*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 187617
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< กุมภาพันธ์ 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3495 , 06:11:09 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 17 คน สิงห์นอกระบบ , joepiya และอีก 15 คนโหวตเรื่องนี้

ปีที่ผ่าน คุณพรายพิลาศยกบทความของ Ozan Varol มาเผยแพร่ คุยกันไปมา เข้าใจได้ด้วยความยินดีว่า ไปอ่านแล้วเอามาเล่านะ

งานเขียนของวาโรลมีมาก ล้วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายการปกครอง ส่วนบทความชิ้นนั้น สาระจับอยู่ที่ทหารและประชาธิปไตย ความสัมพันธ์ทั้งสองส่วนที่ว่าถูกเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงในโลกปัจจุบัน แนวคิดลักษณะนี้นักวิชาการนิยมปฏิบัติโดยเอาสิ่งที่ศึกษามาครอบเหตุการณ์แล้วนำเสนอ บทความแบบนี้จึงมีมาก ทั้งสมเหตุสมผล และประเภทที่ผู้เขียนสร้างภาพขึ้นมาในหัว การจะตีความให้เข้าใจ ต้องทำความรู้จักกับผู้เขียนไปพร้อมกับปูมหลังของประเด็นนั้น แล้วค่อยรับเนื้อหามาคิดต่อ ก่อนที่จะยกเป็นส่วนมาอ้างอิงเพียงเพราะเข้าทางความคิด หรือต่อต้านเมื่อไม่ถูกจริตของตนเอง

 

วาโรล สอนวิชากฎหมาย เชี่ยวชาญด้าน Constitutional law กฎหมายรัฐธรรมนูญ, Comparative constitutional law และ Islamic law หรือ Sharia law มีตำแหน่ง Associate Professor of Law ที่ Lewis & Clark Law School มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา

Professor Varol เก่งมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ เขียนงานจนได้รับการยอมรับในกลุ่มนักวิชาการก็มาก ที่โดดเด่นจนได้รับคำยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ The Democratic Coup d’État รัฐประหารเพื่อประชาธิปไตย

รัฐประหาร คือ ปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยทหาร – military coups

การปฏิวัติ revolution เกิดได้จากแรงผลักดันของประชาชน

 ‘รัฐประหาร’ ตามที่ Professor Varol เอ่ยถึงและทั้งหมดต่อจากนี้ เป็น military coups

 

 

The Democratic Coup d’État ท้าทายกรอบความคิดดั้งเดิมที่ครอบลงบน military coups ว่าเป็นกระบวนการต่อต้านประชาธิปไตย เกิดจากการโหยหาช่วงชิงอำนาจ การล้มล้างขั้วอำนาจเก่าเพื่อการผลัดผู้นำ Professor Varol สร้างข้อโต้แย้งว่า รัฐประหารสามารถเป็น democracy-promoting ที่เสริมส่งประชาธิปไตย โดยเป็นทั้งตัวต่อต้าน ตัวล้มล้างเผด็จการ และจัดการให้เกิดการเลือกตั้งอย่างยุติธรรมและราบรื่น

ขณะที่ว่าไว้อย่างนั้น บทความนี้ตั้งข้อสังเกตรอยต่อของการส่งทอดสู่ประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง ที่รัฐธรรมนูญกำลังถูกร่างขึ้นว่า รัฐธรรมนูญนั้นได้รับอิทธิพลหรือถูกสอดแทรก ‘ประเด็น’ ที่ทหารมี ‘หมายเหตุ’ ไว้ด้วย 

ปรากฏการณ์ทำนองนี้ ถูกเปรียบเทียบเสมือนการขายวิญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนกับบางสิ่งที่ต้องการ

การล้มล้างเผด็จการที่ครองเมืองอยู่เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย จึงดูเหมือนว่ามีสิ่งที่ต้องเสียไปเช่นกัน มุมมองนี้  Professor Varol ตั้งคำถาม และหาคำตอบไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยขยายอีกที

 

Professor Varol อธิบายความคิดจากเหตุการณ์จริง

อียิปต์ เป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างนั้น

รัฐบาลเผด็จการของ Hosni Mubarak ถูกโค่นลงด้วยการปฏิวัติ หลังจากนั้นทหารเข้ามาควบคุมและประคองชาติสู่การเลือกตั้ง ได้รัฐบาล Mohamed Morsi ซึ่งอยู่ได้ไม่ทันครบปีประชาชนก็ประท้วงอีก ทหารจึงทำรัฐประหารเพื่อประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งใหม่ ได้ Abdel Fattah el-Sisi เป็นประธานาธิบดี

 

Professor Varol เขียน The Democratic Coup d’État ช่วงที่ Morsi เพิ่งเข้าสู่อำนาจ เหลือหลายประเด็นค้างคาที่ยังพูดไม่หมด จึงนำมาต่อความใน The Military as the Guardian of Constitutional Democracyอันเป็นบทความต้นเหตุที่คุณพรายพิลาศเอ่ยถึง

 

Professor Ozan Varol เกิดและอยู่ที่ตุรกี จนมาเรียนระดับอุดมศึกษาที่สหรัฐอเมริกา ปูมหลังของการเติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมของประเทศที่ทหารยึดอำนาจกลับคืนจากรัฐบาลเผด็จการแล้ว แต่ประชาชนยังหวาดผวากับเผด็จการอยู่ วาโรลเชี่ยวชาญขั้นลึกซึ้งเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และการปกครองระดับมหภาค เวลาเรียบเรียงเสนอแนวคิดมีเหตุและผลลงตัว มีมุมมองสนับสนุนที่น่าสนใจ  

สิ่งที่ดูจะหายไปจากบทความ ซึ่งสะท้อนให้เกิดข้อสังเกตว่าวาโรลขาดประการณ์และมุมมองเชิงสังคม – sociological aspects – ในเมื่อเนื้อแท้ของประชาธิปไตย คือ คน

คือ เรื่องสามัญสำนึกของประชาชน ที่ต้องมีในระดับมากพอต่อการรับผิดชอบร่วมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย คือ ต้องพอเพียงและพอดีต่อสังคมส่วนรวม

หลายอย่างของวาโรลจึงเป็นเรื่องการปกครองในอุดมคติ ซึ่งเหมาะสมดีแล้วกับกรอบสมมตฐานและแนวคิดที่วาโรลวางไว้ต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยทหาร

ประเทศที่ใช้ประชาธิปไตยเป็นหลักในการบริหารและปกครองนานพอที่ระบบกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และประชาชนมี ‘สำนึก’ ในหน้าที่ของตน ทหารมีสองลักษณะใหญ่ แตกต่างจากประเทศที่ประชาธิปไตยเพิ่งเริ่มเป็นที่เข้าใจ คือ

‘ทหารอาชีพ’ รับราชการจนเกษียณอายุ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในการปกครองประเทศ

และ ‘ทหารโดยอาชีพ’ ที่รับราชการเพื่อเป็นช่องทางศึกษาหาวิชาชีพ เรียนรู้วินัย ระบบ logistics อันเป็นประโยชน์กับอาชีพเมื่อออกจากราชการในช่วงอายุก่อนกลางคน ก็จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในการปกครองประเทศเช่นกัน

 

จุดสำคัญในแนวคิดของ Professor Varol คือ ไม่ควรมี Professional soldierทหารอาชีพ ซึ่งจะยึดถือสถาบันทหารของตนเองเหนือสิ่งอื่นใด การกระทำเช่นนั้นย่อมทำให้อำนาจที่เกิดขึ้นตามมา บดบังสำนึกแห่งประชาธิปไตย ทหารในความคิดของวาโรล ควรเป็นคนที่ทำมาหากินในอาชีพทหาร และรู้ตัวเสมอว่าวันหนึ่งต้องกลับออกมาเป็นประชาชน จึงต้องสำนึกว่าสังคมของประชาชนมีความสำคัญเป็นที่หนึ่งของประเทศ และเหนือสถาบันทหารที่เคยผ่านมา

วาโรลบอกว่า ทหารไม่จำเป็นต้องแสวงอำนาจให้ตัวเองเสมอไป หลังรัฐประหาร เมื่อผู้นำเผด็จการถูกปลด ประเทศปลอดผู้ครองอำนาจที่ชัดเจน เป็นเวลาเหมาะที่ทหารจะนำประเทศผ่านเข้าสู่ประชาธิปไตยได้ หากทหารนั้นเป็น Interdependent military

  

Interdependent military เป็นหลักการ ประกอบด้วยหลายปัจจัย จึงเป็นคำที่ไม่ควรแปล 

ภาพลักษณ์ดั้งเดิมเฉกเช่นที่เคยปรากฏในละตินอเมริกาและอัฟริกา ทหาร คือผู้ที่ ‘มี’ และ ‘ใช้’ อำนาจเพื่อรักษาสถานภาพตนเองให้เหนือผู้อื่น แต่ Interdependent military ในกรอบของวาโรล ต้องมี 3 คุณสมบัติ   คือ

 

1. Dependence on citizenry หมายความว่า ทหาร คือ ประชาชนธรรมดา ไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา ที่กำเนิด มาประกอบอาชีพทหารในช่วงหนึ่งของชีวิต แล้ววันหนึ่งจะกลับไปเป็นประชาชน มีวิถีชีวิตและดำรงชีพเช่นประชาชนทั่วไป มีความรับผิดชอบต่ออาชีพทหารอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ขณะที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนมีตลอดชีวิต

ต่างจาก Professional soldier ทหารอาชีพ ที่มาจากสองกลุ่มที่ต่างกันคนละขั้ว คือ กลุ่มล่างของสังคมเป็นทหารชั้นผู้น้อย และจากโรงเรียนทหาร ทั้งสองเห็นคนละอย่าง ถูกหลอมเป็นกลุ่มเดียวกัน ถูกฝึกฝนและสร้างวินัยที่แตกต่างจากคนที่เหลือในสังคม จงรักภักดีกับกลุ่มก้อนทหารของตนเอง ไม่ใช่กับสังคมหรือผู้บริหารประเทศ

วาโรลอ้างคำพูดของ Madison* ว่า ทหารอาชีพ พร้อมก้าวไปทางเดียวกันกับพวกพ้องโดยไม่ต้องใช้เหตุผลชักจูง ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่จำเป็นว่าจะยังประประโยชน์ต่อสังคมทุกคราวไป

2. Dependence on international democratic institutions ทหารมีโอกาสเปิดโลกทัศน์ผ่านการฝึก ร่วมซ้อมรบ และศึกษาต่อในประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนาจนประชาชนมีวินัยและรับรู้หน้าที่ของตน ทหารเหล่านั้นก็จะเข้าใจบทบาทของตนเอง เข้าใจบทบาทของประชาธิปไตย เนื่องจากบทบาทของทหารในประเทศเหล่านั้น คือ

3. Focus on external threats ดูแลความมั่นคงและปลอดภัยในอธิปไตยของประเทศ ไม่ใช่การดูแลความสงบเรียบร้อยภายในซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจ การดูแลภัยพิบัติในประเทศที่ทหารยื่นมือช่วยเป็นเรื่องของความพร้อมในวัสดุอุปกรณ์และกำลังพลที่อำนวยให้ได้ทันท่วงทีและดีกว่าหน่วยงานประจำ แต่ทหารไม่มีหน้าที่ในการปกครองประเทศ ทหารที่เข้าข้างบุคคลและหรือแนวคิดทางการเมือง มองได้อย่างเดียวว่าทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของการเมือง และถูกกลุ่มการเมืองนั้นใช้ประโยชน์ จึงไม่สามารถมีความเป็นกลางในการเข้ามาแก้ปัญหาทางการเมือง

นอกเหนือจากว่าทหารต้องอยู่ในกรอบ Interdependent military เป็นอย่างแรกแล้ว Professor Varol ให้ความสำคัญกับ 3 องค์ประกอบพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย คือ The executive สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, The legislative วุฒิสภา และ The judiciary กฎหมาย

สภาล่าง สภาสูง และกฎหมาย จะเป็นฐานหลักให้ระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยสภาพการณ์อีก 3 ลักษณะ คือ

1. Political plurality บรรยากาศทางการเมือง และพรรคการเมืองมีแนวคิดที่แตกต่างชัดเจน ที่สามารถคะคานกันได้ เพื่อป้องกันการครอบงำไปทางหนึ่งทางใด

2. Intra-state stability ความมั่นคงของสถาบันบริหารและปกครองประเทศ โดยเฉพาะทั้งสามส่วน คือ สภาล่าง สภาสูง และระบบตุลาการ

3. National unity ความไม่แตกแยกของประชาชน และการรับเอาประโยชน์สูงสุดของชาติเป็นเป้าหมายหลัก

 

Professor Varol อธิบายบรรยากาศในการบริหารประเทศ ที่ Interdependent military จะช่วยพิทักษ์ประชาธิปไตยได้ ไว้ใน The Military as the Guardian of Constitutional Democracy เนื้อหาแปดสิบหน้า มีแนวคิดน่าสนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องถูกหรือผิดทั้งหมด หรือเหมาะสมที่จะครอบลงได้กับทุกสถานการณ์ในโลก

เนื้อความที่จะเล่าต่อไป จึงจับเฉพาะแนวคิดและบทบาทของ Interdependent military ต่อ Political plurality, Intra-state stability และ National unity กับมุมมองต่อกรณีของตุรกีและปอร์ตุเกสของวาโรล ขยายความในมุมที่สัมพันธ์กับไทย – ไม่ใช่การแปล

 

 

หมายเหตุ

ขอบคุณการบ้านนี้จากคุณพรายพิลาศ อีกครั้ง 

แต่เรื่องนี้เข้าใจยาก ยากเกินกว่าจะรวบลงในคราวเดียว essay ลักษณะนี้มีเหตุผลที่น่าติดตาม พอกับความขัดแย้งในเชิงปฏิบัติ

เป็นความจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษกำกับ

 Professor Ozan Varol  

*James Madison (1751-1836): 4th President of the United States (1809-1836) 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 60 SW19 , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาฟังเค้าคุยกัน

ความคิดเห็นที่ 59 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 05.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เชิญติดตามตอนต่อจากนี้
ทหารในฐานะผู้พิทักษ์ประชาธิปไตย
ได้ที่ http://www.oknation.net/blog/Montparnasse/2016/02/29/entry-1

ความคิดเห็นที่ 58 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์
เช้าก็ตื่นเร็ว ยัง jetlag กลางคืนก็ยังดึก เราว่าจะห่วงคุณรัตน์มากกว่าคุณลุงหนอนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 57 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๕๔-
เมื่อพิจารณาว่าเป็นความเห็นจากคุณลุงผู้อำนวยการ ประกอบกับมะม่วงสุกที่ปอกมาให้เห็นภาพ กลิ่น และสีเหลืองละมุน ก็ย่อมเป็นอาหารสมองให้ไพล่ไปคิดถึง มีด ถึง mean
เผอิญว่าถ้าเราเอา mean มาเป็น end - end ก็ยากจะมาให้เห็น
ทีนี้ เมื่อเรือมันอยู่ในอ่าง พายยังไงไม่พ้นอ่าง
เห็นท่าจะต้องยกเรือออกจากอ่าง ลงหาด แล้วเข็นกันออกไป คราวนี้แหละถึงจะได้ออกทะเล
ทีนี้ไอ้การจะยกเรือออกจากอ่าง คนในเรือนี่แหละ มันต้องออกจากเรือ มายืนเปียกแฉะ ลำบากเสียหน่อย เสียสละเสียหน่อย ก็ต้องถามจะลงมาแช่น้ำด้วยกันไหม


-๕๕-
ไม่ช้าหรอก เหมือนว่าเรายกเรือออกจากอ่างจะได้พ้นการพายวน
ถ้าจะดูลำดับแล้ว ต้องแบกเรือออกจากอ่าง ขึ้นบก แล้วถึงจะลงหาด โอย มีเวลาให้คิดเหลือเฟือ

ความคิดเห็นที่ 56 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คุณลุงหนอนนอนดึก ระวังเดี๋ยวตัวก็บวม..ไม่ยุบหรอกนะ

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ปีกว่ามาแล้ว เคยโทรคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง
เขาว่ายังไง ๆ เขาขอหวงสิทธิ์ที่ตัวเองมีหนึ่งเสียงนี่แหละ
มาเอาของเขาไปได้อย่างไร โกรธมากนะ

ผมฟังโดยคิดถึงสถานการณ์มากมายที่เกิดขึ้น จึงไม่เข้าใจตรงจุดนั้น
มาเข้าใจเอาตรงที่ ศ.ตระกูลพูดว่า ประชาธิปไตยเป็นวิธีการ กระบวนการนี่เอง
บอกหลายหนแล้วว่าหนอนคิดช้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๕๑- SW19

ตอบได้ดีมากครับ นี่ไม่ใช่ชื่นชมแบบทำตัวรู้หลักการดี (แบบครูชมนักเรียน)
แต่มันคือดีกับผมเองครับ ดีอย่างไร ผมเห็นจะต้องเขียนสารภาพบาป
แต่ต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้ตัวเองไม่ดูผิดมากไป แต่ให้ตัวเองดูดี เผลอ ๆ ได้คะแนนสงสารเพิ่มอีก
ฮี่ ๆ ๆ ๆ ๆ

เมื่อผมตำหนินักการเมืองไทยด้วยความผิดหวังว่าพวกเขาไม่ได้มีหลักการที่ยึดประโยชน์มหาชนเป็นที่ตั้ง
แต่กลับบิดเบือนกลไกประชาธิปไตยให้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว
เสียงของมหาชนกลายเป็นขุมทรัพย์ เป็นนั่งร้านค้ำยันตัวเองให้เข้าไปหาประโยชน์จาก
นโยบายของรัฐและงบประมาณของรัฐ
แต่พอผมพูดประโยคเดิม ๆ สำนวนพูดเดิม ๆ มากเข้า ๆ มันช่วยไม่ได้ที่
พฤติกรรมนี้จะส่งนัยยะโดยอัตโนมัติไปด้วยว่า ผมนี่เกลียดประชาธิปไตย
แต่ชื่นชมยกย่องการปกครองแบบเผด็จการทหาร
เขาเรียกว่าอะไรนะ misreading รึเปล่า
(นี่ ความผิดของหนอนดูชิล ๆ ลงไปรึยัง ฮ่าๆๆๆๆๆ)

คำตอบของ SW19 ในคห.๕๑ ช่วยกระตุกให้ผมกลับมาอยู่ในร่องครับ
เมื่อสามสี่วันก่อนหน้านี้ ศ.ตระกูล มีชัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้อภิปรายในกิจกรรมหนึ่ง เห็นภาพข่าวในโทรทัศน์ไทยพีบีเอ๊สตัดตอนช่วงคำพูดมานำเสนอว่า
ประชาธิปไตยไม่ใช่ตัวเป้าหมาย แต่เป็นวิธีการ
เวลาเราเข้าใจผิดว่าประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายแล้ว เราก็คาดหวังผิดทาง
ดังเช่น ทำไมใช้ประชาธิปไตยแล้วไม่เห็นอยู่ดีกินดีมีความรุ่งเรืองก้าวหน้าเลย
แต่ประชาธิปไตยในฐานะวิธีการคือการที่ทุกคนเท่ากัน ในการร่วมมีส่วนนำพาประเทศไปทางใด
ส่วนที่ว่าประชาชนร่วมกันนำพาประเทศไปทางใดแล้วจะอยู่ดีกินดีหรือแย่ลง
ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน
(นี่ตรงกับที่ SW19 อธิบายเลยนะ)

ปัญหาที่เราพายเรือไปไม่พ้นอ่าง เป็นเรื่องที่ต้องคิดหาทางร่วมกันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
rattiya วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เข้ามาอ่านเรื่องในโอเคฯต่อ ยังไม่หาย jet lag ตื่นขึ้นมา ตี4 ไม่รู้จะทำอะไรดี

ความคิดเห็นที่ 52 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 06.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234
เห็นด้วยกับความเห็น ๔๘ อยู่ครึ่งหนึ่ง ที่ว่า ถ้าหากเศรษฐกิจดี ประชาชนมีกิน ปัญหาจะหายไปแยะ เอาง่ายๆ ภาคใต้นี่แหละ ถ้าคนมีกิน คนอยู่สบาย ความขัดแย้งจะน้อยลง ไม่มีใครอยากเอาปัญหามาขัดจังหวะชีวิต

แต่ที่ไม่แน่ใจ คือ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย การลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องที่ทหาร หรือรัฐบาลทหารต้องทำฝ่ายเดียว หรือทำเสร็จในข้ามคืน การจะไปให้ถึงตรงนั้น ต้องอาศัยสภาพการณ์อย่างที่เกริ่นไว้ในบทความข้างต้นอยู่แล้ว และปัจจัยสำคัญอีกอย่าง คือ ประชาชนเอง ที่ต้องมีความรู้ มีการศึกษา และพร้อมเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามบทบาท ของตัวเอง

ตรงนี้ จะเป็นปัญหาที่ทหารต้องใช้เวลามากในการ educate ประชาชน และโน้มน้าวให้ประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้อง

เวลาที่ใช้จะเนิ่นนานแค่ไหน ก็อยู่ที่ประชาชนนั่นเอง
คิดดูแล้ว ชั่วชีวิตเราอาจจะสั้นเกินไปที่จะเห็นก็ได้

ความคิดเห็นที่ 51 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/02/2016 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๗, ๔๙, ๕๐-
กลับมาเพิ่งรู้สึกติดอาการไม่สบาย online
มันมึนตึ้บ แต่เห็นทั้งคุณหนอน คุณ NN1234 มาคุยไว้ ก็เลยอยากเข้ามาต่อปากต่อคำเสียหน่อย อาจจะไม่ได้สาระอะไรนัก

กินมะม่วงสุก หากเปรียบเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการปกครอง คือ ให้ได้กิน ก็ไม่ต่างจากว่าปกครองอย่างไรให้ได้เรื่อง คนใต้ปกครองอยู่กันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกัน แต่ต้องเคารพสิ่งเดียวกัน คือ กฎกติกาที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้ ไม่เอาแต่ใจตัวเอง เอาความต้องการของตัวมาก่อนคนอื่น คือมี กฎหมายเป็นเครื่องกำหนดกรอบที่ได้รับการยอมรับให้อยู่ด้วยกันได้ จะเรียกการปกครองนั้นว่าอะไร หรือ ดัดแปลง อะไรผสมอะไรให้มันลงตัวก็ไม่มีใครว่ากันได้
ไม่ต้องเผด็จการ ไม่ต้องประชาธิปไตย

กินมะม่วงสุกก็ไม่ต่างกัน ต้องมีวัสดุอุปกรณ์ที่นำพาไปสู่การกินได้ คือ มีดคม
ทำนองเดียวกัน mean ไม่ใช่ end
มีดเป็นเครื่องมือ เป็น mean ไม่ใช่ end หรือ ผลลัพธ์
ประชาธิปไตย ก็เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่ผลลัพธ์เหมือนกัน
เป็นเครื่องมือที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้ด้วยความเป็นสุข ด้วยความยุติธรรม
คนเราเห่าโหวกเหวกกันผิดเรื่อง เพราะไพล่ไปนับประชาธิปไตยว่าเป็น end มีแล้ว เกิดผลสำเร็จ ซึ่งมันไม่ใช่

ถ้าเปรียบมีดคม เป็นตัวนำสู่ปลายทาง ได้กินมะม่วงสุก ความสำคัญ คือ ต้องมีมีดก่อน คือ การศึกษา เป็นดวงประทีปนำทาง การศึกษามากน้อย ไม่ใช่ประเด็น แรกๆ แสงอาจจะริบหรี่ การศึกษามีน้อย แต่ก็ต้องมี ต้องเริ่มมีแสงสว่าง เมื่อรู้มาก ก็สว่างมาก และเมื่อมีหลายดวงโคม เมื่อนั้นเส้นทางก็สว่างไสว
ปลายทางอาจไม่มีประชาธิปไตยให้เห็นก็ได้ – แต่นั่นก็ไม่เป็นประเด็นแล้ว

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
driftworm วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ว่าจะเขียนเรียบเรียงมาเป็น คห.เดียว
แต่กำลังดูการ์ตูนอยู่ ความคิดก็เป็นขยัก ๆ เลยมาแปะเป็นท่อน ๆ
...............

"ยังมีให้พูดอีก
คนรุ่นหนึ่ง ๆ จะมีความคิดฝังหัวเป็นอุดมการไม่เท่ากัน
ทุกชุดความคิด แต่ละแบบ มีอายุขัยของมัน
อิอิอิ
พ้นจากรุ่นเรา ๆ ไป เหลนเรามันอาจบูชาอย่างอื่น"

เพราะว่าจริง ๆ สำนึกคนเราถูกหล่อหลอมเป็นช่วง ๆ คงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง(อายุขัย) เช่น ๕๐ ปี คือประมาณช่วงอายุคน
ที่ช่วงอายุคนเป็นเงื่อนไข เพราะข้อความจริงที่ว่าใจคนเหมือนแผ่นหินที่ขีดเป็นรอยแล้วไม่ลบเลือน จะอยู่จนคน ๆ นั้นตายไป
เดี๋ยวนี้อาจสั้นลงอีก มันเหมือนมี break-through เหมือนจุดเปลี่ยนวิทยาการ
..

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
driftworm วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห. -๔๗- นั่น

ต้องชี้แจงว่าไม่ได้บูชาเผด็จการ แต่พยายามหากรอบคิดใหม่ ๆ ทะลุออกไป
คนเราจะมองไม่เห็นใบหูตัวเอง หมายความว่าไม่รู้ตัวว่าที่แท้ตัวเองก็ติดในกรอบหรือกะลาอันหนึ่ง ติดมากซะด้วย

สังคมอุตตมะปัญญา ต้องให้บุปผานนาพันธุ์ร้อยเอกพันดอกบานสะพรั่ง เหมาเจ๋อตงว่าไว้งั้น

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
NN1234 วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เพิ่มมีโอกาสว่างงานเข้ามาติดตตามอ่านคอมเม้นท์

บ้านเราเคยนายทหาร(ม้า)แก่ท่านหนึ่งเคยพูดว่า
ทหารก็เหมือนม้า รัฐบาลก็เหมือนจ๊อกกี้(คนขี่ม้า-หรือคนควบคุมม้าให้ไปถึงเส้นชัย...ประมาณนั้น)
แต่ทว่าทั้งรัฐบาลและทหารก็ อาจจะเป้นอย่างที่ท่าน SW19 ว่าไว้ เราก็ได้ทหารที่ ....อย่างว่า
ยิ่งพอพลเอกสนธิ บุณยรัตกลินทำรัฐประหาร ก็พยายามทำตัวเหมือน "ทหารประชาธิปไตย"
คิดว่าตนเองเป็นทหารก็จะต้องประสานผลประโยชน์ทั้งฝ่ายการเมืองงเก่า(รัฐบาลเดิม)และการเมืองใหม่(รัฐบาลพลเอกสุรยทธ จุลานนท์) ..เรื่องจึงเป็นดังว่า "ปฏิวัติเสียของ"

พลเอกประยุทธ์ จะเสียของหรือไม่ ..?? พวกเราคงจะกำลังประเมินผลท่านอยู่ ดัชนี้ชี้วัดของท่านคือ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยลง การลดความแตกแยกของกลุ่มสีเสื้อ การลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ การมีประชาชนและรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ การเลือกตั้งที่เรียบร้อยเป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่าย

การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทดสอบผลงานชิ้นแรกๆ ของ รบ.พลเอกประยุทธ์ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก...ไม่ผ่าน

ผมเชื่อว่า ถ้าหากเศรษฐกิจดี ประชาชนมีกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้อย่างทั่วถึง ..... อะไรก็จะดีตามมา
ผมเชื่อว่า...ประชาชนเชื่ออย่างนั้น

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
driftworm วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ระบอบการปกครองก็เหมือนการกินมะม่วงสุก (อย่านั่งรอกินที่เขาปอกให้นะ ปอกเอง)
ผมไม่เห็นต้องปอกเปลือกก่อนทีละริ้ว ๆ แล้วผ่าเนื้อทีละซีก ตัดซอยเป็นชิ้น
ผมผ่าแก้มทีละข้างมันทั้งเปลือกแหละ แล้วเอาช้อนตัด-ตักได้พอดีคำเหมือนกัน
.... อยู่ที่ว่าทหารจะทำไงให้ปชช.ได้กินมะม่วงหอมหวานอร่อย
อยู่ที่ว่ากรธ.จะทำไงให้ปชช.ได้กินมะม่วงหอมหวานอร่อย
ถ้าทำได้นะ เตะคำว่า ปชต.ของฝรั่งทิ้งแม่มไปเลย
มันก็แค่ชื่อเรียก แถมแฝงเลศกดไว้ใต้ตูด ใครมือยาวก็สาวได้หมดทั้งยวง

กรธ.จะทำไงให้คนเท่ากันตามที่พวกลัทธิปชต.ชอบอ้าง
แต่ในสมัยรัฐบาลเลือกตั้งก็เห็นแล้วว่าคนไม่ได้เท่ากัน
แม้แต่สิทธิ์กาคะแนนคนละหนึ่งคะแนน เอาเข้าจริงก็ไม่เท่ากันในเนื้อหาทั้งระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว (ถูกแดรกเรียบ)
แถมคนมีความเห็นต่าง ไม่เป็นที่สบอารมณ์ก็ถูกอุ้มหายคือกัน

ความคิดเห็นที่ 46 driftworm , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน บวมจริงๆ แฮะ ชักเป็นห่วง อย่างคุณรัตนว่าให้หมอดูสักนิด ชาติยังต้องการพาคนออกทะเลนะ

คุณแม่หมี สงสัยพาราเซทตาม่อลไม่พอ ต้องยาลดบวม - อาจจะต้องยาชะลอวัยด้วยแล้ว

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
SW19 วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 06.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณผจญ ขอบคุณมากๆ ที่แวะมา

ความคิดเห็นที่ 44 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 27/02/2016 เวลา : 02.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คุณหนอนคงต้องถามหมอนะ..บวมมาจากอะไร...

ความคิดเห็นที่ 43 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๐-
แว่นมาถึงแระ ใส่แล้่วซะบ้ายยยยย

-๔๑-
ขอบคุณแม่หมี ตตต... เอ้อ ขอเป็นกาแฟคั่วบดในถุงชงสำเร็จรูปนะฮะ
มีแววว่าแม่หมีจะได้เยี่ยมจิง ๆ ฮี่ๆๆๆๆๆ

-๔๒-
ขอบคุณคุณรัตน์ฮะ
เอ ผมเป็นอะไรหว่า ลืมแระ

...... ไปนอนก่อน คนสูงวัยต้องการ โกร๊ธฮอร์โมน อิอิ
อ้อ มีบ่นยาวเหยียดที่นี่ https://www.facebook.com/DriftinBoy/posts/10204528716338536?comment_id=10204529492877949&reply_comment_id=10204529519718620¬if_t=feed_comment
ใส่แว่นใหม่แล้วหน้าบวม !

ความคิดเห็นที่ 42 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอให้คุณหนอนหายเร็วๆนะ

ความคิดเห็นที่ 41 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ส่งยาพาราฯมาให้คุณลุงผู้อำนวยการ หายป่วยไวๆ

ส่วนเรื่องข้าวหลายห่อ บอกมาเถอะเดี๋ยวสั่งร้านอาหารตามสั่งได้ค่ะ ส่วนโอเลี้ยงคงจะหิ้วลำบาก งั้นกะเอากระติกน้ำร้อน กับซื้อกาแฟแบบซองๆ กับแก้วกระดาษ น่าจะพอใช้ได้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

วานนี้ น้องโทรมาบอกว่าส่งแว่นมาให้แล้ว
วันนี้นี่ผมก็รอ ๆ อยู่
เสียนิด ตรงที่น้องเข้าใจว่าตาซ้ายผมถั่ว และวัดค่าไม่ได้เลย
ความจริงคือคราบของไขมันในเลือดมันทิ้งรอยเป็นวงบนกระจกตา
แถมไปอยู่ตรงตุดรวมแสง โฟกั๊ส เลยทำให้มองอะไรพร่าไปหมดจนวัดไม่ได้
ก็ใช้แว่นนี่ไปก่อน ค่อยไปปรับแก้

เช้่านี้ตื่นขึ้นมาอากาศเย็นลงอีก หัวบื้อ น้ำมูกเขียวร้อยกว่าซีซี.แล้วมั้ง
แต่ไอ้ที่จะป่วนมันก็แล่นในหัวไม่ยอมหยุด
เฮ้อออออออ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 06.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

-ขอบคุณบทความดีๆครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
SW19 วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน แว่นใหม่มาหรือยัง...
ให้พรุ่งนี้ทั้งวัน ใส่แว่นใหม่ป่วนได้เลย หรือไม่ก็ช่วยแปลความหมายของคำที่วาโรลตั้งไว้ก็ได้ จะกราบงามๆ

ความคิดเห็นที่ 37 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 26/02/2016 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี ถ้ามีอะไร ท่าทางจะต้องส่งข้าวหลายห่ออยู่ - ถ้าดูจากความเห็นล่าสุดของลุงผู้อำนวยการ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พรุ่งนี้ต้องหาเรื่องป่วน
เอ่อ หาจากเรื่องว่ามีมุมให้ป่วนมั้ย

ความคิดเห็นที่ 35 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่ะ ล้อเล่น คงไม่มีอะไรมั๊ง ก็เราแค่คุยกันเรื่องราวใกล้ๆตัว ไม่ได้มีเจตนาร้าย อย่างน้อยได้รู้จักProfessor Varol และคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

ความคิดเห็นที่ 34 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เข้ามาอ่านว่าเขาเสวนาไปถึงไหน

หากมีอะไรยินดีไปส่งโอเลี้ยงกะข้าวผัด

แต่เมนูอื่นก็ได้นะ แบบกะเพราไก่ ไข่ดาว

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
SW19 วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๒-

ความคิดเห็นที่ 32 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tengpong วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ต่อจากคห.ที่๓๐ นะครับ
คนๆนั้น ยังแยกไม่ออกระหว่าง ขี้มูก กับเต้าส่วน
อย่าไปเสียเวลาเอามาเปรียบเทียบเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 31 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี
ขอเราเอาเป็นตัวอย่างนะ ที่ตอบมายังไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักคน แต่สงสัยพอตอนหน้ายกตัวอย่างคงได้มีบ้าง ถ้าเป็นอะไร คุณชาลีต้องมาเยี่ยมกันนะ ไม่รู้ล่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
BlueHill วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เท่าที่ผมรู้จัก ทหารที่ชอบเรียกตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย มักทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด เช่น บิ๊กจิ๋ว เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 29 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๗-
คุณ NN1234
เท่าที่อ่านงานของวาโรลมา เข้าใจได้ว่า ทหารไทย ห่างไกลจากลักษณะ Interdependent military คนละขั้ว ทหารไทยส่วนใหญ่ เป็น professional soldier และทั้งสังคมและตัวทหารเองไม่ได้มอง ทหาร ในฐานะ soldier by profession ซึ่งสร้างความแตกต่างกันมาก

ปัญหาใหญ่ของสังคมไทย คือ การศึกษา อย่างที่พูดกันมามากว่า การศึกษาที่ไม่มากพอในช่วงก่อนและหลัง ๒๔๗๕ ซึ่งไทยมีบันทึกชัดเจนว่า low literacy rate ต่ำ – ซึ่งไม่ใช่เป็นปัญหาว่าต่ำแล้วเป็นอย่างไร แต่เป็นปัญหาว่าที่ต่ำนั้น คือ ต่ำกว่าความเหมาะสมที่ทำให้เข้าใจหน้าที่และบทบาทของตนเองในการปกครองระบอบใหม่

จะว่าไป ความโชคร้ายของทหารไทยที่เป็นความจริงมากหนึ่งประการ คือ ทหาร - ที่ถ้าคิดคร่าวๆ หากอายุเกิน ๖๐ - ก็ได้การศึกษาระบบเดียวกันกับประชาชน แบบที่ประชาชนถูกล้างสมองมานั่นเอง

หวังว่าคุณ NN1234 สบายดี ไม่ได้คุยกันเสียนาน

ความคิดเห็นที่ 28 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๒๔-
ปัญหาคือ คนไทยชอบให้คนเป็นพี่เลี้ยง ชอบให้มีคนนำ มีคนสั่ง แล้วประเภทว่าไง ว่าตามกัน เราไม่ได้ถูกสอนให้มีความเห็นของตัวเอง ถ้ามีก็เก็บไว้ในใจ หรือพูดค่อยๆ กับคนใกล้ตัว พูดผิดแล้วอายเขา เด็กออกความเห็นมาก ก็กลายเป็นเห็นว่าก้าวร้าวไปก่อนที่จะดูแล้วตำหนิหรือชมกันที่ประเด็น

ไพล่ไปนึกถึง Minion (animation เมื่อเร็วๆ นี้) ที่ตามหานาย คนทำเข้าใจคิด เข้าใจตั้งชื่อ เพราะความหมายของ Minion แปลได้ประมาณ เป็นผู้ตาม ผู้รับใช้

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
NN1234 วันที่ : 25/02/2016 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ตอนที่ "บิ๊กบัง" ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ผมก็ไม่เห็นว่า ท่าน"ตั้งการ์ดมวย"อย่างไร ตอนนั้นความหวังคนไทยจึงเป็นแบบลมๆ แล้งๆ

มาตอนนี้ "ประยุทธ์" ทำรับประหารรัฐบาล(ยิ่งลักษณ์)อีก ผมก็ยังไม่เห็นท่านตั้งการ์ดมวยแบบมีชั้นเชิงเท่าไรนัก แม้จะดูว่ารูปมวยของท่านพิรี้พิไรอยู่บ้างก็ตาม ด้วยการกันคู่ชกไม่ให้ออกจากมุมได้บ้าง แต่พอเจอม็อบพระบ้าง กรณีสมเด็จช่วงบ้าง กรณีอุทยานราชภักดิ์บ้าง ก็ออกอาการเป๋ไปบ้าง ถึงยังไงผมก็ยังเชียร์(สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า)

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๑-
ขอบคุณคุณแม่หมีที่มาแวะเวียนดูแลเช่นเคย
อาจจะเป็นอย่างที่คุณรัตน์ว่า เรื่องนี้เขียนความเห็นยาก
เราเองก็ไม่ยุติธรรมกับคนอ่าน เนื่องจาก เหตุผลหรือตัวอย่างที่จะให้คิดตาม / คล้อยตาม ยังมาไม่หมด

ความคิดเห็นที่ 25 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๐-
คุณหนอน เราเคยสังเกตอยู่หนึ่งอย่าง
ลักษณะของไทย พิจารณาอะไร ต้อง guilty until proven innocent ซึ่งต่างจากที่เคยเห็น ให้เป็น innocent until proven guilty ให้เดินลอยๆ ไปได้เรื่อยจนกว่าเจอหลักฐานก็เปรี้ยงเดียว
มีอีกลักษณะที่ชอบมาก เวลาคนไทยเขาส่งคำเตือน ประเภท
- มีตั้งด่านตรวจตรงนี้ ต้องหลบยังไง
- วิธีให้ตรวจอัลกอฮอล์ไม่เจอ
- วิธีเลี่ยงการถูกจับความเร็ว
แต่ไม่เคยเห็นใครส่งข้อความประเภทว่า เฮ้ย จะออกไปเมา เลิกขับได้แล้ว / หรือ ขับรถให้ถูกช่องทาง
ไม่รู้เกี่ยวกับที่คุณหนอนพูดหรือเปล่า - อาจจะเกี่ยวกับวินัยมากกว่า

หยุดจากที่เขียน มาพักคุย อาจจะมั่วไปหน่อย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
rattiya วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คิดเเบบคนไทยที่อยู่ต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ดูเเล้วทหารจะต้องเป็นพี่เลี้ยงให้คนไทยตลอดไปหรือไม่ (อิฐจะลอยมาอีกไหมเนี๊ย )

ความคิดเห็นที่ 23 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

๑๘-๑๙, ๒๑
คุณรัตน์ ขอบคุณที่ติดตาม เรากำลังทบทวนสิ่งที่จะเล่าต่อไปอยู่ - ต้องขออภัยที่ทำให้ออกความเห็นลำบาก
ยอมรับว่าเรื่องนี้ยากตั้งแต่แรก ถึงได้ดองเปรี้ยวดองเค็มจากคุณพรายพิลาศอยู่นาน จะเอามาเล่าแต่ตอนนั้น
ก็เอ ..

ส่วนตัวคิดว่าเป็นความจำเป็นที่แต่ละคน ไม่ว่าจะทหาร หรือ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องหาตัวเองและบทบาทที่ถูกต้องให้เจอ - แก้ผ้าถอดชุด ถอดเครื่องแบบออก ทุกคนก็คือประชาชนเท่ากัน บทบาทตามชุดที่สวมใส่ต้องอยู่ภายใต้บทบาทของประชาชนที่มีต่อชาติ ประโยชน์สูงสุดสำหรับชาติ ซึ่งจะเป็นจุดที่ทำให้ประเทศอยู่รอดได้

และก็คิดว่า สิ่งที่พูดมา ล่อแหลม เพราะการมองลักษณะที่วาโรลมอง จะค่อนข้างไกลตัวสำหรับสังคมไทย อาจจะคิดตามยาก โดยเฉพาะเมื่อภาพของทหารที่คนไทยเจอมาเป็นแบบนี้มาตลอด

หลายปีก่อน มีบทความหนึ่งที่ตัดเก็บไว้ แต่ตั้งแต่ย้ายบ้านมาก็ยังหาของไม่เจอทุกอย่าง เลยเล่าแบบลอยๆแล้วกัน บทความนั้นจาก Fortune Magazine เป็นฉบับพิเศษ พูดถึงเรื่องการจ้างคนเข้าทำงานในองค์กรธุรกิจใหญ่ เช่น P&G (ที่ทำแชมพู น้ำยาซักล้าง ฯลฯ) หรือ PepsiCo ว่า นิยมให้ head hunter ไปตามล่าทหารอายุประมาณต้น ๓๐ ให้มาทำงานบริหาร การตลาด ในบริษัทของตัว เพราะถือว่าคนพวกนี้ ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ฝึกมาอย่างดีสำเร็จรูปแล้ว
ในอเมริกา คนไปเป็นทหารจะได้ทุนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ได้ฝึกงานระบบ logistics ซึ่งสำคัญมาก พื้นฐานเป็นการจัดส่งกำลัง แต่เอามาช่วยในเรื่องการวางแผนตัวเลข คลังสินค้าได้ลงตัว
ทหารจึงเป็นจุดเริ่มต้น แล้วก็ออกไปทำอย่างอื่นกัน ไม่มีใครที่มี high profile แล้วออกมาทำการเมือง ส่วนใหญ่ออกไปเป็น civilian หรือ defence industry เช่น Lockheed

ถ้ากลับมาดูทหารไทย - เราเห็นอะไรบ้างล่ะ
เราไม่ได้ลามปาม เพราะครอบครัวเราทหารเพียบ แต่นั่นยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างชัดมาก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
rattiya วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เข้ามาตามอ่านคห.เหมือนคุณเเม่หมี เเต่เรื่่องนี้เขียนความคิดเห็นยากมาก

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคห.14 ที่ว่า
"เราถูกมอมเมาให้คิดว่า การมีสิทธิ์เลือกตั้ง คือ ที่สุดของการบรรลุสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ แต่เราไม่ได้ถูกสอนเรื่องหน้าที่ วินัย สิ่งที่เราต้องแลกเปลี่ยนกับการอยู่ร่วมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่ความเท่าเทียม คือ การร่วมผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ การได้ หรือ การรับ อะไรอย่างเท่าเทียม"

ความคิดเห็นที่ 21 rattiya , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรียบร้อยแล้ว

ได้อ่านความเห็นด้วย วงเสวนาเปิดขึ้นอีกครั้ง

จะแวะเวียนมาอ่านบ่อยๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เมื่อวันอาทิตย์ (สามวันก่อน) ก็มีคนขึ้นกระดานเฟ้ซบุ๊ตว่าคณะกก.ร่าง รธน. (กรธ.)
ร่างอะไรกันสองร้อยกว่ามาตรา เอาแค่หลักการใหญ่ ๆ ก็พอ แล้วไปออก ก.ม.ประกอบรธน.เอ่า

ผมก็ไปเขียนคห.ว่า คนไทยไม่มีความเคยชินในการเคารพหลักการ มีหิริโอตตัปปะแบบว่า
อะไรดูท่าไม่ถูกเรื่องก็สงสัยไว้ก่อนว่าจะผิดหลักการมั้ย แต่ตรงข้าม กลับจะแหกกฏไปก่อน
ถ้าไม่ถูกท้วงก็เลยตามเลย แถมพยายามจะเอาอย่างศรีธนญชัยคตลอดเวลา

กระสันอยากใช้ระบบ รธน. ก็ต้องมานั่งสาละวนล้อมคอกกันทั้งตาปีตาชาติ ไม่ต้องไปไหน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
rattiya วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอบคุณค่ะที่ช่วยนำเรื่องมาเเปะใว้
ต้องไปเข้าเวรเช้า เเล้วจะมาอ่านต่อ...

ความคิดเห็นที่ 18 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เห็นด้วยนะที่คุณหนอนน่าจะตัดเเว่นเผื่อใว้เลย 2 อัน รัตน์เอง มีเเว่น 3 อันค่ะไม่ใช่เเค่ 2

ความคิดเห็นที่ 17 กระเจี๊ยบ , driftworm และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 05.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตติยา ผู้เข้ามาร่วมมีความเห็นกันเป็นประจำที่นี่
ได้เริ่มนำประสบการณ์น่าสนใจมาเผยแพร่ แต่ความที่เพิ่งเริ่มจัดการกับบล็อก เรื่องของคุณรัตน์จึงอาจจะหลุดสายตา
SW19 ไปอ่านแล้วก็ว่าน่าสนใจ เลยเอามาฝาก เผื่อท่านอื่นจะได้สาระอีกด้าน ที่นี่
ชวนไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่เยอรมนี..ตอน 1. “แรงบัลดาลใจ”
http://www.oknation.net/blog/Kuessaberg-Germany/2016/02/20/entry-1

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๑๓- ขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 15 driftworm , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๑๒-
แว่นน่ะ ตัดอีกอันเผื่อไว้เลย จะได้อ่านได้ทนสักอัน และอีกอันเอามาเขียนได้ทน
เราก็จะได้เช็ดแว่นรออ่านบ้าง

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน
เราเพ่งอยู่กับการสร้างภาคภาษาไทยเพื่อเรื่องของวาโรลจนมึน ขอแยกความเห็นจาก -๑๑- เป็นข้อๆ เพื่อคุยแล้วไม่หลงทางพายเรือในอ่างเพราะจะถูกดูดตกท่อน้ำทิ้ง - ออกปากอ่าวยังน่าจะดีกว่า ไม่ได้ออกทะเลกันมาหลายเดือนแล้ว คิดถึงคลื่นลมอยู่ไม่น้อย

ข้อ ๑ นักการเมืองขวางทหาร เพราะเสียผลประโยชน์
ข้อ ๒ (ต้องยอมรับด้วยว่า) ประชาชนก็ขวาง (ทหาร และ) ความถูกต้อง เมื่อตนเสียประโยชน์
ข้อ ๓ ประชาชน คิดไม่ทันว่า ทหารอยู่นานแล้วตัวเองจะได้ประโยชน์
ข้อ ๔ แถมเรื่องกบเลือกนาย
ว่ากันทีละข้อ อย่างย่อๆ เพราะเดี๋ยวจะล้ำเข้าไปคว้าตอนสองมาตอบ

ปัญหาแต่ละข้อ วนไปมา มองได้ว่า ปัญหามาจากอย่างเดียว คือ ประชาชน

ประชาชนไทยไม่มีคุณภาพพอที่จะมีประชาธิปไตยได้ . (full stop – ไม่ใช่ period ด้วย - จบข่าว)
ไม่ใช่ไม่ฉลาด หรือไม่มีความสามารถ แต่ไม่ได้ถูกเตรียมความพร้อมให้มีสำนึกที่ถูกต้องมาแต่ต้น

เราพร่องเพราะการศึกษาเราไม่พร้อมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕
เราพร่อง เพราะหลัง ๒๔๗๕ เผด็จการทหารให้เรารู้มากไม่ได้ ข้อมูล ประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือนอยู่มาก ระบบการศึกษาไม่ได้สอนให้คนคิด หรือตั้งคำถาม และเผด็จการทหารต้านการพัฒนาประชาชนให้มีคุณภาพที่สามารถมีประชาธิปไตยได้ (การปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ให้นึกภาพจีน เกาหลีเหนือ และคิวบา)
เราพร่อง เพราะเราไม่ได้รับความเข้าใจที่ถูกต้องของการทำตัวในระบอบประชาธิปไตย ว่าต้องตาม ต้องค้าน ต้องยอม หรือไม่ยอมอะไรบ้าง - พูดสั้นๆ คือ พร่องความเข้าใจเรื่อง ‘หน้าที่’ ของบุคคลในการอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย (เราถึงคิดว่าต้องยอมๆ กันไปเพื่อคนหาเช้ากินค่ำ)
เราพร่อง เพราะเรามี ค่านิยม (perception) เกี่ยวกับวิธีคิดหลายอย่าง คลาดเคลื่อนไปจากบทบาทและหน้าที่ที่ควรเป็นของสิ่งๆ หนึ่ง

เราถูกมอมเมาให้คิดว่า การมีสิทธิ์เลือกตั้ง คือ ที่สุดของการบรรลุสู่ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ แต่เราไม่ได้ถูกสอนเรื่องหน้าที่ วินัย สิ่งที่เราต้องแลกเปลี่ยนกับการอยู่ร่วมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่ความเท่าเทียม คือ การร่วมผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ การได้ หรือ การรับ อะไรอย่างเท่าเทียม

ปัญหาของทหาร ที่ว่าหนักหนา ถูกนักการเมืองขัดขา หรือ ปัญหาทุจริต
เราคิดว่าไม่หนักหน่วงเท่ากับการพัฒนาประชาชนให้มีสำนึกในคุณค่าของประชาธิปไตย

การที่คนไม่เข้าใจ ว่า ‘เขาจะอยู่ถึงยี่สิบปี’ (เดาว่าหมายถึงทหารอยู่ถึงยี่สิบปี) เพราะคนไม่เห็นภาพว่าทหารจำเป็นต้องอยู่เพราะอะไร และการที่อยู่จะสร้างอะไรให้เกิดขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่ทหาร – ถ้าไม่ได้เป็นทหาร professional soldier แต่เป็น citizen soldier มีศักยภาพที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้
ตัวอย่างของโปรตุเกส จะเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า ทหารที่เข้ามาแก้ปัญหา แก้ได้อย่างไร และถอยกลับออกไปอย่างสวยงามได้อย่างไร - ไม่มีซากแอบแฝง ในเงา – นั่นจึงเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นได้


เรื่อง Jeremy Hunt ต้องการบังคับสัญญาให้ Junior doctor มีชั่วโมงทำงานมากขึ้นนั้น สั้นๆ คือ Hunt เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ต้องการได้หน้าว่าบังคับให้หมอทำงานเจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์ แต่ไม่ให้งบประมาณค่าจ้างเพิ่ม ก็เป็นเรื่องประท้วงที่คนซึ่งควรจะได้ประโยชน์จากหมอทำงานมากขึ้น คือ ประชาชน กลับไปเข้าข้างหมอ (junior doctor ไม่ใช่หมอเด็ก แต่เป็นหมอ ที่ทำงานมาเป็นสิบปี เพียงแต่ยังไม่เลื่อนขั้นอาวุโสขึ้นเป็นระดับ consultant)
ปัญหาของนักการเมืองที่หนักกว่านั้น นู่น จะพาชาติออกจาก EU ไปเลย - ขอละไว้ ยังไม่ออกทะเลตอนนี้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
rattiya วันที่ : 24/02/2016 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สนใจข้อความนี้เช่นกันค่ะ
คห.5
"เป็นเรื่องน่าสนใจว่า กรอบของ interdependent military เข้ากับทหารไทยได้หรือไม่ เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อการที่ทหารจะสร้างประชาธิปไตยได้ "

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมได้หนังสือ "กำเนิดและความเป็นมาของการปฏิวัติ" โดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ (ม.ธ.)
มาเป็นเดือนแล้ว มีบางบทท่านพูดว่าการรัฐประหารเป็นทางออกเหมือนกัน
เลยว่าจะสรุปเอามาขึ้นบล๊อกประชัน ... แต่
แต่ผมมีปัญหาสายตามั้ง อ่านอะไรไม่ทน เพิ่งไปสั่งตัดแว่นมาเมื่อพฤหัสฯที่ผ่านมา
อาทิตย์นี้ได้แว่นแล้ว ค่อยลองดู จะดีขึ้นมั้ย

ความคิดเห็นที่ 11 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๙- SW19

[เรื่องการเกลียด หรือ ชอบ ทหารอย่างที่เห็นในสังคมไทย เรามองเป็น challenge ที่ประชาชน ต้องก้าวข้ามให้ได้ – เหมือนว่าถ้ามองทะลุใช้เหตุผล ไร้อารมณ์ มองกันที่หน้าที่ว่าทหารต้องทำอะไร ประชาชนคิดออกบรรลุได้เมื่อไหร่ ทหารนั่นแหละที่ต้องระวังและทำให้ดี

ในความเห็นส่วนตัว ถ้าเผด็จการทหารใช้เวลาได้ถึง ๖๐ ปี กดประชาชนไม่ให้รู้ทั้งข้อมูล ไม่รู้จักคิด (บทแรกของเผด็จการ ถ้าให้รู้มากปกครองยาก) ทหารจะใช้เวลาแก้ไขอีกสัก ๕ ปี ๑๐ ปี ก็ไม่มากเกินไป

ณ เวลานี้ จึงอยากมองทหารในทางที่จะก้าวไปข้างหน้าว่า เป็นโอกาสแล้ว ที่จะแก้ไข กรณีตัวอย่างของที่อื่นก็มี จะสามารถทำได้หรือไม่
ประชาชนให้โอกาสแล้ว]

แต่นักการเมืองไม่ไยอมให้โอกาส ไล่ทุบตีอยู่ เพราะพวกเขาเสียประโยชน์ ชนิดหมดตูด
ที่ว่านักการเมืองนี่ ทุกซีกทุกพรรค เพราะใช้การเมืองเป็นที่ทำมาหากิน (นั่นคือกรอบสำนึกเก่า)

เมื่อวานซืนเพิ่งขึ้นกระดานเฟ้ซบุ๊คว่า

< ทำไม คสช.เร่งจับงานสร้างผลงานด้านจัดคิวรถตู้ กวาดและล้างทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะให้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะจริง ๆ ตามชื่อ เอาพวกผู้ค้าเร่ออกไป
ปีที่แล้วเคยคุยกันบนกระดานก่อนร่างรธน.ฉบับดร.ปื๊ดจะทำเสร็จซะอีกว่าพวกผู้ค้าเร่คิดมักง่าย อ้างว่าไร้ทุนรอน จ่อมลงที่สาธารณะที่เห็นว่าคนเยอะ พอมีคนหนึ่งก็ลุกลามเพิ่มขึ้น ๆ แล้วก็เละละ ทำเปรอะเปื้อน ไม่มีระเบียบ กฎหมายหรือเทศบัญญัติถูกละเลย
หรืออาจเกิดจาก “ขาใหญ่”มากะการขีดพื้นที่ อ้างว่าสามารถ “เคลียร์” เทศกิจ ตำรวจได้ เรียกพ่อค้าแม่ค้ามา เก็บค่าพื้นที่ ... ก็ตาม
แต่ตัดสรุปเอาเรื่องของเรื่องรวบ ๆ ดังนี้
๑ ที่ที่เป็นสาธารณะ ก็หาช่องเข้าใช้ทำประโยชน์ให้ตัวเอง
๒ ฮั้วให้กฎกติกาถูกละเลย
๓ ผ่านเวลานานก็เคยชินและทึกทักว่านั่นเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของตน
๔ ครั้นอยู่ ๆ กฏหมายมาเอาจริงเข้าก็อ้างสถานะที่รัฐควรอลุ้มอล่วยเป็นกรณีพิเศษเช่นหาเช้ากินค่ำ ไม่มีทางหากินอย่างอื่น
๕ ขอให้คงอยู่เหมือนเดิมได้จะยินดีอย่างยิ่ง
*คิดเล่น ๆ นะ แหม่ บ๊ะ มันช่างบังเอิ๊ญจริง ๆ ทุกข้อที่ไล่เรียงมาข้างบนนั่น ลองเอาคำว่านักการเมืองลงไปใส่แทนคำว่าผู้ค้าเร่บนที่สาธารณะสิ ลงตัวไปหมดทุกข้อเลย*
อย่าว่าแต่นักการเมืองไทยเลย ทุกประเทศแหละ เว้นแต่ประเทศที่เขาประชาชนเคร่งครัดในสิทธิ์สาธารณะตรงนี้และเข้มแข็งเอาจริงจนรัฐต้องมีกฎหมายที่เข้มงวด แต่พ้นจากเรื่องนี้ไป ได้ข่าวว่านักการเมืองอังกฤษมีการโฆษณาจะออกกฎหมายบีบชั่วโมงทำงานของแพทย์และแพทย์ฝึกงาน เพื่อเอาใจฐานเสียง ขยายฐานเสียง เล่นถึงขนาดนั้น แต่ก็ถูกต่อต้านน่าดู นี่แหละ อาชีพนักการเมือง ลงไปจ่อมหาทางทำกินในนโยบายสาธารณะ
ทำไมไทยเราต้องให้คนคณะหนึ่งที่ถูกแต่งตั้งมาเป็นร่างกฎกติกาเรื่องนักการเมืองนะ ทำไมไม่เป็นฝ่ายเรียกร้องสร้างกติกากำกับนักการเมือง ยิ่งเป็นคนกำหนดตัวคณะผู้ร่างได้เองยิ่งดี สะท้อนคุณภาพประชาชน
และในมุมกลับ ข่าวว่า “เขาจะอยู่ถึงยี่สิบปี” นั่น ทำไมคนไทยเราไม่มีศักยภาพพอที่ว่าเมื่อชำระช่องทางอาชีพทำการเมืองไม่ให้ชุ่ยฉกฉวยช่องเอาเปรียบประชาชนแล้วลอยนวล ก็สามารถบอกความต้องการของตนด้วยว่าต้องการรูปแบบบริหารประเทศของตนที่ไม่ใช่อำนาจนิยม
>บรรทัดบน ๆ นั่น เราพูดว่าปชช.ขจัดช่องทางนักอ้างทำการเมืองชุ่ย ๆ ด้วยตัวเองได้ก่อนนะ แล้วไปต่อรองไม่เอาอำนาจนิยม
ไม่งั้นก็เป็นแค่กบ ที่ฝ่ายการเมืองชุ่ยกับฝ่ายอำนาจนิยมต่างชี้นิ้วอ้างโทษอีกฝ่าย ตะโกนว่าเลือกฉันสิ ฉันเท่านั้นเป็นธรรม ไอ้ข้างโน้นมันอธรรม
(ความจริงไอ้ความคิดนี่มันพายเรือในอ่างนะ เพราะมีคนนึงพูดมาหลายปีแล้วว่าก็ให้ปชช.เขาเจ็บปวดแล้วเรียนรู้ เข็ดหลาบกับนักการเมืองชุ่ยชั่ว แล้วดัดหลังนักการเมืองซะ แต่ ... ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ ปชช.ไม่ว่าฝ่ายไหนล้วนติดดราม่าไม่ยอมเลิก ... เรื่องของเรื่องมันเลยเป็นฝันค้าง) >


ความคิดเห็นที่ 10 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ - ขอบคุณมาก ใช้เวลาตามสะดวกเลย เรื่องนี้คนเขียนเองยังมึน

ความคิดเห็นที่ 9 กระเจี๊ยบ , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณพรายพิลาศ
ขอเอาใจช่วยให้ภารกิจส่วนตัวในการดูแลผู้ใหญ่เรียบร้อยและปลอดภัย

เรื่องนี้ของ Professor Varol ต้องขอบคุณคุณหนอนด้วย เรายกให้เป็นผู้อำนวยการในการคอยติดตามกระทุ้ง และขอบคุณคุณพรายพิลาศอีกครั้ง ที่เอื้อเฟื้อมาให้ (ใจดีจริงๆ)

ขอเล่าเบื้องหลังนิดว่า วาโรลเขียนหนังสืออ่านยาก น่าจะเป็นเพราะฉลาด
เขียนวกไปย้อนมา ๘๐ หน้าของเรื่องนี้ The Military as The Guardian of Constitutional Democracy ใช่ว่าจะเป็นปัญหา แต่เนื่องจากมีความที่ต่อมาจาก The Democratic Coup d’État เราก็อยากรู้ว่ามันเกี่ยวกันแค่ไหน ก็กลับไปดูเรื่องนั้นเองด้วย และเมื่อใช้ตัวอย่างเป็น ปอร์ตุเกส และตุรกี (บ้านเกิดวาโรล วาโรลจึงน่าจะจุดประกายมาจากเหตุการณ์ที่นั่นด้วย) ก็เลยไปหาเรื่องของทั้งสองชาตินั้นมาอ่านเพื่อให้แน่ใจว่าข้อเท็จจริงถูกต้อง เนื่องจากเรื่องนี้น่าจะละเอียดอ่อนในสังคมไทย หากเอามาคุยกันด้วยความจริงน่าจะตัดข้อขัดแย้งไปได้มาก

ขอลำดับความการเล่าเรื่อง เพื่อแจ้งผู้อ่านทุกท่านด้วยเลยว่า
- ตอนแรกนี้ คือ การปูพื้นจาก The Democratic Coup d’État ซึ่งจำเป็นและสำคัญ
ระบุกรอบเงื่อนไขที่วาโรลกำหนดว่า ทหารจะสร้างประชาธิปไตยได้ด้วยสองปัจจัย คือ ๑) ทหารต้องเป็น Interdependent military ๒) ต้องปรับสภาพ ๓ ส่วนสำคัญ คือ Political plurality, Intra-state stability และNational unity

- ตอนสอง ความสำคัญที่ต้องเป็น Interdependent military นั้น จะเอามาปรับสภาพ Political plurality, Intra-state stability และNational unity ได้อย่างไร
ต้องดูตัวอย่างจากปอร์ตุเกส ตุรกี ประกอบ ก็จะเอามาสรุปให้ฟัง

- ตอนสาม ถ้ายังรอดอยู่ แต่อาจจะตายหลังจากตอนนี้ เพราะจะยกมาทาบกับประเทศไทย

ดีใจที่คุณพรายพิลาศ เห็นประเด็นเรื่อง คน และสำนึกของคน ที่ตั้งใจใส่ เพราะจำเป็นมาก เราไม่สามารถตีความว่า หากมี Interdependent military และ Political plurality, Intra-state stability และNational unity ทั้งสามส่วนนั้นลงตัวแล้ว ประชาธิปไตยจะเกิดได้อย่างสำเร็จรูป
ประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นคือ ปลายเหตุ แต่ประชาธิปไตยในชื่อ ก็มี ‘ประชา’ ที่น่าจะบอกถึงประชาชนอยู่แล้ว จะเกิดไม่ได้ถ้าประชาชนไม่มีสำนึก และรู้บทบาท

เรื่องการเกลียด หรือ ชอบ ทหารอย่างที่เห็นในสังคมไทย เรามองเป็น challenge ที่ประชาชน ต้องก้าวข้ามให้ได้ – เหมือนว่าถ้ามองทะลุใช้เหตุผล ไร้อารมณ์ มองกันที่หน้าที่ว่าทหารต้องทำอะไร ประชาชนคิดออกบรรลุได้เมื่อไหร่ ทหารนั่นแหละที่ต้องระวังและทำให้ดี

ในความเห็นส่วนตัว ถ้าเผด็จการทหารใช้เวลาได้ถึง ๖๐ ปี กดประชาชนไม่ให้รู้ทั้งข้อมูล ไม่รู้จักคิด (บทแรกของเผด็จการ ถ้าให้รู้มากปกครองยาก) ทหารจะใช้เวลาแก้ไขอีกสัก ๕ ปี ๑๐ ปี ก็ไม่มากเกินไป

ณ เวลานี้ จึงอยากมองทหารในทางที่จะก้าวไปข้างหน้าว่า เป็นโอกาสแล้ว ที่จะแก้ไข กรณีตัวอย่างของที่อื่นก็มี จะสามารถทำได้หรือไม่
ประชาชนให้โอกาสแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
rattiya วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เข้ามาเเจ้งข่าวก่อนค่ะ รัตติยากำลังขึ้นเวรเช้า พัก 1 ชม.เดี๋ยวต้องขับรถไปต่อ อ่านเเบบรวดเดียวจบ ปรับสมองยังไม่ทัน

ความคิดเห็นที่ 7 กระเจี๊ยบ , NN1234 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พรายพิลาศ วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19

ผมไม่ได้เข้าบล็อกเลยตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา พอมีความคิด มีเรื่องราวที่จะนำมาบันทึกลงบล็อก ก็บังเอิญว่าญาติผู้ใหญ่ที่เคารพเกิดล้มป่วย ต้องไปเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลกันอีกเกือบเดือน วันนี้ทำตัวเป็นนกรู้เข้ามาอ่านบทความของพี่ เพราะคุณครูใหญ่ใจดีอย่างลุงหนอนไปสะกิดเรียกทาง fb บอกว่าพี่วางเรื่องนี้ลงในบล็อกแล้วนะ .. ขอบคุณลุงหนอนมากครับ ^^

เรื่องที่พี่เขียนผมต้องขอบคุณพี่ SW19 มากๆ ครับ เพราะข้อจำกัดเรื่องภาษา ความรู้ ประสบการณ์ ของผมที่จะนำมาทำความเข้าใจแนวคิดของ Professor Varol ที่เขียนเอาไว้เป็นเรื่องที่ยากมาก แม้โดยส่วนตัวผมจะค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่ากองทัพน่าจะเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ประชาธิปไตยได้เหมือนกันก็ตาม แต่ถ้าแค่นี้แล้วเอามาทึกทักว่านี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ผมว่ามันก็ก็ออกจะเลื่อนลอยไปซักหน่อยล่ะ

ซึ่งที่พี่ได้เขียนเกริ่นนำเอาไว้ในบทความนี้ ก่อนที่จะพาไปยังรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าประเด็นของ Professor Varol มีความน่าสนใจมากกว่าที่เคยอยากรู้ว่า แนวคิดนี้เป็นมายังไง หรือมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมสนใจในทีแรก แต่ในความเห็นของพี่ที่ว่าบทความของ Professor Varol ยังขาดประสบการณ์และมุมมองเชิงสังคม ในแง่ “สำนึก” ของประชาชนที่มีต่อสังคมประชาธิปไตย เรื่อยมาจนถึงเรื่องของพื้นฐานและปัจจัยของ Interdependent military ตรงนี้ผมว่ามันมีภาพสะท้อนบางอย่างที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจ ซึ่งถ้านำมาคิดให้เกิดประโยชน์ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้มีโอกาสที่จะทำให้ทหารนำประชาธิปไตยมาให้มากขึ้นก็ได้ หากจะเก็บมาทบทวนดู

เพราะในมุมมองของผมต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ผมรู้สึกว่าสังคมตอนนี้ยังค่อนข้างติดกับดักความรักชอบส่วนตัวอยู่เยอะพอสมควร กลุ่มที่ไม่ชอบทหารก็ต่อต้านทหารไปซะทุกเรื่อง ทั้งที่บางเรื่องทหารก็ทำได้ดี ส่วนกลุ่มที่เชียร์ทหารก็เชียร์ทหารไปซะทุกเรื่องเหมือนกัน ทั้งๆ ที่หลายเรื่องที่ทหารทำดูแล้วไม่ค่อยจะเข้าท่าเอาซะเลย

จะคอยติดตามเรื่องนี้จากพี่ในตอนต่อๆ ไปนะครับ

ขอบคุณพี่มากๆ อีกครั้งครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 6 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลำชานบ้านบู
เราก็หวังว่า จะมีข้อคิดที่ทหารจะนำไปสร้างความสบายใจให้ประเทศไทยต่อไปได้
หวังว่าคุณลำชานบ้านบูสบายดี เรานึกถึงอยู่เสมอ

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya , redribbons07 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ redribbon07
ทหารที่สร้างประชาธิปไตยได้ ต้องเป็นทหารที่อยู่ในกรอบ interdependent military เป็น citizen soldier
สำหรับประเทศไทย คือ ต้องถือว่าเป็นประชาชนชาวไทยเหนือกว่า และก่อนการเป็นทหาร
ไม่ใช่แบบที่เห็นกันมากว่า ถือสถาบันทหาร (หรือตำรวจ) เหนือกว่า หรือ พิเศษกว่าความเป็นประชาชนทั่วไป
เป็นเรื่องน่าสนใจว่า กรอบของ interdependent military เข้ากับทหารไทยได้หรือไม่ เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อการที่ทหารจะสร้างประชาธิปไตยได้

ขอบคุณความเห็นของคุณ redribbon07 และขอเชิญติดตามตอนหน้า

ความคิดเห็นที่ 4 กระเจี๊ยบ , สายรุ้งสีน้ำ และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
SW19 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม
บ้านเรารักและภักดีกับสถาบันกษัตริย์อย่างที่สุด และมีมุมมองว่า ประชาธิปไตยที่เติบโตล่าช้า แต่อยู่มาได้ในประเทศไทยทุกวันนี้ เพราะมีเสาหลักที่สำคัญที่สุด คือ ในหลวง ที่โดยที่ท่านไม่ได้แทรกแซงใดๆ ในตำแหน่งที่ประทับฐานะ constitutional monarchy ที่อยู่ใต้กฎหมาย กลับเป็นพระองค์ท่าน ที่ทำให้ประชาธิปไตยอยู่ได้

สำหรับทหารนั้น รัฐประหารที่สำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย เมื่อพ.ศ.๒๔๗๕ กลับเป็นปฏิบัติที่ทหารมีเป้าหมายในการถอดถอนสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากประเทศไทย
กรณีนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ไม่ควรลืม แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่คนบางกลุ่มหมกมุ่นเกินไปในการพยายามหา justification ให้กับคณะผู้ก่อการนั้น ซึ่งหาอย่างไรก็ไม่ justify กับการกระทำที่ยัดเยียดประชาธิปไตยเข้ามาในเวลาที่องค์ประกอบต่างๆ ที่จะทำให้ประชาธิปไตยมีโอกาสเริ่มทำงานได้ ไม่พร้อม ทำให้กลายเป็นการปลดอำนาจจากสถาบันกษัตริย์เข้าสู่ตนเอง เป็นอำนาจใหม่ - เผด็จการ ส่งผลยาวนานให้ประชาธิปไตยหมดโอกาสจะเติบโตตามครรลองที่ควรเป็น

รัฐประหารยุคปัจจุบัน ผู้ดำเนินการมีโอกาสแก้ไขข้อผิดพลาดที่มีมา แนวคิดของวาโรล ไม่สามารถเป็นสูตรสำเร็จได้ทุกกรณี แต่มีเรื่องให้เรียนรู้มากมาย
ขอนำมาเล่าต่อในตอนหน้า

คิดถึงคุณอุ๋มและสมาชิกครอบครัวลาดพร้าวซอยสิบสองทุกท่านมากมายเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 3 ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 11.45 น.

สวัสดีครับ
สบายใจ มีความสุข เมื่ออ่านเสร็จ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

เห็นด้วยว่าทหารสร้างประชาธิปไตยได้


เพราะประชาธิปไตยขึ้นกับหลักการค่ะ ไม่ใช่

อาชีพ

..............................................

ขอบคุณสำหรับบทวิเคราะห์ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 1 สายรุ้งสีน้ำ , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 23/02/2016 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

รีบมาอ่านเป็นคนแรกเพราะคิดถึงเจ้าของบล๊อกมากค่ะ อ่านแล้วก็ชอบเพราะตรงกับความเชื่อของตัวเองอยู่แล้วว่า แม้นในประชาธิปไตย หลายสถานการณ์ก็ทำให้รัฐประหารเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ขอเติมความเชื่อมั่นของตัวเองเพิ่มเติมว่า ทหารที่ทำการรัฐประหารทุกครั้งเริ่มต้นด้วยความรักในชาติและภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์แน่นอน แต่พอเวลาผ่านเลยไปอาจมีบางสิ่งบางอย่างมาคลอนแคลนความตั้งมั่นเดิมไปบ้าง ทำให้แลดูเหมือนจะยืดเยื้อในการปกครองไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อมั่นในทหารว่าเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเดือดร้อนทุกครั้งไปจริงๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน