*/
  • โฮย่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-04-01
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 153046
  • จำนวนผู้โหวต : 65
  • ส่ง msg :
  • โหวต 65 คน
คุณชื่นชอบอดีตนายกรัฐมนตรีท่านใดมากที่สุด
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
12 คน
พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
1 คน
นายอานันท์ ปันยารชุน
6 คน
นายชวน หลีกภัย
25 คน
นายบรรหาร ศิลปอาชา
0 คน
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
1 คน
พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
20 คน
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
5 คน

  โหวต 70 คน
วันพุธ ที่ 15 สิงหาคม 2555
Posted by โฮย่า , ผู้อ่าน : 12512 , 23:08:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Surakant , BlueHill โหวตเรื่องนี้

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงวันหยุดยาววันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไป

เยือน สปป.ลาว อีกครั้ง หลังจากที่เคยได้พำนักอยู่ที่นั่น 3 เดือน เมื่อปี 2553

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้อัพบล็อกเลย ไม่งั้นคงจะได้เขียนเล่าเรื่อง

ราวของผู้คนและบ้านเมืองที่นั่นอย่างมากมาย เอาเป็นว่าคราวนี้ กลับไปย้อนรอย

เมืองลาวในรอบ 2 ปีอีกครั้ง ครั้งนี้ ตั้งใจจะไปพักผ่อน ณ เมืองวังเวียง ที่ถูกขนาน

นามว่า "กุ้ยหลินเมืองลาว" ที่อยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะโฮย่าชอบบรรยากาศ

การพักผ่อนในสถานที่ที่มีบ้านพักติดแม่น้ำ มีภูเขา คล้ายๆ เมืองปาย 

จ.แม่ฮ่องสอน ของเรา เลยเลือกจะกลับมาที่วังเวียงอีกครั้ง เป็นเมืองที่มนต์เสน่ห์

ไม่เสื่อมคลายจริงๆ ค่ะ :)


การเดินทางครั้งนี้ ออกเดินทางเมื่อวันที่ 2 มิย 55 โดยสายการบินนกแอร์ 

ในไฟลท์เช้า 9 โมง ประมาณ 10 โมงเครื่องก็ลงที่สนามบินอุดรธานี หลังจากนั้น

 ก็นั่งรอให้เพื่อนคนลาวมารับ และจะขับรถมุ่งหน้าจากอุดรธานี ไปเมืองวังเวียง

เลย ก็นั่งรออยู่ชั่วโมงนึง จึงได้ออกจากสนามบิน (ประมาณ 11 โมงแล้ว) 

เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากเป็นวันหยุด จุดตรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงมีคน

มากเป็นพิเศษ ทำให้การพิธีการต่างๆ ค่อนข้างช้า พอเรามาถึงหนองคาย จะข้าม

ฝั่งไปฝั่งลาว ก็ต้องตรวจเอกสารกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหามาก จะมีปัญหาก็

เฉพาะเรื่องรถ ที่ต้องใช้เอกสารและขั้นตอนยุ่งยากซักหน่อย แต่ก็ผ่านไปด้วยดี 

จนกระทั่งข้ามมาฝั่งลาวได้ ก็เลยแวะไปหาอาหารเที่ยงทานในตัวเมืองเวียงจันทน์

ก่อนที่จะออกเดินทาง

 

มื้อแรกของวันนี้ ทานกันง่ายๆ ค่ะ เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ดูหน้าตาจืดๆ แต่น้ำซุปอร่อยดี

ราคาชามละ 15,000 กีบ หรือ 60 บาท (วิธีคิดแปลงเงินจากเงินกีบเป็นเงินบาท

ง่ายๆ ค่ะ ราคาเงินกีบเท่าไหร่ ตัด 0 ข้างหลังออก 3 ตัว แล้วเลขที่เหลือคูณ 4

ก็จะได้ราคาสินค้าเป็นเงินไทยค่ะ)


หลังจากเตรียมท้องเสร็จแล้ว เราก็เตรียมตัวมุ่งหน้าสู่วังเวียง 

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเดินทางดังนี้ค่ะ

ที่ตั้ง พิกัดสถานที่ตั้งอยู่บนเส้นทางหมายเลข 13 เหนือ (Route 13 North) 

ห่างจากเนครหลวงเวียงจันทร์ประมาณ 154 กิโลเมตร และห่างจาก

เมืองหลวงพระบาง 210 กิโลเมตร ตัวเมืองวังเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง

สปป.ลาว เค้าขับรถคนละเลนกับบ้านเรานะคะ นั่งยังไงก็ยังไม่ชิน แถมรถยนต์

ที่นั่นเค้าก็ขับพวงมาลัยซ้ายกันค่ะ เลยยิ่งไม่ชินกันใหญ่เลย ^^"


ระหว่างนั่งรถไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกเหมือนใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ ได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยๆ

ของที่นั่น รูปด้านบนที่เห็นคือบริเวณ ขัวหินเหิบ หรือ สะพานหินเหิบ 

(Hinheup Bridge) ตั้งอยู่ที่บ้านหินเหิบ ซึ่งเป็นสะพานปูนที่สร้างใหม่ขนานกับ

สะพานเก่า ซึ่งสะพานเก่าแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติในลาวค่ะ

ตามประวัติศาสตร์ของการ ปฏิวัติในลาว บ้านหินเหิบถือเป็นจุดสำคัญ

ของสมรภูมิรบครั้งนั้น เพราะ เมื่อสะพานที่หินเหิบได้ถูกทำลายลง ทหารฝ่ายซ้าย

ต้องขึงลวดสลิง ข้าม “ลำน้ำบาก” ที่บ้านหินเหิบไปทีละคน จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์

หลักของการ ขนส่งกำลังทหารและเสบียงจาก เชียงขวางและวังเวียงสู่เวียงจันทน์

นอกจากนี้ เพื่อนชาวลาวยังเล่าว่า น่าจะเป็นจุดที่มีการลงนามสัญญาหยุดรบ

กันอีกด้วยคะ (ต้องเช็คข้อมูลประวัติศาสตร์กันอีกทีค่ะ)


เราใช้เวลาอยู่บนรถนานมากค่ะ เพราะมัวแต่ขับรถถ่ายรูปชมวิวไปเรื่อย เลยคาดว่า

2 ชั่วโมงคงไม่ถึงวังเวียงแล้วล่ะค่ะ น่าจะเป็น 4 ชั่วโมง รูปที่เห็นนี้ 

เป็นบริเวณภูเขาหัวโล้น ซึ่งได้มีการจุดไฟเผาเพื่อให้ที่ดินโล่งเตียน เห็นมีกลุ่ม

คนลาว 2-3 คนกำลังถางหญ้ากันอยู่ ไม่แน่ใจว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หรือบุกรุก

ก็ได้แต่แอบเสียดายในจุดที่ป่าไม้ถูกทำลายไป


เราขับกันมาเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่า วังเวียงใกล้เข้ามาแล้วค่ะ 

(แต่หลวงพระบางอีกไกลมาก)


อีกเพียง 27 กม. ก็จะเข้าเขตเมืองวังเวียงแล้ว แต่เนื่องจากเส้นทางที่ค่อนข้าง

คดเคี้ยว เป็นภูเขา ทำให้การเดินทางของเราช้ากว่าที่คาดไว้


ในที่สุดเราก็เข้าเขตเมืองวังเวียงค่ะ ถึงไม่มีป้าย จุดสังเกตง่ายๆ ก็คือ 

ภูเขาข้างหน้าค่ะ ที่ทอดตัวเรียงติดกัน ลักษณะคล้ายภูเขาเมืองกุ้ยหลินนั่นเองค่ะ

(จริงๆ ไม่เคยไปกุ้ยหลินค่ะ ไม่รู้ว่าประมาณนี้หรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ)

เรามาถึงประมาณ 17.30 น. ยังโชคดีที่ฟ้ายังไม่มืด ส่วนโรงแรมที่พัก

ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป็น Low season ห้องพักส่วนใหญ่ไม่เต็ม

คืนแรกเลยเลือกที่พักเป็น The Elephant Crossing Hotel ถือเป็นโรงแรมสวย

และสะดวกสบายในเมืองวังเวียงโรงแรมหนึ่ง ที่พักติดริมน้ำ บรรยากาศดี

มี wi-fi ราคาที่พักต่อคืนประมาณ 1200 บาท 


ห้องอาหารติดริมแม่น้ำซอง


แม่น้ำซองในช่วงฤดูฝนค่ะ น้ำหลากและเชี่ยวมาก เป็นสีส้มๆ ด้วย (ภาพนี้ถ่ายจาก

ไอพอด เลยไม่ค่อยชัดนะคะ) หลังจากเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อย 

เราก็เริ่มต้นสำรวจเมืองวังเวียงอีกครั้ง หลังจากที่โฮย่าเคยมาที่นี่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว


เมืองวังเวียงไม่เคยเงียบเหงาค่ะ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอด

โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวฝรั่ง ภาพรีสอร์ท โรงแรม ทั้งที่กำลังก่อสร้าง

และปรับปรุงใหม่ เลยมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้น เพื่อต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยว

ที่คาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น จะว่าไปแล้ว เมืองวังเวียง อาจจะเหมือนปายบ้านเรา

ตรงที่จุดเริ่มต้นความนิยมชมชอบ น่าจะมาจากฝรั่ง เมื่อฝรั่งมาเที่ยวเยอะ

เราก็เลยมาเที่ยวตามเค้า ... โฮย่าว่าแบบนั้นนะคะ :)


เมืองวังเวียงเอง จุดดึงดูดสำคัญที่ทำให้มีฝรั่งมาเที่ยวเยอะ น่าจะเป็นการลอย

ห่วงยาว ลอยไปตามลำน้ำซอง ถือเป็นจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็ว่าได้

เพราะฝรั่งทุกคนที่มาที่นี่ เป็นต้องมาลอยห่วงยาง ลอยขอนไม้ พายเรือแคนู

ในช่วงที่น้ำหลากเช่นนี้


 

รูปล่างนี้คงจะบรรยายชีวิตสุดขีดของกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ดีค่ะ

เหล้ายาปลาปิ้ง + กลิ่นควัน ตลบอบอวลเลยล่ะค่ะ ^^"


สำหรับมื้อเย็นวันนี้ ถ้ามาเที่ยววังเวียงแล้ว ต้องไม่พลาดลิ้มลองอาหารที่ร้านดัง

แห่งนี้ ชื่อ ร้านชนะไชย (ซะนะไซย - Xanaxay) มีอาหารนานาชาติเลยค่ะ

ลูกค้าแน่นทุกวันค่ะ ร้านปิดประมาณ 5 ทุ่มค่ะ



เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด ก็คือ ส้มตำลาวค่ะ ส้มตำเมืองลาวจะใส่กะปิด้วย

คิดว่าหลายๆ คนน่าจะเคยลองนะคะ


ขอลองช็อตซักหน่อยคะ


หลังจากทานอาหารคาวแล้ว วังเวียงยังมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดที่ต้องลองค่ะ

นั่นคือ โรตี ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมาวังเวียง แล้วต้องทานโรตีด้วย

เห็นขายกันหลายร้านเลยค่ะ เลยลองซะหน่อย ล้างปาก ^^,


ราคาแผ่นละ 10,000 กีบ หรือ 40 บาทค่ะ ก็ถือว่าแพงนะคะ

จริงๆ แล้วค่าครองชีพที่เมืองลาวไม่ถูกเลยนะคะ ถ้าใครคิดจะมาเที่ยวเมืองลาว

ก็คงต้องทำใจยอมรับกับราคาอาหารซักนิด ที่อาจจะแพงกว่าบ้านเรา

แต่ราคาก็ไม่ได้แพงกว่ากันมากค่ะ ถือว่าเรามากระจายรายได้ที่นี่



น่าทานไม๊ค่ะ :D


หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว ค่ำคืนนี้ ยังอีกยาวไกลค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว เมืองวังเวียง

มีแหล่งที่เรียกว่าสถานบันเทิงให้เราได้ไปผ่อนคลายกันค่ะ เป็นผับบาร์แบบธรรมชาติ

โฮย่าแอบเข้าไปสำรวจ บรรยากาศคล้าย full moon party ยังไงยังงั้นเลยค่ะ

มีแต่ฝรั่ง และถือถังน้ำแข็งคนละใบพร้อมหลอดดูด เครื่องดื่มคงไม่ต้องพูดถึงค่ะ

ว่ามันคืออะไร เอาเป็นว่าลองมาแล้ว เวียนหัวจริงๆ ค่ะ แต่ไม่ได้เอารูปมาลงนะคะ

เดี๋ยวเยาวชนเห็นแล้วจะไม่ดี อิอิ


หลังจากปาร์ตี้เมื่อคืน ตื่นมาด้วยอาการมึนๆ เลยต้องอาหารอาหารทานแก้แฮงค์

นึกไม่ออกว่าจะทานไรดี เพราะเป็นมื้อสายๆ เกือบเที่ยงแล้ว เลยแวะสั่งส้มตำค่ะ



หน้าตาดูน่ารับประทานนะคะ แต่รสชาดวันนั้นมันดูแย่ๆ ไปหน่อย ท้องไม่ค่อยรับ

เลยแวะไปที่ร้านหลวงพระบางเบเกอรี่ค่ะ (ดูไฮโซขึ้นมานิด ^^)


ร้านนี้จะขึ้นชื่อทางอาหารยุโรป และเบเกอรี่ค่ะ สไตล์การตกแต่งน่ารักดี 

ชื่อร้านก็ดูเหมือนเราน่าจะอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง แต่จริงๆ แล้ว

คงเป็นสาขาของเค้าค่ะ เพราะที่หลวงพระบางมีร้านหลวงพระบางเบเกอรี่ที่นั่นด้วย

หลังจากทานอาหารเสร็จ ทีแรกตั้งใจว่าจะกลับเวียงจันทน์ แต่ดูมาเที่ยวไม่คุ้ม

ก็เลยตัดสินใจอยู่วังเวียงอีก 1 คืนค่ะ จริงๆ อยู่สัก 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน

ก้ไม่เบื่อเลยสำหรับเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เช่นนี้

คืนนี้เปลี่ยนที่พักใหม่ วิวใหม่ ราคาใหม่ อยู่ที่คืนละ 800 บาท (ความจำสั้น

ชั่วคราว จำชื่อที่พักไม่ได้ซะงั้น)


เมืองวังเวียงเป็นเมืองเล็กๆ อากาศดี ผู้คนไม่วุ่นวาย ร้านอาหารมีให้เลือกเยอะ

ผู้คนน่ารัก เป็นมิตร ถ้าขับรถไปนอกเมือง เราก็จะเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

ของคนลาว ซึ่งดำเนินชีวิตไปอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ ทำให้เรารู้สึกว่า เราเดินช้าลง

เนื่องจากการใช้ชีวิตทำงานในเมืองหลวงที่เราต้องเจอสารพัดปัญหารุมเร้า

ทำให้รู้สึกว่าเข็มนาฬิกาในชีวิตเราเดินเร็วมาก บางครั้ง เราพลาดโอกาส

ที่จะได้มองสิ่งสวยงามแบบพิเคราะห์พิจารณา อย่างช้าๆ



แต่การมาเที่ยวเมืองวังเวียง การที่เรามีหนังสือสักเล่ม ไอพอดฟังเพลง 1 เครื่อง 

แล้วนอนทอดตัวอ่านหนังสือ ชมวิวจากที่พัก ใช้ชีวิตช้าๆ ดูบ้าง

ก็มีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ เพราะบางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมชีวิตเราถึงต้อง

เร่งรีบขนาดนี้




หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่ ณ เมืองวังเวียงเป็นเวลา 2 คืน ก็ได้เวลากลับ

และจะต้องทำเวลากลับเมืองเวียงจันทน์ให้ถึงโดยเร็ว เพราะโฮย่าต้องข้ามฝั่ง

มาไทย เพื่อมาต่อรถทัวร์ที่หนองคายกลับกรุงเทพ เนื่องจากไม่ได้จองตั๋วเครื่องฯ

ขากลับไว้ ก็เลยขับรถทำเวลากันน่าดู ออกจากวังเวียงเที่ยงแล้ว กะเวลาว่า 4 ชม.

ถึงเวียงจันทน์แน่นอน 


ยังไม่ลืมที่จะแวะเก็บรูปความเขียวขจีของเมืองลาวอีกรูป ^^

ประมาณ 4 โมงก็ถึงเวียงจันทน์ค่ะ กะเวลาไว้อย่างแม่นยำ ไหนๆ ก็มาถึงถิ่นเก่า

ที่เคยพำนักเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เลยต้องแวะมาเยือนสวนสาธารณะริมโขงซะหน่อย

เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว การปรับปรุงภูมิทัศน์สวนธารณะยังไม่แล้วเสร็จ โฮย่า

เลยไม่มีโอกาสได้มาเคารพรูปปั้นอนุสาวรีย์ของท้าวอนุวงศ์ ครั้งนี้เลยไม่พลาด


สวนสาธารณะแห่งนี้ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองลาว ที่นักท่องเที่ยว

ทุกคนที่ได้แวะมา ต้องมาถ่ายรูปตรงจุดนี้




 


หลังจากสักการะบูชาอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ เรียบร้อย ก็รีบทำเวลาเพื่อข้ามฝั่ง

กลับไทยค่ะ เพราะยังไม่มีตั๋วเดินทาง แต่การจราจรไม่เป็นใจเอาซะเลย

เมืองหลวงเวียงจันทน์วันนี้ รถติดซะแล้วค่ะ 


กว่าจะหลุดรถติดมาได้ ก็ต้องขับอ้อมไปวนมา เวียงจันทน์วันนี้ ไม่ต่างอะไรจาก 

กทม. เลยค่ะ วันธรรมดาตอนเช้าและหลังเลิกงาน รถติดแน่นเอี๊ยดยาวเลย


สรุปว่าจบทริปนี้ไปด้วยความทุกลักทุเลพอสมควรค่ะ เพราะกว่าจะฝ่ารถติดไปได้

ข้ามด่านไปก็ต้องนั่งรถตู้รับจ้างเพื่อไปขนส่ง แต่ตั๋ว ป.1 เต็มหมดเลย

ต้องนั่งรถ ป.2 กลับมา เป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะไม่เคยนั่งรถทัวร์ ป.2

ที่มีที่นั่งเสริมแถวกลาง นั่งหลับกันหลังขดหลังแข็งกว่าจะมาถึง กทม.

เอาเป็นว่า ความประทับใจอยุ่ที่เมืองวังเวียงค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 

และเชื่อๆ ว่า คงจะมีครั้งที่ 3, 4, 5 .... ตามมาอีกเรื่อยๆ 

แม้วังเวียงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่หากใครได้มาเที่ยว รับรองจะติดใจ ประทับใจ

แน่นอนค่ะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชนากานต์50 วันที่ : 20/08/2012 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanakan50

ถ้ามีโอกาสไปเที่ยว จะมาขอข้อมูลที่ท่องเที่ยวครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
โฮย่า วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MPA15
Hoya

@ คุณ khunphai คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าค่าครองชีพเมืองลาวถูก แต่จริงๆ บ้านเราถูกกว่าเยอะค่ะ
@ คุณย่าดา ต้องลองไปเที่ยวจริงๆ ด้วยนะคะ รับรองว่าประทับใจแน่นอน ^^

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ย่าดา วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

วังเวียงยังไม่เคยไปค่ะ ขอเที่ยวผ่านบล๊อกนี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
khunphai วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 18.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ก๋วยเตี๋ยว ราคาชามละ 15,000 กีบ ไผ่ว่าก็กินได้นะ เพราะไม่ใ่ช่บ้านเรา ขนาดบ้านไผ่ก๋วยเตี๋ยวปลาแพงเหมือนกันคะ 50 บาทแนะ อร่อย บรรยากาศดีเชียวคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โฮย่า วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MPA15
Hoya

@ คุณ vipada อาหารเมืองลาวขั้นต่ำอยู่ที่จานละ 10,000-15,000 กีบ ถือว่าแพงค่ะ
@ คุณชาลี นึกอยากลอยห่วงยางเหมือนกันค่ะ แต่น้ำเชี่ยวดูน่ากลัว ^^"

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เคยไปล่องห่วงยางที่วัีงเวียง
สนุกมาก แต่ก็ร้อนเหลือเกินครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vipada วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vipada

ก๋วยเตี๋ยวน่าทานมากเลยค่ะ...แต่แพงจัง 60 บาท

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน