*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 157553
  • จำนวนผู้โหวต : 160
  • ส่ง msg :
  • โหวต 160 คน
<< กุมภาพันธ์ 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2943 , 05:08:48 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน joepiya , กระเจี๊ยบ และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

ตุลาคม พ.ศ.2555 Professor Varol เขียน The Military as the Guardian of Constitutional Democracy ยืนยันว่าทหารช่วยสร้างประชาธิปไตยในประเทศที่ผ่านการปกครองแบบเผด็จการมาเป็นเวลานานได้ ด้วยการใช้ปัจจัยและเงื่อนไขตามปกติของหลักการปกครองมาวิเคราะห์ และอธิบายผ่านกรณีตุรกีและโปรตุเกส แทนอียิปต์ที่เกิดปัจจัยแทรกซับซ้อนและเหตุการณ์ยังไม่สิ้นสุด

 

วาโรลบอกว่า

1.รัฐประหารที่ทำให้ประชาธิปไตยเกิด ต้องมี 2 ปัจจัย

1) ต้องปฏิบัติการโดย Interdependent military และ

2) ภายใต้สภาพการณ์ที่เหมาะสมของ Political plurality, Intra-state stability และ National unity

ตามธรรมชาติของประเทศที่อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ สถาบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศจะถูกกดจนอ่อนแอเพื่อให้ผู้นำลากจูงได้ตามต้องการ เหลือก็แต่ทหาร ที่มีกำลังพอโค่นอำนาจนั้นลงและพยุงประเทศต่อไปได้ การที่รัฐประหารไม่สามารถฉุดลากประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แล้วต้องปล่อยให้ไหลลื่นกลับสู่เผด็จการทางใดทางหนึ่ง เกิดจากสถาบันบริหารประเทศนั้นอ่อนแอ ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

Interdependent military เข้ามาแล้ว ต้องรีบสร้างสภาพที่เหมาะสมให้สถาบันเหล่านั้นฟื้นตัว

หากดูตัวอย่าง รัสเซีย จีน อิหร่าน และไม่นานนี้ที่อิรัก ลิเบีย

ทันทีที่ผู้นำเผด็จการถูกโค่นลง จะเกิดสภาพปลอดผู้ครองอำนาจที่ชัดเจน ทำให้การแทรกแซงผ่านเข้ามาได้ทุกทาง เมื่อทั้ง Saddam Hussein และ Col Gaddafi ถูกถอดถอน ขั้วอำนาจฝั่งตรงข้ามมาจากสารพัดกลุ่มที่ขัดแย้งกัน แล้วก็สู้กันเองต่อไป

ประชาธิปไตยใช่ว่าจะครอบลงไปที่ไหนก็เกิด ประเทศที่ขาดการเตรียมการรองรับ แต่ถูกคนกลุ่มเล็กกระเหี้ยนกระหือรือดึงชาติเข้าใส่ ยิ่งทำลายและทำให้ประชาธิปไตยถูกใช้ในทางที่ผิด ประวัติศาสตร์ไทยก็มีให้เห็น

 

2.หลังรัฐประหาร ทหารเท่านั้นที่มีอำนาจ

ทหารต้องเป็นenforcer ผู้คุ้มกฎ

ประเทศที่เพิ่งพ้นจากสภาพเผด็จการครองเมือง ระบบในทุกหน่วยงานของรัฐจะอ่อนแอ และขาดกลไกตรวจสอบ กฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากตกอยู่ใต้คนที่นำข้อกฎหมายนั้นใช้หาประโยชน์ สภาพที่เหมือนพ้นเผด็จการและก้าวสู่ประชาธิปไตย กลับกลายเป็นเผด็จการยุคใหม่ แปรรูปจากการแสวงหาอำนาจอย่างเดียวสู่ economic dictatorship กอบโกยผลประโยชน์ทั้งทุจริตโดยตรง และสร้างอำนาจในธุรกิจเครือข่ายเพื่อผลประโยชน์ระยะยาว

Enforcer ต้องดึง political plurality, intra-state stability และ national unity กลับสู่สภาพปกติ

เพื่อให้องค์ประกอบพื้นฐานของประชาธิปไตย คือ the executive, legislative และ judiciary ตั้งตัวได้ โดยเฉพาะทิ้งเวลาให้ตุลาการมีโอกาสเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งระบบ ให้กฎหมายคืนสู่ความสำคัญสูงสุดที่ศักดิ์สิทธิ์เหนือผู้บังคับใช้และอิทธิพลอื่นใด ประชาธิปไตยจึงจะเกิด

 

 

3. ทหารจะช่วยพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างไร หากถูกมองว่าอยู่คนละฝั่งเสมอมา

ในกรอบของวาโรล Interdependent military คือ ประชาชน คือ citizen soldier ที่วางตำแหน่งตัวเองเคียงคู่และมีพันธะร่วมกับทั้งสองสภาและตุลาการในการสร้างประชาธิปไตยอันเป็นฐานหลักการปกครองให้เติบโต  เมื่อทหารไม่มีและไม่ประสงค์หน้าที่ทางการเมือง จึงไม่ต้องสร้างภาพหรือชื่อเสียงสู่ชีวิตนักการเมือง

 

สิ่งที่ทหารต้องทำ คือ รื้อขยะ แก้ไข เพื่อฟื้นฟูสภาพการณ์ทางการเมืองโดยไม่ต้องเอาใจใคร ดังนี้

Intra-state Stability คือ ความมั่นคงและเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมืองของหน่วยงานรัฐบาล ทุกหน่วยงานรัฐบาล สภาล่าง สภาสูง และระบบตุลาการ ผ่านสภาพบรรยากาศทำงานภายใต้อิทธิพล เส้นสาย นโยบายที่แกว่งไกวตามผู้ที่เข้ามาเป็นใหญ่มากกว่าผลประโยชน์สูงสุดเพื่อชาติและประชาชน ทหารต้องรื้อระบบ กำจัดข้อบกพร่อง ถอนพวก old regime อำนาจเก่าสายเผด็จการทิ้ง สร้างโอกาสให้คนดีมีฝีมืออยู่ได้

ที่อิรักและลิเบีย เมื่อตัวหัวถูกโค่นลง หางที่มีมากมายแตกแยกกัน ไม่มีใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จ หน่วยงานรัฐบาลที่เป็นปัจจัยสำคัญของประชาธิปไตยไม่สามารถฟื้นตัว ประชาธิปไตยก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

 

Political Plurality คือ ตัวเลือกทางการเมือง ทหารต้องสร้างสมดุลให้ประชาชนมีตัวเลือกมากพอ ให้มีบรรยากาศที่คนดีอยากและสามารถก้าวออกมาทำงานการเมือง โดยขุดรากถอนโคนไล่นักการเมืองชั่วออกจากสภา กวาดล้างเส้นสายที่ถูกวางตัวไว้ในหน่วยราชการ

สร้างความเข้าใจเรื่อง freedom of expression, free press และ freedom of association ที่ถูกต้อง ให้คนรู้จักนำมาใช้ตรวจสอบการบริหารประเทศ ตามกลไกพื้นฐานของประชาธิปไตย

ประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่มีสำนึกใน essence หรือสาระสำคัญของประชาธิปไตย ไม่นิยมการเมืองที่มีพรรคเดียวถือเสียงข้างมาก ที่นำมาสู่การครอบงำ ปราศจากผู้คะคาน และใช้เสียงข้างมากจากการเลือกตั้งเป็นข้ออ้างเพื่อทำอะไรก็ได้ และ abuse หาประโยชน์ จากนิยามของประชาธิปไตยในทางที่ผิด การบริหารประเทศกลายสภาพเป็นเผด็จการโดยปริยาย และพรรคการเมืองนั้นมีโอกาสสร้างช่องทางแสวงหาประโยชน์สู่ตนเอง

ภารกิจนี้อาศัยความแข็งแกร่งที่เหลืออยู่เพียงในสถาบันทหาร กับความเที่ยงตรงของ Interdependent military   

หลังพ.ศ. 2475 ไทยอยู่ภายใต้เผด็จการทหารมาตลอด จนถึงพฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 ที่ประชาธิปไตยมีโอกาสเกิด แต่ประเทศไม่ได้ถูกเตรียมความพร้อม ขาด Intra-state stability หน่วยงานรัฐไม่แข็งแรงพอที่จะอุ้มชูประชาธิปไตย  Political plurality ไม่สมดุลพอกับการเลือกตั้ง ผลต่อเนื่อง คือ กลไกตรวจสอบจากฝ่ายค้านยังไม่เข้าที่ ค้านมากก็ไม่มีความคืบหน้าในการบริหาร ค้านไม่พอ เผด็จการใหม่ก็คืบเข้ามา

Economic dictatorship จึงย้ายจากเผด็จการทางเศรษฐกิจสู่ Parliamentary dictatorship ในสภา นักการเมืองใช้เงินซื้อคน ซื้อพรรค จนได้เสียงส่วนใหญ่

 

National Unity คือ ประชาชนปราศจากความแตกแยก ประชาชนทุกคนไม่ต้องมีความคิดและทัศนคติเหมือนกัน แต่ต้องเห็นตรงกันว่า ชาติเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

เมื่อคนรักชาติมากกว่ารักตัว คนจะเกิดแรงผลักไปทางเดียวกันไม่ว่าจะเห็นต่างกันอย่างไร

เมื่อนั้นถึงจะสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้ประชาธิปไตยเป็นที่หวงแหนและดำรงอยู่ได้

 

4. Enforcer ผู้คุ้มกฎ ต้องรู้เวลาจบบทบาท

Interdependent military มีขั้นตอนสร้างประชาธิปไตยไม่ซับซ้อน

หนึ่ง สร้าง – ให้เกิดบรรยากาศ ที่องค์กรทำงานได้ ให้ระบบเข้าที่ทาง

สอง ค้ำ – ไม่ให้คนขวาง ไม่ให้พรรคการเมืองยุ่ง – ทำตัวเป็น Constitutional court ใช้อำนาจทหารทุบคนแทรกแซงระหว่างการจัดระบบ

สาม ถอน – เมื่อระบบลงตัว พรรคการเมืองถูกจัดตั้ง มีการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลทำงานได้ ฝ่ายค้านคะคานตรวจสอบรัฐบาลได้ ภายใต้กฎหมายที่ใหญ่เหนือบุคคลใด

เมื่อนั้น ทหารต้องเดินออกไปจากภาคการเมือง โดยไม่ทิ้งเงาไว้ในร่างใด

เมื่อวาโรลพูดถึงการขายวิญญาณ นั่นคือ เงื่อนไขที่ทหารใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้คงฐานะเสาหลักเท่าเทียมกับ the executive, legislative and judiciary สภาทั้งสองและคณะตุลาการ – ทหารไม่ต้องมี และไม่ต้องการบทบาททางการเมือง แต่ขอที่ยืนอยู่ร่วมกัน

จึงจะเรียกได้ว่าทหารเป็นผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยในช่วงเริ่มต้นได้แท้จริง

เวลาจบบทบาทของ Enforcer ชัดเจน แต่ระยะเวลาสู่จุดจบ ระบุไม่ได้

จะสั้นยาวก็ขึ้นอยู่กับคน – ประชาชน ว่าพร้อมจะก้าวพ้นจากเงาเผด็จการอันยาวนาน ได้ช้าเร็วเพียงใด

 

 

เรียนรู้จากชาติอื่น

 

ตุรกี

ตุรกีเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ภายใต้ Ottoman Empire หลายร้อยปี ถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมาเข้าร่วมกับเยอรมนี เมื่อแพ้สงคราม Ottoman ก็อ่อนแรงจนถูกทหารเขี่ยออกพ้นอำนาจเมื่อ พ.ศ. 2463 เป็นจุดเริ่มที่ทหารสร้างประชาธิปไตยให้ชาติ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างสลับกันไป

ทหารตุรกี เป็นประชาชนชั้นกลางถึงล่าง มาเป็นทหารเพื่อหาโอกาสเรียนหนังสือ หาอาชีพ เป็นเกียรติแก่ตัวเองในช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วก็ออกไปเป็นประชาชนธรรมดา กองทัพจึงมีคนหมุนเวียนเข้าออกไม่เคยขาด ไม่เคยเกิดบทบาทเป็นสถาบันทหาร ต่อมาได้รับความช่วยเหลือทางความรู้และซ้อมรบจากสหรัฐอเมริกา ได้เป็นสมาชิก NATO ไปรบที่เกาหลี ไปฝึกกับสหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ทำให้ได้เปิดตาเข้าใจบทบาทของทหารในชาติที่มีประชาธิปไตย ได้รู้และสำนึกว่ากรอบหน้าที่ คือ ป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย

ทหารตุรกีจึงถือว่าเป็น Interdependent military

Professor Varol ยกเหตุการณ์สำคัญ พ.ศ. 2503 เมื่อเกิดการประท้วงรัฐบาลเผด็จการ Demokrat Parti มาขยายว่า รัฐบาลพยายามบังคับทหารให้ใช้กฎอัยการศึกปราบปรามประชาชน แต่ทหารเลือกฝ่ายประชาชน ทำรัฐประหารโค่นรัฐบาลเผด็จการ ทหารสัญญาว่าจะจัด ‘fair and free election’ คืนอำนาจสู่รัฐบาลพลเรือนโดยเร็ว

ทหารรับแนวคิดจาก European Convention on Human Rights และ  Universal Declaration มาสอนประชาชนและสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิและเสรีภาพ จะไปไหนก็ได้ right to travel, right to strike ประท้วงได้  ให้กล้าพูด มี freedom of speech และโดยเฉพาะ freedom of association ซึ่งทำให้เกิดพรรคการเมืองหลากหลาย ไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือคนอื่น เกิด Political Plurality

รัฐธรรมนูญของทหารฉบับนี้ เน้นประเด็นป้องกันช่องโหว่ไม่ให้เกิดการครองอำนาจแต่ผู้เดียว อันจะนำมาซึ่งเผด็จการ และสร้าง counter-majoritarian institutions องค์กรและระบบที่คะคานกันมาหนุนไว้อีก เช่น กฎหมายต้องผ่านการเห็นชอบทั้งสองสภา โทรทัศน์วิทยุต้องทำงานได้อย่างอิสระและไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล

ทหารตุรกียังปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและสังคม ขยายความเจริญสู่คนระดับรากหญ้าที่ไม่เคยได้รับ เพื่อทำให้คนไม่ถูกการเมืองชักจูงไปทางใดทางหนึ่ง โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เมื่อทุกคนได้ประโยชน์ ย่อมเกิด National unity เอง

ปัญหาของตุรกีก็มี ความที่กลัวและป้องกัน absolute power เผด็จการ ย้อนกลับ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ Political plurality มีมาก มากจนหามติเอกฉันท์ไม่ได้  เมื่อเจอกลไกและระบบที่แน่นรัฐบาลยิ่งทำงานไม่ได้ ทหารจึงต้องเข้ามาแก้ไขอีกหลายครั้ง เป็นเวลาราว 40 ปี กว่าจะถอนตัวได้อย่างสิ้นเชิงใน พ.ศ. 2543

จุดสำคัญของทหารตุรกี คือ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวหรือสร้างอิทธิพลในการทำงานของพลเรือน หากใครล้ำเส้นข้ามมาทหารจะขัดขวาง บนหลักการที่ยึดอย่างมั่นคงว่า การบริหารปกครองบ้านเมืองไม่ใช่หน้าที่ของทหาร

 

โปรตุเกส

พ.ศ. 2517  

ตอนนั้นโปรตุเกสอยู่ใต้ระบบเผด็จการ Fascist ฟาซชิสท์ มากว่า 50 ปี ประชากรมี 8.5 ล้าน เป็นทหารถึงล้านกว่า ถูกเกณฑ์จากประชาชนทั่วไป คือเป็น dependence on citizenry, ทำหน้าที่รบ คือ focus on external threats, เมื่อเข้าเป็นสมาชิก NATO ก็มี dependence on international democratic institutions โปรตุเกสจึงรู้เรื่องประชาธิปไตยในระดับนานาชาติไม่ต่างจากตุรกีที่เข้ามาที่หลังด้วย

ทหารปอร์ตุกีซ จึงมีคุณสมบัติของ Interdependent military ครบ

 

การรบเวลานั้นเป็น Colonial wars ทหารไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากรบ Congo บ้าง Mozambique บ้าง ทหารไม่ตายก็เจ็บ ประเทศก็จนลง ประชาชนเลยประท้วง รัฐบาลสั่งทหารไปปราบประชาชน แต่ทหารไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล จึงเกิดเป็น Carnation Revolution ที่ทหารเข้าร่วมกับประชาชนไล่รัฐบาล

ทหารปอร์ตุกีซ ปฏิบัติการล้างอำนาจเก่า ancient regime โดยเริ่มจาก ปิดหน่วยงาน ปลดคน ปล่อยนักโทษทางการเมืองที่เป็นเหยื่อเผด็จการ

เปิดโอกาสให้ตั้งพรรคการเมือง ให้เกิด political plurality

วางหลักสูตรให้ความรู้ผู้ด้อยการศึกษา คนจนรากหญ้า ให้เข้าใจ merits หัวใจสำคัญ ของประชาธิปไตย เพื่อไม่หลงกลติดกับเข้าสู่วังวนของเผด็จการ

เวลาเดียวกัน พรรคคอมมิวนิสท์ที่ถูกเผด็จการเก่าทุบทิ้งไปแล้ว เกิดลุกขึ้นมาแทรกแซง

ปีถัดมามีเลือกตั้ง ผู้ใช้สิทธิ์ถึง 92% พรรคที่ชนะได้ที่นั่ง 72% ส่วนพรรคคอมมิวนิสท์ได้เพียง 12.5%

พรรคคอมมิวนิทส์จึงพยายามก่อการรัฐประหารโดยได้การสนับสนุนจากทหารบางส่วน แต่ก็ถูกทหารกลุ่มหลักกำจัดทิ้ง ซึ่งสร้างผลลัพธ์ในทางบวกให้ประชาชนเห็นทหารเป็นกลาง และเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตย

สิ้นปีนั้น ทหารร่าง Fundamental Bases for the Reorganisation of the Armed Forces เพื่อกำหนดหน้าที่ของทหารให้ชัดเจน ให้รู้ว่าทหารไม่มีบทบาททางการเมือง และเพื่อเป็นการปกป้องรัฐธรรมนูญ รักษาความสงบเรียบร้อยในเส้นทางสู่ระบอบประชาธิปไตย

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดให้ทหารเป็นผู้ดูแลจัดตั้งหน่วยงานและสถาบันทางการเมืองให้เรียบร้อย ดำเนินการภายใต้ Council of The Revolution มีคณะทำงานประกอบด้วย ทหาร ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และปฏิบัติหน้าที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ประธานาธิบดีคนแรกเป็นทหาร แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งพลเรือนก็ต้องปฏิบัติตัวตามวิธีการของพลเรือน หน้าที่ของทหารในการรักษาอธิปไตยของประเทศตามข้อกำหนดของ NATO ก็ยังคงอยู่ การวางบุคคลเข้ามารับหน้าที่ก็เป็นพลเรือนก่อน

บทบาททหาร ณ ตรงนั้น แม้ไม่มีใครอยากให้ปรากฏขึ้น แต่กลับเป็นประโยชน์ในทางการเมือง เพราะ 1) เป็นตัวตรวจสอบและควบคุมพรรคการเมืองให้ประพฤติตัวให้ถูกต้อง และ  2) การที่กำหนดให้ทหารเข้ามามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในช่วงสี่ปีแรก เพื่อดูแลให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับจริงเกิดขึ้นโดยไม่เบี่ยงเบนไปจากความถูกต้อง

การเลือกตั้งใน 4 ปีถัดมา รัฐสภามีความมั่นคงแล้ว ก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตัดบทบาทของทหารทิ้งโดยอ้างอิงกลับไปที่บทบาททหารที่ตกลงกันไว้แล้วในหลักการ Fundamental Bases for the Reorganisation of the Armed Forces

เมื่อถึงการเลือกตั้งอีกครั้ง ทหารก็หมดบทบาทอย่างสิ้นเชิง ในระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี – สั้นกว่าตุรกี เพราะไม่มีระบบการเมือง และปัญหาค้างมาก่อนหน้า 

  

ประเด็นสุดท้าย

ที่ตุรกีและโปรตุเกส ทหารส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์เข้ามาเป็นทหารชั้นผู้น้อย ใช้เป็นโอกาสได้เรียนหนังสือ ถึงเวลาก็ออกไป ทหารตำแหน่งสูงขั้นGeneral น้อยมาก – ต่างจากไทย

หากจะบอกว่าทหารอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประชาธิปไตย คงไม่ใช่เสมอไป

ถ้าจะบอกว่าการพิทักษ์ประชาธิปไตยของทหารเกิดขึ้นได้ทุกที่ ก็คงไม่ใช่อีกเช่นกัน หากทหารนั้นไม่อยู่ในกรอบของ Interdependent military

 

 

 

ตอนหน้า ประเทศไทย

ตอนก่อนหน้า ทหารสร้างประชาธิปไตยได้

อ่านเพิ่มเติม The Military as the Guardian of Constitutional Democracy  by Professor Ozan Varol



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 53 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 23/03/2016 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แวะมาอ่าน ดูว่าถกกันไปถึงไหนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2016 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๕๐-

อืมมมมมมมมมม
.

ความคิดเห็นที่ 51 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 05/03/2016 เวลา : 03.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๗-

[แต่การไม่เคยมีประวัติทางนี้(แบบ interdependent)มาก่อน แต่กลับเป็นตรงข้าม
ก็ไม่อยากสรุปว่ารปห.คราวนี้จะไม่มีเจตนาดี ๆ ที่จะมีบทบาทอย่างนั้น]

หลังจากปีพฤษภาทมิฬ ทหารรู้แล้วว่าพลังที่แรงที่สุด คือ พลังประชาชน และรู้ด้วยว่าการกระทำที่ค้านกับความต้องการของประชาชนเป็นเรื่องยาก

รัฐประหารคราวล่าสุด ก็เห็นกันอยู่ว่าประชาชนเรียกร้อง
แต่การพัฒนาความรู้ความเห็นของทหารน่ะช้า - ทหารก็อยู่ภายใต้ระบบการศึกษาแบบเดียวกับประชาชนแหละ แถมถูกวิธีการพวกพ้องหมู่คณะมาครอบไว้อีก
จะให้ทำอะไรที่ปรับปรุงระบบ ก็มองไม่เห็นทาง เพราะถูกใส่ tunnel vision แบบป้องสองมือข้างกรอบตา มองอะไรได้ไม่รอบทิศ มาจนชิน ไม่ต่างกับประชาชน

ทั้งทหาร ประชาชน ไม่คุ้นกับวิธีการของโลกนอกประเทศ ทั้งในแง่เป็นของใหม่ไม่เคยรู้ และเป็นของอคติหมั่นไส้ไม่อยากรับรู้
ก็เลยไม่รู้ว่า the cripple leading the blind หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 50 กระเจี๊ยบ , driftworm และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 05/03/2016 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๗- คุณหนอน

พอกัน เราก็เดินทั้งวันเมื่อยตีนตะคริวแทบจับ จะใช้คำอื่นก็คงไม่ได้ความรู้สึกแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็ขอเป็นแบบนี้แหละ


จับความของโปรตุเกส พ.ศ.๒๕๑๗ เขาก็ไม่ต่างกับ ๒๕๑๖
ดูตุรกี ๒๕๐๓ ก็หลัง ๒๔๗๕ ไม่เท่าไหร่

กลับมาดูที่ประเทศไทย ก่อน พ.ศ.๒๔๗๕
การทหารมีทูนหม่อมบริพัตรฯ เป็นเสนาธิการทหาร เป็นจอมพลสามเหล่าทัพ ถวายงานให้พระอนุชา คือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ซึ่งเสด็จมารับการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ชั้นโรงเรียน
ทูนหม่อมบริพัตรฯ จบการทหารจากเยอรมนี ทั้งพระราชบิดา คือ รัชกาลที่ ๕ และทูนหม่อมบริพัตรฯ คุ้นเคยกันดีกับ Kaiser Wilhelm II แห่งเยอรมนี
ดังนั้นทั้งรัชกาลที่ ๕ และ ๗ และทูนหม่อมบริพัตร ไม่ได้ห่างไกลจากบทบาทการทหารในโลกตะวันตกเลย ทั้งรัชกาลที่ ๗ ท่านเริ่มร่างรัฐธรรมนูญแล้วด้วย แต่ถูกญาติพี่น้องคัดค้านเพราะประเทศชาติยังไม่พร้อม คนยังไม่พร้อม อัตราการรู้หนังสือ literacy rate ในภาษาไทยเองยังต่ำ

ณ เวลานั้น ผู้กำลังทหารในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๗ คือ ทูนหม่อมบริพัตรฯ
และเวลานั้น นายพลในเมืองไทย - ไม่มี เพราะสมัยนั้นถ้าไม่ใช่เจ้า ไม่มี และไม่แปลกในยุคสมัยนั้น (บริเทนก็ไม่ ทุกวันนี้ก็น้อย) ถ้ากลับมาดูโปรตุเกสในเวลาเกิดเหตุตามที่ยกตัวอย่าง ก็ยุคหลังมากแล้ว ยังมีนายพลนับนิ้วไม่ถึงหนึ่งมือ ผบทบ. ยังเป็นแค่พลตรี

อันนี้ไม่ใช่ประเทศไทยใหญ่อุดมล้าหลัง เอาแต่ยศศักดิ์ให้แต่เจ้านาย
แต่เขาทำกันอย่างนี้ ที่ British army หรือ German army ก็เป็นอย่างนี้
นายพลที่มีมากขึ้น มาจากช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ต้องการ commanders ในพื้นทึ่ต่างๆ ที่เป็นใหญ่กว่าทุกคนตรงนั้น สั่งการได้ รับผิดชอบได้

ก็เป็นเรื่องพูดกันว่า ทหารไทยในเหตุการณ์ ๒๔๗๕ กระหาย โหยอำนาจ
อยากมีตำแหน่ง มันถึงมีตำแหน่งตั้งตามมาเยอะแยะ โดยเฉพาะช่วงสงครามเวียดนามที่ บก สูงสุด มีเอาไว้ประสานงานสามเหล่าทัพ ระยะหลังๆ นายพลถึงเพียบ ใครย้ายไปบก สูงสุด ก็รู้กันว่า ไปกินตำแหน่งก่อนเกษียน หรือไม่ก็ไปถูกแขวน
ทั้งที่นายพลไทยจะมีกันมากมายทำอะไร ในเมื่อไม่มีพลรบ

กลับมาที่ช่วง ๒๔๗๕
ดังนั้นจะกล่าวว่าทหารไทยในเวลานั้นไม่รู้บทบาท หรือเข้าใจ dependence on international democratic institutions ไม่ได้
อย่างไรก็ต้องรู้
อยู่แต่ว่ายอมรับได้หรือไม่ได้
ทูนหม่อมบริพัตรฯ  จึงตกเป็นเป้าที่คณะราษฎร์ต้องกำจัดก่อน

ที่คุณหนอนตงิดๆ ขออธิบายเพิ่มว่า การมาเรียนหนังสือ คือ มีโอกาสสร้างความถนัดทางวิชาชีพ ไม่ใช่มาแล้วได้กระดาษปะตูด
ที่ UK ตอนนี้ โฆษณารับสมัครทหาร จะใช้ภาพ เด็กวัยรุ่นเล่นเกม เด็กซ่อมจักรยาน ซ่อมรถ แล้วจะบอกว่า ถ้าชอบเรื่องพวกนี้ มา.. มาสมัครทหาร มาเรียนงานช่าง เขาใช้คำประมาณว่า วันนี้ซ่อมจักรยานได้ พรุ่งนี้ซ่อมเรือยนต์ได้ มะรืนซ่อมเรือรบได้ ให้เห็นแนวทางอาชีพ

อีกอย่าง Sandhurst โรงเรียนทหารของ UK หลักสูตรแค่สองปี เขาบอกว่า เรื่องทหารเรียนแค่นี้ก็หมดแล้ว วิชาอื่นก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ถ้าเป็นการพัฒนาทักษะทหารเขาเลือกส่งไปเรียนต่อเอง

เพราะฉะนั้น ทหารปอร์ตูกีซ มันมีความรักชาติอยู่แล้ว เพราะมันเป็นประชาชน citizenry ส่งไปรบไอ้ colonial wars มันก็ไม่เห็นความสำคัญ ประเทศก็จนลง เวลาสงครามภาษีจะสาหัส มันก็เลยเป็นการลุกฮือของประชาชน การลุกฮือครั้งนั้น ถึงเป็น ปฏิวัติ  รัฐบาลให้ทหารไปปราบประชาชน แต่ทหารเข้าข้างประชาชน ก็เลยไม่มีประชาชนตายเลย และประชาชนเอาดอกคาร์เนชั่นไปเสียบปืนทหาร ปฏิวัตินั้นจึงได้ชื่อว่า Carnation revolution

หัวหน้าคณะปฏิวัติครั้งนั้น มียศเป็นแค่พันเอก

ประสิทธิภาพของการหล่อหลอมที่สูงสุด คือ การมีความรักในสิ่งเดียวกัน
รักที่สำคัญที่สุดที่จะหล่อหลอมคนได้ จึงเป็นความรักชาติ
เป็นสำนึกสำคัญที่สุด ที่คนไทยมีแต่ปาก เพราะยังนึกประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน ไม่ว่าจะระดับหาบเร่แผงลอย โอดโอยกับกฎระเบียบ หรือ ระดับแก้กฎหมายหาช่องโหว่ให้ตัวเองหาประโยชน์ได้

ความคิดเห็นที่ 49 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 05/03/2016 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๖-
เห็นด้วยเลยคุณนันทเดช

ความคิดเห็นที่ 48 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 05/03/2016 เวลา : 03.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๕-
คุณรัตน์

ความคิดเห็นที่ 47 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 04/03/2016 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(คห.๔๗ พิมพ์ตกจนเสียความ รบกวน SW19 ลบคห.๔๗ คห.นี้ที่แก้ไขแล้วจะได้ลงไปแทน)

อ่านจบแล้ว เฮ้อ กระดึบ ๆ ซะเมื่อยตีน ขอนั่งนวดฝ่าตีนเดี๋ยว

อ่านช่วงตัวอย่างของตุรกีกับโปรตุเกส อ่านไปสงสัยไป
(ทหาร)ไทยเราไม่มีการรับ "อัดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่แบบ interdependent"
มาตั้งแต่รากฐานที่ริเริ่มในสมัย ร.๕ ไม่ว่าทั้งที่จ้างผู้ชำนาญการตาน้ำข้าวมาวางระบบ
หรือทั้งที่บุคลากรไทยเองที่ไปศึกษาแบบอย่างด้วยทุนหลวงเพื่อกลับมาสร้างระบบ
ซ้ำหลัง รปห.๒๔๗๕ ก็กลับเพิ่มบทบาทแปลงกายเป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเสียเอง

แต่การไม่เคยมีประวัติทางนี้(แบบ interdependent)มาก่อน แต่กลับเป็นตรงข้าม
ก็ไม่อยากสรุปว่ารปห.คราวนี้จะไม่มีเจตนาดี ๆ ที่จะมีบทบาทอย่างนั้น

มีตงิด ๆ อีกข้อหนึ่ง ของโปรตุเกส การเป็นทหารเป็นทางผ่านเพื่อให้มีการศึกษา
แปลว่าเป็นทหารกันเป็นรอบ ๆ แบบชั่วคราว ๆ จะมีสำนึกในการพิทักษ์ชาติ(รวมถึงการเมืองประชาธิปไตยด้วย)ได้ไง
ตัวอย่างในทางร้ายเช่นพอเข้าเป็นทหาร เกิดสงครามพอดี "วะ ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย
เกิดไปสงครามแล้วตายก็เรียนไม่จบสิวะ"

แต่นี่ผมอาจมองข้ามประสิทธิภาพการหล่อหลอมไปนะ
ทุกกลุ่มสังคม การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ๆ มีบทบาทที่หล่อหลอมจิตสำนึกได้
หรือในกรณีที่ถามข้างบนนั้น เขาจะมีกลไก มีขั้นตอนสร้างสำนึกเกี่ยวโยงกันอยู่
.

ความคิดเห็นที่ 46 กระเจี๊ยบ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 03/03/2016 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เป็นเรื่องท่ีทหารไทยควรอ่านมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
rattiya วันที่ : 03/03/2016 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อยากอ่าน ตอนหน้า "ประเทศไทย" เสียเเล้วซิ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
SW19 วันที่ : 03/03/2016 เวลา : 02.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๔๓-

ใช่ การศึกษา เป็นประเด็นสำคัญมาก
ในเวลาเดียวกัน การศึกษา ก็เป็นเพียง mean คือเครื่องมือ อุปกรณ์ให้คนคิดเป็น เรียนรู้/เห็นเรื่องคนอื่น ชาติอื่นได้อย่างเข้าใจ มีความสามารถรับรู้ข่าวสารของคนอื่นโดยไม่ต้องอาศัยการแปล ที่ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ตรงประเด็นบ้างไม่ตรงบ้าง

การศึกษายังช่วยให้คนเข้าใจ - เมื่อเข้าใจแล้ว - เกิดสำนึกได้
สำนึก เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ชาติที่ก้าวไปข้างหน้าได้ ต้องการประชาชนที่มีสำนึกในบทบาท หน้าที่ ของตนเอง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดระบอบการปกครองที่เป็นธรรมกับทุกคน (ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย หรืออื่นใด)

นั่นคือ การบรรลุถึง end เป้าหมายปลายทางของการปกครองประเทศ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
rattiya วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คห.41
หมายเหตุ
อย่าเข้าใจผิดว่า SW19 สนับสนุนทหาร หรือ รัฐประหาร
ปัญหาสำคัญที่สุดที่เรามี 'issue' ด้วย มาจากประชาชน
ปัญหาสุดๆ ของประเทศไทย คือ ประชาชน และการศึกษา

ตอนที่มีรัฐประหารใหม่ๆ รัตน์ก็ออกความเห็นกับเเฟนเช่นกัน คนไทยส่วนใหญ่เรายังไม่พร้อมที่จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย 100 % เพราะการศึกษา..ความเหลื้อมล้ำทางสังคมมีมากจนเห็นได้ชัด....

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๐-

แม่นแล้วคุณรัตน์

ความคิดเห็นที่ 41 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๙-

อ่านแล้วคุณหนอน อ่านไม่ทันจบเผลอส่งเสียงสบถไปเล็กน้อย จะเป็นไรหรือเปล่า

ความเห็นจากที่อ่าน คนที่พูด เอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็น
เราก็รู้กันอยู่ว่ารัฐธรรมนูญไม่เคยมีผลอะไรในประเทศไทย แล้วคิดจะเอามากันทักษิณหรือ
เราก็เห็นแล้วว่าวิธีการของทักษิณ คือ พยายามเล่นที่กฎหมาย
ไม่ใช่อำนาจเก่า อำนาจใหม่ คือ อำนาจเงินนั่นแหละ
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็พยายามให้ senate มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ก็เพราะว่าจะได้ซื้อได้
การซื้อสภาสูงได้ ก็แปลว่าออกกฎหมายอะไรก็ได้ จะแก้อะไรก็ได้ แก้รัฐธรรมนูญก็ได้

นั่นก็คือ parliamentary dictatorship อย่างที่เอ่ยไว้ในเนื้อหา

จะทุบทักษิณ มีวิธีอื่นอีกมาก
จะทุบก็ทุบไปเลย อำนาจก็มีอยู่ ณ ตอนนี้ คุกตารางก็มีพร้อม
ทำไปเลย อยู่ในอำนาจไปก่อน ล้างขยะโสมมออกไปเลย
ใช้เวลาเท่าที่ต้องใช้ ซื้อเวลาเอามาพัฒนาประชาชน เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประชาชนที่ 'ไม่พร้อม'
ถ้ายังไม่พร้อมอยู่แบบนี้ จะเลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็ไม่ช่วย ได้ผลอย่างเดิม เดี๋ยวก็ต้องวกมารัฐประหารอีก

หมายเหตุ
อย่าเข้าใจผิดว่า SW19 สนับสนุนทหาร หรือ รัฐประหาร
ปัญหาสำคัญที่สุดที่เรามี 'issue' ด้วย มาจากประชาชน
ปัญหาสุดๆ ของประเทศไทย คือ ประชาชน และการศึกษา

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
rattiya วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คุณหนอน เข้าไปอ่านเเล้ว
อ่านเเล้ว เหมือนจะว่า ประเทศไทยจะพายเรือวนอยู่ในอ่างเหมือนเดิมนะ"

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๖- หนอน

ลิ้งค์เนื้อหารายงานคำให้สัมภาษณ์ของ อ.ชาญวิทย์
http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1456568518

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
rattiya วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 16.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

"ที่สุดแล้ว แนวคิดของวาโรลจะมีวันเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เกิดขึ้นที่ไหน และคนที่นั่น - ทั้งประชาชนและทหาร จะพร้อมก้าวออกมาจากกรอบเดิมๆ ทึ่อยู่กันมาและไม่มีอะไรดีขึ้นหรือยัง
หรือยังยินดีที่จะอยู่ไปอย่างเดิม โดยขี้เกียจขยับ และรับได้กับสิ่งที่เป็นอยู่
หรือแค่ ไม่เห็นว่าต้องเปลี่ยนอะไรก็แถกเหงือกกันไปได้"

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๖-
คำว่าทหาร ไม่ได้ต้องเป็นเหมือนกันหมด ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะทำตัวเป็น institution ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่าจะต้องยึดเป็นนิรันดร์ หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้
การทำตัวแบบยึดพวกพ้อง ไปไหนไปกัน โดยไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์เพื่อชาติหรือเปล่า ไม่ใช่บทบาทของทหาร

ที่จริงกลับสู่พื้นฐานง่ายๆ ทหารไม่มีหน้าที่ในการปกครองประเทศ
ทหารทำรัฐประหาร เพราะเป็นหน่วยเดียวที่ทำได้ แต่ทำแล้วต้องสร้างสิ่งอื่นตามมาให้ประเทศ ให้เกิดการปกครองที่ลงตัว ยุติธรรม ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันหมด ไม่ต้องรีบ bugger off ถลกตูดออกไปถ้างานยังไม่เสร็จ แต่ก็ไม่ต้องลีลาหาอิทธิพล หรือผลประโยชน์ถ้าทุกอย่างลงตัวแล้ว - ยืนดูอยู่ห่างๆ หรือทุบทหารที่แตกแถว อย่างที่โปรตุเกส - คุณหนอนลองอ่านตัวอย่างแล้วจะพบว่าไทยทำอะไรได้ไม่ได้ เพราะเราต่างกับลักษณะทหารที่ควรเป็นอย่างไรบ้าง

คำว่าอำนาจเก่า ไม่เกี่ยวกับอำนาจแล้ว สมัยก่อนมีความต้องการอำนาจ เพราะ absolute power breeds absolute corruption - เพื่อให้ทำอะไรได้โดยไม่มีคนขวาง ใครขวางก็ถูกป้ายข้อหาคอมมิวนิสท์

คำว่าอำนาจเก่าเดี๋ยวนี้ มันเกี่ยวกับ perpetuation of corruption (ขอโทษที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ) ความหมายประมาณว่า คือ พวกทหารชินกับคอร์รับชั่นไปแล้วก็อยากมีต่อไป แต่ absolute power ไม่มีแล้ว มันก็ไม่เหมือนเดิม ก็ต้องหาวิธีกินโกงต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยน บางส่วนถึงได้ไปพ่วงกับนักธุรกิจเพื่อหาอำนาจทางการเงิน

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เมื่อเช้า เพื่อนเอาบทความของ อ.ชาญวิทย์มาแปะในไลน์
ท่านว่าร่างรธน.ที่กำลังจะทำประชามติ ผ่านก็มีวิกฤติ ไม่ผ่านก็มีวิกฤติ
การ รปห.เป็นการดิ้นรนของอำนาจเก่า บารมีเก่า ในโครงสร้างเก่า ที่มาถึงทางตันแล้ว
เรื่องนี้ ทหารคือคู่ขัดแย้งด้วย จึงไม่สามารถทำหน้าที่คนกลางนำพาชาติ
ให้ดู ๆ ต่อไป ทหารจะสามารถประนีประนอมกับอำนาจใหม่ (ฝ่ายก้าวหน้า) ได้บางส่วนหรือไม่

เอาไว้ค้นลิ้งค์บทความมาให้

นี่พาคุยโดดข้ามเรื่องนิดหน่อย เดี๋ยวหนอนขึ้นไปอ่านต่อ

ความคิดเห็นที่ 35 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๙-
สลบแล้วเช่นกัน

เราเลยถือโอกาสขอบคุณกองบก.ที่ปล่อยบทความนี้ไว้ อย่างน้อยให้คนเห็นว่าเรายังมีหน้าที่ และเรายังมีโอกาสสร้างชาติของเราให้เป็นไปอย่างที่ควรเป็นได้

ความคิดเห็นที่ 34 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 05.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๘-

อย่าคิดมาก อ่านช้า อ่านเร็วไม่สำคัญเท่าอ่านแล้วคิด

ความคิดเห็นที่ 33 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 05.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๗-

ในแว่บแรก คิดจะใช้คำว่า หลากหลายกับ Political plurality แต่คิดนานๆ เข้า ก็คิดว่าไม่เหมาะ
เพราะ หลากหลายจะกลายเป็นมากพรรค ที่คนนู้นแตกออกมาจากพรรคนี้ เพราะ 'แตกกัน' มากกว่าจะมี 'นโยบาย' ที่ต่างกัน ที่ทำให้รวมกันไม่ได้

ความหลากหลายอย่างที่คุณหนอนว่า คือ 'ความคิดใหญ่' จึงใช่ที่สุด

Political plurality ยกตัวอย่างของ UK ก็จะมีสักไม่กี่อย่าง  จะใช้คำว่าหลากหลายก็ไม่ใช่
ที่นี่ มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า ความคิดต่างกัน ก็อย่างหนึ่ง ถ้าคิดเหมือนกัน วิธีที่จะไปถึงเป้าหมายก็อีกอย่างหนึ่ง (ต่างกัน)
เช่น  ความต้องการจัดงบประมาณให้ลงตัว โดยรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลเท่ากัน อาจทำได้ทั้งการตัดค่าใช้จ่ายให้เท่ากับรายรับ หรือเพิ่มรายรับให้เท่ากับรายจ่าย หรือทั้งสองวิธี การลดรายจ่ายเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเพราะรัฐเป็นคนคุมค่าใช้จ่าย แต่จะทำให้เศรษฐกิจหดตัว

การเพิ่มรายรับทำได้ 2 วิธี คือการเพิ่มอัตราภาษีหรือการเพิ่มรายได้ของเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลให้รายรับจากการเก็บภาษีสูงขึ้นโดยปริยาย รัฐส่วนใหญ่ไม่นิยมการเพิ่มภาษี ดังนั้นก็เหลือเพียงการลดค่าใช้จ่ายหรือการกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัว ส่วนต่างคือระยะเวลาในการทำ

ส่วนระบอบทักษิณนั้น ถ้าเอากรอบสากลมาครอบลงว่า ประโยชน์สูงสุดต้องเป็นของประชาชนทุกคน อย่างเท่าเทียม นั้น - ไม่ใช่แน่
ไม่ใช่ระบอบสังคมนิยม แต่เป็นระบอบนิยมสังคม คือสังคมส่วนที่สนใจต้องการอะไรก็ให้ ไม่ได้สนใจว่ามีประโยชน์ตรงไหนกับสังคมทั่วไปจริงๆ

ดังนั้น อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องใต้ตีนไอ้กัน ช่างหัวไอ้กันไปก่อน ใต้ตีนคนไทยไม่รักชาติรักแผ่นดินนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๒๕-

ตอนแรกที่อ่าน Interdependent military ยังคิดๆ อยู่ว่า จะแปลอย่างไรให้คงความหมายเดิม แต่อ่านๆ ไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำที่วาโรลตั้งขึ้นมาเอง ก็คิดว่าแปลคำ แปลความไม่ได้ ต้องเอาความหมายทึ่ครอบคลุมมาพิจารณา

อ่านๆ ไป มันไม่ใช่ใครหรืออะไร แต่กลายเป็น factor ที่ไม่ใช่พึ่งกัน แต่ต้องประกอบกัน มีอย่างหนึ่งอย่างเดียวก็ไม่สามารถฉุดสำนึกได้ ต้องมีทั้งสาม แต่ที่เราคิดว่าสำคัญที่สุด ไม่ใช่น้ำพึ่งเรือ หรือเสือพึ่งป่า คือ วัวอย่าลืมตีน
คนอย่าลืมว่า ที่สุดเเล้ว ตัวเองคือ ประชาชนหนึ่งคน
พอมาดูองค์ประกอบ Interdependent military ก็เท่ากับ ต้องเป็นประชาชน, ต้องรู้หน้าที่ตัวเองว่าเขาให้มาทำอะไร และ ต้องมีโอกาสเห็นว่าหน้าที่นั้นๆ เขายึดถือปฏิบัติทำกันอย่างไรในโลกนี้

ทุ่นระเบิดที่วางไว้น่ะ ขอแย้งว่า
ทฤษฎีที่วาโรลตั้งขึ้นมา ไม่ใช่ของใหม่ Marx ก็ตั้งมาเยอะแยะ เข้าทางบ้าง ไม่เข้าทางบ้าง
อันไหนเข้าทางก็เป็นที่พูดถึง เป็นเรื่องแปลไปให้รู้เห็นกันต่างชาติต่างภาษา อันไหนไม่ใช่ก็ค่อยเงียบหายไป
ดังนั้น ทฤษฎีของวาโรล ก็แบบนั้น

ทีนี้จะบอกว่า จริงแค่ในจินตภาพก็ไม่ใช่ทั้งหมด
เพราะว่า
๑. ทุกอย่างล้วนเป็นการนำเสนอทฤษฎี
๒. เป็นจริงได้ - จริง ในบางประเทศ แต่ไม่เท่ากับว่าเป็นจริงได้ในทุกประเทศ
๓. เป็นจริงได้ในบางประเทศ ไม่เท่ากับว่า ไม่มีวันเกิดขึ้นในความเป็นจริง

เงิ่อนไขมากมายของวาโรล มองอีกมุม คือการตีกรอบข้อโต้แย้ง ถกเถียง ในปัจจัยที่แปรเปลี่ยนได้ ในที่นี่คือ คน - มนุษย์ขี้เหม็นนี่แหละ

เพราะมนุษย์ขี้เหม็น นี่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ามนุษย์ขี้เหม็นนี้มันพัฒนาวิธีคิดให้พ้นแค่ประโยชน์ของตัวเอง ยอมเสียบ้าง สละบ้าง
เมื่อคนอื่นได้บ้าง แล้วมันทำให้สังคมส่วนรวมก้าวไปข้างหน้าได้
สุดท้ายมนุษย์ขี้เหม็นก็จะได้ด้วย

ที่สุดแล้ว แนวคิดของวาโรลจะมีวันเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เกิดขึ้นที่ไหน และคนที่นั่น - ทั้งประชาชนและทหาร จะพร้อมก้าวออกมาจากกรอบเดิมๆ ทึ่อยู่กันมาและไม่มีอะไรดีขึ้นหรือยัง
หรือยังยินดีที่จะอยู่ไปอย่างเดิม โดยขี้เกียจขยับ และรับได้กับสิ่งที่เป็นอยู่
หรือแค่ ไม่เห็นว่าต้องเปลี่ยนอะไรก็แถกเหงือกกันไปได้

ความคิดเห็นที่ 31 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๖-

ถ้าคุณแม่หมีเป็นทหาร จะยกตำแหน่งเจ้ากรมพลาธิการ อำนวยการด้านส่งกำลังให้เลย และขอลงคะแนนเลือกข้าวหมก กับซุปหางวัวด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 30 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 02/03/2016 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๒๓-

ผู้อำนวยการใหญ่ท่านเลิกพายเรือ เลิกเต้น มีแรงมาวางทุ่นระเบิดไว้แล้ว พร้อมสั่งข้าวหมก ซุปหางวัวอีกแน่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


ไฟลัดวงจรในหัวแระ
หวัดงอมแงม

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ป.ล. (๓) เราอ่านและเขียนความเห็นผิดวิธีรึเปล่าวะ หนอน
อ่านไปนิดก็รีบมีความเห็น ไม่รออ่านให้จบ จับใจความสรุปก่อนแล้วค่อยมีความเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ในข้อ 2. นั้น คำว่า political plurality ของวาโรลนั้นหมายถึงอะไร
หมายถึงความหลากหลายของพรรคการเมืองพร้อมทั้งนโยบายบริหารประเทศ
ในแง่นี้ เวลาพรรคการเมืองต่าง ๆ ของไทยหาเสียงในฤดูกาลเลือกตั้งทั่วไป
สิ่งที่พรรคการเมืองต่าง ๆ โฆษณาว่าจะทำอะไรมั่ง ไม่น่าจะเป็นความหลากหลายของแนวคิด
แต่เป็นแค่รายละเอียดที่จะปฏิบัติจัดทำ (execution) ภายใต้แนวคิดที่เหมือน ๆ กันไปหมด
เหมือนกันคือ "ภายใต้ระบอบที่ก็รู้ ๆ ว่าเลี่ยงไม่พ้นที่จะมีพรรคใหญ่เป็นเผด็จการรัฐสภา"
รายละเอียดการจะปฏิบัติจัดทำที่มาโฆษณาหาเสียงนั้น ก็เหมือนแค่ประกวดเครื่องแต่งกาย แฟชั่น

ความหลากหลายทางการเมืองที่วาโรลหมายถึงน่าจะหมายถึงความหลากหลายของ "ความคิดใหญ่"
หรือแนวคิดหลักที่มีแล้วในโลกนี้ นั่นคือระบอบการเมือง ได้แก่
เสรีประชาธิปไตย อนุรักษ์นิยม สังคมนิยม ค็อมมิวนิสม์

ในไทย เมื่อการเลือกตั้งปี ๒๕๑๘ เรายอมให้มีแค่พรรคสังคมนิยม พรรคแนวร่วมสังคมนิยมแห่งประเทศไทย
พรรคพลังใหม่(แนวนโยบายเจือสังคมนิยม)
(และพรรคกิจสังคมของ มรว.คึกฤทธิ์ ที่ท่านบอกว่าเป็นสังคมนิยมอ่อน ๆ
พรรคท่านเป็นพรรคแรกที่ใช้นโยบายประชานิยมละมั้ง คือนโยบายเงินผัน)
ส่วนพรรคคอมมิวนิสม์แห่งประเทศไทยยังคงการสู้รบนอกระบบแบบป่าล้อมเมืองอยู่ในเวลานั้น
และมีนักศึกษา ปัญญาชน นักวิชาการ ที่ไปเข้าร่วมการต่อสู้นั้นอยู่

วกกลับมาพูดถึงความหลากหลายของแนวคิดการบริหารประเทศชนิดที่เป็น "ระบอบ" (ถ้าวาโรลหมายถึงอย่างนี้)
ตอนนี้เราจะมีอย่างนั้นได้จะได๋ มีเสียที่ไหน
อย่างที่บอก - มีแต่แนวคิดเผด็จการรัฐสภา แม้เป็นรัฐบาลผสมก็เอา
ส่วนระบอบทักษิณที่มี นปช.หรือเสื้อแดงเป็นฐานเสียงนั้นทำให้ดูเหมือนจะเอาระบอบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสม์
แต่ก็คลุมเครือมาก ๆ .. มีใครตอบได้ว่าคืออะไร บางทีเหมือนจะเป็นขี้ข้าใต้ตีนอเมริกาด้วยซ้ำ
.

ป.ล. อูย ล็อกอินหลุด ดีนะที่กดเซ้ฟข้อมูลไว้ก่อน
ป.ล. (๒) แม่หมี ข้าวหมกไก่ ซุปหางวัว น่าสนนะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เข้ามาอ่านว่าไปถึงไหนกันแล้ว อ่านคห.25 ของลุงหนอน
ได้คำศัพท์เพิ่มอีก แน่ะมีหัวเราะอคี่ อคี อีกด้วย
ลุงผู้อำนวยการค่อยๆอ่านก็ได้ค่ะ. ช้าก็ไม่ว่ากัน. เดี๋ยวอาการตัวบวมจะมาอีก. ส่วนข้าวผัดหรือข้าวกะเพราน่ะถ้าคนน้อยก็เมนูนี้. ถ้ามากคนก็อาจเปลี่ยนเป็นข้าวไข่เจียว หรืออาจสั่งข้าวหมกเลยจะดีมั๊ย
น่าสนใจว่าแนวคิดของวาโรลจะเป็นจริงมั๊ย. รอดูต่อไป

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ที่เขียนคห.๑๒ ไปนั้น เขียนเมื่ออ่านช่วงต้น ๆ เจอคำว่า interdependent อยู่หลายหน
ทีแรกสับเพร่า ทึกทักเป็น independent ไม่มี -ter- ก็คิดถึงความเป็นเอกเทศ ไม่ขึ้นกับใครหรืออะไร
แต่พอเห็นชัดว่าเป็น interdependent ก็คิดในใจว่าขึ้นต่อกันและกัน
แต่ยังไม่แน่ใจ เลยไปพึ่งอากู๋
แต่ถึงอากู๋จะบอกว่า พึ่งพาซึ่งกันและกัน ผมก็ยังติดอยู่ ว่านัยยะคือ สองฝ่าย หรือมากกว่าสอง
เทียบกับคำ interchange เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่าย (เช่นการแลกลิ้นกัน อคึ่ อคึ่)
..................

ตกลงว่าผมเพิ่งอ่านไปได้สองสามย่อหน้าเองแหละ
เกิดเป็นหนอนนี่นะ อ่านก็ช้า แกะทีละคำ ทีละประโยค ทีละบรรทัด
พอเจอคำขยายซ้อนสองสามชั้น (ตามประสาเนื้อหาวิชาการ) ก็มานั่งแกะลำดับคำขยาย จับความอีก
เอาละ เดี๋ยวจะขึ้นไปอ่านอีก


เอ๊ะ หรือจะแอบวางทุ่นรเบิดไว้ก่อนสักลูก ท่าจะดี ...

ทฤษฎีที่วาโรลนำเสนอนี้ แนวทางที่ชี้ไว้มาพร้อมเงื่อนไขมากมาย
เหมือนสูตรเคมีของสารผสมที่ต้องใช้น้ำบริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งในห้องทดลองมันสามารถเตรียมขึ้นได้
แต่กับมนุษย์ขี้เหม็น คนตาดำ ๆ เนี่ย ปุถุชนย่อมเจือปนกิเลสและตัณหา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เมื่อเราไม่สามารถมีทหารที่อยู่ในเงื่อนไขที่เกลี้ยงเกลาได้ในชีวิตจริง
ทฤษฎีนั้นก็เรียกว่า เป็นจริงได้แค่ในจินตภาพ
เหมือนค่า 0 สัมบูรณ์

แปลว่าแนวความคิดของวาโรลจะไม่มีวันเกิดขึ้นในความเป็นจริง...
... หรือไม่ ?

ความคิดเห็นที่ 24 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอขอบคุณคุณสิงนอกระบบค่ะ คห.17 ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
เข้าไปอ่านเเล้วค่ะ(ภาษาเป็นทางการมาก)
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
rattiya วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ฝากบล็อกใว้กับผู้อำนวยการใหญ่ดีกว่าค่ะ.....
สงสัยยังพายเรือวนอยู่ในอ่างอยู่.หรือหนีไปเต้นแท็งโก้หรือเปล่าก็ไม่รู้
.เห็นคุณเเม่หมีเตรียมจะสั่งข้าวผัดให้เเล้ว..จะสั่งกี่ห่อก็ไม่บอกเนอะคุณเเม่หมี

ความคิดเห็นที่ 22 แม่หมี , driftworm และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม

ปลดหมวกออก เราทุกคนก็คือประชาชน เมื่อเวลาที่พูดว่าชาติเป็นของเราทุกคน ประชาชนทุกคนก็ต้องทำ จะรอให้ใครทำให้ไม่ได้


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์

ขอบคุณมาก ฝากบล็อกด้วยเลย (หาเรื่องกวนให้ทำเลย )

ความคิดเห็นที่ 20 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ -๑๗-

ขอบคุณมากๆ สำหรับคำเต็ม คมช.
เพิ่งพบว่าตัวเองเขียนผิด ควรจะเป็นว่า ประชาชนจึงต้องรับผิดชอบเรียนรู้ไม่น้อยไปกว่าทหาร

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ชอบคำตอบใน คห. ที่ 8 มากที่สุดคะ จะยังไงทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างประชาธิปไตยเต็มใบที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศนะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
rattiya วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เข้ามาอ่านตั้งเเตเมื่อคืนเเต่มากดlike เช้านี้ เผื่อตื่นมาเเต่เช้าจะได้มีอะไรทำ
ปล.ไม่ต้องห่วงเรื่อง Jet lag รัตน์สบายดี

ความคิดเห็นที่ 17 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

คมช. : คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ครับ https://goo.gl/4bAXPe

"ประชาชนจึงต้องรับผิดชอบเรียนรู้ไม่น้อยไม่กว่าทหาร" น่าคิดมากเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๒-
(อ้าว แล้วนักการเมืองไปอยู่ตรงไหน งอนแล้วนะ ขอบอก )
นักการเมือง ที่จริงก็ประชาชน นั่นเอง
ถ้านักการเมืองก็เป็นประชาชน ทหารก็เป็นประชาชน
ก็ไม่ควรมีปัญหา
เอ หรือจะรำวง

ความคิดเห็นที่ 15 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


คุณหนอน
เอาอันนี้มาฝากก่อน อย่าเพิ่งงอนเล้ย
เขาก็แปลแยกคำกันไงล่ะ ง่ายดี

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 01.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๖-

เรื่องตุรกีที่เป็นข่าวทางนี้ ช่วงนี้ มีหลายประเด็นมาก ขอให้เป็นหัวข้อข่าว เล่าแบบย่อก่อนแล้วกัน คือ

1. มีเรื่องสืบเนื่องจากปลายปี เรื่องข้อขัดแย้งกันอยู่ระหว่างพวก Turkish และ Kurdish ซึ่ง Kurdish มีหลายกลุ่ม หลักๆ ก็สาม คือพวก Kurds ที่เป็น Turkish หรือ Syrian หรือ Iraqi

สองในสามเข้าข้างกัน และเป็นปฏิปักษ์ต่อตุรกี ขณะที่อีกหนึ่ง เป็นพวกตุรกี

แต่ทั้งหมด รวมทั้งตุรกี มีศัตรูเดียวกัน คือ Daesh อ่านว่า ดาเอช เป็นชื่อที่เรียกแทนคำว่า IS ใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

2. เรื่อง journalists ถูกปล่อยตัวจากคุก ข่าวสองวันนี้เอง เรื่องนี้ Press เล่นข่าวกันมาก เพราะสื่อมวลชนถูกจับ ตอนนี้เพิ่งได้รับการปล่อยตัว โดยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินว่า freedom of expression และ freedom of press เป็นสิ่งสำคัญ ห้ามก่อกวน

ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลจับนั้นก็รุนแรงขนาดใช้คำว่าเป็นพวกทรยศ espionage เนื่องจากสื่อ เอาเอกสารประเภทล้มรัฐบาลได้มาเปิดโปง

ขออนุญาตไม่วิจารณ์ เพราะแค่เห็นข่าวผ่านตา ไม่ได้ติดตามว่ารายละเอียดที่แต่ละฝ่ายขว้างใส่กัน ของใครน่าเชื่อมากกว่ากัน

3. EU สั่งให้ Turkey เปิดพรมแดนรับผู้อพยพ แต่ตุรกีไม่ยอมเปิด เพราะไม่ไหวแล้ว

4. Turkey สงสัยจะสอบตก ไม่ได้เข้าเป็นสมาชิก EU
น่าจะมีการดึงเอากรณีผู้อพยพมาเป็นตัวตัดสิน ที่วิจารณ์กันคือ EU มองว่าให้เข้าก็อันตราย กลายเป็นเขตแดน EU จ่อติดซีเรียเลย
เห็นพูดกันอย่างนั้น อันนี้ตามไม่ติดอีกเช่นกัน


จากเรื่องตุรกีที่คุณรัตน์ถามมา เราสนใจเรื่อง journalists ในแง่มุม ที่เข้ากับบทความและรู้สึกดีตรงที่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ และมีบทบาทในการเข้ามากำกับดูแล เมื่อรัฐบาล(เท่าที่ดูจากข่าว) ทำท่าขัดขวางการทำงานของสื่อที่เปิดโปงการทำงานของรัฐบาล เพราะนี่คือตัวอย่างของสื่อที่ต้องทำ เพื่อให้ผู้บริหารประเทศไม่สามารถรวบรัดทำอะไรลับหลังประชาชนได้

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 01/03/2016 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณพรายพิลาศ

ไม่รู้ว่าเรื่องเข้มข้นขึ้นนี่แปลว่าใกล้ได้กินของเยี่ยมจากคุณแม่หมีหรือยัง

ถ้าจะเปรียบกลับมาที่ประเทศไทย ถึงแม้เรื่องไทยจะพูดกันในคราวหน้า แต่มองคร่าวๆ มันมีเรื่องให้เห็น จากมุมมองของเรา ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ คือ

๑) ที่หยอดเอาไว้ว่าวาโรลไม่ได้พูดเรื่องคน หรือมุมมองเชิงสังคม socio aspects ในตอนที่แล้ว นี่คือที่สังเกตจากข้อเขียนของวาโรล เราไม่คิดว่าวาโรลลืม แต่อ่านออกมาว่า 'คน' เป็นตัวแปรที่ซับซ้อนมาก หากเอามาปนในเนื้อหาที่ (โคตร) ซับซ้อนอยู่แล้ว ประเด็นมันจะแตกย่อยได้อีกมาก

สอง วาโรลชำนาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญของ มีปูมหลังมาจากตุรกีประเทศเล็กภายใต้อำนาจเผด็จการ มาโตอยู่ในประเทศใหญ่แบบสหรัฐอเมริกาที่มีบรรยากาศของประชาธิปไตยชัด สองชาตินี้ต่างกัน แต่ทหารทำตัวเหมือนกัน ดังนั้น เดาเอาว่า ทหารเองก็เป็นหนึ่งตัวแปร และเป็นตัวที่วาโรลเลือกให้เป็นตัว fix คงที่ก่อน (เพราะมีความเหมือนที่กำหนดให้คงที่ได้) ว่าถ้าทหารเป็นแบบนี้ แปลว่า มีทางสร้างบรรยากาศให้ประชาธิปไตยเกิด ในขณะที่คนกำหนดไม่ได้ ถึงได้ละไว้ก่อน มันจะ complex เกินการเขียนออกมาเป็น theory ตามลักษณะที่วาโรลทำอยู่

๒) ในสองกรณีตัวอย่าง คือ ตุรกีและโปรตุเกส มีความเหมือนกันอีกตรงที่ คนนับทหารเป็นพวกเดียวกัน เพราะเหมือนกัน (วันหนึ่งทหารจะกลับมาเป็นประชาชน) – แต่ประชาชนไม่ได้นับทหารเป็นพวกเพราะหวังพึ่งทหารมาจัดการอะไรให้ (แล้วตัวเองนอนรอ เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยปลุกนะ)
พูดแบบเปรี้ยงๆ คือ คน นี่เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก หากเอามาพิจารณาร่วมจะเกิดความน่าจะเป็น ได้อีกหลายทาง (ยิ่งจะสับสน)

๓) ทหารไทย มีพื้นเพต่างจาก interdependent military และยึดติดอยู่กับ ‘สถาบันเดียวกัน’ มาก มี ‘รุ่น’ มีพี่มีน้อง มีตัวตนกันเอง และมีที่นับเป็นพวก ไม่ใช่พวก - - อันนี้ยังไม่ได้บอกว่า ถูก หรือ ผิด ยังไม่ได้บังอาจไปว่าใคร แต่พูดตามที่เห็น - - มันถึงมีกลุ่ม และก็ –
ถ้ามาจากคนละสถาบัน ทำตัวไม่เหมือนกัน ก็ไม่เอาเข้าพวก อันนี้ดูจากระดับนายพลไทยก็มีให้เห็น มาจาก West Point หรือ Sandhurst ที่เป็นอันดับหนึ่งของโลกอยู่เป็นระยะ ก็ยังไม่สามารถก้าวหน้า เพราะไม่มีรุ่น - - ไหมล่ะ

๔) วรรคท้ายที่คุณพรายพิลาศพูดถึง national unity เป็นพวกเขา-พวกเรานั้น เราตีความพวกเขาพวกเราว่าเป็น ประโยชน์ของเขาของเรา นั่นคือปัญหา เพราะเราเอาประโยชน์เขาประโยชน์เราเป็นที่ตั้ง-ที่แย้ง-ที่แย่งกัน แต่ไม่ได้เอาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง
เรามองอย่างที่ใส่ไว้ในเนื้อความว่า คนต้องรักชาติมากกว่ารักตัว ประชาธิปไตยถึงจะอยู่ได้

๕) อันนี้ขอเอาเรื่องที่คุยกับคุณหนอนมาซ้ำ
เราพูดกันว่า คนส่วนมากยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเรื่องประชาธิปไตย ว่าคืออะไร เพราะประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า มีแล้ว จะมีสิทธิ์ มีความเท่าเทียม มีตวักตะบวยอะไร (ตอบยืดเยื้อคุยกันไว้กับคุณหนอนที่เรื่องก่อนหน้า ในความเห็นที่ ๕๑ และ ๕๔)
ประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือ ที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเป็นสุข ด้วยความยุติธรรม
ที่เมืองไทย ยังมีคนเข้าใจว่า ถ้าตัวเองมีเสียงข้างมากแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง เช่น การแก้กฎหมายเพื่อสร้าง parliamentary dictatorship ขึ้นมา ซึ่งความเป็นจริงการมีเสียงข้างมาก ทำให้มีสิทธิ์ทำได้ แต่ไม่ได้แปลว่ามีความชอบธรรมที่จะทำ เพราะนั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีศาลรัฐธรรมนูญที่แข็งแกร่ง หนักแน่น

ถ้าคนยังหวัง (แบบให้ผลมันเกิดเอง) ว่ามีประชาธิปไตยแล้วชีวิตจะดี ก็แปลว่าคนยังไม่พร้อมจะมี แล้วก็คงต้องให้เขาจูงต่อไป

ขอโทษคุณพรายที่ตอบยืดยาว – อยากมาให้เราอ่านของยาก เลยต้องเอาให้คุ้ม

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คำว่า interdependent กูเกิ้ลมันแปลว่า พึ่งพากัน
จะเป็นทำนอง "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อัชฌาศัย" รึเปล่า
คือข้อหนึ่งก็แบบที่คุณพรายว่าใน คห.๔ ว่ามีการรอมชอมกับทหารฝ่ายอำนาจเก่า
อีกข้อหนึ่ง มีคนเขียนตลกเสียดสีทำนองว่า คสช.เหมือนจะเอาอกเอาใจ "เจ้าสัวครัวอาหารโลก"
เอื้อเฟื้อไปถึงธุรกิจสื่อสารเครือของเจ้าสัวที่เอาเปรียบลูกค้าผู้บริโภค ทางการก็ไม่เห็นจัดการ
... นั่นคือความหมายทางลบของสำนวนว่า "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า อัชฌาศัย" ก็ เกี้ยเซี้ยนั่นแหละ

แต่มีอีกสำนวนหนึ่งสำหรับความหมายว่าพึ่งพากันคือสำนวนว่า
"ดินดีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง
ดินดีเพราะหญ้าบัง หญ้ายังเพราะดินดี"
นี่ดูจะตรงกับที่ SW19 พูดุถึง ทหารกับประชาชนในยามนี้ต้องเต้นแท็งโก้ร่วมกัน
(อ้าว แล้วนักการเมืองไปอยู่ตรงไหน งอนแล้วนะ ขอบอก )

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๙-
เราก็ไม่ทราบคำเต็มที่ถูกต้องทั้งคู่
แต่เข้าใจได้ว่าเป็นชุดของทหารที่ทำรัฐประหารครั้งก่อน ส่วน คสช คือ ชุดล่าสุด

-๕- มาลัดคิวตอบกลับที่คุณรัตน์ส่งยิ้มมาก่อน เดี๋ยวกลับมาตอบ เรื่องตุรกีอีกที หลังจากตอบคุณพรายพิลาศนะคุณรัตน์

ความคิดเห็นที่ 10 rattiya , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี
SW19 ก็อยากให้คนอ่าน/ศึกษาเรื่องนี้ ต้องยกประโยชน์ให้พ่อพราย ที่เอาการบ้านนี้มาให้
แต่ยอมรับว่ามันอ่านยาก วิจารณ์ยาก คนเล่าก็มึน คนอ่านคงยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ อันนี้ให้โทษพ่อพรายอีก

ตอนหน้าประเทศไทย เราว่าจะเลือก ข้าวกะเพราไข่ดาว แต่ไม่รู้ลุงผู้อำนวยการจะกินอะไร

เวลาเหลือเฟือที่บอกในความเห็นที่ ๕๗ คือเห็นคุณหนอนบอกอ่านช้า คิดช้า เลยคิดว่ากว่าจะได้ยกเรือออกจากอ่าง ยังมีเวลาให้ผู้อาวุโสใช้เวลาคิด

SW19 จะกลับไปคุยต่อเรื่องเจ้าชายอาหรับ แต่พอดีติดพันกับบทความนี้ เลยจัดการเสียให้จบก่อน เดี๋ยวกลับไปคุย ไม่ลืมแน่

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
rattiya วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คห.2 คมช. ย่อมาจากอะไร ขอโทษนะไม่ได้อ่านข่าวการเมืองไทยบ่อย...ตกข่าว

ความคิดเห็นที่ 8 rattiya , สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ
เรากังวลอยู่ว่า it takes two to tango คือ เต้นรำมันต้องมีสองคนฉันใด
ทหารก็ทำงานคนเดียวไม่ได้ฉันนั้น

ทหารเป็นเพียงวงบรรเลงเพลงให้คนเต้น ถ้าคนไม่เต้นเวทีก็ว่างเปล่าอยู่ดี
ทหารสร้างสถานการณ์ให้ประชาธิปไตยเกิดได้ แต่ต้องเป็นประชาชน ที่จะทำให้ประชาธิปไตยนั้นเกิด และ ‘อยู่ต่อไปได้’
บทเรียนนี้ ประชาชนจึงต้องรับผิดชอบเรียนรู้ไม่น้อยไม่กว่าทหาร

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสายรุ้งสีน้ำ
ข้อ ๔ เป็นเรื่องระทึกจริง
แต่ไม่รู้ว่าระทึกกับทหารไม่ไป หรือ คนไม่ก้าวออกมา อันไหนจะน่าลุ้นมากกว่ากัน
ขอบคุณที่คุณสายรุ้งสีน้ำแวะ ไมได้พบกันทางบล็อกเสียนาน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
rattiya วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอถามออกนอกเรื่องเกี่ยวกับตรุกีหน่อยค่ะ
ดูข่าวที่เยอรมนีเเบบไม่ต่อเนื่องกัน ขณะนี้มีข่าวทางด้านลบเกี่ยวกับผู้นำรัฐบาลตุรกี ที่ดูจะใช้อำนาจเกินขอบเขต เช่นเรื่อง เสรีภาพทางด้านสื่อสาร (พรรคฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ออกมาพูดบ่อยมาก) ไม่ทราบว่าข่าวทาง UK เป็นอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rattiya วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ส่งยิ้มมาก่อนค่ะ เพิ่งจะลงเวรเช้ามา( เสาร์-อาทิตย์ ก็ทำงาน) ถ้าอ่านเรื่องของคุณSW19 ต้องมีสมาธิในการอ่าน

ความคิดเห็นที่ 4 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พรายพิลาศ วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19

เริ่มเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับแล้ว กับบทความไตรภาค “ทหาร-ประชาธิไตย”

ความเห็นในบทความนี้ ผมอ่านเนื้อหาเงื่อนไขในแต่ละข้อที่พี่เรียบเรียงถ่ายทอดออกมาแล้วคิดภาพตามไป ประเทศไทยก็ใช่จะมืดมิดจนไม่เห็นทางออกเสียทีเดียวเหมือนกันนะครับ เพียงแต่แสงสว่างปลายอุโมงค์อาจไม่ได้อยู่ใกล้ๆ อย่างทีคาดหวังกันเอาไว้ตั้งแต่แรกเท่านั้นเองครับ เพราะแค่คุณสมบัติข้อแรก ที่พูดถึง 2 ปัจจัยที่การรัฐประหารสามารถสร้างประชาธิปไตยได้ ก็ดูเหมือนจะมีประเด็นปัญหาจะมากมายจนปวดหัวตุ๊บๆ ซะแล้ว

อย่างแรก คณะทหารที่ทำการรัฐประหาร และคณะรัฐบาลทหารปัจจุบัน ดูเผินๆ เหมือนกลมเกลียวเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแรง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าการรวมตัวกันยังมีเงื่อนไขเรื่องผลประโยชน์ยึดโยงเอาไว้อยู่ โดยเฉพาะกับกลุ่มนายทหารที่สนิมสนมกับกลุ่มอำนาจเก่า อันนี้ค่อนข้างชัดเจนเหมือนกันว่า เป้าหมายไม่ใช่การนำประชาธิปไตยมาให้ หรือต้องการสร้างความสงบในประเทศอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดก็แค่เพื่อผลประโยชน์ที่ตัวเองสามารถใช้อำนาจตักตวงได้เท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ยังโชคดีอยู่หน่อยตรงที่ หัวหน้าคณะรัฐประหาร ซึ่งก้าวมาเป็นผู้นำรัฐบาลทหารปัจจุบัน แสดงตัว แสดงแนวคิด รวมถึงแสดงให้เห็น ว่าต้องการนำประชาธิปไตย นำสิ่งดีๆ มาให้จริงๆ และตัวท่านเองดูแล้วก็มีบารมี มีความเด็ดขาดมากพอที่จะควบคุมกลุ่มผลประโยชน์ไม่ให้ทำอะไรที่เกินเลยไปมากนักได้ และสามารถขับเคลื่อนเงื่อนไขในข้อ 2 / 3 / 4 ให้ดำเนินต่อไปได้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้วัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุเนิ่นช้าออกไปอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน

อย่างที่สอง ผมมองว่า National Unity ซึ่งเป็นพื้นฐานของการผลักดันประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น ตอนนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำถึงต่ำมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ฐานะ หรือความตื่นตัวทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจในหน้าที่ของประชาชน รวมถึงหน้าที่ของผู้บริหารประเทศ อย่างเช่นที่ผมเขียนความเห็นไว้ในบทความก่อน คำว่า “พวกเขา-พวกเรา” ยังมีอิทธิพลต่อความคิดมากเหลือเกิน และถ้ายังก้าวข้ามความคิดเช่นนี้ ไปสู่ความคิดที่ว่า ไม่ว่าจะพวกไหนหากทำดีต้องสนับสนุน ทำไม่ดีต้องค้านต้องแย้ง ต่อให้ทหารเป็นกองทัพเทวดา ก็ไม่สามารถเสกประชาธิปไตยให้ได้อยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องใช้เวลาสร้างขึ้นมาอีกไม่น้อยเช่นกัน

ขอบคุณพี่ที่เจียดเวลาชมรักบี้ นำเรื่องราวยากๆ มาเรียบเรียงถ่ายทอดมุมองให้ได้อ่านทำความเข้าใจครับ

รออ่านบทความตอนต่อไปของพี่ด้วยใจระทึกครับ อิอิอิ


ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

วาโรลบอกมาสี่ข้อ หวังว่าเรื่องนี้คงจะได้อ่านทั่วๆกัน

แถมท้ายด้วยการเรียนรู้จากชาติอื่น มีประโยชน์มากๆค่ะ

สำหรับตอนหน้า ประเทศไทย

แม่หมีจะเตรียมสั่งข้าวผัด หรือว่ายั้งไว้ก่อน

ผู้อำนวยการหายตัวบวมหรือยังคะ

กังวลเรื่องพายเรือในอ่าง เห็นความคิดเห็นที่ 57 แล้ว

เรายังมีเวลาเหลือเฟืออยู่เหรอคะ

ความคิดเห็นที่ 2 ลำชานบ้านบู , driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หวังว่าบทเรียนของ คมช. จะทำให้ คสช. สามารถจบปัญหาของบ้านเมืองได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สายรุ้งสีน้ำ วันที่ : 29/02/2016 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainbow13

ตามมาอ่านค่ะ

ข้อ 4 เป็นเรื่องน่าระทึกค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน