• มหาบ้านดอน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : taninikh@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-11-21
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 136369
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
วิชาการด้านพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา,ปรัชญา,บูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสนาสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Mahabandon
วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
Posted by มหาบ้านดอน , ผู้อ่าน : 28265 , 22:35:29 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

กระทู้ธรรม  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๘.๓๐ น.

 

 

ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.

เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.

                                                ที. มหา. ๑๐/๑๕๙. ขุ.อุ. ๒๕/๒๑๕

--------------------

 

        แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

        ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

--------------------

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๓.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑.  ผู้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีธรรมอะไร ?

        ก. ธรรมมีอุปการะมาก                           ข. ธรรมอันทำให้งาม

        ค. ธรรมเป็นโลกบาล                             ง. ธรรมเป็นเครื่องเจริญ

        คำตอบ : ก                                     

๒.  การรณรงค์เรื่องเมาไม่ขับ ส่งเสริมให้มีธรรมข้อใด ?

        ก. สติ                                              ข. สัมปชัญญะ

        ค. ขันติ                                            ง. โสรัจจะ

        คำตอบ : ก                                     

๓.  ถ้าสติเปรียบเหมือนดวงไฟ สัมปชัญญะจะเปรียบเหมือนอะไร ?

        ก. ควันไฟ                                         ข. แสงไฟ

        ค. คนจุดไฟ                                       ง. เชื้อไฟ

        คำตอบ : ข                                     

๔.  คนขาดศีลธรรม เพราะไม่มีธรรมใดเป็นพื้นฐาน ?

        ก. สติ สัมปชัญญะ                               ข. ขันติ โสรัจจะ

        ค. หิริ โอตตัปปะ                                  ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ค                                     

๕.  คนมีโอตตัปปะมีลักษณะเช่นไร ?

        ก. กลัวถูกลงโทษ                                ข. กลัวเสียชื่อเสียง

        ค. กลัวตกนรก                                   ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง                                     

๖.  ผู้มุ่งให้กาย วาจา ใจงดงาม ควรประพฤติธรรมอะไร ?

        ก. สติ สัมปชัญญะ                               ข. ขันติ โสรัจจะ

        ค. หิริ โอตตัปปะ                                  ง. กตัญญู กตเวที

        คำตอบ : ข

๗.  ความงามอะไร ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ?

        ก. งามเสื้อผ้าอาภรณ์                             ข. งามรูปร่างหน้าตา

        ค. งามกิริยามารยาท                             ง. งามคุณธรรม

        คำตอบ : ง

๘.  เป็นเรืออย่าทิ้งท่า เป็นเสืออย่าทิ้งป่า สอนให้มีธรรมอะไร ?

        ก. สติ สัมปชัญญะ                               ข. กตัญญู กตเวที

        ค. หิริ โอตตัปปะ                                  ง. ขันติ โสรัจจะ

        คำตอบ : ข

๙. บุพพการี ชื่อว่าหาได้ยาก เพราะถูกอะไรครอบงำ ?

        ก. ความไม่รู้                                     ข. ความตระหนี่

        ค. ความโกรธ                                    ง. ตัณหา

        คำตอบ : ข

๑๐. ชาวพุทธควรยึดถืออะไรเป็นที่พึ่งที่ระลึก ?

        ก. ไตรปิฎก                                      ข. ไตรลักษณ์

        ค. ไตรรัตน์                                       ง. ไตรสิกขา

        คำตอบ : ค

๑๑. ที่เรียกว่าพระพุทธศาสนานั้น หมายถึงอะไร ? 

        ก. พระรัตนตรัย                                 ข. พระธรรมวินัย

        ค. ไตรสิกขา                                     ง. พระปาติโมกข์

        คำตอบ : ข

๑๒. พระธรรม คืออะไร ?

        ก. ระเบียบข้อบังคับ                              ข. ธรรมชาติ

        ค. คำสั่งสอน                                      ง. คำตักเตือน

        คำตอบ : ค

๑๓. คำสอนที่เป็นหลักการในพระพุทธศาสนา ตรงกับข้อใด ?

        ก. โอวาท ๓                                       ข. สิกขา ๓

        ค. สุจริต ๓                                       ง. ปิฎก ๓

        คำตอบ : ก

๑๔. การเว้นจากทุจริตทั้งปวง เป็นคำสอนในลักษณะใด ?

        ก. ทาน                                           ข. ศีล

        ค. ภาวนา                                        ง. ปัญญา

        คำตอบ : ข

๑๕. คำพูดที่ทำให้ผู้ฟังเจ็บช้ำใจหรือบันดาลโทสะ ตรงกับข้อใด ?

        ก. คำเท็จ                                         ข. คำหยาบ

        ค. คำส่อเสียด                                   ง. คำเพ้อเจ้อ

        คำตอบ : ข

๑๖. วจีสุจริตข้อใด ส่งเสริมให้เกิดความสมานฉันท์ ? 

        ก. ไม่พูดเท็จ                                    ข. ไม่พูดคำหยาบ

        ค. ไม่พูดส่อเสียด                               ง. ไม่พูดเพ้อเจ้อ

        คำตอบ : ค

๑๗. เห็นอย่างไร ชื่อว่าเห็นไม่ผิดจากคลองธรรม ? 

        ก. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ                               ข. บุญบาปไม่มี

        ค. พ่อแม่ไม่มีคุณ                              ง. ดีเองชั่วเอง

        คำตอบ : ก

๑๘. คนขายยาบ้า เพราะมีอะไรเป็นมูล ?

        ก. โลภะ                                           ข. โทสะ

        ค. โมหะ                                         ง. ราคะ

        คำตอบ : ก

๑๙. ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะของโทสะ ?

        ก. กลุ้มใจ เสียใจ                               ข. รำคาญ หงุดหงิด

        ค. โกรธ เกลียด                               ง. อยากได้ งมงาย

        คำตอบ : ง

๒๐. มีโทษมากและคลายช้า คือข้อใด ?

        ก. โลภะ                                           ข. โทสะ

        ค. โมหะ                                           ง. ราคะ

        คำตอบ : ค

๒๑. อโลภะ เป็นมูลของอะไร ?

        ก. ทาน                                            ข. ศีล

        ค. ภาวนา                                         ง. เมตตา

        คำตอบ : ก

๒๒. คนเช่นไร ชื่อว่าสัตบุรุษ ? 

        ก. รู้จักทำมาหากิน                              ข. ขยันไม่เกียจคร้าน

        ค. มีน้ำใจแบ่งปัน                               ง. ทำดี พูดดี คิดดี

        คำตอบ : ง

๒๓.เสียสละ ถือบวช ดูแลบิดามารดา เป็นธรรมหมวดใด ?

        ก. อปัณณกปฏิปทา                            ข. สัปปุริสบัญญัติ

        ค. บุญกิริยาวัตถุ                               ง. สามัญลักษณะ

        คำตอบ : ข

๒๔. ความสุขกายสุขใจ เกิดจากการบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุข้อใด ?

        ก. ให้ทาน                                         ข. รักษาศีล

        ค. เจริญภาวนา                                  ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๒๕. ข้อใด เป็นเหตุให้เกิดสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ?

        ก. สั่งสมความสุข                               ข. สั่งสมบุญ

        ค. สั่งสมความรู้                                ง. สั่งสมทรัพย์

        คำตอบ : ข

๒๖. ความเจริญและความเสื่อมของบุคคล ขึ้นอยู่กับอะไร ?

        ก. การศึกษา                                     ข. การปฏิบัติ

        ค. การมีบริวาร                                  ง. การมีทรัพย์

        คำตอบ : ข

๒๗. คนเช่นไร ไม่สามารถจะทรงความเที่ยงธรรมไว้ได้ ?

        ก. มีเมตตากรุณา                               ข. กล้าได้กล้าเสีย

        ค. มีใจเด็ดเดี่ยว                                ง. มีความลำเอียง

        คำตอบ : ง

๒๘. ให้รางวัลแก่คนไม่ควรให้เพราะเสน่หา จัดเป็นอคติข้อใด ? 

        ก. ฉันทาคติ                                      ข. โทสาคติ

        ค. โมหาคติ                                       ง. ภยาคติ

        คำตอบ : ก

๒๙. ผิดพลาดไปแล้ว พยายามกลับตัวเป็นคนดี ตรงกับข้อใด ? 

        ก.  สังวรปธาน                                 ข. ปหานปธาน

        ค. ภาวนาปธาน                                ง. อนุรักขนาปธาน

        คำตอบ : ข

๓๐. จงรักษาความดี ดุจเกลือรักษาความเค็ม ตรงกับข้อใด ?

        ก.  สังวรปธาน                                 ข. ปหานปธาน

        ค. ภาวนาปธาน                                ง. อนุรักขนาปธาน

        คำตอบ : ง

๓๑. จาคะ ในอธิษฐานธรรม มีความหมายว่าอย่างไร ?

       ก. แบ่งปันสิ่งของแก่ผู้ประสบภัย

       ข. สละทรัพย์สร้างสวนสาธารณะ

       ค. สละสิ่งเป็นข้าศึกความจริงใจ

       ง. บริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย

       คำตอบ : ค

๓๒. จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เพราะมีธรรมหมวดใด ?  

                ก. จักร ๔                                        ข. อิทธิบาท ๔

                   ค. วุฒิ ๔                                         ง. ปธาน ๔

                   คำตอบ : ข

๓๓. หมั่นทบทวนหาเหตุผลในสิ่งที่ทำ ตรงกับข้อใด ?

        ก. ฉันทะ                                          ข. วิริยะ

      ค. จิตตะ                                        ง. วิมังสา

        คำตอบ : ง

 

 

๓๔. ควรแผ่พรหมวิหารข้อใด ไปยังสัตว์ผู้มีทุกข์ ?

ก. เมตตา                                         ข. กรุณา

ค. มุทิตา                                         ง. อุเบกขา

คำตอบ : ข

๓๕. ในการพิจารณาคดีความ ควรยึดธรรมข้อใดเป็นหลัก ?

       ก. เมตตา                                          ข. กรุณา

       ค. มุทิตา                                           ง. อุเบกขา

        คำตอบ : ง

๓๖. อริยทรัพย์ หมายถึงทรัพย์ในข้อใด ?

       ก. ทรัพย์ภายนอก                               ข. ทรัพย์ภายใน

       ค. ทรัพย์สิน                                      ง. ทรัพย์มรดก

        คำตอบ : ข

๓๗. ข้อใด เป็นอนันตริยกรรม ?

        ก. เผาโรงเรียน                                  ข. ทำลายทรัพย์สิน

        ค. ทำร้ายร่างกาย                              ง. ทำสงฆ์ให้แตกกัน

        คำตอบ : ง

๓๘. ข้อใด ไม่นับเข้าในอานิสงส์ของการฟังธรรม ?

        ก. ได้ความเพลิดเพลิน                       ข. ได้ฟังเรื่องใหม่ ๆ

        ค. มีจิตใจผ่องใส                              ง. บรรเทาความสงสัย

        คำตอบ : ก

๓๙. สติในพละ ๕ เปรียบเทียบได้กับข้อใด ? 

      ก. เรือ                                         ข. หางเสือเรือ

      ค. คนพายเรือ                                   ง. ท่าจอดเรือ

        คำตอบ : ข

๔๐. สังขารในขันธ์ ๕ ตรงกับข้อใด ?

        ก. การรับรู้อารมณ์                             ข. ความคิดปรุงแต่ง

        ค. สิ่งที่มีใจครอง                               ง. สิ่งที่มองเห็นได้

        คำตอบ : ข

๔๑. รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา ภายหน้าเติบใหญ่ได้งานทำ ตรงกับข้อใด ? 

        ก. เคารพในพระพุทธเจ้า                     ข. เคารพในพระสงฆ์

       ค. เคารพในการศึกษา                       ง. เคารพในหน้าที่

        คำตอบ : ค

๔๒. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ จัดเข้าในสัปปุริสธรรมข้อใด ?  

        ก. รู้จักตน                                        ข. รู้จักประมาณ

        ค. รู้จักชุมชน                                    ง. รู้จักบุคคล

        คำตอบ : ง

๔๓. ช้าเสียการ นานเสียกิจ จัดเข้าในสัปปุริสธรรมข้อใด ?

        ก. รู้จักเหตุ                                      ข. รู้จักผล

        ค. รู้จักกาล                                       ง. รู้จักประมาณ

        คำตอบ : ค

๔๔. จน เครียด กินเหล้า แล้วไม่ทำงาน จัดเป็นคนเช่นไร ? 

        ก. เกียจคร้าน                                  ข. เจ็บป่วย

        ค. ตกงาน                                        ง. สิ้นหวัง

        คำตอบ : ก

๔๕. ต่อหน้าสรรเสริญ ลับหลังนินทา เป็นลักษณะของมิตรเทียมประเภทใด ? 

        ก. คนปอกลอก                                 ข. คนดีแต่พูด

        ค. คนหัวประจบ                                ง. คนชักชวนให้ฉิบหาย

        คำตอบ : ค

๔๖. มิตรเทียมเช่นไร ควรหลีกหนีให้ไกลสุด ? 

ก. คนปอกลอก                                  ข. คนหัวประจบ

       ค. คนดีแต่พูด                                   ง. คนชักชวนให้ฉิบหาย

       คำตอบ : ง

๔๗. ห้ามชั่ว แนะดี ชี้ทางสวรรค์ เป็นมิตรประเภทใด ?

        ก. มิตรมีอุปการะ                               ข. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์

        ค. มิตรแนะประโยชน์                          ง. มิตรมีความรักใคร่

        คำตอบ : ค

๔๘. การช่วยเหลือประโยชน์ส่วนรวม ตรงกับสังคหวัตถุข้อใด ?

        ก. ทาน                                         ข. ปิยวาจา

        ค. อัตถจริยา                                  ง. สมานัตตตา

        คำตอบ : ค

๔๙. ครูอาจารย์ ได้แก่บุคคลในทิศใด ?  

        ก. ทิศเบื้องขวา                                  ข. ทิศเบื้องซ้าย

        ค. ทิศเบื้องหน้า                                 ง. ทิศเบื้องหลัง

        คำตอบ : ก

๕๐. อยู่เลี้ยงกาย ตายเลี้ยงวิญญาณ เป็นหน้าที่ของใคร ?

        ก. บิดามารดา                                  ข. บุตรธิดา

        ค. ครูอาจารย์                                    ง. มิตรสหาย

        คำตอบ : ข

***  ***  ***

 

 

เฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๔.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑. ชมพูทวีปตั้งอยู่ในทิศใดของประเทศไทย ?

        ก. ทิศเหนือ                                      ข. ทิศตะวันออก

        ค. ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ                    ง. ทิศตะวันออกเฉียงใต้

             คำตอบ : ค

๒. มัชฌิมประเทศ หมายถึงส่วนใดของประเทศ ?

        ก. ส่วนภายนอก                                ข. ส่วนภายใน

        ค. ส่วนปลายแดน                              ง. ส่วนกลาง

             คำตอบ : ง

๓. ชนชาติอริยกะ หมายถึงชนชาติใด ?

        ก. ชนชาติด้อยพัฒนา                          ข. ชนชาติเร่งพัฒนา

        ค. ชนชาติกำลังพัฒนา                         ง. ชนชาติพัฒนาแล้ว

             คำตอบ : ง

๔. ผู้ศึกษาด้านศิลปะ กสิกรรม และพาณิชยกรรม คือพวกใด ?

        ก. กษัตริย์                                        ข. พราหมณ์

        ค. แพศย์                                         ง. ศูทร

             คำตอบ : ค

๕. ที่ชื่อว่าสักกชนบท เพราะเหตุอะไร ?

        ก. ตั้งอยู่ในดงไม้สักทอง                      ข. ตั้งอยู่ดงไม้สักกะ

        ค. ตั้งอยู่ในเขตท้าวสักกะ                     ง. ตั้งอยู่ในเขตฤาษี

             คำตอบ : ข

๖. ต้นตระกูลศากยวงศ์ คือใคร ?

        ก. พระเจ้าชยเสนะ                             ข. พระเจ้าสีหหนุ

        ค. พระเจ้าอัญชนะ                              ง. พระเจ้าโอกกากราช

             คำตอบ : ง

๗. พระนางปชาบดี เป็นอะไรกับพระนางมายา ?

        ก. มารดา                                         ข. ธิดา

        ค. เชฏฐภคินี                                     ง. กนิฏฐภคินี

             คำตอบ : ง

๘. สิทธัตถกุมาร มีมหาปุริสลักษณะกี่ประการ ?

        ก. ๓๐ ประการ                                  ข. ๓๒ ประการ

        ค. ๓๓ ประการ                                 ง. ๓๘ ประการ

             คำตอบ : ข

๙. เหตุใด พระเจ้าสุทโธทนะทรงมอบพระโอรสแก่พระนางปชาบดี ?

       ก. พระนางมายาสิ้นพระชนม์                 ข. พระนางมายาทรงประชวร

        ค. พระนางมายาทรงออกบวช               ง. พระนางมายาบำเพ็ญพรต

             คำตอบ : ก

๑๐. เมื่อประสูติได้ ๕ วัน เชิญพราหมณ์ ๑๐๘ มาเพื่ออะไร ?

        ก. เฉลิมฉลอง                                   ข. ตรวจดวงชะตา

        ค. ทำพลีกรรม                                  ง. ขนานพระนาม

             คำตอบ : ง

๑๑. พระกุมารเริ่มศึกษาศิลปวิทยา เมื่อพระชนมายุได้กี่พรรษา ?

        ก. ๕ พรรษา                                     ข. ๖ พรรษา

        ค. ๗ พรรษา                                     ง. ๘ พรรษา

             คำตอบ : ค

๑๒. เกิดอะไรขึ้น เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเห็นเทวทูต ๓ ข้างต้น ?

        ก. เกิดความกลัว                                  ข. เกิดความเบื่อหน่าย

        ค. เกิดความสังเวช                                ง. เกิดความคิดออกบวช

             คำตอบ : ค

๑๓. เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงผนวชด้วยวิธีใด ?

        ก. อธิษฐานเพศ                                 ข. เอหิภิกขุ

        ค. ไตรสรณคมน์                                ง. ญัตติจตุตถกรรม

             คำตอบ : ก

๑๔. มหาบุรุษทรงบรรพชาแล้ว เสด็จประทับแรมอยู่ที่ไหน ?

        ก. อิสิปตนมฤคทายวัน                        ข. อนุปิยอัมพวัน

        ค. เวฬุวัน                                         ง. อัมพวัน   

             คำตอบ : ข

๑๕. หลังจากเสด็จออกบรรพชาแล้ว ทรงศึกษาในสำนักใคร ?

        ก. กาฬเทวิลดาบส                              ข. ครูวิศวามิตร

        ค. อาฬารดาบส                                 ง. อสิตดาบส

             คำตอบ : ค

๑๖. ทรงอดพระกระยาหาร ผ่อนเสวยวันละน้อย ๆ เป็นวาระที่เท่าไร ?

        ก. วาระที่ ๑                                     ข. วาระที่ ๒

        ค. วาระที่ ๓                                     ง. วาระที่ ๔

             คำตอบ : ค

๑๗. ปัญจวัคคีย์ หมายถึงใคร ?

        ก. บรรพชิต ๔ รูป                             ข. บรรพชิต ๕ รูป

        ค. บรรพชิต ๖ รูป                             ง. บรรพชิต ๗ รูป

             คำตอบ : ข

๑๘. การทรมานตนให้ลำบาก เรียกว่าอะไร ?

        ก. อัตตกิลมถานุโยค                           ข. กามสุขัลลิกานุโยค

        ค. ชาคริยานุโยค                                ง. ภาวนานุโยค

             คำตอบ : ก

๑๙. ปัญจวัคคีย์คิดว่าพระองค์คลายความเพียร... จึงหลีกไปที่ไหน ?

        ก. เวฬุวัน                                         ข. ลุมพินีวัน

        ค. อนุปิยอัมพวัน                               ง. อิสิปตนมฤคทายวัน

             คำตอบ : ง

๒๐. นางสุชาดา เป็นธิดาของใคร ?

        ก. กษัตริย์                                        ข. คหบดี

        ค. เศรษฐี                                         ง. กุฎุมพี

             คำตอบ : ง

๒๑. พระมหาบุรุษ เสด็จมาสู่ต้นพระศรีมหาโพธิในเวลาใด ?

        ก. เวลาเช้า                                        ข. เวลาเที่ยง

        ค. เวลาเย็น                                      ง. เวลาค่ำ

             คำตอบ : ค

๒๒. ใครถวายหญ้าคา แก่พระมหาบุรุษ ?

        ก. ตปุสสะ                                        ข. ภัลลิกะ

        ค. อุปกะ                                          ง. โสตถิยะ

             คำตอบ : ง

๒๓. พระมหาบุรุษบรรพชากี่ปี จึงได้ตรัสรู้ ?

        ก. ๕ ปี                                            ข. ๖ ปี

        ค. ๗ ปี                                           ง. ๘ ปี

             คำตอบ : ข

๒๔. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เมื่อพระชนมายุเท่าไร ?

        ก. ๑๖ พรรษา                                   ข. ๒๙ พรรษา

        ค. ๓๕ พรรษา                                   ง. ๔๕ พรรษา

             คำตอบ : ค

๒๕. พระนามว่า สัมมาสัมพุทโธ ตรงกับข้อใด ?

        ก. ผู้บริสุทธิ์จากกิเลส                          ข. ตรัสรู้เองโดยชอบ

        ค. ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน                        ง. ผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง

             คำตอบ : ข

๒๖. สัปดาห์ที่สอง พระผู้มีพระภาคประทับเสวยวิมุตติสุขที่ใด ?

        ก. ต้นอชปาลนิโครธ                           ข. ต้นมุจจลินท์

        ค. ต้นราชายตนะ                               ง. ต้นอัสสัตถะ

             คำตอบ : ก

๒๗. ปัญจวัคคีย์อุปฐากพระมหาบุรุษ ด้วยจุดประสงค์ใด ?

        ก. เพื่อเป็นสาวก                                ข. เพื่อทำตามคำสั่ง

        ค. เพื่อเป็นผู้ใกล้ชิด                            ง. เพื่อให้สั่งสอนตน

             คำตอบ : ง

๒๘. ใครถวายข้าวสัตตุผง สัตตุก้อน แก่พระศาสดา ?

        ก. มหานามะ อัสสชิ                            ข. วัปปะ ภัททิยะ

        ค. ตปุสสะ ภัลลิกะ                             ง. อุปกะ โสตถิยะ

             คำตอบ : ค

๒๙. ใครทูลอาราธนาพระพุทธเจ้า ให้โปรดสอนเวไนยสัตว์ ?

        ก. พกาพรหม                                    ข. ฆฏิการพรหม

        ค. มหาพรหม                                    ง. สหัมบดีพรหม

             คำตอบ : ง

๓๐. ที่สุด ๒ อย่างและทางสายกลาง  อยู่ในพระสูตรใด ?

       ก. เวทนาปริคคหสูตร                          ข. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

        ค. อาทิตตปริยายสูตร                         ง. อนัตตลักขณสูตร

             คำตอบ : ข

๓๑. “ใครเป็นศาสดาของท่าน ท่านชอบใจธรรมของใคร” ใครกล่าว ?

        ก. อุปติสสปริพาชก                            ข. โกลิตปริพาชก

        ค. ปิปผลิมาณพ                                 ง. ทีฆนขปริพาชก

             คำตอบ : ก

๓๒. โกลิตปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรม เพราะฟังธรรมจากใคร ?

        ก.  พระพุทธเจ้า                                 ข. อุปติสสปริพาชก

        ค.  พระอัสสชิ                                   ง. สัญชัยปริพาชก

             คำตอบ : ข

๓๓. พระสาวกออกไปประกาศพระศาสนาครั้งแรกกี่องค์ ?

        ก. ๕ องค์                                        ข. ๔๕ องค์

        ค. ๖๐ องค์                                      ง. ๖๑ องค์

             คำตอบ : ค

๓๔. อนาถปิณฑิกเศรษฐี เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่ไหน ?

        ก. ราชคฤห์                                       ข. สาวัตถี

        ค. โกสัมพี                                        ง. พาราณสี

             คำตอบ : ก

๓๕. วันจาตุรงคสันนิบาต  พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมอะไร ?

        ก. อนุปุพพีกถา                                 ข. โอวาทปาฏิโมกข์

        ค. อริยสัจ ๔                                    ง. มรรค ๘

             คำตอบ : ข

๓๖. เว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตให้ผ่องใส เป็นหัวข้อธรรมใด ?

        ก. อนุปุพพีกถา                                 ข. อริยสัจ ๔

        ค. มรรค ๘                                      ง. โอวาทปาฏิโมกข์

             คำตอบ : ง

๓๗. คู่พระอัครสาวก ก่อนบวชศึกษาในสำนักของใคร ?

        ก. อสิตดาบส                                  ข. อาฬารดาบส

        ค. สัญชัยปริพาชก                            ง. นิครนถนาฏบุตร

             คำตอบ : ค

๓๘. ใครทำปุพพเปตพลีเป็นคนแรก ในพระพุทธศาสนา ?

        ก. พระเจ้าพิมพิสาร                            ข. พระเจ้าปเสนทิโกศล

        ค. อนาถปิณฑิกเศรษฐี                        ง. วิสาขามหาอุบาสิกา

             คำตอบ : ก

๓๙. วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ตรงกับข้อใด  ?

        ก. วันมาฆบูชา                                   ข. วันวิสาขบูชา

        ค. วันอัฏฐมีบูชา                                 ง. วันอาสาฬหบูชา

             คำตอบ : ค

๔๐. การร้อยกรองพระธรรมวินัยจัดเข้าเป็นหมวดหมู่ เรียกว่าอะไร ?

        ก. สังคหะ                                        ข. สังคายนา

        ค. สังวัธยาย                                     ง. สันนิบาต

             คำตอบ : ข

 

ศาสนพิธี

๔๑. การรักษาศีล ๕  จัดเข้าในหมวดใด ?

        ก. กุศลพิธี                                       ข. บุญพิธี

        ค. ทานพิธี                                        ง. ปกิณกพิธี

             คำตอบ : ก

๔๒. อาราธนาพระปริตร เป็นขั้นตอนต่อจากพิธีใด ?

        ก. จุดธูปเทียน                                   ข. บูชาพระรัตนตรัย

        ค. อาราธนาศีล                                  ง. สมาทานศีล

             คำตอบ : ง

๔๓. การทำบุญคล้ายวันเกิด จัดเข้าในหมวดพิธีใด ?

        ก. กุศลพิธี                                       ข. บุญพิธี

        ค. ทานพิธี                                        ง. ปกิณกพิธี

             คำตอบ : ข

๔๔.  ทานประเภทใด พระพุทธองค์ทรงแสดงว่ามีอานิสงส์มาก ?

        ก. ปาฏิบุคลิกทาน                              ข. อกาลทาน

        ค. สังฆทาน                                      ง. อามิสทาน

             คำตอบ : ค

๔๕. การกรวดน้ำ มุ่งประโยชน์อะไร ?

        ก. อุทิศส่วนบุญ                                 ข. แสดงความเคารพ

        ค. ตั้งจิตอธิษฐาน                               ง. เพื่อให้เทวดารับรู้

             คำตอบ : ก

๔๖. การกรวดน้ำ นิยมทำในเวลาที่พระสงฆ์เริ่มบทใด ?

        ก. ยถา วาริวหา ...                             ข. สพฺพีติโย ...

        ค. สคฺเค กาเม ...                              ง. ภวตุ สพฺ ...

             คำตอบ : ก

๔๗. พิธีเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา เพื่อน้อมระลึกถึงใคร ?

        ก. พระพุทธเจ้า                                  ข. พระธรรม         

       ค. พระสงฆ์                                      ง. พระรัตนตรัย

             คำตอบ : ง

๔๘. การนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธี ใช้คำว่าอะไร ?

        ก. อาราธนา                                      ข. นมัสการ

        ค. กราบเรียน                                    ง.  เรียนเชิญ

             คำตอบ : ก

๔๙. มยํ ภนฺเต ... ปญฺจ  สีลานิ ยาจาม เป็นคำอาราธนาอะไร ?

        ก. อาราธนาเทศน์                               ข. อาราธนาธรรม

        ค. อาราธนาพระปริตร                         ง. อาราธนาเบญจศีล

             คำตอบ : ง

๕๐. การถวายของแด่พระภิกษุ  เรียกว่าอะไร ?

        ก. น้อมถวาย                                    ข. ประเคน

        ค. นำถวาย                                       ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ข

***  ***  ***

 

เฉลยวิชาพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาเบญจศีล-เบญจธรรม  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๕.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑. สิกขาบทที่ปรากฏในเบญจศีล หมายถึงอะไร ?

        ก. องค์แห่งศีล                                   ข. ข้อห้ามแห่งศีล   

        ค. ขอบเขตแห่งศีล                             ง. การสมาทานศีล

             คำตอบ : ก

๒. ศีล ๕ บัญญัติไว้สำหรับบุคคลประเภทใด ?

        ก. ภิกษุ                                           ข. ภิกษุณี

        ค. สามเณร                                       ง. คนทั่วไป

             คำตอบ : ง

๓. เพราะเหตุใด ผู้แรกเริ่มประพฤติความดี จึงต้องถือศีล ?

        ก. เป็นบรรทัดของศาสนาทุกศาสนา

        ข. เป็นบรรทัดให้คนอื่นมีสุขทั่วหน้า

        ค. เป็นบรรทัดให้คนประพฤติความดี

        ง. เป็นบรรทัดให้เลี้ยงชีวิตแต่พอเพียง

             คำตอบ : ค

 

๔. ศีลที่บัญญัติขึ้นเพื่อปลูกเมตตาจิตนั้น ควรปลูกเมตตาจิตในใคร ? 

        ก. สัตว์เล็ก                                       ข. สัตว์ใหญ่

        ค. สัตว์มีคุณ                                     ง. สัตว์ทั้งปวง

             คำตอบ : ง

๕. ศีลข้อใด บัญญัติขึ้นด้วยเพ่งเมตตาจิตเป็นใหญ่ ?

        ก. ปาณาติบาต                                  ข. อทินนาทาน

        ค. กาเมสุมิจฉาจาร                             ง. มุสาวาท

             คำตอบ : ก

๖. ฆ่ากันโดยบันดาลโทสะ เป็นการผิดศีลลักษณะใด ?

        ก. โดยจงใจ                                      ข. โดยไม่จงใจ

        ค. โดยไตร่ตรอง                                ง. โดยใคร่ครวญ

             คำตอบ : ข

๗. การกระทำใด มุ่งเฉพาะสัตว์เดียรฉาน ? 

        ก. ทรกรรม                                       ข. ทำร้ายร่างกาย

        ค. ฆ่าตัดคอ                                      ง. ทำลายทรัพย์สิน

             คำตอบ : ก

๘. การชนโค ชนไก่ กัดจิ้งหรีด จัดเป็นการกระทำประเภทใด ?

        ก. กักขัง                                          ข. นำไป      

        ค. เล่นสนุก                                      ง. ผจญสัตว์

             คำตอบ : ง

๙. ใช้งานสัตว์เกินกำลัง ไม่ปรานี ปล่อยให้อดอยากซูบผอม

   ไม่ให้หยุดพักผ่อนตามกาล จัดเป็นการกระทำประเภทใด ?

        ก. ใช้การ                                         ข. กักขัง     

        ค. เล่นสนุก                                      ง. นำไป

             คำตอบ : ก

๑๐. การทำให้พิการ จัดเข้าในการกระทำประเภทใด ?

       ก. การฆ่า                                         ข. การโจรกรรม

        ค. การทำร้ายร่างกาย                          ง. การทรกรรม

             คำตอบ : ค

๑๑. อทินนาทานา เวรมณี  บัญญัติขึ้นเพื่ออะไร ? 

       ก. ให้มีสติยับยั้ง                                ข. ให้มีเมตตาต่อกัน

        ค. ให้ปรองดองกัน                             ง. ให้เลี้ยงชีวิตถูกทาง

             คำตอบ : ง

๑๒. คบเพื่อนด้วยอาการไม่ซื่อสัตย์ เอาเปรียบ มุ่งแต่จะได้ฝ่ายเดียว

      ตรงกับข้อใด ?

        ก. ปอกลอก                                      ข. ลักลอบ

        ค. สมโจร                                         ง. ยักยอก

             คำตอบ : ก

๑๓. การถือเอาสิ่งของที่ดีของผู้อื่น เอาสิ่งของที่เลวของตนเข้าไว้แทน

     จัดเป็นการกระทำประเภทใด ?

        ก. ลักลอบ                                        ข. เบียดบัง

        ค. สับเปลี่ยน                                    ง. ยักยอก

             คำตอบ : ค

๑๔. แม้ทรัพย์ของตนเองก็ทำให้ผิดศีลข้อที่ ๒ ได้ ตรงกับข้อใด ?

        ก. ลักลอบ                                        ข. เบียดบัง

        ค. ตระบัด                                        ง. กรรโชก

             คำตอบ : ก

๑๕. การขู่ให้เจ้าของตกใจกลัวและถือเอาสิ่งของไป เรียกว่าอะไร ?

        ก. ปล้น                                           ข. ฉ้อ

        ค. ฉก                                             ง. กรรโชก

             คำตอบ : ง

๑๖. การทำลายทรัพย์สินผู้อื่นให้เกิดความเสียหาย เช่น เผาโรงเรียน

     ฟันโค ฟันกระบือ เป็นต้น จัดเป็นการกระทำประเภทใด ?

        ก. ทำร้าย                                         ข. ทรกรรม

        ค. ผลาญ                                         ง. กรรโชก

             คำตอบ : ค

๑๗. กิริยาที่ทำในเวลาสงัด แอบเข้าไปในเรือนของผู้อื่นและหยิบฉวย

      สิ่งของเขาไป เรียกว่าอะไร ?

        ก. ตัดช่อง                                        ข. ย่องเบา

        ค. ลักลอบ                                        ง. เบียดบัง

             คำตอบ : ข

๑๘. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันตนจากความ

      เสียหายในเรื่องใด ?

        ก. โหดร้าย                                       ข. มือไว

        ค. ใจง่าย                                         ง. ขาดสติ

             คำตอบ : ค

๑๙. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คำว่า กาม ได้แก่กิริยาเช่นใด ?

        ก. รักใคร่กันฉันญาติ                          ข. รักใคร่กันฉันเพื่อน

        ค. รักใคร่กันฉันพี่น้อง                         ง. รักใคร่กันทางประเวณี

             คำตอบ : ง

๒๐. ผู้เป็นเทือกเถาของตน ตรงกับข้อใด ?

        ก. แม่                                             ข. ลูก        

        ค. หลาน                                          ง. เหลน

             คำตอบ : ก

๒๑. หญิงที่จารีตห้าม ยกเว้นข้อใด ?

        ก. ภิกษุณี                                        ข. สิกขมานา

        ค. หญิงหม้าย                                   ง. สามเณรี

             คำตอบ : ค

๒๒. ของของใคร ใครก็รักก็หวง มีความหมายตรงกับศีลข้อใด ?

        ก. ข้อ ๑                                          ข. ข้อ ๓

        ค. ข้อ ๔                                          ง. ข้อ ๕

             คำตอบ : ข

๒๓. ชายที่มีรักเดียวใจเดียว ไม่นอกใจภรรยาตน ตรงกับข้อใด ?

        ก. ปติวัตร                                        ข. สทารสันโดษ

        ค. มัตตัญญุตา                                  ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ข

๒๔. มุสาวาท แสดงออกได้ทางใด ?

        ก. ทางกาย                                       ข. ทางวาจา

        ค. ทางใจ                                         ง. ทางกาย วาจา

             คำตอบ : ง

๒๕. การกล่าววาจาที่ไพเราะมีประโยชน์ ตรงกับศีล ๕ ข้อใด ?

        ก. ข้อ ๑                                          ข. ข้อ ๒

        ค. ข้อ ๔                                          ง. ข้อ ๕

             คำตอบ : ค

๒๖. ข้าราชการถวายสัตย์แล้ว ภายหลังไม่ปฏิบัติตาม เรียกว่าอะไร ?

        ก. ผิดสัญญา                                    ข. คืนคำ     

        ค. เสียสัตย์                                       ง. หลอกลวง

             คำตอบ : ค

๒๗. ให้การเท็จในชั้นศาล ชื่อว่าประพฤติผิดลักษณะใด ?

        ก. พูดปด                                         ข. พูดคำหยาบ

        ค. พูดเพ้อเจ้อ                                   ง. พูดส่อเสียด

             คำตอบ : ก

๒๘. รู้วิชาคงกระพัน ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อ

      และนิยมตน จัดเป็นมุสาประเภทใด ? 

        ก. มารยา                                       ข. ทำเลศ      

        ค. เสริมความ                                  ง. ทำเล่ห์กระเท่ห์

             คำตอบ : ง

๒๙. พูดประชดให้คนอื่นเจ็บใจ ตรงกับข้อใด ?

        ก. สับปลับ                                       ข. ทำเลศ

        ค. เพ้อเจ้อ                                        ง. เสียดแทง

             คำตอบ : ง

๓๐. ตั้งใจจะพูดอย่างหนึ่ง แต่ปากไพล่ไปพูดเสียอีกอย่างหนึ่ง เช่นนี้

      เรียกว่าอะไร ?

        ก. โวหาร                                          ข. นิยาย

        ค. สำคัญผิด                                     ง. พลั้ง

             คำตอบ : ง

๓๑. พูดตัดข้อความที่ไม่ต้องการจะให้รู้ออก เพื่อปกปิดความผิดตน

      ให้เขาเข้าใจเป็นอย่างอื่น ตรงกับข้อใด ?

        ก. เสริมความ                                    ข. ทำเลศ

        ค. อำความ                                       ง. มายา

             คำตอบ : ค

๓๒. พูดด้วยความคะนองปาก ไม่ได้ตั้งใจให้เข้าใจผิด ตรงกับข้อใด ?

        ก. เสียดแทง                                     ข. สับปลับ

        ค. ส่อเสียด                                       ง. ถูกทุกข้อ 

             คำตอบ : ข

๓๓. ทั้งๆ ที่ไม่ได้เคารพนับถืออะไร แต่ลงท้ายจดหมายมีข้อความว่า

      ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ไม่จัดเป็นมุสาเพราะอะไร ?

        ก. ไม่ได้ตั้งใจ                                    ข. เป็นโวหาร

        ค. เข้าใจผิด                                      ง. สำคัญผิด

             คำตอบ : ข

๓๔. ข้อใด เป็นมูลเหตุของความประมาทขาดสติ ? 

        ก. ความยากจน                                 ข. ความฟุ้งซ่าน

        ค. ความเครียด                                 ง. ความมึนเมา

             คำตอบ : ง

๓๕. การเสพสิ่งเสพติด ถือว่าผิดศีล เพราะสาเหตุใด ?  

        ก. ให้ผู้เสพมีโอกาสถึงตายได้               

        ข. เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

        ค. เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์               

        ง. รัฐบาลห้ามและปราบปราม

             คำตอบ : ข

๓๖. การละเว้นจากข้อห้ามในสิกขาบททั้ง ๕ เรียกว่าอะไร ? 

        ก. วิรัติ                                            ข. เจตนา

        ค. สมาทาน                                       ง. กัลยาณธรรม

             คำตอบ : ก

๓๗. ตั้งใจจะรักษาศีล ๕ มิให้ขาด มิให้ด่าง มิให้พร้อย ตรงกับข้อใด ?

        ก. สัมปัตตวิรัติ                                  ข. สมาทานวิรัติ

        ค. สมุจเฉทวิรัติ                                 ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ข

๓๘. กำลังจะทำจะทำร้ายเขา แต่ไม่ทำ เพราะเห็นว่าไม่ควร ตรงกับข้อใด ?

        ก. สัมปัตตวิรัติ                                  ข. สมาทานวิรัติ

        ค. สมุจเฉทวิรัติ                                 ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ก

๓๙. ใจจืดใจดำ เป็นอาการของคนขาดกัลยาณธรรมข้อใด ?

        ก. เที่ยงธรรม                                    ข. ซื่อตรง

        ค. สวามิภักดิ์                                    ง. เมตตา กรุณา

        คำตอบ : ง

๔๐. เลี้ยงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ไม่หลอกลวงผู้อื่นเลี้ยงชีวิต

      ชื่อว่าปฏิบัติตามข้อใด ?

        ก. สัมมาสังกัปปะ                               ข. สัมมาอาชีวะ

        ค. สัมมาวายามะ                                ง. สัมมาสมาธิ

             คำตอบ : ข

๔๑. การขายสินค้าที่มีคุณภาพ ตามราคาที่กำหนด ไม่เอาเปรียบลูกค้า 

     ชื่อว่าประพฤติเป็นธรรมในอะไร ?

        ก. กิจการ                                         ข. บุคคล

        ค. วัตถุ                                           ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ข

๔๒. เรามีเวลาน้อย ต้องรีบทำงานที่คั่งค้างให้สำเร็จ  ชื่อว่าประพฤติ

      เป็นธรรมในอะไร ?

        ก. กิจการ                                         ข. บุคคล

        ค. วัตถุ                                           ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ก

๔๓. ข้อใด ส่งเสริมผู้ปฏิบัติให้รู้จักมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ?

        ก. ความมีสัตย์                                  ข. ความสำรวมในศีล

        ค. ความสำรวมในกาม                        ง. ความมีสติรอบคอบ

             คำตอบ : ก

๔๔. คนตรง หมายถึงบุคคลมีความประพฤติเช่นไร ?

        ก. กตัญญู                                        ข. อ่อนน้อม

        ค. มีสัตย์                                         ง. จงรักภักดี

             คำตอบ : ค

๔๕. ฉันจำใจต้องทำความผิด เพราะรักเธอมาก ชื่อว่าขาดความ

      เที่ยงธรรมข้อใด ?

        ก. ฉันทาคติ                                      ข. โทสาคติ

        ค. โมหาคติ                                       ง. ภยาคติ

             คำตอบ : ก

๔๖. ความมีสติรอบคอบ ส่งเสริมการรักษาศีลข้อใด ?

        ก. ข้อ ๒                                          ข. ข้อ ๓

        ค. ข้อ ๔                                          ง. ข้อ ๕

             คำตอบ : ง

๔๗. ไม่ควรซื้อ อย่าไปพิไรซื้อ มีความหมายตรงกับข้อใด ?

        ก. สัมมากัมมันตะ                              ข. สัมมาอาชีวะ

        ค. ความมีสัตย์                                  ง. สติรอบคอบ

             คำตอบ : ง

๔๘. ข้อใด ไม่ใช่อาการของความมีสติรอบคอบ ?

        ก. ทำงานให้อากูล                               ข. ทำงานที่ไม่มีโทษ

        ค. ทำงานอย่างตั้งใจ                            ง. ทำงานระมัดระวัง

             คำตอบ : ก

๔๙. การปฏิบัติตามหลักเบญจศีลเบญจธรรม คู่ใดไม่สัมพันธ์กัน ?

        ก. ไม่แย่งชิงของรัก-มีเมตตากรุณา

        ข. ไม่ลักทรัพย์-ประกอบสัมมาชีพ

        ค. ไม่พูดเท็จ-พูดแต่ความจริง

        ง. ไม่ดื่มสุรา-มีสติสัมปชัญญะ

             คำตอบ : ก

๕๐. เบญจศีลกับเบญจธรรม ต่างกันอย่างไร ?

        ก. เบญจศีลควรรู้-เบญจธรรมควรละ

        ข. เบญจศีลควรละ-เบญจธรรมควรรู้

        ค. เบญจศีลควรเว้น-เบญจธรรมควรปฏิบัติ

        ง. เบญจศีลควรปฏิบัติ-เบญจธรรมควรเว้น

             คำตอบ : ค

***  ***  ***

 

 

เฉลยวิชาเบญจศีล-เบญจธรรม (วินัย)  ธรรมศึกษาชั้นตรี

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

กระทู้ธรรม  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๘.๓๐ น.

 

                สุขกามานิ ภูตานิ          โย ทณฺเฑน น วิหึสติ

                อตฺตโน สุขเมสาโน         เปจฺจ โส ลภเต สุขํ.

          สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.

                        (พุทฺธ)                                                                ธ.๒๕/๓๒.

--------------------

 

        แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๒ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกันแต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

        ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

--------------------

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๓.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑.  สมถกัมมัฏฐาน ตรงกับข้อใด ?

        ก. อุบายสงบกาย                               ข. อุบายสงบวาจา

        ค. อุบายสงบใจ                                 ง. อุบายเรืองปัญญา

        คำตอบ : ค

๒.  กัมมัฏฐานข้อใด อบรมให้เกิดปัญญา ?

        ก. สมถกัมมัฏฐาน                             ข. วิปัสสนากัมมัฏฐาน

ค. อสุภกัมมัฏฐาน                             ง. อนุสสติกัมมัฏฐาน

คำตอบ : ข

๓.  ผู้หมั่นเจริญกัมมัฏฐาน ย่อมได้รับประโยชน์โดยตรงด้านใด ?

        ก. จิตใจสงบ                                     ข. มีสุขภาพดี

        ค. ความจำดี                                     ง. ขยันทำงาน

        คำตอบ : ก

๔.  สิ่งอันเป็นเหตุให้ใคร่ เรียกว่าอะไร ?

        ก. วัตถุกาม                                      ข. กิเลสกาม

        ค. กามคุณ                                       ง. กามฉันทะ

        คำตอบ : ข

๕.  ข้อใด ไม่จัดเป็นวัตถุกาม ?

        ก. เกมส์                                          ข. ล๊อตเตอรี่

        ค. เพลง                                          ง. ความรัก

        คำตอบ : ง

๖.  ข้อใด จัดเป็นปฏิบัติบูชา ?

ก. ตักบาตรพระ                                 ข. ถวายทาน

        ค. ถวายพวงมาลัย                             ง. รักษาศีล

        คำตอบ : ง

๗.  ข้อใด จัดเป็นธัมมปฏิสันถาร ?

        ก. ต้อนรับตามฐานะ                           ข. นำน้ำดื่มมาให้

        ค. ให้หนังสือธรรมะ                            ง. ถามถึงธุระที่มา

        คำตอบ : ก

๘. ข้อใด เป็นเหตุให้เกิดเจตสิกสุข สุขทางใจ ?

        ก. รู้จักพอเพียง                                 ข. มีการงานดี

        ค. มีทรัพย์มาก                                  ง. มีตำแหน่งสูง      

        คำตอบ : ก

๙. ผู้ถูกวิหิงสาวิตกครอบงำ มักมีพฤติกรรมเช่นไร ?

        ก. ฝักใฝ่ในกาม                                 ข. ปองร้ายผู้อื่น

        ค. โลภอยากได้                                  ง. ทรมานสัตว์

        คำตอบ : ง

๑๐. เมื่อถูกวิหิงสาวิตกครอบงำ จะบรรเทาได้อย่างไร ?

        ก. เจริญเมตตา                                  ข. เจริญกรุณา

        ค. เจริญมุทิตา                                   ง. เจริญอุเบกขา     

        คำตอบ : ข

๑๑. ไฟในข้อใด ทำให้คนหลงผิดเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ? 

        ก. ไฟคือราคะ                                   ข. ไฟคือโทสะ

        ค. ไฟคือโมหะ                                   ง. ไฟคือตัณหา

        คำตอบ : ค

๑๒. ประชาธิปไตยจะสมบูรณ์ ต้องมีอะไรเป็นพื้นฐาน ?

        ก. อัตตาธิปเตยยะ                              ข. โลกาธิปเตยยะ

        ค. ธัมมาธิปเตยยะ                              ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ค

๑๓. การปกครองระบอบประชาธิปไตย สงเคราะห์เข้าในข้อใด ?

        ก. อัตตาธิปเตยยะ                              ข. โลกาธิปเตยยะ

        ค. ธัมมาธิปเตยยะ                              ง. อนาธิปเตยยะ

        คำตอบ : ข

๑๔. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า ญาณ ?

        ก. สมาธิชั้นสูง                                  ข. ปัญญาหยั่งรู้

        ค. มีอิทธิฤทธิ์                                   ง. การเข้าฌาน

        คำตอบ : ข

๑๕. ข้อใด ไม่จัดเป็นตัณหา ?

        ก. อยากมีบ้านใหม่                             ข. อยากให้คนนับถือ

               ค. อยากอยู่คนเดียว                           ง. อยากรักษาโรคร้าย

       คำตอบ : ง

๑๖. ข้อใด เป็นโทษของตัณหา ? 

        ก. ให้เกิดทุกข์                                  ข. ให้มัวเมา

        ค. ให้ยึดมั่นถือมั่น                              ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๑๗. ผู้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งมาในรูปแบบต่างๆ เพราะ… ? 

        ก. เกิดความโลภ                                ข. ขาดปัญญา

        ค. ข่มใจไว้ไม่ได้                               ง. เชื่อคนง่าย

        คำตอบ : ก

๑๘. ปาฏิหาริย์อะไร ทำให้คนละชั่วประพฤติดีได้ ?

        ก. อาเทสนาปาฏิหาริย์                         ข. อิทธิปาฏิหาริย์

        ค. อนุสาสนีปาฏิหาริย์                        ง. ยมกปาฏิหาริย์

        คำตอบ : ค

๑๙. พระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยเรื่องอะไร ?

        ก. แสดงระเบียบปฏิบัติ                       ข. แสดงบุคคลาธิษฐาน

        ค. แสดงธรรมาธิษฐาน                        ง. แสดงอิทธิปาฏิหารย์

        คำตอบ : ง

๒๐. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมประกาศพระศาสนา จัดเป็นจริยาใด ?

        ก. อัตตัตถจริยา                                 ข. โลกัตถจริยา

        ค. ญาตัตถจริยา                                ง. พุทธัตถจริยา

        คำตอบ : ง

๒๑. ข้อใด ไม่ใช่โลกัตถจริยา ?

        ก. ตรวจดูสัตว์โลก                             ข. โปรดเวไนยสัตว์

        ค. ตอบปัญหาเทวดา                           ง. โปรดพุทธบิดา

        คำตอบ : ง

๒๒. ค้ายาบ้าแล้วถูกจับติดคุก สงเคราะห์เข้าในวัฏฏะข้อใด ? 

        ก. กิเลสวัฏฏ์                                     ข. กัมมวัฏฏ์

        ค. วิปากวัฏฏ์                                    ง. สังสารวัฏฏ์

        คำตอบ : ค

๒๓. เพราะเหตุใด มนุษย์จึงต้องเวียนว่ายตายเกิด ?

        ก. ทำกรรมชั่ว                                   ข. มีโลกนี้โลกหน้า

        ค. รับผลกรรม                                  ง. มีกิเลสกรรมวิบาก

        คำตอบ : ง

๒๔. คำว่า สิกขา มีความหมายว่าอย่างไร ?

        ก. เรียนหนังสือ                                 ข. ฝึกหัดกายวาจาใจ

        ค. รักษาความดี                                 ง. เจริญสมาธิภาวนา

        คำตอบ : ข

๒๕. สาระสำคัญของการศึกษาไตรสิกขา คืออะไร ?

      ก. เป็นมนุษย์สมบูรณ์                        ข. โลกสงบร่มเย็น

      ค. โลกเจริญก้าวหน้า                          ง.  ทำให้โลกพัฒนา

คำตอบ : ก

๒๖. การบำเพ็ญสมถกัมมัฏฐาน ตรงกับสิกขาข้อใด ?

        ก. อธิสีลสิกขา                                   ข. อธิจิตตสิกขา

        ค. อธิปัญญาสิกขา                              ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ข

๒๗. ในอปัสเสนธรรม ข้อพิจารณาแล้วบรรเทา ตรงกับข้อใด ?

        ก. งดเหล้าเข้าพรรษา                          ข. งดอบายมุข

        ค. งดจองเวรต่อกัน                           ง. งดสูบบุหรี่

       คำตอบ : ค

๒๘. ยาบ้าและสิ่งเสพติด พิจารณาแล้ว ควรทำอย่างไร ? 

        ก. เสพ                                          ข. อดกลั้น

        ค. เว้น                                           ง. บรรเทา

        คำตอบ : ค

๒๙. ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข จัดเป็นอัปปมัญญาข้อใด ? 

        ก. เมตตา                                       ข. กรุณา

        ค. มุทิตา                                        ง. อุเบกขา

        คำตอบ : ก

๓๐. มีจิตริษยาเมื่อเห็นคนอื่นได้ดี ชื่อว่าไม่มีอัปปมัญญาข้อใด ?

        ก. เมตตา                                        ข. กรุณา

        ค. มุทิตา                                          ง. อุเบกขา

        คำตอบ : ค

๓๑. อัปปมัญญาข้อใด เป็นคุณให้เกิดความเที่ยงธรรม ?

        ก. เมตตา                                         ข. กรุณา

        ค. มุทิตา                                        ง. อุเบกขา

        คำตอบ : ง

๓๒. ข้อใด กล่าวการเกิดในภพใหม่ของพระโสดาบันไม่ถูกต้อง ?

        ก. ไม่เกิดในอบายภูมิ                          ข. เกิดไม่เกินเจ็ดชาติ

        ค. เกิดใหม่เป็นโสดาบัน                       ง. เกิดใหม่เป็นปุถุชน

        คำตอบ : ง

๓๓. ทำราคะ โทสะ โมหะ ให้เบาบาง เป็นคุณสมบัติของใคร ?

        ก. พระโสดาบัน                                 ข. พระอนาคามี

        ค. พระสกทาคามี                              ง. พระอรหันต์

        คำตอบ : ค

๓๔.  โสดาบัน แปลว่าอะไร ?  

        ก. ผู้ไกลจากกิเลส                              ข. ผู้ประเสริฐสูงสุด

        ค. ผู้ไม่มาโลกนี้อีก                             ง. ผู้ถึงกระแสนิพพาน

        คำตอบ : ง

๓๕. กิเลสในข้อใด พระอนาคามีละได้เด็ดขาด ?

        ก. กามราคะ                                     ข. รูปราคะ

      ค. อรูปราคะ                                     ง. มานะ

       คำตอบ : ก

๓๖. กิเลสที่เป็นดุจกระแสน้ำท่วมใจสัตว์ เรียกว่าอะไร ?

ก.    โยคะ                                          ข. โอฆะ

ค.  อาสวะ                                       ง. มานะ

คำตอบ : ข

๓๗. อริยสัจในข้อใด จัดว่าเป็น เหตุ ?

        ก. ทุกข์ สมุทัย                                  ข.  สมุทัย นิโรธ

        ค. สมุทัย มรรค                                ง. มรรค นิโรธ

        คำตอบ : ค

๓๘. บุคคลที่พอแนะนำให้ตรัสรู้ตามได้ ตรงกับข้อใด ?

       ก. อุคฆติตัญญู                                    ข. วิปจิตัญญู

       ค. เนยยะ                                           ง. ปทปรมะ

       คำตอบ : ค

๓๙. อนุปุพพีกถาข้อใด ฟอกจิตไม่ให้เป็นคนโหดร้าย ? 

       ก. ทานกถา                                      ข. สีลกถา

       ค. สัคคกถา                                   ง. กามาทีนวกถา

        คำตอบ : ข

๔๐. บูชาพระคุณ ค้ำจุนพระศาสนา พาสู่ความสงบ จบแค่นิพพาน      

      หมายถึงอนุปุพพีกถาข้อใด  ?

        ก. ทานกถา                                       ข. สีลกถา

       ค. สัคคกถา                                   ง. เนกขัมมานิสังสกถา

        คำตอบ : ง

๔๑. กลัวคนอื่นจะดีกว่า จัดเป็นมัจฉริยะใด ?    

        ก. กุลมัจฉริยะ                                 ข. ลาภมัจฉริยะ

        ค. วัณณมัจฉริยะ                              ง. ธัมมมัจฉริยะ

        คำตอบ : ค

๔๒. เหตุใด ความตายจึงชื่อว่า มัจจุมาร ? 

        ก. เพราะเป็นเหตุตัดกิเลส                   ข. เพราะเป็นเหตุตัดทุกข์

        ค. เพราะเป็นเหตุตัดชีวิต                      ง. เพราะเป็นเหตุตัดความดี

        คำตอบ : ค

๔๓. เวทนา มีความหมายตรงกับข้อใด ?  

        ก. ความเจ็บปวด                                ข. ความรู้สึก

        ค. ความเห็นใจ                                  ง. ความสงสาร

        คำตอบ : ข

๔๔. เมตตา เป็นสัปปายะแก่คนมีจริตอะไร ?

        ก. ราคจริต                                      ข. โทสจริต

        ค. โมหจริต                                       ง. วิตกจริต 

        คำตอบ : ข

๔๕. คนคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ควรแก้ด้วยวิธีใด ? 

        ก. เจริญอานาปานสติ                          ข. เจริญมรณสติ

        ค. เจริญเทวตานุสสติ                          ง. เจริญกายคตาสติ

        คำตอบ : ก

๔๖. พระธรรมคุณข้อว่า สนฺทิฏฺฐิโก ตรงกับข้อใด ? 

       ก. ผู้บรรลุพึงเห็นเอง                         ข. ชนพึงรู้เฉพาะตน

        ค. ควรเรียกให้มาดู                            ง. พึงน้อมเข้ามาในตน

        คำตอบ : ก

๔๗. ความรู้คู่คุณธรรม ตรงกับพระพุทธคุณข้อใด ?

        ก. สมฺมาสมฺพุทฺโธ                               ข. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน

        ค. สุคโต โลกวิทู                                ง. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ

        คำตอบ : ข

๔๘. พระสงฆ์ได้ชื่อว่า อุชุปฏิปนฺโน เพราะปฏิบัติตนเช่นไร ?

        ก. ปฏิบัติดีแล้ว                                ข. ปฏิบัติไม่ลวงโลก

        ค. ปฏิบัติชอบ                                  ง. ปฏิบัติสมควร

        คำตอบ : ข

๔๙. โครงการทุนเล่าเรียนหลวง ที่พระราชทานแก่คณะสงฆ์ไทย

      จัดเป็นบารมีใด ?  

        ก. ทานบารมี                                     ข. ปัญญาบารมี

        ค. อธิษฐานบารมี                               ง. เมตตาบารมี

        คำตอบ : ก

๕๐. ยามบุญมาวาสนาช่วย ที่ป่วยก็หาย ที่หน่ายก็รัก ตรงกับข้อใด ?

        ก. กุศลชนกกรรม                             ข. กุศลอุปัตถัมภกกรรม

        ค. กุศลอาสันนกรรม                           ง. กุศลอาจิณณกรรม

        คำตอบ : ข

***  ***  ***

 

 

 

 

 

เฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๔.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑.  ประวัติของผู้บวชตาม ปฏิบัติตาม รู้ตาม หมายถึงข้อใด ?

        ก. พุทธประวัติ                                  ข. อนุพุทธประวัติ

        ค. พุทธานุพุทธประวัติ                      ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ข

๒. พระธรรมเทศนาใด โกณฑัญญะฟังแล้วได้ดวงตาเห็นธรรม ?

        ก. อนุปุพพีกถา                                  ข. ธัมมจักกัปวัตตนสูตร

        ค. อนัตตลักขณสูตร                          ง. อาทิตตปริยายสูตร

             คำตอบ : ข

๓. พระมหาบุรุษทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา เพราะเหตุใด ?

        ก. ปัญจวัคคีย์ขอให้เลิก                       ข. ปัญจวัคคีย์หนีไป

        ค. รู้ว่าไม่ใช่ทางตรัสรู้                          ง. บรรลุธรรมแล้ว

             คำตอบ : ค

๔. ปัญจวัคคีย์ อยู่เฝ้าอุปัฏฐากพระมหาบุรุษกี่ปี ?

        ก. ๒  ปี                                          ข. ๓  ปี

        ค. ๕  ปี                                          ง. ๖  ปี

             คำตอบ : ง

๕. ใครออกบวชพร้อมกับโกณฑัญญะ ?

        ก. กิมพิละ                                        ข. ภคุ

        ค. อัสสชิ                                          ง. ควัมปติ

             คำตอบ : ค

๖. ข้อใด ไม่ได้เกิดขึ้นที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ?

        ก. ปฐมพรรษา                                   ข. ปฐมเทศนา

        ค. ปฐมสาวิกา                                   ง. ปฐมสาวก

             คำตอบ : ค

๗. พระสงฆ์เกิดขึ้นในโลกครั้งแรก ตรงกับวันอะไร ?

        ก. วันมาฆบูชา                                   ข. วันวิสาขบูชา

        ค. วันอัฏฐมีบูชา                                 ง. วันอาสาฬหบูชา

             คำตอบ : ง

๘. พระยสะ ออกบวชเพราะเหตุใด ?

        ก. เกิดศรัทธา                                    ข. ถูกบังคับ

        ค. เพื่อนชวน                                     ง. เกิดความเบื่อหน่าย

             คำตอบ : ง

๙. ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง... เป็นคำพูดของใคร ?

        ก. พระพุทธเจ้า                                  ข. พระยสะ

        ค. พระสารีบุตร                                 ง. พระอานนท์

             คำตอบ : ก

๑๐. ข้อใด กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพระยสะ ?

        ก. สหาย ๕๔ บวชตาม                        ข. ขอบวชต่อบิดามารดา

        ค. บิดาเป็นอุบาสกคนแรก                  ง. ได้ฟังอนุปุพพีกถา

             คำตอบ : ข

๑๑. พระอุรุเวลกัสสปะ เป็นชาวเมืองไหน ?

        ก. ราชคฤห์                                       ข. สาวัตถี

        ค. นาลันทา                                       ง. คยาสีสะ  

             คำตอบ : ง

๑๒. พระอุรุเวลกัสสปะขอบวชในพระพุทธศาสนา เพราะเหตุใด ?

        ก. ได้เห็นอภินิหาร                              ข. ถูกทรมานด้วยฤทธิ์

        ค. ถูกขอร้องให้บวช                            ง. ลัทธิตนไม่มีแก่นสาร

             คำตอบ : ง

๑๓. ข้อใด ไม่ใช่คุณสมบัติพื้นฐานของชฎิล ๓ พี่น้อง ?

        ก. มีชีวิตคู่มาก่อน                              ข. เป็นนักบวชชฎิลมาก่อน

        ค. จบไตรเพทมาก่อน                          ง. เป็นหัวหน้าชฎิลมาก่อน

             คำตอบ : ก

๑๔. ภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาอย่างหนัก ส่วนสภาวธรรมที่เป็นของร้อน 

     ปรากฏในพระสูตรไหน ?

        ก. เวทนาปริคคหสูตร                          ข. อาทิตตปริยายสูตร

        ค. อนัตตลักขณสูตร                           ง. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

             คำตอบ : ข

๑๕. ใครเป็นทั้งมิตรแท้ เป็นทั้งอาจารย์ของโกลิตะ ?

        ก พระอัสสชิ                                     ข. อุปติสสะ

        ค. พาวรี                                          ง. สัญชัย

             คำตอบ : ข

๑๖. สิ่งทั้งปวงไม่ควรแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ชอบใจหมด ใครพูด ?

        ก. อุปติสสปริพาชก                            ข. โกลิตปริพาชก

        ค. สุภัททปริพาชก                              ง. ทีฆนขปริพาชก

             คำตอบ : ง

๑๗. อุปติสสะกับพระสารีบุตร เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

        ก. อุปติสสะเป็นพี่                              ข. พระสารีบุตรเป็นพี่

        ค. เป็นคนเดียวกัน                             ง. เป็นเพื่อนกัน

             คำตอบ : ค

๑๘. หลังจากบวชได้ ๗ วัน เกิดอะไรขึ้นแก่พระโมคคัลลานะ ?

        ก. คิดถึงบ้านเกิด                               ข. ใจท้อแท้หดหู่

        ค. เกิดความเบื่อหน่าย                         ง. อ่อนใจโงกง่วง

             คำตอบ : ง

๑๙. ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นพระธรรมราชา คือใคร ?

        ก. พระพุทธเจ้า                                  ข. พระสารีบุตร

        ค. พระอานนท์                                  ง. พระมหากัสสปะ

             คำตอบ : ก

๒๐. พระสาวกรูปใด  ชอบอยู่ป่าปฏิบัติกัมมัฏฐาน ?

        ก. พระอุรุเวลกัสสปะ                          ข. พระโมคคัลลานะ

        ค. พระมหากัสสปะ                             ง. พระกุมารกัสสปะ

             คำตอบ : ค

๒๑. พระมหาเถระผู้คิดริเริ่มในการทำสังคายนาครั้งแรก คือใคร ?

        ก. พระอุรุเวลกัสสปะ                          ข. พระมหากัสสปะ

        ค. พระอานนท์                                  ง. พระอุบาลี

             คำตอบ : ข

๒๒. พระสาวกรูปใด ไม่ได้ออกบวชพร้อมกับพระอานนท์ ?

        ก. พระอนุรุทธะ                                 ข. พระภัททิยะ

        ค. พระอุบาลี                                     ง. พระสารีบุตร

             คำตอบ : ง

๒๓. พระมหากัจจายนะ ก่อนบวชมีตำแหน่งอะไร ?

        ก. ปุโรหิต                                         ข. ทหารองครักษ์

        ค. อำมาตย์                                       ง. เจ้าลัทธิ

             คำตอบ : ก

๒๔. พระสาวกรูปใด สามารถยังสกุลที่ไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใสได้ ?

        ก. พระโมคคัลลานะ                            ข. พระสารีบุตร

        ค. พระอุบาลี                                     ง. พระกาฬุทายี

             คำตอบ : ง

๒๕. พระพุทธเจ้า ทรงรับประกันเพื่อให้ได้นางอัปสรแก่ใคร ?

        ก. พระภัททิยะ                                  ข. พระนันทะ

        ค. พระอานนท์                                  ง. พระเทวทัต

             คำตอบ : ข

๒๖. พระสาวกรูปใด ตอนเกิดบิดาพูดว่า บ่วงเกิดแล้ว ?

        ก. พระอานนท์                                  ข. พระอุบาลี

        ค. พระราหุล                                     ง. พระอัสสชิ

             คำตอบ : ค

๒๗. พระสาวกรูปใด เคยปรารถนาว่า ขออย่าได้ยินคำว่าไม่มี ?

        ก. พระภัททิยะ                                  ข. พระมหานามะ

        ค. พระอนุรุทธะ                                 ง. พระกิมพิละ

             คำตอบ : ค

๒๘. พระสาวกรูปใด บรรลุพระอรหันต์ขณะปลงผมเสร็จ ?

        ก. พระสีวลี                                      ข. พระเรวตะ

        ค. พระสุภูติ                                      ง. พระวังคีสะ

             คำตอบ : ก

๒๙. พระสาวกรูปใด  มารดาบิดาจำใจยอมให้บวช ?

        ก. พระราธะ                                      ข. พระอนุรุทธะ

        ค. พระรัฐบาล                                   ง. พระสาคตะ

             คำตอบ : ค

๓๐. พระสาวกรูปใด ถูกพระศาสดาทรงตำหนิว่า โมฆบุรุษผู้มักมาก ?

        ก. พระสุภูติ                                     ข. พระจุนทะ

        ค. พระเรวตะ                                    ง. พระอุปเสนะ

             คำตอบ : ง

๓๑. มีปัญญา แม้ไม่มีทรัพย์ ยังพออยู่ได้ แต่ขาดปัญญา

      แม้มีทรัพย์ก็อยู่ไม่ได้ ... เป็นธรรมวาทะของใคร ?

        ก. พระโสภิตะ                                   ข. พระสาคตะ

        ค. พระมหากัปปินะ                            ง. พระพากุละ

             คำตอบ : ค

๓๒. พระสาวกรูปใด ขณะเป็นพระราชา มีม้าไว้สืบข่าวการอุบัติขึ้น

      ของพระพุทธเจ้า ?

        ก. พระมหากัปปินะ                             ข. พระรัฐบาล

        ค. พระภัททิยะ                                  ง. พระโสณกุฏิกัณณะ

             คำตอบ : ก

๓๓. พระสาวกรูปใด ก่อนบวชมักพูดหักล้างคนอื่น จนใคร ๆ
     ไม่อยากคบหาสมาคมด้วย ?

        ก. พระโสณกุฏิกัณณะ                         ข. พระกุมารกัสสปะ

        ค. พระปุณณชิ                                  ง. พระมหาโกฏฐิตะ

             คำตอบ : ง

๓๔. ใครทำหน้าที่วินิจฉัยอธิกรณ์  กรณีมารดาของกุมารกัสสปะ ?

        ก. พระมหากัสสปะ                             ข. พระอานนท์

        ค. พระสารีบุตร                                 ง. พระอุบาลี

             คำตอบ : ง

๓๕. พระสาวกรูปใด ก่อนบวชถูกล้อเลียนว่า เด็กไม่มีแม่ ?

        ก. พระรัฐบาล                                   ข. พระราธะ

        ค. พระกุมารกัสสปะ                           ง. พระโกณฑธาน

             คำตอบ : ค

๓๖. พระสาวกรูปใด ก่อนบวชมีความเชี่ยวชาญด้านดนตรี ?

        ก. พระโสณโกฬิวิสะ                           ข. พระปิลินทวัจฉะ

        ค. พระปุณณชิ                                  ง. พระมหาโกฏฐิตะ

             คำตอบ : ก

๓๗. พระสาวกรูปใด ชำนาญในมนต์เคาะกะโหลกศีรษะมนุษย์ ?

        ก. พระพาหิยะ                                   ข. พระสุภูติ

        ค. พระสาคตะ                                   ง. พระวังคีสะ

             คำตอบ : ง

๓๘. พระสาวกรูปใด เป็นต้นบัญญัติในการห้ามดื่มสุรา ?

        ก. พระสาคตะ                                   ข. พระพากุละ

        ค. พระสุภูติ                                      ง. พระโสภิตะ

             คำตอบ : ก

๓๙. พระสาวกรูปใด ได้ชื่อว่าปัจฉิมภวิกสัตว์ ผู้เกิดเป็นภพสุดท้าย ?

       ก. พระสิวลี                                      ข. พระพากุละ

        ค. พระสุภูติ                                      ง. พระราธะ

             คำตอบ : ข

๔๐. พระพากุละไม่มีโรคภัยเบียดเบียน เพราะสาเหตุใด ?

        ก. สร้างเจดีย์ถวาย                             ข. สร้างห้องสุขาถวาย

        ค. ถวายยาเป็นทาน                            ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก

             คำตอบ : ง

 

                           ศาสนพิธี

๔๑.  ระเบียบแบบแผนที่ผู้นับถือศาสนาพึงปฏิบัติ เรียกว่าอะไร ?

        ก. ศาสนพิธี                                      ข. บุญพิธี

        ค. ทานพิธี                                        ง. กุศลพิธี

             คำตอบ : ก

๔๒. ข้อใด จัดเป็นงานอวมงคล ?

        ก. ทำบุญขึ้นบ้านใหม่                          ข. ทำบุญอุทิศผู้ตาย

        ค. ทำบุญทอดกฐิน                             ง. ทำบุญฉลองเมรุ

             คำตอบ : ข

๔๓. วันพระ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าวันอะไร ?

        ก. วันอุโบสถ                                     ข. วันวัสสูปนายิกา

        ค. วันธรรมสวนะ                               ง. วันปาฏิบท

             คำตอบ : ค

๔๔. ผ้าที่โยงจากศพ เพื่อทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล เรียกว่าอะไร ?

        ก. ผ้าภูษามาลา                                  ข. ผ้าภูษาโยง

        ค. ผ้าบังสุกุล                                    ง. ผ้าปูลาด

             คำตอบ : ข

๔๕. วันเข้าพรรษา ตรงกับข้อใด ?

        ก. ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๘                         ข. ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘

        ค. แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘                       ง. แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๙

             คำตอบ : ค

๔๖. วันมหาปวารณา  ตรงกับข้อใด ?

        ก. วันแสดงธรรม                               ข. วันอุโบสถ

        ค. วันเข้าพรรษา                                 ง. วันออกพรรษา

             คำตอบ : ง

๔๗. ข้อใด ไม่ใช่อยู่ในบทพุทธานุสสติ ?

        ก. สมฺมาสมฺพุทฺโธ                               ข. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน

        ค. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ                        ง. สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก

๔๘. การถวายผ้าอาบน้ำฝน นิยมถวายในวันใด ?

        ก. วันมาฆบูชา                                   ข. วันวิสาขบูชา

        ค. วันอัฏฐมีบูชา                                 ง. วันอาสาฬหบูชา

             คำตอบ : ง

๔๙. อุโบสถศีลข้อสุดท้าย ว่าด้วยการเว้นเรื่องใด ?

        ก. บริโภคในเวลาวิกาล                       ข. ฟ้อนรำขับร้อง

        ค. ทัดทรงดอกไม้                               ง. ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่

             คำตอบ : ง

๕๐. การทอดกฐิน สิ้นสุดในวันใด ?

        ก. วันลอยกระทง                               ข. วันสงกรานต์                          ค. วันเข้าพรรษา         ง. วันออกพรรษา

        คำตอบ : ก

เฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาอุโบสถศีล (วินัย)  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๕.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑. ชาวพุทธ ควรยึดถืออะไรเป็นที่พึ่งที่ระลึก ?

        ก. ไตรสรณคมน์                               ข. ไตรปิฎก

        ค. ไตรลักษณ์                                   ง. ไตรสิกขา

        คำตอบ : ก

๒. สรณคมน์ หมายถึงอะไร ?

        ก. ขอพร                                          ข. ขอให้คุ้มครอง

        ค. บนบาน                                        ง. ทำตามคำสอน

             คำตอบ : ง

๓. ข้อใด ไม่นับเข้าในสรณะทั้ง ๓ ?

        ก. พระพุทธเจ้า                                  ข. พระธรรม

        ค. พระสงฆ์                                      ง. พระโพธิสัตว์

        คำตอบ : ง

๔. สรณคมน์ขาดเพราะสาเหตุใด ไม่มีโทษ ?

        ก. ความตาย                                     ข. ทำร้ายพระศาสดา

        ค. ไปนับถือศาสดาอื่น                         ง. ไม่มีข้อใดถูก

        คำตอบ : ก

 

๕. ความเชื่อเช่นไร เป็นเหตุให้สรณคมน์เศร้าหมอง ?

        ก. เชื่อกรรม                                     ข. เชื่อบาปบุญ

        ค. เชื่อมงคลตื่นข่าว                            ง. เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ

        คำตอบ : ค

๖. จุดประสงค์ในการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ตรงกับข้อใด ?     

        ก. ทำบุญเพื่อล้างบาป                          ข. ทำบุญแสวงหาลาภ

        ค. หาเช่าจตุคามรุ่นนิยม                      ง. ปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลส

        คำตอบ : ง

๗. การขาดสรณคมน์ เกิดขึ้นได้แก่บุคคลใด ?

        ก. บุคคลทั่วไป                                  ข. โสดาบันบุคคล

        ค. สกทาคามีบุคคล                            ง. อนาคามีบุคคล

        คำตอบ : ก

๘. “สุปปพุทธกุฏฐิ” เป็นแบบอย่างของบุคคลผู้มั่นคงในเรื่องใด ?

        ก. การถือศีล                                     ข. การถือสันโดษ

        ค. การถือสัจจะ                                 ง. การถือสรณคมน์

        คำตอบ : ง

๙. ตัดเศียรพระพุทธรูป เป็นความเศร้าหมองแห่งสรณคมน์เรื่องใด ?

        ก. ความไม่รู้                                     ข. ความรู้ผิด

        ค. ความสงสัย                                  ง. ความไม่เอื้อเฟื้อ

        คำตอบ : ง

 

 

๑๐. “นรกมีจริงหรือ” เป็นความเศร้าหมองแห่งสรณคมน์เรื่องใด ?

        ก. ความไม่รู้                                     ข. ความรู้ผิด

        ค. ความสงสัย                                  ง. ความไม่เอื้อเฟื้อ

        คำตอบ : ค

๑๑. “ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย” หมายเฉพาะใคร ? 

        ก. ภิกษุ ภิกษุณี                                 ข. สามเณร สามเณรี

        ค. อุบาสก อุบาสิกา                            ง. พุทธบริษัททั้ง ๔

        คำตอบ : ค

๑๒. พาณิชสองพี่น้องเข้าถึงพระรัตนตรัยด้วยวิธีใด ?

        ก. สมาทาน                                       ข. มอบตนเป็นสาวก

        ค. ถวายชีวิต                                     ง. แสดงความเลื่อมใส

        คำตอบ : ก

๑๓. ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นความหมายของข้อใด ?  

        ก. พระพุทธ                                      ข. พระธรรม

        ค. พระสงฆ์                                      ง. พระอริยะ

             คำตอบ : ก

๑๔. คำว่า ธรรมรักษา ในความหมายของสรณะ ๓ ตรงกับข้อใด ?

        ก. กำจัดภัย                                      ข. ไม่ให้ตกอบาย

        ค. เป็นเนื้อนาบุญ                               ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ข

๑๕. พระสงฆ์ได้นามว่า สังฆะ เพราะเหตุใด ?

        ก. บวชในพระพุทธศาสนา                    ข. มีทิฏฐิและศีลเสมอกัน

        ค. อาศัยอยู่ในวัดเดียวกัน                    ง. โกนผมห่มจีวรเหมือนกัน

        คำตอบ : ข

๑๖. คำเปล่งวาจาว่า สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ หมายถึงอะไร ?

        ก. มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก

        ข. มีพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก

        ค. มีพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก  

        ง. มีพระพรหมเป็นที่พึ่งที่ระลึก

             คำตอบ : ค

๑๗. การรักษาอุโบสถศีลในพระพุทธศาสนา มีต้นเหตุมาจากใคร ?

        ก. พระเจ้าสุทโธทนะ                           ข. พระเจ้าพิมพิสาร

        ค. พระเจ้าปเสนทิโกศล                       ง. พระเจ้าอชาตศัตรู

        คำตอบ : ข

๑๘. คำว่า อุโบสถ แปลว่าอะไร ?

        ก. การเข้าจำ                                     ข. การจำพรรษา     

        ค. การปฏิบัติธรรม                             ง. การอดอาหาร

             คำตอบ : ก

๑๙. อุโบสถเริ่มปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยใด ?

        ก. ก่อนพุทธกาล                                ข. สมัยพุทธกาล

        ค. กึ่งพุทธกาล                                  ง. หลังพุทธกาล

        คำตอบ : ก

๒๐. อุโบสถประกอบด้วยสรณะและองค์ ๘ เกิดขึ้นในสมัยใด ?

      ก. ก่อนพุทธกาล                                ข. สมัยพุทธกาล

        ค. กึ่งพุทธกาล                                  ง. หลังพุทธกาล

        คำตอบ : ค

 

 

๒๑. อุโบสถศีล บัญญัติขึ้นสำหรับใคร ?

        ก. ภิกษุ                                           ข. ภิกษุณี

        ค. คนทั่วไป                                      ง. อุบาสก อุบาสิกา

        คำตอบ : ง

๒๒. อุโบสถศีลต่างจากศีล ๕ อย่างไร ?

        ก. มีกำหนดเวลารักษา                         ข. ไม่มีกำหนดเวลารักษา

        ค. เป็นพื้นฐานของมนุษย์                     ง. เป็นบัญญัติชอบธรรม

        คำตอบ : ก

๒๓. อาการเช่นไร เรียกว่ารักษาอุโบสถศีล ?

        ก. การถือศีลกินเจ                              ข. การถือไม่พูดกับใคร

        ค. การงดเว้นข้อห้าม                           ง. การงดเหล้าเข้าพรรษา

        คำตอบ : ค

๒๔. การสมาทานอุโบสถศีล ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?

        ก. สมาทานในวันใดก็ได้                      ข. สมาทานกับใครก็ได้

        ค. สมาทานต่อหน้าพระสงฆ์                  ง. สมาทานตามวันที่กำหนด

        คำตอบ : ง

๒๕. สิกขาบทที่ ๓ แห่งอุโบสถศีล ว่าอย่างไร ?

        ก. ปาณาติปาตา เวรมณีสิกฺขาปทํ สมาทิยามิ

        ข. อพฺรหฺมจริยาเวรมณีสิกฺขาปทํ สมาทิยามิ

        ค. มุสาวาทา เวรมณีสิกฺขาปทํ สมาทิยามิ       

        ง. วิกาลโภชนา เวรมณีสิกฺขาปทํ สมาทิยามิ    

        คำตอบ : ข

 

 

๒๖. ผู้สมาทานอุโบสถศีลข้อที่ ๓ พึงงดเว้นการกระทำในเรื่องใด ? 

        ก. การล่วงประเวณี                             ข. การพูดเท็จ

        ค. การดื่มสุราเมรัย                             ง. การกินอาหาร

        คำตอบ : ก

๒๗. อุโบสถศีลข้อที่ ๔ บัญญัติขึ้นเพื่อให้ผู้รักษาเป็นคนเช่นไร ?

        ก. ขยัน                                           ข. ประหยัด

        ค. ซื่อสัตย์                                        ง. อดทน

        คำตอบ : ค

๒๘. ปลาหมอตายเพราะปาก มีความหมายตรงกับข้อใด ?

        ก. พูดเท็จ                                        ข. ดื่มน้ำเมา

        ค. บริโภคอาหาร                                ง. ขับร้องเพลง

        คำตอบ : ก

๒๙. ข้าพเจ้าสมาทานสิกขาบทคือเว้นจากพูดเท็จ ตรงกับศีลข้อใด ?

        ก. ข้อ ๑                                          ข. ข้อ ๒

        ค. ข้อ ๓                                          ง. ข้อ ๔

        คำตอบ : ง

๓๐. สมาทานอุโบสถศีล แต่บริโภคอาหารค่ำ ชื่อว่าละเมิดศีลข้อใด ?

        ก. ข้อ ๓                                         ข. ข้อ ๔

        ค. ข้อ ๕                                          ง. ข้อ ๖     

        คำตอบ : ง

๓๑. คำว่า “วิกาล” ในอุโบสถศีล กำหนดไว้อย่างไร ?

        ก. เช้าถึงเที่ยง                                   ข. เช้าถึงบ่าย

        ค. เช้าถึงเย็น                                     ง. เที่ยงถึงอรุณขึ้น

        คำตอบ : ง

๓๒. ประโยชน์ของการรักษาอุโบสถศีลข้อที่ ๖ ตรงกับข้อใด ?

        ก. เพื่อทรมานกิเลส                            ข. เพื่อทรมานสังขาร

        ค. เพื่อตัดความกังวล                          ง. เพื่อความประหยัด

        คำตอบ : ค

๓๓. เพลงเช่นไร ไม่ถือว่าเป็นข้าศึกแก่การรักษาอุโบสถศีล ?

        ก. เพลงลูกทุ่ง                                   ข. เพลงเพื่อชีวิต

        ค. เพลงธรรมะ                                  ง. เพลงละครทีวี

        คำตอบ : ค

๓๔. การเว้นจากการลูบไล้ทาเครื่องย้อมเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย

     ชื่อว่ารักษาอุโบสถศีลข้อใด ?

        ก. ข้อ ๕                                          ข. ข้อ ๖

        ค. ข้อ ๗                                         ง. ข้อ ๘

        คำตอบ : ค

๓๕. ที่นั่งที่นอนเช่นไร อนุโลมแก่ผู้รักษาอุโบสถศีล ?

        ก. ที่นั่งที่นอนสูง                                ข. ที่นั่งที่นอนใหญ่  

        ค. ที่นั่งที่นอนยัดนุ่น                           ง. ที่นั่งที่นอนยัดขนแกะ

        คำตอบ : ง

๓๖. ข้อใด ไม่นับเข้าในอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ?

        ก. ไม่ลักของผู้อื่น                               ข. ไม่พูดเท็จ

        ค. ไม่ดูการละเล่น                              ง. ไม่จับเงินทอง

        คำตอบ : ง

 

 

 

๓๗. อุโบสถศีลที่รักษาเฉพาะวันหนึ่งคืนหนึ่ง ตรงกับข้อใด ?

        ก. ปกติอุโบสถ                                  ข. ปฏิชาครอุโบสถ

        ค. ปาฏิหาริยอุโบสถ                            ง. โคปาลกอุโบสถ

        คำตอบ : ก

๓๘. การถือศีลอุโบสถ ปล่อยวันคืนให้ผ่านพ้นไปโดยเปล่าประโยชน์

      ไม่ทำความดี อะไรเลย จัดเป็นอุโบสถประเภทใด ?

        ก. ปกติอุโบสถ                                  ข. ปฏิชาครอุโบสถ

        ค. ปาฏิหาริยอุโบสถ                            ง. โคปาลกอุโบสถ

        คำตอบ : ง

๓๙. การรักษาอุโบสถประเภทใด เทียบเคียงได้กับการจำพรรษาของพระภิกษุ

      ในช่วงฤดูฝน ?

        ก. ปกติอุโบสถ                                  ข. ปฏิชาครอุโบสถ

        ค. อริยอุโบสถ                                   ง. ปาฏิหาริยอุโบสถ

        คำตอบ : ง

๔๐. วันรับ วันรักษา วันส่ง มีความเกี่ยวข้องกับอุโบสถประเภทใด ? 

        ก. ปกติอุโบสถ                                  ข.ปฏิชาครอุโบสถ

        ค. ปาฏิหาริยอุโบสถ                            ง. โคปาลกอุโบสถ

        คำตอบ : ข

๔๑. อุโบสถของนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ตรงกับข้อใด ? 

        ก. ปฏิชาครอุโบสถ                             ข. ปาฏิหาริยอุโบสถ

        ค. นิคคัณฐอุโบสถ                             ง. โคปาลกอุโบสถ

             คำตอบ : ค

 

 

๔๒. ผู้สมาทานรักษาอุโบสถศีล พึงปฏิบัติตนอย่างไร ?

        ก. บริจาคทาน                                   ข. รักษาศีล

        ค. เจริญภาวนา                                  ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๔๓. การสมาทานอุโบสถศีล กำหนดให้สมาทานที่ไหน ?

        ก. ที่วัด                                           ข. ที่บ้าน

        ค. ที่โรงพยาบาล                                ง. ที่ไหนก็ได้

        คำตอบ : ง

๔๔. อัฏฐมีดิถี ในคำประกาศอุโบสถศีล หมายถึงวันใด ?

        ก. วัน ๗ ค่ำ                                     ข. วัน ๘ ค่ำ

        ค. วัน ๑๔ ค่ำ                                   ง. วัน ๑๕ ค่ำ

        คำตอบ : ข

๔๕. การรักษาอุโบสถศีล ชื่อว่าปฏิบัติตามหลักธรรมหมวดใด ?

        ก. บุญกิริยาวัตถุ                                ข. สังคหวัตถุ

        ค. พรหมวิหาร                                   ง. สติปัฏฐาน

        คำตอบ : ก

๔๖. การรักษาอุโบสถศีล จะสิ้นสุดลงในเวลาใด ?

        ก. เมื่อเลิกรักษา                                 ข. เมื่อพ้นกำหนด

        ค. เมื่อเจ็บป่วย                                  ง. เมื่อมีญาติตาย

        คำตอบ : ข

๔๗. การรักษาอุโบสถศีล จัดอยู่ในศาสนพิธีประเภทใด ?

        ก. กุศลพิธี                                      ข. บุญพิธี

        ค. ทานพิธี                                        ง. ปกิณกะ

        คำตอบ : ก

๔๘. ข้อใด ไม่เกี่ยวข้องกับระเบียบพิธีในการรักษาอุโบสถศีล ? 

        ก. ประกาศองค์อุโบสถ                        ข. อาราธนาศีล

        ค. อาราธนาธรรม                               ง. สมาทานศีล

        คำตอบ : ค

๔๙. การรักษาอุโบสถศีล จัดเข้าในไตรสิกขาข้อใด ? 

        ก. ศีล                                             ข. สมาธิ

        ค. ปัญญา                                        ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ก

๕๐. อุโบสถศีลที่รักษาดีแล้ว ย่อมได้รับอานิสงส์สูงสุดในข้อใด ?

        ก. โภคสมบัติ                                    ข. มนุษยสมบัติ

        ค. สวรรคสมบัติ                                ง. นิพพานสมบัติ

        คำตอบ : ง

***  ***  ***

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลยวิชาอุโบสถศีล (วินัย)  ธรรมศึกษาชั้นโท

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

กระทู้ธรรม  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๐๘.๓๐ น.

 

             สามคฺยเมว สิกฺเขถ           พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ

             สามคฺยรโต ธมฺมฏฺโฐ          โยคกฺเขมา น ธํสติ.

            พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลายสรรเสริญแล้ว,      ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ.

                        (พุทฺธ)                                                                ขุ.ชา.เตรส ๒๗/๓๔๖

--------------------

 

        แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกันแต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

        ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป

--------------------

ให้เวลา ๓ ชั่วโมง

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เวลา ๑๓.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑.  พระพุทธเจ้าทรงเชิญชวนให้มาดูโลก เพื่อประโยชน์อะไร ?

      ก. เพื่อคลายเครียด                            ข. เพื่อคลายทุกข์

        ค. เพื่อให้รู้ความจริง                           ง. เพื่อเพลิดเพลิน

        คำตอบ : ค

๒.  คำว่า โลก ในส่วนปรมัตถปฏิปทา หมายถึงอะไร ?

        ก. แผ่นดินน้ำอากาศ                           ข. แผ่นดินและหมู่สัตว์

        ค. แผ่นดินที่อยู่อาศัย                          ง. หมู่สัตว์ผู้อยู่อาศัย

        คำตอบ : ข

๓.  คำว่า คนเขลา หมายถึงคนเช่นไร ?

        ก. คนดื้อรั้น                                      ข. คนมีความเห็นผิด

        ค. คนขาดสติ                                    ง. คนไม่มีการศึกษา

        คำตอบ : ข

๔.  คำว่า ผู้รู้ หมายถึงใคร ?

        ก. ผู้รู้ทันโลก                                     ข. ผู้รู้โลกตามเป็นจริง

        ค. ผู้รู้โลกธรรม                                 ง. ผู้รู้คดีโลกคดีธรรม

        คำตอบ : ข

๕.  คำว่า ข้องอยู่ในโลก ได้แก่อาการเช่นไร ?

        ก. พัวพันอยู่ในสิ่งอันล่อใจ                   ข. มัวเมาในสิ่งที่อำนวยสุข

        ค. เพลิดเพลินในสิ่งให้โทษ                   ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๖.  โทษล้างผลาญคุณความดีและทำให้เสียคน เรียกว่าอะไร ?

        ก. มาร                                            ข. บ่วงมาร

        ค. เสนามาร                                      ง. มัจจุมาร

        คำตอบ : ค

๗.  คนเช่นไร สงเคราะห์เข้าในคำว่า มาร ?

        ก. คนเป็นศัตรูกัน                              ข. คนอันธพาล

        ค. คนขัดขวางการทำดี                        ง. คนหลอกลวง

        คำตอบ : ก

๘. คำว่า บ่วงแห่งมาร หมายถึงข้อใด ?

        ก. กิเลสกาม                                     ข. วัตถุกาม

        ค. กามฉันท์                                      ง. กามตัณหา

        คำตอบ : ข

๙. ทำอย่างไร จึงจะพ้นจากบ่วงแห่งมาร ?

        ก. สำรวมอินทรีย์                               ข. มนสิการกัมมัฏฐาน

        ค. เจริญวิปัสสนา                               ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๑๐. เบื่อหน่ายอะไร จัดเป็นนิพพิทา ?

        ก. เบื่อหน่ายสังขาร                             ข. เบื่อหน่ายการงาน

        ค. เบื่อหน่ายการเรียน                         ง. เบื่อหน่ายสังคม

        คำตอบ : ก

 

๑๑. คนและสัตว์ จัดเป็นสังขารประเภทใด ? 

        ก. วิสังขาร                                        ข. ปุญญาภิสังขาร

        ค. อุปาทินนกสังขาร                            ง. อนุปาทินนกสังขาร

        คำตอบ : ค

๑๒.ความขาดแห่งสันตติ ทำให้เห็นอะไร ?

        ก. ความไม่เที่ยง                                ข. ความทุกข์

        ค. ความแก่                                      ง. ความตาย

        คำตอบ : ก

๑๓. อนิจจลักษณะ ไม่ปรากฏในข้อใด ?

        ก. ร่างกาย                                        ข. จิตใจ

        ค. ต้นไม้                                        ง. นิพพาน

        คำตอบ : ง

๑๔. อนิจจตา มีลักษณะเช่นไร ?

        ก. เกิดแล้วเสื่อมไป                           ข. ทนอยู่ไม่ได้

        ค. ไม่อยู่ในอำนาจ                             ง. หาเจ้าของมิได้

        คำตอบ : ก

๑๕. เกิด แก่ ตาย จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?

        ก. สภาวทุกข์                                     ข. ปกิณณกทุกข์

        ค. นิพัทธทุกข์                                   ง. พยาธิทุกข์

        คำตอบ : ก

 

 

 

๑๖. มองไม่เห็นทุกข์ เพราะมีอะไรปิดบังไว้ ? 

        ก. สันตติ                                        ข. อิริยาบถ

        ค. ฆนสัญญา                                    ง. สุขเวทนา

        คำตอบ : ข

๑๗. ปกิณณกทุกข์ ได้แก่ข้อใด ? 

        ก. เศร้าโศกเสียใจ                              ข. หนาวร้อน

        ค. เจ็บไข้ได้ป่วย                               ง. หิวกระหาย

        คำตอบ : ก

๑๘. ข้อใด จัดเป็นนิพัทธทุกข์ ?

        ก. เสียใจ                                         ข. เจ็บป่วย

        ค. เกิด แก่ ตาย                               ง. หนาวร้อน

        คำตอบ : ง

๑๙. ลาภ ยศ สรรเสริญ จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?

        ก. สภาวทุกข์                                     ข. ปกิณณกทุกข์

        ค. นิพัทธทุกข์                                  ง. สหคตทุกข์

        คำตอบ : ง

๒๐. ความไม่อยู่ในอำนาจ จัดเป็นอาการของอะไร ?

        ก. อนิจจตา                                      ข. ทุกขตา

        ค. อนัตตตา                                      ง. สามัญญตา

        คำตอบ : ค

๒๑. ทุกสิ่งมีสภาพสูญ หมายถึงข้อใด ?

        ก. ควบคุมไม่ได้                               ข. ค้นหาไม่พบ

        ค. ไม่เที่ยงแท้                                  ง. มีความแปรปรวน

        คำตอบ : ก

๒๒. ข้อใด เป็นความหมายของวิราคะ ? 

        ก. สิ้นอาลัย                                      ข. สิ้นกำหนัด

        ค. สิ้นวัฏฏะ                                      ง. สิ้นตัณหา

        คำตอบ : ข

๒๓.วิกขัมภนวิมุตติ ความหลุดพ้นด้วยข่มไว้นั้น คือข่มอะไร ?

        ก. โลภะ                                           ข. โทสะ
       ค. นิวรณ์                                         ง. ตัณหา

        คำตอบ : ค

๒๔. การหลุดพ้นด้วยวิธีใด เรียกว่าปัญญาวิมุตติ ?

ก. เจริญสมถะอย่างเดียว                     ข. เจริญวิปัสสนาอย่างเดียว

ค. เจริญทั้งสมถะและวิปัสสนา               ง. ถูกทุกข้อ

คำตอบ : ข

๒๕. วิสุทธิ ความหมดจดแห่งสัตว์ทั้งหลาย ในพระพุทธศาสนากล่าวเรื่องนี้ไว้อย่างไร ?

ก.      สัตว์บริสุทธิ์ได้ด้วยลอยบาป   

ข. สัตว์บริสุทธิ์ได้ด้วยชำระบาป

ค. สัตว์บริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา     

ง. สัตว์บริสุทธิ์ได้ด้วยเทพเจ้า

คำตอบ : ค

๒๖. ข้อใด ไม่จัดเข้าในสีลวิสุทธิ ความหมดจดแห่งศีล ?

        ก. สัมมาวาจา                                    ข. สัมมากัมมันตะ

        ค. สัมมาอาชีวะ                                  ง. สัมมาสมาธิ

        คำตอบ : ง

 

๒๗. วิสุทธิ เป็นจุดหมายปลายทางของอะไร ?

        ก. นิพพิทา                                       ข. วิราคะ

        ค. นิพพาน                                       ง. วิมุตติ

        คำตอบ : ก

๒๘. ข้อใด เป็นทางแห่งสันติภาพแท้ ? 

        ก. ทำตามกฎหมาย                             ข. เชื่อฟังผู้ใหญ่

        ค. เคารพสิทธิผู้อื่น                             ง. มีกายวาจาใจสงบ

        คำตอบ : ง

๒๙. ผู้เพ่งความสงบพึงละโลกามิส คำว่า โลกามิส คืออะไร ? 

        ก. กามคุณ                                      ข. กามฉันท์

        ค. กามกิเลส                                    ง. กามราคะ

        คำตอบ : ก

๓๐. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะเข้าใกล้พระนิพพาน ?

        ก. ฝึกสมาธิเป็นนิตย์                          ข. เห็นภัยในความประมาท

        ค. ฟังธรรมสม่ำเสมอ                         ง. รักษาศีลเป็นประจำ

        คำตอบ : ข

๓๑. อุปมาว่า ไฟสิ้นเชื้อแล้วย่อมดับไปเอง กล่าวถึงเรื่องใด ?

        ก. ฌาน                                           ข. สมาบัติ

        ค. อภิญญา                                      ง. นิพพาน

        คำตอบ : ง

๓๒.  ข้อใด กล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานได้ถูกต้อง ?  

       ก. ปฏิบัติเพื่อละกิเลส                          ข. สิ้นกิเลส มีชีวิตอยู่

        ค. สิ้นกิเลส สิ้นชีวิต                            ง. สิ้นชีวิต มีกิเลสอยู่

        คำตอบ : ข

๓๓. จิตที่เป็นสมาธิ มีลักษณะอย่างไร ?

        ก. มีอารมณ์เดียว                               ข. ปราศจากนิวรณ์

       ค. มีสมาธิตั้งมั่น                                 ง. ถูกทุกข้อ

       คำตอบ : ง

๓๔. กายคตาสติกัมมัฏฐาน กำหนดอะไรเป็นอารมณ์ ?

       . ผมขนเล็บฟันหนัง                           ข. ซากศพ

       ค. ลมหายใจ                                     ง. ความตาย

       คำตอบ : ก

๓๕. ผู้เจริญกายคตาสติ ย่อมได้รับอานิสงส์อย่างไร ?

        ก. ไม่กลัวความตาย                            ข. มีผิวพรรณผ่องใส

        ค. มีจิตใจเบิกบาน                                ง. ไม่ยึดติดกายตนคนอื่น

        คำตอบ : ง

๓๖. กายคตาสติ เป็นคู่ปรับนิวรณ์ใด ?

        ก. กามฉันท์                                     ข. พยาบาท

        ค. ถีนมิทธะ                                     ง. วิจิกิจฉา

        คำตอบ : ก

๓๗. ผู้เจริญเมตตา พึงแผ่ไปในใครก่อน ?

       ก. ตนเอง                                         ข. บิดามารดา

       ค. คนทั่วไป                                     ง. คนเป็นศัตรู

       คำตอบ : ก

๓๘. ผู้เจริญพุทธานุสสติ ควรระลึกถึงอะไร ?

        ก. พุทธประวัติ                                  ข. พุทธโอวาท

        ค. พระพุทธรูป                                  ง. พระพุทธคุณ

        คำตอบ : ง

๓๙. การเจริญกสิณ เพื่อข่มนิวรณ์ใด ? 

       ก. พยาบาท                                      ข. วิจิกิจฉา

        ค. อุทธัจจกุกกุจจะ                           ง. ถีนมิทธะ

        คำตอบ : ค

๔๐. การกำหนดรูปกายโดยความเป็นธาตุ ๔ หมายถึงข้อใด  ?

        ก. จตุธาตุววัตถาน                             ข. อสุภกัมมัฏฐาน

        ค. กายคตาสติ                                 ง. อาหาเรปฏิกูลสัญญา

        คำตอบ : ก

๔๑. ประโยชน์ของการเจริญอสุภกัมมัฏฐาน คือข้อใด ?    

        ก. คลายสงสัย                                  ข. คลายกำหนัด

        ค. ตัดกิเลส                                     ง. ให้เกิดเมตตา

        คำตอบ : ข

๔๒. การเจริญมรณสติ มีประโยชน์อย่างไร ? 

        ก. ทำให้ไม่ประมาท                            ข. ทำให้กล้าหาญ

        ค. ทำให้อดทน                                  ง. ทำให้วางเฉย

        คำตอบ : ก

๔๓. คนโทสจริต มีลักษณะเช่นไร ?  

        ก. เจ้าระเบียบ                                   ข. โกรธง่าย

        ค. เชื่อคนง่าย                                    ง. ลืมง่าย

        คำตอบ : ข

๔๔. คนโทสจริต ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?

        ก. เมตตา                                        ข. จาคานุสสติ

        ค. อสุภะ                                          ง. มรณานุสสติ

        คำตอบ : ก

๔๕. คนมีสติไม่มั่นคง หลงๆ ลืมๆ ตรงกับจริตใด ? 

        ก. วิตักกจริต                                    ข. พุทธิจริต

        ค. โมหจริต                                       ง. สัทธาจริต

        คำตอบ : ค

๔๖. คนมีสติไม่มั่นคง ควรแก้ด้วยวิธีใด ? 

ก. พิจารณาความตาย                          ข. กำหนดลมหายใจ

        ค. พิจารณาอสุภะ                               ง. กำหนดธาตุ ๔

        คำตอบ : ข

๔๗. การแสดงธรรมโปรดสัตว์ จัดเป็นพุทธคุณข้อใด ?

        ก. พระปัญญาคุณ                             ข. พระวิสุทธิคุณ

        ค. พระกรุณาคุณ                              ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ค

๔๘. จตุธาตุววัตถาน ท่านให้กำหนดพิจารณากายให้เห็นว่า... ?

        ก. เป็นเพียงสมมติว่าธาตุ ๔

        ข. เป็นเพียงธาตุ ๔ ประชุมกัน

        ค. ธาตุ ๔ เป็นนิพพานบัญญัติ             

        ง. ธาตุ ๔  เป็นปรมัตถบัญญัติ

        คำตอบ : ก

๔๙. บุคคลเช่นไร เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานไม่ได้ผล ?  

        ก. มีจิตฟุ้งซ่าน                                  ข. มีศีลไม่บริสุทธิ์

        ค. ไม่รู้วิปัสสนาภูมิ                             ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

 

 

๕๐. ประโยชน์สูงสุดของการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน คืออะไร ?

        ก. พ้นจากสังสารทุกข์                        ข. ระงับนิวรณ์

        ค. กำจัดความสงสัย                           ง. พ้นจากอบาย

        คำตอบ : ก

***  ***  ***

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันศุกร์ ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
เวลา ๑๔.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑. การศึกษาพุทธานุพุทธประวัติ มีประโยชน์อย่างไร ?

        ก. รู้ความเป็นไป                                       ข. รู้ปฏิปทาจริยาวัตร

        ค. ได้ทิฏฐานุคติ                                      ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ง

๒. ไตรเพท เป็นคัมภีร์การศึกษาของวรรณะใด ?

        ก. กษัตริย์                                               ข. พราหมณ์

        ค. แพศย์                                                ง. ศูทร

             คำตอบ : ข

๓. เพราะเหตุใด คนชมพูทวีปสมัยนั้น จึงมีทิฏฐิความเห็นที่แตกต่างกัน ?

        ก. มีคณาจารย์มากมาย                       ข. มีการสอนลัทธิต่างกัน

        ค. มีการแบ่งชั้นวรรณะ                        ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ง

๔. ความเห็นว่า ตายแล้วสูญ จัดเป็นทิฏฐิประเภทใด ?

        ก. อเหตุกทิฏฐิ                                          ข. นัตถิกทิฏฐิ

        ค. อุจเฉททิฏฐิ                                          ง. สัสสตทิฏฐิ

             คำตอบ : ค

๕. ตามลัทธิพราหมณ์ เชื่อว่าผู้ไม่มีบุตร จะมีคติเป็นอย่างไร ?

        ก. ตายแล้วสูญ                                         ข. ตายแล้วตกนรก

        ค. ตายแล้วเกิดในสุคติ                               ง. มีคติไม่แน่นอน

             คำตอบ : ข

๖. พระเจ้าสุทโธทนะ ทรงครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากใคร ?

        ก. พระเจ้าโอกกากราช                         ข. พระเจ้าชยเสนะ

        ค. พระเจ้าสีหหนุ                                ง. พระเจ้าอัญชนะ

             คำตอบ : ค

๗. พระอนุชาต่างมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะ มีพระนามว่าอะไร ?

        ก. อานนท์                                        ข. นันทะ

        ค. นันทกะ                                        ง. มหานามะ

             คำตอบ : ข

๘. พระเจ้าสีหหนุและพระนางกัญจนา เป็นอะไรกับเจ้าชายสิทธัตถะ ?

        ก. ตา ยาย                                       ข. ปู่ ย่า

        ค. ลุง ป้า                                         ง. พ่อตา แม่ยาย

             คำตอบ : ข

 ๙. ข้อใด ไม่ใช่บุพพนิมิต ๕ ประการ ที่ปรากฏแก่พระมหาสัตว์ ?

        ก. ทิพยภูษาที่ห่มมีสีเศร้าหมอง

        ข. พระสรีระมีอาการชราปรากฏ

        ค. พระเสโทไหลจากพระนลาฏ 

        ง. ทิพยบุปผาที่ประดับเหี่ยวแห้ง

             คำตอบ : ค

๑๐. พระนางสิริมหามายาเสด็จไปเทวทหนคร เพราะเหตุใด ?                                                                                                         

        ก. บวงสรวงเทวดา                             ข. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

        ค. เยี่ยมสกุลวงศ์                               ง. เยี่ยมมารดาบิดา

             คำตอบ : ค

 ๑๑. พระวาจาว่า “เราเป็นเลิศ เป็นหนึ่ง ประเสริฐสุดในโลก” เรียกว่า...?

        ก. สัจจวาจา                                      ข. มธุรวาจา

        ค. ปิยวาจา                                       ง. อาสภิวาจา

             คำตอบ : ง

๑๒. พระมหาสัตว์มีพระรัศมีออกจากพระวรกาย จึงมีพระนามว่า... ?

        ก. อรหันต์                                        ข. โคตมะ

        ค. อังคีรส                                        ง. สิทธัตถะ

             คำตอบ : ค

๑๓. ใครมิใช่เป็นสหชาติกับเจ้าชายสิทธัตถะ ?

        ก. อานนท์                                        ข. อุบาลี

        ค. กาฬุทายี                                      ง. พิมพา

             คำตอบ : ข

๑๔. ราหุลํ ชาตํ พนฺธนํ ชาตํ  มีความหมายว่าอย่างไร ?

        ก. บ่วง พันธะ ผูกแล้ว                        ข. บ่วง พันธะ รัดแล้ว

        ค. บ่วง พันธะ เกิดแล้ว                       ง. บ่วง พันธะ  ดับแล้ว

             คำตอบ : ค

๑๕. ต้นพระศรีมหาโพธิที่ตรัสรู้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร ?

        ก. อัสสัตถพฤกษ์                               ข. ชมพูพฤกษ์

        ค. ราชพฤกษ์                                    ง. ชัยพฤกษ์

             คำตอบ : ก

๑๖. ใครอุปัฏฐากพระมหาบุรุษ ขณะทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ?

        ก. ฉันนะ                                                 ข. สุชาดา

        ค. ปัญจวัคคีย์                                          ง. ภัททวัคคีย์

             คำตอบ : ค

๑๗. ใครเป็นศิษย์ของสัญชัยปริพพาชก ?

        ก. โกลิตะ                                                ข. ปุกกุสะ

        ค. ปิปผลิ                                                ง. ราธะ

             คำตอบ : ก

๑๘. พระพุทธเจ้าทรงผจญกับธิดาของพระยามาร ณ สถานที่ใด ?

        ก. อนิมิสเจดีย์                                 ข. รัตนจงกรมเจดีย์

        ค. ต้นอชปาลนิโครธ                          ง. ต้นราชายตนะ

             คำตอบ : ค

๑๙. โดยธรรมาธิษฐาน พระยามารคืออะไร ?

        ก. กามตัณหา                                    ข. กามราคะ

        ค. วัตถุกาม                                      ง. กิเลสกาม

             คำตอบ : ง

๒๐. สถานที่เพ่งดูต้นพระศรีมหาโพธิ มิได้กระพริบพระเนตร เรียกว่า…?

        ก. อนิมิสเจดีย์                                   ข. รัตนฆรเจดีย์

        ค. รัตนจงกรมเจดีย์                            ง. รัตนเจดีย์

             คำตอบ : ก

๒๑. พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุข หลังจากตรัสรู้กี่วัน ?

        ก. ๗ วัน                                         ข. ๒๑ วัน

        ค. ๒๘ วัน                                       ง. ๔๙ วัน

             คำตอบ : ง

๒๒. คำว่า อรหันต์  เป็นคำเรียกกันมาตั้งแต่เมื่อไร ?

        ก. ก่อนพุทธกาล                                ข. สมัยพุทธกาล

        ค. หลังพุทธกาล                                ง. หลังสังคายนา

             คำตอบ : ก

๒๓. ตัณหักขยธรรม ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา ตรัสที่ไหน ?

        ก. ถ้ำสุกรขาตา                                  ข. ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

        ค. วัดเวฬุวัน                                     ง. กัลลวาลมุตตคาม

             คำตอบ : ง

๒๔. บุคคลผู้ไม่สามารถแนะนำให้รู้ตามได้ เปรียบด้วยบัวชนิดใด ?

        ก. บัวใต้น้ำ                                       ข. บัวเสมอน้ำ

        ค. บัวพ้นน้ำ                                      ง. บัวพ้นน้ำพร้อมบาน

             คำตอบ : ก

๒๕. ข้อใด กล่าวถึงพระอัญญาโกณฑัญญะไม่ถูกต้อง ?

        ก. เป็นปฐมสาวก                               ข. เป็นลุงปุณณมาณพ

        ค. เกิดที่บ้านโทณวัตถุ                         ง.  เป็นบุตรกปิลพราหมณ์ 

             คำตอบ : ง

๒๖. ยสกุลบุตรพบพระพุทธเจ้า ในพระอิริยาบถใด ?

        ก. ประทับยืน                                    ข. เสด็จจงกรม

        ค. ประทับนั่ง                                    ง. บรรทม

             คำตอบ : ข

๒๗. แคว้นกาสีมีชื่อเสียงในเรื่องใด ?

        ก. ธัญญาหาร                                    ข. สมุนไพร

        ค. อัญมณี                                        ง. เสื้อผ้า

             คำตอบ : ง

๒๘. พระพุทธเจ้าทรงเน้นคนกลุ่มใดก่อน ในการประกาศพระศาสนา ?

        ก. หมู่สามัญชน                                 ข. หมู่เศรษฐี

        ค. หมู่นักบวช                                    ง. พระราชา เจ้าลัทธิ

             คำตอบ : ง

๒๙. ปิปผลิมาณพและภัททกาปิลานี คิดอย่างไรเกี่ยวกับการครอง

      เรือนจึงตัดสินใจออกบวช ?

        ก. เป็นการสร้างบารมี                          ข. เป็นการคอยรับบาป

        ค. เป็นการสืบทอดมรดก                     ง. เป็นการสืบต่อสังสารวัฏ

             คำตอบ : ข

๓๐. การประกาศพระศาสนาของสาวกยุคแรก มีอุปสรรคอย่างไร ?

        ก. มีคนเลื่อมใสน้อย                           ข. ถูกเจ้าลัทธิต่อต้าน

        ค. ให้อุปสมบทเองไม่ได้                       ง. ทางสัญจรลำบากมาก

             คำตอบ : ค

๓๑. พระเจ้าพิมพิสารถวายอุทยานเวฬุวัน เพราะทรงเห็นอย่างไร ?

        ก. อยู่ไกลจากพระนคร                      ข. เหมาะแก่สมณวิสัย

        ค. เป็นสถานที่กว้างขวาง                    ง.  มีคนอยู่อาศัยมาก

             คำตอบ : ข

๓๒. ข้อใด กล่าวถึงพระเจ้าพิมพิสารไม่ถูกต้อง ?

        ก. เป็นพระอริยบุคคล                         ข. ถวายวัดแห่งแรก

        ค. พระราชาแคว้นมคธ                       ง. เป็นปฐมอุบาสก

             คำตอบ : ง

๓๓. พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองแคว้นโกศล คือใคร ?

        ก. พระเจ้าสุปปพุทธะ                          ข. พระเจ้าปเสนทิโกศล

        ค. พระเจ้าสุทโธทนะ                           ง. พระเจ้าพิมพิสาร

             คำตอบ : ข

๓๔. พระเทวทัตไม่สามารถบรรลุมรรคผล เพราะเหตุใด ?

        ก. มีมานะว่าเป็นกษัตริย์                      ข. คิดจะตั้งตนเป็นใหญ่

        ค. ลาภสักการะครอบงำ                       ง. สำคัญตนว่ามีความรู้

             คำตอบ : ค

๓๕. ใครบอกวิธีการทำนาให้เจ้าชายอนุรุทธะได้รับรู้ ?

        ก. พระเจ้ามหานามะ                           ข. พระเจ้าภัททิยะ

        ค. พระเจ้าสุกโกทนะ                           ง. พระเจ้าอมิโตทนะ

             คำตอบ : ก

๓๖. “อะไรเป็นภัยของสัตวโลก” ตรัสตอบอชิตมาณพว่าอย่างไร ?

        ก. ลาภเป็นภัยใหญ่                             ข. ทุกข์เป็นภัยใหญ่

        ค. ยศเป็นภัยใหญ่                              ง. ทรัพย์เป็นภัยใหญ่

             คำตอบ : ข

๓๗. พระสาวกคู่ใด สนทนาเรื่องการตายของพระขีณาสพ ?

        ก. พระอัสสชิ พระอนุรุทธะ                 ข. พระอานนท์ พระอุบาลี

        ค. พระสารีบุตร พระยมกะ                 ง. พระยสะ พระโมคคัลลานะ

             คำตอบ : ค

๓๘. พระสาวกรูปใด ได้ศิษย์ดีและเป็นกำลังสำคัญของพระศาสนา ?

        ก. พระอัสสชิ                                    ข. พระยสะ

        ค. พระอานนท์                                  ง. พระสารีบุตร

             คำตอบ : ก

๓๙. บุคคลใด พระพุทธเจ้าจัดให้เป็นทิศเบื้องหน้า ?

        ก. บิดา มารดา                                  ข. ครู อาจารย์

        ค. บุตร ภรรยา                                  ง. มิตร สหาย

             คำตอบ : ก

๔๐. พระรัฐบาลใช้วิธีใด จึงได้บวชเป็นพระภิกษุ ?

        ก. หนีบวชซึ่งหน้า                               ข. อดอาหาร

        ค. บวชตามเพื่อน                               ง. ขอร้องบิดามารดา

             คำตอบ : ข

๔๑. พระสาวกรูปใด ไม่ได้บรรลุพระอรหัตในอิริยาบถทั้ง ๔ ?

        ก. พระสารีบุตร                                 ข. พระอานนท์

        ค. พระอุบาลี                                     ง. พระอนุรุทธะ

             คำตอบ : ข

๔๒. พระสาวกรูปใด นิพพานก่อนพระศาสดา ?

        ก. พระอานนท์                                  ข. พระอนุรุทธะ

        ค. พระมหากัสสปะ                             ง. พระโมคคัลลานะ

             คำตอบ : ง

๔๓. พระสาวกรูปใด สนับสนุนให้มีการบวชภิกษุณีครั้งแรก ?

        ก. พระมหากัสสปะ                             ข. พระสารีบุตร

        ค. พระอานนท์                                  ง. พระอุบาลี

             คำตอบ : ค

๔๔. พระพุทธเจ้า ทรงจำพรรษานานที่สุด ณ เมืองใด ?

        ก. พาราณสี                                      ข. เวสาลี

        ค. สาวัตถี                                        ง. กุสินารา

             คำตอบ : ค

๔๕. ดอกไม้ชนิดใด เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ?

        ก. ดอกบัว                                        ข. ดอกสาละ

        ค. ดอกโศก                                      ง. ดอกมณฑารพ

             คำตอบ : ง

๔๖. ข้อใด ไม่จัดเข้าในสังเวชนียสถาน ๔  ?

        ก. สถานที่ประสูติ                               ข. สถานที่ตรัสรู้

        ค. สถานที่ปรินิพพาน                          ง. สถานที่ถวายพระเพลิง

             คำตอบ : ง

๔๗. อุทเทสิกเจดีย์ หมายถึงข้อใด ?

        ก. พระพุทธรูป                                  ข. พระบรมสารีริกธาตุ

        ค. พระพุทธบริขาร                             ง. พระไตรปิฏก

             คำตอบ : ก

๔๘. ข้อใด ไม่จัดเข้าในถูปารหบุคคล ๔ จำพวก ?

        ก. พระพุทธเจ้า                                  ข. อรหันตสาวก

        ค. พระเจ้าจักรพรรดิ                           ง. พระราชา

             คำตอบ : ง

๔๙. สังคายนาครั้งใด มีการจารึกคำสอนลงในใบลาน ?

        ก. ครั้งที่ ๒                                     ข. ครั้งที่ ๓

        ค. ครั้งที่ ๔                                      ง. ครั้งที่  ๕

             คำตอบ : ง

๕๐. ข้อใด กล่าวถึงสังคายนาครั้งที่ ๓ ได้ถูกต้อง ?

        ก. หลังปรินิพพาน ๒๑๘ ปี                  ข. ประชุมทำ ณ อโศการาม

        ค. ใช้เวลาทำนาน ๙ เดือน                    ง. ถูกทุกข้อ

             คำตอบ : ง

***  ***  ***

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาและเฉลยวิชากรรมบถ (วินัย)  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันศุกร์ ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
เวลา ๑๕.๐๐ น.

คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วกากบาทลงในช่องของข้อ
         ที่ต้องการในกระดาษคำตอบ ให้เวลา ๕๐ นาที (๑๐๐ คะแนน)

 

๑. พระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อในเรื่องใด ?  

        ก. เรื่องพรหมลิขิต                              ข. เรื่องดวง

        ค. เรื่องการกระทำ                              ง. เรื่องลี้ลับ

        คำตอบ : ค

๒. คนจะดีหรือเลว พิจารณาจากอะไร ?

        ก. การกระทำ                                    ข. คำพูด

        ค. ความคิด                                     ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๓. การกระทำต่างๆ ของบุคคลในโลกนี้ จะสำเร็จเป็นกรรมบถหรือไม่

    มีอะไรเป็นเครื่องกำหนด ? 

        ก. เจตนา                                         ข. อารมณ์

        ค. ทุจริต                                          ง. สุจริต

        คำตอบ : ก

๔. สุขหรือทุกข์ของสรรพสัตว์ ขึ้นอยู่กับอะไร ?

        ก. ดวงชะตา                                     ข. ปาฏิหาริย์

        ค. เทพเจ้า                                        ง. การกระทำ

        คำตอบ : ง

๕. การกระทำทางกาย วาจา ใจ รวมเรียกว่าอะไร ?

        ก. กรรม                                          ข. เจตนา

        ค. เวทนา                                         ง. อารมณ์

        คำตอบ : ก

๖. ผลแห่งกรรมชั่วที่บุคคลจะพึงได้รับในชาติหน้า ตรงกับข้อใด ?

        ก. เกิดเป็นมนุษย์                               ข. เกิดเป็นเทวดา

        ค. เกิดเป็นพรหม                               ง. เกิดเป็นเปรต

        คำตอบ : ง

๗. อารมณ์เป็นเหตุให้กระทำกรรมนั้นๆ มีความหมายตรงกับข้อใด ?

        ก. สิ่งที่ใจเข้าไปยึดเหนี่ยว                    ข. สิ่งที่เกิดร่วมกับเจตนา

        ค. รากเหง้าของอกุศลอื่น                     ง. กรรมเกิดในมโนทวาร

        คำตอบ : ก

๘. ปกติของจิตเป็นธรรมชาติใสสะอาด แต่กลายสภาพเป็นความ

    โหดร้าย ด้วยอำนาจแห่งอกุศลมูลใด ?

        ก. โลภะ                                           ข. โทสะ

        ค. โมหะ                                         ง. ถูกทุกข้อ 

             คำตอบ : ข

๙. กรรมลิขิต มีความหมายตรงกับข้อใด ?  

        ก. เกิดเป็นมนุษย์                               ข. เกิดเป็นเทวดา

        ค. เกิดเป็นสัตว์นรก                            ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

 

 

 

๑๐. ข้อใด เป็นทางนำไปสู่สุคติที่ทุกคนต่างปรารถนา ? 

        ก. กุศลมูล                                       ข. อกุศลมูล

        ค. กุศลกรรมบถ                                ง. อกุศลกรรมบถ

             คำตอบ : ค

๑๑. คนที่เชื่อว่า โลกหน้าไม่มีจริง เพราะถูกอะไรครอบงำ ?

        ก. โลภะ                                           ข. โทสะ

        ค. โมหะ                                           ง. ราคะ      

             คำตอบ : ค

๑๒. การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เบียดเบียนซึ่งกันและกัน เป็นกรรมชนิดใด ? 

        ก. กายกรรม                                     ข. วจีกรรม

        ค. มโนกรรม                                     ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ก

๑๓. ข้อใด ไม่ใช่ปาณาติบาตที่เกิดขึ้นทางกายทวาร ?

        ก. ใช้มีดฟันให้ตาย                             ข. ทำกับดักให้ตกไปตาย

        ค. ใช้ปืนยิงให้ตาย                              ง. สั่งให้คนอื่นฆ่าให้ตาย

        คำตอบ : ง

๑๔. ข้อใด ไม่เป็นอารมณ์แห่งปาณาติบาต ? 

        ก. เงิน                                             ข. นก

        ค. ปลา                                            ง. ม้า

        คำตอบ : ก

๑๕. วางท่อนไม้ วางศัสตรา มีเมตตาจิตต่อกัน ตรงกับข้อใด ?

        ก. ละปาณาติบาต                               ข. ละอทินนาทาน

        ค. ละกาเมสุมิจฉาจาร                         ง. ละมุสาวาท

        คำตอบ : ก

 

๑๖. ข้อใด ไม่ใช่องค์แห่งปาณาติบาต ?

        ก. สัตว์มีชีวิต                                    ข. รู้ว่าสัตว์มีชีวิต

        ค. พยายามฆ่า                                   ง. รู้ว่าสัตว์ตาย

        คำตอบ : ง

๑๗. วัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งอทินนาทาน ตรงกับข้อใด ? 

        ก. มีเจ้าของ                                      ข. เขาหวงแหน

        ค. เขายังไม่ให้                                   ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๑๘. การฉ้อโกงทรัพย์สินของชาติ จัดเป็นกรรมบถข้อใด ? 

        ก. ปาณาติบาต                                  ข. อทินนาทาน
       ค. กาเมสุมิจฉาจาร                             ง. มุสาวาท

        คำตอบ : ข

๑๙. สั่งให้คนอื่นไปลักทรัพย์ เป็นกายกรรมเกิดขึ้นทางทวารใด ? 

        ก. กายทวาร                                     ข. วจีทวาร

        ค. มโนทวาร                                     ง. ทั้ง ๓ ทวาร

        คำตอบ : ข

๒๐. เมื่อความโลภเกิดขึ้น หากยับยั้งไม่ได้ จะทำให้คนเรากระทำ

     ความผิดใด ?

        ก. คอร์รัปชั่น                                    ข. ผูกอาฆาต

        ค. พยาบาท                                      ง. เชื่อเรื่องผิด

        คำตอบ : ก

 

 

๒๑. ข้อใด เป็นอารมณ์แห่งกาเมสุมิจฉาจาร ?

        ก. บุรุษ                                           ข. สตรี

        ค. ซากศพ                                        ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

๒๒. กาเมสุมิจฉาจาร เกิดขึ้นทางทวารใด ? 

        ก. กายทวาร                                     ข. วจีทวาร
       ค. มโนทวาร                                     ง. ทั้ง ๓ ทวาร

        คำตอบ : ค

๒๓. วจีกรรมข้อใด เรียกว่ามุสาวาท ? 

        ก. พูดเท็จ                                        ข. พูดคำหยาบ

        ค. พูดส่อเสียด                                  ง. พูดเพ้อเจ้อ

        คำตอบ : ก

๒๔. มุสาวาทเช่นใด ไม่สำเร็จเป็นกรรมบถ ?

        ก ผู้ฟังเข้าใจ                                     ข. ผู้ฟังไม่เข้าใจ

        ค. ผู้ฟังเสียประโยชน์                          ง. ผู้ฟังเชื่อถือ

        คำตอบ : ข

๒๕. คำพูดเช่นไร ทำให้คนแตกความสามัคคีกันมากที่สุด ? 

        ก. พูดให้ร้ายผู้อื่น                               ข. พูดไร้สาระ

        ค. พูดให้แตกแยก                              ง. พูดโกหก

        คำตอบ : ค

๒๖. ปิสุณวาจา ผู้พูดตั้งใจจะให้เกิดผลอย่างไร ?

        ก. เพื่อหลอกลวง                               ข. เพื่อล้อเล่น

        ค. เพื่อให้แตกแยก                             ง. เพื่อให้เจ็บใจ

        คำตอบ : ค

๒๗. ผรุสวาจาที่บุคคลประกอบในที่เช่นใด มีโทษมาก ?

        ก. ลับหู                                           ข. ลับตา

        ค. ต่อหน้า                                        ง. ลับหลัง

        คำตอบ : ค

๒๘. ข้อใด ไม่จัดเป็นผรุสวาจาที่ถึงความเป็นกรรมบถ ?

        ก. ด่าลูกเพื่อสั่งสอน                           ข. ด่าเพื่อนเพราะโมโห

        ค. ด่าน้าชอบเมาสุรา                           ง. ด่าลูกน้องที่ขี้เกียจ

        คำตอบ : ก

๒๙. ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะของผรุสวาจา ?

        ก. ด่า                                              ข. พูดประชด

        ค. พูดแดกดัน                                   ง. พูดเสียงดัง

        คำตอบ : ง

๓๐. เจตนาเป็นเหตุกล่าวถ้อยคำหาประโยชน์มิได้ ตรงกับข้อใด ?

        ก. มุสาวาท                                       ข. ปิสุณวาจา

        ค. ผรุสวาจา                                      ง. สัมผัปปลาปะ

        คำตอบ : ง

๓๑. พูดคุยเรื่องละครทีวีในขณะฟังเทศน์ จัดเป็นวจีกรรมใด ?

        ก. มุสาวาท                                       ข. ปิสุณวาจา

        ค. ผรุสวาจา                                      ง. สัมผัปปลาปะ

        คำตอบ : ง

๓๒. คนเราสามารถจะทำความดีทางวาจาได้อย่างไร ?

        ก. ไม่คิดทำร้ายผู้อื่น                          ข. ไม่อยากได้ของผู้อื่น

        ค. ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่น                           ง. ไม่คิดปองร้ายผู้อื่น

        คำตอบ : ค

๓๓. เมื่อถูกถามกลับสั่นศีรษะปฏิเสธ จัดเป็นกรรมประเภทใด ?

        ก. กายกรรม                                     ข. วจีกรรม

        ค. มโนกรรม                                     ง. ทั้ง ๓ กรรม

        คำตอบ : ก

๓๔. เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่นด้วยอำนาจโลภะ ตรงกับข้อใด ?

        ก. อนภิชฌา                                     ข. อภิชฌา

        ค. มิจฉาทิฏฐิ                                    ง. พยาบาท

        คำตอบ : ข

๓๕. เห็นว่าทานที่ให้แล้วมีผลจริง ตรงกับข้อใด ?

        ก. สัมมาทิฏฐิ                                    ข. นัตถิกทิฏฐิ

        ค. อเหตุกทิฏฐิ                                  ง. อกิริยทิฏฐิ

        คำตอบ : ก

๓๖. คิดให้ผู้อื่นประสบความพินาศ ตรงกับข้อใด ? 

        ก. อภิชฌา                                        ข. อนภิชฌา

        ค. พยาบาท                                      ง. อพยาบาท

        คำตอบ : ค

๓๗. เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ตรงกับข้อใด ? 

        ก. อพยาบาท                                    ข. อนภิชฌา

        ค. สัมมาทิฏฐิ                                    ง. มิจฉาทิฏฐิ

        คำตอบ : ก

๓๘. ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากข้อใด ?

        ก. อภิชฌา                                      ข. พยาบาท

        ค. มิจฉาทิฏฐิ                                    ง. อพยาบาท

        คำตอบ : ข

๓๙. อภิชฌาที่สำเร็จเป็นกรรมบถ มีอาการเช่นไร ?

        ก. อยากได้ของคนอื่น                         ข. อยากได้ชั่วคราว

        ค. อยากได้เหมือนเขา                         ง. อยากได้อย่างนั้น

        คำตอบ : ก

๔๐. อกุศลกรรมบถข้อใด ท่านกล่าวว่ามีโทษมากที่สุด ?

        ก. อภิชฌา                                        ข. พยาบาท

        ค. มิจฉาทิฏฐิ                                    ง. มุสาวาท

        คำตอบ : ค

๔๑. มิจฉาทิฏฐิ เป็นกรรมเกิดขึ้นทางทวารใด ?

        ก. กายทวาร                                     ข. วจีทวาร

        ค. มโนทวาร                                     ง. ทั้ง ๓ ทวาร

        คำตอบ : ง

๔๒. ความบริสุทธิ์ทางใจ มี ๓ อย่าง ยกเว้นข้อใด ?

        ก. อภิชฌา                                        ข. อนภิชฌา

        ค. อพยาบาท                                    ง. สัมมาทิฏฐิ

        คำตอบ : ก

๔๓. คนที่มีเมตตากรุณา จะเว้นห่างจากอกุศลธรรมใด ? 

        ก. อภิชฌา                                        ข. พยาบาท

        ค. มิจฉาทิฏฐิ                                    ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ข

๔๔. ความไม่อาฆาตมาดร้าย จัดเป็นธรรมจริยาและสมจริยาทางใด ?

        ก. ทางกาย                                       ข. ทางวาจา

        ค. ทางใจ                                         ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ค

๔๕. การละกาเมสุมิจฉาจาร จัดเป็นธรรมจริยาและสมจริยาทางใด ? 

        ก. ทางกาย                                       ข. ทางวาจา

        ค. ทางใจ                                         ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ก

๔๖. ความรู้สึกอิ่มใจในขณะทำบุญตักบาตร จัดเป็นเวทนาใด ?

        ก. สุขเวทนา                                      ข. ทุกขเวทนา

        ค. โสมนัสสเวทนา                              ง. อุเบกขาเวทนา

        คำตอบ : ค

๔๗. ทานุปนิสัย เป็นธรรมกำจัดอะไร ?

        ก. ความโลภ                                     ข. ความโกรธ
       ค. ความหลง                                     ง. ความเบียดเบียน

        คำตอบ : ก

๔๘. สีลุปนิสัย เป็นธรรมกำจัดอะไร ? 

        ก. ความโลภ                                     ข. ความโกรธ

        ค. ความหลง                                     ง. ความเบียดเบียน

        คำตอบ : ง

๔๙. ภาวนุปนิสัย เป็นธรรมกำจัดอะไร ?

        ก. ความโลภ                                     ข. ความโกรธ
       ค. ความหลง                                     ง. ความเบียดเบียน

        คำตอบ : ค

๕๐. รักสุขหวังสบาย อย่าลืมสร้างทางกุศล สอนเกี่ยวกับเรื่องใด ?

        ก. ไม่ทำความชั่ว                                ข. ทำแต่ความดี

        ค. ทำจิตให้ผ่องใส                             ง. ถูกทุกข้อ

        คำตอบ : ง

เฉลยวิชากรรมบถ (วินัย)  ธรรมศึกษาชั้นเอก

สอบในสนามหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

๑.

๑๑.

๒๑.

๓๑.

๔๑.

๒.

๑๒.

๒๒.

๓๒.

๔๒.

๓.

๑๓.

๒๓.

๓๓.

๔๓.

๔.

๑๔.

๒๔.

๓๔.

๔๔.

๕.

๑๕.

๒๕.

๓๕.

๔๕.

๖.

๑๖.

๒๖.

๓๖.

๔๖.

๗.

๑๗.

๒๗.

๓๗.

๔๗.

๘.

๑๘.

๒๘.

๓๘.

๔๘.

๙.

๑๙.

๒๙.

๓๙.

๔๙.

๑๐.

๒๐.

๓๐.

๔๐.

๕๐.

 

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 23/11/2019 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

กราบอนุโมทนา
ใน

การทำดี
ของทุกๆ ท่าน
มาด้วยความเคารพ อย่างสูง ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน