*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 185464
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 26 มกราคม 2556
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 8117 , 04:41:55 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน พาจรดอทคอม , พล.ท.นันทเดช และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

         ในนานาประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองพาดพิงถึงบทบาทของสื่ออย่างโจ่งแจ้ง ‘สื่อ’ ที่ทำหน้าที่ทั้งป้อนข้อมูลให้ประชาชนรู้ความเป็นไป และตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง

         ที่ประเทศไทย ภาวะการเมืองเต็มไปด้วยประเด็นแอบแฝง สิ่งชัดแจ้งกลับเป็นผลประโยชน์ที่ส่งถึงตัวบุคคลมากกว่าประเทศชาติและส่วนรวม สื่อที่ควรทำหน้าที่เยี่ยง ‘สื่อ’ กลับคลุมเครือ ไม่สามารถทำตัวให้ประชาชนพึ่งได้

 

         เกิดคำถามว่า สื่อมวลชนไทยกำหนดทิศทางการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไร

         เมื่อขุ่นโคลนของการเมืองสร้างความสกปรกแก่บ้านเมือง สื่อไทยรู้และเข้าใจบทบาทของตน ทั้งสามารถช่วยเหลือประชาชนและชาติได้แค่ไหน

         การตอบข้อสงสัยนี้

         ยากจะหลีกเลี่ยงการพิจารณาตัวอย่างสื่อ ‘นอก’ ระดับนานาชาติ

         ยากที่จะยืนยันยึด ‘วิถีไทย’ หาทางแก้วิกฤติการณ์ทางการเมือง อย่างไม่ยี่หระกับเสียงสนับสนุนจากต่างประเทศ

         หรือละเว้นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสายตาโลก ในภาษาที่โลกเพ่งเล็ง หากอีกฝ่ายที่แฝงตัวในรัฐบาลไม่เคยหยุดนิ่งเรื่องการสร้างภาพอย่างต่อเนื่อง มีกลยุทธ์

 

 

         ในสังคมที่ประชาธิปไตยเติบโตแล้ว สื่อมวลชนมีอำนาจคะคานเพื่อให้ประชาธิปไตยยังประโยชน์สูงสุดแก่สังคม ด้วยบทบาทและอำนาจของ Free Press

         สื่อมวลชน เดิมทีหมายถึง ผู้เสนอข่าวสารสู่ประชาชนผ่านสื่อต่างประเภท เช่น สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ปัจจุบัน โลกสากลนิยมเรียกสื่อว่า Press โดยไม่จำกัดเฉพาะสิ่งพิมพ์

 

         ปัญหาใหญ่สำหรับ Press วันนี้ ไม่ใช่วิธีเสพสื่อของประชาชนที่เปลี่ยนรูปแบบตามเทคโนโลยี่ ไม่ใช่การต่อสู้ให้อยู่รอดทางพาณิชย์ แต่เป็นการยืนหยัดให้สามารถทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง

         นั่นคือ คงศักดิ์และสิทธิ์ของ Free Press อย่างสมบูรณ์

 

         ปัญหาใหญ่ที่น่าเป็นห่วงของ Press จึงมาจากประเทศที่ถูกขีดเส้นจำกัดการเสนอข้อมูล

 

         โดยความหมาย Free Press คือ อิสรภาพในการเสนอข่าวและข้อมูลสู่สาธารณะ สามารถเลือกข้างรัก-ชัง ได้โจ่งแจ้ง ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง ห้ามเป็นความเท็จ โดยรัฐบาลไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ ชี้ผิดถูก

         ในทางปฏิบัติ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะชอบหรือขัดใจ และนั่นคือกลไกบังคับ Press ให้ ‘ต้องทำงาน’ หาข้อมูลสนับสนุน หรือโต้แย้ง คะคาน แต่ละประเด็น

         ในทางปฏิบัติ Great Britain มีตัวอย่างอธิบายได้

 

         UK Press มีจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนพรรคการเมือง ประกาศชื่อพรรคที่เลือกสนับสนุนอย่างเปิดเผย

         สิ่งสำคัญ คือ การสนับสนุนใครเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง คงอยู่จนหลังการเลือกตั้ง ไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่ว่าพรรคที่สนับสนุนนั้นจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหรือกลายเป็นฝ่ายค้าน

         เกณฑ์การสนับสนุน มาจากการวิเคราะห์นโยบายแต่ละส่วนของพรรค ด้านการบริหารประเทศ เศรษฐกิจ ความมั่นคงของชาติ หรือต่างประเทศ – ไม่กี่ประเด็นที่ประชาชนเพ่งมอง ซึ่งส่งผลต่อการนำพาประเทศไปข้างหน้า เมื่อเห็นด้วยจึงถ่ายทอดและโน้มน้าวประชาชนให้คล้อยตาม ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง

 

 

         Press จึงต้องปฏิบัติตัวและทำหน้าที่ให้สมคุณค่า เพื่อได้มาซึ่งการยอมรับนับถือจากประชาชน

 

         Press ของบริทิชแบ่งขั้วชัด ตาม 3 พรรคการเมืองหลัก คือ Conservative, Labour และ Liberal Democrat

         โดย Press บางฉบับประกาศตัวเป็นกลาง

         เมื่อต่างคนต่างพูดได้ กลไกที่ควบคุมระบบ คือ ความจริง ที่ห้ามปั้นแต่ง จึงเป็นเรื่องว่าใคร ‘ขุด’ มากกว่าใคร เรื่องเดียวกัน Press สามารถเลือกชูประเด็น พูดมาก น้อย หรือแตกต่าง ขึ้นอยู่กับว่าสนับสนุนใคร

 

 

         หากอยากรู้เรื่องฉาวของ Conservative ต้องหาข่าวจากฝั่ง Labour ที่คนข่าวทำการบ้านมากขึ้น คุ้ยลงลึก ส่วนสื่อฝั่ง Conservative เพียงรายงานห้วนสั้นแบบ ‘ข่าว’ ละเว้นการขุดและวิเคราะห์ให้เข้าตัว 

         หาก Conservative ตัดสินใจผิดพลาด สื่อที่เข้าข้าง แค่รายงานและยกเหตุผลแก้ต่างข้อบกพร่อง ขณะที่สื่อตรงข้ามขุดประเด็นจนเป็นเรื่อง เรียกร้องการแก้ไขและลงโทษผู้ทำผิด

 

 

Boris Johnson ผู้ว่ามหานครลอนดอน ใช้ The Daily Telegraph เป็นพื้นที่เขียนประจำ

เล่นกับข่าวบ้าง สร้างข่าวบ้าง

ก่อนโอลิมปิกต้องแก้ต่างความไม่พร้อมรายวัน กว่าจะมีโอกาสเรียกคะแนนคืนก็ตอนจบงาน 

 

         หากต้องการคำวิจารณ์เป็นกลาง ต้องฟังความจากคนที่ไม่เลือกข้าง หรือ BBC

         ข้อมูลทุกอย่าง เป็นเรื่องการนำเสนอให้ประชาชนพินิจพิจารณา

         และเป็นเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิ์เสพ เลือกเสพ คิด และให้ความเห็น

 

         เมื่อสื่อเปลี่ยนขั้วเลือกข้างพรรคการเมือง ยิ่งมีผลสูงลิ่วต่อประชาชน สร้างเครื่องหมายคำถามตัวโต เรียกหาเหตุผล และคำอธิบาย

 

 

         Press และภาคธุรกิจ ยังเกี่ยวข้องกันเรื่องการเห็นด้วยหรือเห็นต่าง ในการทำงานของรัฐบาล

         ก่อน UK Election  การเลือกตั้ง พ.ศ. 2553 รัฐบาลเลเบอร์ประกาศนโยบายขึ้นเงินสมทบประกันสังคมจากภาคธุรกิจ นักธุรกิจอาวุโสระดับ Chairman, CEO ของ 23 บริษัทชั้นนำ ทั้งน้ำมัน สายการบิน ยา ซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องดื่ม ค้าปลีก เสื้อผ้า เช่น Virgin Group, easyGroup, GlaxoSmithKline, Kingfisher, Marks and Spencer และNext  ร่วมลงชื่อส่งจดหมายสู่ Press สนับสนุนการคัดค้านนโยบายดังกล่าวของ Conservative พรรคฝ่ายค้านขณะนั้น (ซึ่งเป็นรัฐบาลขณะนี้)

         เมื่อ ‘นายจ้าง’ ออกปาก ประชาชนก็ชะงัก หวนกลับดูทิศทางของรัฐบาลที่กระทบผู้ว่าจ้าง ต่อตลาดงาน ซึ่งย่อมส่งผลต่อโอกาสสร้างงานและเงินเพื่อความอยู่ดีกินดีของคน และเศรษฐกิจของชาติ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงคะแนนเสียง

 

         ที่สหรัฐอเมริกา กันยายน พ.ศ. 2554 Howard Schultz, Chairman & CEO ของ Starbucks ขยะแขยงเต็มทนกับการทำงานของสภาผู้แทนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่สะท้อนความล้มเหลวชัดเจน จึงประกาศบอยคอตการสนับสนุนเงินแก่ทั้งสองพรรคใหญ่ของชาติ ทำให้อีกกว่า 140 บริษัทใหญ่รวมทั้ง Pepsi, Disney, AOL, New York Stock Exchange และ Nasdaq ร่วมขบวนด้วยทันที

         ไม่นานนัก ประธานาธิบดี Barack Obama ขอนัดคุยกับ Schultz เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม

 

นักธุรกิจไทยและ Press –

Hello, สบายดีอยู่หรือ

หยุดสร้างภาพด้วย Corporate campaign แล้วมาสร้างชาติกันดีไหม

 

         พฤติกรรมของ Press ยังส่งให้ภาคธุรกิจ เลือกข้องเกี่ยว สนับสนุน ลงโฆษณา หรือตีตัวออกห่าง

         Press ที่ออกนอกลู่ มักสะดุ้งเมื่อภาคธุรกิจถอดโฆษณาถอยตัวหนีทันที

         ธุรกิจที่เกาะติดกับ Press ที่สับปลับ ย่อมเผชิญความเสี่ยงจากแรงต้านของประชาชน

 

 

อะไรคือเหตุที่ส่งผลให้ Press ทรงอิทธิพลมากมาย

 

         11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 Winston Churchill กล่าวในรัฐสภาว่า

         ‘No one pretends that democracy is perfect or all-wise. Indeed, it has been said that democracy is the worst form of government except all those other forms that have been tried from time to time.’

 

สำนวนของ Churchill ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างความสับสนให้ชาติอื่น ด้วยรูปแบบ (turn of phrase)

การใช้คำ ‘เลวที่สุด’ หักล้างกับ ‘การไม่นับแบบอื่นที่เคยลองกันมาแล้ว’

ให้เกิดความหมายว่า ‘ดีที่สุด’

 

         แปลว่า Democracy ไม่ใช่ระบบการปกครองที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ยังดีที่สุดเมื่อเทียบกับระบบอื่นที่เคยทดลองกันมา

         หมายความว่า การให้อิสระในการคิดและแสดงออกแก่ประชาชนอันเป็นจุดแข็ง ของระบอบประชาธิปไตย อาจกลายเป็นจุด ‘บกพร่อง’ ได้ หากขาดการตรวจสอบ

         คน หรือ องค์กร ที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ ก็คือ Press

 

         First Amendment พื้นฐานของรัฐธรรมนูญและการร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ระบุชัดเจนว่า Freedom of Speech เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และกำหนดว่า

 

‘… ห้ามการร่างข้อกฎหมายที่ริดรอน freedom of speech อิสรภาพในการสื่อสาร

ห้ามละเมิด freedom of the press อิสรภาพในการเสนอข้อมูล … ’

 

 

 

         หกสิบกว่าปี หลังคำพูดของ Churchill

         Press รุ่นใหม่* บอกว่า พื้นฐานแรกของประชาธิปไตย คือการที่ประชาชนได้รับข่าวสารข้อมูลโดยปราศจากการปิดบังและบิดเบือน เพื่อประโยชน์ในการพาชาติก้าวไปข้างหน้า ความสำคัญของข้อมูลจะส่งผลให้คนสามารถเลือกผู้นำที่ดีที่สุดในการบริหารประเทศ ที่มีผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

         World Bank ให้ข้อมูลสนับสนุนว่า Free Press เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติด้อยพัฒนา

 

 

         ในระดับนานาชาติ ยอมรับบทบาทของสื่อมวลชนว่าสำคัญต่อพัฒนาการของการปกครองประเทศ ดัชนี Freedom of Press ที่ต่ำต้อยสะท้อนกลิ่นไอเผด็จการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่นที่ เกาหลีเหนือ จีน (PRC) คิวบา

         ที่ประเทศไทย ซึ่งติดอยู่ในกลุ่ม 25% ที่อิสรภาพต่ำสุด ดูน่าตระหนกปนสงสัยว่าสื่อมวลชนตระหนักในความสำคัญของตนเพียงไร จะใส่ใจในบทบาทของตนเองเมื่อไหร่ หรือจะปล่อยให้อำนาจจากระบบอุปถัมภ์ครอบความศักดิ์สิทธิ์ และสิทธิที่ได้มาจากรัฐธรรมนูญต่อไป

 

 

         การขาดอิสรภาพในการสื่อสาร คือ การทำให้กฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์

         คือ การทำให้นักการเมืองแสวงประโยชน์ส่วนตนตามสะดวก

         คือ การทำให้ฝ่ายค้าน เกียจคร้าน ไร้สำนึกในหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ที่คงอยู่แม้ไม่ใช่ผู้จัดตั้งรัฐบาล

         คือ การทำให้ประเด็นสำคัญของบ้านเมือง หลุดจากการพิจารณาในที่แจ้งและวงกว้าง ถีบส่งสู่สงครามข้อมูลในมุมอับ ที่สาระถูกบิดเบือน ใช้หลอกคนบางกลุ่ม

         เพราะการไม่มี Free Press ทำให้ขาดผู้ขุดคุ้ย คะคาน และทิ่มเตือน

 

         การเปิดเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการป้ายสี เมื่อต่างคนต่างมีโอกาสพูดเท่าเทียมกัน และอย่าประเมินความกระหายใคร่รู้ข้อเท็จจริงของประชาชนต่ำเกินไป

 

 

         เมื่อสื่อทำตัวไม่รู้จัก Free Press และไม่ทำหน้าที่ ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะบ่นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย

         และถ้าประชาชนไม่สนใจถามหา คงต้องอาศัยความเคยชินช่วยให้การตกอยู่ในสภาพที่ถูกบงการโดยรัฐบาลเผด็จการไม่ว่าจะมาจากฝ่ายทหาร พลเรือน หรือ ตำรวจ ต่อไปเป็นเรื่องง่ายขึ้น

 

 

*********

 

อำนาจขนาดนี้ Press หลงระเริง และทำผิด ได้ไม่ยาก

แต่ทำไม ‘จรรยาบรรณ’ คำเรียบง่าย จึงมีอำนาจเหนืออำนาจ Press

เมื่อ Press กระทำตัวผิดนัก อะไรคือตัวดึงสามัญสำนึกกลับสู่สมอง…

 

 

Notes/References:

  1. Freedom of Press และ Freedom of Speech เป็นคนละเรื่องกัน และทั้งคู่มีข้อยกเว้นในทางปฏิบัติ
  2. ข้อยกเว้นของ Free Press คือ การละเว้น / ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ และต้องรักษาประโยชน์ของ National Interest
  3. ข้อยกเว้นของ Freedom of Speech ที่ห้ามพูดคือ ข้อความที่ก่อให้เกิด Libel , Slander (อ่านว่า ไลเบิ้ล และสแลนเด้อ = ให้ร้าย, หมิ่นประมาท), Obscenity (อนาจาร), Sedition (= ทักษิณ ชินวัตร, เสื้อแดง, ชักชวนให้ก่อความไม่สงบ) และ Copy Right  violation (ละเมิดลิขสิทธิ์) รวมทั้งข้อความส่อเสียด ให้เกิดความเกลียดชังแก่เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา
  4. ขอไม่แปล Labour Party ว่าพรรคกรรมกร เพราะผิดความหมาย เลเบอร์ไม่ได้อิงติดกับกรรมกรอย่างเดียว แต่เป็นคนทำมาหากินทั่วไป พอกันกับที่ไม่แปล Conservative พรรคคนละขั้ว ซึ่งหมายถึงคน right wing มากกว่าแค่อนุรักษ์นิยม

         คน right wing ไม่จำเป็นต้องเป็นอนุรักษ์นิยม แม้ว่าคนอนุรักษ์นิยมจะเป็นคน right wing

         คน right wing รักชาติไม่ลืมหู ลืมตา เช่น นาซี หรือ BNP (British National Party ที่ตั้งงบจากเงินหาเสียงใช้ไล่คนที่ไม่ใช่เชื้อชาติบริทิชออกจากเกาะอย่างเดียว)

 

* Press Freedom Is Key to Development

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
usakanay วันที่ : 14/03/2013 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

สื่อไทยที่ประกาศข้างประกาศฝ่ายจริงๆตอนนี้เห็นจะมีสื่อทีวีพวกที่เป็นทีวีดาวเทียมบางช่องเท่านั้น พวกฟรีทีวีนั้นยืนข้างผู้เข้ามามีอำนาจภาครัฐ(ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหน)ทั้งหมดก็ว่าได้ ดีหน่อยก็ช่องทีวีสาธารณะที่มีความพยายามขุดคุ้ยหาข้อมูลแบบเกาะติดแต่ก็ไม่ลึกมากจนถึงต้นตอ เรื่องที่เปิดประเด็นส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่กระทบผลประโยชน์ส่วนรวมมากนัก เป็นเรื่องระดับท้องถิ่นบ้าง ระดับภูมิภาคบ้าง เช่นเรื่องการสวมบัตรประชาชน การทุจริตการสอบครูฯลฯ แต่ก็นับว่าดีกว่าช่องอื่น นอกนั้นเป็นกระบอกเสียงฝ่ายรัฐบาลหมด ฝ่ายบริหารคงไม่อยากเจ็บตัวแน่นอน สื่อสิ่งพิมพ์ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ไม่ประกาศตัวให้มันชัดไปเลยว่าสนับสนุนฝ่ายใด แต่โดยรวมแล้วก็จะรู้กันว่าฉบับไหนยืนข้างใคร ยิ่งมองจากนายทุนใหญ่ที่ถือหุ้นก็ถึงบางอ้อเลย ฉบับที่เป็นธุรกิจครอบครัวผมว่าไม่ได้มองประโยชน์ของส่วนรวมสักเท่าไร พร้อมเอียงเข้าฝ่ายมีอำนาจได้ทุกเมื่อ
ผมยังเห็นด้วยที่ว่าไม่ควรจะมีฟรีเพรส๑๐๐% (ถึงอย่างไรก็มีได้ยากอย่างที่ถกกัน) เพราะข่าวสารบางอย่างก็มีความจำเป็นต้องปกปิดไว้บ้าง เช่นด้านความมั่นคง จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรที่ควรจะเอามานำเสนอกัน แต่ผู้ทำให้มีการปกปิดนั้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยถ้าการปกปิดไม่เปิดเผยตามเวลาอันควรนั้นทำให้เสียประโยชน์ส่วนรวมไปหรือทำให้เกิดความเสียหาย
เรื่องสื่อต่างชาติวิจารณ์กม.หมิ่นสถาบัน ผมไม่เห็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของเรืื่องนี้โดยตรงตอบโต้ให้กระจ่างอย่างที่คุณsw19เขียนไว้ในคอมเม้นต์ที่๑เลย ครับ หรือมีแต่ผมตกข่าวก็ไม่ทราบ
เพิ่งเข้ามาอ่านบันทึกเรื่องนี้วันนี้เองครับ ตกไปได้ไงไม่ทราบ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
bene วันที่ : 26/02/2013 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

มันฝังราก ลึก มายาวนาน จนเป็นนิสัยของคนไทย(ส่วนใหญ่)
ไปแล้วค่ะ ชอบพูด-ฟัง มากกว่าชอบ อ่าน เขียน
แต่ก่อน มีละคร วิทยุ ต่อมาเป็นละครหลังข่าว
ตอนนี้เป็นละคร ...ใน(นักเล่า)ข่าว

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
driftworm วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ข่าว นสพ.เดลินิวส์ วันนี้ครับ

“วิปฝ่ายค้าน” บี้ “รัฐ”แถลงผลงานครบรอบ1ปี | เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/politics/181048

ชวนนท์ จวกเป็นยุคที่สื่อและประชาชนถูกริดรอนสิทธิมากที่สุด
http://www.dailynews.co.th/politics/180836
...................................

ฝ่ายค้านคงไม่เป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันให้เกิด free press เพราะพวกเขาก็เป็นนักการเมืองพันธุ์เดียวกับฝ่ายรัฐบาลนั่นแหละ
ไม่ต้องการให้สื่อมาขุดคุ้ยตัวเองในวันหน้าหรือวันไหน ๆ
พวกเขาเคยเป็นรัฐบาลมาก่อน ก่อนกำเนิดพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ด้วยซ้ำ
อะไรที่เคยทำมาก่อน ๆ ก็เหมือนวัวที่มีแผลบนหลัง ใครอย่ามาตอมให้อักเสบเว้ย
และหากมีโอกาสกลับเป็นฝ่ายรัฐบาลอีก ก็ใช่จะไม่แสวงหาประโยน์เหมือนพรรคเพื่อไทยเวลานี้อีกดังเคย

ในอดีต เท่าที่ระลึกติดหมับขึ้นมาได้ทันที ก็กรณี อาคม เอ่งฉ้วน เรื่องงบอะไร ต้องไปรื้อความจำ กับกรณีสุเทพ เทือกสุบรรณ
........................
แต่ก็ใช่ว่าในยุคนี้ ประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน จะกู้เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ด้วยการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงใจ จริงจังไม่ได้
.

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
SW19 วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

ทำเอาเรารู้สึกผิด ให้ผู้สูงวัยต้องลุยมาใช้สมองในยามดึก
ความเห็นของคุณหนอนทำเอา ตาวาววิบ มีแรงคุยทั้งที่วันนี้ยาวจากเรื่องอื่นมาก

[... ก็ไม่รู้ว่าเป็นที่คุณ SW19 เขียนแบบเร่ง ๆ จริง ๆ หรือเป็นที่วิธีอ่านของผม...]

เราเขียนเรื่องนี้ตั้งใจให้เป็น ทริลอจี้ แบบ Star Wars Trilogy
เขียนทุกอย่างแบบบทสรุป แล้วค่อยมาบอกว่าใครพ่อใคร ใครลูกใคร ในอีกสามตอนต่อไป อันอาจทำให้ดูเหมือนรีบเขียน ทั้งที่เขียนเรื่องนี้ และเก็บข้อมูลมาเป็นระยะอย่างน้อยก็สองปี กว่าจะตัดสินใจเริ่ม post เพราะ

๑) เรื่องนี้เป็น alien (อ่ะ! เล่นชื่อหนังอีกสักเรื่อง) ในสังคมไทย ขอบอกว่า กล้าพอที่จะชี้นิ้วถามว่ามีสื่อกี่คนที่รู้จักเรื่องนี้
๒) เมื่อเห็นสภาพการเมืองไร้ผู้นำ และฝ่ายค้านไม่ perform
๓) เรื่องนี้ตั้งใจบอกไม่กี่ประเด็น

ก.เมื่อรัฐบาลมีอำนาจมากจนเหมือนประชาชนที่อยู่คนละฝั่งกับรัฐบาลหาทางออกไม่ได้ ประชาชนจะหาทางออกได้จากไหนบ้าง

ข.คนที่จะผลักดันให้รัฐบาลทำงานได้เต็มที่ มีสองฝ่าย คือ ฝ่ายค้านและ Press (กลับไปอ่านข้อสอง ว่าฝ่ายค้านไม่ perform)

ฝ่ายค้านอาจมีข้อจำกัด เพราะคนน้อยกว่า แต่ Press ไม่จำกัด อยู่ที่จะทำหรือไม่ทำ
ไม่แตะฝ่ายค้าน เพราะด่าประชาธิปัตย์และผู้นำพรรคมาหลายสถานที่และวาระ ไม่อยากเอามาปน เดี๋ยวจะหาว่าไปยุ่งอะไรหนักหนากับเขา และไม่เป็นกลาง

ค.คาดหวังจะได้ยิน คนวิจารณ์พูดว่า “โอ๊ย ฝันไปเถอะ สื่อไทยไม่มีทาง” เพราะอยากตอบว่า การผลักดันให้เกิด Free Press นั้น ต้องมาจากภาคประชาชน โดยประชาชน เพราะ Press มันจะทำอะไรไปเพื่ออะไรล่ะ ประชาชนสิ ต้องการความช่วยเหลือ ในการตรวจสอบ ชี้เป้าคนทำงานจริง หาแนวทางว่าใครดีจริง จะได้เชียร์ ได้เลือกอย่างถูกทาง ประชาชนควรมีโอกาสรับรู้ข้อเท็จจริงของคำพูดและนโยบายของรัฐบาล และคำพูดและนโยบายของฝ่ายค้าน

๔) ตั้งใจรอผลตัดสิน เรื่องปัญหาจรรยาบรรณของ Press ที่เกิดการสอบสวนใหญ่ใน UK ที่เรียกว่า Leveson Inquiry เพิ่งประกาศผล เมื่อ ๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรื่องนี้แคะความฉาวของ บริทิชเพรส และนักการเมือง สะเทือนถึงขั้น Press ไม่เล่นข่าวใดๆ ทั้งสิ้น เก็บปากเก็บตีน ไม่เจี่ยป้าบ่อสื่อ แกว่งหาเสี้ยน ไม่ลงรูป Prince Harry แก้ผ้า ไม่ลงรูปเปลือยอกสะใภ้หลวง ทำไม เพราะอะไร

ทำไมจึงกลัวการควบคุม ทำไมกลัวเสียอิสรภาพ

ตรงนี้ใส่ประเด็นเป็นตัวเอียงท้ายเรื่อง ไม่มีคำอธิบาย เพราะโยนหินถามทางไปว่า หากมีคนสนใจจะแคะต่อให้ฟัง

ไม่ตอบเรื่องสื่อบริทิชดีเลว เพราะไม่ใช่ประเด็น ใครดีเลวไม่ใช่เรื่องสำคัญ ปัญหาใครก็ปัญหามัน อยู่แต่ว่าเราเอาอะไรมาเรียนรู้และปรับใช้ในประเทศไทยได้

เห็นจะมีแต่คุณหนอนแหละ ที่สงสัย และตั้งข้อสงสัยตรงนี้
..
..

เรื่อง Marx ไม่อยากยุ่ง เพราะในโลกฝั่งนี้ มีการพูดคุย วิจารณ์ มีการตั้งทฤษฎีโต้แย้งมากมาย ที่สำคัญ หลายประเด็นของ Marx มันไม่ valid แล้ว เพราะปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนหมดแล้ว

วันนี้ทิ้งของ อดตัดเศษกระดาษเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง เก็บไว้ Bill Clinton พูดเรื่อง Economy ว่า ‘When the Tea Party started, they seemed to object to the bailout of the big banks, claiming they were being protected from their own mistakes. THAT WAS TRUE, BUT IRRELAVANT.’

ก็คล้ายๆกัน Clinton พูดมา เป็น reality ของจริง ชัดๆ
ของ Marx หลายอย่างก็ไม่เคยจริง แต่จริงหรือไม่จริง วันนี้ไม่เกี่ยวกันเสียแล้ว
..

Press ไทย ทำได้ไม่ได้ก็เรื่องหนึ่ง
ถามว่า ต้องทำ เป็นความจำเป็นที่ต้องทำ ต้องมีไหม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
และถ้าต้องทำ.. ทำอย่างไร ก็อีกเรื่อง
..

เปรียบเทียบกัน
การทำได้หรือไม่ของ Press ไทย ก็ irrelevant
สิ่งที่ relevant คือ เมื่อไหร่ที่จะทำได้
เพราะวันนั้นที่ทำได้ จะเป็นวันที่มีคนอุ้มชู ปกป้อง ฟูมฟักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ให้เกิดขึ้นได้
..

เราจะไม่อยู่บ้านสายวันอังคารเมืองไทย กว่าจะได้กลับมาคุยกัน คงช้า คุณหนอนสบาย สบาย ..
..


ขอบคุณความเห็นเพิ่มเติมจากคุณ NN1234 คุณลูกเสือหมายเลข9 และคุณผจญ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 29/01/2013 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมเข้ามาเป็นครั้งที่สอง ก็ใกล้ตีสองอีกแล้ว รถม้าจะกลายเป็นฟักทองไปซะก่อน ๕๕
เลยอ่านโดด ๆ อีกละ ถ้าจะบอกว่าคุณ SW19 เขียนโดด ๆ ชอบกล
.. ก็ไม่รู้ว่าเป็นที่คุณ SW19 เขียนแบบเร่ง ๆ จริง ๆ หรือเป็นที่วิธีอ่านของผม
เอาเปนว่ สาย ๆ วันนี้จะมาอ่านละเลียดอีกที หรือสองที หรือสาม ถ้ามีธุระมาขัด

สายวานนี้ ผมเขียนในเฟ้ซบุ๊คว่า ในไทยเวลานี้ สำนักทำโพล กับสื่อ มัก "เล่นข่าว" เพื่อสร้างกระแสความนิยมในทิศทางที่ถูกกำหนดตามวาระซ่อน
กระแสจะเกิดขึ้นได้ ก็เมื่อเกิด "ความรับรู้เทียม ชั่วคราว" กับ "จิตสำนึกเทียมแบบชั่วคราว" ซึ่งโพล (ห่วย) และสื่อ (ห่วย) ชี้นำไว้
ความรับรู้เทียมกับจิตสำนึกเทียม มีกลไกเกิดได้เพราะโลกวันนี้ที่เป็นโลกข่าวสารท่วมท้น คนเราจะรับรู้แบบแวบ ๆ และลืมมันในเวลาอันรวดเร็ว
เพราะมีข่าวใหม่ ๆ ที่ใหม่กว่ามาดึงความสนใจ
ผมให้ว่า ๕๐ วันที่ข่าวใหญ่ ๆ ดัง ๆ ตู้ม ๆ จะคงอยู่ในความรับรู้ และอารมณ์ของผู้คนวันนี้
ถ้าเลี้ยงกระแสความนิยมในคน ๆ หนึ่งได้ (เช่นจากวันแรกเสนอว่าความนิยมเป็นรอง ถัดมาอีกสามสี่วันบอกว่าคะแนนสูสี
ถัดไปอีก ๗ วัน บอกว่าเริ่มเหนือกว่าคู่แข่ง แบบนี้คือให้ข้อมูลกำมะลอ เพื่อดึงความโน้มเอียงที่จะเชื่อ และเปลี่ยนการตัดสินใจ)
๕๐ วัน มันครอบคลุมช่วงเวลาไปถึงวันกาคะแนน !!! เลี้ยงกระแสไว้ เลี้ยงไว้ ยิ่งใกล้วันกาคะแนน คอยดู มันจะซัดตู้มว่าความนิยมกลับมาเหนือกว่าหลายขุมแล้ว !!!
............
สื่อบางค่าย ที่มีปรัชญาว่าต้องเลือกข้างเสียแต่วันนี้ เพราะเขาเดินตามทฤษฎีม้าร์กซ์ และเหมา ว่าโลกแบบวิภาษวิธี (dialectic) ของวัตถุนิยม
มันไม่มีความเป็นกลางหรอก ใครคิดเรื่องความเป็นกลางเป็นความเพ้อฝัน ไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
สำทับด้วยกฏของความขัดแย้งของม้าร์กซ์ จึงสมควรจะเลือกข้าง (ศัพท์ว่า ยืนหยัดข้าง ปชช.)
ทว่า ทั้งหมดของม้าร์กซ์และเหมา ข้างบนนั้น ก็ถูก Post-Modern, Post-Western ตั้งคำถามมานานแล้ว
ความคิดม้าร์กซ์มีข้อบกพร่อง ......

มีคนมาแยงผมในบล๊อกผม โอเคเีั่นชั่นนี่แหละว่า คิดเองเออเองรึเปล่าว่าพวกนั้นนิยมม้าร์กซิสม์ อย่ามั่ว
.. ก็ฟังเขา และเขาก็ไม่อธิบาย
แต่ตามที่ผมพิจารณาดูแนวพฤติกรรม ทั้งคนที่เคลื่อนไหวบนทองถนน ในรัฐสภา บทความ กลอน ในสื่อที่ว่า ผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างอื่น

Free Press ในไทยเป็นไปได้ยาก แต่ก็ใช่จะเลิกเรียกร้องมัน
มันคงต้องมีวันที่สื่อสักค่ายออกมาเรียกร้องแข็งขัน และประชาชนก็ร่วมออกมาเรียกร้องแข็งขัน
และอาจมีการต่อสู้ ... จึงจะเกิดความเปลี่ยนแปลง
ในอังกฤษก็ซัดกันหนักนี่นา ก่อนจะมาเป็นรูป free press แบบที่คุณ SW19 เล่ามา

สย ๆ วันนี้ค่อยมาอ่านอีก

ความคิดเห็นที่ 21 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พาจรดอทคอม วันที่ : 28/01/2013 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

บ้านเราสื่อฝ่ายใครก็เชียรืกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู..หากใครคิดต่างต้องไปอยู่ที่อื่น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/01/2013 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สื่อในฝัน
จะมีวันเป็นจริงไหม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
NN1234 วันที่ : 28/01/2013 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

"ถ้าสื่อเอาแต่เชียร์ หรือ ด่ารัฐบาลอย่างไร้สาระ นั่นไม่ใช่สื่อมวลชน แต่เป็น สื่อมวลสัตว์"

"ส.ศิวรักษ์"

ความคิดเห็นที่ 18 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/01/2013 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี

แค่เราทุกคนมี awareness ตรงนี้ ก็เป็นเรื่องดีมากมาย ทุกเรื่องราวเปลี่ยนข้ามคืนไม่ได้ ขอเพียงมีจุดเริ่มต้น ..

เราแอบหนีไปเปิดสมองดูงานภาพถ่ายจาก Middle East ชื่อว่า Light from Middle East

มีคำภาษาอารบิค เขียนในภาพ ความว่า Ignorance is darkness.
มีคำอธิบายว่า สำนวนเต็มจะมีต่อท้ายว่า Knowledge is light.

ประทับใจ..


..
..

คุณ rattiya และ คุณนันทเดช ขอบคุณมากสำหรับความเห็นที่ทิ้งไว้

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
BlueHill วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

แม้กระทั่งเสรีภาพของสื่ออเมริกัน ก็ไม่ได้มี 100 % เต็มหรอกครับ กระทั่งอังกฤษเองก็เถอะ มีหลายเคสที่ถูกปิดปากโดยอิทธิพลทางการเมือง หรือบางที่ก็ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ยังดีที่มีระบบการตรวจสอบแต่ละฝ่ายค่อนข้างเข้มข้น และถ่วงดุลกันได้

ส่วนของไทยเราก็เป็นอย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ สื่อหลายคนหลายองค์กรที่ชอบพูดเรื่องเสรีภาพสื่อ จะเป็นจะตายหากมีใครมาแทรกแซงการทำงาน พอเอาเข้าจริงๆ จะต้องสู้หรือถอย ก็หลบให้อำนาจทางการเงินเกือบทุกครั้งไป

เสรีภาพสื่อ ผมเองก็อยากให้สื่อเมืองไทยเราลงทำมากกว่าเป็นเพียงคำพูดเท่ๆ เอาไว้หลอกลวงผู้บริโภค

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เห็นด้วยครับ สื่อ ของเราถ้าทำหน้าที่ ของตัวเองสมบูรณ์ บ้านเมืองไทยก็ไม่น่าจะมีปัญหา มาถึงขนาดนี้ แต่เมื่อการทำสื่อ ต้องพึ่งพา สปอนเซอร์ สื่อกระแสร์หลักจำนวนมากก็ยอม ที่จะทำหน้าที่ติติง หรือให้ความจริงเพียงบางเรื่องเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
rattiya วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 17.27 น.

ถูกใจข้อความนี้ค่ะ
และถ้าประชาชนไม่สนใจถามหา คงต้องอาศัยความเคยชินช่วยให้การตกอยู่ในสภาพที่ถูกบงการโดยรัฐบาลเผด็จการไม่ว่าจะมาจากฝ่ายทหาร พลเรือน หรือ ตำรวจ ‘ต่อไป’ เป็นเรื่องง่ายขึ้น

ภายในประเทศ’ ปัญหาในชาติที่มีมากมาย หลายอย่างไม่จำเป็นต้องเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ ไม่ว่าจะเรื่องทุจริต การตัดสินใจประหลาดพิศดารของรัฐบาล ตัวอย่าง Tablet ที่คนก่นด่ากันอยู่ช่วงหนึ่ง เราไม่มีคนคุ้ย ชงเรื่อง ช่วยหาทางออกให้ประชาชน มากไปกว่าการรุมกันด่าว่ามันไม่ดี แล้วก็จบ ทำอะไรต่อไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

[...ส่วนเสรีภาพสื่อ มันเพียงอุดมการณ์ที่อยากให้มีกัน
แต่มันไม่มีอยู่จริงครับ…]


คุณชาลี

ถ้าพูดถึงว่า Press ที่ Free แบบ absolute 100% ใช่... ไม่มีจริง

เช่น การต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเพื่อความมั่นคงของชาติก็เป็นข้อห้ามที่ถูกนำมาอ้างกับสื่อกันในหลายประเทศ
การจับนักข่าวกรณีประท้วง Occupy Wall Street ก็ทำให้ดัชนีความโปร่งใสของสหรัฐอเมริกาตกลงไป
ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลและ Press ในการปิดข่าว Prince Harry ออกรบที่อัฟกานิสถาน ก็เป็นการปกปิดจากประชาชน

แต่เมื่อย้อนกลับมาดูบทบาทหลักของสื่อ ที่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประชาธิปไตย ถ้าสื่อเรียกร้องให้มีอิสรภาพพอเพียงในส่วนของการดูแล ประครองประชาธิปไตย ให้ข้อมูล และตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง นั่นก็เพียงพอแล้วต่อคำว่า Free Press ในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันในหลายประเทศ

First Amendment ของ สหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเองไม่สามารถปิด Wikileaks ได้ ถึงต้องหาทางบีบด้วยวิธีอื่น เช่นทางการเงิน

กรณีของไทย จึงยังห่างจากสถานการณ์ที่ไม่ ‘absolute 100%’ ในชาติอื่นอีกมากนัก

เป็นความฝัน ที่ต้องตั้งเป้าให้คืบคลานเป็นความจริงให้ได้ทีละน้อย โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยผลักดันให้เราต้องสร้างความฝันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างเดียว แต่เพื่อให้ประชาธิปไตยในประเทศไทยมีโอกาสเกิดขึ้นอย่างแท้จริงด้วย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
SW19 วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เราไม่มี Free TV น่ะคุณ NN1234

เราเสีย TV Licence ปีละ 145.50 ปอนด์ (รัฐบาลสัญญาว่าจะไม่มีการปรับราคาจนปี 2016) สำหรับทุกบ้านที่มีเครื่องโทรทัศน์ ที่ใช้รับสัญญาณดูโทรทัศน์ทุกทาง ไม่ว่า terrestrial เสาอากาศธรรมดา, satellite จาน, cable ทางสาย หรือ internet

มีอัตราลดให้ในบางกรณีเช่น เสีย 49.00 ปอนด์ถ้าเป็นทีวีขาวดำ (อ่ะ ถ้ายังหาดูได้ก็ลดให้) ลดให้คนพิการทางสายตา (คนที่นี่ ‘ฟัง’ ทีวีมานานแล้ว รวมทั้งฟังวิทยุทางทีวีด้วย ช่องวิทยุมีเป็นเทือก) คนอายุตั้งแต่ 75 ไม่ต้องเสีย

เลือกจ่ายได้ทั้งรายเดือน รายสี่เดือน รายปี มีการตรวจจับสัญญาณได้ว่าหากไม่เสีย ก็ถูกปรับ ดูเหมือนจะหนึ่งพัน

เงินที่ได้มาหลักๆ ใช้เป็นทุนให้ BBC ทำรายการทีวี วิทยุ และ online ไม่รู้กี่ช่อง

การดูรายการของ BBC เป็นเรื่องเครียดมาก เพราะไม่มีโฆษณาเลย หากรายการไหนตั้งใจดูมากๆ ต้องเข้าห้องน้ำ เตรียมของกินของดื่มให้เรียบร้อย ถ้ารายการไม่ดี ยังมีภาระให้ต้องโทรศัพท์ หรือ email ไปด่าอีก ด่าแล้วก็เป็นภาระต้องคอยฟังเพราะเขาดันตอบ (รวมมาตอบเป็นรายสัปดาห์) เช่น รายงานเผาเมืองที่ประเทศไทย ที่คนรุมด่า Rachel Harvey นั้น ผู้บริหารก็ตอบ และให้ยาย Harvey ตอบอธิบายตัวเองด้วย จะด่าต่อหรือว่าไง ก็ว่าไป

ช่วงโอลิมปิก คนก็ด่า เปิดช่องเพิ่มรายงาน และถ่ายทอด 64 ช่อง ดูไม่หมด คนไม่ดูก็ด่า ว่าละครฉันยังอยู่ไหม

ดูรายงานข่าว ก็ยิ่งน่าเบื่อ ไม่มีคนจบตรงสายนิเทศมาอ่าน ส่วนใหญ่ดันเป็นคนจบตรงในสายข่าวของตนเอง รายงานแล้วยังวิเคราะห์แถมให้เครียดต่ออีก พูดจาโครมคราม ไม่ยืนกุมทรัพย์เวลาอยู่ต่อหน้านักการเมือง ผู้ว่า กระทั่งนายก ถามแล้วไม่ตอบก็ใช้ข้อความสุภาพมาไล่จี้ ขู่ตะคอก (แบบอดีตนายกไทยเจอนั่นแหละ) จนถูกด่ากลับบ้าง ไล่ต้อนเข้ามุมได้สำเร็จบ้าง คนดูไม่เคยบอกให้ไล่ออก

แต่พิธีกรรายการบางคน ดังแล้วค่าตัวแพงเกินไป ทั้งที่ตลกจะแย่ ผิดคิวไปครั้ง คนด่าจนต้องออก

หน้าตาแจ่มแจ๋วไม่จำเป็น แถมเสื้อผ้าใช้ของตัวเองดูทุกวันเดี๋ยวก็เจอชุดซ้ำ ไม่มีขอบคุณยี่ห้อเสื้อผ้า น้ำอัดลม ฯลฯ ท้ายรายการ ยังดีที่มีแต่งหน้าทำผมให้

นอกจากโฆษณาจะไม่มีให้ดูว่าใครเขามีอะไรขายแล้ว รายการที่ผลิตขึ้นมาทั้งสารคดีต่างๆ ที่เอาประวัติศาสตร์มาสอนซ้ำซาก ทั้งแบบง่ายให้เด็กดู หรือเป็นเรื่องแบบผู้ใหญ่ หรือเข้าป่า ดูสัตว์ ดูนก ยังทำเทปออกมาขายไล่หลัง เอาเงินเราไปง่ายๆ เสียอีก (ไม่ต้องนับละครชุด ชาตินี้ติดละครเน่ากว่าไทยแยะ หลายเรื่องเป็นชุดต่อเนื่องเล่นมาห้าสิบกว่าปีแล้ว เด็กวัยรุ่นยุคนี้ก็ยังดู)

สื่อ และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ไทย อยู่แบบไทยๆ แล้วยังอยู่ได้แบบนั้นได้ … เก่งมาก...

..
..

คุณ hayyana ลืมถามให้ท่านเล่าเรื่องกรณี ปตท ไม่รู้เรื่องน่ะ

..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สื่้อ หากไม่ทำหน้าที่"สื่้อ" ก็ไม่ต่างอะไรกับ "พาหะ"
เป็นพาหะนำโรคร้ายมาสู่ชุมชน
ไม่ต่างไปจากโรคระบาดชนิดหนึ่งที่ยากเยียวยา

โชคดีที่ยุคสมัยนี้มีสื่อภาคประชาชนเป็นทางเลือกให้กับประชาชน แน่นอนว่า แม้ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ Freedom of Speech แต่ก็เพิ่มทางเลือกในการเสพสื่้อเพื่อพิจารณาตัดสินใจ

ส่วนเสรีภาพสื่อ มันเพียงอุดมการณ์ที่อยากให้มีกัน
แต่มันไม่มีอยู่จริงครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
NN1234 วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

"สื่อไทย"(ซึ่งไม่ต้อง..อย่ามาใช้อารมณ์ร่วมกับประชาชน โปรดใช้สมอง หาข่าว หาข้อมูล ขุดคุ้ย ใช้เหตุผล หาทางออกที่เป็นไปได้ ส่งให้เป็นอาวุธอันทรงพลังกว่าอะไรทั้งปวงแก่คน)

ชอบคำๆ นี้ ทุกวันนี้ สื่อไทยถูกรัฐบาลนังโง่สนตะพายจูงจมูก(นางโง่ถุกพี่ชายจูงจมูกอีกต่อหนึ่ง) แล้วสื่อไทยก็จูงจมูกประชาชน จูงกันเป็นทอดๆ ๆ อย่างไร้ความละอาย
หากคนที่ถูกจูงตรงกลางขบวนรู้สำนึกว่าตนเป็นใคร (ฐานันดรที่ 4 ...ที่พูดกันนักพูดกันหนา) ก็ลุกขึ้นทำหน้าที่ตนเองอย่างมีสำนึกและเข้มแข็งสิ
จะได้ไม่ต้องให้ประชาชนจมอยู่แต่กับการดูละครน้ำเน่า ทีละคร"เหนือเมฆ" ล่ะก็ .....นั่นแหละสะท้อนว่าสื่อไทยไร้ยางและไร้น้ำยาในการทำงานให้ความฉลาดแก่ประชาชน

(ส่วนตัว)ดูข่าวช่องฟรีทีวีแล้วเอียนมานานแล้ว ยิ่งช่อง"หอยม่วง"ยิ่งแล้วใหญ่ นี่ช่อง"ปีกนกสีส้ม"กำลังจะตามไป ไม่นับช่องหัวแถวและช่องหลายสี ส่วนช่องพระรามเก้าก็กระเด็นลงคูน้ำครำตั้งแต่ถูกคนของรัฐบาลยึดไปไว้ใต้หว่างขาแล้ว .....เลยนอนดูหนังเกรด B เกรด C ผ่านดาวเทียมไปวันๆ
เพราะสื่อไทยไร้น้ำยาในการทำงานน่ะสิครับ

ความคิดเห็นที่ 10 hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 27/01/2013 เวลา : 02.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

SW19 ขอบคุณทุกความเห็น

ขอมีความเห็นกลับโดยรวมว่า บทบาทของสื่อเป็นสิ่งสำคัญมากเกินกว่าจะปล่อยวางให้เป็นไปตามสภาพอย่างปัจจุบัน

ขอร้องให้พิจารณาด้วยใจเปิดกว้าง ว่าหากปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ ชาติคงมีแต่แย่ลง

‘ภายในประเทศ’ ปัญหาในชาติที่มีมากมาย หลายอย่างไม่จำเป็นต้องเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ ไม่ว่าจะเรื่องทุจริต การตัดสินใจประหลาดพิศดารของรัฐบาล ตัวอย่าง Tablet ที่คนก่นด่ากันอยู่ช่วงหนึ่ง เราไม่มีคนคุ้ย ชงเรื่อง ช่วยหาทางออกให้ประชาชน มากไปกว่าการรุมกันด่าว่ามันไม่ดี แล้วก็จบ ทำอะไรต่อไม่ได้

ประชาชนขัดใจ คับข้องใจ ใช้ Social networking ด่าขรม แล้วสื่อทำอะไรอยู่ ถ้าไม่ ...

๑) ร่วมด่าด้วย
ซึ่งไม่ต้อง..อย่ามาใช้อารมณ์ร่วมกับประชาชน โปรดใช้สมอง หาข่าว หาข้อมูล ขุดคุ้ย ใช้เหตุผล หาทางออกที่เป็นไปได้ ส่งให้เป็นอาวุธอันทรงพลังกว่าอะไรทั้งปวงแก่คน

หรือ ๒) ย้ายข้างตามพรรคที่ชนะเลือกตั้ง อันนี้ไม่ว่ากัน เป็นเรื่องที่ต่างประเทศทำกันชัดเจนอย่างไม่โลเล ถ้าสื่อไทยจะเอาเยี่ยงอย่างก็ต้องชัดเจน ว่าที่สนับสนุนใครนั้นเพราะอะไร

ประชาชนเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะเห็น ‘ต่าง’ กันในสังคม (อันเป็นเรื่องยาก ถ้าไม่คุ้นเคย แต่ต้องเริ่มเรียนรู้ จะเอาแต่ด่าอย่างเดียว ไม่ทำให้ใครก้าวไปข้างหน้าได้)

และถ้าสื่อเลือกข้างเช่นนั้น เราจะชี้เป้า identify ใครเป็นใครได้ชัดเจน วางแนวทางของเราได้ง่ายกว่าการทำตัวเส้นกระตุกแบบสื่อประเภทแรก

สื่อต้องกินต้องอยู่ ประชาชนก็ต้องกินต้องอยู่ ถ้าสื่อทำได้แค่ขยับเลื้อย คลานหนีหาทางเอาตัวรอด ปล่อยเกาะประชาชน ก็เท่ากับไม่ทำหน้าที่สื่อ ... ก็ไม่ควรเป็นสื่อ

อีกตัวอย่างที่ดี คือ ค่าแรง 300 บาท ถ้ามันเห็นกันอยู่ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งสื่อทั้งภาคธุรกิจใหญ่ ไม่มีใครทำอะไรเลย คนที่เรียกหาความช่วยเหลืออย่างธุรกิจรายย่อย ต้องให้ร่วงไปอีกเท่าไหร่ เราจึงจะขยับตัว

‘ภายนอกประเทศ’
ถ้าสื่อไทยยังดูไม่ออกว่าวิธีการที่ภายนอกทำกันเป็นอย่างไร ก้าวเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว
ถ้าสื่อยังไม่พยายามตามเกมชาวโลกให้ทัน แล้วจะเอาอะไรมาให้แนวทางแก่ประชาชน

ส่วนสื่อประเภทสุดท้าย หรือผู้อ้างว่าเป็นสื่อ ที่อยากมีความเห็นแตกต่าง อยากมี Freedom ในการวิจารณ์โดยไม่สนใจการจ้าบจ้วง หรือการละเมิดเบื้องสูง ท้าทาย Lese Majeste Law ยิ่งน่าจะลอง exercise ดูว่าตัวเอง ทำตัวตามหน้าที่และกฎกติกาที่ควรเป็นของคนเป็นสื่อหรือยัง

อย่าเรียกร้องสิทธิ์ โดยไม่มีความรับผิดชอบ และปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามหน้าที่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

และถ้าประชาชนไม่สนใจถามหา คงต้องอาศัยความเคยชินช่วยให้การตกอยู่ในสภาพที่ถูกบงการโดยรัฐบาลเผด็จการไม่ว่าจะมาจากฝ่ายทหาร พลเรือน หรือ ตำรวจ ‘ต่อไป’ เป็นเรื่องง่ายขึ้น
...............................................................

เป็นบทสรุปที่น่าสนใจ สำหรับประชาชนคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

พฤติกรรมของ Press ยังส่งให้ภาคธุรกิจ เลือกข้องเกี่ยว สนับสนุน ลงโฆษณา หรือตีตัวออกห่าง

Press ที่ออกนอกลู่ มักสะดุ้งเมื่อภาคธุรกิจถอดโฆษณาถอยตัวหนีทันที

ธุรกิจที่เกาะติดกับ Press ที่สับปลับ ย่อมเผชิญความเสี่ยงจากแรงต้านของประชาชน
..........................................................................



ความคิดเห็นที่ 7 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ยังไม่ได้คุยเรื่อง Free ของ press เลย ...

ถ้าผมมีสื่ออยู่ในมือ อยากได้บทความนี้ของคุณ SW19 ไปลงในหนังสือพิมพ์ของผมเสียจริงๆ เผื่อว่า "พวกสื่อ" จะได้สื่อ(สาร)กับผู้บริโภคอย่างอารยชนกันเสียที จะได้เลิกทั้งบ้าและโง่กันเสียที

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya , แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (2)
NN1234 วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เรื่องนี้เหมือน "สีซอฯ" เลยจริงๆ หรือไม่ก็บรรเลงเพลงโอเปร่าให้แก่คนไม่รู้ดนตรี


ผมฟังวิทยุ(อินเตอร์เน็ต)รายการหนึ่ง ซึ่งผู้จัดรายการถือว่าเป็นสุดยอดนักพูดของเมืองไทยคนหนึ่งและชี้นำสังคมได้ดีทีเดียว แม้แกจะเป็นที่ปากจัดที่สุดของเมืองไทย แต่คนฟังก็ชอบฟังและแฟนๆ รายการก็มักจะโทรเข้าไปให้แกได้ฟัดได้งับ บ้างก้เลือดสาดกลับออกมา บ้างก็เลือดซิบๆ ... ซึ่งถูกใจคนฟังยิ่งนัก เพราะเวลาฟังคนเขาสนทนากัน(โทรเข้ารายการสดๆ)อย่างนั้น เราจะเห็นสติปัญญาของทั้สองฝ่ายที่โต้กันสดๆ เพียงแต่คนโทรเข้าไปอาจจะทำความเข้าใจเรื่องของตัวเองสักหน่อย แต่คนจัดรายการแกจะรอบรู้อยู่หลายๆ เรื่อง ฯลฯ
ฟังๆ ดู ...ผมก็มองว่า คนเรานี่นะมีอยู่สองอย่าง ๑. ไม่บ้าก็ (๒) โง่ หรือ crazy or stupid?
เหมือนที่ท่านพุทธทาสท่านสรุปไว้ว่า "โลกนี้มีแต่คนบ้า" นั่นแหละ
แล้วผมก็พิจารณาผู้ฟังและคนในสังคมไทยว่า ส่วนใหญ่นั้น คนเมือง(หลวง)มักจะเป็นพวกแรก....crazy และคนชนบทมักเป็นพวกที่ไม่ค่อยได้เรียนรู้(หนังสือ)นัก (ผมเองก็คงเป็นคนอย่างหลัง-ตามสมมุติฐานของผมอันนี้)
และคนชนบทที่อพยพเข้าไปทำมาหากินในเมือง(หลวง) ก็เป็นทั้งสองอย่าง

หาก"ผู้จัดรายการวิทยุ"คนนั้นเทียบได้กับ"สื่อ" (Press) ที่เขาทำหน้าที่ควบคุมสื่อ (Media) นั้นอยู่ด้วยแล้ว ผู้ที่กำหนดทิศทางของสื่อก็น่าจะเป็นแฟนรายการที่โทรศัพท์เข้าไปซักถามหรือพูดคุยในรายการวิทยุนั้น เพราะเนื้อหาของการสนทนาขึ้นอยู่กับผู้โทรฯ ว่าจะโทรเข้าไปคุยหรือสำแดงภูมิรู้เรื่องอะไร หรือจะซักถามเรื่องอะไร สงสัยเรื่องอะไร ขณะเดียวกันท่านผู้จัดฯ ก็แสดงภูมิรู้ของตนเองที่เนื้อหาของผู้โทรฯ กำหนด
เรื่องสื่อ(Press)ในเมืองไทยจึงถูกกำหนดโดยสองทาง คือทั้งผู้ดู-ผู้ชม-ผู้ฟัง-และผู้อ่าน ในขณะที่สาระก็ถูกตอบสนองจากฝ่ายที่เป็นสื่อ คือ ผู้ผลิตรายการ ผู้จัดรายการ ผู้เขียน ไม่ว่าเรื่องเหล่านั้นจะเป็นสาระข่าว บันเทิง สารคดีใดๆ ก็ตาม
แต่บนสมมุติฐานที่ว่าคนทั้งสองคนคือ คนบ้า และ/หรือ คนโง่ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เรื่องราวของการทำสื่อและการบริโภคสื่อก็เป็นอย่างที่คุณเห็นๆ กันอยู่เช่นวันนี้ สมัยนี้และเมืองๆ นี้

หากสังคมบ้านเรามีคนส่วนใหญ่เป็นแบบคนบ้า และ/หรือ คนโง่ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เมื่อมีคนที่ฉลาดเฉลียวกว่า และขี้โกงกว่าเข้ามาควบคุมสื่อได้ ควบคุมความคิดอ่านของประชาชนได้ สื่อก็ไม่มีความหมาย และ....ประชาชนก็อาจมีความหมายแค่เพียง "ตัวนับ" ตามระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นสำคัญ

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อากาศไม่ดีอย่างที่คนสวยๆในโทรทัศน์บอก แม่มดเลยนอนตีพุงอยู่ที่บ้านตามเดิม ไม่ได้ออกไปถ่ายรูป เซ็งจัง เบื่อฝาบ้านกับท้องฟ้าเต็มที สีซีดพอๆกันเลย

ความที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยนานปี คุ้นเคยกับวิธีทำงานของสื่อฝรั่งไปแล้ว บอกตรงๆว่าไม่ได้มองว่าสื่อไทยส่วนใหญ่เป็นสื่อที่มีจุดยืน (ซ้ายขวาไม่ว่ากัน ขอแค่ยืนให้ชัดๆมั่นๆก็พอ)
ถ้าสื่อมีจุดยืนที่ชัดเจน คนอ่านที่คิดเป็นจะไม่หลงทาง ใครมีศรัทธา มีความเชื่ออย่างไร ก็เลือกบริโภคสื่อนั้น
แต่ประเด็นที่ว่าสื่อมีอิทธิพลต่อสังคมหรือสังคมมีอิทธิพลต่อสื่อมันเหมือนเรื่องของไก่กับไข่ อะไรมาก่อนมาหลัง บอกได้ไม่ชัดเจน
โดยส่วนตัวแล้ว บอกได้เพียงว่า คุณภาพของผู้เสพย์สื่อคือตัวกำหนดคุณภาพของสื่อ
ถ้าประชาชนเป็นผู้บริโภคที่มีคุณภาพ สื่อที่ทำงานด้วยแรงจูงใจเชิงพานิชย์อย่างเดียวคงมีน้อย
ขอย้ำว่า แม่มดไม่มีปัญหาเรื่องจุดยืนของสื่อ จะเป็นซ้ายเป็นขวาไม่ว่ากัน ขอแต่เพียงให้ซื่อสัตย์ต่อปรัชญาของตนเองเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hayyana วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

"ธุรกิจที่เกาะติดกับ Press ที่สับปลับ ย่อมเผชิญความเสี่ยงจากแรงต้านของประชาชน"
กรณี ปตท. น่าจะเป็นธุรกิจทำให้สื่อหุบปาก สื่อหลักที่วิจารณ์แรงๆตาม fact แทบจะไม่มี
สื่อที่ไม่ใส่ความเห็นมากแต่ไปคุ้ยข้อมูลเชิงลึกมาให้พิจารณากันเอาเองตอนนี้ผมเห็นมีสำนักข่าวอิศรา

สรุปได้กระจ่างดีจังครับสำหรับนิยามของ free press และกรณี free press กับเรื่องหมิ่นพระบรมฯครับ สำหรับผมก็ไม่รู้รายละเอียดมากว่าทำไมถึงโดนเช่นกัน

human right นี่สงสัยคงต้องวิ่งสร้างกิจกรรมเพื่อหาทุน

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

เป็นเรื่องที่หนักมากสำหรับอุ๋มค่ะ แต่เท่าที่ความรู้สึกมีต่อเรื่องแบบนี้ คือ บ้านเราประชาธิปไตยนั้นเป็นเพียงคำพูดอันสวยหรูแทนคำว่าพวกมากลากไปเท่านั้นเอง และคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดการศึกษา ขาดการได้รับความรู้ความคิดจิตสำนึกเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรายังอยากได้อะไรง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงที่มา ที่ไป และผลกระทบ สื่อไทยก้อเป็นคนไทยก้ออยู่ในข่ายนี้ค่ะ ความอยากได้ใคร่มีย่อมปิดตาปิดใจไม่ให้มองเห็นหน้าที่ที่พึงกระทำ หากได้อยู่อย่างสุขสบาย พ่อแม่ลูกเมียมีอันจะกิน การได้เป็นสุนัขรับใช้ก้อเพียงพอแล้วสำหรับการมีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์ในชาติหนึ่ง เศร้านัก แต่ก้อ ทนไปค่ะ รักจะเกิดเป็นคนไทย อะไรทนได้ ทนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อ่านจบแล้วค่ะ แต่เพลียจัง
พรุ่งนี้ เขาว่าอากาศจะดี อาจจะออกไปถ่ายรูป จะแวะมาคุยด้วยก่อนไปนะคะ
วันนี้ขอลาไปฟี้ ฟี้ ก่อน สมองไม่ทำงานค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 26/01/2013 เวลา : 04.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

กรณีคำตัดสินบรรณาธิการ Somyot Pruksakasemsuk ที่ก่อให้เกิดการวิจารณ์หลายกระแสมาถึงต่างประเทศ โดยกลุ่ม Rights group, The European Union ที่ประนามการตัดสินว่า "seriously undermines the right to freedom of expression and press freedom" นั้น

SW19 ไม่ทราบรายละเอียดของคดี แต่หากพิจารณาข้อเท็จจริง ตามหลักการได้แนวทางว่า

1.Freedom of Speech (แม้กระทั่ง Free Press ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับกรณีนี้) มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้อง Democracy การทำงานตามระบอบประชาธิปไตย ความผิดของ Somyot Pruksakasemsuk ตามกฎหมาย Lese Majeste เลสมาเจสเต้ เป็นคนละเรื่องกันกับ Freedom of Speech

2.การปกป้อง Democracy คือการประท้วง กฎหมาย หรือคำตัดสินใดๆ ตามคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับ Freedom of Speech ที่หาว่าเป็นการริดรอนสิทธิทางประชาธิปไตย -- ต้องยอมรับว่าทำได้ (เพียงแต่มันไม่เกี่ยวกับกรณีนี้อยู่ดี)

3.แต่การถูกตัดสินครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับสิทธิการได้เสีย กับรัฐธรรมนูญ หรือประชาธิปไตย ไม่ได้ริดรอนสิทธิของใครไม่ได้ทำให้อะไรเสียหายกับความเป็นประชาธิปไตยในชาติไทย

4.ความผิดของ Somyot Pruksakasemsuk ตามคำตัดสินตามกฎหมายเลส มาเจสเต้ของไทย เป็นเรื่องเดียวกันกับเหตุจาก Libel และ Slander ทำให้ประเทศไทยมีสิทธิ์ตัดสินเต็มที่ (ตาม Notes/References ท้ายเรื่อง)
แม้ปริมาณโทษที่ตัดสินจะสูง ก็ต้องคำนึงว่าผู้เสียหายที่ถูกล่วงเกินนั้น ไม่อยู่ในสภาพที่ตอบโต้ได้

5.กลุ่ม Human Rights ดำเนินการภายใต้ Article 19 of the Universal Declaration of Human Rights ที่ให้สิทธิ์ในการพูดต่างๆ นาๆ โดย ‘ต้องเคารพ’ ข้อจำกัดที่กำหนด กำกับไว้ด้วย คือ

‘special duties and responsibilities’
‘therefore be subject to certain restrictions’ when necessary
‘[f]or respect of the rights or reputation of others’
‘[f]or the protection of national security or of public order (order public), or
of public health or morals’

กรณีนี้ Human Rights จึงต้องเคารพการตัดสินของศาลไทย เพราะเหตุที่ผู้ทำผิดสร้างความผิดในข่ายที่เรียกว่า Slander เพราะสร้างความไม่สงบต่อสังคมและประเทศชาติ โดยไม่มีเหตุอันสมควร

6.ก็ลองดูซิว่าถ้าเปลี่ยนคำเรียกจาก Lese Majeste เป็น Slander แล้ว Human Rights จะพูดอะไรได้


ที่เรายังต้องคงคำ Lese Majeste ไว้ เพราะกรณีของ Slander เจ้าทุกข์ต้องเป็นคนฟ้องถึงจะเป็นคดีได้
แต่ในหลวงของเราไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องกลับและต่อสู้ด้วยพระองค์ท่านเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องถวายการดูแล

การใช้อารมณ์ในการตอบโต้ อาจเป็นเรื่องทะเลาะ เสียอารมณ์ และเสียเวลาเปล่า โดย ‘คนที่ไม่เข้าใจ’ เช่นกลุ่มต่างชาตินั้น ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

การตอบโต้ด้วยกฎกติกาที่ Human Rights Group ต้องเคารพด้วย อาจจะกระแทกหน้าได้ตรงกว่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน