*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 185418
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4298 , 05:59:41 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน thetwit , hayyana และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

 

         Alexander Solzhenitsyn เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2551 ผ่านร้อนหนาวมาได้เกินความคาดหวังของตนเอง จนอายุหย่อน 90 ปี เพียงแค่สี่เดือน

 

         Solzhenitsyn เป็นที่รู้จักในวงวรรณกรรมจากงานเขียนจำนวนไม่น้อย ได้รับ Nobel Prize in Literature ช่วยเชิดชูว่าสิ่งที่กลั่นจากความคิดมีสาระ มีเรื่องราวที่ควรค่าแก่การนำมาไตร่ตรอง หนังสือเล่มเด่นของ Solzhenitsyn ที่พูดถึงกันมาก คือ One day in the Life of Ivan Denisovich

 

 

         ความสำเร็จที่ตามมากับรางวัลทำให้เป็นที่รู้จักในโลกตะวันตกมากขึ้นเพียงใด ก็สร้างความระคายใจให้โซเวียตมากขึ้นเป็นเงา จนถึงวันหนึ่งโซเวียตจึงเพิกถอนสัญชาติ Solzhenitsyn และไล่ออกนอกประเทศไปเสีย

 

         สาระอันเป็น Essence หรือ หัวใจ ของหนังสือ ที่ยังถูกนำมากล่าวอยู่เสมอ แม้การตีพิมพ์ครั้งแรกจะผ่านมาแล้วถึง 50 ปี คือ ที่มาก่อนเกิดหนังสือ และการปรากฏขึ้นของหนังสือ มากกว่าเนื้อความการบรรยายถึงชีวิตในหนึ่งวันของนักโทษหนึ่งคน ที่ถูกจองจำในคุกโหดหนาวเหน็บแบบไซบีเรียของโซเวียต

 

         ชีวิตในคุกผ่านสายตาตั้งแต่แรกตื่นของ Ivan Denisovich Shukhov ตัวแทนถ่ายทอดประสบการณ์จองจำแปดปีของ Solzhenitsyn ไม่ใช่ของใหม่ งานประพันธ์ของรัสเซียที่เล่าเรื่องคุก ความแร้นแค้น ความยากลำบากในการถูกจองจำมีมาแล้วมากมาย

 

         นักเขียนที่ยิ่งใหญ่อย่าง Tolstoy หรือ Dostoevsky ต่างก็เคยพูดเรื่องคุก ทั้ง Pierre ใน War and Peace หรือประสบการณ์คุกของ Dostoevsky ใน The House of the Dead

         แต่งานเขียนของ Solzhenitsyn ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าสามารถแทรกตัวขึ้นมาเหนือกว่าคุกในความทรงจำของคนอื่นได้อย่างโดดเด่น

 

 

         ช่วงเวลารับโทษของ Solzhenitsyn เป็นยุคสมัยของ Joseph Stalin ที่คนส่วนมาก ‘รู้’ เรื่องความเป็นไปของผู้ปกครองในชาติ สภาพการจองจำที่เหี้ยมโหดผ่านเพื่อนฝูง ญาติ ที่ ‘เล่าต่อกันมา’ โดยเรื่องเล่านั้นไม่เคยมีบันทึกในรูปใด ไม่ว่าจะเขียน หรือวาด จากการคุมเข้ม และ Censorship ที่ห้ามการเผยแพร่ทุกรูปแบบ

 

         เมื่อ Stalin สิ้นชีวิตลง เป็นเวลาเดียวกับที่ Solzhenitsyn พ้นโทษ และโซเวียตถึงยุคผลัดผู้นำ เข้าสู่ช่วงการ De-Stalinisation ล้มล้างภาพเหี้ยมของยุคของสตาลินทิ้ง

 

         De-Stalinisation ยังเป็นข้อโต้แย้งของคนมาจนถึงปัจจุบันว่า การล้างสภาพที่เลวร้ายของยุคสมัย Stalin แต่ไม่มีการชี้ผิดชี้ถูกกับการกระทำของ Stalin หรือสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ประชาชนส่วนรวมทราบ และบอกต่อถึงคนรุ่นหลังได้อย่างถูกต้อง เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของผู้ปกครองในยุคถัดมา

 

         บันทึกชีวิตในคุกของ Solzhenitsyn ถูกลองส่งเข้าพิจารณาขออนุญาตเผยแพร่ โชคและจังหวะเวลา ทำให้หนังสือผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตให้เผยแพร่โดยมีเงื่อนไขให้ตัดทอนความบางส่วนออก

         Solzhenitsyn จำต้องเห็นด้วย เพื่อให้ความส่วนใหญ่ได้ปรากฏ แต่การตีพิมพ์ในยุคหลังได้ใส่ข้อความที่ถูกตัดทิ้งคืนกลับแล้ว

 

 

         หนังสือที่ออกสู่สาธารณะชน กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องเก่าในประวัติศาสตร์ แต่เป็นเยี่ยง ‘ข่าว’ ที่สร้างความตระหนกแก่ผู้คน ทรงพลังสั่นสะเทือนความรู้สึกและการรับรู้ของคนอ่าน ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของโซเวียต

 

         ความพิเศษของ Ivan Denisovich ที่ไม่สามารถหาได้จากงานของ Tolstoy และ Dostoevsky หรือแม้กระทั่งงานชิ้นอื่นของ Solzhenitsyn เอง คือ การสะท้อนข้อเท็จจริงผ่านปากของ Shukhov ตัวเอกของเรื่องว่า ในยุคสมัยของ Stalin การตัดสินโทษไม่อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม ความถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมายถูกละเลย ความพึงพอใจของผู้มีอำนาจคือบทสรุปของทุกอย่าง

 

         Shukhov ในเรื่อง มีบุคลิกตรงข้ามกับนักโทษของนักเขียนอื่น เป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่นักรบนายทหารที่มีความสามารถ ไม่มีวิชาความรู้ฉลาดปราดเปรื่อง แต่นั่นคือ ความเป็นคนรัสเชี่ยนธรรมดา ที่ดูมีตัวตน เป็นคนที่เดินสวนกันได้บนถนน

         และเป็นตัวแทนของคนอีกนับล้านที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน

 

         ผลที่เกิดขึ้นกับสังคมโซเวียต ที่เดิมทีการตรวจสอบระงับข่าวสาร (Censor) ของรัฐบาล ทำให้ประชาชนถูกปิดบังอย่างมืดมนกับความเป็นไปในชาติตนเอง

         เมื่อเรื่องเล่าจากคุกถูกเผยแพร่ จึงเป็นวันใหม่ที่เปิดหูตาประชาชน

         เมื่อนั้นโซเวียตจึงมิอาจเป็นดังเดิม

 

 

         ในต่างชาติเรื่องของ Ivan Denisovich จึงถูกเสพอย่างหิวกระหาย ทำให้ Solzhenitsyn เป็นนักเขียนรัสเชี่ยนคนเดียวที่สร้างเรื่องติดอันดับขายดีในโลกตะวันตก มียอดกว่า 30 ล้านเล่มในกว่า 30 ภาษา และจุดประกายให้เกิดงานเขียนจากบันทึกของนักโทษทั้งหลายตามมาอีกมากมาย

 

         แต่จุดยืนสำคัญของ Solzhenitsyn คือ การต่อต้านเผด็จการของ Joseph Stalin ผู้ปกครองโซเวียตอยู่นานถึงหนึ่งในสี่ของศตวรรษ ที่นำมาซึ่งความหฤโหดและการฆ่าล้างผลาญประชาชนนับสิบล้านคน

 

         แค่ช่วงรอยต่อ พ.ศ. 2480 – 81 ปีเดียว นักโทษจำนวนสองหมื่นเศษที่ปะปนทั้งนักวิทยาศาสตร์ คนทำงานทั้งที่มีความรู้และผู้ใช้แรงงาน และคนจนถูกสั่งประหารที่ขอบกรุง Moscow

 

         คนรัสเชี่ยนในเวลานั้นได้รับรู้ข้อมูลความโหดเหี้ยมของ Joseph Stalin และไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ย้อนกลับมาซ้ำรอยเดิม

แต่คนในยุคปัจจุบัน ห่างไกลประวัติศาสตร์จุดนั้น จนนึกภาพอดีตได้ลางเลือน

 

         นักเรียนรัสเชี่ยนรุ่นอายุประมาณ 16 ยังเรียนประวัติศาสตร์ไม่ถึงช่วงครองอำนาจของ Stalin แต่ต้องอ่าน One day in the Life of Ivan Denisovich เป็นหนังสือประกอบการเรียน

         ช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่ครบรอบ 50 ปีของการพิมพ์หนังสือ มีการสำรวจการอ่านของนักเรียนที่ต้องอ่าน ได้ตัวเลขที่อาจไม่สามารถเป็นตัวแทนเด็กทั้งประเทศว่า มีนักเรียนอ่าน ‘One Day’ 3 ใน 21 คน

         เด็กนักเรียนบางคน บอกว่า ในยุค Stalin คนเรียนจบมายังมีงานทำ และ ‘อยู่ได้’ แต่ยุคนี้กลับไม่รู้ว่าเรียนจบแล้วชีวิตจะเป็นอย่างไร

         บางคนเชื่อว่า Stalin เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ตั้งใจทำดีกับประเทศชาติ แม้ภาพพจน์ของ Stalin จะอำมหิต

 

         จากการสำรวจความเห็นของประชาชนรุ่นปัจจุบัน 48% เชื่อว่า Stalin มีอิทธิพลในด้านบวกต่อประเทศชาติ ในขณะที่ 22% คิดว่าอิทธิพลนั้นเป็นด้านลบ

         เมื่อ Solzhenitsyn เสียชีวิตไป รัฐบาลรัสเซียตัดสินใจ ตั้งชื่อถนนหนึ่งสายว่า Alexander Solzhenitsyn Street จากชื่อเดิมว่า Big Communist Street พวกนิยมคอมมิวนิสท์ออกแรงต้านเต็มที่ เรียกร้องให้เปลี่ยนกลับเป็นชื่อเดิม ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยบนถนนลงชื่อเรียกร้องให้เปลี่ยนกลับเช่นกัน แต่ต่างเหตุผล ว่าเพียงแค่ขี้เกียจเปลี่ยนเอกสารหลายชิ้นให้เป็นไปตามชื่อถนนใหม่บนที่อยู่

 

         เรื่องฐานข้อมูลและความน่าเชื่อถือของการสำรวจอาจไม่เป็นประเด็นสำคัญ

         สิ่งที่น่าสังเกต คือ การเลื่อนไหลของข้อเท็จจริงผ่านกาลเวลา เลือนหายลงสู่กรุแห่งความทรงจำเกิดขึ้นทุกหนแห่ง

 

         การละเลยและลืมส่งต่อข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะด้วยบันทึกทางประวัติศาสตร์หรือการสั่งสอนในโรงเรียน สามารถทำให้คุณงามความดีของบรรพบุรุษที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองสูญหายไปได้เร็วพอกับที่ความเลวร้ายของเผด็จการกลายเป็นความดีงาม ด้วย social values ความเชื่อและคุณค่าอันดีงามในสังคม ถูกขยับเปลี่ยนศูนย์ที่ตั้งไปสู่ความเชื่อย้อมสีที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของบางผู้คน

 

         Natalya Dmitrievna ภรรยาหม้ายของ Solzhenitsyn ตำหนิผู้นำรุ่นหลังที่ละเลยการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและบทเรียนในอดีต

         คนรัสเชี่ยนบอกว่า Soviet Union ล่มสลายได้ง่ายนิดเดียว

         ‘The Soviet Union was destroyed by information, only information. And this wave started from Solzhenitsyn's ONE DAY…’

         แค่ ‘ข้อมูล ข่าวสาร’ ก็เป็นตัวทำลาย และล้มความยิ่งใหญ่ของอำนาจเผด็จการได้

 

 

         Alexander Solzhenitsyn กล่าวตอนรับรางวัลโนเบล เมื่อ พ.ศ.2513 โดยการอ้างถึงสุภาษิตของรัสเซียว่า ‘One word of Truth shall outweigh the whole world.’  

         ข้อมูล และความจริง เป็นอาวุธทรงพลังให้ต่อสู้กับอำนาจมหาศาลได้ทุกรูปแบบ

 

         ความข้อนี้ น่าจะเป็นข้อคิดให้สังคมที่ไม่ชอบจำประวัติศาสตร์ ไม่ชอบความกระจ่างของสิ่งถูกผิด นำการเกลี่ยข้อเท็จจริงมาเปลี่ยนคำจำกัดความเป็นคำว่าปรองดอง และอนุโลมให้ความผิดที่ไม่มีการตัดสินยังมีที่ยืนสังคม

         เมื่อถึงวันหนึ่ง คนรุ่นใหม่ในสังคมนั้น ที่เกิดไม่ทันเห็นเหตุการณ์ด้วยสายตาตนเองจะไม่สามารถแยกแยะความถูกผิด ชั่วดีได้ เพียงเพราะเลือกนำประโยชน์ส่วนตนเฉพาะหน้าตามแบบอย่างที่เห็นในสังคม มาใช้ตัดสินคนดี คนชั่ว

         หรือนี่คือ ความหมายที่คนไทยชอบอ้างถึงว่าประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ

 

         ข้อมูลและความจริง เป็นสมบัติที่ไม่มีวันสูญหาย ยกเว้นผู้ต่อสู้จะละทิ้งให้เลื่อนลอยหายไปกลางลมร้อนและฝุ่นควันด้วยตนเอง

 

 

* * * * * * * * *

 

Reference:

One Day in the Life of Ivan Denisovich แปลเป็นภาษาอังกฤษ 5 ฉบับ เล่มที่อ่านเป็นการแปลของ H.T. Willets มีคำนำโดย John Bayley ซึ่งยึดตามข้อความในภาษารัสเซียและเป็นฉบับเดียวที่ได้รับอนุญาตจาก (authorized by..)  A Solzhenitsyn  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณที่คุณ usakanay กลับมาคุยกันอีก เป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนที่มีค่าสำหรับคนเขียนมาก

เรื่องเหล่านี้เราไม่มีเจตนาต่อว่าแบบลบ แต่คิดว่าหากคนแปลใส่ใจสักนิด นอกจากอรรถรสของการอ่านจะไม่ตกหล่นไปจากต้นฉบับแล้ว ยังให้ประโยชน์กับคนอ่านได้อีกมาก การแปลนอกจากปรากฏในหนังสือแล้ว ส่วนที่มีอิทธิพลมากอีกอย่างคือ หนัง
ขออนุญาตวิจารณ์เพิ่มบ้างเรื่องศัพท์เฉพาะทางอาชีพ เช่นทหาร ในหนังฉบับไทย ที่พอมีประสบการณ์อย่าง Pearl Habour ศัพท์ทหารทั้งยศ ตำแหน่ง ผู้แปลทั้งคำบรรยายและพากษ์ไม่ใส่ใจเลย เรื่องแบบนี้หาที่สอบถามได้ไม่ยาก แต่คนแปลมักละเลย จนอดคิดไม่ได้ว่าความไม่ใส่ใจมันกลายเป็นตัวสะท้อนความยะโส(arrogance) ที่ไม่ยอมถาม

นี่ขนาดยังไม่ต้องลงรายละเอียดเรื่องยศ ตำแหน่ง ของแต่ละเหล่าทัพ และของชาติที่มักเห็นในหนังอย่างอเมริกัน หรือทหารบริทิช ที่ก็แตกต่าง เมื่อคุณเอ่ยถึงที่ออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์ยิ่งเซ็งหนักเข้าไปใหญ่เพราะเป็นสื่อที่กว้างขวางกว่าหนังสือ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
usakanay วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

เห็นคุณ SW19 เขียนถึงเรื่องการแปลหนังสือจากภาษาอังกฤษ ผมขอร่วมวิจารณ์ด้วยคนนะครับ ผมเคยอ่านเรื่องแปล เป็นนวนิยายเกี่ยวกับการสู้รบของทหารอเมริกันกับศัตรูซึ่งเป็นประเทศสมมติประเทศหนึ่งและเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะ (ผมขอเว้นกล่าวถึงชื่อหนังสือและผู้แปล) ท่านผู้แปล(เสียชีวิตไปแล้ว) ใช้ศัพท์ทหารไม่ถูกต้อง เช่น คำว่า engineer ท่านแปลว่า “วิศวกร” แทนที่จะแปลว่า “ทหารช่าง” (ทหารเหล่าหนึ่ง เป็นทั้งเหล่ารบ และเหล่าช่วยรบ มีหน้าที่หลักในการทำงานด้านการช่าง ด้านการวางและเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฯลฯ ) และใช้คำว่า “ผู้บัญชาการ”กับหน่วยระดับกองร้อย แทนที่จะใช้ว่า “ผู้บังคับ” กองร้อย เป็นต้น เรื่องราวของนวนิยายสนุกดีครับ คนเขียนคงได้แรงบันดาลใจจากการสู้รบของสหรัฐฯกับญี่ปุ่นครั้ง สงครามโลกครั้งที่สองมาจินตนาการ พอแปลพลาดทำให้เสียอรรถรสครับ
การแปลศัพท์ทหารไม่ตรงกับที่ใช้ในแวดวงทหารไทยพบเห็นบ่อยมากในหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ผมมีความเห็นว่าคนแปลหนังสือน่าจะทำการบ้านให้มากขึ้นนะครับ ไม่เช่นนั้นอ่านแล้วเซ็งครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 02.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ su

จริง..

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 02.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน –๒๑-

อะแฮ่ม.. ขออนุญาตผู้อาวุโส

Demian ท่านต้องอ่านว่า ดีเมี่ยน - - ดีมีอัน ก็ได้ แต่ต้อง ‘ดี’ ห้าม ‘ดา’ ห้าม ‘เด’

อันนี้มีคำอธิบาย แต่หาที่อ้างอิงไม่ได้แล้ว เพราะเป็นการขยายความจากสมัยที่อ่าน ๔๐ กว่าปีแล้ว ผู้รู้บอก ประกอบกับเรื่องราว ทำให้ต้องเป็น ดีเมี่ยน เพื่อให้ใกล้กับคำว่า ดีม่อน Demon

ผู้แปลท่านเรียงประโยคแบบไหนก็ไม่กล้าเดา เพราะคุณ นน. ท่านก็ชอบหยอกว่า เข้าเขต SW19 ก็ฉุนกลิ่นเนย เราก็ไม่รู้ตัว แต่อรรถรสที่หายไปอย่างหนึ่งแน่ๆ ในการแปลเป็นภาษาไทย ที่ไม่เข้าใจ คือ การชอบแปลรูปการเขียนแบบ passive voice มันตรงๆ ทื่อๆ ไร้รสนิยมจริงๆ

Passive voice ไม่รู้ไทยเรียกอะไร แต่เป็นการกล่าวประโยคโดยละประธาน

สำนวนนี้ใช้กันมากเป็นปกติ ในข่าวหนังสือพิมพ์ก็ชอบใช้ เช่น It has been said that… เพราะไม่ต้องระบุแหล่งข่าว ไม่บอกว่าใครพูด หรือที่เคยเห็นคนเอามาแปลว่า It is said in the letter that… ‘มันถูกเอ่ยถึงในจดหมายว่า…’

'มัน' ไหนกันล่ะคุณหนอน แปลไทยว่า จดหมายบอกว่า.. จดหมายเขียนว่า..ก็ได้ จบ ง่ายๆ

สำหรับเรา ถึงจะเรียกพวกนี้ว่า ฉุนกี
กี แบบ Ghee butter น่ะ



ขอต่ออีกนิด อันนี้กำลัง ‘ลามปาม’
เมื่อคืนเห็นเรื่องหนึ่ง อ่านแล้วคันปากยุ่บยั่บ คันคะเยอ แต่ก็ระงับใจ เพราะเป็นเรื่องของเจ้าสำนัก นี่บ้านอยู่ก็กำลังจะไม่มี ขืนลามไป คุณหยุ่น คงไล่ไปอีกที

คือ เรื่องที่เห็นพูดถึงสิงคโปร์มีโครงการเพิ่มประชากร จนมีการเตรียมการอยู่ใน ‘….Population White Paper หรือ สมุดปกขาว …’

ท่านใช้คำว่า สมุดปกขาว เป็นตัวดำตามมาอีก ไม่รู้ตั้งใจ หรืออะไร

ที่คัน เพราะ White Paper เป็น คำเฉพาะ มีรากมาจากเกรทบริเทน เป็นคำที่มีความหมายว่า เป็นรายละเอียดของนโยบายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่รัฐบาลจัดทำเพื่อเป็นการเสนอเพื่อให้สภานำมาถกแถลง หาข้อสรุป และประกาศเป็นกฎหมาย
(ใจความสำคัญ ต้องรัฐบาลเสนอ สภาพิจารณา และเกิดเป็นกฎหมาย)

[White papers are documents produced by the government setting out details of future policy on a particular subject. A White Paper will often be the basis for a Bill to be put before parliament. The White Paper allows the Government an opportunity to gather feedback before it formally presents the policies as a Bill.
www.parliament.uk]

เมื่อเปิด พจนานุกรมฉบับมติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๕๔๗ (ซื้อมาตอนที่มันยังไม่เลว)
หน้า ๘๔๐
สมุดปกขาว น. เอกสารรายงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพื่อชี้แจงให้สาธารณชนทราบรายละเอียดถึงการปฏิบัติงานหรือเหตุผลในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

อันนี้สิงคโปร์ มีพื้นฐานกฎหมายมาจากเกรทบริเทน ความหมายที่สิงคโปร์ใช้คงไม่สอดคล้องตามพจนานุกรมมั้ง

จากคัน ก็เลยมึน ปิดเครื่องนอนดีกว่า

หมายเหตุ
–๒๔- เวลาเหลือ มา..มาเลย.. ต้องมาด้วยตัวเองนะ ...

หมายเหตุ๒
Green Paper ก็มีนะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 01.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


คุณ usakanay

ขอเอามาฝากแต่รูปก่อน

Les Misérables เห็นเป็นเรื่องในกระแส และเห็นมีคนวิจารณ์อิงในมุมมองของ Hollywood ที่พูดประมาณว่าเฉยๆ ทั้งเนื้อเรื่องทั้งเพลง และบอกว่าขาดเรื่องของ Revolution ก็เลยสงวนคำอยู่ เพราะไม่แน่ใจความคาดเดาของผู้ดู ผู้วิจารณ์

เล มิซเซอร้าบ (ที่ “ร้าบ” ออกเสียงคล้าย “ฮ้าบ”) อาศัย Revolution เป็นเพียงฉาก ฉบับล่าสุดที่ออกฉาย ที่นี่ได้รับการวิจารณ์จากนักร้องอาชีพว่าทำได้ดีมาก ทั้งที่เสียงไม่ดีเลิศ ร้องไม่ดีเลิศ แต่เมื่อประกอบพลังในการแสดงแล้วได้ความรู้สึกคล้อยตามเต็มอิ่ม เพราะนักแสดงทุกคนร้องเอง และร้องสดตอนถ่าย

นักวิจารณ์ส่วนมากสรุปแต่ต้นว่าหนังจะไม่ได้รางวัลมากนัก เพราะไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ Hollywood ชอบ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 01.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana

คลังหนังสือ ‘ท่านพ่อ’ คุณอาจมีอีกเรื่องที่น่าสน คือ Kolyma Tales ของ Varlam Shalamov ซึ่งมีแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยไม่รู้ เรื่องนี้โด่งดังและนับเป็นคู่แฝดคลาสสิกที่เล่าเรื่อง Gulag คู่กับ ‘One Day’ และ ‘โซลเซนนิทซึ่น’ (ลองเขียนตามอ่านแบบที่นี่ เผื่อมีคำอธิบายว่าอ่านถูกต้องตามรัสเชี่ยนหรือไม่)ชวน Shalamov บันทึกความเรื่องนี้ต่อ แต่อีกคนไม่เอาด้วย เพราะไม่ไหวแล้ว

การแปล และการเรียกชื่อของไทย น่าจะมีการปรับปรุงได้บ้างแล้ว หลายอย่างดูเหมือนคนแปลไร้ความใส่ใจมากไป
ส่วนนี้ 'เชิญ' คุณหนอนร่วมยำด้วยตามสะดวก เผื่อมีอะไรแก้ไขเรา หรืออธิบายเพิ่ม

อย่าง ของใกล้ตัว Great Britain ทำไม ทำไม และทำไม ต้องแปลว่า บริเตนใหญ่
ทำไม Northern Ireland ต้องแปลว่า ไอร์แลนด์เหนือ เมื่อทั้ง Great Britain และ Northern Ireland เป็น Proper noun คือคำนามเฉพาะ ในชื่อ ไม่ต้องแปล จะเขียนภาษาไทยก็เขียน เกรทบริเทน นอร์ทเทอร์นไอร์แลนด์

อย่างนี้ถ้าเรามีท่านพ่อชื่อ บัณฑิต เราต้องเรียก Mr Scholar ด้วยไหมล่ะ

เคยกลับไทยครั้งหนึ่ง เพิ่งอ่านนิยาย Dan Brown จบ โห ฉบับแปลไทยออกมาละ อย่างเร็ว เรายังจำเรื่องได้เลยลองเปิดโชะตอนที่บรรยายบุคลิกการแต่งตัว ของพระเอก ที่ใส่ Tweed Jacket อยากรู้ ว่าเขาแปลกันอย่างไร “... ใส่เสื้อ (แจ็กเก็ต) สักหลาด..”

มันไม่ใช่น่ะ Tweed Jacket เป็น Sport Coat แบบหนึ่งที่ made from tweed คือเสื้อแจ็กเก็ตแบบลำลอง ซึ่งเสื้อแบบนี้ มันทำออกมาเป็นผ้าลูกฟูก หนัง เดนิม (ยีนส์) หรือ tweed = wool ซึ่งจะเป็น tweed ได้ ต้องเป็น wool ที่มาจากสก็อตแลนด์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นมันเป็นชื่อเฉพาะ จะเรียกทับไปเลยว่า ทวีดแจ็กเก็ต (ทะหวีด) ก็ได้ หรือไม่ก็แบบลำลอง อะไรก็ได้ที่คิดคำที่มันใช่กับสภาพความเข้าใจของไทย

คือ คนอ่านไม่จำเป็นต้องรู้ แต่คนแปลต้องรู้ซิ ต้องเช็คน่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2013 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ

จำหนังสือแปลชุดเสรีภาพ และจำ USIS ได้ ว่าไปแล้วอเมริกาเป็นจ้าวแห่ง Propaganda ทั้งเรื่องตัวเองและเรื่องชาวบ้าน คุณสิงห์นอกระบบ ว่ามั้ย

..
..

คุณชาลี

เรื่องบู๊ ยอมแพ้คุณชาลีและท่านพันธุ์สังหยดจริงๆ ขอคารวะ

..
..

ขอบคุณ ลุงตุ่ย และ คุณ thetwit ที่แวะมาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
driftworm วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๒-

เวลาของผมมีเหลือ ใช้ไม่ค่อยหมด อยากแบ่งให้
จะทำแบบไหนถึงจะแบ่งส่งมาให้ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
su วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

สังคมไทยลืมง่ายไม่ชอบจำประวัติศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

โอย ... เวลาไม่พอ
มีนัดต้องออกจากบ้านแล้ว ขอติดไว้กลับมาคุยต่อตอนค่ำ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๔-

ผมอ่าน ดาเมี่ยน ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ แปลโดย ฉุน ประภาวิวัฒน์ ในชื่อ เดมิอัน
ลืมเรื่องราวหมดแล้ว
จำได้แค่เป็นปกแข็ง เล่มหนา อ่านแบบมึน ๆ แต่ก็อยากอ่านจนจบ
.......
ฉุน แปลโดยไม่อาจแปลงสำนวน ระเบียบวิธีเรียงคำในประโยคแบบฝรั่งให้เป็นไทยได้
ภาษาชาวบ้านว่าสำนวนติดกลิ่นเนย
วิธีพูดของฝรั่ง บางประโยค ถ้าจับสาระได้ เราเปลี่ยนเป็นภาษาปากง่าย ๆ ของไทยได้ทั้งดุ้นเลย
ชนิดที่ เลิกถอดประโยคเขาได้เลย เขียนใหม่ด้วยภาษาปากของไทยลงไปแทนทั้งหมดได้เลย
.

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
usakanay วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

คงต้องไปหาหนังสือฉบับแปลมาอ่านแล้วละครับ แต่ถ้าพิมพ์ออกมาในปี๒๕๒๒คงจะหายาก สำนักพิมพ์ DK ก็เงียบๆไป
คุณ SW19 ไม่เล่าเรื่อง les Miserables บ้างหรือครับ หนังก็กำลังลงโรง ในบ้านเรา เห็นว่าละครเวทีที่ ลอนดอน ก็เคยเล่น จะได้เปิดโลกทัศน์ให้แฟนๆให้กว้างขวางขึ้นไงครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
hayyana วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ผมรออ่านคอมเม้นท์. 555

ช่วงนี้เห็น quote ‘One word of Truth shall outweigh the whole world.’ ใน Facebook บ่อยๆ สงสัยเพราะคนโกหกตอแหล๋เต็มบ้านเต็มเมือง


ท่านพ่อผมมีหนังสือแปลของรัสเซียดังๆหลายเล่มเลยครับ แต่เนื่องด้วยผมไม่ค่อยอยู่บ้านเลยไม่ได้อ่าน. ซวยไป
Alexander Solzhenitsyn. แค่ได้ยินมานิดหน่อยครับ ขึ้นลิสต์ไว้อ่านทีหลังละกัน
เมื่อก่อนสมัยเรียนเขาจะพูดถึงพวกนักประพันธ์บิ๊กๆยุคเก่าๆมาก่อนภายใน 1course เลยเวลาไม่พอเรียน Solzhenitsyn ต้องต่อภาคสองซึ่งผมไม่ทันเรียน
นักเขียนชั้นดีมักจะเกิดขึ้นในยุคลำบากยากเข็ญ เลยพลอยนึกถึงไทยว่าคงยังลำบากไม่พอ
เลยยังสู้เขาไม่ค่อยได้ ฮ่าๆๆ. ต้องรอให้ตายเป็นเบือซ๊ะก่อน (เอ๊ะ แล้วเขมรล่ะ ตายไปบานมีนักเขียนเก่งๆเกิดขึ้นบ้างมั๊ย)

หนังสือรัสเซียบางทีจะงงกับชื่อตัวละครภาษารัสเซียเพราะมันดิ้นได้ คล้ายเดิมบ้างหรือไม่เหมือนเดิมบ้าง
ตามความสนิทสนมและความเป็นทางการของบทสนทนา เช่น
โอลก้า = โอเลีย
ทาเทียนน่า = ทันย่า
วลาดิเมีย อาจจะเป็น วลาดีย่า วาวา วาวูซเซีย ฯลฯ
คยบ่นๆไปว่ามีหนังสือแปลภาษาไทยของ Dostoyevsky เล่มหนึ่งผู้แปลเขียนในคำนำว่าไม่ชำนาญการเรียกชื่อภาษารัสเซีย
ผมเลยเสียวๆ เพราะในการซื้อหนังสืือผมคาดหวังว่าผู้เขียนน่าจะต้องชำนาญกว่าเรา
เลยไม่ซื้อทั้งๆที่อยากได้
ส่วนเรื่อง lost in translation มีแน่ๆ อาจารย์หลายท่านเคยเล่าให้ฟังว่างานแปลอย่างเช่นในจีน
จะชอบใส่รสชาดให้ออกไปทางสังคมนิยมบ้าง
ทั้งๆที่ต้นฉบับบางทีไม่เกี่ยวกันเลยเพราะเขียนมาก่อนการเกิดลัทธิทางความคิด

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
BlueHill วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

งานวรรณกรรมแนวนี้ไม่เคยผ่านตาเลยครับ
ผมชอบทำนองบู๊ ล้างผลาญ อะไรแบบนั้นมากกว่า
แต่ก็อยากอ่านประสบการณ์ชีวิตของคนที่เคยติดคุกความหนาวมาก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

นึกถึงหนังสือที่ออมาในยุคสงครามเย็นที่พูดถึงนักโทษของสตาลิน ซึ่งหากไม่ถูกจับขัง ฆ่า ก็ต้องถูกส่งไปไซบีเรียครับ คุณSW19 โดยเฉพาะหนังสือแนวPropaganda (หนังสือแปลชุดเสรีภาพประมาณ80เล่ม) จัดพิมพ์โดยสำนักงานข่าวสารอเมริกา ประจำประเทศไทย(USIS)มีเรื่องแนวนี้อยู่หลายเล่มครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SW19 วันที่ : 01/03/2013 เวลา : 04.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖-
๒) กำลังหลอกให้เราเปรียบเทียบ Socialism กับ Capitalism ใช่มั้ยล่ะ

เพิ่งดูข่าว Raul Castro เมื่อคืนก่อน ออกมาแถลงว่า จะลงจากแท่นปีนู้น 2018 อีกห้าปี หน้าตาสดใส อายุตั้ง 81 แล้ว พี่ชายที่ชื่อ Fidel แก่กว่าอีกห้าปีก็ยังอยู่ เออนะ ชาตินี้ซิการ์ดี คนน่าจะสูบสนั่นหวั่นไหว ทำไม ผู้คนและผู้นำถึงอายุยืนดีจัง

มีคนตอบว่า มลพิษมันน้อย และไม่มีกิน กินน้อยก็โรคน้อย อย่างดีก็แค่ผอม
คือ ประเทศไม่มีเงิน ไม่มีอุตสาหกรรม
ที่จริงต้องใช้คำว่า มี แต่เป็นแบบ planned economy ที่รัฐบาลคุมหมด ทุกอย่างเป็นของรัฐ ทั้งการเป็นเจ้าของกิจการ การจ้าง การผลิต ช่วงต้น 80s กว่า 90% การจ้างงานเป็นของรัฐ แล้วพอโซเวียตล่ม คิวบาก็จ๋อย รัฐเริ่มปล่อยการลงทุน private sector บ้าง แต่จวบจนที่ Raul Castro เข้ามา คิวบาก็ยังนำเข้าอาหาร 80% เพื่อมาปันส่วนให้คน

ข่าววานซืน เกาหลีเหนือ ก็ขยาย Gulag คำสำคัญในเรื่อง One Day ที่ไม่ได้พูดถึง Gulag เป็นเรื่องค่ายกักกันนักโทษทางการเมือง คุกนั่นแหละ ที่ใครเขาก็พยายามล้มล้าง แต่เกาหลีเหนือ “ขยาย”

การเปิดประตูให้คนได้รับสื่ออย่างเสรีก็เรื่องหนึ่ง ให้คนได้ทุกอย่างอย่างมีอิสระก็เรื่องหนึ่ง
การรับรู้อย่างเสรี ดีแน่นอน ถ้าคนในชาติพร้อม
การได้ทุกอย่างอย่างเสรีก็ดี ถ้าคนในชาติพร้อมอีกนั่นแหละ
ถ้าคนในชาติอยู่แบบ Communist เนื้อๆ ล้วนๆ ความคิดที่ถูกฝังสมอง และการทำงานแบบย้ำคิด ย้ำทำ คือ การทำงานที่ไม่มีแรงจูงใจ ทำให้รัฐอย่างเดียว ตัวเองไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้ดี ไม่ได้คำชม ไม่ได้รางวัล ทำตามสั่งสถานเดียว ก็ไร้ passion ไม่น่าจะมี sense of belonging หากเสรีขึ้นมาวันหนึ่ง จะพร้อมหรือไม่ ที่ต้องเสรีแบบมี etiquette หรือจรรยาบรรณ

พูดมาตั้งนานก็ไม่ได้ตอบว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน

รู้แต่ว่าสิ่งที่ขาดไปแล้วระบบมันล่ม คือ การศึกษา

ระบบที่ล่ม ไม่ได้แปลว่าระบบเลว แต่เป็นระบบที่ขาดการควบคุม ซึ่งตรงนี้คงไม่ต้องลงละเอียด คุณหนอนคงรู้อยู่แล้วว่า Capitalism ของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน by definition, Capitalism ของ อเมริกา คือ การปล่อยเสรี ไม่มีการควบคุม
ขณะที่ UK บริหารเศรษฐกิจแบบเป็น Socialist State (ที่อเมริกาผวากลัว เพราะเข้าใจว่า = Communism กระนั้นเอง UK ก็ยังไล่บังคับให้กฎคุ้มครองได้ทันการ บ้างไม่ทันบ้าง)

มันต่างกัน อธิบายสั้นๆ ยากกกกจัง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ nonglucky


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเพลงกระบี่ฯ

สงสัยต้องโทษคุณหนอน คุยกันมากเลยแก่ไปตามกัน
ตกลง!! ลุงก็ลุง เป็นเพื่อนลุงหนอน

อยากจะบอกว่า ขอให้คุณเพลงกระบี่ฯ อย่าละความพยายามอ่าน Hermann Hesse เพราะเมื่อยามเยาว์ เพื่อนชาวเยอรมันบอกว่า ให้พยายามตะกายอ่านงานของ Hesse เป็นภาษาเยอรมันให้ได้สักครั้งในชีวิต เพื่อนย้ำว่าไม่ยากอย่างที่คิด แต่จะได้อรรถรสที่งดงามมาก โดยเฉพาะว่า Hesse เป็นพุทธด้วย แต่ภาษาเยอรมันเราไม่เคยแข็งแรง

เรื่องที่ชอบมาก คือ Demian
ที่มาของการอ่าน Demian กลับมาจากชื่ออัลบั้มของ Santana ชุดที่สอง ชื่อว่า Abraxas ซึ่งเป็น concept ที่บอกว่ามีตัวหนึ่งตัวที่เป็น God ที่มีทั้งความดีความเลวในตัวเดียวกัน ซึ่งตรงนั้น คิดว่าตรงปกอ้างอิงที่มาว่ามาจาก Hermann Hesse ก็เลยไปเริ่มอ่าน สุดท้ายอาจเกือบทุกเล่ม ยกเว้น The Glass Bead Game

Der Steppenwolf ก็สนุกมาก อ่านแล้วชอบ
แต่...ส่วนมากอ่านนานแล้ว และลืมแล้ว คุณเพลงกระบี่ฯ อ่านแล้วเอามาเล่าสะกิดความทรงจำก็ดีนะ


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖-

๑) ไม่ได้เตือนหรอกคุณหนอน ชี้ให้เห็นกันจะๆ ว่า มันเกิดขึ้นมาแล้ว

เรื่องระดับชาวบ้านพื้นๆ
ที่ได้ยินมากับหู เมื่อลูกหลานชาวบ้านจากเมืองไทยที่เขาสั่งให้มารายงานตัวเผื่ออดอยากจะได้มีที่พึ่งแวะมาหา เลยจับซักเสียสะอาด เด็กเพิ่งจบปริญญาตรี เกิดมาก็ พ.ศ. ๒๕๓๑ ถามว่ารู้เรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ไหม โรงเรียนสอนไหม เขาตอบว่ารู้ ได้เรียน ถามว่าเรียนยังไง ตอบว่าเรียนสั้นๆ ว่ามีการชุมนุม มีการต่อสู้ มีการสลายการชุมนุม เป็นวันนองเลือด

จบ

ถามต่อว่าแล้วเขาบอกไหม ว่าที่ชุมนุม เป็นเพราะอะไร สาเหตุจากอะไร ทำไมเหตุการณ์ถึงเป็นเช่นนั้น ทำไมจบลง ให้ข้อคิดอะไรบ้าง

ไม่มี ..

นี่คือการเรียนประวัติศาสตร์แบบไทย คือการเล่าเรื่อง บอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นนะ เป็นคำสั่งลงสมองว่ามีเหตุการณ์นี้ ให้จำ แต่คนเรียนไม่รู้จะเอาอะไรเป็นแง่คิด ข้อคิด หรือแม้กระทั่งหาข้อคิดบทเรียน คนไทยถึงได้ติดปากคำว่าประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ เขาให้รู้อะไรก็รู้แค่นั้น ไม่ได้รับประทานใครนะ แต่มันน่าเศร้าถ้าเราปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป

เรื่องระดับสูง
อย่างการทรงงานของในหลวง

เราปล่อยให้ท่านทรงงานเพื่อประชาชน ทั้งที่ริดรอนบทบาทของท่าน ในสมัยก่อน คนรุ่นเก่าที่รู้ว่าการทรงงานของท่านเป็นเพราะท่านเลือกที่จะทรงงานให้ประชาชนของท่าน ก็ซาบซึ้ง เราถึงรักในหลวงยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง แล้วเรา (รัฐบาล) สอนคนรุ่นหลังไหม เรา (ขอดัดจริตใช้คำฝรั่ง) take things for granted คือ ท่านทำก็ดีแล้ว ที่รู้และสำนึก ก็รู้ไป ไอ้ที่ไม่รู้ก็ไม่รู้ต่อไป

ไอ้ที่ไม่รู้นานๆ เข้าก็กลายเป็นว่าไม่เห็นคุณค่า กลายเป็นทำงง มาด่าว่าที่เราถวายชีพให้ท่านได้ คือ ความงมงาย

เคยอ้างคำหนึ่งมานานแล้ว และก็จะอ้างซ้ำซากไปเรื่อยๆ ว่า The nation that forgets its history has no future.

เพราะตัวอย่างของรัสเซียที่เอามาเล่านั้น คือการลืม ความโหดของ Stalin ในวันนั้น เพราะไม่เคยมีการชี้ผิด ชี้ถูก แล้วแก้ วันนี้เมื่อเป็น Putin แม้ความผิดจะเกิดขึ้นแบบเดิมๆ คนไม่เห็นแล้วว่านั่นเป็นความผิด เพราะไม่เคยมีการกำหนดคำจำกัดความของความผิดนั้นๆ ไว้

ส่วนคนที่ผิดพลาด คือ ประชาชน ก็ผิดซ้ำ ผิดซากอีก เพราะไม่เคยมีใครสอนให้จำ ถูกหลอกมายังไงก็ถูกหลอกต่อไปอย่างนั้น

ที่ประเทศไทย สิ่งที่แตกต่าง คือ สมัยก่อน ถูกทหารบีบ ทหารหลอก
เป็นทหารก็ยังดี กว่าจะเริ่มแด- เริ่มชั่ว ก็ถึงขั้นใหญ่โตแล้ว
แต่สมัยนี้น่ะซิ มันเป็นเรื่องของตำรวจ
ที่ ไม่ต้องใหญ่โต ก็เริ่มชั่วได้ตั้งแต่รุ่นตำแหน่งยังกระเตาะ

พักก่อน แล้วค่อยมา ๒)

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
nonglucky วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonglakspace

ขอบคุณเรื่องดีๆ ถูกใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ขอเล่าแบบไม่เกี่ยวกับเอ็นทรี่นี้ (เพราะยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้คะ)..เป็นเรื่องบังเอิญอย่างจังคะลุงเอส19 (นับแต่นี้เพลงกระบี่ฯ ขออนุญาต ย่อชื่อและเพิ่มศักดิ์ท่าน SW19 โดยพลการ ไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไรคะ จะเรียกแบบนี้ ฟัง"ซี้"ดี ) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาคุณปู่กะคุณย่า(ของลูก)ได้รื้อหนังสือออกมากอง(กองยักษ์) เพราะต้องการโละสมบัติให้น้อยลง(ตรงข้ามกับอายุ) แล้วบอกให้เราไปเลือกดูว่าจะหยิบเล่มไหนไว้บ้างที่เหลือจะเอาไปบริจาค...เพลงกระบี่ฯ เห็นมีหนังสือชือ Ein Tag im Leben des Iwan Denissowitsch ด้วย หยิบมาอ่านได้สามหน้าแล้วก็ใส่ลงกล่องบริจาค ด้วยว่ามันอ่านยาก(ขี้เกียจเปิดพจนานุกรม ) มาเจอแนะนำหนังสือเล่มนี้แล้ว อ๊ากกกกกกกก(ลุงมาบอกช้า) เสียดายจัง(ตอนนั้นน่าจะพยายามต่ออีกหน่อยนะเรา) ทีนี้ถ้าจะหามาอ่านก็ต้องเสียตังค์ซื้อละซิ(สมน้ำหน้า) ...แต่ได้หนังสือเก่าๆ ของ Hermann Hesse ภาษาเยอรมัน มา 4-5 เล่ม จะลองอ่านเปรียบเทียบกับภาษาไทยที่เคยอ่านไปแล้ว จะรอดหรือเปล่าก็ไม่แน่นัก เพราะเพลงกระบี่ฯ วนเวียนอยู่กับหนังสือเด็ก (เหตุผลคืออ่านง่าย ) ล่าสุดอ่านหนังสือภาษาไทยที่ แปลเป็นภาษาเยอรมัน คือ "ความสุขของกะทิ" ภาษาเยอรมันเขาตั้งชื่อว่า "บ้าน 16 ไห (โอ่ง หรือ อ่าง ก็ได้)" (นี่เพลงกระบี่ไม่ได้โม้ เรื่องจริง) เห็นมั๊ย..เขียนซะยาว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ One Day in the Life of Ivan Denisovich เลยสักบรรทัด

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเต็งพ้ง

ดูเหมือนภาษาไทยมีคนแปลแล้วของสำนักพิมพ์ดวงกมล พ.ศ. ๒๕๒๒ เราไปหาดูว่าที่แปลกันไปเขาตีความกันอย่างไร

ที่หาอ่านจากวิจารณ์ (ไทย) พบ ดูจะคลาดเคลื่อนไปจากความนัยที่ผู้แต่งและสภาพการณ์ของเรื่องตั้งใจสื่อความหมายไปมาก เขามองเป็นเรื่องการมองหาความพอใจในสิ่งที่มีเฉพาะหน้าของตัวเอก มองเป็นการสร้างกำลังใจว่า แม้สภาพในคุกจะย่ำแย่อย่างไร ก็ยังหาความสุขได้ด้วยการสร้างคุณค่าให้แก่ตัวเอง

เลยไม่รู้ว่า Lost in translation มันเกิดตั้งแต่คนแปล (ซึ่งไม่น่าจะ) หรือ ตอนคนอ่านเอามาวิจารณ์

ถ้าอ่านเผินๆ แบบนั้น คงได้ความอย่างนั้น และสรุปเรื่องย่อให้ฟังได้ง่ายๆ ว่า ตัวเอกตื่นตอนเช้าที่อากาศหนาวเหน็บ ผ่านพบเจอ ทำอะไร พูดกับใคร คิดอะไร กินอะไร แล้วก็จบท้ายกว่าจะได้นอน – จบละเรื่องย่อ

ที่น่าสนอีกอย่างของเรื่องนี้ คือ มีบทเดียวจบ เพราะมันเป็นเรื่องของชีวิตคนในวันเดียว
เท่าที่อ่าน มีข้อความน่าประทับใจหลายตอน ที่ชอบก็มีอย่าง

Easy money had no weight; you didn’t feel you’d earned it.
เงินที่ได้มาง่ายๆ มันไร้ค่า ไม่ได้สร้างความน่าภูมิใจให้ตัวเองเลย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๕-

คุณพูดเรื่องอะไรหรือ (กรุณาอ่านออกเสียงเข้มๆ)
คุณมาหาเรื่องอะไรที่นี่ .. ปราชญ์เปรื่อง ที่ไหน ... ไม่มี้
อ่านใหม่อีกทีก็หาไม่เจอแล้ว

บ้านเราไม่มีคำแก้ตัว มีแต่แก้คำผิดเรียบร้อยแล้วท่าน

อันที่จริงเป็นความตั้งใจ
การจะลาก “หนอน” ให้คืบขยับออกจากที่ก็ต้องมีมุข ไม่อย่างนั้นผู้สูงวัยไม่ค่อยยอมลากสังขารออกมาส่งเสียงเสวนากัน

-๖- เดี๋ยวมาคุยอีกที ไปซักผ้าหาเงินบ้าง ขอ Bugger off ไปก่อน
... โปรดสังเกต ต้อง buggER ถึงจะเป็น ‘ถลกตูด’ ของแท้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณ ... คุณ NN1234 คุณ feng_shui คุณลูกเสือหมายเลข9 คุณฟ้าน่าน คุณสายรุ้งสีน้ำ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tengpong วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ต้องรอว่าเมื่อไหร่จะมีฉบับภาษาไทย เพราะถ้าต้องอ่านภาษาต่างประเทศ คงได้หนุนหัวไปเป็นหลายสัปดาห์

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑) การละเลยและลืมส่งต่อข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะด้วยบันทึกทางประวัติศาสตร์หรือการสั่งสอนในโรงเรียน ....
ฮั่นแน่ ตั้งใจจะเตือนผู้คนในไทยละสิ เรื่องยังไม่ยอมปล่อยข้อมูลเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ออกมาให้เรียนรู้กัน

๒) มันก็น่าคิดนะ ว่าโลกสังคมนิยมแบบรัสเซีย คิวบา เกาหลีเหนือ ดูไปด้านหนึ่งคล้ายกับแช่แข็งคนในชาติ คนในปกครอง
ทั้งกั้นรั้วล้อมวัตถุ เครื่องใช้ และสื่อ ที่จะชักนำความคิดและทัศนคติไปในทางเสรีนิยม (เพราะความคิดกับวัตถุมันเชื่อมโยงกัน)
การได้รับเครื่องบริโภค อุปโภค ถึงกับต้องมีกรเข้าแถวลำดับกัน แต่คนยากจนตกงาน ก็ได้รับการจุนเจือจากรัฐ (ตรงนี้ผมไม่แน่
ใจข้อมูลนัก)
ขณะที่ ถ้าเปิดประตูให้คนในปกครองได้รับสื่อจากโลกเสรีอย่างเต็มที่ ทุกคนมีอิสระ อยากได้อะไรก็ได้ ขออย่างเดียว ต้องแข่งขันกัน
และในการแข่งขันที่ว่านั้น ใครจะมีปัญญาหา "ตัวช่วย" มาอย่งไรก็ได้ (เช่น การจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง จ่ายใต้โต๊ะ กรหสมัครพรรคพวก
ตลอดจนเพทุบายต่าง ๆ) จนมีคำกล่าวเสียดสีว่า มันคืออิสระที่จะไร้บ้าน อดตาย โดยไม่มีใครมาห้ามปรามหรือจับเข้าคุกหรอก
ปมปัญหามันอยู่ตรงไหนเนี่ย
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เริ่มอ่านได้สิบกว่าบรรทัด มัน "มีอะไร" อยู่ในนั้น มิใช่ไม่มี
อย่างน้อยก็ทำให้ระลึกบรรยากาศการได้อ่านเรื่องเล่าถึงหนังสือหรือวรรณกรรมประเทศอื่นแบบนี้ในนิตยสาร "โลกหนังสือ"
และ "ถนนหนังสือ" เมื่อครั้งกระโน้น (ไม่นานหรอก แค่ยี่สิบปีย้อนหลัง)
ไม่นับว่า หนอนเป็น "นักอ่านมือสอง" มีคนเก็บมาเล่าอีกทอดหนึ่งแบบนี้ ชอบ ชอบ ๕๕๕๕

ถึงจะ "ไม่มีอะไรเลย" หนอนก็จะหาเรื่อง ทำให้มีเรื่อง เช่น
คำว่า ฉลาดปราชญ์เปรื่อง ที่ใช้ ที่ถูกจะเป็น ฉลาดปราดเปรื่อง แบบความคิดแล่นปราด ๆ ดังเปรื่อง ๆ
ในบล๊อก SW19 เรื่องห้องสมุดล็อนด็อน ก็มีคำว่า ริดรอน ที่ถูกจะเป็น ลิดรอน
แบบลิดกิ่งลิดใบต้นไม้ รอนไฟ รอนสิทธิ์

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทีนี้หนอนก็กลับมานอนรอว่าจะได้รับดอกไม้หรือก้อนอิฐขว้งกลับมา อูย ตื่นเต้น
เพราะว่า คนเราไม่ว่าในเว็บนอกเว็บก็เหมือนกัน อยู่ ๆ ไปท้วงเรื่องสะกดคำผิด เป็นได้โดนตะเพิดออกมาซะเป็นส่วนมาก
... "เอ็งเก่งมาจากไหนกันวะ ในนี้ไม่ใช่ห้องเรียนเว้ย" ..... ๕๕๕

คุณ SW19 กับหนอนถือว่าเราช่วยกัน "ส่องทาง" ให้กันและกันก็แล้วกันนะ
ว่าแล้วก็ bug off เปิดตูดละ แว้บบบบบบบบบบ
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

หนังสือที่เขียนถึงน่าอ่านมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


ความคิดเห็นที่ 1 ฟ้าน่าน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 28/02/2013 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เรียกน้ำย่อยจากวรรณกรรมโนเบลอย่างกระหายอยาก......

นึกย้อนมาถึงวันนี้ที่ประวัติศาสตร์ประเทศสยามกำลังบันทึกร่องรอยความอยุติธรรมโดยอ้างข้อกฎหมายแบบข้างๆ คูๆ และพวกมากลากไป คนสยามอาจไม่ถูกกักขังเช่นเดียวกับ Solzhenitsyn ในนยุคสมัยของ Joseph Stalin แต่ "พวกเขา" ก็กักขังผู้คนในสังคมและ "กักขัง" พวกเราด้วยวิธีการ "โลกล้อมสังคมสยาม"

วันหนึ่งข้างหน้า อจมีการเปลี่ยนชื่อถนน อาคารสถาน เขื่อน ....เป็น "Chinwatra" ขึ้นมาแล้วล่ะก็ ....อย่าให้บ้านเราไม่มี
‘One word of Truth shall outweigh the whole world.’

ขอบคุณที่ช่วยบันทึกและนำเรื่องนี้มานำเสนอ จนน่าจะได้แรงบันดาลใจแก่คนสยามบางคน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน