*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 157695
  • จำนวนผู้โหวต : 160
  • ส่ง msg :
  • โหวต 160 คน
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 2 เมษายน 2555
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2599 , 04:28:40 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน NN1234 , สายรุ้งสีน้ำ และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ปัญหาความแตกแยกของคนไทยนับวันมีแต่ขยายขนาด

รอยร้าวหยั่งลึก สวนทางการแก้ไขที่ตื้นเขิน

 

เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงชูประเด็นความต้องการที่ไร้เหตุผล กล่าวหาความพร่องของประชาธิปไตยและเสรีภาพด้วยการป้ายสีความผิดให้ปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้อง ลามถึงขั้นสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมก่อให้เกิดกระแสต่อต้านและความแตกแยกไม่สิ้นสุด

เป็นชนวนเหตุให้ทุกเรื่องที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้อง ถูกเบี่ยงเบนไปสู่ข้อขัดแย้งเฉพาะหน้าอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงตลอดเวลา

 

เมื่อเกิดปัญหา การปรองดองจึงถูกนำมาใช้ในนิยามที่ผิด

เสมือนการจับมือ เกลี่ยๆ แล้วแยกกันไป ไม่มีการพูดถึงสาเหตุและทางออก ทะเลาะกันใหม่ก็วนมาซ้ำซากแบบเดิม นี่คือลักษณะสำคัญของคนไทย และปัญหาใหญ่สำหรับประเทศไทย

 

การปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อต่างฝ่ายระดมกันชี้นิ้วมองความแตกต่างระดับผิว ที่ไม่มีวันลงรอยกันได้

การปรองดอง ด้วยวิธีให้ประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมสงบปากคำคนที่รับผลประโยชน์ได้ฝ่ายเดียว

การจัดการกรณีขัดแย้งที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ จึงไม่ใช่การปรองดอง แต่ต้องเป็นการแก้ปัญหา ปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากการแบ่งสีเสื้อ ที่ทักษิณสร้างภาพลวงตาขึ้นมาหลอกให้คนไทยแตกแยกกัน

 

ปัญหานี้มีพื้นฐานมาจากความจน

 

‘ความจน’ เป็นปัญหาอย่างไร ก็เสมือนภาพสะท้อน Mirror image ให้เห็น ‘ความรวย’  อีกด้านที่เป็นตัวปัญหาต่อเนื่อง ซึ่งทักษิณนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการอุปมาสร้างภาพให้ ‘ไพร่’ เป็นตัวแทนของฝั่งของความจน และ ‘อำมาตย์’ เป็นตัวแทนของฝั่งความรวย มีความแตกต่างกันในชีวิตและอภิสิทธิ์ทางสังคม

 

คนที่รู้ทัน ก่นด่าทักษิณในการฉกฉวยโอกาส หยิบปัญหามาเพียงบางส่วนของพื้นที่ในประเทศไทย คว้าอากาศมาโกหกพกลม โปรยไปทั่ว ได้ผลได้ใจจากกลุ่มคนที่หลงเชื่อ ทั้งเสียงสนับสนุน ผลการเลือกตั้ง และความแตกแยกชัดเจนในสังคม สมใจเกินคาดหมาย  

แต่คนเสื้อแดงรักทักษิณ  เห็นทักษิณเป็น Leader อัศวินม้าขาวของตนเอง และพร้อมใจแตกแยกจากคนที่เห็นตรงกันข้าม

เพราะทักษิณเป็น ‘ผู้นำ’ คนแรก – The First politician – ที่หยิบปัญหาของคนจนมาชูประเด็นสร้างกลุ่มเสื้อแดง ให้ความสำคัญ แสดงความเห็นใจ อุ้มชูด้วยเงินตรา เอื้ออาทรในการหาทางออก ทั้งที่ความเป็นจริงทักษิณหวังเพียงเพื่อสร้างผลประโยชน์แก่ตัวเอง โดยไม่ได้คิดแก้ปัญหา

การปรองดองให้ผลประโยชน์แก่คนเสื้อแดงอย่างไร เท่าไหร่ ก็ไม่ทำให้สังคมกลับมาสมานฉันท์กันได้ ทำนองเดียวกับที่ไม่สามารถทำให้คนเสื้อแดงหมดรักทักษิณ

 

การแก้ปัญหาโดยส่องเฉพาะประเด็นที่ขัดแย้ง ย่อมก่อให้เกิดผลได้เพียงการแตกหัก ล้างกันให้สิ้นซากไปข้างหนึ่ง คงเหลือได้แต่ผู้ชนะ ไม่มีวันหาทางกลับมาใช้สังคมร่วมกัน ภายใต้ชายคาเดียวกันได้  

 

จึงจำเป็นต้องใช้ใจเป็นธรรมส่องดูปัญหาพื้นฐานของทุกคน ที่สร้างปัญหาต่อเนื่องตามมา ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง – Social, Cultural, Economic and Political Problems

ความต้องการของกลุ่มคนเสื้อแดงในรูปข้อเรียกร้องชดเชย เงินทอง การล้างหนี้ ก็ไม่พ้นความต้องการความช่วยเหลือสวัสดิการด้านเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุข ที่เป็นสิทธิ์พื้นฐานของประชาชนผู้อยู่อาศัยภายในราชอาณาจักรใดๆ บนโลกนี้

และเป็นที่ต้องการของประชาชนยากไร้ในแผ่นดินไทยทุกคน

หรือ จะมีใครเถียงว่าปัญหาความต้องการพื้นฐานนี้ เกิดขึ้นกับคนเฉพาะสีใดสีหนึ่ง

หรือ สิ่งที่คนเสื้อแดงสร้างความน่ารังเกียจให้ตัวเองด้วยการก่อกวนอารมณ์ฝ่ายที่เห็นแตกต่าง จาบจ้วงจนเกิดภาพพจน์ติดลบ จะทำให้ทุกฝ่ายถูกดึงลงมาคลุกฝุ่นเห็นแต่ปัญหาที่ประชิดเต็มหน้า ห้ำหั่นกันไปข้างหนึ่งจนไม่สามารถมองลึกถึงปัญหาที่แท้จริง

 

 

การไม่สามารถมองไกลและก้าวไปข้างหน้า คือผลต่อเนื่องของระบบมูลนายและไพร่ ซึ่งเพาะนิสัยคนไทยส่วนใหญ่ให้เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม และยึดถือเรื่อง ‘ใจ’ เป็นประธาน

การยินยอมเดินตามผู้มีอิทธิพลทางความคิด สร้างระบบความ ‘เกรงใจ’ ปะปนกับการ ‘ถนอมน้ำใจ’ การแสดงความแตกต่างทางความคิดต้องคอยจังหวะเหมาะ เลี่ยงการ‘หักหาญน้ำใจ’ ในการเผชิญหน้าพูด ไม่สามารถรับฟังการตำหนิติเตียนอย่างตรงไปตรงมาและนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ เพราะเสียหน้า ตัวอย่างมีให้เห็นในทุกระดับสังคม

 

เมื่อนิสัยเป็นผู้ตามฝังราก ไม่เคยลุกขึ้นยืนและตัดสินใจ ไม่เชื่อมั่นว่าอำนาจทุกอย่างมาจากสมองและสองมือของตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ก็หดหาย การเผชิญหน้าเพื่อหาคำตอบหมดไป เลี่ยงไปเหน็บแนม กระแทกแดกดัน รอคอยให้มีผู้นำที่เข้าทางมาปรากฏ

การเมืองถูกมองเป็นเรื่อง Personal อันหมายถึงการมองแบบส่วนบุคคล มากกว่าจะมองแบบส่วนรวมเพื่อประเทศชาติ การโต้แย้งจึงคงอยู่ที่เพียงระดับผิวถึงขั้นผิวเผิน บนพื้นฐานว่าตรงกันหรือขัดแย้งกับความเชื่อและความคาดหวัง มากกว่าจะมองไกลไปถึงเหตุและผลลัพธ์ ทิ้งน้ำหนักไว้กับการสะดุ้งและตอบโต้กับประเด็นเฉพาะหน้า (Issue oriented) มากกว่ามุ่งไปที่การหาทางออก (Result oriented) และคำตอบที่เรียกว่า ‘นโยบาย’

 

 

ทักษิณทดลองเรื่องการแก้ปัญหามาก่อนแล้ว อย่างปราศจากความจริงแท้ในการแก้ไข ไม่เคยวางนโยบายที่ชัดเจน แค่เพียงนำปัญหามาเป็นประเด็นชูไว้ นำเงินมาหว่านล่อ นำมาใช้หาฐานเสียง สร้างผู้จงรักภักดี และสร้างความแตกแยกในสังคม

สังคมที่แยกร้าว เกิดความละโมบเกินขั้น ข้อขัดแย้งลุกลามเกินกว่าแค่สีของเสื้อ ยากแก่ตัวทักษิณจะกลับมาจัดการบริหารได้แล้ว 

 

ทักษิณไม่เคยใช้วิธีสุจริตและถูกต้อง แถมนำเอาคำว่าประชาธิปไตยมา Abuse อ้างอิงอย่างหลอกลวง แต่ยังสามารถผลักดันให้พรรคการเมืองของตนเองเข้ามาบริหารประเทศได้ ประชาธิปัตย์จะอ้างความเป็นสุภาพบุรุษแก้ต่างความพ่ายแพ้อย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น การอาสาเป็นพรรคการเมืองเพื่อดูแลบริหารประเทศ หากมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก็สามารถผลักดันนโยบายของพรรคตนได้เต็มกำลัง หากไม่เป็น ก็ไม่ทำให้หน้าที่ของการเป็นผู้แทนประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านหมดลงไปด้วย

 

ในความฉลาดของทักษิณ ยังมีความโง่เจืออยู่มาก

ทักษิณโง่ที่คิดมาจากมุมของตัวเองบนพื้นฐานของการ Divide & Rule คือสร้างความแตกแยกให้มากที่สุดและบงการในส่วนที่ตัวเองควบคุมได้ ที่กลายมาเป็นเสียงที่มากขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและกลุ่มของตน แทนที่จะหาทางชนะใจคนทั้งหมด สร้างนโยบายที่โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ

 

แต่ในความโง่ของทักษิณ ประชาธิปัตย์ยังโง่ได้ยิ่งกว่า

ที่ไม่ยอมเรียนรู้ความผิดพลาดของตนเอง จากการก้าวไม่ทันและคิดไม่ทันวิธีการของทักษิณ และไม่ยอมเรียนรู้จากความโง่และความผิดพลาดของทักษิณ จากสิ่งที่ทักษิณทำเอาไว้เอง การจัดการของประชาธิปัตย์ในช่วงที่เป็นรัฐบาลจนกระทั่งกลายมาเป็นฝ่ายค้านที่ไม่สามารถรวมเสียงของประชาชนผู้สนับสนุนพรรคและเป็นผู้นำในการสร้างความเคลื่อนไหวไปในทางก้าวหน้า จึงสรุปได้อย่างเดียวว่า ไม่ใช่เพราะเป็นคนดีที่ต้านอธรรมไม่ได้ แต่เป็นเพียงเพราะไม่ฉลาดและขาดวิสัยทัศน์ของผู้นำ

 

เมื่อทักษิณสร้างตัวอย่าง ชี้เป้าให้ทุกอย่างแล้ว หากประชาธิปัตย์ยังรู้จักคิด ควรพิจารณาได้แล้วว่าความต้องการพื้นฐานของประชาชนที่ไม่ต้องมีสีใดๆ มากำกับ คืออะไร และจับโอกาสเพื่อจับใจประชาชนที่เคยมีความเชื่อมั่นให้ได้อีกครั้ง

 

เมื่อสีเสื้อใดๆ คือภาพลวงตาที่ทักษิณหลอกให้เห็นตาม ถึงเวลาหรือยังที่จะถอดเสื้อที่ทักษิณยัดเยียดให้เลือกแบ่งเป็นสองฝั่งเพื่อเล่นเกมของตัวเอง

 

กลไกการปกครองของประเทศใดก็ตาม ให้ความสำคัญกับการชี้ตัวปัญหา และกำหนดวิธีการแก้ เพื่อให้สามารถการก้าวไปข้างหน้าได้ 

ก้าวแรกที่คนไทยทำได้ คือ การมองหาตัวร่วมที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน (Basic social requisite for all Thai nationals) ที่ประชาชนทุกคนต้องการเหมือนกัน ให้รัฐบาลไหนๆ ต้องทำให้ แทนการถกแต่ประเด็นที่แตกต่างกันอย่างที่ทำอยู่ ซึ่งส่งผลได้อย่างเดียวคือพิฆาตกันให้ตายไปหนึ่งข้างโดยไม่เกิดความคืบหน้าใดๆ

นำมาผลักดันให้รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่ใช่เปิดโอกาสให้รัฐบาลเลือกปฏิบัติ อย่างเลือกสี เลือกข้าง อย่างแตกต่าง

 

หากเราคะคานกันคนละมุม บนพื้นฐานของความแตกแยก ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และความโลภเป็นหลัก สังคมไทยจะอยู่รอดได้อย่างไร

 

* * * * * * * * *

 

หากรัฐบาลไม่ได้เรื่อง

ฝ่ายค้านไม่ทำหน้าที่

ผู้นำจะมาจากที่ไหน...

...

...



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ช้างเผือกในเมือง วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 19.29 น.
 

เห็นด้วยทุกประการคะ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สยุมพร วันที่ : 04/04/2012 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

เข้ามาอ่าน ค่ะ
ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน
แค่อ่าน ก็เหนื่อยแล้วค่ะ
คนเขียนจะเหนื่อยไหมนี่
กำลังใจจัง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 04/04/2012 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

วันไหนหนอคนไทยจะปรองดอง!!!

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
NN1234 วันที่ : 03/04/2012 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

แวะมาแจ้งข่าว......>> ที่ facebook ผมได้สร้างห้องสนทนาเฉพาะกลุ่ม(closed group)แล้วนะครับ เพื่อลดข้อจำกัดขนาดกล่องจดหมายซึ่งถูกจำกัดด้วยจำนวนข้อความ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 03/04/2012 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อันที่จริงในประโยคสุดท้ายที่คุณแม่มดอยากให้กฎหมายเป็นกฎหมาย เป็นสิ่งที่เห็นด้วยเต็มที่ เพราะกฎหมายในประเทศไทยไม่ได้ด้อยไปเสียทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ศักดิ์สิทธิ์และอิงอยู่ที่การตีความโดยกลุ่มบุคคลและบุคคล

ในกรณีนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในวิธีการและวิจารณญาณของประชาธิปัตย์ในขณะที่เป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ ที่ไม่เคยนำกฎหมายมาพยายาม (คงต้องใช้ความพยายามอย่างมากแต่ก็ต้องทำ) อย่างเพียงพอ ที่จะทำให้ศักดิ์สิทธิ์ การไม่ทำอะไรเลย ให้ใครมีความผิด ในความผิดที่ชัดแจ้งอย่างการเผาบ้านเผาเมือง ก็เป็นข้อผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย

แสดงความไม่เด็ดขาดในเวลาที่ต้องตัดสินใจ ในฐานะผู้นำ

ความไม่เที่ยงในแง่ของกฎหมาย ที่ไม่สามารถจัดการกับการประท้วงตั้งแต่ต้นก็ยิ่งน่ากังวล จริงอยู่การประท้วงทำได้ แต่การก่อความไม่สงบและทำลายทรัพย์สินเป็นเรื่องผิดกฎหมายทันทีโดยไม่ต้องรออะไรทั้งสิ้นเช่นกัน การที่ประชาธิปัตย์ในฐานะรัฐบาลปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยผิดกฎหมาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของข้อผิดพลาดที่ตามมาเป็นลูกโซ่ ส่งผลถึงเหตุการณ์อีกมากในวันนี้

เราไม่ได้อคติกับประชาธิปัตย์ แต่ bottom line คือมาตรฐานบางระดับที่ต้อง strive ไปให้ถึง

ไม่รู้สึกด้วยว่าคุณแม่มดจะยะโสเพราะเห็นการปฏิบัติของนักการเมืองในเยอรมนี เพราะเราเองก็อยากจะยะโสเมื่อเห็นตัวอย่างการปฏิบัติการในเกรทบริเทน เพราะการศึกษาข้อกฎหมายอย่างลึกซึ้งเป็นอาวุธที่สำคัญในระบบการเมืองของที่นี่เหมือนกัน

เรื่องของประชาธิปัตย์ และบทบาทความเป็นผู้นำ จะตามมาอย่างละเอียดในตอนต่อไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 03/04/2012 เวลา : 04.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เรื่องนี้อัดอั้นตันใจ บรรยายความรู้สึกไม่ถูก
ถ้าทำได้ จะจับเมืองไทยย้อนกลับไปที่ก่อนปี 2475 แล้วค่อยๆทำให้ภาคประชาชนฉลาดและเข้มแข็งขึ้นพอที่รับมือกับด้านมืดของสิ่งที่มากับระบอบประชาธิปไตยได้

ภาคประชาชนอ่อนแอและ ignorant ถึงเพียงนี้ นักการเมืองที่อำมหิตและไร้ยางอายจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ไม่ได้ปกป้องประชาธิปัตย์แต่นึกไม่ออกว่าจะแก้เกมของทักษิณอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไรในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีคุณภาพระดับนี้
ฟังดูเหมือนแม่มดยะโสมากเลยนะคะ แต่ขอโทษ เรื่องจริงเป็นอย่างนั้น
เวลาดูข่าวนักการเมืองนักบริหารที่เก่งๆของเยอรมนีแล้วจะคิดบ่อยๆว่า ลองไปบริหารการเมืองไทยดูบ้างซิ รับรองไปไม่เป็น
ใครคิดอะไรที่เป็นรูปธรรมได้ ช่วยคิดให้ประชาธิปัตย์หน่อย ปัญหาโดยหลักการ เขาคงรู้ แต่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและต้องได้ผลเร็วด้วยในสถานการณ์ที่ผู้คนทุกหน่วยทุกเหล่าของเราล้วนซื้อได้ขายได้เช่นนี้ เขาคงจนปัญญา....เหมือนแม่มดเลย

อ้อ แม่มดไม่เคยต้องการปรองดอง ขอบอก อยากให้กฎหมายเป็นกฎหมายมากกว่า แต่ดูเหมือนว่าจะหาคนที่ยึดหลักการไม่ได้เลยในยุคนี้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 03/04/2012 เวลา : 00.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

แวะมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ว่าจะขึ้นทู้ ปรเด็นก้าว ข้ า ม ทักษิณ มา ๖ วันแล้ว
ความขี้เกียจเกาะกินนุงนัง
พอดีไปโต้ตอบกับพี่ลูกเสือหมายเลข ๙ มา
เลยเอาไอ้ที่ผมตอบบนกระดานมาปะติดปะต่อ ได้ทู้นี้มาก่อนครับ
http://www.oknation.net/blog/driftway/2012/04/02/entry-1
"มนต์คาถา นะ จังงัง ที่ทักษิณเป่ากระหม่อมเสื้อแดงซะอยู่หมัด"

ส่วนที่ค้างในหัว ค่อยแคะออกมาตามหลัง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี

ถ้าคนเราตามธรรมชาติไม่สามารถที่จะเห็นตรงกันได้ทุกเรื่องเสมอไป แล้วยังไม่รู้จักเรียนรู้ที่จะเห็นต่างและยอมรับในความต่าง ก็คงต้องกระทบกระทั่งกันต่อไป

สิ่งที่น่ากลัวคือ คนไทยพร้อมใจทุ่มเทแรงขุดลิ่มทิ่มตำกันคนละไม้คนละมือ ...อย่างเมามันเสียด้วยซิ ...


...
...

คุณ driftworm

ขอไปสำรวจ link ที่ส่งให้คุณภูผาครามก่อน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ driftworm (3,4)


แต่กับมวลชนหลายระดับทั้งแผ่นดิน ยังอาจมีที่นึกภาพตามไม่ออก]

นั่นคือโจทย์ข้อใหญ่ ที่เป็น mission สำหรับเราทุกคน ที่นำไปถึงประเด็นที่ติดคุณไว้ว่าแนวคิดอะไรจะเอามาช่วยแก้ปัญหาของชาติ ... อย่างที่ทิ้งท้ายเอาไว้
[ฝ่ายค้านไม่ทำหน้าที่
ผู้นำจะมาจากที่ไหน...]
ซึ่งขอนำไปพูดในตอนถัดไป


เพราะการสร้างการสื่อสารนั้น thinkers มีมากมาย แต่มัวแต่ “ทอดธุระ” กันอยู่หรือเปล่า หรือรอผู้นำ..

Creative, Copywriter มีอีกมาก รอ brief จาก thinkers หรือผู้นำ อยู่อีกหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นใครกันควรจะเป็นแม่งานใหญ่ขนาดนี้ได้...
...
...

ที่คุณพูดถึงไอ้ที่ออกโทรทัศน์พูดพล่ามนั้น ตามไม่ทันหรอกว่าใครมาน้ำลายฟูมปาก ขอมีความเห็นแค่ว่าไม่ได้มีอะไรผิดที่นักคิดต่างชาตินั้น วันๆ ก็นั่งคิดไป คิดแล้วก็เขียนออกมาบางทีก็ไม่กี่หน้า คนก็เอามาดูกัน ใช้ได้ก็พูดต่อ เอามาวิเคราะห์ขยายความ แต่งกันออกมาเป็นเล่มใหม่ก็มี ใช้ไม่ได้ก็ถูกทิ้งร้างไปตามธรรมชาติ
และไอ้ที่เขียนมาก็ไม่ได้เขียนจากสภาพแวดล้อมในประเทศไทยที่เขาไม่รู้จัก
แต่เขียนมาจากสภาพแวดล้อมและความสนใจของตัวคนเขียนนั่นแหละ
ไอ้คนไทยที่เอามาพูดต่อ อ้างต่อ ก็เห็นมีออกมากมายที่หยิบมาเพียงบางส่วน ที่พอเข้าใจหรือโดนใจ แล้วก็ประโคมกันเข้าไป ไม่ได้ดูสาระ Essence แล้วมาวิเคราะห์
แต่เชื่อเพราะเห็นเป็นตำราฝรั่ง
ทั้งไม่ต่างจากพวกที่อ่านมานิดเดียวแล้วด่วนสรุป แต่เชื่อแล้วเพราะเป็นหนังสือมีชื่อเสียง

เคยรู้เล็กรู้น้อยแต่ไม่แตกฉานว่า มีคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ ว่าอย่าเชื่อเพราะคนพูดเป็นพ่อแม่ อย่าเชื่อเพราะเป็นครูบาอาจารย์ และอย่าเชื่อเพราะเป็นอีกหลายๆ อย่าง
โดยสรุป คือ อย่าเชื่อเพราะยึดติดในสถานะ รูปลักษณะ
แต่ให้เชื่อเพราะได้ใช้สติพิจารณาวิเคราะห์แล้ว

แม้ไม่รู้ว่าจำมาถูกต้องตรงเผง แต่คิดตามแล้วก็ยอมรับและเห็นเหตุและผลตามนั้นได้

...
...

ขอคารวะ ที่เห็นประเด็นได้โป๊ะเช๊ะ ลมหายใจรดต้นคอกันเสมอมา


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรินรู้ดี

ปัญหาภายในประชาธิปัตย์ ถ้าตอบแบบที่มองพรรคการเมืองเป็นองค์กร และเป็นองค์กรที่ต้องรักษาคุณภาพเพราะต้องประพฤติให้เหมาะสมกับความไว้วางใจของผู้สนับสนุน คือประชาชนแล้ว

คิดว่าเป็นเพราะพรรคมีแต่หัวหน้าพรรค
แต่ขาดผู้นำพรรค ที่เป็น Party Leader อย่างแท้จริง

ปัญหาภายในพรรค เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทุกพรรค ทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะถ้าเป็นพรรคคุณภาพสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งปัญหามาก เพราะคุณรวมคนที่เป็นมันสมองจากหลายสาขาการบริหารปกครอง เสมือนมีมีดคม...

ที่หากใช้เป็นก็จะเกิดประโยชน์
หากใช้ไม่เป็นก็บาดมือตนเอง

...
...
ในความเห็นส่วนตัว
การปรองดองไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมในการนำมาใช้
การแก้ปัญหากลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

หากปัญหาได้รับการแก้ไข
และความแตกต่างถูกกำหนดบทบาทให้ชัดเจน ไม่ล่วงละเมิดกัน (อย่างที่ประชาธิปไตยถูกนำไป abuse ว่าใครทำอะไรก็ได้อิสรเสรีโดยปราศจากความรับผิดชอบ)
สังคมถูกสอนให้เรียนรู้ที่จะยอมรับในความแตกต่าง agree to disagree
เมื่อนั้นความปรองดองยิ่งไม่มีความจำเป็นเลย

หากนี่คือ อุดมคติ (Ideal) ที่ไม่เห็นแววในวันนี้
SW19 ยังอยากมองและตั้งอุดมคตินี้เป็นเป้าหมาย มากกว่าสรุปว่าเป็นไปไม่ได้ และไม่ทำอะไรเลย



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234


เมืองไทยสมัยที่จำได้ติดความรู้สึก คือ การไม่ยอมรับว่ามีปัญหา เมื่อไม่คิดว่ามีปัญหาก็ไม่มีอะไรจะต้องแก้ปล่อยเลยไปเรื่อยๆ เมื่อปัญหาสร้างเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็นำวิธีการประนีประนอมมาใช้อยู่นั่นแล้ว

คนไม่เคารพกฎหมาย เอาแค่กฎจราจรก็ได้ เพราะกฎหมายไม่เคยถูกนำมาใช้ในทางที่ถูกต้อง ให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเกิดปัญหา เช่นที่พบเจอตามท้องถนน ถ้าไม่หนักหนา อาจจะมีฝ่ายผิดเดินมายกมือไหว้ “ขอเถอะ.. ไม่ตั้งใจจริงๆ” หรือขอความเห็นใจด้วยเหตุของปากท้อง ฯลฯ แล้วเราก็ปล่อยเลยไป

มีเรื่องสุกเอาเผากินมาเล่าสู่กันฟังเหมือนกัน

เด็กหัวทองจากเกาะนี้ หลงใหลอยากไปเกาะสวรรค์ไทยแลนด์ ท่องราตรีพระจันทร์แจ่ม พลาดไปสะดุดเท้าคน ถูกซัดกลับตูมฟันหัก เข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เจอคำตอบว่าไม่รับ รอดมาได้เสียแค่ฟันหนึ่งซี่ก็ดีแล้ว พ่อเด็กถามว่ามันเป็นอย่างนี้ทั่วไปหรือไม่ แล้วประเทศชาติจะไปข้างหน้าได้อย่างไร

ทำให้นึกได้ว่าทัศนคติในการดำเนินชีวิตสไตล์ไทยที่เคยแต่ “ไม่เป็นไร” และ “ยิ้มสยาม” นั้น ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งปัญหาลึกของชาติด้วยแล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๕ คุณภูผาคราม พูด ทำให้นึกถึงข่าวนี้ครับ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000041249
การเล่นประเด็นแบบนี้ ทำให้คนในสังคมไม่ใส่ใจที่ตัวเนื้อหาของปัญหา แต่เผลอไปใส่ใจกับประเด็นปลีกย่อย
จนที่สุดก็เคยชินในการมองปัญหาไปที่เรื่องสายสัมพันธ์ก่อนตัวเนื้อหา
ไม่ว่าจะมีสายสัมพันธ์อย่างไรกัน ตัวเนื้อปัญหานั่นแหละที่ตำตา และลุกลามกัดกินอยู่
ตัวเนื้อหาของปัญหา(ในที่นี้คือรายละเอียดผลวิจัยชั่งน้ำหนักกับสัมฤทธิผลที่น่าจะเป็น)ต่างหาก
ที่จะส่งผลในทางดี หรือทางลบ เราต้องจัดการตรงนั้น ถกกันตรงนั้น ฉะกันในสาระนั้น
ค็อนเน็คชั่นจะมาทำอะไรได้

เพื่อนร่วมรุ่น สก.๙๐ ของวุฒิสารยังมีทั้งเนวิน ชิดชอบ, สมชัย ศรีสุทธิยากร, คณิศ แสงสุพรรณ,
วีระ สมความคิด ฯลฯ
การสร้างนิสัยชูประเด็นเช่นนี้มาเป็นสาระสำคัญ มีคำถามว่าคนเขียนบทความ เหตุใดจึงให้น้ำหนัก
ว่าวุฒิสารจะเอียงข้างเพื่อนทางฟากหนึ่งมากกว่าเพื่อนทางอีกฟากหนึ่งเล่า
และนี่เป็นสีสันของการ 'เสี้ยม' ไม่ต่างจากกลุ่มบุคคลที่เขาต่อต้านอยู่ จริงหรือไม่
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หากใครมาบอกผมว่า ไชโย คนไทยปรองดองกันได้แล้ว
ผมไำม่เชื่อเด็ดขาดครับ แต่คงมีสักวันหนึ่งในอนาคตข้่างหน้า แต่ไม่รู้่วันไหนครับ

ตราบใดที่คนไทยเรายังสนใจข่าวการเมืองที่ระยะนี้มีแต่ขุดลิ่มทิ่มตำให้เกิดความแตกแยกทั้งทางพฤตินัยและพฤติกรรม ก็ยากที่สังคมจะขับเคลื่อนไปในจุดหนึ่งจุดใดที่พอจะรอมชอมกันด้วยบริสุทธิ์ใจ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอแถมหน่อยเหอะ ท้ายคห.๓ นั้น
มีพุทธพจน์ (ตรัสเอง) ว่า บุคคลไม่ได้เป็นบัณฑิต เป็นวิญญูชน เพียงเพราะท่องบ่นคำที่บัณฑิต
ใช้อยู่ได้

เหมือนกัน .. ไอ้ที่ออกโทรทัศน์พล่ามคำตามตำราฝรั่ง ไม่ว่าฟูก้ง ฟูโก้ต์ เบนยาม็งเบ็นยามิน
โรล็องบาร์ตแบ็ตอะไรก็แล้วแต่
ไม่ได้ทำให้ดูเป็นคนรู้จักคิด พอที่จะมาเสนอแนะคนอื่นได้เลย ได้แค่หลอกคน
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ทู้นี้ค่อนข้างชัดเจน เห็นภาพ
แต่กับมวลชนหลายระดับทั้งแผ่นดิน ยังอาจมีที่นึกภาพตามไม่ออก
น่ามีการนำข้อเท็จจริงเหมือนอย่างนี้ไปแปรเป็นภาพให้เข้าได้ทันทีเพียงดูจบหรือฟังจบ ๑ เที่ยว
ใครละ จะทำหน้าที่นี้ แม่งานใหญ่ก็น่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านนั่นแหละ ปชป.ทำไม่้เป็นก็ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเขานำ
หาคนที่เป็นนักสร้างภาพสื่อสาร (creative) คนเขียนคำขวัญ คำโฆษณา (copy writer)
ที่มีฝีมือ มีสมองแจ่มใสมาช่วยกันเร่งงาน
ความสมานสมัครกลับมาคงไม่กินเวลาเป็นชั่วอายุคน
ผมมีความหวังว่าวิบากกรรมของประเทศจะจบลง และบุญประเทศจะหนุนเนื่องให้แผลสมานเร็ววัน
แต่ต้องเข้าใจว่าวิบากกรรม และ บุญ นั้นมิใช่ล่องลอยอยู่ในอากาศให้คว้าหยิบฉวยเอาอย่างนั้น
วิบากกรรมเป็นผลมาจากความทอดธุระ(เรื่องคนอื่น ข้าไม่ยุ่ง ถ้าไม่กระทบตรงตัวข้า)
ความดูเบา (หยวน ๆ กันไปน่า) การเบียดบังทรัพย์ส่วนรวม การปกปิดข้อมูล (กดให้ประชาชนเป็นใบ้)
และ ฯลฯ
บุญ ก็มาจากการลงมือทำ ลงมือแก้ไข เลิกเกรงใจแบบเหนือเหตุผล ผิดก็ยอมรับ ไม่เหลือวิสัย ไม่ขัดหลักการก็ยังให้อภัยได้
ตรงเข้าตัวปัญหา อย่ากลบเกลื่อน

บุญ บาป ที่เป็นสาระจริง ๆ ท่านเจ้าคุณก็ชี้แจงไว้อย่างนี้ พุทธพจน์ก็ว่าอย่างนี้

เขียนยาว ๆ นี่ เปล่าเทศนา แต่หวังให้พวกชอบเสี้ยม ชอบเอากะพี้ศาสนามาป่าวประโคมว่าศาสนาเป็นยาฝิ่น
ว่าสอนให้รอบุญ ถูกเอาเปรียบก็โทษกรรมเก่า
มันต้องซัดกันตรงๆว่าไอ้พวกบิดเบือนศาสนามาเป็นประโยชน์ ซึ่งคนที่กำลังอ้างใส่ร้ายศาสนาอยู่นั่น
ก็อีหรอบเดียวกัน คือหยิบเอากะพี้ศาสนามาเล่นให้เป็นประโยชน์ตน
เวลาพูดก็แต่งตัว ชักสีหน้าให้ดูเป็นปันยาชนซ้าาาา เอ่อเหอ...
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee

"แต่ในความโง่ของทักษิณ ประชาธิปัตย์ยังโง่ได้ยิ่งกว่า"

เป็นประโยคที่กินใจ คนรัก ปชป อย่างรินรู้ดี

และยอมรับได้

บางครั้งที่เพื่อไทย หรือ เสื้อแดง ชี้หน้าด่า ปชป

รินคิดว่า นั่นคือประโยคสมควร

เหตุเพราะ อยากให้ ปชป คิดได้ และลงจากหอคอย

มาสูดอากาศ ที่เป็นพิษเบื้องล่างบ้าง



ภายใน ปชปเอง ไม่มีเอกภาพ คุณอภิสิทธิ์ คงรู้

ทุกคนรู้ มีกลุ่มฟ้าแอบแดง อยู่ด้วย


บางครั้งจึงถอดใจกับวิธีการเล่นการเมือง แบบ ปชป


สำหรับเรื่อง สี และการปรองดองนั้น

ขอใช้คำพูดของ ท่าน ว วชิรเมธี

ที่ท่านได้บอกกับรินรู้ดี ว่า

"สังคมไทยมีโอกาสปรองดองหรือกลับคืนสู่ความสงบ

แต่คงไม่ใช่ สองสามปีนี้ อาจจะเท่ากับชั่วอายุของ

คุณโยมและพระอาจารย์เอง" ก็เป็นได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มีหลายๆ กรณี หลายๆ กิจกรรมที่กำลังสร้างความปรองดอง นัยว่าเพื่อความสงบสุขของผู้คนในสังคม
เช่น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นใกล้เคียงนี้ หากมองลึกๆกลับเป็นการสร้างความแตกแยก แบ่งพวกกันมากขึ้น เป็นการแยกคะแนนเสียงของพรรคการเมืองอย่างชัดเจน แม้จะถามจากปากประชาชนว่า พวกเขาต่างมีอิสระในการคิดการทำก็ตาม

สมัยเด็กๆ เราคุ้นเคยแต่กับการไกล่เกลี่ยความแตกแยก ทะเลาะเบาะแว้งกัน"แบบเด็กๆ" พอใหญ่โตมาก็เลยขาดการตรองในเรื่องเหตุเรื่องผล
ทุกคนเลยถูกตบให้หล่นไปอยู่ในค่าเฉลี่ยเสียหมด ดูจะไม่ยุติธรรมนัก
โดยอ้างว่า...เพื่อความสงบสุข สันติภาพ ปรองดอง ....ฯลฯ
ประโยคเหล่านั้นไม่มีใครไม่อยากได้ แต่ทำแบบสุกเอาเผากิน ลวกๆ เหมือนคนไร้สติปัญญา ก็รังแต่จะสร้างความแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักการเมือง นัก..ต่อหลายนัก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน