*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 185463
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2558
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4586 , 07:02:12 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 25 คน joepiya , พี่ก๊วย และอีก 23 คนโหวตเรื่องนี้

การสังหารหมู่ ณ สำนักงาน นิตยสาร Charlie Hebdo กรุงปารีส ราวสิบเอ็ดโมงครึ่งของวันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558 ใช้เวลาไม่กี่นาทีคร่าชีวิต Journalists สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้อง 12 คน ปฏิกิริยาแรกของชาวโลกคือ ตระหนก ฉงนในเหตุปัจจัย ต่อด้วยการคาดการณ์ตามพื้นฐานความเข้าใจที่ไม่เท่ากัน

 

ความนำที่จำเป็นต้องเกริ่นเพื่อความเข้าใจตรงกัน คือ

1. เป็นความจำเป็นที่ต้องเข้าใจที่มาอย่างถูกต้อง ปัญหาที่ตรงจุด  เพื่อหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งที่ตามมาในสังคมวงกว้าง ไม่ว่าจะส่วนใดของโลก

2. ส่วนสำคัญของปัญหาเกี่ยวเนื่องกับศาสนา แต่ศาสนาไม่ใช่สาเหตุของความขัดแย้ง

สาธารณชนโลกตะวันตกเข้าใจและสนทนากันอย่างเป็นกลางและเปิดเผยว่า ปัญหาความรุนแรงที่มาจากมุสลิมกลุ่ม Radicals หรือ Extremists เกิดจาก ‘มุสลิม’ ไม่ใช่ ‘อิสลาม’

ความหมาย คือ จาก ‘คน’ ไม่ใช่ ‘ศาสนา’ หรือคำสั่งสอน

3. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเสมือนผลลัพธ์จาก การปกครอง สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ มีปมปัญหาต้องทอดขนานหลายสายให้มองร่วมกัน

 

4. ...

 

 

Charlie Hebdo Attack มีเหตุ และวิธีตอบโต้จากรัฐบาลและประชาชนเปรียบเทียบได้ใกล้กับ 7/7 – 7 July 2005 London Bombings ซึ่งแตกต่างจาก 9/11 (2001) ของสหรัฐอเมริกา และต้องมองในมุมของ Europe ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน – ไม่ใช่ปัญหาของฝรั่งเศสเพียงลำพัง

 

สายแรก การลี้ภัยหลายปีก่อนหน้า

กรณีขัดแย้ง Arab Spring ปลาย พ.ศ. 2553 ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่จากอัฟริกาสู่ภาคพื้นทวีปยุโรป มีรอยต่อจากตุรกี มุ่งหน้าสู่กรีซและอิตาลี

กรีซวางแนวลวดหนามกั้นชายแดนกับตุรกี ผลักผู้อพยพให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางมาฝ่าคลื่นลมกลางมหาสมุทรเพื่อหาจุดขึ้นบกตลอดแนวชายฝั่งกรีซ ซึ่งยาวกว่าหลายประเทศในยุโรปรวมกัน แต่เมื่อเศรษฐกิจของกรีซและอิตาลีช่วยเหลือใครไม่ได้ ก็รอดตัว เป็นแค่จุดให้ผู้อพยพเหยียบแผ่นดิน European Union ผ่านสู่ปลายทางที่ฝรั่งเศส

คนของ Tunisia และ Algeria รู้ภาษาฝรั่งเศสถึงกว่า 60% การตั้งต้นที่ฝรั่งเศสจึงลงตัว

ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจในภาคพื้นทวีปถดถอย เป้าหมายถัดจากฝรั่งเศส คือ สหราชอาณาจักร เกราะป้องกันของ UK คือ ความเป็นเกาะ ที่ควบคุมจุดข้ามแดนได้ชัดเจน ความพยายามเกาะใต้ท้องรถบรรทุกและลักลอบซ่อนตัวท้ายรถจาก Calais ข้าม English Channel มีสม่ำเสมอ ถูกจับได้ก็มาก โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุก็สูญเสียชีวิต

รัฐบาล UK ต้องอนุมัติเงินพิเศษเพื่อช่วยฝรั่งเศสเพิ่มการควบคุมชายแดน

 


 

สายที่สอง ปัญหาทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม – ไม่ใช่ศาสนา

Rightwing กลุ่มรักชาติแบบขวาจัด มีอยู่ทุกแห่งในโลกนี้

กลุ่ม Rightwing จะเสียงดังมากขึ้น ยามเศรษฐกิจไม่ดี

เมื่อความเป็นอยู่ของประชาชนฝืดเคือง  ธรรมชาติของการเห็นแก่ตัวกระตุ้นให้นึกถึงชาติตัวเองก่อนอื่น พวก Nationalist จึงกระตุกความสนใจของประชาชนได้เร็ว ขณะที่ EU พยายามต้านแรงกดดันเพื่อป้องกันจุดจบของความเป็น union ฝั่ง Rightwing ก็จับประเด็นทางสังคม และการเมือง

กระแสการต่อต้านคนต่างชาติเกิดขึ้นทุกหัวระแหง

ปริมาณคนต่างชาติที่ทะลักสู่เกรทบริเทนเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2558 ที่ UK หมายหัวคนจาก EU ด้วยกันเอง แต่หลายชาติในยุโรปไม่เป็นเช่นนั้น

ปัญหาของมุสลิมโยกย้ายถิ่นที่เกิดขึ้นและจับต้องได้ คือความบกพร่องด้าน  Assimilation การปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมและวัฒนธรรม ที่ต้องมีส่วนร่วมเมื่อตนเองเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่

บนพื้นฐานของการยอมรับศาสนาเป็น a way of life ที่ศาสนาชี้นำการดำเนินชีวิต ศาสนาจึงสำคัญเป็นลำดับแรกของชีวิตมุสลิม – ซึ่งไม่ผิด แต่ไม่ใช่วิธีปฏิบัติของอีกหลายชาติที่มุสลิมอพยพเข้าไปอยู่

การจับประเด็นของ Rightwing จากเดิมที่ต่อต้าน Immigration คนที่เข้ามาแย่งการทำกินจากใน EU ด้วยกันเอง เปลี่ยนเป็นกลุ่มที่มาเป็นภาระ ที่ไม่สามารถกลมกลืนเข้าสู่สังคมเดียวกันได้ – มุสลิม

แม้จะมีกลุ่มที่คะคานและคัดค้านการต่อต้านมุสลิม แต่ความเคลื่อนไหวนี้เป็นระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นแล้ว

กลุ่ม Pegida ที่ Germany ต่อต้านมุสลิม คะคานกับกลุ่ม Anti-Pegida  

นักการเมือง Rightwing ของ Italy เรียกร้องให้จำกัดจำนวนมุสลิมเข้าประเทศ  

Switzerland, Walter Wobmann ที่เคยรณรงค์ให้ยุติการสร้างสถานที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม เรียกร้องให้ห้ามมุสลิมบางกลุ่มเข้าประเทศ    

ผู้นำ Ukip ขวาจัดถูกโจมตีหลังจากประนามวัฒนธรรมที่เกี่ยวร้อยคนหลากเชื้อชาติของ UK

 

จากข้อเท็จจริงที่มุสลิมบางกลุ่ม ทำให้มุสลิมส่วนรวมเสียหาย ผนวกกับการจับจ้องของนักการเมือง Rightwing และกลุ่ม Nationalist ส่งให้ข้อขัดแย้งที่ซับซ้อนยิ่งยุ่งเหยิง การปกป้องผู้อพยพลี้ภัยมุสลิมในช่วงหลังยิ่งลำบาก ทั้งที่เป็นคนละกลุ่มกับมุสลิมสร้างปัญหา ซึ่งมีมาเป็นสิบปีก่อนเข้าศตวรรษที่ 21 ใน พ.ศ. 2543 แล้ว

 


 

สายสำคัญ Secular State

หลายประเทศ วางตัวเป็น Secular State ที่ตัดบทบาทของศาสนาออกจากการปกครองอย่างสิ้นเชิง ไม่กำหนดศาสนาประจำชาติ ไม่ให้ประชาชนในความเชื่อถือศรัทธาใดมีอิทธิพลเหนือกว่าใคร

ประชาชนมีอิสระเสรีภาพในการเลือกยึดถือศาสนาตามความพอใจ แต่ไม่สามารถนำศาสนามาเป็นเครื่องต่อรอง หรือสร้างสิทธิพิเศษเหนือสิทธิและหน้าที่ ซึ่งพลเมืองต้องปฏิบัติเท่าเทียมกัน  

เมื่อศาสนาไม่เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการปกครองประเทศ สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด คือ กฎระเบียบที่ใช้ควบคุมให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

หลายร้อยกว่าปีก่อนหน้า เมื่อฝรั่งเศสยังเป็น Absolute Monarchy สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่กษัตริย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จปกครองประเทศ ยังมีความเชื่อว่า กษัตริย์มี Divine right ในการครองเมือง

Divine right เปรียบเสมือนอำนาจจาก God – The Creator ผู้สร้างโลก ที่เป็นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ห้ามสงสัย เคลือบแคลง ห้ามท้าทาย โต้แย้ง

อำนาจนั้น อิงศรัทธาในศาสนา เกี่ยวร้อยไว้ไม่แยกออกจากกัน

เมื่อถึงจุดเปลี่ยน เกิด French Revolution ภารกิจสำคัญของผู้ยึดอำนาจ คือการล้างทิ้งอำนาจเก่า สลายขั้ว ตัดบทบาทศาสนาไม่ให้ศรัทธาและความเชื่อมีพลังเหนือกฎระเบียบ ที่กำกับสังคม

หลังการปฏิวัติ หัวใจ The Motto ของ French Republic คือ Liberté, Égalité, Fraternité

เสาค้ำประเทศสามประการที่คนรุ่นหลังหวงแหนนั้น เป็นจุดอ่อนไหว ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อการท้าทายอันใด

 

 

Secular state เป็นอยู่มา โดยการยอมรับและเคารพของประชาชน ในฐานะแกนหลักของชาติมาหลายร้อยปี ฝรั่งเศสระบุหลักการนี้ชัดเจนในหน้าแรกที่แนะนำประเทศ คนที่ต้องปรับคือผู้มาใหม่ ไม่ใช่ระบบเก่าที่ต้องเปลี่ยน

 

 

France ดินแดนอิสระของนักคิด - Charlie Hebdo ไม่ใช่คนแรก

ประวัติศาสตร์ของ French Journalism ย้อนได้หลายร้อยปี

ก่อนเข้าสู่ French Revolution การเผยแพร่ข่าวเป็นเพียงแผ่นกระดาษ การขุดคุ้ย Versailles ที่เป็นราชสำนักและรัฐบาล มีทั้งเรื่องฉาว ทุจริต  การประนาม Marie-Antoinette และราชวงศ์เกิดขึ้นมาแล้ว

ถอยกลับไปอีกนิด สิ่งที่ถูกโจมตีมาก่อน คือ ศาสนา

หมู่ผู้นิยมงานประพันธ์ของฝรั่งเศสควรจำได้ว่า Voltaire มีชื่อเสียงเพียงไรในการถ่ายทอดความคิดเรื่องการแยกศาสนาออกจากการปกครอง การเรียกร้อง Freedom of Expression และ Freedom of Religion ผ่านงานเขียนเสียดสี Satire

ข้อคิดจากการติเตียนความเป็นไปของ Catholic Church มีอิทธิพลต่อคนฝรั่งเศสมาก ส่งให้ Voltaire เป็นที่รู้จักดี

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2309 Lefebvre de la Barre ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยตัดลิ้นก่อนแล้วตัดหัวตาม ฐานลบหลู่สัญลักษณ์และหมิ่น Christianity ตำหนิ Roman Catholic Church ว่ามีอิทธิพลและอำนาจมากเกินไป La Barre ถูกเผาไปพร้อมของส่วนตัว คืองานเขียนของ Voltaire

Paris ในต้นศตวรรษที่ 19 มีนักคิด นักเขียน ศิลปิน หลั่งใหลเข้าสู่บริเวณ Rive Gauche คำแปลคือ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำ ความหมาย คือ แหล่งเสวนาของนักคิด อาทิ  Zola, Manet, Degas, Fauré จนถึง Pablo Picasso, Arthur Rimbaud, Paul Verlaine, Henri Matisse, Jean-Paul Sartre, Amedeo Modigliani, Salvador Dalí, Edgar Degas และ Samuel Beckett

ชุมชนใหญ่ของคนเหล่านี้ ชื่อ Montparnasse

หากไม่มีบรรยากาศที่ไร้กรอบกั้น คงไม่มีงานเป็นเอกอีกหลายชิ้นเกิดขึ้นในโลกนี้

 

Raison d'etre – The Point is --

เรซง เด็ท เหตุผลของสิ่งที่เป็นอยู่

ที่ Charlie Hebdo มีที่ยืนในสังคม

ที่การทำลาย Charlie Hebdo กระตุกความรู้สึกของคนทั้งยุโรป  

 

 

 

 

ภายใต้ Secular principle ไม่สนใจว่าใครนับถือศาสนาอะไร และไม่ต้องการทราบด้วย เพราะศาสนาและพื้นฐานความเชื่อ ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล  

Press Freedom สำหรับคนฝรั่งเศสจึงไร้ boundary ไม่มีขอบเขต

อยู่เหนือศาสนา

เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่จะได้รับข้อมูล ข่าวสาร รายงาน ได้ความรู้ ได้ความบันเทิง ได้ขำ เย้ยหยัน กับชีวิตที่เป็นไปตามครรลอง

Press Freedom เป็นกลไกตรวจสอบการปกครองและสังคม มีหน้าที่กำกับให้สิทธิ์ที่ควรมี คงอยู่

สังคมปัจุบัน มีสิ่งแวดล้อมให้สอดส่องหลายด้าน - การเมือง นักการเมือง ตำรวจ การเงิน จนถึงศาสนา - Satire เป็นทางเลือกหนึ่งในการตรวจสอบ

จากศตวรรษที่ 18 – 21 บรรยากาศศาสนาในฝรั่งเศสเปลี่ยนโฉมอย่างพลิกผัน Catholic Church สิ้นอิทธิพลแบบดิ่งลงเหว จากที่ Church เคยพิพากษาเอาชีวิตคนได้ กลับกลายเป็นไร้บทบาทในการปกครอง คนกลุ่มน้อย minority เพียงหกล้านที่ทยอยอพยพเข้าสู่ฝรั่งเศสเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จึงไม่มีเหตุอันสมควรให้เอาศรัทธาและความเชื่อที่แตกต่างมาพิพากษาสังคมให้ปฏิบัติต่อตนเป็นพิเศษได้

Charlie Hebdo ยุ่งกับทุกศาสนา หากศาสนามีอิทธิพลมากเกินตัว Charlie Hebdo ก็ตั้งคำถาม

วิธีการ ก็คือ Satire

Pope และ Catholic Church, Judaism, พุทธ – ไม่เคยถูกละเว้น Charlie Hebdo ส่องทุกคนบนพื้นฐาน Liberté d’Expression

 

 

พ.ศ. 2551 Philippe Val บรรณาธิการ Charlie Hebdo ออกหนังสือปกป้องเสรีภาพของการใช้ Satire ล้อเลียน เสียดสี ตั้งคำถามสิ่งต้องห้ามที่แตะไม่ได้ของศาสนา ชื่อ Reviens, Voltaire, Ils Sont Devenus Fous – Voltaire กลับมาช่วยด้วย โลกเป็นบ้าไปแล้ว  

 

 

 

 

 

ความเป็น Charlie Hebdo จึงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่คนฝรั่งเศสต้องการรักษา เพื่อทำหน้าที่ที่ต้องทำ คือ

การท้าทาย ในสิ่งที่แตะต้องไม่ได้

การท้าทายรัฐบาลฝรั่งเศส ที่บกพร่องและไม่เป็นกลาง ใส่ใจข้อเรียกร้องพิเศษของมุสลิม ทั้งที่มุสลิมควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามกฎกติกาของสังคม เหมือนคนอื่น ไม่ใช่ผู้ได้รับการยกเว้น

Charlie Hebdo จึงไม่ยุติการตอแยกับมุสลิม ทั้งที่ไม่ได้ท้าทาย หรือโจมตี Islam ในแง่ความเป็นศาสนา

 

เมื่อล้ำเส้น ก็ถูกฟ้องไป – นับครั้งไม่ถ้วน

ไม่ใช่ถูกขู่ฆ่าจนต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตำรวจ และถูกฆ่า อย่างที่เกิดกับ Stephane Charbonnier

 

 

 

 

 

 

 

 

ประเด็นของการแตะต้อง Muslims - ความถูกผิด  

คนไทยส่วนมากไม่สนิทกับ Freedom of Speech ขณะที่มีความสัมพันธ์อันดีกับมุสลิมในประเทศไทย ซึ่งถูกต้องแล้วตามฐานะที่ประเทศไทยไม่เป็น Secular State มีศาสนาประจำชาติ ให้การยอมรับว่าศาสนามีบทบาทต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด

United Kingdom ก็ไม่เป็น Secular State

มี Queen Elizabeth II เป็น Head of State และ Head of The Church of England ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ

มีข้อโต้แย้งว่าฝรั่งเศสปฏิบัติต่อ Judaism อย่างแตกต่าง

ทำไมกรณี Anti-Semitism ต่อต้านยิว มีการตัดสินลงโทษทางกระบวนการยุติธรรม แล้วการเสียดสีด้วยการล้อเลียน Prophet Muhammad ไม่ผิดได้อย่างไร

นี่คือความแตกต่างในรายละเอียดของ Freedom of Speech และ Incitement of violence

Liberté d’Expression คือเสรีภาพในการแสดงความคิด

ตามกฎหมายฝรั่งเศสการล้อเลียน เสียดสี เป็นเรื่องของคำพูด ปากกาไม่สามารถฆ่าคน ไม่มีการทำร้ายบุคคลจริง ไม่ได้ยุยงส่งเสริมให้ใครออกไปฆ่าใคร

กรณี Anti-Semitism ที่อ้างถึงความปรีดาในการฆ่ายิวช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นการส่งเสริมว่าการฆ่าคน ‘ดีแล้ว สมควรแล้ว’ นั่นคือ Incitement of Hatred and Violence ผิดตามกฎหมาย

ฝรั่งเศสระบุฐานะ Secularism ชัดเจน กำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ และเมื่อ Liberté d’Expression เป็นเสาหลักของโครงสร้างประชาธิปไตยฝรั่งเศส ข้อเรียกร้องของคนส่วนน้อยที่มาขออาศัยอยู่ในประเทศนี้จึงเป็นการท้าทายกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศที่ถูกกำหนดมาเป็นร้อยปี การปฏิเสธที่จะโอนอ่อนของฝรั่งเศสจึง justify สมเหตุ ในฐานะเจ้าของประเทศ

คนที่ไปอาศัยภูมิลำเนาที่วางข้อกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว จึงเป็นฝ่ายต้องตริตรอง ‘เอง’ อย่างถี่ถ้วน

เมื่อยังมีคนอีกมาก ต้องการอพยพไปอยู่ฝรั่งเศส เพราะความเป็น Secular State

 

เมื่อการเรียกร้องความรับผิดชอบในแง่กฎหมายของมุสลิม ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส การตั้งคำถามว่า การ exercise Freedom of Expression ที่เกินเลย จนกระทบสิ่งที่เคารพในศรัทธาของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ผิดกฎหมายของชาตินั้น แต่กระทบต่อความรู้สึกของคนส่วนรวมในสังคมความเชื่อนั้น เหมาะสมหรือไม่ จำเป็นหรือไม่ ควรระงับหรือไม่

กลับเป็นสิ่งที่จะกระตุกผู้ที่กำลัง exercise right ให้หยุด และฟังมากกว่า

 

เป็นสัจธรรมที่จริงแท้ว่า การใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว โดยไม่ใส่ใจระดับความสำนึกเรื่อง Social consideration ของประชาชน ก็คงไม่สามารถควบคุมให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้

 

 

 

 ข้อ 4…มองกลับมาที่ประเทศไทย

เหตุการณ์ครั้งนี้ ควรศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อการเรียนรู้ Freedom of Speech และ Free Press ที่เป็นฐานหลักของการพัฒนาประชาธิปไตย

คำถามสำหรับสังคมไทย มีหลายข้อ

 

 

- การรับวิธีการของฝรั่งเศสมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ผู้กระทำ ตระหนักถึงพื้นฐานและองค์ประกอบทั้งเหตุและผลของฝรั่งเศสอย่างลึกซึ้งแค่ไหน เข้าใจแค่ไหน และตั้งใจนำมาใช้แบบไหน คาดหวังให้สร้างการเปลี่ยนแปลงขั้นไหน

การรับวิธีการของชาติใด มีองค์ประกอบของพื้นฐานประชาชนและปัญหาในชาติที่แตกต่างกัน การรับเพียงแนวทางที่ลงตัวแล้วกับชาติหนึ่ง ไม่มีข้อสรุปในประวัติศาสตร์ว่าเหมาะสมกับทุกชาติ

 

- การรับสิ่งที่เหมาะสมกับฝรั่งเศสทั้งชาติ ว่าเหมาะกับกลุ่มผู้นำคณะราษฎรราว 30 คน เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องกับประชาชนไทยทั้งมวลหรือไม่ การกระทำของคณะราษฎรสรุปได้หรือยังว่าต้องการเพียงอำนาจ แต่ไม่ได้นำเอาหัวใจของ Liberté, Égalité, Fraternité มาด้วย

ทิ้งให้ประเทศไทยเกิดแต่เผด็จการ และไม่มี Freedom of Expression

การกระทำนั้นหากเป็นความผิด สมควรถูกพิจารณาย้อนหลังหรือไม่

 

- Freedom of Speech ตามวิธีการประชาธิปไตยถูกกำหนดเพื่อใช้เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและนักการเมือง

พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย ไม่มีบทบาทในการทำงานบริหารบ้านเมือง การคงอยู่ของมาตรา ๑๑๒ ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารประเทศ

การเสียดสี ยั่วแหย่แบบ Satire ยังคงทำได้ตามเจตนาเดิมของ Freedom of Speech พร้อมการคงอยู่ของ มาตรา ๑๑๒  

มาตรา ๑๑๒ ถูกใช้ป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ที่อยู่นอกเหนือการทำงานของรัฐบาล ไม่มีสิทธิใดเหนือรัฐธรรมนูญ และไม่มีโอกาสโต้แย้งข้อกล่าวหาใด  คือ พระมหากษัตริย์ไทย ที่ประทับอยู่ชัดเจนภายใต้นิยามของ Constitutional Monarchy และเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยที่ไม่เข้าข่ายลักษณะใดในโลกนี้

ผู้เรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา ๑๑๒ สมควรเลิกเบี่ยงเบนความหมายของ Freedom of Speech ได้หรือยัง

ผู้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเคารพในมาตรา ๑๑๒ สมควรแก้ต่างความไม่เกี่ยวข้องของมาตรา ๑๑๒ กับการลิดรอน Freedom of Speech ที่ถูกนักวิชาการบิดเบือนความหมาย และนำไปใช้ในทางที่ผิด – ผิด spirit of the law

และถึงเวลารณรงค์ให้โลกสากลเข้าใจความไม่เกี่ยวข้องกัน เพื่อรักษาพระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยหรือยัง

 

 

United we stand, European Union.

SW19

London

*********

 

Edith Piaf - Non, Je ne regrette rien

uploaded by: ondrejtis's channel

 

Regret nothing.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 106 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 23/01/2015 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยังเข้ามาอ่านคอมเม้นท์ต่อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 105 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พี่ก๊วย วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 07.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

การมีความสุขสนุกสนานบนความทุกข์ของผู้อื่นก็เป็นบทเรียนของกฏทางโลกกับกฏทางธรรมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 104 rattiya , driftworm และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๙๘-
คุณ Anacarika

SW19 เห็นตามที่คุณเล่ามาได้เลย และขอเล่าเรื่องทางนี้แลกเปลี่ยนสู่กันฟังบ้าง

ที่ UK เป็นที่ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของมุสลิมกับคนส่วนมาก อยู่ในระดับดีมาก แข็งแรง ผู้นำกลุ่มมุสลิมค่อนข้างใกล้ชิดและให้ความร่วมมือกับสังคมโดยรวม แม้ว่าปัญหาบางเรื่อง ในบางจุดมีอยู่ ทั้งสองระดับ คือ ๑) การปรับตัว แนวทางการสั่งสอนในบางพื้นที่ และ ๒) ระดับที่พวก ‘ผู้หญิง’ ของบางกลุ่มที่ผู้ชายออกนอกประเทศไปรวมกลุ่มรุนแรง สร้างปัญหาใน ‘บ้าน’ - UK

ปัญหาทั้งสองเป็นที่รับทราบ และได้รับการจัดการ จะเป็นผลอย่างไร ก็ต้องดูกันไป

ความสัมพันธ์ของคนต่างศาสนาไม่เหมือนกับกรณีของมุสลิมและยิวที่ฝรั่งเศส

เรื่องที่จะนำมาเล่า คือ ชุมชนมุสลิม และชุมชนยิว ที่ Manchester, England มีการนัดพบปะกินข้าวด้วยกันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน
ผู้นำทั้งสองฝ่ายมาพูดเมื่อคืนก่อนว่า ในเมื่อที่มาความเชื่อของทั้งคนมุสลิม และคนยิว มาจากที่เดียวกัน กินก็กินเหมือนกัน ทำไมไม่ทำความเข้าใจกัน ปรองดองกัน ทำไมไม่มองสังคมที่ตนเป็นส่วนร่วมในทางสร้างสรรค์ เป็นบวก เพื่อสังคมที่ดีขึ้นร่วมกัน

SW19 ได้ข้อคิดจากการคำพูดนั้น และสรุปได้ว่า ทุกคนมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนชาติเดียวกัน คนร่วมเชื้อชาติที่อยู่คนละซึ่งต่างสัญชาติกัน หรือคนที่มีความเชื่อในศาสนาเดียวกัน

ล้วนมีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง

จะเป็นประโยชน์กว่าหรือไม่ ที่จะนำความเหมือน มาใช้ในทางที่ดี

กว่าการที่จะพยายามมองแต่ความแตกต่างแล้วเอามาสร้างความกดดันใส่กัน

ความคิดเห็นที่ 103 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๘๘- / -๙๒-

ขอวกกลับมาที่ Freedom of Speech อีกครั้ง
จากที่บอกใน (ข) ของความเห็นที่ ๙๓ ที่ตอบ –๘๘- เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยที่ยังมีอีกมาก ขอขยายความเพิ่มในทางปฏิบัติว่า

สิ่งที่เป็นประเด็น และปัญหาของ Freedom of Speech/Expression คือ ความเข้าใจบทบาทที่ถูกต้อง อะไรทำได้ ทำไม่ได้ อะไรถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ขอยกเป็นกรณีศึกษา ว่า

๑) กรณี Fox News: Steven Emerson รายงานข่าวโดยใช้คำว่า ‘there are actual cities like Birmingham that are totally Muslim, where non-Muslims just simply don’t go in’ สมควรถูก Cameron ผู้นำประเทศพูดโจ่งแจ้ง (ด่า) Emerson ว่า a complete idiot

Fox News ยังเสนอข่าวว่าที่กรุงปารีส ก็มีแบบเดียวกัน
‘…‘no-go zones’ in Paris where non-Muslims and even police were afraid to go.’
ขณะนี้ Mayor of Paris กำลังรวบรวมหลักฐานฟ้องร้อง

กรณีนี้ คือ ความเท็จ ไม่ใช่ Freedom of Speech

๒) หนังสือพิมพ์อิหร่าน เพิ่งถูกปิด
Mardom-e Emrooz หาวิธีแสดงออกเรื่อง Freedom of Speech โดยพาดหัวด้วยรูป George Clooney พูดคำว่า I am Charlie, too. เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ ความหมาย Je Suis Charlie ว่าเป็นในแง่เสรีภาพการนำเสนอของสื่อ – ไม่ได้เกี่ยวกับว่าสนับสนุน magazine และชี้ให้เห็นปัญหาของ Freedom of expression ในประเทศอิหร่านเองด้วย

๓) เรื่องล่าสุด ภรรยาของ Saudi blogger ออกมาเปิดเผยเรื่องสามีถูกลงโทษเฆี่ยน ๑๐๐๐ ครั้ง ติดคุกอีกสิบปี ปรับอีก ประมาณ ๑๗๕,๐๐๐ปอนด์ ในฐานะที่วิจารณ์ Saudi Arabia’s powerful clerics คือวิจารณ์ผู้นำศาสนา

ตัวภรรยาจบปริญญาด้าน Islamic Studies ยืนยันว่า สามีไม่เคยวิจารณ์ศาสนาอิสลาม แค่ต้องการ … ‘He wanted his country to be more liberal and tolerant of other religions. The blog was only a space for social debates.’

๔) ที่ย้ำมาตลอดว่า สังคมไทยควรทำความเข้าใจเรื่องสิ่งที่ทำได้ หรือไม่ได้ เส้นแบ่งความถูกและผิดอยู่ตรงไหน เพราะเราเอาความรู้สึกที่ตอกย้ำ ทำซ้ำซาก เข้าทางความรู้สึกของสังคม โดยไม่ถูกต่อต้านมาเป็นอุปาทาน ว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้วสมควรแล้ว - มาใช้ไม่ได้

ประเทศต้องก้าวไปข้างหน้า กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ คนต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

Case in point: เรานำภาพทักษิณ มาแต่งเติม ใส่ทุกอย่างที่เราเห็นว่าสะท้อนพฤติกรรมของทักษิณ สังคมเห็นสมควร แต่เราไม่เคยศึกษารายละเอียดของกฎหมาย ว่าเข้าข่ายข้อจำกัด ข้อใดของ Freedom of Speech (เช่น Defamation, incitement of violence? etc.) หรือไม่

หรือเราทำได้ เพราะสังคมส่วนรวมตัดสินให้เราทำไปแล้วโดยไม่มีการตำหนิ

ในทำนองเดียวกัน เราถูกสั่งสอนให้ระมัดระวังตน ปากคำ ในการแตะต้องเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของคน ดังนั้น ใครทำเช่นนั้น ต้องผิด – ตามสังคมตัดสิน โดยอัติโนมัติอีกแล้วหรือ

หมายเหตุ สำหรับท่านที่ไม่ได้อ่านข้อเขียนของ SW19 มาก่อน ขอแจ้งว่า SW19 ไม่เคยสนับสนุนทักษิณ และถ้าอ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นก็จะทราบว่า SW19 ไม่แตะต้องเรื่องศาสนา แต่กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่เปรียบเทียบให้คิดได้ชัดมาก

ขอสรุปด้วยข้อความของ Salman Rushdie นักเขียนประเภท controversial เช่นกัน แต่คราวนี้ Rushdie พูดได้ดี
Rushdie ยกคำที่ John F Kennedy และ Nelson Mandela พูดตรงกันว่า Freedom is indivisible.
และตามว่า
‘You can’t slice it up otherwise it ceases to be freedom.
You can dislike Charlie Hedbo … But the fact that you dislike them has nothing to do with their right to speak.’

ความคิดเห็นที่ 102 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 01.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๙๖-
[ที่บางค่ายใช้ประเด็นทางความเชื่อ faith ทางศาสนา
มาจุดชนวนปะทุไฟสงคราม]

ใช่คุณหนอน และนี่คือประเด็นที่เราดึงเอาไว้ตลอดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา
(ขอไม่ขยายเรื่องการนำสงครามมาเป็นโอกาสในทางการค้า ฯลฯ จะไกลออกไปมาก)

ขอดึงกลับมาที่ ต้นสายข่าว http://www.publicpostonline.net/?p=398 นั้น รวมทั้งข่าวอื่นเช่นกัน

๑)หากมองว่านี่คือ ศาสนาก็จบกัน
๒)ถ้าไม่เข้าใจคำว่า Je Suis Charlie หรือ I am Charlie ก็จบกัน เพราะยังมี Je Suis Ahmed, Je Suis Juif ที่ให้ความหมายเดียวกับ Je Suis Charlie ที่แทนความหมายของ Liberté d’Expression คือ Freedom of Expression – ไม่ใช่แทนการระลึกถึง Charlie Hebdo magazine

เมื่ออ้างถึงการอ่าน ที่ต้องรอบด้าน ที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การวิเคราะห์รอบคอบขึ้น จะพบว่าการกระทบกระทั่งจาก Satire ต่อศาสนานั้น เป็นภาพที่ใหญ่ จนกลบประเด็นขัดแย้งอื่น มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในระยะเวลาจาก การสังหารหมู่วันนั้น ที่ถูกมองข้าม ขอยกบางหัวข้อมาเพียงเพื่อสะกิดใจ กระตุกความรู้สึกกัน เช่น

๑) การทำร้ายยิวในฝรั่งเศส เป็นปัญหามานานแล้ว มีหรือไม่มี Charlie Hebdo Attack ก็ทำร้ายกัน
๒) การอพยพของยิวกลับอิสราเอล เป็น issue มานานแล้ว เหตุการณ์ Charlie Hebdo Attack เป็นเพียงตัวช่วยเร่งการตัดสินใจ
๓) กรณีเบลเยี่ยมล่ะ
๔) การจับตัวคน เรียกค่าไถ่ ที่ล่าสุด เรียกร้อง 200 million USD จากรัฐบาลญี่ปุ่น – โดย IS – ในฐานะอะไร ญี่ปุ่นทำอะไรล่ะ

อันนี้ยังไม่ต้องพูดถึงหลักการของประเทศฝรั่งเศสที่อภิปรายกันไปแล้ว

ดังนั้น การมองเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรเสียต้องกลับมาที่ปัญหาของคน

ความคิดเห็นที่ 101 (0)
SW19 วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน
-๙๗-
เป็นการมองที่มีสาระในความเห็นนั้นแล้ว และข้อขมวดก็สรุปความได้ครบ เราไม่มีความรู้ลึกซึ้งอะไรที่จะเสริมไปได้อีกแล้ว

ติดใจ (ชอบใจ) อยู่กับข้อความการตอกย้ำอุปาทานที่หนาแน่นเข้า
บางครั้งหลายสิ่งเมื่อเวลาผ่านมานานเข้า อุปาทานที่ฝังแน่นมันสามารถเลื่อนขยับจากต้นสายไปตามกาลเวลา กว่าจะมาถึงปลายเหตุก็กลายเป็นคนละเรื่องไปเสียแล้ว
ก็มีให้เห็นกันอยู่ และก็มีที่ยึดมั่น เชื่อถือไปว่าสิ่งที่ขยับไปแล้ว ยังเหมือนเดิมกับต้นสาย
เหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นได้กับทุกสิ่งอย่างที่หมุนเวียนอยู่ในสังคม

ความคิดเห็นที่ 100 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๙๙-

คุณ Anacarika

อย่ากังวลไปเลย เราน่ะเคยกดผิดโหวตให้เรื่องของตัวเองเสียด้วยซ้ำ น่าอับอายเสียยิ่งกว่าอีก

-๙๘- เดี๋ยวขอกลับมาคุยอีกที
มีเรื่องจะคุยกับคุณหนอนด้วย
พอดี SW19 กำลังอ่านสองสามเรื่องที่น่าสนใจ ว่าจะนำมาใส่ความเห็นไว้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 99 (0)
Anacarika วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

เรียน SW19 ผมได้ทำเรื่องน่าขายหน้าอีกแล้ว ความที่ใช้โทรศัพท์มือถือแสดงความคิดเห็น ทำให้กดแสดงความคิดเห็นไปถึงสองครั้งคือ 98 และ 99 เมื่อเข้ามาดูด้วย Notebook (เครื่องใหม่ไม่คุ้นเคยก็เผลอลากเม้าส์ไปโดนปุ่ม Like ในความคิดเห็นของตนเอง ยิ่งน่าขายหน้าเข้าไปใหญ่เลย ถ้าจะกรุณาก็ได้โปรดลบความคิดเห็น 98 ด้วยเถิดครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 98 (0)
Anacarika from mobile วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนครับ ดูเหมือนสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ต้องวางเรื่องศาสนาลงบ้าง เพื่อจิตใจจะได้ "ว่าง"อย่างแท้จริง ตอนที่เราเกิดมาไม่ได้มีศาสนากันสักคน ทุกอย่างล้วนสมมุติกันขึ้นมา คัมภีร์ต่างๆ บางศาสนา ก็เปลี่ยนไปมาหลายครั้ง แล้วก็ยึดเอาครั้งสุดท้าย เป็นสรณะอันประเสริฐ การเคารพกฎหมายในประเทศนั้นๆเป็นสิ่งที่พึงกระทำ เราคงไม่สามารถยึดเอาหลักศาสนาในประเทศหนึ่งไปใช้ในอีกประเทศหนึ่งได้ เช่น พระบางประเทศสวมรองเท้าบิณฑบาตได้ เพราะเดินเท้าเปล่าไม่ได้ และวัดบางที่ก็เหมือนบ้านเช่า พุทธศาสนิกชนแวะเวียนกันไปทำอาหารถวายพระ ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเมืงไทย อย่างในประเทศไทย ลัทธิจานบินบิดเบือนคำสอนเรื่อง นิพพานเป็นอัตตา ก็มีการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เขาก็ยังอยู่ดีมีสุขกันทุกคน(ไม่ถูกปองร้าย) นี่ขนาดว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยนะครับ แต่เพราะคนพุทธ "อาจไม่มีแนวคำสอนให้ปกป้องศาสนาด้วยมือ" กระมัง จึงไม่ค่อยมีเหตุการณ์รุนแรง และอาจเป็นเพราะในประเทศไทย พระมหากษัตริย์ ทรงมีทศพิธราชธรรม บ้านเมืองจึงร่มเย็นเป็นสุข ศาสนาที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ กับศาสนาที่สอนเรื่งความหลุดพ้น จึงเป็นคนละเรื่องกัน (ไม่ได้บอกว่าศาสนาไหนดีกว่าดีกันคนละแบบ)

ความคิดเห็นที่ 97 (0)
driftworm วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอ่อ พูดถึงอุปนิสัยของมนุษย์ทุกชนชาติ(และทุกยุคทุกสมัย)ที่ยังไงก็ยังติดในความเป็น
นาฏกรรมทางอารมณ์ (ที่สำนวนวันนี้เรียกว่า drama ส่วนสำนวนเก่ากว่าเรียกว่า soap)
นั้นเพราะอะไร อยากแสดงความเห็นสักหน่อย แล้วจะขมวดท้าย

ธรรมชาติของมนุษย์ทุกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ชมชอบดูนาฏกรรมทุกประเภท เพราะนาฏกรรม
ทุกประเภทแสดงท่าทางที่จำลองไปจากกิริยาอาการของมนุษย์ จำลองเนื้อหาชีวิตที่ไป
จากชีวิตประจำวันของพวกเขาไม่ว่าจะตัดตอน,รวบรัด,สาธยาย จำลองความรู้สึกนึกคิด
และอารมณ์ที่ถูกกระทำจากธรรมชาติกับผู้คนรอบตัว และตอบสนองหรือตอบโต้ต่อ
ธรรมชาติกับผู้คนรอบตัว

ทำไมจึงชอบและไม่หน่ายในการชมดูซ้ำ ๆ ก็เพราะมันเป็นกลไกธรรมชาติของมนุษย์
สองประการ คือ
๑) การชมนาฏกรรมที่ทำจำลองไปจากตัวเอง และทุกสิ่งที่ประกอบอยู่กับตัวเอง มันเป็น
การยืนยันความมีตัวตนของตัวเอง (อัตตวาทุปาทาน) ซึ่งจำเป็นสำหรับการดำรงสืบต่อ
ของชีวิต
๒) ชีวิตมนุษย์สัตว์เป็นไปในอาการ “ทำซ้ำ” อยู่ตลอดไปตั้งแต่เกิดจนตาย ยิ่งทำซ้ำก็ยิ่ง
ทำให้อุปาทานในความเป็นตัวตน-ความมีอยู่ของตัวตน(อัตตวาทุปาทาน)มันพอกพูนบีบ
อัดหนาแน่น(impact)จนแข็งเป็นดาน

กระบวนการทำจำลองนี้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า image, imaging ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับ
กระบวนการทำงานศิลปะทุกประเภทแม้กระทั่งงานพิมพ์หรือสมัยใหม่ที่เป็น digital
imaging ความหมายของ image เคยมีคนใช้ว่าปฏิมา อันเป็นผลจากการงานของมือ
มนุษย์ แต่ถ้าว่ากันลึก ๆ แล้ว กระบวนการทางประสาทการรับรู้ทางอายตนะทั้ง ๕ ของ
คนเราก็อยู่ในรูปของ image ในแง่ที่เป็นของที่เป็นแต่เพียงภาพสะท้อน

ทีนี้จะขมวด
เพราะเหตุที่ความเป็นนาฏกรรมมันไปตอกย้ำอุปาทานให้หนาแน่นเข้า มันจึงเป็นตรงข้าม
กับเป้าประสงค์ในการบำเพ็ญเพียรตามอุดมคติของพุทธศาสนาหรือพุทธปรัชญาในอันที่
จะมองทะลุไปถึงความไม่มีตัวตนที่แท้จริง พระพุทธศาสนาจึงมีข้อบัญญัติไม่ให้สงฆ์ (ผู้
ปฏิญาณตนว่าจะศึกษา-สิกขะ-) เที่ยวดูการละเล่น การขับร้อง หรือขับร้องเอง ไม่อ่าน
นิยาย เรื่องแต่งอันจำลองไปจากสารัตถะของสังคมมนุษย์ ในสำนักที่เคร่งครัดมากเช่นที่
วัดป่าบ้านตาด หลวงตาบัวยังห้ามเสพย์ข่าว ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุอีกด้วย

ขออภัย SW19 ด้วยที่ทำให้บล็อกนี้กระดานนี้ออกทะเลไป แต่ผมเชื่อว่าประโยชน์จะมี
มาก ติดหูติดตาไว้เป็นเครื่องชั่ง ตวง วัด ในการเสพย์ข่าว เสพย์ข้อมูล เสพย์เรื่องบันเทิง
ต่อไป

ความคิดเห็นที่ 96 (0)
driftworm วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๙๕-

[การวิเคราะห์ที่ชัดเจน คือเป็นการอ่าน และอ่าน ชั่งน้ำหนัก ถ่วงตะกั่ว และสรุปจากหลาย input]

ลิ้งค์นั้นน่ะ .....
หลังจากหนอนพูดมาหลายคห.ในทิศทางที่ว่า
"มาอาศัยบ้านเขาแล้วไม่สบายตัวอยู่บ้าง ก็อย่าต้องถึงขนาดรื้อบ้านเขาทำใหม่"
ก็เอาข้อมูลเชิงการเมืองระหว่างประเทศ ที่บางค่ายใช้ประเด็นทางความเชื่อ faith ทางศาสนา
มาจุดชนวนปะทุไฟสงคราม
ในประวัติศาสตร์นั้นมีการอาศัยสงครามเพื่อจุดประสงค์ แม้ไม่ถึงกับล้างไพ่
ก็จะทำให้เกิดการต่อรองเกลี่ยสัดส่วนแบ่งปันกันใหม่
ไม่นับที่อาศัยเป็นโอกาสทำการค้าอาวุธยุทธภัณฑ์ ประดิษฐกรรมจารกรรม
บางครั้ง ก็เกิดนวัตกรรมทางการเมือง รัฐประศาสนศาสตร์
เหมือนไฟป่า ทำให้พืชพรรณมีโอกาสเกิดใหม่ พลิกฟื้นใหม่ ... อู๊ยยยย เปรียบเทียบในแง่ดีเกินไปเปล่าเนี่ย

ถือเป็นข้อมูลด้านตรงข้าม หรือมองทั่ว ๆ แต่ยังไม่กล้าพูดว่า "วิเคราะห์" เลย
หนอนเลยรอดตัวไป

ความคิดเห็นที่ 95 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๙๐-

สิ่งที่คุณหนอนส่งมาให้ดู อ่านคร่าวๆ เดี๋ยวเดียวก็รู้ว่าแปลมา ก็เลิกอ่าน กลับไปเปิดต้นทาง (http://www.mintpressnews.com/analysis-charlie-hebdo-colonialism-limits-free-speech/200934/ )

เปิดต้นทางก็ไปดู About ก่อน ตามด้วย Contact us
มีความเห็นว่า

ก) อ่านแล้วเฉยๆ ไม่รู้สึกอะไร ภาษาอังกฤษว่าไง ก็ว่าไปงั้น พูดด้วยความเคารพว่าไม่มี input คือ แปลไปตามเรื่อง แต่ไม่สามารถให้ความหมาย

ข) ในความเห็นส่วนตัว การแปลข่าวจากหนึ่งฉบับ – ฉบับเดียว มานำเสนอเป็นภายใต้คำว่า วิเคราะห์ เป็นเรื่องน่ากลัวและอันตรายมาก การวิเคราะห์ที่ชัดเจน คือเป็นการอ่าน และอ่าน ชั่งน้ำหนัก ถ่วงตะกั่ว และสรุปจากหลาย input

ค) ดู About แล้วตามไปพบว่า ต้นทางเป็น Minneapolis และเป็นรูปแบบการนำเสนอโดยใครก็ได้ – ไม่ได้รังเกียจตรงนี้ แต่ใครก็ได้ มีผลกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วย

ตัวอย่างที่เพิ่งเกิด คือ Fox News ของอเมริกา รายงานทางโทรทัศน์ แสดงความแคบของทั้งคนรายงานและคนดู เรื่องมุสลิมใน UK ที่เมือง Birmingham ว่าเป็นดินแดนน่ากลัว เป็นเมืองมุสลิมที่ทุกคนต้องโพกหน้าเข้าไป ที่สำคัญต้องใช้ Sharia Law และคนขาวไม่กล้าเข้าไป

โห เป็นเรื่องสนุกปากของบริทิชอยู่หลายวันเชียว – คนพูดไม่น่ารีบออกมาขอโทษ และบริจาคเงินให้การกุศลที่ Birmingham เป็นการขอโทษเล้ย

ความคิดเห็นที่ 94 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๘๙-
คนพูดก็สรุปแบบ มาม่าดีเหมือนกันน้อ

ความคิดเห็นที่ 93 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 21/01/2015 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๘๘-

คุณหนอน

๑) ขยายความเรื่องละครของทางนี้ ต้องพูดถึง national stereotype ของคนอังกฤษ จนลามมาเป็นลักษณะของ บริทิช ลักษณะหนึ่ง คือ จิกกัด ว่าตัวเอง แล้วขำได้ หรือหัวเราะเยาะตัวเองได้ เมื่อนำมาทำเป็น Soap มีความแตกต่างจาก Soap ที่เคยเห็นในเมืองไทย (ไม่ได้บอกว่าเมืองไทยมีหรือไม่มี เพราะไม่ทราบ ที่เคยเห็นก็แว้ปๆ ตามที่เขาพูดกัน / ใครดีกว่าใครก็ไม่รู้ – ขอบอกที่มาชัดๆ ของเราก่อน)

ทางนี้ หยิบเรื่องมาล้อเลียนตัวเอง เรื่องที่เอ่ยไปเป็นเรื่องของชุมชน – คนจน พวก Cockneys มันก็เป็นเรื่องของคนที่ผ่านมาเจอกัน ที่ตลาด ร้านค้า ผับ คนนู้นเป็นอย่างนี้กับคนนั้น ฯลฯ ทำนองนั้น น้ำเน่าแบบชีวิตของคนปัจจุบัน เรื่องมันถึงไม่ตาย เปลี่ยนไปตามยุคสมัย วนไปวนมาก็กลับมาผับ – ท่าจะคนละน้ำเน่าแบบแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยง เพราะทางนี้โตได้ที่มันก็เปิดไปแล้ว ไม่อยู่ให้ถูกทรมาณ

มาผับของคนที่นี่ บางทีแวะหาน้ำกินซักแก้ว เข้าห้องน้ำ ทักคนแล้วก็ไป ไม่ใช่ผับแบบเมืองไทย

ละครที่ดัง เป็นที่นิยมอื่นก็อย่าง Mr Khan, Kumar ชื่อคงบอกที่มาเหมือนกัน Mr Khan เล่นเป็นคนแก่ พูดเหน่อสำเนียงแขก ตัวจริงเขียนบทเอง เป็นแขกหล่อ สำเนียงเปรี๊ยะแบบคนไม่รู้คิดว่าเป็นอังกฤษแท้ ซึ่งเขาก็แท้ (แค่เชื้อชาติที่ไม่ใช่) ที่มาทำละครนี้ก็เพราะล้อเลียนตัวเอง ความเป็นมุสลิมในชุมชนของตัวเองนั่นแหละ ขำจะตาย มุกคำพูดไม่จืด – คนที่นี่ก็ดูกัน ไม่รู้สึกว่าใครเหยียดใคร คนเขียนบทบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงเมื่อรุ่นพ่อแม่เข้าประเทศอังกฤษ เจอปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคม
ส่วนบ้าน Kumar นั่นก็เหมือนกัน ล้อตัวเองอีก เป็น satire ของแท้อีกเหมือนกัน ถึงชุมชนครอบครัวมุสลิมเหมือนกัน
ทั้งสองเรื่องขำได้ทุกเชื้อชาติ ไม่มีใครรู้สึกเสียดสีใคร นี่คือความรู้สึกปกติ

๓) อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจช่วงแรก
แต่ soap ที่ UK ก็ต่างจากของเมืองไทยอย่างที่เล่ามา ถ้า soap เป็นตัวสะท้อนสังคม สังคมไทยและสังคม UK คงมีของถูกจริตต่างกัน
ถ้านับ Soap รุ่นแรกๆ ของอังกฤษ ก็ คุณหอกสั่น มันก็ต่างกันอีก แล้วยัง Jane Austen อีกเป็นต้น

ท่อนถัดมา เข้าใจว่าคุณหนอนถามว่า ...จึงทำงานได้ในเงื่อนไขที่ต่างจากเรา ... มากกว่าไหม ขอตอบบนพื้นฐานนี้

๒) ความต้องการที่จะมี Free Press ในบริเทน มีที่มา - น่าจะเก่าแก่ที่สุด (ขอรวบรัดไม่อธิบายก่อน – ง่วง เดี๋ยวจะพลาด) ถ้าจำไม่พลาดมากนักก็ราว(หรือหลัง) พ.ศ. ๒๒๓๗ เป็นต้นมา แต่ก็ผ่านความขลุกขลัก มีเรื่องหมิ่นประมาท /การกำหนดให้ King อยู่นอกเหนือการวิจารณ์ / มากมายอีกหลายทอด รวมทั้งใช่ว่าจะลงตัวทั้งสิ้นทั้งปวงในทันที
(มีสิ่งที่เท่ากับมาตรา ๑๑๒ ด้วย เรียกว่า Seditious libel)

Freedom of Press ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นักการเมือง – พูดอีกอย่าง คือ เป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบเรื่องบ้านเมือง

Freedom of Speech and Expression ‘เป็นสิทธิในการนำเสนอความคิดทางการเมือง’ ให้ใครก็ได้ ‘ที่ยินดีรับฟัง รับรู้’ คนฟัง มีสิทธิ์เหมือนกันที่จะฟังหรือไม่ฟังก็ได้ เป็นสิทธิ์ที่ให้เท่าเทียมกัน ไม่ฟังก็ได้ แต่ห้ามพูดไม่ได้

Freedom of Press – Freedom of Speech มักมีข้อกฎหมายควบคุม กำกับดูแล อย่างเดียวกัน หลายครั้งคำนี้จึงใช้แทนกันได้

แต่ Freedom of Speech มีข้อจำกัด ไม่ใช่ให้พูดพล่อยได้ทุกอย่าง เช่น libel, slander, obscenity, pornography, sedition, hate speech, incitement, fighting words, classified information, copyright violation, trade secrets, non-disclosure agreements, right to privacy, right to be forgotten, public security, public order, public nuisance, and campaign finance reform

มีข้อสังเกตว่า
ก) Satire ไม่นับอยู่ในข้อห้าม แต่ incitement อยู่
ข) เผื่อจะตั้งท่ามีอะไรค้านแย้ง – ขอบอกไว้ก่อนว่ามีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ยังไม่ได้ค้นมา และยังไม่ได้พูดทั้งหมด

ถ้ากลับไปตอบที่คุณหนอนถามว่า[ ...จึงทำงานได้ในเงื่อนไขที่ต่างจากเรา ...]

คงต้องกลับไปดูว่า democracy ของชาติอื่นเริ่มเมื่อไหร่ ก็เริ่มมีการฝึกหัดใช้ Freedom of Press มาในเวลาประมาณนั้น
เขาทำงานกันได้ ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้ ... นาน จะว่า ‘มันผูกติดกับนิสัย / ไม่สามารถเข้ากับ nature คนไทย’ เป็นรายละเอียดที่ต้องคุยอีกยาว

เอาแค่ว่า ของเราจะไปถึงตรงนั้น ต้องถามกลับว่าเราจะเริ่มทำความรู้จัก เข้าใจ และหาประโยชน์จาก Free Press เมื่อไหร่

ต่อข้อถามของหลักการเขียนงานของ SW19 – Freedom of Speech อาจจะเป็นแนวทาง แต่เป็นแนวทางเรื่องการต้องยึดความถูกต้องของข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นหลัก
แต่ไม่ได้ยึดสิ่งที่ ‘ทำได้’ มาทำทั้งหมด ไม่ได้จำเป็นต้องพูดสิ่งที่รู้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งที่พูดได้ตามสิทธิ์ทั้งหมด

ที่สำคัญ คือยึด Propriety เป็นหลักการส่วนตัว

ความคิดเห็นที่ 92 (0)
SW19 วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน ๘๘, ๘๙ และ ๙๐
ขอติดไว้สักครู่
จากแต่เช้าเพิ่งกลับเข้ามา รีบตอบคุณชาลีเสียก่อน
เดี๋ยวจะกลับมาตอบอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 91 rattiya , อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี -๘๗-

ก่อนอื่น SW19 ไม่รังเกียจเลยที่จะขออภัย หากคุณชาลีรู้สึก offended
โดยเฉพาะเมื่อคุณชาลี คิดว่าคำพูดนี้ไปดูหมิ่นคุณชาลี - ขออภัยมา ณ ตรงนี้เลย

ขอเรียนตามตรงว่า อย่ารู้สึกว่า SW19 ตีความออกไปโดยเจตนาจะดูหมิ่นใคร เพราะนั่นไม่ใช่เจตนาในการเขียนบทความที่เนื้อหามีความละเอียดอ่อนต่อความเข้าใจของคน ที่ SW19 ต้องมีเหตุผลพร้อมที่จะอธิบายเรื่องราวด้วยข้อเท็จจริง และมีข้อมูลปูมหลังของเรื่องพอสมควร

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเข้าใจ / ตีความ ที่เป็นขึ้นมานี้ SW19 ขอตั้งข้อสังเกตว่าความเห็นที่ –๔๗- ของคุณชาลี (...มั่นใจว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแน่นอน...) ส่วนที่รู้สึกตกใจนั้น เข้าลักษณะที่เรียกว่า sweeping statement ความหมายคือ ข้อความที่กล่าวขึ้นมาอย่างกว้าง ไม่ตีกรอบชัดเจน คล้ายการเอ่ยลอยๆ (ถ้าจะใช้บางศัพท์ภาษาอังกฤษ คือ statement รวมๆ แบบ generalisation จับจุดชัดเจนไม่ได้)

ข้อความลักษณะนี้ อาจจะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่ในกรอบของเนื้อหาที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ ผู้อ่านสามารถตีความได้สารพัด SW19 ตีความได้เช่นนั้น จากประโยคสั้นแค่นั้น เพราะข้อความทำนองนี้ ถูกนำมากล่าวอ้างกันอย่างกว้างขวาง และตีความกันผิดๆ ในการถกเรื่องนี้ในสื่อต่างประเทศมาแล้ว มันสั้นจนเป็นอันตรายต่อความเข้าใจที่ตรงกัน

ก็อาจจะเป็นประเด็นเดียวกับความเห็นที่ ๕๔ ของ SW19 ที่ไม่ได้อธิบายความเห็นยาวพอที่จะทำให้เข้าใจตรงกัน

SW19 ดีใจที่คุณชาลีกลับมาอธิบายอีกครั้ง เพราะทำให้เข้าใจข้อความสั้นๆ –๔๗- นั้นได้ใกล้เคียงกับตัวตนคุณชาลีที่ SW19 รู้จักมาจากการติดตามความเห็นที่น่าสนใจตลอดมา และหวังว่าในโอกาสต่อไป คุณชาลี จะกรุณาสละเวลาเขียนขยายความให้ SW19 ได้เรียนรู้อย่างตรงประเด็นด้วย

ความคิดเห็นที่ 90 (0)
driftworm วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไปเจอนี่มา
ยกเรื่องความสุดโต่งทางความเชื่อออกไป
ปัจจัยทางเกมการเมืองสากลก็น่าเอามาพิจารณาประกอบ
http://www.publicpostonline.net/?p=398

ความคิดเห็นที่ 89 (0)
driftworm วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ลืมหยอดท้ายไปได้แฮะ
จะบอกว่า เรื่องรสนิยม ทัศนคติ อุปนิสัยที่ใช้ปัจจัยทางอารมณ์รักชอบชังที่ใช้
เป็นมุมมองในการมองเหตุการณ์ ปัญหา ตลอดจนวิเคราะห์เรื่องราวเหล่านั้น ...
เมื่อเดือนที่แล้ว ได้พบปะเพื่อน ๆ ฝ่าย “แดง” ต่างพากันบ่นเรื่องนี้ โดยยกรูปธรรม
ที่มวลชนทั้งสองฝ่ายต่างก็ติดละครน้ำเน่า ทำให้ท่าทีการจัดกรกับปัญหาเป็น
แบบที่ว่านั้น ซึ่งมีสำนวนว่า ดราม่า มาม่า ไวไว
บ่นแล้วก็หน่าย ไอ้ห่าน รณรงค์มาจนวัยล่วงเข้าบั้นปลาย เจอแบบนี้กูเลิกแระ ยอมแพ้
ฮ่าฮ่า เป็นไง เอาสิ เอ้า

ความคิดเห็นที่ 88 อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๘๖-

[คุณหนอนจะหลบไปดูละคร ไปหาว่าเขาเป็น soap – มาเจอ British soap จะยิ่งกว่าเจอ soap]

ว่าที่จริงก็ไม่ผิดคาดของผมนะ
คือขณะที่เขียน(แบบสวมหัวโขนโหมดจิกกัดแขวะ)ไปนั้น ก็รู้ว่ามีจุดอ่อนในความคิด
เช่น ๑) ความคิด ทัศนะคนวันนี้ มีแยกย่อยไปหลายแฉกหลายแง่มุมหลากหลายเป็นทวีคูณ
คนที่มีจิตสำนึกในทางดี ก็อาจมีสักน้อยที่ยังติดในมุมของความบันเทิงอารมณ์แบบละครพวกนั้น
อาศัยละครพวกนั้นมา "บริหารอารมณ์" ว่าตูยังเป็นมนุษย์มนาอยู่เว้ย
๒) มันปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนมีแนวทัศนคติ อุปนิสัยในแบบนี้แบบหยั่งรากลึกมาเป็นศตวรรษ
ถึงผมจะยังไม่อยากสรุปว่าเป็นอุปนิสัยประจำชาติ แต่น่าคิดเหมือนกันเมื่อเอามา
เปรียบกับ "ทาง"ของทัศนคติในแบบ free press, freedom of speech ที่
คุณ SW19 (จะเรียกได้ไหมว่า)ใช้เป็นหลักในการเขียนบล๊อก
*สมมุติ* ว่าเอาเข้าจริงแล้วหลักการแบบ free press, freedom of speech
มันเป็นเรื่องที่ผูกติดกับนิสัยประจำชาติที่เป็นมาแต่กำเนิด (nature) อย่างไม่มีวันไถ่ถอนได้
ก็แปลว่ามันไม่สามารถเข้ากับ nature คนไทยได้เกินครึ่ง
แต่อาจเอามาผสมผสานได้
เช่นเดียวกับ ความสุดโต่งของชารฺลี เอ๊บโดะ กับความสุดโต่งของมุสลิมหัวรุนแรง
ถ้าผู้คนทั้งสองฟากฝ่ายนั้นช่วยกับ "บีบ" พวก "หัวหอก" ที่สุดโต่งของฝ่ายตน
ให้ลดราวาศอกลงมาบ้างตามควรแก่ความเป็นมนุษย์ที่เอื้อเฟื้อกัน
อธิบายเหตุขัดข้องของตนอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย (รมต.ต่างประเทศของ EU ก็กำลังประชุมกัน)
ทางออกก็มี

๓) อีกจุดอ่อนใน คห.นั้นของผมคือ รู้ว่าแม้ในอังกฤษ อเมริกา ก็ยังมีพวกหัวเก่า
อนุรักษ์นิยม ไม่ใช่แบบเคร่งศาสนา แต่พวกนิยมเสพละคร soap ๆ และใช้อารมณ์ชอบ/ชังในการวิเคราะห์
เป็นสัดส่วนที่มากอยู่เหมือนกัน
ก็แอบหวังว่าจะได้รับการค้นคว้าหาคำอธิบายจากคุณ SW19 ว่าแล้วทำไมเมื่อความจริงเป็นเช่นนั้น
ระบบ free press, freedom of speech จึงทำงานได้ในเงื่อนไขที่ไม่ต่างจากเรา

อิอิ ปิดเรื่องไม่ลง ... ตตตตต แต่ ยยอดไปคุยต่อเอ็นทรี่หน้าก็ได้นะ แฮ่แฮ่

ความคิดเห็นที่ 87 อะหนึ่ง , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 54 คุณ SW19

"ข้อสังเกตของคุณชาลี ฟังแล้วน่าตกใจ คิดได้ทางหนึ่งว่าเป็นการดูถูกมุสลิมว่าจะสร้างปฏิบัติการณ์เลวร้ายขึ้นอีกครั้ง "

คำพูดนี้ถือเป็นการดูหมิ่นผมมากครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณSW19 จะตีความออกมาเช่นนี้ได้
เพราะเป็นที่รู้กันทั่วโลกว่า การก่อเหตุความรุนแรงไม่ใช่วิถีของมุสลิม
คนมุสลิมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง
แม้แต่กับคนหรืออะไรก็ตามที่พยายามดูหมิ่นเหยียดหยามสิ่งที่พวกเขาเคารพก็ตาม

ทุกๆเรื่อง ย่อมมีที่มาและที่ไปของมัน มีเหตุและมีผลจากการกระทำของมัน
กรณีของCharlie Hebdo เช่นเดียวกัน เมื่อมีเหตุก็ย่อมมีผลในทางหนึ่งทางใด

ขอเรียนให้ทราบว่า การดูถูกดูแคลนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เคยอยู่ในความคิดของผมมาก่อนเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 86 rattiya , อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เรียนทุกท่าน
เรียน คุณลำชานบ้านบู คุณแม่หมี คุณอะหนึ่ง คุณหนอน ในความเห็นท้ายๆ นี้ และทุกท่านในทุกความเห็นก่อนหน้า

ขออนุญาตชวนคุยขมวดท้ายเรื่อง

เหตุการณ์นี้ยังมีผลกระตุกความรู้สึกผู้คน มีเรื่องให้ต้องเรียนรู้ บางทีต้องพยายามทำความเข้าใจ ต้องฝืนความรู้สึก แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องติดตามสถานการณ์ เพราะโลกไม่ได้กว้างอย่างสมัยเราเด็กๆ อีกต่อไปแล้ว

ความแคบที่ดึงผู้คนที่แตกต่างกันเหลือเกินมาใกล้กัน ย่อมสร้างข้อเสียดสี ขัดแย้ง ร้อยพ่อพันแม่ว่าแย่แล้ว มาจากคนละส่วนของโลกและศรัทธาความเชื่อยิ่งสร้างปัญหาได้เท่าทวีคูณ

คุณหนอนจะหลบไปดูละคร ไปหาว่าเขาเป็น soap – มาเจอ British soap จะยิ่งกว่าเจอ soap ฝรั่งไม่อาบน้ำ
ละครน้ำเน่าที่นี่ ไม่ต้องทำวนเวียนหลายยุคซ้ำซาก เราทำเรื่องเดิมๆ มาหลายสิบปี ละครชาวบ้านดังๆ อย่าง Coronation Street หรือ East Enders เล่นและออกฉายอย่างต่อเนื่องมาแล้วน่าจะ ๕๐-๖๐ ปี ใครตายก็เปลี่ยนตัว ตัวละครแก่ เจ็บตายจริงก็มี ตายไปก็มีตัวละครเป็นรุ่นลูกหลาน เล่นต่อกันไปในฉากและสังคมเดิม
ละครน้ำเน่าเหล่านี้มีที่ยืนในสังคม ที่น่าตลกคือ ไอ้รุ่นกระเตาะกางเกงตูดหลุดสมัยนี้ก็ติด รู้จักเรื่องราวติดหนึบ

ประเด็นคือ คนที่ดูละครเหล่านี้ ดูอย่างอื่นด้วย ออกไปส่งเสียงกับเรื่องบ้านเมืองด้วย เพราะประชาชนมีสิทธิ์เลือก คนทำมีสิทธิ์ทำ ก็ (กู) ถนัดแนวนี้ และแนวนี้อย่าเถียงว่า ไม่ใช่รากเหง้าและสิ่งสะท้อนวัฒนธรรม ความเป็นไปในสังคม อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง อิจฉา ตาร้อน มีจริงในคน เมื่อดูละครสะท้อนดูตนแล้ว ก็ต้องกลับมาดูความเป็นจริง

ปัญหาความขัดแย้งทางสังคมก็ไม่แตกต่าง มีอยู่จริง ถ้าเราสนิทสนมคุ้นเคยคงเป็นเรื่องง่ายที่จะวิจารณ์ ตัดสินความผิดชอบชั่วดีได้

แต่ถ้าเราไม่รู้พื้นเพของคน เราจำเป็นต้องรู้พื้นฐานของกฎ กติกา

ความน้ำเน่า และปัญหาของแต่สังคม มีไม่แตกต่างกัน SW19 มีเรื่องเลวของนักการเมือง ของคน-ประชาชน ของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นใน UK มากมายเล่าได้ไม่รู้จบ แถมของฝรั่งเศสด้วย แต่จะมีประโยชน์อันใดที่บอกว่าฉันดีกว่าเธอ หรือการเอาเรื่องเลวๆของสังคมตะวันตกมากล่าวเพื่อบอกว่าไอ้ฝรั่งอั้งม้อก็มนุษย์ขี้เหม็น ไม่เห็นดีกว่าเรา

ได้ข้อสรุปเช่นนั้น แล้วได้อะไรกลับคืนกับสังคมของแต่ละคนบ้าง

หากโลกถูกย่อมาอยู่ด้วยกันจนใกล้ขนาดนี้ การรู้เขารู้เรา รู้ที่มา และใช้เหตุผลเป็นเกณฑ์วิพากษ์ วิจารณ์ น่าจะตัดข้อเสียดสี conflicts จากการกระทบกระเทียบในระยะประชิดได้ดีขึ้น และคงจะเป็นวิธีปฏิบัติที่น่านำมาพิจารณากว่าไหม

สำหรับสังคมไทยหากภาพที่ออกมา กลายเป็นว่า attitude สำคัญกว่าความรู้และข้อมูลจริง จะยิ่งต้องคิดหนักโดยเฉพาะเมื่อสังคมอยู่ในภาวะ ที่แสวงหาการปรองดอง

การปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากสังคมแสวงหา perception - ความเชื่อ ที่เชื่อไปแล้ว
แทนการแสวงหาความจริง ถูกคือถูก ผิดคือผิด

และเมื่อผิดก็ควรต้องรับโทษ ไม่ใช่ออมชอมกันไปเพื่อเกลี่ยปัญหาเฉพาะหน้า
สุดท้ายก็กลับมาที่เดิม คือ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์

นั่นคือจุดยืนของฝรั่งเศสที่ต้องการคงกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีการต่อรอง และนั่นคือเหตุผลที่อีกหลายส่วนในโลกสนับสนุนฝรั่งเศส ‘โดยไม่ต้องสนับสนุน Charlie Hebdo’

เพราะการสนับสนุนนั้น เป็นเพื่อคงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายโดยบริสุทธิ์

SW19

ความคิดเห็นที่ 85 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อะหนึ่ง วันที่ : 20/01/2015 เวลา : 03.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

การล้อเลียน กับ เสียดสี เหมือนมีเส้นบางๆคั่นอยู่...
Freedom of Speech ตามกฎหมายฝรั่งเศส การล้อเลียน เสียดสี เป็นเรื่องของคำพูด
ปากกาไม่สามารถฆ่าคน ไม่มีการทำร้ายบุคคลจริง ไม่ได้ยุยงส่งเสริมให้ใครออกไปฆ่าใคร...ฯ

โลกสมัยนี้ ที่มีฝ่ายหัวรุนแรงก่อตัวอยู่ และแสดงกลุ่มแสดงตัวชัดเจนว่า พร้อมที่จะตอบโต้
โดยจะอ้างเอาความศรัทธา ก็ตามแต่...
ต่อไปฝรั่งเศส อาจต้องตีความกฎหมายใหม่ว่า "ปากกาก็สามารถฆ่าคน(ในประเทศ)ทางอ้อม ได้เหมือนกัน
...
ปล. แวะมาอ่านจบไป 2-3 รอบแล้วล่ะ คิดเห็นมากมาย แต่เรียบเรียงไม่ถูก
บล็อกนี้ คอมเม้นท์ยากยิ่งกว่าเขียนเอ็นทรี่ในบล็อกตัวเองซะอีกแนะ :-)

ความคิดเห็นที่ 84 rattiya , อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ยังมาเยี่ยมอยู่เนืองๆ มาดูคนถกปัญหาซึ่งทำให้เรารู้ข้อมูลมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 83 (0)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๘๑-

::โหมดนางอิจฉา ไร้เหตุผล:: (ตรงบรรทัดล่าง ๆ น่ะ)

ดีครับดี สังคมเราจะใช้วิธีวิเคราะห์ วิจัย (วิจย, วิภัชช) กันแบบดราม่า ๆ ๆ กันต่อไปชั่วกาลนาน
นักการเมืองจะได้จับจุดมาชวนเดินขบวนกัน (ซึ่งผลมันไปรักษาผลประโยชน์พวกเขา) เรื่อย ไป
ป่ะ ป่ะ ปิดเครื่อง ไปเปิดโทรทัศน์ดูยอพระกลิ่นดีฝ่า

อูยยย หนอนวอนโดนพายุก้อนอิฐ

(คุณ SW19 รู้ป่าว กวาดตาดูหน้า FB ช่วงการชุมนุม กปปส. มีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนเยอะะะะะะะ มาก ขอบอก
ถ้าอยู่บ้าน ติดตามการปราศรัยบนเวทีเสร็จก็กดเปลี่ยนช่องไปดูละคร soap ๆ ช่อง ๓ กะช่อง ๗

ละครพวกนี้เป็นกระบวนการฝังลงในจิตใต้สำนึกให้อ่านโลกอ่านสังคมแบบเอาอารมณ์ (taste)
มากกว่าข้อเท็จจริง (facts)
หมายเหตุ - ที่ใช้คำว่า taste กับ facts มาจากหลัก Post Structuralism (หรือ Post Modernism เนี่ยแหละ)
.

ความคิดเห็นที่ 82 (0)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๗๙-

[ เมื่อผ่านเวลายาวนานเหล่านั้น ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ การตีความ ที่มักเกิดขึ้นกับข้อกำหนด อย่างที่คุณหนอนเคยยกตัวอย่างไว้อย่างน่าสนใจตอนตอบคุณแม่หมีในความเห็นที่ ๔๖]

มีตรัสว่าหากไม่มีเหตุก็จะไม่บัญญัติศีล (ข้อกำหนดห้าม) ต่อเมื่อมีเหตุที่เกิดมีสาวกทำไม่ถูกต้อง
ไม่เหมาะสม จึงจะบัญญัติ ไม่ว่าจะมีผู้โจทก์ร้อง หรือไม่มี แต่ทรงทราบก็จะบัญญัติ ผู้ที่กระทำไม่หมาะ
อันเป็นเหตุให้ต้องบัญญัติ เรียกว่า “ต้นบัญญัติ” (เทียบภาษาปัจจุบันก็ประมาณว่า คนต้นเรื่อง)
ตัวอย่างเช่น ภิกษุสมัยนั้นมีบ้างไว้ขนจมูกยาว ไว้ขนหูยาว แล้วดัดเป็นรูปต่าง ๆ อวดกัน
ชาวบ้านเห็นก็พากันติเตียนว่าเป็นกิริยาของชาวโลก ไม่เหมาะสม ไม่มีความสำรวม
เมื่อความทราบถึงพระพุทธองค์ จึงเรียกภิกษุทั้งนั้นมาว่ากล่าว และทรงบัญญัติห้าม

เมื่อโลกพัฒนามา เกิดเครื่องไม้เครื่องมือมากมายที่ไม่มีในยุคพุทธกาล ทำให้เกิด “พฤติกรรม”
การใช้งาน ที่มี “กิริยา” ต่าง ๆ ที่บางเรื่องดูไม่เหมาะสม ดังตัวอย่างพระสงฆ์สะพายกล้อง
วิ่งห้อตุบตับ ๆ ก็ไม่มีบัญญัติเรื่องนี้ไว้ แต่มีข้อบัญญัติเทียบเคียงหรือเป็นหลักพื้นฐานได้ คือ
มีบัญญัติเรื่องการวิ่ง การละเล่น การรำ ว่าเป็นกิริยาของคฤหัสถ์
หากองค์กรสงฆ์ปัจจุบันจะยกหลักนี้มาออกคำสั่ง ก็ย่อมได้ ส่วนจะมีใครอ้างเหตุจำเป็นของ
ยุคสมัยว่าก็มันต้องใช้กล้องนี่นา (กล้อง-สิ่งทันสมัยเป็นเหตุ) ผมว่าไม่พอที่จะหักล้าง

***ประการสำคัญคือ ผมวิเคราะห์แล้วเห็นว่าศีลทุกข้อที่ทรงบัญญัติ ไม่ว่าจะใช้เหตุผลว่า
เป็นข้าศึกของพรหมจรรย์ ว่าเป็นเรื่องที่โลกติเตียน (โลกวัชชะ) หรือ ฯลฯ ก็ตาม ล้วน
เล็งไปที่ผลของการกระทำนั้นจะทำให้ “คุณสมบัติของจิต” (เจตสิก) เศร้าหมอง ไม่เป็นไป
เพื่อการรู้แจ้งในธรรม ทั้งสิ้น***

ดังนั้น การที่สำนักพระพุทธศาสนา จะชี้อธิกรณ์ของพระสงฆ์ที่ละเมิดศีลในปัจจุบันด้วยการ
ยกพระวินัยที่ใกล้เคียงมาใช้เป็นฐานพิจารณา ผมว่าหลักชี้ที่ว่าในย่อหน้าข้างบนนั้นเป็นหลัก
พิจารณาประการหนึ่ง
.

ความคิดเห็นที่ 81 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗๖-
คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากเอ่ยถึงประเด็นนี้ แต่คิดให้ถี่ถ้วนแล้ว บทความนี้ ตั้งใจอธิบายที่มาของประเด็น Charlie Hebdo ให้คนอ่านพยายามแยกระหว่างความรู้สึก ออกจากความเป็นจริงที่เขากำหนดมาตามกฎหมายเสียก่อน

เพราะถ้าเถียงกันทางกฎหมายแล้ว - ก็จบ
ต้องพูดกันด้วย social consideration
เพิ่งไปเขียนไปไว้ที่บ้านคุณ redribbons07 เรื่องผลการสอบถามความเห็น ว่าคนฝรั่งเศส ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นำเสนอ 42%
เพราะข่าวไทยที่แปลมาไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกับต้นทางภาษาอังกฤษ แล้วไม่บอกทั้งหมดว่า ที่คนฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยนั้น คนฝรั่งเศสเห็นสมควรให้ยกเลิก freedom of speech หรือ satire ด้วยหรือเปล่า
(http://www.theguardian.com/world/2015/jan/18/french-people-press-publishing-cartoons-charlie-hebdo-muslims-magazines-papers)

และคนเห็นว่า การตอบโต้ การไม่เห็นด้วยด้วยการฆ่ากัน เป็นทางออกที่ถูกต้องหรือ

เราเส้นกระตุกกับเรื่องแบบนี้ รวมทั้งกระตุกกับข้อเขียนของคนไทยบางท่านว่าสงครามศาสนาเกิดขึ้นแล้ว เพื่อนมุสลิมส่งมาให้อ่าน ความเห็นส่วนตัว คือ ข้อเขียนแบบนั้นขาดการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง และสถานการณ์แวดล้อมที่ครบถ้วน ปล่อยออกมาอย่างขาดความรับผิดชอบ

ความคิดเห็นที่ 80 (0)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 18.30 น.

สวัสดีครับ
ขอคารวะครับ

ความคิดเห็นที่ 79 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗๕-
คุณหนอนพูดถูกเป๊ะ

และนั่นเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่า
โลกจูงมนุษย์ข้ามกาลเวลามาแสนนาน นานจนตัวเรานั่นแหละลืมที่มา - ผิดไหม พูดยาก เพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงแท้ เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงทำให้เราไม่สามารถยึดติดกับสิ่งที่เป็นอยู่ ณ เวลาหนึ่ง ว่ามันจะเป็นอยู่อย่างลงตัว ณ อีกเวลาหนึ่ง ในสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยน

สิ่งสำคัญ จึงไม่ควรยึดมั่น ถือเอา means มาเป็น end คือ ไม่ใช่เอาวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งมาเป็นความหมายของสิ่งนั้น เช่น หนังสือ (mean) ไม่ใช่ ความรู้ (end)
มีหนังสือแต่ไม่มีความรู้ – ก็มี
ไม่มีหนังสือ ไม่เท่ากับขาดความรู้
อันนี้ยาว ขอกั๊กไว้ก่อน

สืบเนื่องมาถึงเรื่องของศาสนาทุกศาสนา 'คำสอนของศาสนา' ก็อย่าง 'ข้อกำหนดของศาสนา' ก็อีกอย่าง
มีที่มา มีเหตุมีผล อันยาวนาน เมื่อผ่านเวลายาวนานเหล่านั้น ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ การตีความ ที่มักเกิดขึ้นกับข้อกำหนด อย่างที่คุณหนอนเคยยกตัวอย่างไว้อย่างน่าสนใจตอนตอบคุณแม่หมีในความเห็นที่ ๔๖
การตีความจะเป็นอย่างไร ที่จะไม่เป็นปัญหา ก็ไม่ควรทิ้งหลักสำคัญ คือ 'คำสอนของศาสนา' อันเป็นหัวใจสำคัญ

-๗๘-
พูดถึงตรงนี้ ก็พอดีกับที่คุณหนอนว่าเอาไว้ – ใช่ ชัดเจนมาก

ความยาวความนาน ทำให้ความเข้าใจของมนุษย์ขาดตอน ลางเลือน

ความคิดเห็นที่ 78 rattiya , กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ว้า หนอนนึกอะไรได้ทีละท่อน ทีละขยัก

ในพระไตรปิฎก มีที่ตรัสว่า เพราะความนาน ทำให้ความเข้าใจของมนุษย์ขาดตอน ลางเลือน
.

ความคิดเห็นที่ 77 (0)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอบคุณ คุณ sevenine ครับ

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้าว ขึ้นต้นว่า เอาสั้น ๆ ก่อน แต่ก็ดันยาวเฟื้อย

หยอดอีกนิด ศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามน่ะ คือที่มาเดียวกันนะ เขารับรองไว้แล้ว
jesus มีเอ่ยในตำราของมุสลิมด้วยด้วยสำเนียงภาษาอาหรับว่า อิซา
และตัวคนในสองศาสนานี้มีอิงโยงกันอยู่

ความคิดเห็นที่ 75 (0)
driftworm วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๗๑-

เอาสั้น ๆ ก่อนนะ
ที่ยืนยันว่าข้อความท้าย ๆ ไม่เปลี่ยน คือข้อที่สรุปว่าสิ่งหมายสูงสุดของทั้งสามศาสนาคืออันเดียวกัน
ผมไม่ตื่นเต้น กังวลว่า วิกิไทยจะไม่ครบสมบูรณ์ (เป็นธรรมดา มันเริ่มทีหลังและมีคนเข้าไปปรับแก้ข้อมูลน้อยมาก)
และวิกิภาษาอังกฆษสมบูรณ์กว่า (เพราะไม่ใช่แต่คนอังกฤษ, เมกัน ที่เข้าไปช่วยปรับข้อมูล
แต่เป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษทั่วโลก)
ไม่ตื่นเต้นกังวลว่า วงวิชาการยุคหลังได้ปรับปรุงตำราให้เป็นว่า ความหมายของ supernatural
ให้รวมถึงปรากฏการณ์รับรู้ธรรมชาติที่รับรู้ได้ด้วยอายตนะ ๕ ตามปกติที่ลึกซึ้งจนอธิบายไม่ได้

*(แต่หนอนอธิบายได้)* เอาสิ

เพราะไม่ว่าจะจะความหมายว่า ลึกลับ หรือในความหมายว่าไม่ใช่เหนือธรรมชาติคือลึกลับ
แต่ลึกซึ้งเกินกว่ามนุษย์เราจะอธิบาย (ตามความหมายเพิ่มใหม่ในวิกิภาษาอังกฤษ) ก็ตาม
ข้อสรุปของผมว่า สิ่งหมายสูงสุดของสามศาสนาคือสิ่งเดียวกัน และไม่มีความต่างในสามศาสนา ก็"คงเดิม" - ถูกไหม

ธรรมชาติบางเรื่องมันยาวไกล.......มาก จนมนุษย์สาวไม่ถึง
แถมยังมีอุปสรรคคือ อุปกรณ์รับรู้ของมนุษย์คือตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย ใจ มันมีขีดจำกัดที่ range หยาบละเอียดยาวสั้น

แค่แสงอาทิตย์ที่เราเห็น เราสัมผัสอยู่ทุกวินาทีนี่ มันเป็นแสงอาทิตย์ของ "เมื่อ ๘ นาทีที่ผ่านมา"
ไม่ใช่เราเห็นสด ๆ ทนทีเดี๋ยวนี้
จึงไม่ต้องพูดถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติไกล................. และนาน................
ขนาดบิ๊กแบ็ง แล้วอีกนานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน กว่าจะเกิดห้วงน้ำ แล้วนานนนนนนนนนน
จึงจะมีชีวิตเซลล์เดียว แล้วนานนนนนนนนนนนนนนนน กว่าจะมีสัตว์ที่สืบพันธุ์แบบแบ่งเพศ
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

ดังนั้น มนุษย์พวกหนึ่งจะบอกว่า โฮ้ย นั่นมัน being ที่ลี้ลับ เหนือธรรมชาติ และนั่นที่สร้างพวกเรา
แต่มนุษย์อีกพวกจะบอกว่า ก็ธรรมชาติต้นเดิมนี่แหละ กระบวนการมันยยาวววววววววว
และนานนนนนนนนนน มากจนเราต่อไม่ติด
ทั้งสองทางก็คือสิ่งเดียวกัน แต่หนอนอยากจะถือเอาประการหลัง และบอกว่านั่นคืออตัมยตาที่
พระพุทธเจ้าตรัส และจึงไม่ตั้งชื่อเป็นบุคลาธิษฐานว่าพระเจ้า เพราะมันแค่ปรากฏการณ์อันลึกซึ้ง

เมื่อเป็นเพียงปรากฏการณ์ แล้วทำไมจึงมีมนุษย์อย่างเราที่รู้คิด รู้ใช้ปัญญา ตริตรองย้อนกลับไปที่"ปรากฏการณ์"เค้าเดิมพวกนั้น
อ๋อ ง่ายมาก พระพุทธองค์ตรัสว่า เพราะ "ธรรม" (ธรรมชาติ) คือรูปและนาม มีอยู่

......................................
พอพูดถึงธรรมชาติต้นเค้าเดิม อ่า.... ในเต้าเต็กเก็ง (คัมภีร์เต๋า) มีพูดถึง "จิตเดิมแท้" ที่ไม่มีดำ/ขาว ไม่มีดี/ชั่ว

เอ นับเอาเต๋าเข้ามาด้วย เป็น ๔ ศาสนาไม่มีความต่างกันดีมั้ย ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
มีเว่ยหล่าง มีฮวงโป อีก

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
SW19 วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 04.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗๓-

คุณ sevenine

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
sevenine วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jamon

คุณsw19 ขอคารวะ 2จอก และ 1จอกให้คุณหนอน อธิบายได้ละเอียดชัดเจนมาก ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗๐-

ความเห็นตอนท้ายสุดของ –๖๕- น่ะ
เอาตรงนี้ […ยาวจริง ๆ นะ ลองขึ้นเรื่องขยายความคิดนี้เสียดีละมั้ง …] ด้วยนะคุณหนอน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว

หลายส่วนของ SW19 ก็อ้างตำราไม่ได้ ... อยากจะอ้างชื่อครูแทน สมัยนู้น tutorial ครูจะนัดคุยกันที่ผับ

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖๙-

ขอโทษด้วย...
‘กูก็ว่าอย่างงั้นแหละ’

ถึงยังไม่ตอบ เพราะอ่านแล้วยาว ยาวจริงๆ
กรรมเวร

เปิดทั้งสองหน้า เทียบกันไปมา ไม่ได้เรื่องเดียวกันเล้ย
แต่เท่าที่ดู Supernatural (เขียนติดกัน) ส่อเจตนาไปทาง ความเชื่อ ศาสนา อภินิหาร และสิ่งเหนือธรรมาติทั่วไป
คุณหนอนลองดู ที่นี่ก่อน http://en.wikipedia.org/wiki/Supernatural

The supernatural is that which is not subject to the laws of physics or, more figuratively, that which is said to exist above and beyond nature. In philosophy, popular culture and fiction, the supernatural is associated with the paranormal, religions and occultism. It has neoplatonic and medieval scholastic origins.

(Medieval Latin: supernātūrālis: supra "above" + naturalis "nature")

ความคิดเห็นที่ 70 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เดาว่าหน้าภาษาอังกฤษคงยาววววววเอาเรื่อง

แต่ในส่วนของความเห็นต่อท้ายของผม ผมไม่เปลี่ยนนะ


ความคิดเห็นที่ 69 (0)
driftworm วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๖๘-

ขอโทษนะ . . . . "กูว่าแล้วเชียว" !!!

เรื่องนี้ต้องเคลียร์



จริงจริ๊ง ผมเก็บหน้าร้านไปก็คิดเรื่องนี้ไปด้วย ว่า เอ เราดูหน้าวิกิไทย
แล้วภาษาอังกฤษจะว่าไงมั่งหว่า แล้วก็นึกว่าภาษาเราไม่แข็ง ถ้าต้องอ่านจริง ๆ ก็คงแปลมั่วแหง

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖๕-
คุณหนอน Metaphysics พลิกกลับไปอ่านภาคภาษาอังกฤษจาก วีกี้พีเดี่ย คนละเรื่องกันเลย
ขอเวลาทำความเข้าใจแป๊ป

ความคิดเห็นที่ 67 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖๔-

คุณรัตน์ มาตรา๑๑๒ เป็นความจำเป็นที่ต้องมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อความเข้าใจ Freedom of Speech ของคนไทยยังไม่ถ่องแท้

SW19 เคยออกความเห็น ไว้ที่บล็อกหนึ่งเรื่องนี้ โดนขว้างอิฐกระจาย จึงเลิกและเขียนเฉพาะในบทความและความคิดเห็นของตัวเอง เพราะความเห็นของ SW19 ต่อการที่มาตรา ๑๑๒ ที่ควรมีอยู่นั้น ควรต้องอยู่โดยมีการ update ขอใช้คำนี้ เพราะจะบอกว่าปรับแก้ ก็อาจไม่ครอบคลุมประเด็น การ update ก็เพราะโลกและสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เหมือนอย่างที่คุณหนอนพูดเรื่องการกำหนดถูกผิดในกิจของสงฆ์

การปรับปรุง มาตรา ๑๑๒ เสมือนการระบุให้ชัดเจนไป มีคำอธิบาย ที่ให้แนวทางกับความผิด การตีความ และการลงโทษ และโดยส่วนตัวจะเป็นผลในการปกป้องไม่ให้พวกหาเหตุ abuse แล้วนำมาตีความ ใส่ไข่ไปนานาประเทศ สร้างความระคายเคืองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ไม่จบอีก

เพราะนั่นคือ สิ่งที่สื่อต่างชาติไม่เข้าใจ พอมองแบบกำปั้นทุบดิน เอาแต่นิยามของ Freedom of Speech มาใช้ ก็ตำหนิมาตรา ๑๑๒ เข้าทางไอ้พวกอยากให้ยกเลิกอีก คนต่อต้านก็ด่าสื่อต่างชาติ – ทำไมเราไม่ทำให้มันง่ายๆ โดยการสู้กันด้วยคำอธิบาย ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นเกราะ

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
rattiya วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 15.18 น.

สวัสดีค่ะคุณหนอน.
"ว่าที่จริงก็เคยขึ้นมาบ้างแล้ว ถูกก้อนอิฐไปเรียบร้อยแล้วว่า มาเขียนบล็อกแบบนี้ทำไม
เขียนให้คนอ่านไม่รู้เรื่องเหมือนไม่ใช่ภาษาคน

หนอนหน้าหนาแล้ว ปะเหมาะจะลองใหม่
หนอนไม่ชอบอ้างตำรา อ้างชื่อด๊อกเต้อร์ที่ยิ่งใหญ่ คนรู้จักเยอะ ไม่ชอบใส่เลขเชิงอรรถ
ไม่ชอบใส่สัญลักษณ์ตามระเบียบวิธีวิจัย ว่าตามปากของหนอนลุ่น ๆ เนี่ยละ"

เเล้วจะพยายามเข้ามาอ่านทำความเข้าใจค่ะ สักวันหนึ่งคงจะเข้าใจตามเเนวความคิดของคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 65 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๓- , -๖๐-

ระลึกย้อนไปเมื่ออายุ ๑๕ เข้าร่วมกลุ่มศึกษาเสวนา เป็นการมารวมกันของนักเรียนมัธยม
กับนิสิตนักศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ จับกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ใครถนัดค้น
และอ่านงานแบบไหนก็ไปทำมาแล้วมาขยายให้ฟังเวลานัดรวมกลุ่มกัน (ท่านหนึ่งตอนนี้
ทำโรงเรียนระบบทางเลือกอยู่ทางภาคเหนือและจัดอบรมเสวนาทางความคิดแบบเปิด)
ครั้งหนึ่งนัดกันไปที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีนิสิตคณะนั้นคนหนึ่งมาบรรยายเรื่องปรัชญา
ได้แนะนำให้รู้จักอภิปรัชญาหรือ metaphysics โดยยกตัวอย่างคำสั่งสอนเผยแพร่ในสำนัก
ของโสกราตี๊ส เพลโต้ อริสโตเติ้ล ที่ใช้ตรรกะ ใช้การสนทนาถกเถียงเป็นเครื่องมือหาข้อสรุป
ว่าอะไรคือความจริงสูงสุด สูงยิ่งไปกว่าสังคมมนุษย์ เรียกว่าอันที่เป็นกำเนิดของจักรวาล
และโลกนี้เลยทีเดียว ส่วนสังคมมนุษย์ควรถูกกำกับด้วยความดี ปัญหาที่ต้องถกเถียงคือ
ความดีคืออะไร อย่างไร

เท่าที่รับรู้ตอนนั้น มันยังไม่ครอบคลุมขอบข่ายของอภิปรัชญา จะพยายามคิดทึกทักเอาเอง
เดี๋ยวนี้เวลานี้ก็ไม่เข้าที ในที่นี้จึงขอยกเอาที่เขาสรุปแล้วในวิกิพีเดี่ยมาเป็นสังเขปก่อน
(อันที่จริงผมเคยพบมีคนเขียนลงในเว็บบล็อกเช่น gotoknow และเว็บบล๊อกอื่น ๆ ในรูปแบบ
ที่เหมือนเขียนรายงาน หรือเรียบเรียงตำรา ในเว็บบล็อกโอเคเนชั่นนี้ก็มีคนขึ้นเรื่องเป็น
เนื้อหาเหมือนตำราปรัชญาอยู่บ้าง แต่ในที่นี้ขอยกไว้ไม่ค้นมา)

อภิปรัชญา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2 )

อภิปรัชญา (อังกฤษ: Metaphysics) ซึ่งเป็นศาสตร์สาขาหนึ่งของ ปรัชญา ที่ว่าด้วยความ
แท้จริงหรือสารัตถะ (Reality Essence) ซึ่งรวมทั้ง ชีวิต โลก และ ภาวะเหนือธรรมชาติ เช่น
พระเจ้า[1]
มีปรัชญาอีกสาขาหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ อภิปรัชญาคือ Ontology แปลว่า ภววิทยา ซึ่งเป็น
ศาสตร์ที่ว่าด้วยความมี (being) ศาสตร์ทั้งสองนี้มีความเกี่ยวข้องกันเพราะว่า Metaphysics คือ
ศาสตร์ที่ว่าด้วยความแท้จริงหรือสารัตถะว่ามีจริงหรือไม่ Ontology ก็ศึกษาเรื่องความมีอยู่ของ
ความแท้จริง หรือสารัตถะนั้นเป็นจริงอย่างไรโดยทั่วไปถือว่าศาสตร์ทั้งสองนี้ศึกษาเรื่องเดียวกัน
คือ ความมีอยู่ของความแท้จริง หรือความแท้จริงที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นจึงถือว่าศาสตร์ทั้งสองเป็น
เรื่องเดียวกัน

ศัพท์
คำว่า อภิปรัชญา บัญญัติโดย พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ [1] เมื่อพิจารณาตาม
รูปศัพท์ อภิปรัชญามาจากคำว่า “อภิ” หมายถึง ความยิ่งใหญ่ สูงสุด เหนือสุด และปรัชญา
หมายถึงความรู้อันประเสริฐเมื่อรวมเข้าด้วยกัน “อภิปรัชญา” จึงหมายถึง ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับ
สิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการเห็นทั่ว ๆ ไป หรือความรู้ที่อยู่นอกเหนือการรู้เห็นใด ๆ แต่สามารถรู้
และเข้าใจด้วยเหตุผล

อภิปรัชญาเป็นปรัชญาบริสุทธิ์สาขาแรกที่เกิดขึ้นมาในโลกเกิดจากความประหลาดใจ และความ
สงสัยของมนุษย์สมัยโบราณ ที่มีต่อ ปรากฏการณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจากความอยาก
รู้อยากเห็นของมนุษย์นี้เองทำให้มนุษย์ต้องสืบหาสาเหตุของความเป็นจริงเหล่านั้นซึ่งคำตอบที่
ได้อาจถูกบ้างผิดบ้างจนในที่สุดก็ได้คำตอบที่ถูกต้อง จากคำตอบที่ถูกต้องนี้แหละคือความรู้
ทางอภิปรัชญา แม้จะแยกย่อยเป็นจำนวนมากแต่อยู่ในขอบเขตของสาขาใหญ่ๆ 3 สาขาของ
อภิปรัชญา คือ สสารนิยม จิตนิยม และธรรมชาตินิยม นอกจากอภิปรัชญา 3 สาขาใหญ่แล้ว ยัง
มีภววิทยาซึ่งเป็นสาขาที่สำคัญของอภิปรัชญา ซึ่งในศาสตร์ของภววิทยานี้ได้แยกออกเป็น 3
ทฤษฎี คือ เอกนิยม ทวินิยม และพหุนิยม อภิปรัชญาถือว่าเป็นหลักของโครงสร้างของวิชา
ปรัชญา ถ้าขาดอภิปรัชญาเสียแล้ว ปรัชญาก็มีไม่ได้ ดังนั้นในการนำเอาปรัชญาไปประยุกต์ใช้
จำเป็นต้องยึดโครงสร้างอภิปรัชญาเป็นหลักสำคัญ

######
ผมอ่านข้อความจากหน้าวิกิพีเดี่ยนี้แล้วก็มีข้อสังเกตในใจหลายจุด รวมทั้งข้อที่ผมสรุปจาก
ประสบการณ์ตัวเองอีกหลายจุด หากเขียนขยายแล้วกินความยาวหลายเอ็นทรี่เลย เช่น

คำว่าสิ่งเหนือธรรมชาติในหน้านี้มาจากภาษาอังกฤษว่า super natural ตามรูปศัพท์อังกฤษ
น่าจะไม่ได้แปลว่าเหนือธรรมชาติ แต่น่าจะเป็นว่า ธรรมชาติอันเป็นที่สุดเบื้องต้น คือระดับ
การก่อกำเนิดจักรวาลและโลก

‘ธรรมชาติอันเป็นที่สุดเบื้องต้น คือระดับการก่อกำเนิดจักรวาลและโลก’ นี้คือสิ่งที่ถูกตั้งชื่อเป็น
บุคลาธิษฐานว่า อัลลอฮ์ ในอิสลาม, ว่า ยโฮวา ในคริสต์ศาสนา
กับเรียกโดยไม่อิงบุคลาธิษฐานว่า อตัมยตา หรือตถตา ในพุทธศาสนา
หนอนสรุปมานานปีแล้วว่า “ไม่มีความต่างในสามศาสนา”

ทำไมต้องมีชื่อเรียกแบบบุคลาธิษฐานประหนึ่งว่าสภาวะธรรมชาติอันเป็นที่สุดเบื้องต้นนั้น
เป็นตัวเป็นตนที่มีชีวิตและทรงพลานุภาพเหนือจักรวาลทั้งปวง
มนุษย์ไม่ใช้บุคลาธิษฐานกับสิ่งเคารพสูงสุดของตนได้หรือไม่

ฯลฯ

ยาวจริง ๆ นะ ลองขึ้นเรื่องขยายความคิดนี้เสียดีละมั้ง
ว่าที่จริงก็เคยขึ้นมาบ้างแล้ว ถูกก้อนอิฐไปเรียบร้อยแล้วว่า มาเขียนบล็อกแบบนี้ทำไม
เขียนให้คนอ่านไม่รู้เรื่องเหมือนไม่ใช่ภาษาคน
หนอนหน้าหนาแล้ว ปะเหมาะจะลองใหม่
หนอนไม่ชอบอ้างตำรา อ้างชื่อด๊อกเต้อร์ที่ยิ่งใหญ่ คนรู้จักเยอะ ไม่ชอบใส่เลขเชิงอรรถ
ไม่ชอบใส่สัญลักษณ์ตามระเบียบวิธีวิจัย ว่าตามปากของหนอนลุ่น ๆ เนี่ยละ
.

ความคิดเห็นที่ 64 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 13.30 น.

"โดย principle ของ free press ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเผยแพร่ได้ กฎที่ห้าม คือ เรื่อง copyright law และข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ"

ปัญหา..สื่อเเต่ละประเทศก็เเตกต่างกัน สื่อบางเเห่งมิได้เสนออย่างเดียวเเต่ใส่ไข่เข้าไปด้วย..อยากจะเสนอข่าวอย่างเดียวเพื่อให้คนอ่านมาก..ไม่มีความรับผิดชอบ...เเย่ค่ะ ..บางครั้งคนอ่านเองก็บ้าจี้(ภาษาชาวบ้าน)..เต็นไปตามข่าว

อีกเรื่องหนึ่ง ม.112 พอเห็นคำนี้มีความรู้สึกว่า ...ห้ามติ ..ห้ามเขียน ..ห้ามวิจารณ์..(ความรู้สึกส่วนตัว)..เเค่ง่ายๆถ้าเเค่นำภาพพระองค์ท่านมาลงสื่อเเบบไม่ได้วิจารณ์...

ปล.อดไม่ได้ที่จะต้องเขียน กำลังเก็บของใส่กระเป๋า เขียนไปเก็บไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 63 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖๒-
คุณรัตน์ถามเหมือนนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันเมื่อเย็นนี้เลย

เรียนตามตรงเรื่องนี้ ไม่มีข้อมูลเป็นทางการที่เห็นจากข่าวแล้ว ‘ตรงกับเรื่องนี้’

แต่โดย principle ของ free press ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเผยแพร่ได้ กฎที่ห้าม คือ เรื่อง copyright law และข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน UK คือ Press ไม่ได้เผยแพร่เรื่องนี้อย่างแพร่หลาย
อธิบายดีๆ คือ Press ส่วนมาก นำเสนอหน้าปกของ Charlie Hebdo ‘เป็นข่าว’ แต่ไม่ใช่เป็นการร่วมเผยแพร่ ไม่ใช่กระพือ

BBC มีเหตุผลชัดเจนในการลงภาพ ‘ครั้งเดียว’ ว่าในฐานะเป็นการรายงานข่าว หลังจากนั้น แม้กระทั่งการรายงานข่าวคนเข้าแถวรอซื้อแม้กกาซีนฉบับนี้เมื่อวางตลาดก็ถือให้เห็นว่ามีหนังสือในมือ แต่ไม่ให้เห็นภาพและรายละเอียด

มีเหตุผลอธิบายเพิ่มเติมว่า UK ไม่ใช่ secular state และให้ความเคารพ กับให้ความเท่าเทียมในแต่ศาสนาของแต่ละชุมชนที่เราเรียกว่าเป็น multicultural society มีคำสั่ง คำแนะนำ ในการเผยแพร่ ที่ให้ดูความเหมาะสม ภาพ Queen ในฐานะ Head of The Church of England โพกผ้าคลุมศีรษะ และถอดรองเท้าเมื่อเข้า mosque เพื่อแสดงความเคารพตามวิธีของศาสนาอื่น เป็นเรื่องปกติ

สำหรับเรานี่คือ เรื่องของ propriety – ความเหมาะสม กาละเทศะ

สำหรับพวกสุดโต่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่ทุกสังคม ก็มีข้อโต้แย้งกันว่า นี่ไง ในประเทศซึ่งมี 100% freedom of speech ยังมี censorship เกิดขึ้น จากการควบคุมกันเอง

พวกสุดโต่งเหล่านั้น ก็พูดทำนองว่า self-censorship ก็มีค่าเท่ากับถูก censor รับไม่ได้อยู่ดี – สำหรับกรณีนี้สาธารณชนไม่ค่อยมีความเห็น เพราะแทบจะ 100% ต่อต้านการเซ็นเซอร์ หรือการควบคุมสื่อโดยรัฐบาล อันนี้ไม่เป็นปัญหา เพราะมันเป็น principle of democracy เมื่อเกิดกรณีใดๆ ก็มาถกหาข้อสรุปกันเป็นเรื่องๆ ไป

อย่างเรื่องนี้ เห็นหรือไม่เห็นภาพจาก Charlie Hebdo ทั้งฉบับล่าสุด หรือก่อนหน้า ก็ไม่เห็นจะสนใจกัน ไม่ได้เรียกร้องให้ใคร สื่อไหน หรือฉบับไหนนำมาเผยแพร่ ต่างมุ่งกันไปที่หลักการมากกว่า

ต่อกรณีนี้ เราคิดว่า นี่คือ very British way การควบคุมกันเอง ให้อยู่ในกรอบที่คนเขามอบ ‘ความไร้กรอบ’ ให้
มีค่ากว่า และย่อมดีกว่าให้ใครก้าวเข้ามาบงการ
ทุบกันเอง คงเจ็บน้อยกว่ากระมัง

ความคิดเห็นที่ 62 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 04.51 น.

ติดใจอีกข้อหนึ่งค่ะ ผลงานของ Charlie Hebdo ที่เขียน วาด ล้อเลียน...ทำที่ประเทศฝรั่งเศส ถือว่าทำได้ไม่ผิดกฏหมาย เเต่เมื่อผลงานนี้ถูกเผยเเพร่ไป ทั่วโลกทาง Internet ยังถือว่ายังอยู่ในกฏหมายนี้หรือค่ะ

อ่อนเรื่องกฏหมายค่ะ
ความเห็นส่วนตัว เรื่องชักจะลุกลามไปใหญ่โต เป็นข้ออ้างให้มือที่สาม พวกกระหายสงครามนำไปเป็นข้ออ้างก่อเหตุร้าย

ความคิดเห็นที่ 61 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 02.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕๙-
คุณ usakanay

เรื่องผ้าคลุม full veil (ไม่แน่ใจคำสะกดภาษาไทยที่ถูกต้อง) นั้น เป็นการห้ามที่เรียกว่า ban ตามกฎหมาย เราขยายความเรื่องนี้ที่มีผู้อุธรณ์ไปถึง European court และเรื่องตกลงมาให้ยืนยันตามคำสั่งศาลฝรั่งเศส ไว้ที่ความเห็นที่ ๒๗ และคุณหนอน ได้มาอภิปรายเพิ่มเติมที่ความเห็นที่ ๓๑
เมื่อมันเป็นกฎหมาย ก็คงไม่สามารถเอาความถูกใจมาใช้เป็นเกณฑ์ได้อย่างที่คุณว่า

จะว่าไปแล้ว หากคนบางกลุ่มต้องการทำอะไรที่ถูกจริตของตน คงต้องพิจารณาเป้าหมายถิ่นฐานที่อยากอพยพไปด้วย เป็นความจริงที่เราไม่ค่อยนำมากล่าวถึงกันนักด้วยว่า ต่อให้เป็นประเทศที่มุสลิมเป็นคนส่วนมาก ก็ไม่ใช่ว่ามุสลิมทุกกลุ่มจะอยู่ร่วมกันเองได้เหมือนกัน

ประเด็นสำคัญอีกอย่าง คือ การฆ่าคนฝรั่งเศสทิ้งอีกมากเท่าไหร่ ก็คงไม่ทำให้ประเทศฝรั่งเศสยกเลิกพื้นฐานของการปกครองของชาติในข้อนี้ ดูจากข้อความ (Learn all about France) ข้างต้น บอกชัดแจ้งว่า พื้นฐานการศึกษาของฝรั่งเศสยึดหลักการนี้ และปลูกฝังความคิดเรื่อง secularism ในโรงเรียนมาตั้งแต่ ๖ ขวบ

เรื่อง ๒๔๗๕ unfortunately อย่างที่คุณ usakanay ว่า แต่เมื่อกรณีนั้นประชาชนยังขาดโอกาสรับรู้ โต้แย้ง ในช่วงรัฐประหาร รวมทั้งไม่มีข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจคล้อยหรือไม่คล้อยตามผู้นำ ก็เป็นกรณีหนึ่ง แต่ ณ เวลานี้แล้ว เป็นความจริงที่คนไทยต้องเข้าใจสถานการณ์โลกอย่างชัดแจ้ง จะรู้นิดรู้หน่อย แล้วเชื่อตามไม่ได้แล้ว ในเมื่อข้อมูล ข่าวสารมีให้รับรู้

เอดิธ เพียฟ ในความเห็นของ SW19 โดยเฉพาะเพลงนี้ ให้ความรู้สึก เศร้า แต่ไม่เสียใจ
ไม่ได้หยิ่ง แต่ทะนง
...และแกร่ง

ขอบพระคุณที่แวะมาคุยกันเสมอ

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
SW19 วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 01.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕๘-
ขอบพระคุณคุณหนอนมาก น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านด้วย

ความคิดเห็นที่ 59 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
usakanay วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

เรื่องข้อกฎหมายที่คุณ sw19 นำเสนอนั้น ทำให้นึกถึงเมื่อไม่นานมานี้ ฝรั่งเศสห้ามนักศึกษาหญิงมุสลิมใช้ผ้าคลุมผมฮิญาบในสถานศึกษา ถ้าอนุญาตเท่ากับให้สิทธิพิเศษกับความเชื่อของคนศาสนาหนึ่ง เมื่อต้องการอยู่ในบ้านเมืองเขาก็ต้องทำตามกฎเกณฑ์ของเขา แม้กฎเกณฑ์นั้นๆจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง จะไปเรียกร้องสิทธิพิเศษคงไม่ได้ ทำได้สองอย่างคือหนึ่งต้องทำใจ และสองหอบผ้าหอบผ่อนกลับถิ่นฐานเดิมของตัวเองไป แต่ไมถูกใจแล้วไปฆ่าเขาถึงในบ้านเมืองเขานี่มันออกจะผิดคำสอนของศาสดาทุกองค์แน่ๆ เรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครองของเราเมื่อ 2475 นั้นผมเห็นเช่นเดียวกันว่า ท่านผู้ก่อการท่านรับแนวคิดของเขามานั้นท่านได้ศึกษาประวัติศาสตร์ จารีตการเมื่องการปกครองและสาเหตุของการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อ 1789 มาอย่างถ่องแท้ขนาดไหน ประชาชนคนในชาติพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมคิดหลายคนคงเคยคิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่ hélas มันย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว เหตุการณ์ Charlie Hebdo คงจะมีผู้ฉวยโอกาสเอามาอ้างเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 อย่างที่คุณ sw 19 เขียนไว้แน่ๆ ผมอ่านเรื่องของคุุณ sw19 ไปฟังเอดิธ เพียฟ ร้อง Non,Je ne regrette rien. ไปหลายสิบรอบ แต่ไม่เบื่อครับ ชอบฟังอีกหลายเพลงของเธอ โดยเฉพาะเพลง La vie en rose.และ Hymne à l'amour. ครับ

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
driftworm วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พรุ่งนี้ค่อยมาให้คำตอบ คห.๓๓ เรื่อง metaphysics

ความคิดเห็นที่ 57 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕๕-
ขอบคุณคุณกระเจี๊ยบมากที่กรุณาอธิบาย ให้ความกระจ่าง

เมื่อแรกเริ่มที่ลำดับความ เพื่อเล่าเรื่องนี้ จุดแรกที่มองปัญหา คือ เรื่องของคน และความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของคน อยู่ที่แต่ละชั่วขณะ ความต้องการใดจะขึ้นมาเหนือสุด สลับกันไป

จุดที่สอง คือ ประเด็นนี้เป็นประเด็นของยุโรปทั้งภาคพื้นทวีป ที่พูดไม่ใช่เพราะเป็นบ้านของเรา แต่เพราะเหตุผลทางเขตแดน เรากลายเป็นประเทศใหญ่ประเทศหนึ่งด้วยกันแล้ว แต่ละประเทศในยุโรปเสมือนลบเส้นพรมแดนของแต่ละคนออกไป หลังคืนเกิดเหตุ Chancellor Merkel นั่งอยู่กับ David Cameron ประชุมกับ Hallonde เชื่อว่า ณ เวลานั้น Defense minister ของแต่ละคนเตรียมการพร้อมรับเหตุการณ์ไว้แล้ว

ใน UK เราทำแท้งแผนก่อการร้ายก่อนเกิดโดยไม่เป็นข่าวค่อนข้างมาก และความร่วมมือระหว่างกันของประเทศในยุโรปด้านความมั่นคงต้องมีอยู่แล้ว

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ Belgium เหมือนเป็นข้อบ่งชี้ความตึงเครียดกับกลุ่มมุสลิมที่มีเป็นระยะ ให้ชัดขึ้นว่า แผนก่อการร้ายมีการเตรียมการ across Europe
(Coulibaly ไปสเปนกับสาว Boumeddiene ก่อนหน้าไม่กี่วัน และอาวุธปืนในเหตุการณ์ต่อเนื่อง เชื่อว่าซื้อจากแถวสถานีรถไฟใน Brussel)

เราเองแต่ละคนในฐานะ Europe เป็นหนึ่งเดียวคงไม่แตกต่างกับคู่ต่อสู้ คือ แผนการสลายขั้วเหล่านั้น มีการวางแผนร่วมกัน วางกำหนดเวลาไว้ใกล้เคียงกัน

จำนวน European (ตามสัญชาติ) เชื่อว่ามีถึง 5,000-6,000 คน ที่ออกไปร่วมรบกับ IS

ข้อสังเกต สำหรับผู้ติดตามเหตุการณ์นี้ คือ ความจริงใจ จริงแท้- Genuine ของการนำกรณี Charlie Hebdo มาก่อเหตุสังหารหมู่ เป็นความต้องการที่แท้จริง หรือ เป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าหาเหตุในการก่อการร้าย เสมือนว่าเมื่อถูกยั่วยุเหยียดหยาม แล้วลุกมาปกป้องศรัทธาความเชื่อ / ศาสนา ก็สมเหตุสมผลแล้ว ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Charlie Hebdo

โดยเฉพาะเมื่อการลุกขึ้นมาสังหารจัดการกับ Charlie Hebdo ไม่ได้สอดคล้องกับ timeline ของการตีพิมพ์บทความต่างๆ

หากเรายังติดอยู่กับเรื่องศาสนา โดยไม่สนใจบทบาทของข้อกฎหมาย หลักการของประเทศเจ้าบ้าน
จับจุด sensitive แล้วโต้แย้งกันในประเด็นนั้นอย่างเดียว จะกลายเป็น issue oriented – หาแต่สาเหตุ
แล้วลดความสำคัญของปัญหาที่มาจากคน เราจะหาทางแก้ไข และป้องกันเหตุร้ายนี้ในช่องทางที่มีผล และทันเวลาได้อย่างไร

(อันนี้ข้อละ ยังไม่ต้องพาดพิงไปถึงเรื่องประเด็นหมิ่นในหลวง ซึ่งคงจะต้องทำความเข้าใจกันอีกยาว)

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
SW19 วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕๒-

ความคิดเห็นที่ 55 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 02.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

- ๓๙-
ใช่ค่ะ Pegida อ่านว่า เพ-กิ-ด้า

เริ่มมีเพื่อนมุสลิมตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย จนถึงเดี๋ยวนี้ พอรู้จักเยอะขึ้น คุ้นเคย ก็ทำให้เข้าใจอย่างคุณ SW19

คงจริง... คนที่เป็นปัญหา มีน้อย แต่เสียงดัง ... วันนี้ดูข่าว มุสลิมกลุ่มใหญ่ละหมาดก่อน แล้วก็ออกมาเดินขบวนต่อต้านการก่อการร้าย ... ปัญหาอยู่ที่ตัวคน ไม่ใช่ศาสนา

คุยกับเพื่อนมุสลิม เขาบอกไม่ได้ติดตามละเอียดและต่อเนื่องเรื่องการก่อการร้ายในฝรั่งเศส แต่เขาพูดถึงประเด็นหมิ่นในหลวงเหมือนกับที่คุณ SW19 เขียนเลยว่ามันไม่ต่างกัน (เพื่อนคนนี้ห่างจากบล็อกโอเคไปนานแล้ว แต่ก็คุยกันในเฟซและอีเมล เวลาที่มัีปัญหาเกี่ยวกับอิสลามและการประพฤติปฏิบัติของคนมุสลิม มักจะไปถามและคุยกับเขาเสมอ เพราะจะได้รับคำตอบแบบเป็นกลาง)

- ๔๔ -
ขอบคุณคุณหนอนที่ให้ความกระจ่างกับคำว่า caricature ความจริง กระเจี๊ยบชอบนะ การ์ตูนล้อเลียน โดยเฉพาะการ์ตูนล้อเลียนการเมืองของเยอรมัน แต่ในความเป็นจริง จะไม่ชอบล้อเลียนใคร ยิ่งในเรื่องศาสนา ต้องขอเลี่ยง เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ประเด็นเดียวกัน แต่ละคนมีจิตที่คิดไปคนละแบบ

ความคิดเห็นที่ 54 BlueHill , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี

SW19 ก็เห็นแล้ว อยากได้ด้วยเพราะเช้านี้วางแผงที่ใน UK
ทั้งเห็นภาพ และ 'เข้าใจ' ความหมาย

ข้อสังเกตของคุณชาลี ฟังแล้วน่าตกใจ คิดได้ทางหนึ่งว่าเป็นการดูถูกมุสลิมว่าจะสร้างปฏิบัติการณ์เลวร้ายขึ้นอีกครั้ง

คิดอีกทียิ่งเป็นการคาดการณ์ว่ามุสลิมในส่วนที่ดี ที่มีอีกทั้งโลก ไร้อิทธิพลในการจัดการกับคนเลวที่สร้างความเสียหายให้คนกลุ่มใหญ่ ทั้งที่ผู้นำชุมชนมุสลิมหลายส่วนกำลังทำงานอย่างหนัก
(อ่านตัวอย่างได้ที่ท้ายความเห็น ๓๙ ที่ตอบคุณกระเจี๊ยบได้)

ถ้าคุณชาลี มีเวลา ความเห็นที่ ๒๑ มีพาดพิงถึงคุณชาลี
SW19 อยากให้คุณชาลีมีข้อมูลหลายๆ มุม

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๖-
ขอบคุณคุณหนอน ที่เป็น SW19 ภาคกลางวันเวลาเมืองไทยให้

เวลานี้ เราช้ากว่าเมืองไทย ๗ ชั่วโมง ตื่นเช้าอย่างไร ก็ไม่ทัน ต้องขอพึ่งบริการคุณหนอนแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
Anacarika from mobile วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

บ้านนี้ใจดีจัง

ความคิดเห็นที่ 51 rattiya , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๕-
คุณแม่หมี

ขอบพระคุณมาก ที่ให้เกียรติมาทิ้งความเห็น ซึ่งสมบูรณ์ในตัวแล้ว

SW19 อยากเพิ่มเติม จากมุมมองและประสบการณ์ว่า
คนทั่วไปมักมองมุสลิม เป็น มุสลิม
ขยายความว่า อย่ามองรวมแบบนั้น เพราะมุสลิมก็เป็นคนเหมือนกัน เหมือนเราทุกคน
ความหมายที่ต้องการจะสื่อ คือ มุสลิม จึงมีที่มาจากเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และพื้นที่ในโลกนี้ หลากหลายแตกต่างกันไป
เหมือนอย่างที่ไม่ควรคิดและสรุปเอาว่าพวก Christians เป็นชาติตะวันตก เพราะ Christians มีทั้งที่เป็นคนไทย คนจีน Philippines, คนผิวดำอย่าง West Indians (Jamaican etc) หรือ อเมริกัน ที่มีทั้งหน้าขาว หน้าเหลือง หน้าดำ หน้าสีน้ำตาล

ที่มาของคน มีผลกับบุลลิกลักษณะ มากกว่า ศาสนา

ดังนั้น คนที่นับถือศาสนาเดียวกัน แต่ต่างที่มาก็ทำให้คนไม่เหมือนกัน พูดให้ตรงเป้า มุสลิมเอเชีย กับมุสลิมอาหรับ ยิ่งแตกต่างกันชัดเจน

มุสลิมส่วนมากใน UK เป็น Asians
ตอนเรียนหนังสือเคยเช่าบ้าน และอยู่ห้องนอนเดียวกันกับเพื่อนมุสลิม ตอนแรกคนแรก มาจากพื้นเพครอบครัวเป็น Pakistani แต่เป็น British แล้ว ต่อมาอีกคนในกลุ่มมาจากอิหร่าน - ทั้งสองคนก็ไม่เหมือนกัน และอีกคนในกลุ่มเดียวกัน เป็นยิว แต่เราอยู่ด้วยกันได้อย่างดี มีความสุข ยั่วแหย่กันได้ ด่ากันตามคำหยาบของทุกภาษา ฝรั่งหลายคนด่า ไอ้เ-ย คล่องปาก เพราะออกเสียงง่าย

ความตั้งใจที่นำเรื่องมาเล่า คือ
๑. การประนามคน ควรประนามที่ตัวคน ที่ความผิด ไม่ใช่ด่าพ่อ ล่อแม่ไ ปทุกอย่าง คนจะดีเลวอยู่ที่ตัวเอง ไม่ใช่ศาสนา
๒. ไม่ควรประนามโดยใช้คำว่าไอ้พวก โลกตะวันตก ทันที โดยยังไม่รู้ว่า - - ในแง่ฝรั่งเศส นี่คือบ้านเขา ถูกกฎหมายของเขา - - ในแง่ที่มา / ปูมหลังของเรื่องว่าเกิดจากอะไร

๓. เรียนรู้อะไรไว้ใช้กับตัวเองบ้าง เวลาเรามีข้อขัดแย้งทางการเมืองเมื่อปีสองปีที่ผ่านมา เราเองก็ทั้งตำหนิเหยียดหยามคนต่างความคิดกันเอง ทั้งกระแทกแดกดันขับไล่คนนอกประเทศที่มายุ่งเกี่ยว บอกว่านี่เรื่องของฉัน เธอไม่เข้าใจ อย่ายุ่ง

หากเราเริ่มหัดพิจารณาปัญหารอบตัว ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง จับประเด็นที่ใช่ มีมองมุมกว้าง น่าจะมีส่วนพัฒนาสังคมกันได้บ้าง

ด้วยความเคารพ
SW19

ความคิดเห็นที่ 50 rattiya , กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๔-
ขอบคุณ คุณหนอนมากที่ช่วยเรื่อง caricature ให้คุณกระเจี๊ยบ
มีคำอธิบายเพิ่มเติม ไม่รู้จะช่วย หรือทำให้ยิ่งงงว่า
Caricature เป็น cartoon
แต่ cartoon ไม่ใช่ caricature เสมอไป
Caricature เน้นจุดเด่น (character) ของผู้ถูกอ้างอิง บางกรณีก็ถือเป็น satire เพราะเป็นวิธีการล้อเลียนอย่างหนึ่ง ในข่าวต่างชาติ มีแหล่ง ก็มีการใช้คำว่า caricaturist อ้างถึงผู้ถูกสังหารของ Charlie Hebdo แต่ส่วนใหญ่ เกือบจะทั้งหมด เรียกเหยื่อสังหาร ว่า Journalists* เพราะเขาคือ สื่อมวลชน มีการนำเสนอในรูปแบบของเขา คือ satire
(*Journalists and other victims เพราะบางคน เป็นผู้มาเยี่ยม ตำรวจ ฯลฯ)

ความคิดเห็นที่ 49 rattiya , Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ Anacarika

-๔๒- อย่ากังวลเรื่องจะพิมพ์ Statement ออกมาเลย ที่บล็อกนี้คุยได้ทุกอย่าง


เรื่องเจ้าของ กับ ผู้มาเยือน ก็อย่าง
เรื่องเจ้าของ กับ ผู้มาขออาศัย ก็อีกอย่าง
เคยมีคำพูดว่า แขกที่มาเยือน เหมือนปลา สดอยู่เดี๋ยวเดียว ๓ วัน ๕ วันก็เหม็นแล้ว
แต่ผู้มาเยือนเดี๋ยวก็ไป
ส่วนเพื่อน หรือ ญาติ ที่ลำบากเรื่องที่พักอาศัย มาขออยู่ชั่วคราว เราก็เต็มใจรับรองไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องทำอะไร อยู่อย่างแขกตามสบาย แต่ถ้ามาแบบขออยู่เลย ก็ต้องมีข้อตกลงกัน จะช่วยงานบ้าน จะช่วยค่าน้ำค่าไฟ จะช่วยค่าอาหาร จะใช้สอยพื้นที่ร่วมกันอย่างไร เจ้าของบ้านเคยนั่งนอน ทำรก ทำสกปรก ฉันอยู่ได้ ฉันทำของฉันเอง
แต่ผู้อาศัยมาอยู่สร้างปัญหา ทำความสกปรกเพิ่ม มีหรือจะไม่เกิดปัญหา

-๔๓-
เอ่ยคำว่า ปัตจัตตัง กี่ครั้งก็ได้ แต่ SW19 ไม่มีความรู้จะตอบ เห็นจะต้องรอคุณ Driftworm คืบมาสนทนาด้วยแล้ว
เรื่องปัญญา ศรัทธา นั้น ขอเพิ่ม สติ ไปอีกคำแล้วกัน
สติมา ปัญญาก็มี
มีสติ มีปัญญา ศรัทธาก็บริสุทธิ์ กระจ่าง เป็นพลังที่สร้างสรรค์
มีเวลามีโอกาส เชิญคุณ Anacarika มาคุยแลกเปลี่ยนกันได้อีกเสมอ
ขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 48 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ลุงหนอนมาให้ดูต้นทาง

มาดูแล้วนะ เดี๋ยวเจ้าของเขามาว่าอย่างไรค่อยมาอ่าน

มาบ้านนี้หลายรอบแล้วแหล่ะ ชะแว๊บมาอ่านแล้วก็ชะแว๊บออกไป

เดี๋ยวก็ชะแว๊บมาอีกแหล่ะ ชอบๆๆตรงเจ้าของบ้านเปิดห้องสัมนาอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 47 ลำชานบ้านบู , Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมเห็นหน้าปกของ Charlie Hebdo ฉบับล่าสุด หลังเกิดเหตุร้ายแล้ว
มั่นใจว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 46 Anacarika , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
driftworm วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๕- แม่หมี

จุ๊ย์จุ๊ย์ เจ้าของบ้านอยู่รึเปล่า อย่าเอ็ดไปนะ
ผ่านมาเห็น คห.แม่หมี เลยนึกได้ว่าอยากจะพูดเรื่องนึง แต่ลืมไปทุกที
มาเห็นแม่หมีพูดสะกิดใจ ดูต้นทางให้ที หนอนจะโม้ละ

พูดตรง ๆ ง่าย ๆ สั้น ๆ ทุกกลุ่ม ทุกก๊ก ทุกชุมชน ทุกกล่มศาสนิก
จะมีพวกเถรตรง พวกนี้จะหัวดื้อ ดันทุรัง งัด "คำสอน" จากพระคัมภีร์มาวัดกันอย่างทื่อ ๆ
นี่ละ เหตุให้มีเรื่อง
คำพูดสั่งสอนให้ปกป้องพระดำรัสของศาสดาอย่างสุดชีวิต มีเตุแวดล้อมของสถานการณ์ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
ที่สมัยนี้เรียกว่า "ความนัยระหว่างบรรทัด" between the lines

เมื่อไหร่ที่
๑) ตัดสินเอาว่าใครคนหนึ่งมาลบหลู่ "พระผู้เป็นที่พึ่งของตน" อย่างหลับหูหลับตา ไม่พิจารณา context
ผสมกับ
๒) งัดเอาคำสอนให้ปกป้อง "พระผู้เป็นที่พึ่งของตน" อย่างทื่อ ๆ ไม่พิจารณาให้แยบคาย
ก็ทึกทักเอาเองว่าหากตนตายเพื่อปกป้องพระผู้เป็นที่พึ่งก็จักได้รับสถานที่ในสวรรค์รางวัล

ทำให้ไม่สนใจผู้อื่นที่รับเคราะห์ไปด้วย แค่ตนจะได้รางวัลรอเบื้องหน้า ใช่หรือไม่!!
อันนี้ก็ตีความดุ่ย ๆ พูดดุ่ย ๆ หนอนยอมรับ ทงแห่งตรรกเปิดให้คิดเช่นนั้น
แต่หนอนสังวรว่าเอามาแยงเพื่อสะกิดใจว่า ธรรมชาติของการคิด มันชอบตีความไปเอง
ได้เป็นร้อยเป็นพันแฉกแบบเอาความคิดตนเป็นที่ตั้ง เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

อย่างไรเรื่องทีเกี่ยวกับศาสนาความเชื่อที่เดินข้ามกาลเวลามาเป็นพันปีนี่ ควรที่จะหันหน้าพูดคุยกันดีกว่า
ปรับ tune อุปนิสัยทะลึ่งตึงตัง มึงมาพาโวย ทะเล้นเลยเถิดลงมาให้พอดี ๆ เป็นต้น

ในทางพุทธเอง มีพระวินัยปิฎก ตรัสระบุเรื่องมารยาทการใช้ส้วม (ถาน)
มีคำว่าเขียง (คงเป็นฐานรองสองเท้าเมื่อนั่งยอง) ฯลฯ
เดี๋ยวนี้มันเป็นส้วมชักโครก ใครลองตีความแบบเถรตรงสิ ปวดหัวพิลึก
นี่ยกตัวอย่างที่มันง่าย ๆ มาหรอก ไอ้ที่ปรับใช้ ประยุกต์ตามสมัยได้ยากมีอีกเยอะ
จนเป็นเรื่องเป็นคดีกองสุมที่มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนา

ครั้งหนึ่งที่สนามหลวง ผมเห็นพระสงฆ์เดินแถวตอนเรียงหนึ่งข้ามไปทางวัดมหาธาตุ
มีพระรูปหนึ่งวิ่งปุเลง ๆ ควบจะให้นำแถวไปดักข้างหน้า จีวรเพยิบเปิดเปิง กล้องตัวใหญ่ห้อยคอแกว่งตุบตับ ๆ
ดูแล้วไม่เจริญตา ใจผมตอนนั้นนึกว่าไม่ควรกับสมณสารุปป์ ทำไมไม่มอบหน้าที่ให้ฆราวาส
ตอนนี้มานึกแบบอะลุ้มอล่วยว่า มีหลายเหตุผลที่ไม่อาจหาฆราวาสมาอาสาทำหน้าที่
แล้วหากจะลองค้นพระวินัยหาข้อที่ระบุเรื่องการแอ๊คท่ากับกล้องตัวงาม รวมทั้งการวิ่งควบมีกล้องคล้องคอ
จะไปเจอได้ที่ไหน ยุคพุทธกาลไม่มีกล้องถ่ายภาพ จะบัญญัติศีลได้แต่ที่ไหน
ก็มาหนักที่หน่วยงานปกครองสงฆ์แหละว่าพวกท่านจะประยุกต์เอาศีลข้อไหนมาปรับใช้
และจะปรับอย่างไร ตีความไม่ถี่ถ้วนก็เข้าตัวว่าทึกทักเอาความเห็นตัวมาใช้ ถูกว่าเป็นการลบหลู่พระศาสดาเข้าไปอีก
น่าปวดหัว
ของอิสลาม ยินว่าจะมีอิหม่ามชั้นผู้ใหญ่ทำหน้าที่ตีความ รักษาคำสอนให้เที่ยงตรงตามสมัยอยู่
กับของยิว(พวก rabbi) ก็จะมีพวกพระระดับสูงคอยรักษาคำสอนของคัมภีร์โตรา และปรับประยุกต์ความหมาย

เอาละ เจ้าของบ้านมารึยัง เจ้าของบ้านอาจมีทัศนะอย่างอื่น ให้เขามาแก้ของเขาเอง
หนอนชะแว้บ

ความคิดเห็นที่ 45 กระเจี๊ยบ , Anacarika และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดบนโลกใบนี้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมันมีเหตุและผลเสมอ เชื่ออย่างนั้น
ศาสนาทุกศาสนาไม่ได้สอนให้ใช้ความรุนแรง แต่คนชอบเอาศาสนาหรือลัทธิความเชื่อมากล่าวมาอ้างเพื่อสนับสนุนการกระทำของตนเอง
คนกลุ่มที่ชอบใช้ความรุนแรงก็จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ทุกเรื่อง
นี่คือลักษณะของมนุษย์
สอนลูกเสมอๆว่า ใครทำให้ลูกไม่ชอบ อย่าไปตอบโต้ด้วยวาจาที่ไม่สุภาพและใช้ความรุนแรง ทะเลาะกันทำร้ายกันมีแต่ผลเสีย คนที่เขาเห็นเหตุการณ์เขารู้เองว่าใครผิดใครถูก
ดังนั้นในกรณีนี้ แม่หมีจึงขอเป็นผู้อ่านผู้ดูเหตุการณ์อย่างเดียว
เคารพในทุกความเห็น เลยไม่คอมเม้นท์มาโหวตเพราะคิดว่า เป็นเรื่องดีที่นำเรื่องนี้มาเสนอและมีผู้ให้ความเห็นอย่างกว้างขวาง
และก็ดีใจที่มีผู้ที่เข้าใจอิสลาม
ด้วยความเคารพ
แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 44 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๔- คุณกระเจี๊ยบ

การ์ตูน cartoon ไม่เท่ากับ การ์ตูนล้อเลียน/ภาพล้อเลียน caricature นะ

การล้อเลียนด้วยความคิดเป็นเชิงสะกิดเตือนให้ตระหนักถึงประเด็นแง่มุมหัวข้อไม่ให้หลงลืมตกหล่น
เหมือนเป็นการ dispute โดยถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ figure ที่ผิดความจริงให้ออกไปทางชวนขัน
และเป็นข้อความคำพูดของตัวละครในภาพให้เป็นกระกระแนะกระแหน จิกกัด เสียดสี เย้ยหยัน(แบบชวนขัน)

การ์ตูนล้อเลียนของคุณชัย ราชวัตร จับแง่มุมประเด็นที่คม ออกมาสะกิดให้ได้คิดรอบคอบ คิดย้อนทบทวน
นำเสนอด้วยตัวละครสองตัวที่สร้างขึ้นมาเฉพาะให้เป็นตัวเดินเรื่อง
ฉะนั้น ที่ตัวละคร character จะไม่ค่อยได้ไปกระแทกเสียดสีบุคคลต้นข่าวเท่าไหร่
เทียบกับของฝรั่ง ยุคนิกสันกับคดีวอเต้อร์เกต เขาเขียนหน้านิกสันให้จมูกโตตามลักษณะเด่นที่เป็นจริง
ยังไม่พอ การ์ตูนต้องทำให้เด่นขึ้นแบบมองปราดเดียวรู้ว่าใคร (แบบไทยเขียนหน้า
คุณสมัครก็ต้องจมูกชมพู่) ให้ใหญ่ย้อยห้อยลงมา (เหมือนลิงพันธุ์จมูกโต)
แล้วกับกรณีวอเต้อร์เกต เขาก็เขียนให้นิกสันมีจมูกยาวเปื๊อยเหมือนพินน็อคคีโอซะเลย นัยยะชัดเจนไปถึงไหน ๆ
การล้อยกันแบบนี้ แม้แต่เอาหัวบุคคลต้นข่าวไปสวมบนตัวควายมีเขาสองข้างก็ห้ามถือสา

ในไทย ทศวรรษ ๒๕๑๐ บัญชร (column) ประเภทแซวข่าวใน นสพ.ฉบับหนึ่ง
บรรยายข่าวต้นเรื่องพอเป็นประเด็นเสร็จแล้ว ก็เขียนแซวเจ้าของคำพูดในข่าวว่า
"ท่านอธิบดีเป็นคนปากหมานมานานแล้ว"
..... เขาเล่นมุขซ้อนลงไปว่าช่างเรียงพิมพ์อักษรเรียงผิด แทนที่จะเป็นปากหวาน
กลับใส่ ม ม้า แทน ว แหวน
แต่อีกมุมหนึ่ง ถ้ากลายเป็นว่าช่างเรียงทำผิด ดันไปเติม น หนู ท้ายคำว่า ปากหมา ละ!!!


ความคิดเห็นที่ 43 (0)
Anacarika from mobile วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ขออภัย SW19 ผมยังเข้าใจว่า แสดงความคิดเห็นอยู่ในโพสต์ ของคุณ nn1234 จึงได้กล่าวถึงเขาด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผมชื่นชมทั้งสองท่าน และ ผมกล่าวถึงคำว่า ปัตจัตตัง ซ้ำสองครั้ง ทำให้ใช้คำเฝือวกวน แต่ผมชอบอ่านที่คุณเขียนมาก ตอนนี้ ผมกำลังนึกไปถึง
คนที่มีปัญญามากกว่าศรัทธา
คนที่มีศรัทธามากกว่าปัญญา
คนที่มีศรัทธาเสมอด้วยปัญญ
ขอบคุณถ้าจะกรุณาให้อภัย

ความคิดเห็นที่ 42 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Anacarika from mobile วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

คุณ Driftworn คงมีประสบการณ์ที่รู้ได้เฉพาะตน (ปัจจัตตัง) ส่วนเรื่อง ศรัทธา กับความเชื่อ นั้น ที่ Anacarika เข้าใจนั้น คือสิ่งเดียวกัน บางที ผมอาจเข้าใจไปตาม statement ก็ได้ ส่วนเรื่องรู้ได้เฉพาะตนนั้น ที่ Anacarika เข้าใจคือ ปัจจัตตัง , ขอบคุณ sw19 ที่แยกอารมณ์ ออกมาจากเหตุผลในทุกคอมเมนต์ น้อยคนที่ทำได้อย่างคุณ ผมเกรงว่า ผมจะพิมพ์ statement ออกมาอีกจึง ขอติดตามต่อไป ขอบคุณครับ, nn1234 วิเคราะห์เรื่องนี้เสมือนยืนอยู่ หน้าแท่นพิมพ์ Charlie ก็ไม่ปาน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ผู้คนรู้จัก คนมุสลิม ในประเทศต่างๆมากขึ้น

เรื่อง เจ้าของ กับ ผู้มาเยือน ผมคงต้องเอาไปขบคิดต่อไป

ความคิดเห็นที่ 41 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี

SW19 รับทราบว่าคุณแม่หมีแวะเข้ามาอ่าน
ขอเรียนด้วยความเคารพถึงครอบครัวหมีว่า เรื่องแบบนี้ มีการพูดกันอย่างเป็นกลางในสังคมวงกว้างที่นี่
ว่าผิด ก็คือ ผิด ไม่มีการเอาปูนป้ายว่าเพราะเธอมีความเชื่อเช่นนั้น ฉันเชื่อเช่นนี้

หากคุณแม่หมีมีความเห็นที่อยากเผยแพร่ SW19 เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจุดประสงค์ของบทความนี้ คือการอธิบายที่มาที่ไป
ที่ไม่ใช่เป็นการ judgmental กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขอคุณแม่หมีสะดวกใจที่จะออกความเห็นได้ตามสบาย

ด้วยความเคารพ
SW19

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อ้าว... ลืมคุณหนอนเบอร์ –๓๑-

อ่านเพลินอย่างเห็นด้วย พยักหน้าตามเวลาอ่าน นึกออกตามคำอธิบาย
เลยลืมตั้งท่าตอบ
ขอแปะโป้งไว้ก่อน
และขอไปตามข่าวสักนิด มี attack ใหม่ที่ Belgium อีกแล้ว
พรุ่งนี้คุยกันอีกที

ความคิดเห็นที่ 39 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณกระเจี๊ยบ

อยากถามก่อนคำแรกว่า Pegida อ่านคล้าย เพ-กิ-ด้า ไหม
เพราะฟังจาก Chancellor Merkel เธอออกเสียงคล้ายอย่างนั้น ตอนที่มาที่นี่สัปดาห์ที่แล้ว

ปัญหาคนอพยพเข้าไปประเทศอื่น สุดท้ายเป็นปัญหาทั้งนั้น เราว่า เพราะมาจากต่างพื้นเพ การขัดเกลา (ไม่ใช่เรื่องมารยาท) แต่เป็นเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม ใครจะว่าปัญหานี้ไม่เป็นประเด็นสำหรับยุโรป SW19 ก็ไม่เอาด้วย ไม่สามารถคล้อยตาม

คนมุสลิมโดยธรรมชาติไม่ใช่คนยุ่งยาก เพื่อนหลายคนก็เป็นคนปกติเหมือนเรา มีความเข้าใจความเป็นไปในสังคม วิพากษ์วิจารณ์ความเปลี่ยนแปลงอย่างตรงไปตรงมา นั่นคือลักษณะทั่วไปของมุสลิมที่รู้จัก ซึ่งเราต่างฝ่ายต่างพอใจที่จะปฏิบัติต่อกันตามธรรมชาติ

ตามปกติเวลาเราไปฝรั่งเศส 80% อยู่ในดงมุสลิม ไม่มีปํญหาเรื่องการอยู่อาศัยที่แตกต่างจากคนฝรั่งเศสทั่วไป

คนที่เป็นปัญหา มีน้อย แต่เสียงดัง
น่าเสียใจที่ทำให้มุสลิมทั่วไป ที่มีชีวิตปกติ ต้องมาพบกับภาพพจน์ที่มุสลิมส่วนน้อยสร้างขึ้นมาให้เกิดปํญหามากมาย

เพื่อนมุสลิมอียิปต์ส่งหนังสือที่พิมพ์ขายเฉพาะในประเทศช่วงการประท้วงมาให้อ่าน อธิบายสถานการณ์มากมาย แต่มุสลิมอียิปต์ก็ไม่เหมือนทุกที่

เหมือนกับข้อเท็จจริงว่า มุสลิมด้วยกันเอง ใช่ว่าจะยอมรับความคิด หลักการเดียวกันได้

มีข้อความน่าสนใจจาก Ahmed Aboutaleb, the Mayor of Rotterdam ที่กล่าวข้อความต่อไปนี้กับมุสลิมในแวดวง น่าสนใจมาก ขอถือโอกาสนำมาเผยแพร่ตรงนี้


“It’s incomprehensible that you turn against freedom like that, but if you don’t like this freedom, for heaven’s sake, get your suitcase, and leave. There might be a place where you belong, and be honest with yourself about that, don’t kill innocent journalists.

“This is so backwards, so incomprehensible, go away if you can’t accept the society we want to build here, because we only want people, including all those Muslims, and all those well-intentioned Muslims, who may be looked at with suspicion, we want to keep all those people together in what I call the 'We Society’.

And if you don’t like it here because you don’t like the humourists who make a little newspaper – if I may dare say so – just f*** off.”

ข้อความนี้บอกว่า มุสลิมที่ talk sense ที่เข้าใจและมองเหตุการณ์ด้วยใจเป็นการกลางมีเยอะแยะมาก และเป็นส่วนใหญ่ด้วย

บางครั้งคนไทย ที่ไม่ได้รับรู้ความคิดเห็นลักษณะนี้ กลับเป็นฝ่ายที่ควรจะเปิดใจรับฟัง ไม่ใช่ออกความเห็นไปเรื่อยเปื่อยอย่างมีอคติไว้ก่อนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 38 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๐-
คุณ Sleepypanda

ขอบพระคุณที่มาติดตามเรื่องราวร่วมกัน
ชอบความเห็นที่ตรงไปตรงมาแต่เป็นความจริงของคุณมาก

บ่อยครั้งคนเรามักนึกถึงตัวเองก่อน เราบ่น ‘ฝรั่ง’ ใช้เท้าอย่างไม่เหมาะสม ค้ำหัว ไร้มารยาท แต่เราลืมไปว่าบางสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นประเด็นทำให้คนเป็นคนดีหรือเลว

หากเรารู้สึกเช่นนั้น เราควรเปิดใจ เวลาที่ ‘ฝรั่ง’ หรือชาติตะวันตก รู้สึกกับคนนอกชาติตนเองบ้าง ถึงจะทำไม่ได้ เราก็ควรเคารพสิทธิ์ของเจ้าของบ้านอย่างที่คุณว่าเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๖-

ขอบคุณ คุณนันทเดชที่ทิ้งความเห็นไว้

ความคิดเห็นที่ 36 สิงห์นอกระบบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๓-

SW19 เคารพพื้นเพที่มาของความเห็นของคุณสิงห์นอกระบบที่กรุณาเล่าให้ฟัง แต่ขออนุญาตเรียนมาด้วยความเคารพว่า นั่นไม่ใช่ประเด็นของเหตุการณ์นี้

เราไม่ได้พูดถึงเรื่องศาสนา แม้ศาสนาจะเป็นฉากหลังของเหตุการณ์นี้

SW19 พูดถึงมุสลิม ไม่ได้พูดถึง Islam สำหรับทางนี้ เรื่องนี้ต้องแยกแยะอย่างชัดเจนก่อนการพูดคุย เพราะการแตะต้องศรัทธาความเชื่อของคน ฆ่ากันได้ อย่างที่ฆ่ากันมาแล้ว

การเข้าใจหรือไม่เข้าใจในความเคารพเชื่อถือศรัทธาของแต่ละคน ไม่สามารถช่วยให้ปัญหานี้หายไป

ถ้าเราสามารถแยกแยะพื้นฐานของเหตุการณ์ Charlie Hebdo attack ได้อย่างเป็นกลาง เราจะรู้ว่า

- เราไม่ได้ตำหนิมุสลิมทั้งมวลในโลกนี้ เราไม่ต้องพะวงว่าเรื่องนี้จะ sensitive กับความรู้สึก จนต้องทำตัว politically correct คือ ไม่สามารถตำหนิคนที่ผิดไปตามธรรมดา ตามธรรมชาติ ที่ผิดก็ว่าไปตามผิด

- คนฝรั่งเศสเอง ไม่ได้เกลียด ไม่ได้กลัวมุสลิม อย่างน้อยๆ ไม่เป็นอย่างที่คนไทย กลัวคนผิวดำ หรือเหยียดแขก หรือมีกระทั่งเจองูและแขก ตีแขกก่อน – สำนวนนี้มีมานาน ความที่มีมานาน คนไทยคิดว่าไม่ได้หยาบคาย ใครๆ ก็พูดกัน ซึ่งไม่ใช่

- เราจะเข้าใจบทบาทของ Freedom of Expression จากตัวอย่างที่หลั่งเลือดให้เห็น ถ้าเราไม่เข้าใจ เวลาที่เราเข้าตาจนกับสภาพการเมืองในประเทศไทย เราจะรู้สึกว่า อะไรกันบ้างหนอ ที่จะทำให้คนไทย พาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่แข็งแรง คนในชาติ มีวินัย

สิ่งเหล่านั้นมีราคา ไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ

- ดังนั้น การให้เกียรติ / ไม่ให้เกียรติ ศาสนาใดๆ ไม่ใช่ประเด็นในบทความนี้

แต่ SW19 ต้องการให้เราพิจารณาจากข้อกฎหมายแต่ละชาติ แต่ละขอบเขตของประเทศ หากข้อบังคับนั้นมีมาอยู่แล้ว คนที่เข้าไปใหม่จะเรียกร้องสิ่งที่เป็นตรงกันข้าม ท้าทายข้อกำหนดของชาติเขาแล้วจะเป็นอย่างไร

อยากให้เราลองเปรียบเทียบกลับไป เมื่อประเทศไทยมีปัญหาความขัดแย้ง แตกแยก ทางความคิดทางการเมือง เราสามารถตะโกนกันเต็มปากว่า ออกไป ที่นี่ประเทศไทย เราเป็นกันอย่างนี้ เราทำกันอย่างนี้ ถ้าไม่พอใจก็ออกไป

ในทำนองเดียวกันนั้น ฝรั่งเศสก็มีสิทธิ์เช่นเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 35 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 05.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๓-

ขอบคุณคุณรัตน์ที่มองเหตุการณ์อย่างเป็นกลาง ไม่ตำหนิติเตียนสถานการณ์ตามความรู้สึก และมี allowance ให้เข้าใจความรู้สึกของคุณคนข้างกาย

บ่อยครั้งความคิดของคนในโลกตะวันตกถูกต่อว่าติเตียน ด้วยใจอคติต่อต้านตะวันตกอยู่ก่อนแล้ว โดยไม่ได้คำนึงว่า ตะวันตก ก็ผ่านพ.ศ. ๒๕๕๗ – ๘ มาเหมือนกัน แต่ผ่านมาหลายสิบปีบ้าง หลายร้อยปีบ้าง ก่อนหน้านี้มาแล้ว ผ่านเวลาล้มลุกคลุกคลานเพื่อเรียนรู้ถูกผิด ปรับตัว เหมือนกัน

บ่อยครั้ง คนไทยมองหลายเหตุการณ์ด้วยการเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มอง ‘ฝรั่ง’ ยะโสโอหัง เขามาบ้านเรากิริยาไม่ดี ไม่เคารพหลักการตามวัฒนธรรมของไทย ก็แปลว่าไม่ดี ไม่ได้เกิด แต่เราไม่เคยมองเวลาเราไปบ้านเขา ทำกิริยาใม่ดีตามวัฒนธรรมอื่น เพราะเราไม่แคร์ เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เรา

SW19 ไม่ได้พล่าม แต่พยายามจะบอกว่า เรามองฝรั่งย้ายเข้าเมืองไทยว่าต้องปรับตัวสารพัดอย่าง เราชื่นชมฝรั่งที่ไหว้สวย โดยไม่ได้สนใจ ‘two top inches’ ส่วนที่สูงสุดสองนิ้วของร่างกาย – สมอง

ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดแล้ว ไม่ว่าจะยังอยู่ในบ้านเรา หรือย้ายไปที่อื่น

-๑๘-
การใช้สิทธิ์ที่มีจนสุดโต่ง เกิดขึ้นทุกสังคม
รวมทั้งคนไทย

ความคิดเห็นที่ 34 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

Pegida เป็นข่าวหลักทางทีวีของทางนี้ทุกวันค่ะ เดินขบวนต่อต้านกันไม่เว้นวันหยุด

เมื่อวานถกกับคุณสามีเรื่อง Charlie Hebdo เขาก็จะบอกว่า มันเป็น caricature (Karikatur)

อีกเรื่องที่คุย ในเยอรมนี มุสลิมก็เข้ามาอยู่อาศัยมากเหลือเกิน มากันทั้งครอบครัว ออกลูกออกหลาน เชื่อได้ว่าไม่เกิน ๒๐ ปี (ซึ่งเราก็คงอยู่ไม่ถึงตอนนั้น) พวกนี้ก็กลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ไปแล้ว เท่าที่ผ่านมา หลาย ๆ คนอยู่เยอรมนีมากว่า ๒๐ ปี ก็ยังไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาเยอรมันได้ ฯลฯ หลายคนไม่ยอมรับ ไม่ปรับตัว แถมยังมาสร้างปัญหา ต่างจากคนถิ่นอื่น เช่น อิตาเลี่ยนหรือสเปน ฯลฯ ที่มีปัญหาน้อยมา หรือแถบจะไม่มี

ทำให้ออกจะเห็นด้วยกับความเห็นที่ ๑๖ ของคุณ SW19 --> ทำนองเดียวกัน กรณีนี้ Charlie Hebdo มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ตามองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ ชนกับเขา ก็เท่ากับชนกับโครงสร้างการปกครองของประเทศ ถ้ารับไม่ได้ ก็ต้องหาประเทศที่เหมาะสมกับความต้องการปฏิบัติของตนเองอยู่ใหม่

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๑-

มันเป็นเรื่องที่คุยกันไม่ได้ เพราะฐานความเชื่อนั้นเป็นคนแนวกัน
อันหนึ่ง เป็น Blind faith คือศาสนา ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้อง question ต้องเชื่อ จะทำตามได้แค่ไหนไม่รู้

อีกอันทำหน้าที่เป็น Directive คือเป็นข้อบังคับ เครื่องกำหนดการกระทำ ไม่ต้องเชื่อ แต่ต้องทำตามอย่างครบถ้วน – คือ กฎหมาย
(ทำไป ด่าไป ก็ได้ เช่น ภาษีที่ต้องเสีย นั่นก็ข้อบังคับตามกฎหมาย)

-๑๒-
Meta-physics ???

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๐-
ใช่ คุณหนอน

จะบอกว่าอยากสามารถเรียบเรียงความให้ได้อย่างข้อ ๑๐ แต่ความรู้ฝั่งที่อิงความเชื่อที่มีศาสดานั้น เราไม่สามารถเขียนได้อย่างมั่นใจว่าถูกต้องแม่นยำอย่างคุณหนอน – ขอแสดงความนับถือ

อันที่จริง เมื่อสังคมมีจำนวนคนมากขึ้น ความจำเป็นของกฎระเบียบมันมาเอง กฎระเบียบจะศักดิ์สิทธิ์น่าเชื่อถือ ก็อยู่ที่ออกจากปากผู้ที่น่าเชื่อถือ ได้รับความเคารพในชุมชน สังคมนั้นๆ

จะนับย้อนไปสมัย Big Bang ความเชื่อมันก็มาจากศรัทธาในสิ่งที่มองไม่เห็น อธิบายไม่ได้ คนมากขึ้น ศรัทธาเหล่านั้นก็มีแตกแขนงออกไปมากมาย แม้จะคงสายหลัก เปรียบเช่นศาสนาอยู่ไม่มากนัก

ศรัทธาที่แตกแขนงออกไป ก็เพราะเห็นแตกต่าง เชื่อแตกต่าง ถึงต้องแยกตัว
วันหนึ่งจึงไม่สามารถนับศรัทธานั้นเป็นตัวศูนย์กลางควบคุมสังคมใหญ่โดยรวมได้
ศรัทธานั้นจึงคงใช้เป็นเพียงเครื่องควบคุม ยึดเหนี่ยวจิตใจ ตามแต่ความเชื่อถือส่วนบุคคล
สิ่งทดแทนศรัทธาในการควบคุมทางการกระทำ จึงกลายเป็น ข้อกำหนดตกลงของสังคม ใช้เป็นหลักการปกครอง เป็นข้อกฎหมาย กฎเกณฑ์เหล่านั้น หาก SW19 นับเนื่องจากทางนี้ ปีนี้ก็ครบ ๘๐๐ ปี ของพื้นฐานรัฐธรรมนูญฉบับแรกของโลก – Magna carta

หากทั้งสองสิ่งนั้น ต่างต้องมีหน้าที่ควบคุมคนในสังคมประสานกันไป มีคำถามว่า การให้ความเคารพ ยึดถือ สิ่งควบคุมจิตใจที่มีศาสดา ควรมีความแตกต่างกับการให้ความเคารพสิ่งควบคุมสังคมที่ไม่มีศาสดา อย่างเช่น ข้อกฎหมาย อย่างไร เท่าเทียมหรือไม่ เพียงใด

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๗-

ตรงที่ยกตัวอย่างเรื่องคลุมฮิยาบ full veil นั้น
ส่วนตัวผมเคยเขียนมาเนือง ๆ ว่าไม่มีความต่างในสามศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม
(ผมว่าจนถึงวันนี้มีผมพูดอยู่คนเดียวด้วย)
เรื่องการมีข้อกำหนดให้สตรีคลุมฮิยาบ ผมเคยฟัง(หรืออ่าน)คำอธิบาย ผมว่าผมเข้าใจ ไม่ต่อต้าน
ในพุทธศาสนาก็มีดำรัสถึงความเป็นภัยของอิตถีเพศ (ในที่นี้จะงดลงรายละเอียดว่าควรหรือไม่ควรเป็นเช่นนั้น)
คำอธิบายของท่นนบี มุฮัมหมัดก็คล้าย ๆ พระดำรัสของพระพุทธองค์

ผมให้ความเชื่อถืออิสลามค่อนข้างสูงด้วยว่ารักษาหลักการสืบต่อกันมาได้คงเส้นคงว่ามาก
ทำให้สืบสาวกลับไปถึงเหตุที่บัญญัติหลักการข้อกำหนดนั้น ๆ ได้ง่าย
เมื่อสืบสาวย้อนไปก็พบเหตุผลในเรื่องการสำรวมไม่ให้เกิดโอกาสวอกแวกล่อแหลม
ลุกลามเป็นปัญหาสังคม ดังที่สังคมวัตถุนิยมทุกวันนี้ก็เป็นอยู่คือเห็น "อย่างนั้น" ทุกวี่วัน
ย้ำเตือนจิตสำนึกทุกวี่วัน รอแค่ "โอกาสที่อำนวย" เท่านั้นที่จะเกิดการหุนหันพลันแล่น
ในคำสอนทางศาสนาอันเก่าแก่ที่ชาว Amish พยายามรักษาไว้อย่างเคร่งครัดก็ด้วยหลักคล้ย ๆ นี้
(อย่าลืม "ไม่มีความต่างในสามศาสนา")

แต่หลักการของพุทธ ของคริสต์ ก็มีการหย่อนคลายตัวลงตามสภาพสังคมที่จำเป็น
น่าจะอิสลามด้วย ที่บ้านผมนี่เขาคลุมฮิยาบเปิดหน้า (แต่นิกายอะไร ไม่ได้ถาม)

จะอย่างไรก็ตาม เหตุผลสุดท้ายในกรณี "เฉพาะ" คือ เป็นฝ่ายไปขออาศัยในพื้นที่ ในเคหา ในถิ่นที่
ของชนที่เขามีจารีตไม่ตรงกัน มีจารีตอย่างอื่น "ที่ตั้งมั่นแล้ว" ก็ใช่จะไปขอเขาให้ทุเลาจารีตที่เขาตั้งมั่นแล้วเป็นการเฉพาะให้ตน
หากจะทำได้ก็ต้องแสวงหาความอลุ่มอล่วย เข้าปรึกษาหารือกัน มีเงื่อนไขให้กัน

"ตัวตน" ของคน ๆ หนึ่ง ไม่แค่เสื้อผ้า หน้าผม อาหาร แต่รวมกฏเกณฑ์ ประเพณี จารีต วัฒนธรรม
ที่จำได้ว่าเคยอ่านนิยายเรื่องโชกุน ที่แปลจากที่เจมส์ คลาเวล เขียน เขาอธิบายว่า
ระบบโชกุน ซามูไร ก็มีสิ่งที่เรียกว่า "วะ" คือรายละเอียดแวดล้อมมากมายที่ประกอบอยู่กับ
ความเป็นโชกุนและซามูไร เมื่อจะทำอะไรที่ไปรบกวน "วะ" ของใคร ก็ต้องถูกจับจ้อง เพ่งเล็ง ทำให้ระงับ

กับอีกเรื่องหนึ่งเมื่อพูดถึง "วะ" ที่คลาเวลเขียนถึง
ผมเองเขียนอยู่บ่อยเรื่องที่มาของคำว่าเคารพ (บาลี) - คารวะ (สันสกฤต)
ว่าคือการเห็นในความมีอยู่ของคน ๆ หนึ่ง สิ่ง ๆ หนึ่ง "พร้อมทั้งสิ่งรายรอบที่ประกอบอยู่กับคนผู้นั้น" ด้วย
เป็นทีมาของคำสำนวนว่า "ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่" (ไม่เห็นผู้มีอายุท่านนั้นที่ตรงนั้น - ไม่เคารพ)
หรือแม้ในสิ่งไม่มีชีวิตเช่นสถานที่ ที่ใช้สำนวนว่า เคารพสถานที่ เช่นห้องสมุด
สถานที่เช่นนั้นมีข้อกำหนดที่ยอมรับกันว่าต้องเงียบ ทำเสียงแต่เบา ๆ เท่าที่จำเป็น
พอใครส่งเสียงเอะอะมะเทิ่ง ก็คือไม่เคารพสถานที่

ทั้งหมดที่พูดมาน่าจะพอให้มีความชัดเจนถึงการยอมรับในตัวตนของคนพร้อมสิ่งรายรอบที่ประกอบเป็นตัวผู้นั้น
(ไม่รู้อิงคำฝรั่งว่า existence จะช่วยให้ชัดเจนขึ้นไหม)
ขยายกว้างออกมาก็คือยอมรับในความเป็นชุมชนนั้น ความตั้งมั่นของประเทศนั้นด้วยกฏเกณฑ์อะไรเป็นส่วนประกอบ

แต่อย่างไร ผมก็ว่ามีวิสัยที่จะอลุ้มอล่วยหันหน้าปรึกษากัน เว้นแต่มันเป็นเรื่องที่เป็นความเป็นความตาย
(ใช้ lethal ใช่ไหม) ของคน ๆ นั้น ถิ่นที่อยู่ชุมชนนั้น ประเทศนั้น
ให้ต้องยืนกรานอย่าง rigid (ในกรณีที่เกิดนี้ ฝรั่งเศสยืนกราน rigid ซึ่งเป็นความชอบธรรม)

เอาน่า ทุกปัญหามีทางออก มีเงื่อนไขทั้งนั้น (สังขตธรรม - คำนี้พิจารณาให้ดี แปลว่าโอกาสมันมีนะ ๕๕)

ความคิดเห็นที่ 30 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Sleepypanda วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ sw19 ตามมาอ่านด้วยคนค่ะ อ่านบทความต่อด้วยคอมเมนท์ บอกได้เลยว่าสาระแน่นจริงๆค่ะ
เหตุการณ์เศร้าสลดที่ปารีส มันยังไม่จบแค่คนร้ายสามคนตายตามผู้บริสุทธิ์เท่านั้น ดิฉันว่ามันยังเป็นเครื่องเตือนว่าถ้าทุกคนจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบ ก็ควรจะเปิดใจและทำความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น อย่างที่นักการเมืองขึ้นมาสรุปว่า อย่าเหมา อย่าเห็นว่าใครนับถืออิสลามจะเป็นผู้ก่อการร้ายไปหมด มุสลิมดีๆมีถมไป. ส่วนพวกที่อพยพมาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่ ถ้าไม่ชอบใจประเทศนี้ ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่าไปด้เลย
ไอ้เรื่องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่า ได้ยินมานับสิบๆครั้ง คนเไทยเองก็มีพูดว่า ฝรั่งที่เรื่องมากบ่นมากให้กลับไปประเทศตัวเองซะ คนฝรั่งเมืองนี้ก็มีบอกกับคนต่างเด้าบ้างว่า มาทางไหนให้กลับไปทางนั้น สิทธิของเจ้าบ้านและ ผู้มาเยือน มันมีเหมือนกันทุกชาติ สุดแต่ว่าใครเป็นแขก ใครเป็นเจ้าบ้าน:)

ความคิดเห็นที่ 29 Anacarika , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๙-
คุณ Anacarika

ห้าข้อที่คุณว่ามานั้นเป็นคล้าย statement ที่ให้ข้อคิด SW19 ไม่มีข้อโต้แย้ง นอกจากขอขยายความจากข้อ ๓ ที่จำเป็นต้องพูดซ้ำซากมาแล้วในหลายความเห็นที่ตอบกลับ

เรื่องนี้ดูผิวเผินคล้ายเรื่องเกิดจากศาสนา แต่ขอเราชวนมองไปอีกมุม

ในการกำกับระเบียบของสังคม หากเปรียบเทียบว่าสังคมหนึ่งมีข้อกำหนดว่าสิ่งนี้ทำได้ สิ่งนี้ทำไม่ได้
เช่น (ก) เป็นสิ่งที่ทำได้อย่างถูกต้องในสังคมหนึ่ง แต่ (ก) เป็นสิ่งค้านความรู้สึกของเราตามที่เติบโตและได้รับการอบรมมา
เราไม่สามารถคัดค้านการกระทำ (ก) ในสังคมที่ยอมรับให้สิ่งนั้นถูกต้องได้ หรือไม่สามารถบอกว่า คนที่ทำ (ก) น่ารังเกียจ หรือมีความผิด

ยกตัวอย่าง การกินอาหารที่ฮ่องกง ของที่ต้องการคายออกมา สามารถคายบนโต๊ะ ถ่มลงพื้น แต่ธรรมเนียมจะไม่ใส่กลับไปในจานเพราะถือว่านั่นเป็นขยะแล้ว เราอาจจะไม่คุ้น รู้สึกอึดอัด รังเกียจ เรามีทางเลือกที่จะไม่ทำ ไม่มอง
แต่เราไม่สามารถตำหนิคนที่ทำ
ถ้าเราอึดอัดมากๆ เราต้องพิจารณาย้ายตัวเองออกมาจากตรงนั้น
ไม่ใช่เดินเข้าไปล้มโต๊ะนั้น ให้เขาเลิกกิน

ในมุมกลับ หากคนที่ทำหรือกินแล้วคายแบบนั้น มาทำในร้านอาหารที่เมืองไทย เราจะยอมรับหรือไม่ เมื่อนั่นไม่ธรรมเนียมของเรา

เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับอาหาร หรือ การกิน แต่เป็นเรื่องของมารยาท
เหมือนกับที่เรื่องนั้น ไม่เกี่ยวกับศาสนา แต่เป็นเรื่องระบอบและข้อกำหนดการปกครองของประเทศหนึ่ง

-๑๗-

[ศรัทธา(ความเชื่อ) กับ ปัญญา ถ้าไปด้วยกันได้คงจะดีไม่น้อยนะครับ]

คุณหนอนตอบไว้ในความเห็นที่ ๒๔ อย่างดีและครบถ้วน เห็นด้วย จนเราไม่คิดว่าจะมีอะไรเพิ่มเติม ณ ขณะนี้
ขอบคุณที่คุณ Anacarika แวะมาคุยกัน

ความคิดเห็นที่ 28 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอคั่นจังหวะ ขอบคุณคุณหนอนที่เข้ามาช่วยตอบ
SW19 ยินดีมาก
เพราะปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่เรียนคุณหมอวัลลภไปเมื่อครู่
อยากเรียนเชิญให้เปิดใจ คุยกันอย่างเป็นกลาง
สังคมไทยแตกต่างจากสังคมอื่น แต่ไม่เป็นเหตุให้สังคมไทยไม่ยอมรับรู้เรื่องของสังคมอื่น โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนี้ beyond เรื่องศาสนา และมีสิ่งที่ต้องรู้อีกมาก

ศาสนา เป็นสิ่งที่ยึดถือเชื่อมั่นอย่างไรก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เป็นเรื่องส่วนตัว
กฎหมาย เป็นสิ่งที่ต้องเคารพและทำตาม เพราะเป็นเรื่องของส่วนรวม

ความคิดเห็นที่ 27 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๘-
คุณหมอวัลลภ

ข้อขัดแย้งทุกอย่างมีพื้นฐาน c]tเหตุผลของตัวเอง ยิ่งขัดแย้งมาก บางครั้งยิ่งมีมูลเหตุมาจากหลายด้าน SW19 ตั้งใจนำเรื่องนี้มาอภิปราย เพราะข้อขัดแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่จะเกิดในสังคมไทยไม่ได้

๑. ลองถอดความเรื่องศาสนาออกไป มูลเหตุของกรณีนี้ คือ ความต้องการจากผู้มาขออาศัยในพื้นที่ซึ่งมีกฎหมายแตกต่าง และให้ตามความต้องการไม่ได้

๒. ความห่างไกลของเรื่องนี้กับสังคมไทย มาจากการที่ไทยไม่เป็นเป้าหมายที่คนอพยพเข้าไปทำกินเหมือนหลายชาติในยุโรป มีสาเหตุไม่ว่าจะด้านการพัฒนาประเทศที่ยังไม่เติบโตได้รวดเร็วเท่าในอีกหลายจุด, ภาษาเพื่อการหาข้อมูล, ภาษาเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน, ข้อจำกัดทางกฎหมายในการซื้อที่อยู่อาศัย ฯลฯ

แต่นี่กำลังจะเป็นเรื่องอดีต เมื่อไทยก้าวเข้าสู่กระบวนการเปิดประเทศ กำลังต้องเตรียมรองรับการเคลื่อนย้ายของประชาชนต่างเชื้อชาติ ความเชื่อ ต่างวิธีปฏิบัติในสังคมวัฒนธรรม - - เรามองว่าคนเอเชียนมีลักษณะใกล้กัน ให้คุณค่าในชีวิต – values ใกล้เคียงกัน - - จริงหรือ

เรากำลังจะต้องเจอสภาพที่คนเข้ามาทำกิน มีโอกาสเปิดปากเรียกร้องความต้องการ เมื่อเขาเข้ามาทำงาน มีการเสียภาษี มีการคาดหวังจากสังคมที่เขามี contribution ให้
เราพร้อมหรือยัง

หากเรามองเรื่องนี้ เป็นแค่ข้อขัดแย้งที่มาจากการเสียดสี มาจากการใช้คำพูดกระทบกระเทียบ เรากำลังมองไปแค่ ปลายเหตุ

เราจะไม่เห็นว่า ปัญหานี้ คือ ประเทศหนึ่งมีกฎหมายและระเบียบกำกับสังคมของตนอย่างนี้ กำลังมีคนที่ไม่ใช่ indigenous ดั้งเดิมของพื้นที่มาเรียกร้องสิ่งที่ขัดกับวิธีปฏิบัติของเจ้าของพื้นที่ เราจะทำอย่างไร

การพิจารณาปัญหานี้ของสังคมไทย มองมาจากมุมของมุสลิมว่าถูกกลั่นแกล้งยั่วยุก่อน จึงต้องตอบโต้
แต่ไม่ได้มองจากมุมมองของเจ้าของประเทศ ที่ผู้เข้ามาอาศัยเข้ามาทำการ challenge ในสิ่งที่อย่างไรก็เจ้าของประเทศย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินมากกว่าผู้อื่น

ส่วนกรณีที่ว่า สื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวด้านบวกที่คุณหมอพูดถึงนั้น มีอยู่ตลอดเวลา แต่การเสียดสีนี้ เป็น satire เป็นอีก genre หนึ่ง คืออีกประเภทหนึ่งของการนำเสนอ ไม่ใช่ของที่ทดแทนกัน – ไม่ใช่ either or แต่เป็น and

เมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะที่ท้าทายกฎกติกาของเขา สื่อก็ต้องทำอย่างนี้

มีตัวอย่างการไม่ยินยอมปฏิบัติตามของมุสลิมในฝรั่งเศสมาแล้วว่า ประเทศฝรั่งเศสออกกฎหมายห้ามการใช้ full veil หรือการปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือแต่ลูกตา เพราะถือว่าวัฒนธรรมของชาติฝรั่งเศสคือ เห็นหน้ากันอย่างชัดเจนในการเผชิญหน้า

ปัญหาคือ ปีที่แล้ว มีสตรีมุสลิมนำเรื่องนี้ร้องต่อ European Court ผลการพิจารณาตัดสิน คือ ให้คำร้องนี้ตกไป ให้กฎหมายข้อนี้คงอยู่อย่างถูกต้องต่อไป คำอธิบายของศาล คือ ศาลไม่เห็นเจตนาใดจากประเทศฝรั่งเศสว่าต้องการยุ่งเกี่ยว หรือล่วงละเมิดวิธีแต่งตัวในแง่ศาสนา แต่เห็นว่าเป็นวิธีการทางสังคมที่ประเทศฝรั่งเศสมีสิทธิ์กำหนดให้ผู้อยู่อาศัยต้องทำตาม

SW19 ไม่ขอลงรายละเอียด ที่มา สาเหตุ ของการใช้วิธีปิดหน้าแบบนี้ เพราะไม่ใช่ประเด็น และในความเป็นจริงที่เห็นกันในสังคม สตรีมุสลิมทุกคนไม่ได้ปกปิดใบหน้าถึงระดับมิดชิดขนาดนี้ เมื่อสังคมทั่วไปเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้คล้อยตามว่าเป็นธรรมเนียมที่บังคับปฏิบัติของศาสนา จึงไม่ความจำเป็นที่ต้องเห็นใจเป็นกรณีพิเศษ

นี่เป็นบางตัวอย่างที่ใช้คำอธิบายว่า มุสลิมในฝรั่งเศสต้องการได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่น ประเด็นเหล่านี้ คือ สิ่งที่เป็นส่วนที่ทำให้ satire ที่เกิดขึ้นตลอดมา

ความคิดเห็นที่ 26 ลำชานบ้านบู , Anacarika และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

อ่านแล้วสมบูรณ์มากครับ ผมว่าจะเขียนเลยถอยก่อนดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 25 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอโทษครับ คห. ๒๔ บรรทัดที่ ๖ ตรงที่ว่า
"เนี่ย มีนบอกว่าเรียกว่าศรัทธาละ" พิมพ์ตก ค ไป
ที่ถูกเป็นดังนี้
เนี่ย มีคนบอกว่าเรียกว่าศรัทธาละ

ความคิดเห็นที่ 24 Anacarika , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๗- อนาคาริก

นั่นน่าสนใจ ขอเสนอความเห็นว่า
ทีนี้ คำว่าความเชื่อ กับ ศรัทธา ที่ใช้กันเหมือนกันไหม เหมือนจะปนเปกันเสียจนความหมายเลือน
ความเชื่อนั้นไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้ หรือไม่ คือแม้จะมีผู้รู้ให้เหตุผลชี้แจงจนกระจ่างแล้ว
ก็ยังจะ "ฉันขอเชื่อของฉันอย่างงี้ต่อไป"
แล้วทีนี้ เหมือนปัจจุบันเราจะอธิบายคำว่า ศรัทธา ว่าก็ไอ้ความเชื่อนั่นเอง
เมื่อไหร่ที่เชื่อหัวปักหัวปำ มิไยที่จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เป็นไป เนี่ย มีนบอกว่าเรียกว่าศรัทธาละ
แต่ประสบการณ์ผม ผมเล่นท้าทาย พิสูจน์คำพูดของหลวงปู่แหวนจนที่สุดก็เจอเข้ากับตัวเอง
ที่เจอนั่นผมก็เห็นกับตัวเอง รู้กับตัวเอง ใครก็ไม่มารู้เห็นด้วย
ผมก็เลยเถียงตัวเองไม่ได้ เท่ากับค้านคำพูดของหลวงปู่แหวนไม่ได้อีกต่อไป
ทีนี้ *ผมก็ใช้ความจริงที่ประสบนั้นมาพิจารณาว่าอะไรเป็นอะไร แล้วทำการอนุมานต่อไป
ถึงคำสอนของพระสุปฏิปันโนทั้งหลายในสายเดียวกับหลวงปู่แหวน
ทีนี้ก็โดยไม่มีกิริยาคัดค้าน โต้แย้งอย่างท้าทาย เค้นหาตรรกไปหักล้างว่าไม่น่าเชื่ออีกแล้ว
แต่ด้วยท่าทีวางใจว่าท่านไม่หลอกเรา อยู่ที่เราแสวงหาทางให้เจอ

การพิสูจน์ในเบื้องต้น แล้วเห็นตาม แล้ววางใจว่าคำบอกคำสอนที่สูงขึ้นไปกว่านั้นก็ย่อมไม่หลอกเรา
อย่างนี้ผมเรียกว่า ศรัทธา
ใช่ครับ ในตอนนั้นมันมีปัญญา (อย่างเรียกว่า อ่อน ๆ) เกิดขึ้นพร้อมกันด้วย
ที่จะต้องทำให้เจริญต่อไป

แต่ที่คุณใช้คำว่า ความเชื่อ นั่นก็น่าสนใจให้คิดว่าสังคมเราและต่างชาติไหน ๆ ก็เหอะ
จะมีคนระดับที่เอาแต่ความเชื่อเป็นใหญ่ และเป็นความเชื่อที่ติดแค่เปลือกคือติดที่พิธีกรรมและศีล พรตแค่นั้นด้วย
ความเชื่อแบบนี้กระมั้งที่นานไปก็ทับถมหมักหมมหนาทึบจนมองไม่เห็นแก่นอีกต่อไป
เมื่อต่างคนต่งมีตะกอนหมักดองของตน ๆ เอาแต่ตะกอนหมักดองของตัว ๆ เป็นใหญ่
นั่นแหละจึงมีการทะเลาะทุ่มเถียง ต่อยตี ฆ่าฟันเอาชีวิต
อย่างนี้หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 23 rattiya , กระเจี๊ยบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ส่วนตัวไม่ได้เป็นผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาด้วยเกิดจากครอบครัวที่คุณพ่อและคุณแม่มีพื้นฐานทางศาสนาที่แตกต่างกัน ทั้งยังผ่านสถาบันการศึกษามาครบทุกศาสนา พุทธ-มุสลิม-คาทอลิก-โปรแตสแตนท์ ถือว่าเป็นคนผ่านพหุวัฒนธรรม และมีเพื่อนครบทุกศาสนิก ผมดำรงตนในลักษณะไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่และให้เกียรติกับเพื่อนทุกศาสนาเสมอ โชคดีเพื่อนผมส่วนใหญ่ต่างก็ไม่เคร่งครัดในการนับถือศาสนา ทำผิดบาปกันบ้าง แต่ไม่ทำให้ผู้คนและสังคมเดือดร้อน
ปัญหาที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่า อยู่ที่คนมากกว่าศาสนา ด้วยศาสนาแต่ละศาสนามีความเป็นมานับเป็นพันพันปี หากมีข้อบกพร่องผิดปกติย่อมดำรงสถานะอยู่ไม่ได้ แต่ความยืนยาวของศาสนาทำให้มีการตีความในการนับถือตามแต่ละสำนักนิกายไปในทุกศาสนา เพียงแต่เราทุกคนต่างให้ความเคารพในความเชื่อถือศรัทธาของแต่ละคน ปัญหาเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗-
ขอบคุณ คุณณัฐรดา และคุณหมอสมชัย ที่แวะมารับทราบข้อมูล

..
..

SW19 ขอหยุดไปออกกำลังสักครู่ และจะกลับมาคุยกับทุกท่านต่อ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๖-
คุณแม่มดเดือนMarch

SW19 ไม่ได้อ่านความเห็นที่ว่า แต่พอเดาวิธีการคุณชาลีจากที่เคยสนทนากันได้ ขอถือโอกาสใช้พื้นที่ความเห็นนี้คุยเรื่อง controversial ของ Charlie Hebdo เพื่อขยายความข้อเขียนของเขา ซึ่งได้แตะไปบ้างแล้วในบทความ แต่รายที่ต้องลงลึกมีแยะจนจะยิ่งเข้าใจยาก จึงรอที่จะใช้อธิบายเพิ่มในการตอบความเห็น

ที่แตะไว้คือเรื่อง Anti- Semitism ที่มีความละเอียดอ่อน-ที่ต้องทำความเข้าใจ และขยายความได้จากคำถามเรื่องมาตรฐานการเสียดสี ว่าอย่างไรผิด อย่างไรถูก เลือกข้างหรือเปล่า ถ้าเป็นการว่ายิวทำไมกฎหมายช่วย ทำไม เป็นมุสลิมแล้วไม่มีคำตอบ

ต้องย้อนไปที่คนในกองบรรณาธิการ Charlie Hebdo ที่ถูกไล่ออก ชื่อ Maurice Sinet ที่ใช้นามปากกว่า Siné

Siné จุดประเด็นโดยลงข้อเขียนว่า ลูกชาย Sarkozy กำลังจะเปลี่ยนศาสนาเป็น Judaism ของยิว เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับสาวหนึ่งที่เป็นทายาทเศรษฐีบริษัทใหญ่โต และสรุปว่า He’ll go a long way in life, this lad.

ข้อเขียนนี้ นอกจากปราศจากข้อเท็จจริง คำสรุปเป็นการ stigmatise ชี้นำว่า ชีวิตจะสบายเพราะเป็นลูกเขยยิว ร่ำรวย มีเงิน
คำพูดที่ใช้เสียดสียิวแบบที่คนไทยยังเอามาใช้ว่า คนงก คือ ยิว ถือเป็นการเสียดสีที่ตัวบุคคล เป็นการหมิ่นประมาท วาด stereotype ของคน โดยเปรียบเทียบกับยิว – อันนี้ผิด

ผิดในลักษณะเดียวกับที่ หลังจากเหตุการณ์สังหาร Charlie Hebdo แล้วหากมีใครพูดว่า ‘คนมุสลิม violent’ – นั่นคือ ผิด ผิดกฎหมาย เอามาลงโทษได้

เพราะนั่นเป็นการสรุปว่าตำหนิ ประนามที่ตัวคน เหยียดและใส่ความ เหมารวม ว่าทุกคนเป็นคนรุนแรง ซึ่งไม่เป็นข้อเท็จจริง

หรืออีกตัวอย่าง คนไทยบอกว่าคนผิวดำน่ากลัว โหด นี่ก็ผิด ผิดจากการเหยียดผิว เอาผิดตามกฎหมายได้

อีกตัวอย่าง ที่ขออนุญาตยกขึ้นมาเล่าตามเนื้อหาที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเจตนาล่วงละเมิดมุสลิมท่านใด ขออนุญาตและขออภัยมาล่วงหน้า ณ ที่นี้ เช่นการวาดรูป Prophet Muhammad จูบกับผู้ชาย – กฎหมายไม่เอาผิด เพราะความสัมพันธ์ของคนร่วมเพศเดียวกัน และ/หรือ gay marriage ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำหรือวาดเช่นนี้ หากเปลี่ยนมาเป็นรูป Pope ก็ไม่ผิดกฎหมายเช่นกัน
นี่คือว่ากันตามกฎหมายฝรั่งเศส

กลับมาที่ Siné เมื่อ Anti-Semitism ผิดกฎหมาย บรรณาธิการของ Charlie Hebdo ขอให้ Siné ลงคำขอโทษ Siné ตอบว่าให้ ‘cut his own nuts off’ – แปลภาษาชาวบ้าน คือ มาตัดไข่ทิ้งไปซะดีกว่า หรือไม่ก็ fired ไล่ออก

ก็ถูกไล่ออก

ก่อนหน้านั้น Siné ให้สัมภาษณ์ ทางสถานีวิทยุหลังจากที่คนยิวถูกทำร้ายกลางกรุงปารีสว่า

‘Yes, I am anti-Semitic and I am not scare to admit it… I want all Jews to live in fear, unless they are pro-Palestinian.

Let them die.’

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕-
เคยได้ยิน เวลาคนพูดเปรียบเปรยคำเท่ๆ ประมาณว่า อิสรภาพเป็นสิ่งหอมหวล / การต่อสู้แม้จะลำบาก ก็ต้องทำ เพื่ออะไรต่างๆ ฯลฯ แม้กระทั่งเขียนเรื่อง Scotland Decides ก็เคยได้ยินคนว่าไปนู่น ถึง Brave Heart
แล้วฝรั่งเศสล่ะ
ผ่าน Revolution สะบักสะบอม กว่าจะได้สิทธิ์แบบที่คนในชาติต้องการ ก็อยากจะใช้ตามนั้น พูดโดยไม่ได้สนับสนุน ก็ต้องบอกว่า ไม่อยากใช้ร่วมกับเขา รับเขาไม่ได้ ก็อย่าไปยุ่งกับเขา
ตอนแรกว่าจะไม่ใส่เพลง แต่... Regret nothing ของ Edith Piaf นี้น่าจะให้ความรู้สึกได้ใกล้เคียง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔-
คุณหนอน

๑) The King can do wrong
เป็นรับสั่งที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่ปรากฏในรูปประโยค
ท่านต้องการสื่อความหมายว่า If that is the truth, then it is the truth. ท่านสื่อว่า ใครเขียนเกี่ยวกับท่าน ถ้าเป็นความจริงก็คือความจริง
ถ้าเขียนความเท็จ ก็ simply เป็นความเท็จ เจอ libel (อ่านว่า ไลเบิ้ล แปลว่า หมิ่นประมาท)

มองให้ลึกซึ้งกว่านั้น การแตะต้อง The King ต้องมีกรอบเหมือนกัน ต้องห้ามแตะต้องในเรื่องนอกบทบาทของพระมหากษัตริย์ถึงจะถูกต้อง
แล้วบทบาทของ The King under Constitutional Monarchy มีอะไรนักหรือ สิ่งที่ท่านทำก็เป็นการจัดการ เรียบเรียงผ่านการพิจารณาของคณะผู้บริหารประเทศที่เห็นพ้องกันมาแล้ว และทูลเกล้าถวาย เพื่อให้ The King แค่ลงพระปรมาภิไธย

๒) Secular state เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่จะวิจารณ์ Charlie Hebdo

การมาถึงจุดนี้ได้ของฝรั่งเศส มีแรงผลักแรงถีบมามากมาย
สิ่งที่ชาติภายใต้ Roman Catholic Church มีปฏิกิริยากับเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะมีหนึ่งสาเหตุว่า โดยหลักการ การอยู่ภายใต้ร่มเงาอิทธิพลและอำนาจของ Rome มีหน้าที่ติดตามมาด้วยหนึ่งประการ คือ การส่งส่วย – อันเป็นข้อเท็จจริง เป็นกฎกติกา

การ Challenge ท้าทายข้อปฏิบัตินี้มีหลายระดับ เพราะการส่งเงินให้ The Church มีไว้ใช้จ่ายสร้างความอลังการเพื่อเชิดชูศาสนา เกิดขึ้นบนความสาหัสของผู้ส่งเงิน England เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ต้องการนำเงินไปใช้ในกิจการของประเทศอย่างอื่น เป็นเหตุให้ Henry VIII ยกเลิกการอยู่ภายใต้ Roman Catholic Church แล้วตั้ง The Church of England มีประมุขของประเทศเป็นประมุขของศาสนาเสียเอง จากเริ่มต้นคำสั่งสอน (scriptures) ก็เป็นไปตามของเดิม มาเปลี่ยนเอาอย่างมากมายกในยุคของ Cromwell

ประเด็นคือ การแตกตัวออกไป ไม่เกี่ยวกับหลักการทางศาสนา แต่เกี่ยวกับส่งส่วย ซึ่งตรงนี้ก็เป้นประเด็นที่เรียกว่า taboo ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่เป็นสิ่งที่ Charlie Hebdo นำมาใช้
เวลาทำการ satire ไม่ได้ไปเสียดสี หักห้าม หรือเหยียดหยามในเรื่องคำสอน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
rattiya วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 18.27 น.

"ถ้าเปลี่ยนวิธีจากการพุ่งชนกับ Charlie Hebdo จากแง่กฎหมาย ก็สอดคล้องกับข้อแนะนำที่ SW19 กล่าวในเนื้อหา เรื่องการตั้งคำถามความเหมาะสม การใช้สิทธิ์ที่มีจนสุดโต่ง"
เห็นด้วยค่ะ
" การใช้สิทธิ์ที่มีจนสุดโต่ง"

ความคิดเห็นที่ 17 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika from mobile วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ศรัทธา(ความเชื่อ) กับ ปัญญา ถ้าไปด้วยกันได้คงจะดีไม่น้อยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่มดเดือนMarch

ความเห็นในวรรคแรกนั้น SW19 ขอนำมาใช้ย้ำความเข้าใจอีกครั้งว่า นี่ไม่ใช่การแตะต้องความเชื่อทางศาสนา การใช้ satire เป็นการใช้ในฐานะวิธีการ หรือเครื่องมือชนิดหนึ่ง ในการส่งเสียง การกระตุก การตรวจสอบกระบวนการปกครองและสังคม

การล้อเลียนของ Charlie Hebdo บนพื้นฐาน การ exercise Liberté d’Expression ไม่ได้เป็นการ challenge คำสอน ความเชื่อของอิสลาม แต่ท้าทายการกระทำของมุสลิม – คน ซึ่งเป็น 'คน' ที่เรียกร้องวิธีการปฎิบัติเป็นพิเศษ อันขัดแย้ง และท้าทายกับพื้นฐานการปกครองและข้อกฎหมายของชาตินั้น

SW19 ไม่ได้ดูงานของ Charlie Hebdo แล้วชื่นชมเสมอไป

แต่การพิจารณาเหตุการณ์นี้ ต้องกำหนดกรอบตามบทบาทของเจ้าของบ้าน และผู้มาขออาศัย
เปรียบเทียบกับแขกที่มาพักบ้านเรา ก็ต้อง comply by the house rules

แม้กระทั่งลูกหลานตัวเราเอง หากจะมา ต้องรู้เวลาปิดบ้าน ที่เราเข้านอน (ไม่ต้องดูเวลาที่เหมาะสมของวัยด้วย ถ้าเขาบรรลุนิติภาวะเราก็ห้ามไม่ได้) ถ้ากลับเกินเวลาเช่น ๒๒.๓๐ ไม่ได้ เพราะต้องการไปตะลอนเที่ยวยันสว่าง ก็มาพักด้วยกันไม่ได้

หากนี่คือ กฎ กติกา ก็ต้องหาที่พักใหม่
จะบอกว่าเจ้าของบ้านใจดำ โหด ไม่ได้

หากเอาเรื่องกฎ กติกา ออกไปก่อน ลืมภาวะบรรลุนิติภาวะ ที่เราไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น มองเด็กนั้นว่ามีสติ เรายังสามารถตักเตือนได้ ๑. ก็ทักท้วงอย่างสุจริตใจ ว่าดึกไปไหม ๒. อะลุ้มอะหล่วย ให้ทำได้ เช่น นานๆ ครั้ง วันพิเศษ ฯลฯ

ความหมายคือ กฎ กติกา เอามาใช้ให้ได้ผลบังคับไม่ได้เสมอไป
ทำนองเดียวกัน กรณีนี้ Charlie Hebdo มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ตามองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ ชนกับเขา ก็เท่ากับชนกับโครงสร้างการปกครองของประเทศ ถ้ารับไม่ได้ ก็ต้องหาประเทศที่เหมาะสมกับความต้องการปฏิบัติของตนเองอยู่ใหม่

ถ้าเปลี่ยนวิธีจากการพุ่งชนกับ Charlie Hebdo จากแง่กฎหมาย ก็สอดคล้องกับข้อแนะนำที่ SW19 กล่าวในเนื้อหา เรื่องการตั้งคำถามความเหมาะสม การใช้สิทธิ์ที่มีจนสุดโต่ง
ตรงนั้นต่างหาก ที่มีคำตอบโดยไม่ต้องฆ่ากัน

การฆ่าสังหาร เพื่อหาความยุติธรรมให้ตัวเอง อย่างไรก็ผิดไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาของชาติใดในโลก และไม่เคยอยู่ในการอบรมจากศรัทธาความเชื่อใด

ความคิดเห็นที่ 15 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยั้งคิด

นิยามของเสรีภาพ เขียนได้ต่างๆนาๆ ตามกรอบของแต่ละประเทศ ที่ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

เหมือนการเลี้ยงลูกที่ว่าเข้มงวด ความเข้มงวดนั้นของแต่ละบ้านก็ไม่เท่ากัน

จุดที่ต้องนำมาพิจารณาเรื่องนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่การวิจารณ์ตามความเห็นส่วนตัว แต่ต้องมีความเป็นกลางโดยใช้การยึดหลักการปกครอง รัฐธรรมนูญ ข้อกฎหมายของฝรั่งเศส เจ้าของพื้นที่

เมื่อเป็นเช่นนั้น Charlie Hebdo ไม่จำเป็นต้องแคร์ เพราะเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายของบ้านเมือง ของชาติกำเนิดเขาที่มีมานานแล้ว

ที่คุณยั้งคิดว่า การล้างแค้นด้วยการเข่นฆ่านั้น เรามองว่า นั่นเป็นเรื่องของวัฒนธรรมแบบ tribal คือ เผ่าชน ที่มีหลายกลุ่มก้อน แต่ไม่ใช่การกระทำที่ศาสนาสั่งสอน - - โดยสรุป คือ ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา – ไม่ใช่เรื่องของศาสนาอิสลาม และไม่ใช่เรื่องของมุสลิมส่วนใหญ่ที่ดำเนินชีวิตตามครรลองที่ดีงาม

การกระทำการเข่นฆ่าคน เป็นความผิด ว่ากันที่ความผิด ชาติไหนทำก็ผิด

ความคิดเห็นที่ 14 สิงห์นอกระบบ , redribbons07 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑-

…ขึ้นต้นเป็น Charlie Hebdo ลงท้ายเป็นมาตรา ๑๑๒ …

SW19 ตั้งใจ เพราะมันเป็นเรื่องเดียวกัน

ในเมื่อกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นผู้นำประชาธิปไตยเข้ามาสู่ประเทศใน พ.ศ.๒๔๗๕ นั้น ก็อ้างหลักการฝรั่งเศส โดยไม่แจ้งแถลงไขสู่สาธารณะให้รู้ว่า การมีหลักการอย่างที่ฝรั่งเศสมี มาจากความสุดโต่งแค่ไหน
ทุกวันนี้ ก็ยังมีนักวิชาการที่ยึดแนวฝรั่งเศสเป็นแก่น
ยังมีคนที่ชื่นชม French Revolution โดยไม่ถ่องแท้กับที่มา และผลที่ได้ตามมา – ซึ่งเหมาะสมลงตัวกับชาติเขา

และเมื่อความลงตัวในชาติเขา มีคนที่ไม่เข้าใจและท้าทาย ก็เป็นเรื่อง Charlie Hebdo attack ในวันนี้

ขอบคุณ คุณ rebribbons07 ที่เข้าใจเป้าหมายของบทความ

ความคิดเห็นที่ 13 กระเจี๊ยบ , kratenUan และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 17.18 น.

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
ถ้าเขียนเรื่องนี้วันอาทิตย์คงเสียดายเเย่ที่ไม่ได้อ่าน(วันอาทิตย์ออกเดินทาง ไม่อยู่บ้าน 2 อาทิตย์ค่ะ)
อ่านเเล้วช่วยลดความข้องใจค่ะกับคนข้างๆ
สาเหตุ คุยเรื่องนี้กับเเฟน รัตน์ทราบเรื่องเเต่เหตุการณ์ปัจจุบัน แฟนก็พอรู้เรื่องบางเเต่ก็ไม่ทั้งหมด เริ่มต้นด้วยการคุยกันธรรมดา คุยกันไปมาก็เข้าข่ายเรามีทัศนคติเเบบชาวตะวันออก แฟนมีทัศนคติเเบบชาวตะวันตก สุดท้ายจะทะเลาะกัน เรื่องที่ถกเถียงกันบานปลายเลยเถิดไปเรื่อง ประเทศอิสรเอล-ปาเลสไตร์ เเล้ววกกลับมาที่ฝรั่งเศส
ผลสุดท้ายบอกแฟนไปว่า
"ฉันไม่เข้าใจอารมณ์ขันของประเทศตะวันตกที่ถือตนเองว่าเป็นคนที่พัฒนาเเล้ว"
พอมาอ่าน "สายสำคัญ Secular State" เข้าก็เริ่มพอจะเข้าใจค่ะ


จากข้อความ
คนที่ไปอาศัยภูมิลำเนาที่วางข้อกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว จึงเป็นฝ่ายต้องตริตรอง ‘เอง’ อย่างถี่ถ้วน

คนที่คิดว่าจะย้ายตัวเองไปอยู่ประเทศอื่นควรเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะต้องเป็นฝ่ายปรับตัวให้เข้ากับสังคมนั้นเสียมากกว่า (ประสบการณ์ของตนเอง)จะสามารถปรับตัวได้เเค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอิ่มมม...
ความเชื่อที่เป็น meta-physics มีศักดิ์สูงกว่า มีความศักดิ์สิทธิ์กว่า
ความเชื่อที่ไม่เป็น meta-physics หรือไม่
????????????

ความคิดเห็นที่ 11 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

) ถ้าสังคมเราเริ่มรับได้ว่าความเชื่อในเสรีภาพโดยธรรมชาติ คือตั้งแต่เกิด
ว่าเป็นความเชื่อทางนามธรรมที่มีศักดิ์เสมอกับความเชื่อที่มีศาสดาตั้งมั่นเป็นศาสนา
เวลามีปัญหากระทบกระทั่งก็สามารถมานั่งคุยตกลงกันว่าแค่ไหนได้ แค่ไหนไม่ได้
(คล้าย ๆ ในคห.๓ ของคุณแม่มดฯ)
ไม่แยกชั้นว่าความเชื่อฉันเป็นทางธรรมอันสูง ของคุณมันแค่เรื่องทางโลก

ความคิดเห็นที่ 10 กระเจี๊ยบ , Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คงต้องใคร่ครวญธรรมชาติมนุษย์เรืองหนึ่ง
เรื่องของการมีอุปาทานในนาม-รูป (นามธรรม รูปธรรม)
แล้วยึดถือเหนียวแน่น ปกป้อง ไม่ให้คลอนแคลน
เพราะการที่อุปาทาน (ความเชื่อ) ของตนถูกหลู่
ก็เท่ากับหลู่ตัวตนของตัวทีเดียว (ซึ่งก็นับเป็นอุปาทานในตัวตน)
จึงเดือดร้อนใจถึงกับทะเลาะทุ่มเถียง ต่อสู้ ทำลายชีวิต

ลองจินตนาการย้อนไปถึงยุคที่ยังเป็นคนป่า โบราณ
มีการทะเลาะทุ่มเถียงด้วยเรื่องของนามธรรมหรือไม่
เมื่อมีการบูชาไฟ ภูเขา แม่น้ำ มีการทะเลาะทุ่มเถียงว่าเพราะเหตุมีการลบหลู่หรือไม่
จนเริ่มมีคนสั่งสอนถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม มีคนเข้าใจตามได้
แต่คนที่ไม่อาจเข้าใจตามได้ ก็ได้แต่ยึดมั่นในวัตร ศีล พรต
ถือมั่นในวัตร ศีล พรต ใครก็ไม่อาจมาคัดค้านไม่ว่าในลักษณะใด
ลักษณะของการชี้แจงเหตุผลตรงข้าม ลักษณะของการถกเถียง
ลักษณะของการปรามาส ลักษณะของการถากถางเยาะเย้ย
ลักษณะของการนิ่งเสีย ความเชื่อใครก็ของใคร
ขอแค่เมื่อท่านทำวัตรตามความเชื่อของท่านแล้วไม่เป็นการทำให้เราเดือดร้อน
แค่ไหนถือเป็นการลบหลู่ (ไม่ให้เกียรติ)

ทีนี้ ระหว่างความเชื่อที่มีศาสดา มีวัตร คำสอน มีพิธีกรรม คือศาสนา
กับความเชื่อนามธรรมที่ไม่มีศาสดา ไม่มีพิธีกรรม ไม่มีการสวดภาวนา คือลัทธิเช่น
ลัทธิประชาธิปไตย ลัทธิเสรีภาพโดยธรรมชาติ
นี้มี “ศักดิ์” เท่ากันหรือไม่
โดยความเคยชินของคนในสังคมแล้วความเชื่อแบบมีศาสดาฝังแน่นแล้ว
แม้ยังเข้าไม่ถึงแก่น ติดแค่เปลือกกระพี้พิธีกรรม ก็ถือว่านั่นมีศักดิ์สูงกว่า
คือ “ศักดิ์สิทธิ์” ละเมิดมิได้ ในขณะที่ตนไปละเมิด ลัทธิเสรีภาพของผู้อื่นได้
.... เช่นนี้หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 9 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Anacarika from mobile วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

1. "จงถอยออกมาจากสิ่งที่ยึด แล้วโลกนี้จะพบกับสันติสุข"

2. "ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ปากกาไม่เคยเข่นฆ่าใคร กระบอกปืนและเครื่องกระสุนต่างหากที่เข่นฆ่าผู้คน"

3. "โปรดรักษาระยะห่างทางความคิดของผู้คนทุกศาสนาแต่พองาม ไม่เข้าใกล้จนเกินไป และไม่เหินห่างจนเกินไป"

4. " ความรุนแรงต่าง ๆเกิดจากการที่ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงศาสนาของตน ๆศาสดาของทุกศาสนา ไม่เคยสอนเรื่องการเข่นฆ่าและความรุนแรง"

5. "เราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ แต่เราสามารถควบคุมตนเองได้"

ความคิดเห็นที่ 8 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

จากในเรื่อง
.
"คนของ Tunisia และ Algeria รู้ภาษาฝรั่งเศสถึงกว่า 60% การตั้งต้นที่ฝรั่งเศสจึงลงตัว"
.
ประเด็นนี้ สำคัญมาก
และ ทุกวันนี้
.
ยุโรป กำลังโดนบุก
เพื่อ เข้าไปทำงาน - ไปอยู่กิน -
มากกว่ายุคใดในประวัติศาสตร์
.
ในความเห็นส่วนตัวของผม,
อยากให้ สื่อมวลชน
เสนอข่าวด้านบวก
ชมเชย การทำดี
มากกว่า เสียดสีคนอื่น
ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

มาเยี่ยมก่อนค่ะ
ขอค่อยๆอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

http://www.oknation.net/blog/nn1234/2015/01/14/entry-1
ข้อมูลของคุณชาลีแห่งบางโอเค (ความเห็นที่ ๒๖ ) น่าสนใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เคยดูหนังชีวิตของ อีดิธ เพี้ยฟ
ตั้งแต่เด็กข้างถนนขึ้นมา
ร้องเพลงแม้ยามป่วยไข้ จนล้มบนเวที

ความคิดเห็นที่ 4 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑)
พระราชดำรัสในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีหนึ่ง ทรงยืนยันว่า
The King can do wrong.
ผู้ที่ลักใช้สร้างเป็นมายาคติมาเป็นเครื่องป้องกนตัวเอง กับนักวิชาการที่เต้นตามต่างหาก
ควรแก้ไขตัวเอง และเลิก "มาม่า" กับชาวประชารากหญ้า

๒) secular state ถ้าจะมีใครเขียนอธิบายอย่างถึงกึ๋น ให้ชัดแจ้งกันทั่ว ๆ
คงเป็นบทความขนาดยาวชิ้นหนึ่ง หรือประมาณหนังสือเล่มเล็กเล่มหนึ่ง
(ว่ากันให้ลึกซึ้งถึงก้นบึ้ง ผมว่าคือวิธีที่มนุษย์จัดความสัมพันธ์กับ นาม-รูป ในโลกนี้และทั้งจักรวาลด้วย เอ้า)


ความคิดเห็นที่ 3 Anacarika , rattiya และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

สถานการณ์ในยุโรปไม่ทำให้รู้สึกกังวลมากมายแม้ว่าในฐานะปัจเจกบุคคล ไม่ใช่สื่อมวลชน แม่มดจะไม่แตะต้องความเชื่อทางศาสนาของผู้ใด (แต่ก็จะไม่คล้อยตามผู้ใดในเรื่องเช่นนี้ด้วยเช่นกัน)
แต่ทัศนคติของคนบางกลุ่ม (โชคดีที่เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เล็กมากเมื่อคิดว่าประชากรไทยมีประมาณ ๗๐ ล้านคน) ทำให้ต้องตั้งคำถามกับตนเองว่าผู้คนจำนวนหนึ่งในบ้านเราเป็นอะไรกันไป ทำไมจึงมีความคิดว่าเพียงได้รับการเหยียดหยามทางคำพูด (หากจะถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเหยียดหยาม) ก็ทำให้มีสิทธิ์สังหารอีกฝ่ายหนึ่งได้ ฝ่ายที่ก่อเหตุให้ระคายใจสมควรตาย
ทัศนคติเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนที่มีการศึกษา กับคนที่ดูเผินๆก็เหมือนจะเป็นคนดีในสังคม เกิดขึ้นในเมืองพุทธที่แม้ศาสนาจะมีข้อห้ามการพูดส่อเสียดแต่ข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดก็ยังเป็นการห้ามการฆ่าหรือการทำร้ายอยู่ดี
ดูเหมือนผู้คนบางหมู่เหล่าในบ้านเรายามนี้จะมีความเกลียดชัง ความคับแค้นอันเนื่องมาจากความไม่พอใจในสภาพชีวิตและสังคมของตนเอง จนมีปมด้อยและความริษยาเป็นเจ้าเรือน มีความก้าวร้าวแอบแฝงที่พร้อมจะระเบิดออกมาในรูปของความสะใจเมื่อได้เห็นการล่มสลาย การถูกทำลายของผู้คนที่มีความเห็นต่างและมีวิถีชีวิตที่แตกต่าง
ปัญหาเรื่อง Discrimination ความคลั่งชาติ ความคับแคบในเรื่องความเชื่อ การขาดมุทิตาจิตของผู้คนบางหมู่เหล่าในเมืองไทยยามนี้รุนแรงมาก
อาจจะมากกว่าที่ฝรั่งเศสเสียด้วยซ้ำ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

นิยามที่ว่า เสรีภาพต้องไม่รบกวนสิทธิ์ของผู้อื่น เข้าใจว่า Charlie Hebro ไม่แคร์เรื่องนี้ แต่สำหรับการล้างแค้นด้วยการเข่นฆ่า ก็เป็นวัฒนธรรมของชาติอาหรับทั้งหลาย
สรุปว่าทั้ง Charlie Hebro ที่ล่อเป้าไม่เลิก และคนอาหรับที่โกรธแค้นจะทำให้โลกพลอยเดือดร้อนทั้งคู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ , แม่หมี และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
redribbons07 วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขึ้นต้นด้วย Charlie Hebdo


ลงท้ายด้วย ม.112


แต่เห็นด้วยนะคะ ที่ว่าไม่ควรอ้าง Freedom of

Speech มาใช้ในการล่วงเกินสถาบันพระมหากษัต

ริย์ เพราะไม่ควรเอาพระองค์มาอยู่ในการโต้แย้งใน

สังคม ทรงมีสถานะที่อยู่นอกเหนือการโต้แย้ง

ที่ควรให้การเคารพนับถือค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน