*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 185455
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2556
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 5425 , 04:22:53 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 18 คน นามา , oamie และอีก 16 คนโหวตเรื่องนี้

US Government Shutdown ที่เรียกอย่างย่อว่า Shutdown ไม่ใช่ของใหม่ เกิดขึ้นมาแล้วหลายหน สองครั้งสุดท้ายเมื่อพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 และธันวาคมต่อถึงมกราคมปีถัดมา

Shutdown ครั้งล่าสุด มีความลึกซึ้งที่หากเข้าใจเบื้องหลัง จะได้เห็นลีลาความเคลื่อนไหวของนักการเมือง และด้านมืดของประชาธิปไตยที่ใช้การระดมเสียงไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคมากกว่าเพื่อชาติ มุขที่นักการเมืองที่มีประเด็นแอบแฝงนิยมใช้

 

พื้นฐานการเลือกตั้ง

สหรัฐอเมริกามีสองพรรคการเมืองที่ไม่ควรแปลชื่อให้สับสน คือ Democratic Party

และ Republican Party ที่ยังคุ้นกันในชื่อ GOP - grand old party  

 

สหรัฐอเมริกามีผู้นำประเทศและผู้นำทางการเมืองเป็นคนเดียวกัน นั่นคือประธานาธิบดีเป็นทั้ง Head of State และ Head of Government จึงต้องมาจากการเลือกตั้งแยก แตกต่างจากประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาลจะได้มาจากหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ชนะการเลือกตั้ง

รัฐสภา หรือ Congress ประกอบด้วย House of Representatives สภาล่าง และ Senate สภาสูง

House มีตัวแทน 435 คน ตามสัดส่วนประชากร ทำหน้าที่คราวละ 2 ปี

Senate กำหนดจำนวนตายตัวไม่คำนึงถึงขนาดหรือจำนวนประชากรที่รัฐละ 2 คน รวมเบ็ดเสร็จ 100 จาก 50 รัฐ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีเกิดขึ้นทุก 4 ปี ขณะที่การเลือกตั้ง Congress มีทุก 2 ปี จึงทำให้ Senate หมดวาระไม่พร้อมกันทุกคน ประมาณหนึ่งในสามจะครบกำหนดเลือกตั้งใหม่ทุกสองปี แปลความว่าเสียงข้างมากใน Congress มีโอกาสมาจากคนละพรรคกับประธานาธิบดี และอาจเปลี่ยนขั้วไปจากพรรคเดิมได้ทุกสองปี

 

 

ภาพการเมืองปัจจุบัน

ประธานาธิบดี เป็น Democrat ขณะที่ Congress มีเสียงใหญ่ต่างพรรค คือ

Senate มีเสียงข้างมากเป็น Democrats 52 ส่วน Republicans มี 46 และอิสระ 2 (ซึ่ง 1 เลือกสนับสนุน Democrats จนถึงปี 2014)

House กลับทาง เสียงข้างมากเป็น Republicans 232 คน และ Democrats 200 คน

 

ปมปัญหาสู่ Shutdown

Shutdown 2013 ถูกวิจารณ์วนเวียนรอบ ‘Obamacare’ ว่าเป็นตัวปัญหาส่งให้งบประมาณบานปลาย ก่อหนี้ ไม่สิ้นสุด ฟังแล้วคล้อยตามได้ง่ายว่ารัฐบาลที่ใช้งบมหาศาล สร้างหนี้ระยะยาว ย่อมไร้วิจารณาญาณและปราศจากการตริตรองในการนำเสนอโครงการที่ยังประโยชน์สู่ประเทศชาติ

Mr Obama เสนอกฎหมาย Patient Protection and Affordable Care Act เรียกกันว่า Affordable Care Act (ACA) หรือ Obamacare เพื่อเปลี่ยนวิธีเข้าถึงการรักษาพยาบาลตั้งแต่เมื่อแรกเข้ารับตำแหน่งใน พ.ศ.2552 ถึงแม้ Republicans จะคัดค้านอย่างหัวชนฝา แต่ Obamacare ก็ถูกผ่านเป็นกฎหมายในปีถัดมา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556  

Mitt Romney คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก Republicans หาเสียงโดยบอกว่าจะยกเลิก Obamacare หากชนะการเลือกตั้ง ส่วน Mr Obama ยืนยันหนักแน่นว่าจะปกป้องกฎหมายฉบับนี้อย่างถึงที่สุด และชนะเลือกตั้งได้อย่างง่ายดาย      

Republicans ไม่ยอมแพ้ ส่งกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาทางศาล ในที่สุดเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 ศาลสูงตัดสินว่ากฎหมายผ่านมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และต้องคงอยู่

มุขสุดท้ายของ Grand Old Party เมื่อวันสุดท้ายก่อนการเริ่มบังคับใช้ Obamacare คือการยื่นคำขาดโดยนำเรื่องเงินงบประมาณมาขู่ให้ Mr Obama เลื่อนเวลาบังคับใช้ หรือ ยกเลิก Obamacare มิเช่นนั้น Republicans ใน House ซึ่งเป็นเสียงข้างมากจะไม่อนุมัติงบประมาณทั้งหมดของทุกหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา – คำขู่ที่ใช้ข้อต่อรองซึ่งไม่เกี่ยวกัน

 

เมื่อ Mr Obama และ Democrats ที่กุมเสียงข้างมากใน Senate ปฏิเสธ

จึงเป็นเหตุให้ the US government shut down…

 

 

แล้ว Obamacare คืออะไร ทำไม GOP จึงรังเกียจนัก   

กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเรียบง่าย ให้การประกันสุขภาพขยายการดูแลไปถึงคน 15% ของประเทศ ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองการเจ็บป่วยรักษาพยาบาลจากนายจ้าง และไม่อยู่ในแผนประกันสุขภาพใดของรัฐที่คุ้มครองผู้ยากจนและสูงอายุ

คน 15% นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่คนจน แต่ครอบคลุมถึงคนอีกหลายกลุ่ม เช่น เพิ่งจบการศึกษา, Self employed ที่ประกอบกิจการส่วนตัว หรือ คนที่ไม่ทำงานประจำเต็มปี

กฎหมายฉบับนี้ บังคับให้ประชาชนทุกคนต้องซื้อประกันสุขภาพ โดยตั้งงบประมาณช่วยเหลือชดเชยให้ผู้มีรายได้ต่ำสามารถซื้อประกันนี้ได้ มีการตั้งเป้าโดยรวมเอาคนอายุน้อย คนที่สุขภาพยังดีให้มีประกันด้วย เป็นการรวมทุกคนเข้าสู่ระบบ เมื่อระบบใหญ่ขึ้น ก็จะช่วยดึงให้ค่าประกันต่ำลง

กฎหมายยังบังคับบริษัทที่มีพนักงานประจำเกิน 50 คน ทำประกันสุขภาพให้พนักงานภายในปี พ.ศ. 2558

Obamacare มีกลไกผลักดันให้เกิด websites ให้ข้อมูลเปรียบเทียบค่าประกันจากแต่ละบริษัทเพื่อผู้บริโภคมีทางเลือกแผนประกันที่เหมาะกับสภาพตัวเองและงบประมาณที่สุด มีกฎห้ามบริษัทประกันปฏิเสธการรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยมาก่อนหน้า และให้ลูกสามารถอยู่ภายใต้แผนประกันสุขภาพร่วมกับพ่อแม่จนอายุ 26

กฎหมายฉบับนี้หวังผลระยะยาวให้การขยับขึ้นราคาค่าประกันสุขภาพเป็นไปอย่างช้าลง เปลี่ยนภาพค่าประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกาที่สูงที่สุดในโลก เปิดข้อมูลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกแทนระบบเดิมที่เป็นตลาดของผู้ให้ประกัน

ที่สำคัญที่สุด คือ ในเมื่อประชาชนต้องซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทประกันต่างๆ อยู่แล้ว กฎหมายนี้มีผลบังคับให้ Private sector หรือภาคธุรกิจถูกดึงเข้ามาร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย ผ่านการปรับราคาให้การประกันสุขภาพเป็นที่รับได้สำหรับมวลชน และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของรัฐบาล

มุมมองของ Republicans ต่อ Obamacare คือ กฎหมายนี้รังแต่จะสร้างหนี้ให้รัฐบาล ทำให้คนรายได้น้อยนิ่งรอแต่ความช่วยเหลือ สร้างค่าใช้จ่ายให้ภาคธุรกิจที่โดนบังคับให้ขายประกันสุขภาพในราคาถูก เป็นการขัดต่อความเป็น Capitalism ของสหรัฐอเมริกาที่ผู้ค้าสามารถดำเนินการและกำหนดราคาอย่างเสรี อีกทั้งการคำนึงถึงและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้เท่าเทียมเป็นนโยบายแบบ Socialist state ของประเทศในยุโรป ที่เข้าใกล้ Communism เกินไป

 

 

ปมประวัติศาสตร์

Shutdown ครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.2538 – 39 เกิดในสมัยประธานาธิบดี Democrats คือ Bill Clinton ขัดแย้งกับ Newt Gingrich ฝั่ง Republicans ที่ตัดโครงการและงบประมาณช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่และสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ

การขัดขวางโครงการ Public welfare หรือ คุณภาพชีวิตของประชาชน อเมริกันของ GOP ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นกิจกรรมสืบเนื่องมานับ 50 ปี GOP เห็นคุณค่าของการดูแลประชาชน แต่ GOP ไม่มีนโยบายยุ่งเกี่ยวเรื่องจุกจิกความเป็นอยู่ของประชาชน  แค่เน้นการปกครองให้เกิดความสงบเรียบร้อย ดูแลปัญหาโลก  GOP จึงไม่เห็นว่าการดูแล Welfare ของประชาชนให้มีความเท่าเทียมเป็นเรื่องเร่งด่วน

จาก Richard Nixon ข้ามมาสู่ Ronald Reagan ประธานาธิบดีสาย GOP การส่งต่อความคิดของชนชั้นที่แบ่งแยกแตกต่างไม่เคยจาง Reagan ยังล้ำลึกในการเทียบเคียงให้ welfare สัมพันธ์กับ lazy people คนเกียจคร้านที่นอนรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล และสุดท้ายโยง lazy people เข้ากับ African-American

การเหยียดผิว แบ่งชนชั้นในสหรัฐอเมริกายังเข้มข้นอยู่จนเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มคน Republicans และผู้สนับสนุน GOP  โครงการเพื่อคน African-American ซึ่งจำนวนมากเป็นฐานชั้นล่างของสังคมจึงเป็นเรื่องไม่จำเป็น การมีประธานาธิบดีที่ใส่ใจ welfare ของประชาชนก็ยากที่จะยอมรับ ไม่ต่างกับการมีประธานาธิบดีเป็นคนเชื้อสาย African-American

การมี Mr Obama เป็นประธานาธิบดีผิวสีที่มีมารดาเป็นคนขาว แสดงถึงการที่คนผิวดำได้รับการยอมรับเข้าสู่ครอบครัวคนผิวขาว ยิ่งเป็นเรื่องเกินทน ยิ่งกว่าวุฒิการศึกษา Ivy League อย่างเก๋ของ Mr Obama

Tea Party กลุ่มขวาตกขอบ ชนกลุ่มน้อยใน GOP จึงไม่อาจนิ่งเฉย

Shutdown ครั้งนี้ เป็นเพียงขั้นเริ่มต้น

 

 

 

คนเดือดร้อน

คนเดือดร้อนเฉพาะหน้าเป็นหน่วยงานที่ขึ้นต่อรัฐบาลกลาง เช่น พนักงาน ลูกจ้าง ของหน่วยงานกลางซึ่งถูกสั่งให้หยุดงานช่วง Shutdown ที่ ณ ขณะนี้ จำนวนครึ่งหนึ่งเริ่มกลับมาทำงานแล้ว US Military ส่วนประจำการคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เหมือน Homeland Security ที่ดูแลความปลอดภัยในประเทศ รวมถึงด่านและการตรวจคนเข้าเมือง

คนเหล่านี้ต้องเดือดร้อนเรื่องการรับเงินเดือนค่าตอบแทนช้า แต่ต้องได้

คนจากหลายหน่วยงานที่เลี้ยงตัวได้จากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บ เช่น การขอวีซ่า ไปรษณีย์ ก็ยังทำงานเป็นปกติ เหมือนคนทำงานอื่นทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้งบประมาณเอกเทศของแต่ละรัฐ

 

 

แต่คนเดือดร้อนตัวจริง ในระยะยาว คือ นักการเมือง พูดให้ชัดคือ GOP

Shutdown ครั้งนี้ เป็นเรื่องเกินการยอมรับของประชาชนอเมริกัน เพราะ GOP ใช้วิธี political extortion นั่นคือ การข่มขู่เรียกร้องโดยใช้ข้อต่อรองที่นอกจากจะไม่เกี่ยวกับการเรียกร้อง แต่ยังเป็นการสร้างความเดือดร้อนด้านเงินเดือนค่าแรงให้กับพนักงาน ลูกจ้างของรัฐบาลกลาง

 

 

ระบบล่มสลาย...หรือยังมีหวังกับก้าวต่อไป?

หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใน UK ที่มี Parliamentary System การแพ้โหวตของพรรคผู้นำรัฐบาลคือสัญญาณให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ เพราะนั่นคือการไม่ได้รับความไว้วางใจจาก House

ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่ง Congress มีโอกาสเกิดเสียงส่วนใหญ่ต่างพรรค-ในต่าง House ต่างคนจึงมีโอกาสทดสอบพลังคัดค้านสิ่งที่ตนไม่ชอบ แต่หากการลองพลังเป็นไปเพื่อพรรคมากกว่าประเทศชาติ ย่อมเกิดการหยุดชะงักอย่างที่เห็นใน Shutdown นี้

โดยเฉพาะเมื่อปัญหาภายใน GOP มีไม่น้อย การแตกเป็นหลายกลุ่ม พูดกันเองไม่รู้เรื่อง ควบคุมกันเองไม่ได้ จนการมาออกผลในความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Tea Party ขวาจัดครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเรียกค่าไถ่โดยเอาระบบของชาติเป็นตัวประกัน การเรียกร้องให้เลื่อนการเริ่ม Obamacare ออกไป คือ การประวิงเวลาก่อนเข้าสู่ midterm election ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ขณะที่การระดมให้ข้อมูลที่สร้างความสับสนต่อ Obamacare เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแตกเสียงจนสับสน ขึ้นอยู่กับว่าสำรวจที่รัฐใด ที่ใครเป็นเสียงข้างมาก

ประเด็นสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ คือ Obamacare เกิดขึ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 กับประชาชนทุกคนรวมทั้ง GOP ผู้คัดค้าน

ความขลุกขลักช่วงเริ่มต้นมีมากมายสำหรับประเทศที่มีประชากร 318 ล้านคน เข้าทางที่ GOP คาดการณ์ไว้ แต่ผลการศึกษาความเป็นไปได้หลายฉบับ เชื่อว่าหากระบบเริ่มดำเนินไปจนเข้าที่ คนที่เสียค่าประกันถูกลงจะมีมากขึ้นและมากกว่าคนที่เสียแพงขึ้น และคนที่ไม่เคยมีประกันสุขภาพก็จะได้มี

เมื่อนั้น ผลประโยชน์ระยะยาวย่อมตกอยู่ที่ประชาชน

หากผลลัพธ์เป็นไปในทางที่ดี ถึงเวลานั้น ประชาชนจะบอกได้เองว่าพรรคการเมืองใดออกแรงสู้เพื่อตนเองหรือผลประโยชน์ของประชาชนและชาติ

 

 

*********

หมายเหตุ

หากชื่อของพรรคการเมือง คือ ตัวสะท้อนแนวทาง

นโยบาย Conservatives และ Republicans ในวิธีคิดและการทำงาน จึงเป็นพรรคการเมืองของพวก Social Elite ที่มีชนชั้น มากกว่าจะแค่เป็นพวกหัวเก่า

Labour เป็นพรรคสำหรับคนทำงาน ทำมาหากิน มากกว่าจะเป็นกรรมกร หรือผู้ใช้แรงงาน

การแปลชื่อพรรคตรงตัว ย่อมสร้างความสับสน  

 

Q&A About Health Law

Comment from A Republican Senator อ่านสนุกดี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 67 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นามา วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mydaychapter

ดีใจที่ได้อ่านเรื่องราวลึกๆดีๆอย่างนี้ค่ะ ต้องยอมรับว่าห่างไกลจากข่าวสารการเมืองโลกพอสมควร ขอบคุณค่ะ
การถ่วงดุลนอกจากสื่อ ประชากรก็น่าจะมีความกระตือรือร้น ที่จะรักษาสิทธิ์ในการตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐและนักการเมือง สนใจในนโยบายที่เขานำเสนอ หากไม่เห็นด้วย เพราะไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศก็คัดค้านอย่างออกหน้าออกตา อย่างที่เราเพิ่งเห็นมาเรื่องค้านเขื่อนแม่วงก์ แรงกำลังอาจจะไม่มากเท่าการถ่วงดุลตามกลไกประชาธิปไตยแบบบ้านเราที่เดี้ยงไปแล้ว แต่มันเป็นการปลุกสำนึกประชาชนให้มองเห็นหน้าที่และสิทธิที่พึงทำของตัวเอง ไม่ปัดเขี่ยออกไป ด้วยว่าเป็นเรื่องไกลตัว

ความคิดเห็นที่ 66 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ได้ดูรายงานข่าวทางโทรทัศน์อยู่เหมือนกันเรื่องความล่มจมของเมืองดีทร้อยต์
ขนาดว่าที่ทำการเมืองไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนตำรวจ คนก็ปล้นร้านขายของกิยของใช้กันเป็นว่าเล่น
อีแบบนี้ ถ้าจะยังคงยึดถือแนวคิดว่าให้กลไกของทุนมันเดินของมันไปเอง เยียวยาตัวเอง ไม่น่าจะหวังผลได้
ที่สำคัญ มันมีเรื่องจริยธรรม ความสุขสงบของสังคมปนอยู่ด้วยมาก
จริยธรรมคงไม่ใช่เรื่องของกลไกที่จะปล่อยให้เป็นไปเอง (ตามยถากรรม)
ความสุขสงบของสังคมคงไม่ใช่เรื่องของกลไกที่จะปล่อยให้เป็นไปเอง (ตามยถากรรม)
พวก Liberal จ๋า อย่างนี้ ขอโทษ น่าเตะสักป้าบใหญ่ มันสุดโต่งเกินไป
ไม่รู้ไอ้พวกบ้า ฟรีถ่ง ฟรีเถร็ด free trade มันสุดโต่งอย่างนี้ด้วยป่าว
แต่ตาม คห.ข้างล่าง ขอบอกว่าไอ้พวก GOP เถรตรง+สุดโต่งอย่างงี้น่าเตะมาก

ความคิดเห็นที่ 65 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 12/10/2013 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖๓- -๖๔-
คุณยามครับ – คุณหนอน

ตอนเราตัดสินใจเปิดบล็อกนี้แยกออกมา (จาก SW19 แรกเริ่ม) มีความคิดเพียงให้เป็นที่แลกเปลี่ยนความเห็น ตั้งใจไว้ว่าให้เป็น Café for Thinker ดัดจริตใช้ชื่อตามสถานที่ที่ติดใจมาก คือ Cafe de la Rotonde ที่คน left wing ไปนั่งสังสรรค์เสวนากัน สมัยต้นศตวรรษที่ ๒๐ ที่กรุงปารีส เรื่องส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เคยคุยแลกเปลี่ยนกับคุณหนอนจนลามออกปากอ่าวไทยกู่ไม่กลับก็หลายครั้ง - - ส่วนใหญ่ก็สนุกดี ได้รู้อะไรเพิ่มกันไปมาทั้งสองฝ่าย คุณยามครับจึงอย่าพะวงเรื่องจะมาสร้างความไขว้เขวไปเลย
..
..
ส่วนที่คุณหนอนตอบคุณยามครับใน –๖๓- เกี่ยวกับ Capitalism ในมุมของหนูถีบจักร ก็คงใช่ตามลักษณะที่ระบบใน Capitalism ขับเคลื่อนได้ด้วย productivity วัดผลกันด้วย productivity

เงินเฟ้อ เกิดจากสองลักษณะใหญ่ๆ คือ เงินเฟ้อจากภายนอกประเทศ เป็น Imported inflation เงินเฟ้อประเภทนี้ คือ การที่คนในประเทศทำมาหากิน สร้างผลผลิตอยู่ดี ๆภายใต้กฎกติกาที่รัดกุมอย่างดี วันหนึ่งน้ำมันขึ้นราคาจากตลาดโลก ส่งผลให้น้ำมันขึ้นราคาในประเทศ ส่งผลกระทบทันทีต่อค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิตสินค้าก็เพิ่ม สินค้าก็ขึ้นราคา กรณีนี้ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกประเทศได้

เงินเฟ้ออีกประเภทคือ Internal inflation เกิดขึ้นเองภายในประเทศ - - เมื่อ volume and velocity ของเงิน ที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ ว่าถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบ (อย่างผิดปกติ) เป็นอาการกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังผลให้เกิด productivity เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะโตขึ้น แต่เมื่อ productivity ไม่เพิ่มขึ้น ก็เกิดเป็นอาการเงินเฟ้อ

การไม่มี productivity ก็เป็นผลเดียวกันกับที่ได้มาจากเศรษฐกิจในวิธีคิดของคุณแม้ว คือให้เงิน เกิด Consumerism ใช้มันตะบี้ตะบันกับของที่กิน-ย่อย-ถ่าย แล้วหมดเป็นมูล ไม่เกิดผลผลิตงอกเงยใดๆ

หากเอา US มาเป็นตัวอย่างการคุยกัน การอัดฉีดเงินในระบบอย่างที่เกิดขึ้นที่เรียกว่า QE นั้น เกิดขึ้นเพื่อหวังให้เงินนั้น ถูกใช้ไปในการสร้าง productivity อันจะนำมาซึ่งการว่าจ้าง สร้างงาน และดึงระบบเศรษฐกิจให้กระเตื้อง มีข้อสังเกตได้ว่า

- ที่ผ่านมารัฐบาล US ทำถูกแล้วเรื่องปล่อย QE แต่ธนาคารมันเอามาหาผลประโยชน์ส่วนธนาคาร คนที่ต้องการเงินมาต่ออายุโรงงาน กิจการมันก็ไม่ได้เงิน เศรษฐกิจมันก็ไม่กระเตื้อง

- ตอนนี้เมื่อ Yellen เข้ามาและบอกว่า จะคง QE ไว้ เพราะ Yellen มองว่า QE จะมีผลในการสร้างงาน นำมาสู่การลด unemployment rate ที่เป็นปัญหาอยู่

- ปัญหาใหญ่ของการว่างงานใน US นักวิจารณ์จำนวนมากมองว่า มาเกิดขึ้นได้จากสองแนวทาง คือ เป็น cyclical หรือ – และ/หรือ structural

- Cyclical คือ มันขึ้นลงตามวาระของเศรษฐกิจ ส่วน structural เป็นเสมือนโครงสร้างของเศรษฐกิจมันเสีย เช่นอุตสาหกรรมล้ม ไม่ได้เกิดขึ้นตามฤดูกาล มันก็เจ๊งกันหมด การจะอัดเงินเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะเวลามันเจ๊งไปหมดแล้ว มันก็ทำอะไรไม่ได้

- ข้อที่เห็นค้านกับ Yellen (โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเก่งหรือไม่เก่ง หรือ Democrats เลือกเข้ามา) ที่มองกันอย่างนี้ เพราะเราไม่รู้ว่า Yellen มองกลับไปลึกแค่ไหน เพราะถ้าดูจาก Detroit ที่ล้มไปทั้งเมือง ทั้งที่เป็นกระดูกสันหลังของ US ในแง่อุตสาหกรรมหลายอย่างที่สร้างงานได้จำนวนมาก เช่น การผลิตรถยนต์ มันน่าจะเป็นปัญหาด้าน Structural มากกว่าการขึ้นลงตามวาระ

- และเมื่อเห็นกันอยู่ว่า QE เป็นการอัดฉีดเงิน ที่หลุดรั่วไปไหนบ้างก็ไม่รู้ (เช่นเมืองไทย) มีข้อคิดว่า การ inject เงินเข้ามาช่วยน่าจะเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลด้วย ว่าจะเอาไปลงที่จุดไหน – ชัดๆ ไปเลย

ประเด็นนี้นี่เอง ที่ค้านกับหลักการพื้นฐานของ GOP ที่เน้นการปล่อยให้ธุรกิจดำเนินเป็นแบบ Capitalism อย่างแท้จริง แบบที่ทางยุโรปมองว่า ใครคว้าได้ก็รวยไป ใครคว้าไม่ได้ ก็จนและจนต่อไป – ซึ่งมันเป็นการสร้างความไม่เสมอภาคด้านความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตในสังคม

วิธีการพยายามควบคุม Capitalism จึงถูกมองว่าเป็นรัฐบาล socialist state ที่ GOP ไม่มีวันรับได้

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
ยามครับ วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับพี่หนอน

เห็นภาพชัดเจนของคำว่า "เงินเฟ้อ" ที่เกิดจากการ surplus กำไรเข้าไป พี่หนอนเรียก "กำไร" น่าจะใกล้เคียงคำว่า "compound interest ดอกเบี้ยทบต้น" เพียงแต่มันอยู่ตรงกันข้ามกัน แต่มองเห็นภาพได้ชัดกว่า

ขอแค่นี้ เพราะกลัวว่า ทำให้ไขว้เขวเอนทรี่มากไป

ความคิดเห็นที่ 63 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 11/10/2013 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๖๑- คุณยามครับ

สองท่อนนี้ .....
"ระบบ capitalism นั้น เป็นระบบที่ ขอผมพูดเองว่า เสมือนขับเคลื่อนด้วยความโลภ กฎหมายใดๆก็ยากจะไปปิดช่องโหว่ทัน"
กับ..
"Capitalism คือ มันมีช่องโหว่ มีเงื่อนไขมากมาย และเป็นสภาวะบีบคั้น คือ ขนาด เมืองหลวงเอง ยังแทบเอาตัวไม่รอด"

ปี ๒๕๑๗ มีบัณฑิตธรรมศาสตร์ที่เป็นมือทำหนังสือโด่งดังในยุคนั้นกรุณานั่งอธิบาย
ลักษณะของทุนนิยม(บริโภค) Consumerist Capitalism ว่าเปรียบเหมือนหนูถึีบจักร
หนูมันต้องถีบวงล้อให้เร็วขึ้น ๆ ๆ ๆ ๆ ไปตามความเร่ง ไม่งั้นหกคะมำเค้เก้
แต่ถึงไม่หกคะมำ จุดจบของมันก็คือหัวใจวายตายอยู่ดี

ตัวที่จะทำให้เราเข้าใจกลไกที่ว่าถีบจักร ก็คือดัชนีเงินเฟ้อ
ผมรอมาเป็นสิบ ๆ ปี ว่าจะมีใครพูดนิยามของมันตรง ๆ ว่ามาจากธรรมชาติของระบบ Capitalism ที่ "บวกกำไร" เป็นปัจจัยจูงใจ
อัตราส่วนเกินหรือกำไรของสินค้าทั้งระบบที่บวกขึ้นไปในช่วงเวลาหนึ่ง นั่นเองคือ ดัชนี
และทุกประเทศต้ัองมีหน่วยงานควบคุมไม่ให้ดัชนีนี้ "พอง" อย่าง "ไร้เหตุผล"

มีตัวอย่างคือ รุ่นพ่อผมตกเย็นนั่งจับกลุ่มคุยกับเพื่อนบ้านในหัวข้อสารพัด
ผมเป็นนักแอบฟัง จำได้เรื่องหนึ่ง เขาคุยกันเรื่องรถยนตร์จากญี่ปุ่น ยี่ห้อ Toyopet ตกมาถึงกรุงเทพฯ
คันละ ๔๒,๐๐๐ บาท (พ.ศ.๒๕๐๖)
...พ.ศ. ๒๕๒๔ ผมซื้อรถ Toyota มือ ๒ รุ่นที่เรียกว่า KE 20 มาในราคา ๗๘,๐๐๐
ขณะที่รุ่น corolla (รุ่นถัดมาอีก ๓ รุ่น) ใหม่ถอดด้าม ๗ แสนกว่า
ผมยังไม่เคยเห็นใครอธิบายตรง ๆ ว่าราคาที่ต่างกับยุคโน้นมาก และมักพูดว่าเงินมันเล็กลงเรื่อย ๆ
มันเป็นเพราะกลไกจูงใจที่ยอมให้มีการ บวกกำไร ลงไป
มันก็กระทบกับสินค้าในลำดับถัดไปที่ก็ต้องบวกให้ตัวเองไปด้วย เรื่อย ๆ จนกว่าจะสุดรอบของมัน
ใครจำได้มั่งว่า ปี ๒๕๔๐ ทักษิณออกโฆษณาว่า เงินกำลังจะหมุนไป ๆ ๆ
เพราะว่าใส่เงินลงไปตรงไหนของวงจรก็ตามมันจะวิ่งต่อไปอีก ๑๒ ทอดจึงจะหมดรอบ
ก็นั่นแหละ จากปี ๒๕๐๖ มาถึง ๒๕๒๔ ระบบเงินของไทยมันหมุนจบรอบไปตั้งกี่ร้อยรอบแล้วละ
ทุกรอบเกอด surplus จากการบวกกำไรให้ตัวเองตลอด
นี่คือ โลกที่หมุนมาจนวันนี้ หมุนมาด้วย capitalism การทำงานของก้อนทุน

ความคิดเห็นที่ 62 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยามครับ ขอบพระคุณมาก
เอาไว้ ถ้าเรามีอะไรที่เป็นเหตุเป็นผลน่าสนใจ โดยเฉพาะ debt ceiling จะเอามาชวนคุยอีก

ความคิดเห็นที่ 61 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมเห็นภาพกระจ่างขึ้น โดยส่วนตัวเอง ผมอาจจะโชคดีที่ไม่ลงทุนอะไรมากมาย แค่กองทุนจำนวนหนึ่ง ซึ่ง เคยได้กำไรมาก (ทางตัวเลข) แล้วพอมีข่า่วร้ายๆ ก็เจอว่า มันลดลงแบบถล่มฟลอร์

การเฝ้ามองโลกจากภายนอก ทำให้เราเข้าใจบางองศา แต่พอเข้าไปข้างในจริง ก็เข้าใจอีกแง่มุมครับ สำหรับผมเอง ถ้าหากไม่ออกไปใ้ช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง ยังคงอยู่ในระบบบริโภคแบบนี้ ผมก็ยังต้องเรียนรู้ต่อไปครับ

คุณหนอน

จริงๆแล้ว อย่างที่คุณ SW19 ว่าไว้ คือ ระบบ capitalism นั้น เป็นระบบที่ ขอผมพูดเองว่า เสมือนขับเคลื่อนด้วยความโลภ กฎหมายใดๆก็ยากจะไปปิดช่องโหว่ทัน จึงเป็นระบบที่ คนที่รู้จริง หรือระดับนำทัพเท่านั้น ี่ที่ทันเกมส์

ส่วนประเด็นว่า US เป็นผู้ร้ายต้องกระชากหน้ากาก สมัยนี้ ผมว่า สิ่งที่เราต้องเรียนรู้จาก เขา ในฐานะเมืองหลวงของ Capitalism คือ มันมีช่องโหว่ มีเงื่อนไขมากมาย และเป็นสภาวะบีบคั้น คือ ขนาด เมืองหลวงเอง ยังแทบเอาตัวไม่รอด

ผมจะรอฟังคุณหนอน และคุณ SW19 อีกครับ

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
SW19 วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕๗-

คุณหนอน ตาสว่างแล้ว ... ให้พักกินๆ นอนๆ ไปก่อน หายดี หายขี้เกียจแล้ว จะรอฟังความคุณหนอนต่อ

ความคิดเห็นที่ 59 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

–๕๖-

จาก –๕๕- ในมุมมองของเราที่ไม่ปักใจเรื่องการปล้นเงินนั้น และ/หรือการปล้นโดยความตั้งใจของรัฐบาลนั้น เมื่อมาถึงเรื่องสงครามอันนี้กลับเป็นเรื่องที่ต้องพาดพิงกับรัฐบาลและนักการเมือง

รสนิยมของ GOP นั้นเหนียวแน่นกับเรื่องสงคราม นั่นคือส่วนของความสงสัยที่ว่าทำไมบรรยากาศในไทยปลายปีที่แล้วสนใจสนับสนุน Mitt Romney จัง บรรยากาศข่าวทางยุโรป มีวิเคราะห์ออกมาเป็นทางเดียวกัน แม้จะเป็นสื่อสนับสนุนคนละทิศทางการเมืองว่า หาก GOP กลับมาก็ไม่พ้นสงครามอีก
และพื้นเพคนยุโรป ให้ความสำคัญกับ social welfare ของประชาชนมาก จึงไม่แน่ใจกับแนวหาเสียงของ GOP ที่จะโค่น Healthcare reform

วงการเมืองในประเทศตะวันตก พรรคการเมืองอยู่ได้ด้วยนโยบายที่ชัดเจน จำนวนพรรคจึงไม่มาก คนที่สนับสนุนเปิดเผยตัวชัดเจน การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติ และเปิดเผย

ผู้สนับสนุน GOP นั้น ส่วนมากมาจากคนรวย คน Elite อย่างที่ว่าไว้ จึงห้ามว่าอย่าไปแปลว่าอนุรักษ์นิยม มันไม่ใช่ประเด็นนั้นเลย การมีสงคราม ‘อาจจะสันนิษฐาน’ ได้ว่า มีส่วนได้เสีย ไปถึงบางกลุ่ม ไม่ใช่แค่บริษัทค้าอาวุธ เพราะบริษัทค้าอาวุธไม่ใช่ตัวได้ผลประโยชน์ตัวจริง คนทีได้ คือ อะหลั่ย -- supply and maintenance ซึ่งอาจเป็นบริษัทในเครือกับผู้ผลิตอาวุธ แต่ตัวรายได้มาจากการดูแล และเปลี่ยนอะหลั่ยเมื่อครบชั่วโมงบิน/ทำงาน และที่สำคัญ คือ พวก logistics company ตั้งแต่ระดับลึกซึ้ง ไปจนเรื่องจิปาถะ บริษัทที่ถูกจับตาว่าได้ผลประโยชน์จากสงคราม จึงเป็น เช่น บริษัทก่อสร้างแคมป์ ที่ supply วัสดุอุปกรณ์ให้ทุกค่ายทหารอเมริกันทั่วโลก มีรูปแบบหน้าตา เหมือนกันหมด ทั้งอู่ตะเภา โคราช Jusmag ถนนสาทร และคนทำธุรกิจพื้นๆ เช่น รับเหมาซักรีดเสื้อเครื่องแบบทหาร ประจำการและแนวหน้า บริษัท catering ของพวกนี้คือความจำเป็นจริง เสื้อผ้าต้องเปลี่ยน ข้าวต้องกิน
หนี้สะสมจำนวนไม่น้อย ก็หนี้มาจากสงครามทั้งนั้น
เรื่องน้ำร้อนน้ำชา ไม่รู้จริงๆ ตอบยาก เพราะระบบควบคุมทั้ง US และโดยเฉพาะ UK เข้มใช้ได้ มีเพดานกำหนด และมีข้อบังคับให้ต้อง declare ที่แถวนี้ หากินยากกว่าเมืองไทยแยะ ถูกจับได้ ระดับไหนก็คุก คุกสถานเดียว - - อธิบายแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มี เพียงแต่เราไม่มีข้อมูลพอที่จะเล่าต่อ

คนส่วนใหญ่รู้สึกไหม รู้แน่นอน ค่าใช้จ่ายของสงครามเป็นภาษีประชาชน แต่ผลประโยชน์เป็นของบางธุรกิจ
นั่นเป็นเหตุให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองแตกต่างกัน

ความคิดเห็นที่ 58 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณ คุณยามครับ ที่แวะมาคุยต่อ

เอา –๕๕- ก่อน

เราเองไม่ได้นิยมวิธีคิด วิธีการ และบทบาทการกระทำของ US นัก (ขออนุญาตย่อเป็น US ต่อไป) แต่มีความเห็นที่แตกต่างออกไป คือ ไม่คิดว่านี่เป็นนวัตกรรมการปล้นเงินของ US แต่เป็นอีกหลายเรื่องประกอบกัน ประมวลออกมาได้ว่า

๑) เราไม่เคยต่อต้าน Capitalism (ขอไม่แปลอีก อย่างที่เคยถกกับคุณหนอนมาระยะหนึ่งว่า “-นิยม” มันผิดความหมาย) หากไม่มี Capitalism ประเทศไหนๆ ก็พัฒนาไม่ได้ แต่ทุกอย่างมีสองด้าน ความเลวที่เกิดขึ้น คือ Capitalism ไม่ได้รับการควบคุมอย่างถูกต้อง นั่นคือ กฎหมายไม่ทันการ และ Capitalism ถูกนำไป abuse ในทางที่ผิด

ตลาดธนาคารที่เจอวิกฤติมาเป็นระยะ คือ อะไร - - คือการที่ควบคุมไม่ได้ กฎหมายไม่สามารถกำกับได้เท่าทันความโลภของคน นอกเรื่องสักนิด เช่น ตอนนี้ที่เราคุยกัน คือ เรื่อง tax avoidance, tax evasion เราประนามบริษัทอย่าง Google หรือ McDonalds ที่เลี่ยงภาษีใน UK ด้วยการไปตั้งบริษัทที่ Ireland (เป็นต้น) –ไม่ได้-

เราประนามไม่ได้ไม่ใช่สนับสนุน ออกจะเคือง ฉุน ด้วยซ้ำ แต่มันเป็นช่องโหว่ของกฎหมาย เมื่อเห็นว่ามันเกิดขึ้น ก็ต้องไปแก้กฎหมาย ไปด่าบริษัทพวกนี้ก็ไม่เกิดผล มันจะเสียเวลาฟังทำไม ในเมื่อ (ตามกฎหมาย) มันไม่ได้ทำความผิดอะไร กฎหมายต่างหากที่เหลือรูให้มันทำได้ อยากปราบมันก็ต้องแก้กฎหมาย

Capitalism ก็เช่นกัน มันมีช่องโหว่ให้คนเอาเปรียบกัน ก็ต้องควบคุม ไม่ใช่บอกว่ามันเลว แล้วไม่ใช้ (ขณะเดียวกัน เราสนับสนุนเศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่ต้องตีความทำความเข้าใจให้ถูกแบบในหลวงท่าน ที่ทรงเข้าใจลึกซึ้งและทรงอ่าน Small is Beautiful มานานแล้ว)

๒) ระบบธนาคาร คือ ผู้ร้ายตัวจริง เช่น ตัวอย่างจากทางนี้ เศรษฐกิจฟุบ เงินกู้ไม่ปล่อย mortgage ไม่อนุมัติเลย ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าไปเพื่อให้ระบบเดิน ธนาคารไม่ปล่อยออกมา เก็บไว้เอง นี่คือสิ่งที่เป็นกรณีที่ต้องหาทาง regulate ต่อไป

ในกรณีของ QE ที่เกิดผลกระทบกับการพนัน (อย่าใช้ว่าการลงทุนเลย) ในไทยนั้น จะแรงไปไหมถ้าเราจะเห็นว่า สมน้ำหน้าคนที่เจ็บตัว - - กรุณาฟังเหตุผลก่อน - - ที่คิดอย่างนั้นเพราะ เงินจาก QE นั้น มันไม่สมควรจะเข้ามาในไทยตั้งแต่ต้น เมื่อมีการปล่อยเงินนี้ออกมาใน US ซึ่งไม่มีอะไรให้ลงทุน คือแทนที่เงินนี้จะได้ไปช่วย ที่ Mississippi ดีไหม - - ไม่หรอก มันมาโผล่ที่เมืองไทย จากใครล่ะ ก็จากธนาคารอเมริกันส่งมาลงทุนในตลาดไทย ได้อิ่มเอมแล้วมันก็ไป

ที่เล่าว่าธนาคารไทยกรุณาบอกบุญชักชวนให้ลงทุนอิงผลบุญอานิสงค์ของ QE นั้น เขาไม่ได้อธิบายเรื่องที่มาแบบนี้เลย เขาเสนอขายกองทุน เขาบอกว่าบรรยากาศการลงทุนดี พอถามกลับไปเรื่องที่มาของ QE และผลอันอาจเกิดตามมาได้ เขาก็เลยไม่พูดต่อ และเลิกเซ้าซี้ คงนึกออกว่าเราพออ่านข่าวมาบ้าง เพราะฉะนั้น จะเลวไปไหมที่จะบอกว่า ธนาคารไทยนั่นแหละสมควรถูกด่าโดยคนที่เจ็บตัว

มันยากที่จะสรุปว่า US ปล้นเงิน โดยที่เราจะไม่คำนึงการ regulate ควบคุมธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยบ้าง เพราะธรรมชาติคนเรามีความต้องการ (ไม่ใช้คำว่าโลภก็ได้) ผลประโยชน์ เมื่อธนาคารดูเป็นสถาบันน่าเชื่อถือ บอกอะไรมา คนก็เอา ไม่พะวงจะหาข้อมูล ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ธนาคารไทยก็มีหลายมุข พักก่อนหน้าก็มีการหลอกขายประกัน ผ่านการบอกว่าซื้อกองทุนแล้วได้ประกันชีวิต ฯลฯ หรือ กระทั่งระบบขอให้ลูกค้า “ช่วยนิด ได้มั้ยคะ ยังไม่ถึงยอด - - ช่วยสักนิดเถอะค่ะ ขาดอีกนิดเดียว”

ความเห็นเราอาจจะเหี้ยมไปนิด แต่เผอิญว่าได้เคยมีประสบการณ์กับการใช้ธนาคารที่อื่น การจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องกรอกเอกสารเป็นสิบๆ หน้า ต้องตอบให้ชัดว่าเรารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่าทำแล้วมีโอกาสเป็นอย่างไร ต้องกรอกให้ชัดว่าความเสี่ยงที่รับได้เป็นระดับไหน มีระยะเวลาลงทุนนานเท่าไหร่ เข้าใจหรือไม่ว่าหากยังไม่ถึงกำหนด โอกาสที่ผลตอบแทนขึ้นลงหมุนไปเรื่อยและไม่นิ่งจนกว่าจะครบกำหนดเวลา
และการที่พนักงานธนาคารขอให้ลูกค้าช่วยเรื่องยอด มีโอกาสถูกพักงานได้เชียวล่ะ

สำหรับ FED ที่คุณยามครับเอ่ยมานั้น ตามความเข้าใจของเรา Federal Reserve คือธนาคารกลาง มีเป้าหมายที่ต้องทำ ๓ ประการ คือ maximum employment, stable prices and moderate long-term interest rates แต่อำนาจสำคัญที่ Fed มี คือ การยัดเงินเข้าไปในระบบ หรือดึงออกมา เพื่อหวังให้เกิดการควบคุมอัตราดอกเบี้ยให้สูง-ต่ำ หวังผลบั้นปลายในการควบคุม inflation/deflation ให้ระบบเศรษฐกิจมันขับเคลื่อนไปได้ดี

แต่ Fed ไม่มีหน้าที่ invest เงิน การ inject เงินเข้าระบบต้องทำผ่านธนาคารพาณิชย์ ซึ่งควรมีโอกาสไปแบ่งปันตามกรรมวิธีที่ชัดเจน เพราะแต่ละธนาคารต้องมี reserve ไว้ที่ Fed ด้วย เช่น กรรมวิธีหนึ่ง ถ้า Bank A มี reserve อยู่ ๑๐ ล้าน กับ Federal Reserve ก็อาจจะมีสิทธ์ให้กู้ได้ ๑๐๐ ล้าน แต่ละแห่งก็จะมีเป็นสัดส่วนคำนวนกันประมาณนี้

วิธีที่ Fed เพิ่มเงินให้กับธนาคารหรือระบบเศรษฐกิจโดยสมมตฐานนี้ คือ การเพิ่ม reserve ให้ Bank A เป็น ๒๐ ล้าน Bank A ก็จะมีสิทธิ์ปล่อยเงินกู้ เป็น ๒๐๐ ล้าน ไม่ได้แปลว่า Fed ให้เงินเป็นกระดาษจริงไป ๒๐๐ ล้าน เป็นเงินลมทั้งนั้น

พ่อมดการเงิน ก็จะเข้ามาตอนนี้ ว่าได้สิทธิ์ปล่อยกู้เพิ่มขึ้นมาแล้ว เรื่องอะไรจะเอาไปปล่อยในประเทศที่ไม่มีอะไรให้ลงทุน สู้เอามาปล่อยไทยแลนด์ หาเงินเพลินสักแป๊ป แล้วค่อยดึงกลับ เงินที่หาได้เพลินๆ นั้นก็เข้าเป็นผลกำไรกับธนาคาร จ่าย executives ไป ไม่ถึงประชาชน

ผิดไหม ... ด้วยระบบการทำงานมันไม่ผิด เพราะต้องแสวงหาผลกำไรสูงสุด
สมควรไหม ... ไม่สมควร เพราะผิดเจตนาของรัฐบาล US และนี่คือด้านมืดของ Capitalism และของวงการธนาคารที่ทำกันทั้งนั้น - - ทั้งโลกแหละ เรียกกันให้สวยว่า Investment Banking รัฐบาล UK เองพยายามหาทางควบคุม แต่ก็ยังไม่ถึงไหน เพราะมันต้องได้รับความร่วมมือในการควบคุมจากรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่มันทำไม่ได้ที่หนึ่งแล้วย้ายไปทำอีกที่อื่นแทน

คนที่เป็นแมงเม่าไปคว้าเงินมาเอง ก็สมควรด่าธนาคารไทยเราเองก่อนด้วย อย่าเพิ่งไปคิดแค่ว่ารัฐบาลเขาตั้งใจมาปล้นจากไทยเรา

ความคิดเห็นที่ 57 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่าน คห.๕๕, ๕๖ ของคุณ ยามครับ แล้วรู้สึกตาสว่าง ๕๕๕๕
หลังจากมึนมานานเป็นสิบปี หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ มา พวกหนังสือ หรือสื่อ
ที่เขียนหัวข้อประเภท "โฉมหน้า....." ก็วายไปจากแผง ไม่เหมือนปี ๒๕๑๗ - ๘
ที่จะมี "โฉมหน้าจักรพรรดินิยมอเมริกา" โดยชวินทร์ สระคำ
และอีกหลายเล่ม ..เปิดโฉมหน้าซีไอเอ ....ฉีกหน้ากากตำรวจโลก ...

ผมมึนไปหลายปี ตอนนี้เริ่มตาสว่าง ๕๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 56 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ที่แสนแสบกว่า คือ หลังจากนวัตกรรมการปล้นเงินแล้ว ข่าวว่า อเมริกากำลังจะจัดการ Syria ก็ทำให้ผมฉงนอีก นี่มันปล้นเงินจาก TIPs ,BRIC แล้วจะเอาไปลุยสงครามเลยหรือ ? ทำไมอเมริกาชอบสงครามหรือครับ คนของเขาเองไม่รู้หรือว่า มันมีค่าใช้จ่ายมากในการทำตัวเป็นตำรวจโลก

แต่สงครามก็มีนักลงทุนได้ประโยชน์นะครับ เพราะระหว่างที่กำลังโหวตว่าจะลุยเลยมั้ย หุ้นของบริษัทอาวุธสงคราม ขึ้นหลายสิบ% และหลังจากกระแสเปลี่ยน ไม่ลุยแล้ว ก็มีข่าวว่า นักการเมืองในสภาที่ยกมือ อาจจะได้ค่าน้ำร้อนน้ำชา จากบริษัทขายอาวุธสงคราม
แล้วคนส่วนใหญ่เขาไม่รู้สึกอะไรหรือ

ย้อนกลับมาถึงปัจจุบัน ผมเองก็ตามๆเรื่องเพดานหนี้ และทางออกเรื่อง Obamacare เหมือนกัน ครับ

ความคิดเห็นที่ 55 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 10/10/2013 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณมากครับสำหรับการขยายความเกี่ยวกับ QE

QE ที่ผมเข้าใจคือ FED (เขาเรียกว่าธนาคารกลาง ฟังๆแล้วเหมือน ธปท บ้านเรา) แต่เขาว่าอีกว่า FED มีบริษัทเอกชนหนุนหลัง ไขว้ไปมาหลายแห่ง เพื่อพยุงโครงสร้างเศรษฐกิจ

FED คือผู้ที่ระดมเงินให้รัฐบาลผ่านพันธบัตร ที่ขายออกมาในแบบ QE แล้วเขาก็ไขว้เขวต่อ โดยนำเงินที่ได้ไปปล่อยกู้ เพื่อหวังให้มีการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่ปรากฎว่า พ่อมดการเงินทั้งหลาย ผู้จับตามอง Fund Flow และผลตอบแทนจากตลาดทุน รู้ว่าต้องเล่นเกมส์อย่างไร

คุณพี่ SW19 ได้แชร์ว่า สองปีก่อน พนักงานธนาคาร ถึงกับบอกว่า QE มั่นคงต่อการลงทุน แน่ล่ะครับ ก็ปี 2554 หุ้นอยู่สัก 1100 ปี 2555 วิ่งมา 1400 แล้วปี 2556 ถึงเดือนพฤษภาคม วิ่งไปที่ 1660


แล้วข่าวร้ายก็มาเยือน อเมริกาจะลด QE + เศรษฐกิจบ้านเราก็มีตัวเลขถดถอย สองไตรมาสติดต่อกัน ตลาดหุ้นตกลงต่ำสุด 1290

นักลงทุนต่างชาติขายคืนไปนับแสนล้านบาท และคนไทยส่วนหนึ่ง ได้รับการจัดลำดับจาก Forbes ว่าเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ เพราะพวกเขาทันเกมส์ ผมเรียก เกมส์พ่อมด

แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทันเกมส์ ขาดทุน ผมนึกเล่นๆ นี่มันเป็นนวัตกรรม การปล้นเงินโดยถูกกฎหมายชัดๆ พนักงานธนาคารหลายท่าน แม้จะรู้ แต่จะไหวตัวทันหรือเปล่า

ขอผมทิ้งความฉงนหลายข้อหน่อยครับ ผมไม่รู้จริงมากนัก พูดไปตามที่ได้เก็บข่าวมา ถ้าหากคุณ SW19 มีข้อแนะนำ หรือข้อแก้ไขส่วนไหน โปรดชี้แนะ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
driftworm วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๗- ภูผาคราม

อ้าว จิงดิ ...... "สื่อไม่ใช่ยาแก้สารพัดโรคอีกต่อไปแล้ว"

ว่าไป จริงก็ดีเหมือนกัน
มันก็ลดฐานะจาก ฐานันดรที่สี่ ลงมาเป็น "องคาพยพหนึ่ง, องค์ประกอบหนึ่ง, ฟันเฟืองหนึ่ง" ของสังคม
ในระนาบเดียวกับชาวบ้านสามัญ ซึ่งหมายความว่า มันเหมือนหม้อดินที่ชาวบ้านเป็นเสมือนช่างปั้น
ก็จะสามารถทุบ ทุบ ทุบ ทุบ มันให้สมอยาก เอ๊ย ให้ดินเข้ากันดี นวดซ้ำพ นวด นวด นวด
ขึ้นรูป ขูด เกลา ตบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ด้วยไม้ตบ เอาสองฝ่าตีนประคองฐาน สองมือตบ+แต่งช่วงบน
จนกว่า "ช่างปั้น" จะพอใจ เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
SW19 วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ oamie ขอบคุณสำหรับคำทักทายที่ทิ้งไว้เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 52 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 05.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยามครับ

มีเพื่อนผู้ติดตามบทความบอกว่า ทำไมไม่ขยายความถึงวันที่ ๑๗ นี้ – อยากรู้ ... ฯลฯ

สำหรับเราเป็นงานยากที่จะสรุปเรื่องมาจากบรรยากาศการวิพากษ์ต่างกันกับประเทศไทยมาก ถึงมากที่สุด

สองปีก่อนกลับเมืองไทย ไปทำธุระ และธุรกรรมที่ธนาคารชื่อดังของไทย ที่กรุณาใจดีมีเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังเรื่องสภาพการจัดเก็บเงินในตลาดเมืองไทย ในบางตอนของคำแนะนำ และความพยายามโน้มน้าวว่าการลงทุนในประเทศไทยเป็นเรื่องดี มั่นคง เพราะตอนนั้นมี Quantitative Easing (QE) ธนาคาร เขาพูดแค่นั้นและบอกว่าเงินเหล่านั้นมาจากสหรัฐอเมริกา จะมาถึงเมืองไทย ให้คนไทย ได้มั่นใจในการซื้อกองทุนสารพัด ที่ธนาคารไทยสรรหามาขาย

ที่เขาไม่ได้บอก คือ QE เป็นการที่รัฐอัดเงินมาในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นทฤษฎีว่าถ้ามีเงินในระบบ จะมีการซื้อขายมากขึ้น ก็จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจโตขึ้น (ซึ่งเป้าหมายของ QE ก็คือ US ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเอง แต่ตอนนั้นใน US มันไม่มีอะไรน่าลงทุน เงินมันได้มาแล้วก็กระเซ็นมาเมืองไทย ธนาคารไทยก็จูงใจใหญ่)

สองอย่างที่ทำให้เศรษฐกิจโต คือ volume ของเงิน และ velocity ของเงิน คือทั้งปริมาณและการหมุนเวียนที่เร็วขึ้น (เป็นวิธีการเดียวกับที่คุณแม้วใช้ แต่การใช้เงินของคนไทย คือ ใช้เงินกู้ แล้วยังไปซื้อ consumer goods ที่ไทยไม่ได้ผลิต เงินก็ออกนอกประเทศ ไม่ช่วยระบบของชาติ)

และ... ธนาคารยังไม่บอกต่อถึงที่มาที่ไปหรอกว่า เงิน QE ควรใช้กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเศรษฐกิจ US ไม่ดีในช่วงนั้นอย่างที่ว่า ก็เอามาระดมลงทุนใน BRIC countries ได้แก่ Brazil, Russia, India and China ประเทศที่เศรษฐกิจที่แข็งแรง ส่วนของไทยที่เข้ามา เป็นการพนันมากกว่า หวังผลระยะสั้น แต่มันก็เป็นการพยุงให้ค่าเงินบาทแข็ง – ซึ่งจะว่าไปแล้วกลับไม่ใช่อะไรที่ประเทศไทยต้องการ เพราะ export เราจะแพงขึ้นสำหรับประเทศอื่น

แต่นั่นคือภาพของคำแนะนำจากธนาคารไทย

เพราะฉะนั้นในมุมมองเมืองไทย คนไทยต้องกลัว Default เพราะคนไทยที่ลงทุนหวังเงินที่เข้ามาแบบผิดปกติ เป็นเงินที่ล้นมาจากที่อื่น ที่ตัวประเทศอื่นนั้นไม่มีอะไรให้ลงทุน

เวลาดูเงินขึ้นเงินลง อ่อนหรือแข็ง เรามักลืมไปอย่างว่า ถ้ามันขึ้นทาง ก็ต้องมีที่ไหนในโลกสักแห่งที่ตก ... กรณีนี้ที่จีนออกมาเปิดปาก ก็เพราะจีนเป็นผู้ถือ US Dollar มากที่สุด ณ ตอนนี้ ถ้า US Dollar ตก ค่า reserve ของจีนก็ตกตามไปด้วย

บางคำถามเรื่องเงินสวัสดิการ ๒๐๐ ดอลล่าร์/เดือน ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ และไม่รู้ว่าเป็นระบบเดียวกับ UK เป๊ะหรือเปล่า เพราะถ้าเป็น UK จะได้เท่าไหร่ ก็ต้องดูจากประวัติ contribution ว่าทำมามากน้อยแค่ไหน และเงินจำนวนที่ว่าที่จริงไม่ได้แยะเลย ถ้าไม่ได้คูณเป็นเงินไทย และดูดัชนีค่าครองชีพประกอบ ได้ยินว่าค่าแรงขั้นต่ำแถบ California ชั่วโมงละ ๘ ดอลล่าร์ เพราะฉะนั้น ๒๐๐ นี่ถ้ามีงานทำ สามวันเอง นี่ให้ต่อเดือน

หนี้ของสหรัฐอเมริกา ทำไมแยะนักส่วนหนึ่งก็ QE แต่หนี้ส่วนใหญ่ คือ การไปรบ ทำตัวเป็นตำรวจโลก ไม่ได้เข้าข้าง Obama เพราะนั่งดูเกมอยู่เหมือนกัน แต่การไปรบแต่ละสงครามตั้งแต่อดีตเป็นนโยบายของ GOP ที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะ Vietnam War, Iraq 2 รอบ, Afghanistan ก็ Republicans ทั้งนั้น และสงครามไม่เคยอยู่ในงบประมาณวาระปกติ

คำถามคุณยามครับมีแยะเชียว เห็นแล้วน่าคุยต่อ เรียบเรียงดีๆ มาเล่าง่ายๆ อีกที อาจจะมีประโยชน์กับท่านอื่นที่สนใจ

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
SW19 วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 04.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๗-

สื่อไม่ใช่ยา - ถูกต้องแล้วคุณชาลี

แต่สื่อเป็นอุปกรณ์ เป็นมีดหมอที่กรีดเปิดแผล ให้หมอควานหาเนื้อร้าย หมอจะไม่เก่ง ยาจะไม่มี รักษาหายหรือเปล่าไม่รู้
แต่มีดต้องรักษาความคม
เว้นแต่ว่ามีดจะสนิมกร่อน
ยากนะคุณชาลี …

ความคิดเห็นที่ 50 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๔- ความจำสั้นไม่นานเกิน ๕๐ วัน คุณหนอนว่าใครเหรอ
-๔๕-
[ถามย้ำจากที่แอบฟังมาสองวันว่านี่อยู่แถวบ้าน...โน่นหรือ
รู้จักตาคนนี่สิ? .. อ๋อ ญาติกันเลยแหละ ..... ทีนี้ ปัสสาวะผมเต็มขวด พี่แกก็ฉกเอาไปเทให้ ไม่ฟังคำทัดทาน]
เห็นภาพเลยคุณลุง (พยาบาลเรียกแบบนี้แน่ๆ เลย)

[...คนที่ว่าไม่ชอบอยู่รวมกับใคร เขามีคำเรียกรวม ๆ ว่า "คนมีตังค์" ครับ...]
ชอบ และขอบคุณที่คุณหนอน 'อยากแบ่งปัน' บรรยากาศ ที่จริงน่าจะเขียนขึ้นมาซักตอน ให้คนเห็นภาพว่าจะเจออะไรในการเข้าโรงพยาบาลนะ

คุณหนอนว่างมาต่อความคุณยามครับดีกว่า คำถามชวนสนใจทั้งนั้นเลย

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
oamie วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oam

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะครับ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี ^^

ความคิดเห็นที่ 48 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมขออนุญาต ขอข้ามชอร์ตไปนิดครับ คือ อยากฟังเรื่อง เพดานหนี้วันที่ 17 ครับ

ในมุมมองของเมืองไทย รู้สึกเกร็งว่า จะมีโอกาส Default หรือไม่ ผู้เชียวชาญแต่ละแขนงพูดไม่ตรงกัน ล่าสุดเห็นจีนออกมาบอกว่า ยังงัยอเมริกาต้องตัดสินใจ ยกเพดาน เพราะไม่งั้นจะ default

S&P , มู๊ดดีส้ หรือองค์กรไหนก็ตาม มี standardization มากมายในการกำหนดเครดิตของพันธบัตร ตราสารหนี้ มิตกม้าตายกันหรือ

บางข่าวบอกว่า โอบามา บอกว่า คลังไม่มีเงินแล้ว ต้องยกเพดานหนี้เท่านั้น บางสำนักก็บอกว่า ทองในคลังก็ไม่มี งงดีครับ

เรื่องเพดานหนี้เหมือนกัน เห็นข้อมูลตั้งแต่ปี 199x - 2013 ปรากฎว่า ระดับหนี้มัน Exponential เลย ความจริงเป็นอย่างไรแน่ และคนอเมริกา เอง โดยรวมเขาคิดอย่างไร และมีคนจำนวนมาก รับสวัสดิการ เดือนละ 200 $ อย่างข่าวว่าจริงมั้ย

สิ่งที่ผมฉงนมาก คงเป็น จำนวนหนี้ของอเมริกา มีคนบอกว่า 200 ล้านล้านดอล มากกว่า GDP ของทั้งโลกทั้งปีที่ได้ 70 ล้านล้าน อันนี้มันจริงหรือเขาอำกันครับ

ผมทิ้งความฉงนไว้มากไปหน่อยครับ จริงๆก็คือ เขากำลังถังแตกจริงหรือ แต่เขาก็เก่งนะครับ เอามาตรฐานดอลลาร์มาผูกระบบเงินทั้งโลกไว้.. แสดงว่าเขาจะไม่จมคนเดียวใช่มั้ย?

ความคิดเห็นที่ 47 driftworm , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 41 คุณSW19
สื่อไม่ใช่ยาแก้สารพัดโรคอีกต่อไปแล้ว
เลิกคาดหวังเถอะครับสำหรับสื่อมวลชน
ขนาดโรคของสื่อเองยังรักษาไม่หาย

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
driftworm วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พูดตกไป ......
รพ.รัีฐ เดี๋ยวนี้จะไม่สนับสนุนให้พยาบาลในหน่วยงานตัวเอง รับงานเฝ้าพิเศษ
อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ ว่าต้องเคยมีประสบการณ์ว่ามันมีผลรบกวนประสิทธิภาพชั่วโมงงานประจำ แน่นอน

เขาจะให้เหตุผลปัด ๆ ว่า พยาบาลปกติเรายังไม่พอใช้เลย

ความคิดเห็นที่ 45 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๓-

สัดส่วนนี่ไม่รู้ครับ จะเคยได้ยินเวลาฟังข่าว อ่านข่าวนสพ.ก็แต่ว่า ..เป็นท รพ.ขนาด ....เตียง , ขยายเป็นขนาด ... เตียง

[หนู Fiona ก็วางแผนจะออกลูกในน้ำที่บ้านตัวเอง ]

การคลอดลูกในน้ำนี่ ผมเห็นสารคดีข่าวเมื่อสามสิบปีก่อน จากนั้นก็สารคดีข่าวเอาเด็กอ่อนลงว่ายน้ำในสระ

[แต่ละห้องต่างกันแค่จำนวนเตียงในห้อง อาหารการกินเหมือนกันหมด ]

ที่ผมเพิ่งออกมา อาหารก็ไม่เลว แม้เป็นสูตรพื้น ๆ มาก คืออาหารอ่อนก็เป็นข้าวต้มหมูสับสำหรับมื้อเช้า กลางวันข้าวสวย+กับข้าวสองอย่าง+ขนม ๑ ชิ้น
(บางวันเป็นข้าวต้ม) เย็นข้าวสวย+กับข้าวสองอย่าง ... ที่ว่าไม่เลวคือไม่ใช่คนครัวสักแต่ปรุงได้ทำได้ แต่ปรุงเป็นทำเป็น รสชาติแบบร้านข้าวต้มมีชื่อ
อาหารที่จัดให้คนไข้จะต่างกันก็ตรงความเหมาะสมกับอาการคนไข้ที่หมอสั่งไว้
แต่จะเล่าเกร็ดให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้ รพ.รัฐของไทยเหมือนจะปรับมาตรฐานใหม่เป็นแนวเดียวกันทั่วประเทศ ทุกขนาดรพ.
ห้องพิเศษ หมายความว่าคนไข้ต้องมีญาติมาเฝ้า หรือจ้างคนเฝ้า และจะต้องทำหน้าที่ช่วยคนไข้ขับถ่าย เป็นคนเก็บปัสสาวะคนไข้ลงขวดตวงด้วย
อาบน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนไข้ พยาบาลไม่มารับหน้าที่ตรงนี้ เพราะไม่สามารถสอดสายตาเข้าไปทุกห้องได้
แม้แต่กับห้องรวม ก็ขอให้มีญาติคนไข้มาเฝ้าเอง ทำหน้าที่ดังกล่าว เว้นแต่คนไข้แม่มโคตรอนาถาจริง ๆ
กรณีผม ผมบอกญาติไม่สะดวก แต่ผมช่วยตัวเองได้ แต่แรก ๆ ที่รพ.ที่ตจว. พยาบาลก็ขู่ว่าห้ามลงจากเตียง แต่ข้ามคืนก็ไม่ว่าอะไรเมื่อผมลงจากเตียง
ถือกระบอก void (ก็ไอ่ค็อมฝ็อร์ตนั่นแหละ)เดินไปฉี่แล้วหิ้วกลับมากรอกใส่ขวดตวงเอง
ขณะที่ ..... v
[เป็นกับลักษณะคนไทยด้วยมั้ย ไม่มีใครอยากอยู่รวมกับใคร.. ]
ไม่แน่เสมอไป คนไทยบ้าน ๆ ชอบคลุกคลีตีโมง จะได้ไหว้วานช่วยเหลือกันจะตายไป
รพ.ในตจว. อย่างที่บอก ปรับมาตรฐานใหม่ กว้างขึ้น พื้นที่ระหว่างเตียงกว้างขึ้น แต่ก็จะพยายามลบภาพที่ญาติมากันห้าหกคนปูเสื่อใต้เตียง รอบเตียง
จนถึงที่ระเบียงทางเดินหน้าห้องออกไปให้หมด (แต่ก็ยังเห็นญาติคนไข้ที่จำเป็นต้องมีมาเฝ้าแม้จะเป็นห้องรวม) ปูเสื่อนอนใต้เตียงสองคน
ผมนอน รพ.ที่ตจว.วันแรก เตียงนั้นเตียงนี้ส่งสายตามาหมด อยากรู้อยากเห็น อยากรู้จัก อยากรู้เรื่อง พูดด้วยภาษาเฟ้ซบุ๊คก็ "อยากแบ่งปัน" นั่นแหละ
แต่ผมทำไม่รู้ไม่ชี้ เหนื่อยตอบคำถาม ตกเข้าวันที่สาม ผมถึงเริ่มเอาขนมนมเนยไปฝากเตียงอื่น ถามย้ำจากที่แอบฟังมาสองวันว่านี่อยู่แถวบ้าน...โน่นหรือ
รู้จักตาคนนี่สิ? .. อ๋อ ญาติกันเลยแหละ ..... ทีนี้ ปัสสาวะผมเต็มขวด พี่แกก็ฉกเอาไปเทให้ ไม่ฟังคำทัดทาน
แต่ไอ้หมอนั่นสิ (ความจริงแก่กว่าผมห้าปี แต่เกกมะเหรก อาศัยข้าววัด แก่ขนาดนั้นยังจับกลุ่มไปปล้ำคนแก่เมื่อหลายปีก่อน เคยเอาจักรยานมาอ้อนวอน
ให้ช่วยซ่อม พูดทีกลิ่นเหล้าหึ่ง ลงทุนเรียกผมว่า ก๊อ - เท่ากับ โก หรือพี่ชาย- ผมเทศนาไปแบบรำคาญ มันฟังหมด) มันคอยตั้งท่าส่งสายตามาทุกนาที
จนได้จังหวะคราวหนึ่ง "เฮีย เฮีย จำผมได้ป่าว ผมไอ้......ที่เคยไปซ่อมจักรยานน่ะ ... ฯลฯ"
ผมแค่พยักหน้านิด ๆ แล้วเสอ่าน นสพ.ต่อ ก็ไม่อยากให้มาตีสนิทนี่หว่า ไม่ใช่ขาใหญ่ใน รพ. มันดูแลคุ้มครองไม่ไหวโว้ย

คนที่ว่าไม่ชอบอยู่รวมกับใคร เขามีคำเรียกรวม ๆ ว่า "คนมีตังค์" ครับ
และในกรณีนี้ ผมพอใจกับแบบที่เล่าข้างบนครับ (ยกเว้นที่ไม่ชอบ นักตีสนิท) เพราะผมเป็น แดง หน่อย ๆ รากหญ้านิด ๆ อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
driftworm วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๖-

[คือจะเล่าว่าเขาให้เวลาทำ ๓ เดือน แค่ ๓ วันแรกระบบขัดข้องก็ไม่เอาแล้ว ดีไม่ดีไม่ได้สนใจหรอก]

เห็นภาพชัดเจนครับ และต้องยอมรับว่า "โลก" เป็นอย่างนั้น บางทีเป็นเราเองที่มีความคาดหวังมากเกินไป
ยังจำได้ด้วยซ้ำว่าราวต้นปี ๒๕๔๙ ถกเถียงเรื่อง "ระบอบ" ทักษิณกันในเหน็ตกับทั้งคนในประเทศและตปท.
ความเห็นคนนอกประเทศเขาข้อมูลเยอะกว่า เขาว่าทีมงานทักษิณทำสำรวจ-วิจัยจนจับจุด "ทัศนคติพื้นฐาน"
ของคนไทย และอาจของคนทั้งโลก (ดังที่คุณ SW19 ยกเรื่องอเมริกันมาสนับสนุน) ได้ว่าแท้แล้วก็ฉาบฉวย
ผิว ๆ เฉพาะหน้า .... คุณ SW19 อาจจะพอนึกได้บ้างว่าผมเคยพูดในความเห็นในโอเคเนชั่นนี่ว่า คนเราวันนี้
ที่ข้อมูลท่วมท้นมันมีความจำไม่นานเกิน ๕๐ วันหรอก วันนี้แช่งชักหักกระดูกทักษิณ ไม่ทัน ๕๐ วันหันไป
เมามันกับแต้มต่อพรีเหมี่ยร์ลีคแล้ว
ยังไม่นับที่ทีมงานทักษิณ (พันศักดิ์มั้ง) ไปได้งานวิจัยของเดอโซโต้เรื่องคนจนแฝงในเมืองมา โอย ไม้เด็ดเลย
ได้คนขับแท็กซี่ คนรับจ้างแบกหามในกทม.เป็นพวกเยอะ เป็นกระบอกเสียงไปบอกครอบครัวที่อิสานให้เลือก ไทยรักไทย(ตอนโน้น)

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๒-
กำลังจะวิ่งออกข้างนอก เห็นแล้วสว่างปิ๊งขึ้นมาหนึ่งเรื่อง
สัดส่วนของห้องพัก/เตียง ในโรงพยาบาลนี่คิดกันยังไงนะคุณหนอน
ที่นี่ ความที่การรักษาพยาบาลเป็นของฟรี ไม่มีแอบแฝง แปลว่าค่าห้องก็ไม่คิด เวลาขอนัดผ่าตัดแล้วช้า ขึ้นอยู่กับเตียงว่างยกเว้นบางโรคอันตรายจะมีทางด่วน (แต่ผ่าไม่ด่วนแบบผ่าสะโพก ผ่าอะไรแบบที่ไม่รีบก็ไม่ทันตายนี่คอยไปเถอะ ถูกด่าอยู่เวลานี้เพราะคิวสะสมยาวไปถึงไหนไม่รู้แล้ว)
แล้วเวลาผ่าตัดถ้าไม่ได้ยุ่งยาก ประเภทเอาซีสท์ออกจากตัว เขาให้นอนพอหมดฤทธิ์ยาสลบแล้วไล่กลับบ้านในวันเดียวกัน ผ่าตัดใหญ่ๆ ปลดสาย ปลดท่อได้ ก็ให้กลับแล้ว อ้อ พยาบาลแบบที่รับเฝ้าไข้ ก็ไม่มีนะ

ห้องพักส่วนมาก มากกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์ด้วยมั้ง เป็นห้องห้าเตียง จบ-ไม่มีรวมธรรมดา รวมพิเศษ ห้องเดี่ยว(ไม่พิเศษอีก) มีน้อยมาก เก็บเอาไว้ให้กับคนไข้ที่ไม่ควรอยู่ใกล้ใคร กับพวกออกลูก ซึ่งที่นี่นิยมออกลูกที่บ้าน เรียกหมอตำแยเอา (หนู Fiona ก็วางแผนจะออกลูกในน้ำที่บ้านตัวเอง เพราะห้องน้ำส่วนใหญ่มีอ่างอยู่แล้ว) แต่ละห้องต่างกันแค่จำนวนเตียงในห้อง อาหารการกินเหมือนกันหมด
สัดส่วนก็แบบสายการบิน ชั้นประหยัดมีที่นั่งมากสุด ชั้นแพงๆ ก็น้อยลงตามไป

เป็นกับลักษณะคนไทยด้วยมั้ย ไม่มีใครอยากอยู่รวมกับใคร..

ความคิดเห็นที่ 42 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๕-

[ข้อมูลนี้เป็นจริงอยู่ในเวลานี้หรือไม่ SW19 ก็ไม่รู้ รู้เลาๆว่า บัตรทองใช้ได้แต่กับโรงพยาบาลของรัฐบาล ]

ครับ น่าจะลำดับขั้นตอนอย่างนี้
- ประชาชนได้สิทธิ์บัตรประกันสุขภาพ (บัตรทอง, บัตร ๓๐ บาท แล้วแต่จะเรียก)
- ประชาชนก็อดทนรอคิวรับการรักษา ผ่าตัด รอห้องว่างเตียงว่าง ที่ รพ.รัฐ
- รพ.เอกชน ลงทุนกันไปเยอะแยะ ใส่รูปแบบโรงแรม เวลาเศรษฐกิจมีปัญหา คนใช้บริการน้อย งบดุลสิ้นปีมีปัญหา
- นักการเมืองฉลาด ๆ ก็คิดแผน win-win เอารพ.เอกชนมาแบ่งเบาภาระการรักษาเฉพาะทางของ รพ.รัฐที่ "คิวยาวข้ามปี"
(แปลได้อีกอย่างว่า "ลูกค้าของตายแล้วเฟ้ย") เช่น การทำลูกโป่งเส้นเลือดหัวใจ (บอลลูน)
- รพ.เอกชนได้อะไร อ๋อ รัฐเหมาจ่ายลงมาเลย ๘๐๐ บาท/หัว ไม่ว่าจะได้รับคนไข้ส่งต่อมาหรือไม่ จ่ายแล้วจ่ายเลย
- ถ้า รพ.เอกชน เขี้ยว ๆ .... มาเลยพี่น้อง แต่ตอนนี้ห้องรวมเต็มไปถึงห้าปีข้างหน้า ผมว่าพี่อย่ารอเลย ห้องพิเศษรวม ห้องพิเศษเดี่ยว
ของเรากำลังมีโปรโมชั่น (อันนี้ไม่รวมในสิทธิ์บัตรทองนะฮ้า พี่ต้องจ่ายเอง นอกจากนี้ สถิติคนทำลูกโป่งหัวใจก็มักมีปัญหาที่ปอดด้วย
ฉะนั้น บริการเอ๊กซเรย์ปอดเราก็มีโปรโมชั่นนะฮ้า แล้วถ้าเอ๊กซเรย์แล้วพบปัญหา พี่ก็ยังได้สิทธิ์โปรโมชั่นการรักษาอีกนะฮ้า ....ฯลฯ ... ฯลฯ)
- และนักการเมืองแสนฉลาดกลุ่มนั้น "ให้ผมมีส่วนในเกม win-win นี่ด้วยซี่ อุตส่าห์ฝ่าฟันให้ ขอหุ้นลมซักหน่อย (นี่ผมเดาเอานะ)
ว๋าย หมดแล้วเหรอ งั้นขอสักล็อต เอาราคาพาร์นะ (นี่ผมก็เดา) ยังไม่มีเหลืออีกเหรอ แม๋ม งั้นพวกกรูรวมกันเป็นกองทุนก็ได้ คุณเปิด
หุ้นเพิ่มทุนละกัน (นี่ผมยิ่งเดาใหญ่)

[มันจะช่วยมั้ยคุณหนอน ถ้ามันใช้ได้กับโรงพยาบาลเอกชน น่าคิดนะว่าค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีไปซิ (ไม่รู้พวกพรรคการเมืองที่ไปซื้อโรงพยาบาลจะว่าไง) ส่วนค่าห้องก็ไปเอากับบริษัทประกัน ]

โดน มั่ก ๆ
เพราะเมื่อวันที่ ๒๖ นั้น ทางรพ.รัฐนี่บอกว่า เตียงสามัญ (ห้องรวม) ไม่ว่างเลย
มีแต่ห้องพิเศษรวม (วันละ ๑,๐๐๐) กับห้องพิเศษเดี่ยว (วันละ ๑,๒๐๐)
แต่บัตรทอง ออกให้แค่วันละ ๓๐๐ ที่เหลือต้องรับผิดชอบเอง)

ถ้าไอ้ "ต้องรับผิดชอบเอง" นี่ มีบริษัทประกันมารับไป โอย ดีหาน้อยไม่
หรือยิ่งมาช่วยรับไปกรณีเป็นรพ.เอกชนที่มาสวมยอด แล้วบอกว่า ตอนนี้เราเหลือแต่ห้อง เดอลุกซ์ อ่า
อู๊ยยยยย โคตรดีเล้ย เชียว

ความคิดเห็นที่ 41 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี

ระบบถ่วงดุลสำคัญ ที่ปรากฏใน First Amendment อันเป็นพื้นฐานรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา หนึ่งประการ คือ Freedom of Press ที่ใช้ Press เป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง

ประเทศที่ประชาธิปไตยทรงตัวอยู่ได้แล้ว จึงเดือดร้อนสาหัสถ้าไม่มี Free Press ที่ไม่ใช่ข่าวฟรี แต่เป็น freedom ของสื่อที่สามารถหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน และประชาชนที่แข็งแรง ก็ย่อมต้องไม่นิ่งนอนใจหากมีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น

หาก Press ไทย ทำหน้าที่ของตนเองได้เต็มที่ ทั้งด้วยความสามารถที่ต้องก้าวให้ทัน และกว้างกว่านี้ (ซึ่งขณะนี้ ไม่ใช่) และการเป็นอิสระจากการคุกคามของนักการเมือง รัฐสภาไทยคงเละแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 40 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๘-
คุณ rattiya

SW19 ไม่กล้าวิจารณ์ประกันสุขภาพแบบที่เหมาะกับประเทศไทย เพราะยังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจอย่างทันต่อเหตุการณ์อยู่มาก

แต่มีมุมมองส่วนตัว ซึ่งอาจจะถูก/ผิด โดยที่ยึดพื้นฐานว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล การศึกษา การขนส่งมวลชน เช่นรถเมล์ รถไฟ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งน้ำสะอาด ไฟฟ้าทั่วถึง ล้วนเป็นบริการสังคมพื้นฐานที่รัฐบาลต้องจัดหาให้ประชาชน การได้มาต้องมีสองส่วนหลัก คือ ภาษี (ซึ่งเป็นงบประมาณในการจัดหา) และ discipline วินัย (ซึ่งเป็นกฎกติกาของประชาชน ในการจ่ายภาษี และการบริโภคบริการเหล่านั้น) หากสองส่วนนี้เขย่งกัน บริการใดๆ ก็ไม่ไปถึงไหน

ถ้ารัฐไม่ทำหน้าที่ของรัฐ ในการจัดหางบประมาณ จัดเก็บภาษีอย่างรัดกุม ถูกต้อง และยุติธรรม ซ้ำร้ายจัดสรรเงินไปใช้ไม่เป็น ไม่เห็นความสำคัญพื้นฐาน ก่อนหลัง อย่างที่รัฐบาลขณะนี้ทำ ก็ยิ่งแย่

มันเป็น catch 22 ที่ไม่มีทางที่จะชนะ เพราะเมื่อรัฐบาลเป็นแบบนี้ ก็ปลูกฝังให้ประชาชนต่อต้าน ต่อต้านธรรมดาก็พอว่า แต่ถ้าต่อต้านโดยแหกกฎกันออกไปเรื่อยๆ ย่อมหลงทางกลับมาจุดศูนย์กลางของความสมดุลไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
BlueHill วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ส่วนตัวแล้วผมมองไม่ค่อยออกนะครับว่าใครได้ ใครเสีย หรือใครควรรับผิดชอบต่อกรณี shutdown แต่คิดว่า ระบบถ่วงดุล(ไม่ว่าด้วยเงื่อนไขใดก็ตาม)อย่่างนี้ ควรมีในกระบวนการรัฐสภาของประเทศไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
rattiya วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 13.28 น.

เข้ามาอ่านต่อ (ตอนบ่ายวันนี้ต้องเข้าประชุมทีมอีก)
คุณ SW 19 คิดว่าระบบประกันสุขภาพเเบบไหนที่เหมาะสมกับประเทศไทยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 05.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๓-

คุณหนอนอ่านไม่เข้าใจน่ะถูกต้องละ ข้อมูลมีแยะ แล้วแต่จะพูดกันไป
เหมือน Mail Online เพ้อเจ้อ เล่นลามไปถึงพ่อผู้นำ Labour ถูกด่าขรมจากทุกพรรค
(Mail, Daily Mail เป็นขวาจัด พวก Conservatives ไร้เหตุผลอยู่บ่อยๆ คนไทยชอบเอาข่าวจากที่นี่ไป post นี่ Daily Mail ยังไม่เลิกเล่นเรื่องเปิดแผนสังหาร Diana เลย)

ความคิดเห็นที่ 36 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 05.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๑-

ที่จริงคนไทยอิงกับวัฒนธรรมอเมริกันหลายอย่าง ดูหนังก็ฮอลลิวู้ด มีอะไรที่เข้าใจกันง่ายกว่า มากกว่าจะมาสนใจทวีปยุโรป พื้นที่นิดเดียวเป็นติ่งหลุดมาจากเอเชีย ดันมีประเทศปาเข้าไปถึง ๕๐ มีรากภาษาตั้งเท่าไหร่ - - เข้าใจยากเกินไป คนอเมริกันกับคนไทยเข้าใจกัน เหมือนกัน หลายอย่าง บางทีจนมากพอกับที่ไม่ค่อยเข้าใจคนยูโรเปี้ยนพอๆ กัน

คนอเมริกันไม่ได้ฉลาดตามมาตรฐานเท่าเทียมกันทุกคน การศึกษาไม่ได้เสมอภาค คนที่อยู่ในรัฐลึกๆ ที่ไม่รู้อะไร ไม่เคยออกจากรัฐตัวเองมีมาก ความรู้รอบตัวต่ำ เปรียบได้กับรากหญ้าทั่วไป เชื่ออะไรก็เชื่อหัวชนฝา และเห็น อเมริกาเป็น centre of the universe

ช่วง ๒-๓ วันแรกของ Obamacare ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ที่ทุกคนต้อง register ตัวเอง online ทำประกันที่เรียกว่า exchanges คนไม่อยากได้ ก็ก่นด่าว่าระบบล่ม เราก็ไม่รู้มาก รู้แค่ว่าคนมีมากกว่า ๓๑๘ ล้าน (ต้องทำทุกคนหรือเปล่า ทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ทำกับพ่อกับแม่กี่มากน้อย – ไม่รู้ รู้แค่ ๒๖ แล้วอยู่ใต้ปีกพ่อแม่ไม่ได้) มันก็สมควรล่ม อเมริกันก็ว่ากันเองว่าเวลา apple พวก i ต่างๆ ออกใหม่มันก็ล่มเหมือนกันล่ะ คนที่ตั้งใจจะว่าก็หาว่า ก็ซื้อประกันมันไม่น่าสนแบบซื้อ i พวกนั้น – นอกเรื่องมาตั้งนาน คือจะเล่าว่าเขาให้เวลาทำ ๓ เดือน แค่ ๓ วันแรกระบบขัดข้องก็ไม่เอาแล้ว ดีไม่ดีไม่ได้สนใจหรอก

ประเด็นที่พูดมาตั้งนาน คือ ‘ความรู้’ อันชัดเจนที่คุณหนอนถามหา อันที่จริงมันก็มีนะ แต่คนที่ไม่สนใจมันก็ไม่เอา (รวมคนไทยด้วยแหละ) เหมือนกับวิธีการดูแลเป็น socialist state มี public welfare ทำกันเป็นส่วนใหญ่ทั้งทวีปยุโรป มีตัวอย่างที่ดี ที่ประชาชนอุ่นใจ คนอเมริกันที่ตั้งใจต่อต้าน - - ไม่นับรากหญ้านะ ถือว่าเขาเข้าไม่ถึงข้อมูล – เอาไอ้ที่มีการศึกษาพวกนักการเมือง เอาที่ไหน ตะบี้ตะบันค้าน ด้วยเหตุผลเดียวว่าเป็น Socialist system

ตอนก่อนเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว ที่จะเลือกประธานาธิบดีกัน เผอิญเข้าไปเมืองไทย ดูข่าวรวมๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคนไทยเชียร์ GOP มาก คนที่ The Nation เขาอธิบายว่า คนไทยคิดว่าหาก GOP ขึ้น จะเป็นประโยชน์กับเมืองไทยมากกว่า เราได้แต่ออกอุทาน ตาย๕ นึกถึงตอนนั้นเมีย Mitt Romney นั่งเครื่องบินไปลงในประเทศแล้วเกิดไฟลุกในเครื่อง Romney บอกว่า ทำไมผู้ผลิตเครื่องบินไม่ทำให้หน้าต่างเครื่องบินเปิดได้ หากไฟไหม้จะได้เปิดหนีได้ – เนี่ยนะคนจะเป็น Presidential candidate
จบข่าว..

ความคิดเห็นที่ 35 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๐-
คุณหนอนมีประกันชีวิต มีประกันสุขภาพ ที่ต้องส่งเบี้ยประกัน ที่เรียกเงินค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ไม่ใช้ (ในที่นี้เอาเป็นกรณี ที่เป็นความเจ็บป่วยที่เสี่ยงไม่ได้) เพราะวางใจบุคลากรของ (โรงพยาบาล) รัฐบาลมากกว่า
นั่นคือกรณีไทย ยังพอมีเงินส่งประกัน มีทางออก มีหมอให้หา ส่วนหมอจะมีความชำนาญระดับไหนอีกเรื่อง

กรณีอเมริกา ถ้าเป็นกรณีความเจ็บป่วยประเภทเดียวกัน คนอเมริกันต้องมี health insurance ไม่งั้นค่ารักษาพยาบาลแพงระยำตำบอน ไม่เช่นนั้น ถ้าไม่มีเงิน ต้องเข้าหาบริการมวลชน Medicaid ซึ่งจนอย่างเดียวไม่ทำให้รับบริการได้ ต้องเป็นประชาชน ต้องเป็นคนอยู่อาศัยถาวร ฯลฯ คือจนอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะได้รับการช่วยเหลือ และใช่ว่าจะมีทางเลือกเข้าถึงหมอที่ไหนฟรีๆ แบบนิยายทาง forwarded mails นี่คือปัญหาที่ Obamacare พยายามให้คนมีประกันสุขภาพ ถ้าประกันเป็นกุญแจทองเข้าสู่การรักษา
ที่ UK คนทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษาพยาบาล และการผ่าตัด -- free of charge จะเคยทำงานหรือไม่เคยทำงานก็ได้หมด (นั่นเป็นปัญหาของชาตินี้ ที่จะเอามาเล่าในตอนต่อไป) หมอเก่งมากๆ มีแยะ มีสำนักแพทย์อยู่บนถนนสายสั้นๆ ในลอนดอนชื่อ Harley Street เป็นที่ขึ้นชื่อทั่วโลกว่าหมอดี หมอเก่งหาได้ที่ ฮาร์ลี่สตรีท แต่หมอพวกนี้ก็ทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลเป็นส่วนมากด้วย เรียกว่าชาวบ้านเข้าถึงได้ บางกรณี บางโรคเฉพาะทางจะคิวยาวหน่อย ก็ยังเข้าได้ ก็ไม่มีใครคิดทำประกันสุขภาพกันมากมาย คือคนทั่วไปมีประกันสุขภาพน้อย ถึงน้อยมาก- - มันไม่จำเป็น จนมาไอ้รัฐบาล David Cameron นี่ล่ะ ที่คิด privatise หน่วยงานรัฐบาล ตัดงบโรงพยาบาล พยายามผลักแล้วดันถึงขั้นถีบไปทางที่อเมริกาเป็น
กลับมาที่ประเทศไทย ทำไมถึงมีสองอย่าง เพราะเอกชนมาก่อนในแง่การนำเสนอบริการที่สะดวกและไม่มีคิวจุกเป็นคอขวด และบริษัทเอกชนทำมาก่อนในการให้สวัสดิการแก่พนักงานเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ จำได้ว่าบริษัทใหญ่ๆ สมัยก่อน มีสมุดคู่มือพนักงานใหม่ให้หาหมอได้ที่โรงพยาบาลไหนบ้าง เช่น จุฬา เลิดสิน บำรุงราษฎร์ จนมารุ่น BNH แล้วคุณหนอนว่าพนักงานมันจะเสียเวลาไปคอยคิวที่โรงพยาบาลไหนล่ะ ถ้าไม่ต้องเสียเงินเอง มันก็เข้ายุคว่าจะเอาเร็ว สะดวก ก็ต้องโรงพยาบาลเอกชน จะเอาโรงพยาบาลเอกชนให้ประหยัดหน่อยก็ต้องทำประกัน ในเวลานั้นไม่มีใครเถียงว่า โรงพยาบาลจุฬา มหิดล ศิริราช ไม่ดี หรือด้อยกว่าเอกชน ทุกคนรู้ว่าทั้งแพทย์และเครื่องมือทันสมัยสุดๆ แต่ถามว่า การจะเข้าโรงพยาบาลเหล่านั้น หาห้องยากแค่ไหน จนเคยมีคนเอ่ยว่า ถ้ามีเงินแล้วอยากทำบุญให้ไปบริจาคสร้างห้องที่โรงพยาบาล ใครเป็นอะไร ก็ยังมีโอกาสหาห้องพักได้

ข้อมูลนี้เป็นจริงอยู่ในเวลานี้หรือไม่ SW19 ก็ไม่รู้ รู้เลาๆว่า บัตรทองใช้ได้แต่กับโรงพยาบาลของรัฐบาล

มันจะช่วยมั้ยคุณหนอน ถ้ามันใช้ได้กับโรงพยาบาลเอกชน น่าคิดนะว่าค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีไปซิ (ไม่รู้พวกพรรคการเมืองที่ไปซื้อโรงพยาบาลจะว่าไง) ส่วนค่าห้องก็ไปเอากับบริษัทประกัน

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 01.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ smile-andaman

เมื่ออยู่บนเก้าอี้ที่มีโอกาสกระทำทั้งความดีและความชั่ว อำนาจด้านสว่างและมืดมีบทบาทเสมอมา สมัยก่อนตัวควบคุมเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ คือศีลธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ คำสวยๆ ที่ขว้างทิ้งกันเมื่อก้าวมาเป็นนักการเมือง สมัยนี้จึงต้องอาศัยบทลงโทษและความแข็งแรงของภาคประชาชนอย่างจริงจังและเด็ดขาด ว่าจะปราบความโลภได้บ้าง

ขอบพระคุณที่ทิ้งข้อความไว้ SW19 ตามดูภาพสีน้ำของคุณเงียบๆ รวมทั้งแอบเก็บข้อคิดสำหรับคนเขียนบล็อกมาเรียนรู้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ thesuphan

ขอบพระคุณสำหรับความเห็น
แหม คุณ thesuphan ได้ Senator เป็น Democrats เหนียวแน่นมาตั้งแต่ 90s แล้วนี่นา

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 01.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยั้งคิด

ใช่เลยคุณยั้งคิด ดูแล้วเหมือนเป็นการปกครองแบบป่าเถื่อน เพราะผู้แทนควรจะรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เอาความไว้วางใจที่ประชาชนเลือกเข้ามาใช้สร้างประโยชน์แก่ตัวเอง กรณีนี้ แม้จะไม่ได้ทุจริตหาประโยชน์อย่างชัดๆ แต่การทำให้ประชาชนเดือดร้อนก็เลวไม่ต่างกับการทรยศบ้านเมืองในรูปแบบอื่น

ความคิดเห็นที่ 31 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 01.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ rattiya

๒๖-๒๗
ของเรารัฐบาลพยายามเคลื่อนขยับการรักษาพยาบาลออกจากอ้อมอก ตัดงบประมาณจนบาง ward ต้องปิด เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่พอ คน frontline อย่างเจ้าหน้าที่ทั่วไป เข็นเตียง ฯลฯ ไปก่อน และพยายามโน้มน้าวให้เอาระบบซื้อประกันมาใช้ เราถึงประท้วงกันไม่เลิก เพราะนี่คือเรื่องสุขภาพ พื้นฐานที่ขาดไม่ได้ของคนทุกคน ไม่ว่าจะจนหรือรวย
รายละเอียดปลีกย่อยของ Obamacare ยังมีให้สงสัยอีกมาก ในแง่ของผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่พรรคการเมืองต้องคำนึงถึง เพราะเงินที่สนับสนุนพรรคก็มาจากธุรกิจนั่นแหละ ภาคธุรกิจที่สามารถบอกชัดว่าสนับสนุนพรรคใด ต่างจากเมืองไทย ที่จับไม่ได้ก็ไม่ยอมรับกันตรงๆ ว่าใครหวังประโยชน์จากใครบ้าง

ขอโทษที่เข้ามาคุยกับคุณ rattiya ช้า เพราะติดนัดข้างนอก รีบออกเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
smile-andaman วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smile-andaman
      เพียงมีมุมมองชีวิตที่งดงาม   ทุกทุกสิ่งรอบข้างคือ ร อ ย ยิ้ ม     

ชอบบทความนี้ครับ
ประเทศต้นแบบของประชาธิปไตยโลก
นักการเมืองยังแก่งแย่งอำนาจ
ใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน
ไม่ต่างอะไรกับประเทศด้อยประชาธิปไตยแถวๆนี้เลย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
TheSuphan วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 21.00 น.
http://www.facebook.com/thesuphan

ชอบคุณบทความครับ
ชอบใจการแสดงจุดยืนของพรรคมใหญ่เหล่านี้ คือเขาบอกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างฝ่ายคนจนหรือคนรวย ดังนั้นพรรครีพับลิกันจึงแพ้มาตลอดในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ผมมาอาศัยอยู่

ความคิดเห็นที่ 28 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เขาก็เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาต่อรองกัน เหมือนบ้านเรานะครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
rattiya วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 18.30 น.

ขอโทษค่ะเขียนตกหล่นหรือเกินเลย พออ่านเข้าใจนะค่ะ รีบเขียน มีนัดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
rattiya วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 18.26 น.

เห็นด้วยอย่างกับข้อความนี้ค่ะ
"ในความเห็นของเรา lazy people ที่คอยหาประโยชน์ มีจริง มีมากด้วย แต่เราไม่สามารถให้การมีอยู่ของคนพวกนี้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลไม่ใส่ใจคนที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นในสังคมที่ก็มีอยู่จริงและลำบากจริง และไม่ให้ความช่วยเหลือ
ที่นี่พอรัฐบาลนี้จะตัด social benefits เพราะอ้างว่ามีคนขี้โกงมาขอเงินช่วยเหลือโดยไม่เดือดร้อนจริง ประชาชนก็คัดค้านถามว่า ถ้ามีคนขี้โกง ก็สร้างระบบหรือกำหนดการตรวจสอบให้รัดกุมซิ ไม่ใช่ยกเลิกความช่วยเหลือ จนคนเดือดร้อนจริงลำบากหนักเข้าไปอีก"

หวังว่าคนอมเมิกัน จะมองเห็นจุดนี้

ที่เยอรมนี บริษัทประกันฯ เพิ่มขบวนการการตรวจสอบมากกว่าเดิม....เเละพบจุดบพพร่องหลายจุดที่เป็นช่องโหว่ให้คนหากินกับเงินค่ารักษาพยาบาล

ความคิดเห็นที่ 25 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ rattiya
ก่อนอื่น คำว่า lazy people เราได้มาจากบทความที่อ้างถึงหนังสือซึ่งสัมภาษณ์ Reagan และ Reagan และทีมใช้คำนี้เอง

ในความเห็นของเรา lazy people ที่คอยหาประโยชน์ มีจริง มีมากด้วย แต่เราไม่สามารถให้การมีอยู่ของคนพวกนี้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างที่รัฐบาลไม่ใส่ใจคนที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นในสังคมที่ก็มีอยู่จริงและลำบากจริง และไม่ให้ความช่วยเหลือ
ที่นี่พอรัฐบาลนี้จะตัด social benefits เพราะอ้างว่ามีคนขี้โกงมาขอเงินช่วยเหลือโดยไม่เดือดร้อนจริง ประชาชนก็คัดค้านถามว่า ถ้ามีคนขี้โกง ก็สร้างระบบหรือกำหนดการตรวจสอบให้รัดกุมซิ ไม่ใช่ยกเลิกความช่วยเหลือ จนคนเดือดร้อนจริงลำบากหนักเข้าไปอีก
เคยคุยกับคุณแม่มดแห่ง Idstein เรื่องการรักษาพยาบาล เราเองก็ไม่เข้าใจระบบที่บ้านคุณ rattiya ถ่องแท้ แต่ของบ้านเราที่นี่ ไม่ต้องทำประกันเลย ไม่ต้องติดต่อบริษัท หรือมีเอกสารอะไร การผ่าตัดใหญ่ก็เดินเข้าไป (ตามใบนัดแพทย์) เสร็จแล้วก็ตัวปลิวออกมา ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่กล้าคิดว่าเป็นเมืองไทยจะเป็นอย่างไร

อ่านข่าวปฏิกิริยาคนอเมริกันจากข่าว และความเห็นในข่าว ส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ Republicans ถอยหลังไปอีกหลายก้าว
อเมริกัน มีอะไรที่ต้อง politically correct มากจนเป็นปัญหาเองในชาติ ขนาดคนผิวดำ ผิวสี ก็เรียกตรงไม่ได้ ต้องเป็น African-American การพูดใช้คำว่า black กลายเป็นไปก้าวร้าวละเมิดคนอื่น (offensive) วันก่อนช่างทำบ้านสองคนช่วยกันจับกระจกฝ้าใส่ห้องน้ำ ถามกันเองว่ามองเห็นทะลุไหม คนหนึ่งตอบว่า ไม่เห็น because you are black แล้วก็หัวเราะกิ๊กกั๊ก พี่คนที่ black จริงๆ ยิ่งหัวเราะร่วนกับมุขนายขาวจืดไม่หยุดเลย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๑๐- -๑๑- -๑๓-

ขอติดไว้แป๊ป มันเขียนช้าน่ะ
คือท่าทางจะได้มีเรื่องคุยกันแยะ
คุณหนอนอย่าหักโหมแล้วเครียดเกินไปละกัน

ความคิดเห็นที่ 23 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม

ที่จริง ยังมีจุดสำคัญกว่านี้ในวันที่ ๑๗ ที่จะต้องยกระดับหนี้ แต่คนเขียนหมดแรง เกรงว่าจะยาวเกินไป ขอพักไปทานราเม็งบ้านคุณอุ๋มก่อน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเต็งพ้ง
ถูกต้องแล้วท่าน
คิดถึงเสมอ เสร็จงาน ‘ช้าง’ แล้ว ตุลาจะมาไหมนี่??

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยามครับ
ด้วยความยินดียิ่ง - - ถือว่าแบ่งข้อมูลกันจากคนละฝั่ง

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี

ขออนุญาตยืดยาวไปทางอื่นด้วย(เผื่อเป็นประโยชน์ใช้สอนภาษาหมีน้อย )

SW19 ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องคนตกงาน เพราะตามข่าวใช้คำว่า furlough (เฟอ-โล)
เมื่อมีการ shutdown ลูกจ้างรัฐบาลกลางจำนวนแปดแสน ถูกสั่งให้ furlough ซึ่งแปลเฉยๆว่า leave, vacation ก็จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าดูตามความหมายคือ การ leave without pay ก็จะเข้าใจว่าวันที่หยุดไปจะไม่ได้เงิน แต่ไม่แปลว่าตกงาน
ทีนี้เราก็ไม่รู้ลักษณะการว่าจ้าง เพราะอย่างที่นี่ ไม่ใช่ทุกคนเป็นพนักงานประจำเสมอไป อาจจะเป็นลูกจ้างชั่วคราว พอสั่งให้ furlough ก็คือไม่ต้องมาทำงาน ให้กลับอีกทีเมื่อเรียก คนแบบที่เป็นลูกจ้างถาวร ตามประวัติศาสตร์ shutdown ครั้งก่อนๆ จะโชคร้ายนิดหน่อยที่จะได้เงินเดือนช้า เพราะถ้าตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็จ่ายเงินย้อนหลัง อย่างที่ congress อนุมัติไปแล้ว และเรียกคนกลับมาทำงานแล้วสี่แสน
แต่ไม่ซวยอย่างลูกจ้างชั่วคราว เพราะถ้าโดน furlough ให้พักงาน ก็แปลว่าไม่ได้เงิน เพราะตอนนั้นไม่ได้ทำงาน แต่จบเรื่องแล้ว คงได้กลับมาทำงานตามเดิม ส่วนที่ซวยคือขาดรายได้ตอนที่ต้องหยุด ซึ่งก็น่าเห็นใจอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
rattiya วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.07 น.

"เป็นอย่างนี้ได้หรือไม่ ...... " ขอเเก้เป็น..ทำอย่างนี้ได้หรือ...ประชาชนอมเริกันต้องออกโรงเอง..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๕-

เราเคยเขียนเรื่องอำมาตย์ ระบบอุปถัมภ์เอาไว้ เมื่อต้นปีที่แล้ว คือเรื่องนี้ ขุดรากไพร่ ชี้ตัวอำมาตย์ The Good, The Bad & The Ugly: The Democratically Uninitiated and Uneducated
http://www.oknation.net/blog/Montparnasse/2012/01/31/entry-1
ดูเหมือนคุณหนอนก็คงจะยังไม่ได้เห็น ไม่งั้นคงได้คุยกันยาวเสียเป็นปีแล้ว
คุณหนอนเบอร์อื่น เดี๋ยวจะทยอยมานั่งถกด้วย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9

จริงอยู่ว่า นักการเมือง คือ ตัวปัญหาในทุกประเทศ
สิ่งที่จะคะคานกันได้ก็ยังมี คือ
ระบบที่แข็งแรง – ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด
ภาคประชาชนที่แข็งแรง – เจ็บและจำ ไม่ยอมถูกเอาเปรียบ
สื่อที่แข็งแรง – ขุดคุ้ย นำเสนอความจริง - ไม่ต้องกัดจิกก็จะมีคนช่วยรุมเอง

ความคิดเห็นที่ 16 TheSuphan , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 17.02 น.

เท่าที่อ่าน Obamacare คล้ายระบบประกันสุขภาพที่เยอรมนี (ต้องขอออกตัวว่ารู้เรื่องประกันสุขภาพของเยอรมมีไม่ 100% ) หัวหน้าหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ที่ทำงานอยู่ (ของ Caritas ) เป็นผู้ที่ไปให้คำเเนะนำกับผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยว่าประกันฯจะจ่ายค่าใชจ่ายอะไรบาง ฯลฯ
จากข้อความ
"จาก Richard Nixon ข้ามมาสู่ Ronald Reagan ประธานาธิบดีสาย GOP การส่งต่อความคิดของชนชั้นที่แบ่งแยกแตกต่างไม่เคยจาง Reagan ยังล้ำลึกในการเทียบเคียงให้ welfare สัมพันธ์กับ lazy people คนเกียจคร้านที่นอนรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล และสุดท้ายโยง lazy people เข้ากับ African-American"

"lazy people" บางส่วนเป็นจริงค่ะดิฉันมีประสบการณ์มาด้วยตนเอง(จากเพื่อนร่วมงาน) บางคนป่วยเเค่เล็กน้อยก็ไปหาหมอลาป่วย ไม่ไปทำงาน เเถมมาเเนะนำเราด้วยให้ทำตาม บอกเราว่าบริษัทไม่เสียเปล่า ประกันฯจ่าย
เรื่องประกันสุขภาพเป็นเรื่องดีต่อประชาชน ดิฉันเคยป่วยหนักต้องเข้าผ่าตัด 2 ครั้ง ถ้าไม่ได้ประกันฯจ่าย ดิฉันเเย่เเน่
ดูข่าวเรื่อง shutdown ที่อเมริกา สามีชาวเยรอมันออกความเห็นว่า คนอเมริกาต้องตัดสินใจเองว่าจะปล่อยให้ Republicans เป็นอย่างนี้ได้หรือไม่ ......

ความคิดเห็นที่ 15 ยามครับ , TheSuphan และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณทุนดี

ที่จริงอเมริกาไม่ต่างจากไทยมากนัก โดยเฉพาะคนอเมริกันในส่วนที่ไม่ค่อยรับรู้เรื่องของโลก (ไม่มี exposure กับอะไรทั้งนั้น) ขณะที่ติดตามข่าวนี้ อ่านพบความเห็นของคนอเมริกันจากแต่ละท้ายข่าวจะเห็นลักษณะปิดหูปิดตาเชื่อ เหมือนที่ GOP บอกว่า climate change ไม่มีจริง G.W.Bush (Republican) ก็ไม่ยอมเซ็น Kyoto Treaty อันเกี่ยวกับภาวะนี้ เพราะไม่เชื่อ คิดว่า Al Gore (Democrat) บ้า คิดไปแอง ฯลฯ
ที่อ่านเจอแล้วสะท้อนใจ คือ ความเห็นหนึ่งที่บอกว่า Senator ของตน ก็ผูกขาด ขนาดว่าวาระละ 6 ปี เดี๋ยวเลือกใหม่ก็ได้อีก

เราก็เศร้าใจว่าคนแบบนี้มีทุกที่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณพรายพิลาศ

หลายประเด็นได้ขยายปูมหลังไว้ในความเห็นที่ ๑๒ บ้างแล้ว
เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะด้อยความรู้อย่างที่คุณพรายพิลาศถ่อมตัว แต่เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากสภาพแวดล้อมในประเทศมากกว่า
นักการเมืองย่อมรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชน แต่นักการเมืองที่ขาดศีลธรรม จริยธรรม มักจัดลำดับความต้องการของประชาชนเพื่อมาจัดการตามลำดับความสำคัญของผลประโยชน์ที่ตัวเองต้องการมากกว่า ยิ่งอยู่สูง ตำแหน่งสูง โอกาสเห็นผลประโยชน์และจัดการให้ผลประโยชน์เข้าทางตนเองยิ่งสูง
การทำตัวเป็นตำรวจโลกของสหรัฐอเมริกา ในการจัดการเรื่องประเทศอื่น เมืองอื่น ที่ปากก็ว่าเพื่อความปลอดภัยของ civilians ขณะที่มือคว้าถังตักน้ำมันเป็นบาร์เรล ก็มีให้เห็นมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

http://www.care2.com/causes/8-stupid-things-the-gop-said-about-the-government-shutdown.html

ผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เอามาแปะไว้ก่อน
สงสัยจะเป็นประเภท เกร็ด หรือควันหลงอะไรทำนองนั้น

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya , TheSuphan และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

ที่เล่ามาก็มุมมองตะวันตกทั้งหมดนะท่าน
เราก็มองกันอย่างนี้ว่า GOP ไม่รู้จักวิธีนี้ กลัว และรังเกียจเพราะอะไร หลายมุมมองจากนักวิชาการและนักวิเคราะห์ก็บอกว่าเป็นก้าวที่พลาดของ GOP ระบบจะพังไหม -- ไม่หรอก ฯลฯ
แต่เราไม่ต้องการวิจารณ์ชี้นำ อยากให้มองให้แง่ lesson learned ว่ามีอะไรให้เรียนรู้มากกว่า

กรณี Shutdown น่าจะมีเรื่องให้ศึกษาสองแง่ คือ วิธีการเคลื่อนไหวของนักการเมือง และเรื่อง Health care ขออนุญาตดัดจริตใช้คำอังกฤษ เพราะมันครอบคลุม ทั้งสาธารณสุข Public Health และ Health Insurance การประกันสุขภาพ ที่แต่ละประเทศมีวิธีมองและการดูแลต่างกัน แต่ Health care ของแต่ละประเทศมีความเหมือนกันตรงที่ เป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่ประชาชนต้องการ ทำให้กลายมาเป็นปัญหาการเมืองที่คว่ำรัฐบาลได้

สังคมไทยอาจเข้าใจตรงนี้ยาก เพราะสภาพแวดล้อมแตกต่าง พื้นฐานการรักษาพยาบาลของไทยแบบดั้งเดิม คือ ป่วยไข้ไปหาหมอ – มีสตังค์พอ ต้องการสะดวก เจ็บป่วยไม่ซับซ้อน ไปที่คลินิก – หากหนักหนา อาการเกินปกติ ก็ไปโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาล – กำลังการรักษาของโรงพยาบาลรัฐบาลไม่เพียงพอกับจำนวนคนไข้ ก็มาถึงยุคโรงพยาบาลเอกชน
หยุดไว้ที่ตรงนี้ก่อน..

ประเทศในยุโรป ส่วนใหญ่ใช้ระบบเศรษฐกิจผสม Socialism และ Capitalism ไปพร้อมกัน คือ ภาคธุรกิจจะใช้วิธีหาเงิน สร้างความเจริญ สร้างธุรกิจด้วย Capitalism แต่ภาครัฐ ใช้วิธี Socialism เพราะความเสมอภาคทางรายได้เกิดขึ้นไม่ได้ในวิธีการของ Capitalism แต่เมื่อความเสมอภาคในแง่ Basic quality of life เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นความต้องการของประชาชนทุกคน จึงจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นโดยการบงการของรัฐบาล นั่นคือ การดูแลแบบ Socialist state

ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ รวมทั้ง UK จึงใช้วิธี Socialist state คือ ดูแลความเป็นอยู่ การขนส่งมวลชน ต้องดี ในฐานะที่เก็บภาษีจากประชาชนไปแล้ว ที่สำคัญที่สุด การรักษาพยาบาลต้องฟรี คำว่าฟรีคือไม่ต้องมีการทำประกัน Health Insurance ไม่เสียเบี้ยประกัน ไม่เสีย 30 บาท ไม่ต้องมีบัตรสีต่างๆ เพราะเราทุกคนทำงานเสียภาษี

สำหรับที่ UK เมื่อเราทุกคนทำงาน มีการเสียภาษี มีการหัก National Insurance(NI) คือเงินที่ส่งสมทบรัฐเป็นกองกลาง เป็นทุนดูแลรักษาพยาบาล --แต่จะบอกว่า ก็นี่ไง หักค่ารักษาพยาบาล ก็ไม่ใช่อีก-- เพราะเงินกองทุนนี้มันช่วยอย่างอื่นด้วย เช่น ตกงานก็มีเงินสำรองช่วย ไม่มีบ้านพัก มีสิทธิ์ขอความช่วยเหลือ (ซึ่งไม่ใช่ให้เท่ากันทุกกรณี ต้องดูจากว่าเคยทำงานมามากพอ เคยส่ง NI มามากพอที่จะได้รับความช่วยเหลือขั้นไหน – ไม่ใช่ไม่ช่วย) แต่สำหรับเรื่องรักษาพยาบาล จะส่ง NI มาแค่ไหน ยังไงก็รักษาพยาบาลฟรีทุกเรื่อง ทุกโรค (ซึ่งดูเหมือนจะแตกต่างจากเยอรมนี ตามที่เคยคุยกับคุณแม่มด ซึ่งยังต้องมีการซื้อ Insurance)

ที่ UK ไม่มีคลินิกแบบไทย (ที่หมอจากโรงพยาบาลรัฐออกมาทำตอนเย็นหลังงานที่โรงพยาบาล หรือแปรรูปมาเป็นออกตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในสมัยนี้) แต่เป็นคลินิกพิเศษ มีโรงพยาบาลเอกชนแต่ไม่ใช่แบบไทย และไม่เป็นที่แพร่หลาย

ส่วนสหรัฐอเมริกา ดำเนินวิธีแบบ Capitalism ล้วนๆ ไม่มีการดูแลประชาชนในลักษณะ welfare state ก่อนหน้านี้คนอเมริกัน ต้องมี Health Insurance เหมือนกับที่มี car insurance การทำ Health Insurance จะขนาดใหญ่มากน้อย ก็ตามแต่ต้องการจะครอบคลุมโรคใดบ้าง และไม่ต่างจากประกันชีวิตที่เห็นว่าถ้ามีโรคบางอย่างมาก่อนแล้วจะไม่รับประกัน

ดังนั้น คนรายได้น้อย ที่ไม่ได้ประกันจากนายจ้าง หรือเด็กจบใหม่ๆ ยังไม่มีรายได้แน่นอน ใครที่ไหนจะมีทางจ่ายค่า Health Insurance – ไม่มีทาง เพราะ Health Insurance ของอเมริกาแพงที่สุดในโลก

นี่คือจุดกำเนิดของ Obamacare

โลกตะวันตกฝั่งยุโรป จึงมองว่า ก็ดีนี่ ... ทำไมไม่ทำ ... จะค้านกันไปทำไม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมกำลังตั้งคำถามว่า ภาวะชะงักงันของระบบจนก่อความเดือดร้อน เช่นการจ่ายเงินเดือนให้
จนท.รัฐ ต้องระงับชั่วคราว (มีผลให้แผนการดำรงชีวิตรวนไปไม่น้อย) .... จากนี้จะเกิดการ
"เลี่ยงความผิด, ใส่ไคล้ฝ่ายตรงข้าม อาศัยการสร้างวาทกรรมทางการเมืองหรือไม่ จากหลักการ
โฆษณาชวนเชื่อว่า ความจริง นั้นมีที่มาสองทางคือมาจากข้อเท็จจริง กับมาจากการชักจูงให้เชื่อ
ก็พอดีอ่านมาถึงหัวข้อ "ระบบล่มสลาย...หรือยังมีหวังกับก้าวต่อไป?" ... ช่วงที่ว่า.....
"ขณะที่การระดมให้ข้อมูลที่สร้างความสับสนต่อ Obamacare เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสำรวจ
ความคิดเห็นของประชาชนแตกเสียงจนสับสน ขึ้นอยู่กับว่าสำรวจที่รัฐใด ที่ใครเป็นเสียงข้างมาก"
และ ........
"ความขลุกขลักช่วงเริ่มต้นมีมากมายสำหรับประเทศที่มีประชากร 318 ล้านคน เข้าทางที่ GOP
คาดการณ์ไว้ แต่ผลการศึกษาความเป็นไปได้หลายฉบับ เชื่อว่าหากระบบเริ่มดำเนินไปจนเข้าที่
คนที่เสียค่าประกันถูกลงจะมีมากขึ้นและมากกว่าคนที่เสียแพงขึ้น และคนที่ไม่เคยมีประกันสุขภาพ
ก็จะได้มี
เมื่อนั้น ผลประโยชน์ระยะยาวย่อมตกอยู่ที่ประชาชน
หากผลลัพธ์เป็นไปในทางที่ดี ถึงเวลานั้น ประชาชนจะบอกได้เองว่าพรรคการเมืองใดออกแรงสู้
เพื่อตนเองหรือผลประโยชน์ของประชาชนและชาติ"

........................ ผมอยากหวังว่า "ความรู้" อันชัดเจนนี้จะเกิดขึ้นบนดินแดนหนึ่งทางเอเซียอาคเนย์
ที่เกิดสภาวะทางการเมืองสองขั้วห้ำหั่นกันจนไม่คำนึงถึงจริยธรรมพื้นฐานของความเป็นคน ละม้ายกัน
อย่างยิ่ง ด้วยเช่นกัน
ประชาชนรากหญ้าจะได้รู้ว่าพรรคใดสู้เพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือพรรคใดแอบอ้างความต่ำต้อย
ของประชาชนแล้วตนเองก็กลับเหยียบบ่าเหยียบหัวขึ้นไปเชิดหน้าชูคอหนักเสียยิ่งกว่า
หรือว่าที่แท้แล้วทั้งสองพรรคหลัก และทุกพรรคล้วนไม่แตกต่างกัน .. เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และเฉลยเอง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ค่อย ๆ ทยอยเขียนความเห็นลงมานะ อาจดูขยักขย่อน เพราะกำลังใช้เครื่องที่บ้านคนอื่นน่ะครับ
แต่ความจริงในการสนทนาเป็นวงก็ไม่มีใครพูดยาวพรืดยาวราวปาฐกถานิครับ ผลัดกันพืด เอ๊ย พูด
(เคยเห็นก็แต่เพื่อนฝรั่งเศสสองคนเขาคุยกัน เมื่อคนหนึ่งพูด อีกคนจะฟังไป พยักหน้าไป
ยิ้มไปเป็นช่วง ๆ จนกว่าจะพูดจบ บางทีถึง ๕ นาที ๗ นาที นับถือเลยว่ะ ในเรื่องการเป็นผู้ฟัง
... ผมยืนยิ้มอย่างเดียว ฟังฝรั่งเศสไม่ออกน่ะ)
...................................

ผมมีกรมธรรม์ประกันชีวิต ๐.๑ ล้าน ควบประกันสุขภาพอีกราว ๐.๐๒๕ ล้าน
ขณะที่นโยบายประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขยายขอบเขตของประเภทการให้บริการ
จนปัจจุบันครอบคลุมถึงการใส่ลูกโปล่ง (balloon) และขดลวด (stent) เพื่อถ่างขยายเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ
ผมมีคำถามเล็ก ๆ ว่ากรณีของผมที่ถือบัตรประกันสุขภาพ (บัตรทอง) แล้วยังมีกรมธรรม์ครอบคลุมการรักษาพยาบาล ๕๐ โรคอยู่ด้วย
เมื่อผมใต้องรับการรักษาด้วยการใส่ลูกโป่งกับขดลวดในเส้นเลือดหัวใจ ผมเลือกใช้บัตรทองเพราะวางใจบุคลากรของรัฐ
เพราะไม่มีปรัชญาการประกอบการแบบธุรกิจเอกชน แต่ยังคงตั้งอยู่บนจรรยา ปรัชญาการช่วยให้คนมีชีวิตรอดจนถึงที่สุด
(สำหรับการแพทย์แบบธุรกิจเอกชนแล้ว คำว่า "จนถึงที่สุด" อาจอยู่ใกล้มากกว่า "ถึงที่สุด" ของรพ.รัฐ)
เท่ากับว่าภาระค่าใช้จ่ายในการนี้ไปตกอยู่กับรัฐที่มีการลงทุน แต่ไม่แสวงกำไร
ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตเอกชนไม่ต้องรับภาระอะไร ... แต่ผมก็ยังส่งเบี้ยรายเดือนให้เขาไปแสวงประโยชน์
นี่เป็นความไม่เป็นธรรมอย่างหนึ่งในสังคม มีขนาดเป็น "ก้อนใหญ่มหึมา" ด้วย
ก็แค่กองทุน สปสช.ของรัฐ ไม่กี่ปีก็มีสะสมระดับพันล้านหมื่นล้าน (จนมีคน"ฉลาด" คิดผลักดันเอาไปเล่นหุ้น แน่นอนจะมีค่าปากถุงหรือลอยัลตี้)
ผมละอยากให้ภาระนี้ถูกถ่ายไปที่ธุรกิจเอกชนบ้าง หมั่นเขี้ยวว่ะ
เลยขอใบรับรองแพทย์ก่อนออกจาก รพ. แต่แหม ใบรับรองก็คือใบรับรอง ต้องซื่อตรง
มันระบุค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์
แม๋ม เราต้องหาวิธีเอาคืนจากธุรกิจเอกชนที่แสวงหากำไรจาก "สังคม" ให้ได้
ชวนผู้เอาประกันตั้งกลุ่มเสื้อแดง นปก. แนวร่วมผู้เอาประกัน ดีมั้ยว้าาาา เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ

แถม นักการเมืองเมืองไทย แห่กันไปถือหุ้น รพ.เอกชนเป็นเทือกเลยเวลานี้
รพ.เอกชนถุึงมาสวมยอดบริการต่อจากรพ.รัฐระดับเล็กในต่างจังหวัดกันเป็นแถวไง
การเมืองชี้นำการรักษาสุขภาพ รักษาชีวิตอยู่กลาย ๆ ละ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ได้อ่านเรื่อง shutdown แบบละเอียดม้วนเดียวจบแบบนี้ดีจังสำหรับคนไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องราวเช่นนี้เช่นอุ๋มค่ะ ^_^

ความคิดเห็นที่ 8 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tengpong วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ความโลภ เป็นที่ตั้ง พังทุกแห่งหนจริงๆ

ป.ล. ยังคิดถึงกันอยู่เสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ยามครับ วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับ ได้รับความรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แม่หมี วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาทำความเข้าใจ...

สงสารก็คนที่ตกงาน วันก่อนดูข่าว

เห็นร้านอาหารบางร้านทำอาหารแจกให้ผู้ที่ตกงาน

น้ำใจยังมีอยู่...

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่าน คห.๓ ของคุณ toondee ก็พอดีว่าเพิ่งอ่านความเห็นของเพื่อนที่เป็นข้าราชการ
เขาเขียนในเฟ้ซบุ๊คว่าระบบอุปถัมภ์ พึ่งพามันฝังรากลึกทุกมิติในสังคมไทย
การแก้ปัญหานี้ด้วยการทำเกมเตะตัดขา เป็นวิธีที่ไม่ยั่งยืนและกลับสร้างปัญหาใหม่ขึ้นเสียเอง
ข้อเสนอของเขาคือการให้ความรู้ที่ถูกต้องเป็นจริง
(ละม้ายกับความเห็นของใครน้าาาา)
ผมตอบว่า อ้าว ถ้าประชาชนฉลาดก็ตัดทางทำมาหากินของสัตว์บางเผ่าพันธุ์นะสิ มัน irony น่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

บางครั้ง...นักการเมืองนั่นแหละคือตัวปัญหาในทุกประเทศ

ความคิดเห็นที่ 3 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
toondee วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

กฎหมายของอเมริกา มีSenate 100คน มีวาระ6ปี แต่หมดวาระไม่ตรงกัน
คงมีเหตุผลทางการเมือง ไม่ให้เสียงมากลากไป

แต่เมืองไทย กำลังแก้ที่มาของส.ว. ให้ผูกขาด ลงเลือกตั้งต่อได้อีก ทุกอย่างที่พยายามแก้กฎหมาย เอื้อต่อผลประโยชน์ของนักการเมืองทั้งสิ้น
คนไทยส่วนใหญ่ต้องกลืนเลือด เพราะรัฐบาลครอบครัว ต่อไปจะเจอสภาผัวเมีย ลูกเต้าเข้าไปอีก การแก้ไขการปกครองของไทย ตั้งแต่ 2475 มาถึงวันนี้ วันเหมือนย่ำถอยหลัง เศร้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19
ยังด้อยความรู้ความเข้าใจเกินกว่าจะเสนอความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ได้จริงๆ ครับพี่ ได้แต่ขอเข้ามาเก็บเป็นข้อมูลเพื่อเพิ่มความเข้าใจต่อไปครับ

แต่ความขัดแย้งและการต่อรองของกลุ่มการเมืองของชาติมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายนี้ ทำให้ผมสงสัยว่านักการเมืองถูกเลือกเข้ามาเพื่อทำงานแทนประชาชน หรือเพื่อคิดแทนประชาชนกันแน่ ทำไมพวกเขาชอบบอกว่าอันนั้นอันนี้ถึงจะดีกับประชาชน ทั้งที่ความต้องการจริงๆ ของประชาชนมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความที่พวกเขาจะรับรู้มองเห็นได้เลย
ขอบคุณพี่ SW19 มากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สนใจเรื่องนี้อยู่ว่า ข้อมูลจากฟากฟ้าตะวันตกมองกันว่าอย่างไร

(ปล.แล้วค่อยมาลงรายละเอียดอีกทีครับ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน