• kikuno
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-21
  • จำนวนเรื่อง : 110
  • จำนวนผู้ชม : 154642
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
Manga-kissa
Manga-Kissa-ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Mangakissa
วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม 2556
Posted by kikuno , ผู้อ่าน : 2400 , 17:29:37 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน

อันตรายจากเบนซีน

สารที่มีอยู่ในน้ำมันดิบ

ว่าแต่ว่าเราเคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบในน้ำมันดิบ
จากบริษัทผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

เห็นรูปท่านอาสาสมัครทั้งหลาย
โดยเฉพาะรูปเด็กชายที่ช่วยตักน้ำมันดิบรองตัวด้วยผ้าพลาสติกผืนบางแล้ว
จี๊ดยิ่งกว่าจิ๊ดในหัวใจ
ไม่มีคำพูดใดๆ พอที่จะบรรยายความใจดำของบริษัทที่ไม่รับผิดชอบพวกนั้น

 

ข้อมูลจากมูลนิธิสัมมาอาชีวะ

http://www.summacheeva.org/index_thaitox_benzene.htm

 

Benzene

นพ.วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์ (31 พฤษภาคม 2555)

ชื่อ เบนซีน (Benzene) ||||| ชื่ออื่น Phenyl hydride, Cyclohexatriene, 1,3,5-Cyclohexatriene, Cyclohexa-1,3,5-triene, Benzohexatriene, Benzol, Pyrobenzole, Coal naphtha

สูตรโมเลกุล C6H6 ||||| น้ำหนักโมเลกุล 78.1 ||||| CAS Number 71-43-2 ||||| UN Number 1114

ลักษณะทางกายภาพ ของเหลว ไม่มีสี มีกลิ่นหอมอโรมาติก ระเหยเป็นไอได้ง่าย

คำอธิบาย เบนซีน (Benzene) เป็นตัวทำละลายกลุ่มอโรมาติกชนิดหนึ่ง ลักษณะใสไม่มีสี ที่ความเข้มข้นต่ำๆ จะมีกลิ่นหอม ในอดีตนิยมใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมหลายชนิด สารเบนซีนมีคุณสมบัติกดไขกระดูก และก่อมะเร็งเม็ดเลือดขาวในมนุษย์ ปัจจุบันจึงมีการใช้น้อยลง แต่ยังสามารถพบได้ในอุตสาหกรรมบางประเภท และการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

ค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน ACGIH TLV – TWA 0.5 ppm, STEL 2.5 ppm ||||| NIOSH REL – Ca, TWA 0.1 ppm, STEL 1 ppm ||||| OSHA PEL – TWA 1 ppm, STEL 5 ppm ||||| IDLH 500 ppm ||||| กฎหมายแรงงานไทย TWA 10 ppm, Ceiling 25 ppm, Maximum 50 ppm in 10 minutes

ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม EPA NAAQS – N/A ||||| กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทย – มาตรฐานค่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศทั่วไปในเวลา 1 ปี ต้องไม่เกิน 1.7 ug/m3

ค่ามาตรฐานในร่างกาย ACGIH BEI – S-Phenylmercapturic acid ในปัสสาวะหลังเลิกงาน 25 ug/g Cr, t,t-Muconic acid ในปัสสาวะหลังเลิกงาน 500 ug/g Cr

คุณสมบัติก่อมะเร็ง IARC Group 1 ||||| ACGIH A1 Carcinogenicity

แหล่งที่พบในธรรมชาติ

  • โดยปกติไม่พบในธรรมชาติทั่วไป เบนซีนเป็นส่วนผสมหนึ่งอยู่ในน้ำมันดิบ เป็นผลผลิตที่ได้จากกระบวนการปิโตรเคมี แต่อาจพบปนเปื้อนในธรรมชาติได้ [1]

  • สามารถพบได้ในมวนบุหรี่ [1]

อุตสาหกรรมที่ใช้

  • เป็นสารที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ และน้ำมันดิน
  • เป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำมันแก๊สโซลีน (gasoline)
  • ในอดีตเป็นตัวทำละลายที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น สี หมึก ทินเนอร์ ยาฆ่าแมลง น้ำยาลบสี แต่เนื่องจากมีคุณสมบัติก่อมะเร็ง ทำให้ปัจจุบันมีการใช้เบนซีนเป็นตัวทำละลายในผลิตภัณฑ์ต่างๆ น้อยลง ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้ตัวทำละลายตัวอื่นที่ปลอดภัยกว่า เช่น toluene หรือ xylene แทน อย่างไรก็ตามในผลิตภัณฑ์บางประเภทก็ยังอาจมีการใช้เป็นส่วนผสมอยู่ (จะทราบได้ต้องดูที่ฉลากส่วนผสมเป็นสำคัญ) โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนหากผลิตจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพจะไม่มี การใช้สารเบนซีน [2] ในหลายประเทศมีการออกกฎหมายห้ามใช้เบนซีนผสมในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน [3]
  • เป็นสารตัวกลาง (intermediate) ในการผลิตสารเคมีอื่นหลายชนิด เช่น styrene, phenol, cyclohexane, สารเคมีที่ใช้ในการผลิตสารซักฟอก, ยาฆ่าแมลง, ยา, น้ำหอม, วัตถุระเบิด และน้ำยาลบสี [1, 3]
  • ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีการดำเนินการด้านสุขภาพและความ ปลอดภัยของพนักงาน หรือโรงงานขนาดเล็กที่ไม่มีคุณภาพ เรายังอาจพบมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเบนซีนผสมอยู่ได้ เช่น โรงงานรองเท้าที่ใช้กาวที่มีเบนซีน กิจการซักรีดที่ใช้น้ำยาซักแห้งที่มีเบนซีน โรงงานเหล่านี้หากมีการพัฒนาคุณภาพด้านความปลอดภัยของพนักงานแล้ว ในปัจจุบันมักจะเปลี่ยนมาใช้ตัวทำละลายอื่นที่ปลอดภัยกว่าแทน เช่น toluene, xylene, methyl ethyl ketone (MEK) เป็นต้น
  • เนื่องจากเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำมันแก๊สโซลีน ทำให้คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำมันและรถ เช่น พนักงานโรงกลั่น เด็กปั๊ม ช่างซ่อมรถ ตำรวจจราจร เสี่ยงได้รับสัมผัสในการทำงานไปด้วย
  • เบนซีน (benzene) มักถูกเรียกสับสนกับน้ำมันเบนซิน (benzine) สองอย่างนี้มีความแตกต่างกัน เบนซีนเป็นตัวทำละลายชนิดหนึ่งและเป็นส่วนผสมในน้ำมัน ส่วนเบนซินเป็นชื่อของสูตรน้ำมัน (เช่นเดียวกับชื่อ ดีเซล แก๊สโซฮอล์ โซล่า เหล่านี้เป็นต้น)

กลไกการก่อโรค ออกฤทธิ์กดระบบประสาทเช่นเดียวกับตัวทำละลายกลุ่มอโรมาติกตัวอื่นๆ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ กลไกการก่อมะเร็งเชื่อว่าเกิดจากสารเมตาโบไลต์ที่เป็นพิษของเบนซีนคือ benzene epoxide [3]

การเตรียมตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เบนซีนเป็นสารไวไฟ ระเหยได้ดีมาก (NFPA Code: H2 F3 R0) เมื่อลุกไหม้อาจเกิดการระเบิดได้ง่าย ไอของสารนี้หนักกว่าอากาศ การเข้าไปกู้ภัยชุดที่ใช้ต้องทนไฟ และเนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง ระดับของชุดควรเป็นชุดป้องกันชนิดที่มีถังบรรจุอากาศในตัว (Self-contained breathing apparatus, SCBA) เท่านั้น

อาการทางคลินิก

  • อาการเฉียบพลัน ทางเข้าสู่ร่างกายของเบนซีนนั้น สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางการหายใจ ทางการกิน และซึมผ่านผิวหนัง หากได้รับเข้าไปปริมาณมากจะมีฤทธิ์กดสมองอย่างทันทีทันใด ทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน จนถึงชัก และโคม่าได้ ฤทธิ์ระคายเคืองเยื่อบุจะทำให้เคืองตา จมูก คอ ไอ แน่นหน้าอก และอาจมีปอดบวมน้ำ ฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ (ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจไวต่อฤทธิ์ของ catecholamine เพิ่มขึ้น) หัวใจจึงเต้นเร็วผิดปกติ การสัมผัสทางผิวหนังทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นผื่นแดงอักเสบได้
  • อาการระยะยาว การสัมผัสในระยะยาวมีผลกดไขกระดูก ทำให้เกิดความผิดปกติทางระบบเลือดได้คือ pancytopenia, aplastic anemia และที่สำคัญคือก่อมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด acute myelogenous leukemia (AML) นอกจากนี้ยังมีรายงานพบความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด chronic myelogenous leukemia (CML), multiple myeloma (MM), Hodgkin’s disease และภาวะ paroxysmal nocturnal hemoglobinuria อีกด้วย ส่วนการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการสัมผัสเบนซีนกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด acute lymphoblastic leukemia (ALL), ภาวะ myelofibrosis และมะเร็งน้ำเหลือง (lymphoma) ยังไม่มีพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน [2]

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • การตรวจเพื่อยืนยันการสัมผัสทำได้หลายอย่าง คือ 1) ระดับ phenol ในปัสสาวะ 2) ระดับ t,t-muconic acid (TTMA) ในปัสสาวะ 3) ระดับ s-phenylmercapturic acid (S-PMA) ในปัสสาวะ และ 4) ระดับเบนซีนในเลือด (blood benzene)
  • การตรวจระดับ phenol ในปัสสาวะเป็นเมตาโบไลต์ที่สามารถตรวจเพื่อบ่งชี้การสัมผัสเบนซีนในระดับสูง ได้ดี (เมื่อระดับเบนซีนในอากาศสูงกว่า 5 ppm) แต่มีปัจจัยรบกวนจาก 1) ผู้ที่สูบบุหรี่ 2) ผู้ที่ทำงานสัมผัสสาร phenol และ 3) การกินอาหารบางอย่างที่ได้เมตาโบไลต์เป็น phenol เช่น เนื้อรมควัน ปลารมควัน ในปัจจุบันนี้องค์กร ACGIH ได้ยกเลิกการใช้ phenol ในปัสสาวะเป็นตัวบ่งชี้การสัมผัสสาร เบนซีนแล้ว เนื่องจากเหตุผลความจำเพาะต่ำ และค่ามาตรฐานระดับเบนซีนในอากาศของประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ก็ลดลง (จนระดับเบนซีนในอากาศมักจะต่ำกว่า 5 ppm) ผลจากการสัมผัสเบนซีนในระดับที่ต่ำลงทำให้ค่า background phenol ในปัสสาวะคนทั่วไปสูงกว่าค่า phenol ที่เกิดจากการสัมผัสในงาน ทำให้นำมาแปลผลไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากพบสถานที่ทำงานใดที่มีระดับเบนซีนในอากาศสูงมาก (มากกว่า 5 ppm) ก็ยังพอสามารถให้การตรวจนี้เป็นตัวบ่งชี้การสัมผัสเบนซีนได้ [4]
  • การตรวจ TTMA ในปัสสาวะ ซึ่งเป็นการตรวจที่จำเพาะมากขึ้นจึงเข้ามาแทนที่การตรวจ phenol ในปัจจุบัน การตรวจ TTMA นี้เหมาะสำหรับบ่งชี้การสัมผัสเบนซีนแม้ว่าระดับเบนซีนในอากาศจะต่ำก็ตาม แต่อาจมีผลบวกลวงได้จาก 1) ผู้ที่สูบบุหรี่ 2) ผู้ที่กินอาหารที่มี sorbic acid เป็นสารกันบูด (มักพบในอาหารที่ต้องการกันไม่ให้ราขึ้น เช่น ชีส น้ำเชื่อม เยลลี่ เค้ก ผลไม้อบแห้ง) อีกทั้งมีค่าครึ่งชีวิตในปัสสาวะสั้นเพียง 5 ชั่วโมง จึงต้องระมัดระวังในการแปลผล TTMA อย่างมากเช่นกัน [4]
  • การตรวจ S-PMA ในปัสสาวะเป็นการตรวจที่จำเพาะขึ้น เนื่องจากสารนี้ไม่เกิดขึ้นจากการกินอาหาร จึงไม่ถูกปัจจัยรบกวนจากการกินอาหารประเภทต่างๆ แต่ยังอาจมีผลบวกลวงได้ในคนที่สูบบุหรี่เช่นกัน ค่าครึ่งชีวิตของสารนี้ในปัสสาวะเท่ากับ 9 ชั่วโมง ทำให้เหมาะที่จะเก็บตรวจหลังเลิกกะ [4] อย่างไรก็ตามปัจจุบัน (พ.ศ. 2554) ยังไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสารนี้ได้ในประเทศไทย
  • การตรวจ blood benzene เป็นการตรวจยืนยันการสัมผัสที่ดี เนื่องจากมีความจำเพาะกับการสัมผัสสารเบนซีนสูงสุด ถ้าให้ได้ผลดีต้องตรวจหลังการสัมผัสไม่นานมาก เนื่องจากเบนซีนค่าครึ่งชีวิตในเลือดเพียงประมาณ 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามยังอาจมีผลบวกลวงจากการสูบบุหรี่ได้เช่นกัน [4]
  • กรณีสงสัยเป็นโรคพิษเบนซีนเฉียบพลัน การวินิจฉัยให้ขึ้นกับประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ การตรวจเพื่อยืนยันการสัมผัสที่มีประโยชน์ถ้าทำได้คือระดับเบนซีนในเลือด (blood benzene) ซึ่งต้องเจาะตรวจหลังจากสัมผัสทันที แต่มีข้อจำกัดคือพบผลบวกลวงในผู้ที่สูบบุหรี่จัดได้ การตรวจที่ช่วยในการรักษาอื่นๆ คือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ระดับเกลือแร่ในเลือด (electrolyte) การทำงานของตับ (liver function test) และการทำงานของไต (BUN, creatinine) [2]
  • การตรวจที่ช่วยในการวินิจฉัยและรักษาในกรณีพิษเบนซีนเรื้อรัง คือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count, CBC) ซึ่งอาจพบค่าระดับเม็ดเลือดทั้งเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกร็ดเลือดสูงขึ้นก่อนในระยะแรก ก่อนจะเกิดภาวะ aplastic anemia ตามมา [2]

การดูแลรักษา

  • ปฐมพยาบาล กรณีสารเคมีรั่วไหล นำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ถอดเสื้อผ้าออก ล้างตัวด้วยน้ำเปล่าให้มากที่สุด ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วย สังเกตสัญญาณชีพ ใส่ท่อช่วยหายใจถ้าไม่หายใจ ให้ออกซิเจนเสริม
  • การรักษาระยะเฉียบพลัน ทำการล้างตัว (decontamination) ทั้งที่จุดเกิดเหตุและที่โรงพยาบาล ช่วยการหายใจ ให้ออกซิเจน ถ้ามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โคม่า หรือปอดบวมน้ำ ให้รักษาตามอาการที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการให้ยากลุ่ม adrenergic agents เช่น epinephrine เพราะจะทำให้อาการหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะแย่ลง ควรสังเกตอาการโดยเฉพาะเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะและปอดบวมน้ำอย่างน้อย 12 – 24 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเบนซีน ไม่มียาต้านพิษ (antidote) สำหรับเบนซีน
  • การดูแลระยะยาว เนื่องจากสารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง จึงต้องดูแลผู้ที่สัมผัสสารนี้ในระยะยาวด้วย โดยการรีบจัดทำทะเบียนผู้สัมผัส ให้ความรู้ถึงอันตรายระยะยาวของสารนี้แก่ผู้สัมผัสทุกคน รวมถึงหน่วยกู้ภัยและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแนวโน้มปนเปื้อนการสัมผัสด้วย

การเฝ้าระวัง กรณีอุบัติภัยสารเคมีต้องรีบทำทะเบียนผู้สัมผัสสารนี้ให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็งเม็ดเลือดขาว ควรทำการตรวจติดตามผู้สัมผัสสารเหล่านี้ไปอย่างน้อย 10 – 20 ปี ทำการตรวจ complete blood count (CBC) อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูระดับและรูปร่างเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือด ซักประวัติความผิดปกติทางระบบเลือด เช่น เลือดออกง่าย จ้ำเลือดตามตัว ถ้าผิดปกติต้องรีบส่งไปตรวจวินิจฉัยยืนยัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Farrow C, Wheeler H, Bates N, Murray V. The chemical incident management handbook. London: The Stationery Office 2000.
  2. Olson KR, Anderson IB, Benowitz NL, Blanc PD, Clark RF, Kearney TE, et al. Poisoning & drug overdose. the California Poison Control System. 5th ed. New York: McGraw-Hill 2004.
  3. Stellman JM. ILO encyclopaedia of occupational health and safety. 4th ed. Geneva: International Labour Office 1998.
  4. Lauwerys RR, Hoet P. Industrial chemical exposure: Guidelines for biological monitoring 3rd ed. Florida: CRC Press 2001.

มูลนิธิสัมมาอาชีวะ พ.ศ. 2554 ไม่สงวนลิขสิทธิ์

 

ขอขอบพระคุณ ลิงค์จากพี่นพค่ะ
Noppakun Dibakomuda

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 kikuno ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เห็นด้วยค่ะ เรื่องผู้อาสาเข้าไปช่วยเก็บกวาดน้ำมัน
ทางการกันเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แต่ไม่เห็นควบคุมเรื่องนี้

ชาวบ้านไม่มีความรู้-ตระหนักถึงพิษภัยที่จะตามมา
ผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยสาธารณสุขและประมงต้องประกาศ
เรื่องการสัมผัสและการจับสัตว์น้ำด้วย กี่เดือน-ปี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
kikuno วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

การเปลี่ยนแปลงมลภาวะน้ำมันในทะเล มีขั้นตอนดังนี้

1. เมื่อน้ำมันหกลงทะเลจะเข้ามารวมกันอย่างรวดเร็วและกลายเป็นแผ่นน้ำมันที่ผิวน้ำ ซึ่งจะถูกกระแสลม คลื่น พัดพาไป ไฮโดรคาร์บอนที่ระเหย ได้ในแผ่นน้ำมันก็จะเริ่มระเหยไป เมื่ออัตราการระเหยมากขึ้น แผ่นน้ำมันที่เหลือก็จะมีความหนืดและความหนาแน่นมากขึ้น ทำให้จมลงสู่ก้นทะเล

2. สารประกอบของน้ำมันที่ละลายน้ำได้จะละลายไปกับน้ำทะเล

3. เกิดการรวมตัวของน้ำมันและน้ำ (emulsion) มี 2 รูปแบบคือ น้ำมันในน้ำ (oil in water) และน้ำในน้ำมัน (water in oil)

4. สารบางชนิดที่มีอยู่ในน้ำทะเล อาจรวมตัวกับน้ำมันทำให้เกิดความหนาแน่นมากขึ้น และน้ำมันก็จมลงการเปลี่ยนแปลงสภาพต่างๆ ของน้ำมันดังกล่าวเกิดควบคู่กับการออกซิเดชันของน้ำมันบางส่วน ทำให้เกิดสภาพเป็นก้อนน้ำมัน (tar balls) ก้อนน้ำมันเหล่านี้จะสะสมอยู่ในตะกอนและตามบริเวณชายฝั่ง ซึ่งพบได้ตามชายหาดและบนดิน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kikuno วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

น้ำมันดิบมีไฮโดรคาร์บอน 90–99 % ส่วนที่เหลือประกอบด้วยกำมะถัน ออกซิเจน ไนโตรเจน และโลหะอีกเล็กน้อย ความแตกต่างขององค์ประกอบ ไฮโดรคาร์บอนและที่ไม่ใช่ไฮโดรคาร์บอนทำให้น้ำมันมีคุณภาพที่แตกต่างกันไป ไฮโดรคาร์บอนที่เป็นส่วนประกอบของน้ำมันดิบส่วนใหญ่ ได้แก่ alkane หรือ paraffin cycloalkane (naphthenes) และสารอะโรมาติก ที่มี benzene ring 1 วงหรือมากกว่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kikuno วันที่ : 02/08/2013 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

ดิฉันไม่ใช่แพทย์ค่ะ
เลยคัดลอกข้อมูลจากนายแพทย์มาทั้งหมด
แต่เห็นว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้
เกี่ยวกับสารประกอบชนิดหนึ่งในน้ำมันดิบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]