้องและตรวจสอบคำร้องในการขออนุญาตในประเภทต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะต้องลงเลขคำขออนุญาตไว้เป็นหลักฐาน

๓)มีการติดป้ายประกาศประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการขออนุมัติ/อนุญาตต่างๆ พร้อมเอกสารหลักฐานในการยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้รับบริการทราบ

๔) ก่อนออกตรวจสถานที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตจะต้องยื่นชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบสถานที่ตามอัตราที่กำหนด

๕) การแจ้งการอนุญาต หรือไม่อนุญาต มีการแจ้งผู้ยื่นคำขอฯ ตามระยะเวลาที่หลักเกณฑ์กำหนด

๖)การแจ้งการไม่อนุญาตได้แจ้งผลการพิจารณาพร้อมเหตุผลเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอฯ ทราบด้วย

๗)เมื่อผู้ยื่นคำขอฯ ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจแล้ว ได้มีการรับชำระค่าธรรมเนียมและออกใบเสร็จรับเงินพร้อมบันทึกเลขที่ใบเสร็จรับเงินลงในใบอนุญาต

๘)มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ยื่นคำขอฯ และได้รับใบอนุญาต แล้วให้ติดประกาศใบอนุญาตไว้หน้าสถานที่ขออนุญาตด้วย

๙)องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดทำทะเบียนคุมการอนุญาตไว้และมีการตรวจสอบ จัดทำ ให้เป็นปัจจุบัน ทุก ๓ เดือน

๑๐)องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการประชาสัมพันธ์ หรือชี้แจงแนวทางการปฏิบัติให้ผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว

๑๑)องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดระบบการแจ้งเตือนการต่อทะเบียน/ใบอนุญาตให้ประชาชนทราบ

๑๒)มีการประสานส่งข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนและใบอนุญาตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๓)มีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบงานด้านทะเบียนและอนุญาตไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งมีบุคลากรทดแทนเมื่อมีเหตุจำเป็น

๑๔)มีการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทะเบียน/อนุญาต อย่างถูกต้องอยู่เสมอๆ
            ๑๕) บุคลากรผู้รับผิดชอบงานทะเบียนและอนุญาต จะต้องถือปฏิบัติในการขออนุญาตหรือต่อใบอนุญาตตามระเบียบหลักเกณฑ์กำหนดโดยเคร่งครัด

๑๖) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือบุคลากรผู้รับผิดชอบงานทะเบียนและอนุญาตมีการกำหนดแผนการสืบค้นข้อมูลการดำเนินการของผู้ประกอบการด้านต่างๆ ที่ไม่มีทะเบียนและอนุญาต

๑๗)มีการประชุมชี้แจงแก่บุคคลที่ดำเนินกิจกรรมด้านทะเบียนและอนุญาตที่ยังไม่ได้มีการขอทะเบียนและอนุญาต เพื่อให้มีการดำเนินการที่ถูกต้องต่อไป

            ๕.๔ ขั้นตอนการประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน   เพื่อความสะดวกของประชาชนผู้มาติดต่อขอรับบริการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ขั้นตอนการให้บริการ เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขออนุญาต และรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ รวมทั้งอาจจัดการประชุมชี้แจงให้กลุ่มบุคคลหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทราบ ซึ่งในการประชาสัมพันธ์นั้น อาจทำได้โดยวิธีต่างๆ ดังนี้

(๑) จัดประชุมชี้แจงแก่ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในกรณีที่เป็นเรื่องที่มีกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเฉพาะกลุ่ม เช่น เรื่องการควบคุมตลาด การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  เป็นต้น

(๒) จัดทำแผ่นพับหรือเอกสารคำแนะนำแสดงรายละเอียดที่จำเป็นในแต่ละเรื่องไว้แจกให้ประชาชนที่สนใจ

(๓) จัดให้มีศูนย์ข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาหรือสอบถามได้

(๔) จัดช่องทางการติดต่อสอบถามให้กับประชาชนหลายทาง เช่นทางโทรศัพท์ โทรสาร เป็นต้น

            ๕.๕ ขั้นตอนการติดตาม ทบทวนการปฏิบัติงาน

การติดตามทบทวนการปฏิบัติงานนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ กรณีหลัก ดังนี้

๑. กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มีการออกกฎกระทรวง หรือประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หรือมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่น ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้ได้รับมอบหมาย ต้องจัดให้มีการทบทวนว่าการแก้ไขต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น มีผลกระทบกับงานทะเบียนและการขออนุญาตในเรื่องใดหรือไม่แล้วดำเนินการแก้ไขปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกันด้วย

๒. การดำเนินการทบทวนตามแผน ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ได้รับมอบหมาย ต้องดูแลให้มีการทบทวนแนวทางการปฏิบัติงานตามที่ได้กำหนดขึ้น (เปรียบเทียบกับการใช้งานจริง) อย่างน้อย ๑ ครั้งในรอบ ๒ ปี หากพบข้อบกพร่อง หรือความไม่สมบูรณ์ของการปฏิบัติงาน ให้ทำการปรับปรุงคู่มือให้เหมาะสม โดยอาจจัดทำเป็นแผนการทบทวนการปฏิบัติงาน  ในกรณีที่มีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงาน ผู้รับผิดชอบจะต้องจัดให้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตรงกันและเป็นไปตามกฎหมายด้วย

นอกเหนือจากนั้น หากเนื้อหาที่ปรับปรุงแก้ไข เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่มือฉบับประชาชนหรือเอกสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ ต้องดำเนินการปรับปรุงเอกสารเหล่านั้น ให้มีเนื้อหาและขั้นตอนการดำเนินการที่สอดคล้องกันอีกด้วยอธิบายให้เห็นว่าเรื่องที่ได้ทำการศึกษา มีรายละเอียดว่าอะไร

๖.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

            ๖.๑ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางในการดำเนินการ การขออนุญาตเกี่ยวกับกฎหมายสาธารณสุขเป็นรูปธรรม  ดำเนินการภายในขอบเขตของกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

            ๖.๒ ทำให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะ การขออนุญาตตามกฎหมายการสาธารณสุขจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส  ตรวจสอบได้  

***************************

 

 

 

หลักเกณฑ์ประเมินผลขรก.ยุคใหม่
+โพสต์เมื่อวันที่ : 25 ก.ย. 2552 

.....

หลักเกณฑ์ประเมินผลขรก.ยุคใหม่

คอลัมน์ ข้าราษฎร

โดย สายสะพาย




สำนักงาน ก.พ.กำหนดให้ส่วนราชการเริ่มใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานใหม่ ตั้งแต่รอบแรกของการประเมิน ในปีงบประมาณ 2553 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 ถึง 31 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป โดยคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ของงานและสมรรถนะเป็นหลัก

กรณีที่สำนักงาน ก.พ. มีหนังสือเวียนที่ นร 1012/ว20 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งออกตามความในมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถกำกับติดตามการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชาให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งนำผลการประเมินผลดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน และการบริหารทรัพยากรบุคคลในเรื่องต่างๆ

นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. ชี้แจงถึงสาระสำคัญว่า การประเมินผลต้องประเมินอย่างน้อย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ของงาน และพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ หรือสมรรถนะ

สำหรับผลสัมฤทธิ์ของงานให้ประเมินจากปริมาณผลงาน คุณภาพผลงาน ความรวดเร็วหรือตรงตามเวลาที่กำหนด หรือความประหยัด หรือความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร

ส่วนพฤติกรรมการปฏิบัติราชการให้ประเมินจากสมรรถนะหลักตามที่ ก.พ.กำหนด หรือสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการตามที่ส่วนราชการกำหนด

นอกจากนี้ ในแต่ละรอบการประเมิน ให้ส่วนราชการนำผลคะแนนการประเมินผลมาจัดกลุ่มเป็นอย่างน้อย 5 ระดับ ได้แก่ ดีเด่น ดีมาก ดี พอใช้ และต้องปรับปรุง โดยในช่วงคะแนนของแต่ละระดับให้เป็นดุลพินิจของส่วนราชการที่จะกำหนด แต่คะแนนต่ำสุดของระดับพอใช้ ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มรอบการประเมินให้ส่วนราชการระดับกรม หรือจังหวัด ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลให้ข้าราชการทราบโดยทั่วกัน อีกทั้งผู้ประเมินและผู้รับการประเมินต้องมีการกำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการมอบหมายงานและการประเมินผลโดยกำหนดเป็นดัชนีชี้วัด หรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับลักษณะงาน

ขณะที่การประเมิน พฤติกรรมหรือสมรรถนะ ส่วนราชการอาจใช้วิธีประเมินแบบ 360 องศา หรือการประเมินโดยรับความเห็นของผู้เกี่ยวข้องรอบด้าน และการประเมินโดยสังเกตจากพฤติกรรมการแสดงออกที่เห็นเด่นชัด

เลขาธิการ ก.พ.กล่าวว่า เพื่อให้มีกลไกสนับสนุนความโปร่งใสและเป็นธรรม ได้กำหนดให้ส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินผลของข้าราชการ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานและความเป็นธรรม ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการยกย่องชมเชยและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาผลการปฏิบัติราชการให้ดียิ่งขึ้น และกำหนดให้ประกาศรายชื่อข้าราชการที่มีผลการปฏิบัติราชการในระดับดีเด่นและดีมากให้ทราบโดยทั่วกัน

 

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11521 หน้า 22


การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

(เริ่มใช้ในรอบการประเมินที่ 1 ปีงบประมาณ 2553 เป็นต้นไป)

****************************

                   ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หมวด 4 การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ มาตรา 76 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง และเลื่อนเงินเดือน รวมถึงการพัฒนาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ซึ่ง การกำหนดเรื่องของการประเมินผลการปฏิบัติราชการไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงการบริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานภาครัฐ ที่ให้การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเป็นเครื่องมือสำคัญในการ บริหารทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน ซึ่งแม้ว่า การประเมินผลการปฏิบัติงานจะมิใช่กระบวนการหลักที่จะนำมาซึ่งประสิทธิผลประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงาน

                   ตามมาตรา 76 ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้การประเมิน ผลการปฏิบัติราชการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด ซึ่งสำนักงาน ก.พ. ได้จัดทำร่างคู่มือ การประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อช่วยให้ส่วนราชการนำไปใช้เป็นแนวทางดำเนินการต่อไป (เปิดดูได้ ที่เว็บไซด์สำนักงาน ก.พ. www.ocsc.go.th ) ระบบการประเมินแบบใหม่นี้จะกำหนดให้ใช้ในรอบการประเมิน ที่ 1 ของปีงบประมาณ 2553 โดยมีหลักการดังนี้

                   - การประเมินผลการปฏิบัติราชการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติ ราชการ เป็นการวัดผลสำเร็จของงานในช่วงที่กำหนดไว้แน่ชัด เพื่อเปรียบเทียบผลสำเร็จของงานกับเป้าหมายที่กำหนด ว่าผลสำเร็จในการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคลเกิดขึ้นได้ตามเป้าหมายจริงหรือไม่ อย่างไร

                   - การประเมินจะเป็นการประเมินตามสิ่งที่ตกลงกันไว้หรือผลสัมฤทธิ์ของงานซึ่งกำหนดโดยตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย รวมถึงพฤติกรรมที่แสดงออกในการปฏิบัติงานซึ่งกำหนดโดยสมรรถนะ

                   - ในการประเมินจะนำคะแนนการประเมินผลสัมฤทธิ์ กับคะแนนการประเมินสมรรถนะ มาคำนวณรวมกันจะได้คะแนนผลการปฏิบัติราชการ ซึ่งจะนำไปใช้ในการพิจารณาความดีความชอบ ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลในการปรึกษาหารือระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรต่อไป

                   - ส่วนราชการอาจกำหนดองค์ประกอบที่สามของการประเมินเพิ่มเติมเองก็ได้นอกเหนือ ไปจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ กับการประเมินสมรรถนะ

                   - สัดส่วนหรือน้ำหนักในการประเมินจะไม่เท่ากัน โดยองค์ประกอบด้านผลสัมฤทธิ์ของงาน ควรมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าร้อยละ70 แต่สำหรับข้าราชการผู้ทดลองปฏิบัติราชการส่วนราชการอาจให้น้ำหนักส่วนนี้น้อยกว่าร้อยละ 70

                   - มีการกำหนดผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินและผู้รับการประเมิน โดยพิจารณาจากลักษณะของการปฏิบัติราชการ

                   - คะแนนผลการประเมินจะถูกจัดออกตามระดับผลการปฏิบัติราชการ 5 ระดับ (ดีเด่น  ดีมาก   ดี พอใช้ และต้องปรับปรุง) และต้องจำแนกว่าผ่านหรือไม่ผ่านการประเมินด้วยสำหรับข้าราชการ ผู้ทดลองปฏิบัติราชการ

                   - กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการปีละ 2 รอบ คือ รอบที่ 1 ระหว่าง 1 ตุลาคม - 31 มีนาคม ของปีถัดไป และรอบที่ 2 ระหว่าง 1 เมษายน - 30 กันยายน

                   - ในระหว่างรอบการประเมิน ผู้บังคับบัญชาต้องติดตามผลการปฏิบัติงานเป็นระยะๆ พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในประเด็นต่างๆ เช่น การแก้ปัญหาที่พบในการทำงาน การปรับปรุงตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น

                   - ผู้บังคับบัญชา (ผู้ประเมิน) ต้องแจ้งผลการประเมินด้วยตนเอง พร้อมทั้งร่วมกันวางแผน การปฏิบัติงานในรอบการประเมินถัดไป

                   - กำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองผลการปฏิบัติราชการขึ้นในส่วนราชการ เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐานและความเป็นธรรมในการใช้ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา

                   เพื่อเตรียมการสำหรับการนำระบบการประเมินแบบใหม่มาใช้นี้ สำนักงานปลัดกระทรวง มหาดไทย โดย กองการเจ้าหน้าที่ สป. และสถาบันดำรงราชานุภาพ สป. จึงได้จัดทำโครงการศึกษา วิเคราะห์ จัดทำ และพัฒนาการประเมินผลการปฏิบัติงาน ของข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ของข้าราชการสำนักงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั่วไปทุกสายงานและระดับตำแหน่ง และการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ ผู้ทดลองปฏิบัติราชการ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน และการสร้างแบบประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใช้ในการ ประเมินผลการปฏิบัติงานของ    ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการพัฒนาเครื่องมือในการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางการบริหารราชการ/ทรัพยากรบุ คคลแนวใหม่ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ตามที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนดไว้ นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งที่ 53/2552 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานขึ้น เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว

                   แนวทางดำเนินงานตามโครงการฯ

                   1. การกำหนดเกณฑ์ การจัดทำแบบประเมิน และการกำหนดวิธีการประเมินสำหรับการประเมิน ผลการปฏิบัติงานของข้าราชการทั่วไป และการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการผู้ทดลองปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงานที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง

                   2. ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานจังหวัด จัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 1.

                   3. ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยนำแบบประเมินไปใช้

                   4. การ ศึกษาและวิเคราะห์ผลการใช้ รวมถึงข้อบกพร่องของแบบประเมิน และวิธีการประเมิน เพื่อการปรับปรุงให้การประเมินผลการปฏิบัติงานให้มีความสมบูรณ์

                   ความคืบหน้าของการดำเนินงานของคณะทำงานในการเตรียมการสำหรับการนำระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบใหม่มาใช้นี้ กองการเจ้าหน้าที่ สป. จะประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการทราบเป็นระยะต่อไป

 

                                               

กองการเจ้าหน้าที่ สป.

กลุ่มงานสรรหารและประเมินบุคคล

มีนาคม 2552
ที่มา จากเว็บไซด์ http://www.personnel.moi.go.th/Site_3.htm



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนองแหวน วันที่ : 27/09/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localmaesai

สวัสดี ตอนบ่ายๆ เช่นกันครับ มีบทความ วรรณกรรม คำพูดโดนใจ มากมายในเว็บบล็อก แต่ทำตาม....วิธีการ add favorite blog ยังไม่สามารถทำลิงค์ได้ อย่างไรแล้วจะขออนุญาต เข้าไปเยี่ยมชม อีกนะครับ

http://www.oknation.net/blog/yipphanchan

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 27/09/2009 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน