• Mothemon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 176286
  • ส่ง msg :
  • โหวต 169 คน
mothemon :: มอท-เต-ม่อน
การพบกัน...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon
วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2551
Posted by Mothemon , ผู้อ่าน : 3464 , 00:05:07 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สืบเนื่องมาจากการชงของคุณ madman (ขออ้างอิงหน่อยนะ) ให้เล่าเรื่องที่ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตอนแรกกะว่าจะไม่เขียน..ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...ก็เลยมานั่งเขียนภาค 2 ต่อ แต่ไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ทำอะไรดีดีได้รึเปล่านะคะ 555
…
อย่างที่บอกไปแล้วในภาคแรกค่ะ ว่าเรื่องวิปัสสนา หรือ ธรรมะนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติคงจะต้องลองสัมผัสและเข้าใจด้วยตนเอง  เพราะจริงๆแล้ว เวลาเราฟังจากคนอื่น หรือ อ่านหนังสือ แล้วนั่งเทียนนึกเดาเอาเอง คงไม่เข้าใจลึกซึ้งแจ่มแจ้งเท่าเราสัมผัส ตระหนัก และสำเหนียกด้วยตนเอง ดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในกาลามสูตร 10 ประการคือ
1. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
2. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
3. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
10.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก็เลยเป็นจุดเริ่มความสนใจในการศึกษาค่ะ คงต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นผู้รู้ลึกซึ้งแต่อย่างใด ก็ยังคงเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆที่นั่งบ่นทุกครั้งเวลารถติด เพียงแต่ต้องการแบ่งประสบการณ์ที่มี (เท่าหางอึ่งน้อย) ให้เพื่อนๆฟัง  หากมีข้อผิดพลาดในจุดไหน ประการใด หรือมีส่วนไหนที่ไม่เหมาะสม ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ส่วนตัวแล้วเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น โดยทันตแพทย์สม สุจีรา ซึ่งอย่างที่เคยบอกไปแล้วค่ะว่าหนังสือเล่มนี้ตอบคำถามในใจได้เกือบทุกเรื่อง เป็นการนำศาสนาและวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกันอย่างลงตัว เนื่องจากคนรุ่นใหม่อย่างเรา เอะอะก็อิงวิทยาศาสตร์ไว้ก่อน อะไรที่พิสูจน์ได้ถึงจะเชื่อ หนังสือเล่มนี้ได้กระตุ้นต่อมความคิดบางอย่างให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ว่า “อะไรที่เราไม่เห็น ใช่ว่ามันจะไม่มี” เหมือนกับมดที่เดินในสองมิติ ย่อมไม่รู้จักมิติที่สามว่าเป็นอย่างไร...แล้วเราซึ่งเป็นมนุษย์จะรู้ได้ยังไงว่าไม่มีมิติอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงเรื่องราวต่างๆอีกมากมายที่เรายังไม่รู้

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจึงเป็นจุดเริ่มให้อ่านหนังสืออีกหลายๆเล่มตามมา และเริ่มสนใจที่จะเดินจงกรมและนั่งสมาธิด้วยตัวเอง  (เหมือนๆจะฟิต แต่ก็นั่งได้ไม่กี่วันหรอกค่ะ 555) ด้วยความที่ไม่มีใครสอน ก็เดาเอางูๆปลาๆ ไปตามเรื่อง ซึ่งตรงนี้ไม่แนะนำนะคะ อย่างน้อยถ้าจะเริ่ม ก็ควรหาอาจารย์ที่แนะนำสั่งสอนได้อย่างถูกวิธี...เหตุผลจะบอกตามมาค่ะ
...

หลังจากคิดได้ว่าควรจะหาคนสอนวิปัสสนาอย่างจริงจัง ก็ได้มีโอกาสไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับมูลนิธิศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่ (http://www.vipassanacm.com) ...ต้องขอขอบคุณคุณแม่ที่แนะนำค่ะ...เล่าถึงบรรยากาศซักเล็กน้อย ที่นี่จัดเป็นคอร์ส 7 คืน 8 วัน เป็นหลักสูตรของคุณแม่สิริ กรินชัย โดยการสอนของ อ.ศิริพร กรรณกุลสุนทร ผู้ที่มาปฏิบัติที่นี่จะถูกเรียกว่า “โยคี” .... ที่นี่มีกฎค่ะ...

..มือถือจะถูกเก็บทันทีที่มาถึง
..งดการพูดระหว่างโยคีโดยเด็ดขาด
..ห้ามเยี่ยมและห้ามโยคีออกนอกสถานที่ รวมถึง โยคีต้องอยู่ให้ครบ 7 คืน 8 วัน
..ห้ามเขียนและอ่านหนังสือ รวมทั้งห้ามฟังเพลง ดูทีวี
..ฯลฯ..
รวมทั้งช่วงเวลาพัก โยคีควรสำรวมและกำหนดอิริยาบถย่อยตลอดเวลา เช่นเวลาเดินก็ ขวา..ย่าง..หนอ ซ้าย..ย่าง..หนอ หรือ เวลากินก็ ตักหนอ..อมหนอ..รสหนอ..เคี้ยวหนอ..กลืนหนอ  เป็นการฝึกสติไปในตัว

กฎทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ก็เพื่อให้ผู้เข้าปฏิบัติได้ตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่ และเอื้อให้เกิดความสงบทางจิตใจ

เพียงแค่นี้ก็เกิดปัญหาแล้วค่ะ ^^”  มีเพื่อนโยคีของเราคนนึงถึงกับแจ้งตำรวจมาจับอาจารย์...ประมาณว่าจำกัดสิทธิ เคยไปที่อื่นไม่เห็นมีอย่างงี้เลย ..อะไรประมาณเนี้ยค่ะ... อาจารย์ก็ถึงกับอึ้ง...สอนมา 20 กว่าปีไม่เคยเจอ..สุดท้ายคนนั้นก็กลับบ้านไป...ตำรวจ(ที่มาด้วยความจำใจ)ก็กลับไปเช่นกัน...โยคีที่เหลือก็ปฏิบัติกันต่อไป เหตุการณ์นี้คงจะสะท้อนอะไรหลายๆอย่าง..ไม่ขอพูดถึงละกันค่ะ แต่รับประกันว่าเป็นรุ่นที่อาจารย์คงจดจำไปอีกนาน 555

เคยได้ยินคนเล่ามาว่าปกติ 3 วันแรกของการปฏิบัติจะลำบากลำบนที่สุด เรียกว่าเป็นช่วงปรับตัวก็คงได้ ทั้งปวดเมื่อย ทั้งฟุ้งซ่าน ด้วยความที่เดินจงกรมและนั่งสมาธิตลอดวัน ที่โหดกว่านั้นคือช่วง 3 วันแรกอากาศที่เชียงใหม่ดันหนาวขึ้นมาผิดปกติ โอ้โห ช่างเป็นบทพิสูจน์แท้ๆ ยิ่งตื่นตอนตี 4 โยคีทั้งหลายถึงกับขนผ้าห่มเข้าไปนั่งสมาธิกันทีเดียว...ก็มันหนาวหนอๆ  ส่วนตัวแล้วสิ่งที่เป็นกำลังใจได้อย่างดีใน 3 วันแรกก็คือคุณลุงแก่ๆคนนึงค่ะ อายุแกก็คง 70 กว่าแล้ว เวลาเดินจงกรมแกต้องใช้ไม้เท้าเดินด๊อกแด๊กๆ เห็นแล้วมีกำลังใจอย่างแรง เพราะเราแข็งแรงกว่าแกตั้งมากมาย จะยอมแพ้ลุงได้ไงเนี่ย...

สุดท้ายทุกคนก็สามารถผ่าน 3 วันอันตรายมาได้ค่ะ เข้าวันที่ 4 จิตก็จะเริ่มสงบขึ้น กำหนดได้ดีขึ้น ที่นี่ใช้การกำหนดแบบ ยุบ-พอง สำหรับการทำวิปัสสนาค่ะ โดยปกติแล้วแต่ละสำนักอาจจะมีการบริกรรมต่างกันไป อันนี้แล้วแต่สะดวกค่ะ สุดท้ายเชื่อว่าจุดมุ่งหมายก็คือที่เดียวกัน เหมือนเราจะไปที่ไหนซักที่ คนนึงอาจจะสะดวกไปทางรถ อีกคนอาจจะไปทางเรือ หรือ เครื่องบิน แต่ในที่สุดเราก็จะถึงที่หมายที่เดียวกัน

ช่วงที่ไป..โชคดีจริงๆ... เป็นช่วงของวันมาฆบูชาพอดี ได้ฝึกสมาธิกันเต็มที่ เพราะวัดที่อยู่ใกล้ๆมีเทศน์มหาชาติตลอดทั้งวันทั้งคืน ^^”  เทศน์เฉยๆคงไม่เป็นไร  มีช่วงเบรคที่เค้าจะเล่าเรื่องชูชกแบบตลกๆ เป็นภาษาเหนือให้ชาวบ้านฟัง เพื่อนโยคีเราบางคนนั่งสมาธิอยู่ถึงกับยิ้มอย่างเปิดเผย..หัวเราะได้คงหัวเราะไปแล้ว (อันนี้ขอยืมรูปถ่ายมายืนยัน 555) สมาธิถึงกับแตกซ่าน... แต่ถือว่าเป็นวันที่ทุกคนคงจะอิ่มอกอิ่มใจและอิ่มบุญกันถ้วนหน้า เพราะได้เวียนเทียนและนั่งสมาธิร่วมกัน


จับได้คาหนังคาเขาเลย


นั่งสมาธิคืนวันมาฆบูชา นำโดยอ.พิชัยและอ.ศิริพร

คืนสุดท้ายอาจารย์ใจดีแจกมือถือคืน รวมทั้งให้โยคีพูดจากันได้ โอ้โห นกกระจอกแตกรังมันเป็นหยั่งงี้นี่เอง จริงๆเป็นช่วงที่ดีนะคะ เพราะทำให้เรามีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์รวมทั้งความในใจที่เก็บมา 7 วัน บางคนมาปฏิบัติเพราะผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก็มี...ปวดขากันมากมายแค่ไหนก็มาบ่นกันตอนนี้ล่ะค่ะ บางคนก็มาสารภาพว่าผมเข้าใจว่าวัฏสงสารมันเป็นยังไง ก็ตอนเดินจงกรมเนี่ยละครับ มันเดินไม่สิ้นสุดซักกะที อิๆๆ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติ...นอกจากความสงบทางใจแล้ว การที่เราได้อยู่กับตัวเอง ก็ทำให้ได้คิดและปลงอะไรหลายๆอย่างได้เหมือนกัน แม้จะไม่ถึงนิพพาน แต่สิ่งสำคัญที่ได้รับก็คือการเจริญสติ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เวลาตาเราเห็นอะไร หูได้ยินอะไร  เกิดความรู้สึกอย่างไร ก็สักแต่ว่า เห็นหนอ ยินหนอ รู้หนอ
เมื่อเราเจริญสติได้ เราก็จะเห็นความดับ เมื่อเราเห็นความดับ กิเลสก็จะหายไป
...
แต่ถ้าเราไม่ได้ฝึก...เมื่อเกิดความรู้สึก มันก็จะคงอยู่ตลอดไป...
รู้สึกเสียใจ ก็จะเป็นทุกข์ตลอดไป
รู้สึกหงุดหงิด โมโห ก็จะหงุดหงิด โมโหตลอดไป
...
หากเราพยายามกำหนดสติแล้ว...เราก็จะเริ่มเห็นทุกอย่างเป็นอนิจจัง
ทุกอย่างเกิดขึ้น..ตั้งอยู่..แล้วก็จะดับไป
มันเป็นของมันอยู่อย่างนี้
ไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่นเป็นจริงเป็นจัง
ไม่ยึดมั่นว่าเป็นตัวกูของกู
...
ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ ส่วนตัวแล้วก็พยายามทำอยู่เหมือนกัน คงต้องใช้เวลา แต่เริ่มวันนี้ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเลย ^^ ดังที่อ.ศุภวรรณ เขียนไว้ในหนังสือ ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ ว่า
“การเข้าถึงพระนิพพานเป็นเรื่องทักษะโดยตรง เหมือนการเกิดของตัก ถ้ามัวแต่ยืน เดิน นอน ไม่ยอมนั่ง ตักย่อมไม่เกิด การนั่งเพื่อให้เกิดสภาวะของตัก จึงเป็นเรื่องทักษะ เริ่มจากการหัดหย่อนก้น นั่งยองๆจนสามารถนั่งติดพื้นติดเก้าอี้ได้จริงๆ ตักย่อมเกิดได้ง่ายๆ เมื่อยอมนั่งเท่านั้น”

ทีนี้ที่เคยบอกไว้ว่า ถ้าจะเริ่มปฏิบัติ ก็ควรหาอาจารย์ที่แนะนำสั่งสอนได้อย่างถูกวิธี…เหตุผล (ที่คิดเอาเอง) มันก็มีอยู่ว่าเวลาที่เราทำวิปัสสนากรรมฐานนั้น อาจเกิด กิเลสที่เกิดขึ้นมาจากการปฏิบัติวิปัสสนา ที่เรียกว่า วิปัสสนูปกิเลส ซึ่งอาจทำให้การปฏิบัติของเราไขว้เขวไป ถ้าไม่รู้และไม่แก้ไขแล้วก็จะติดอยู่ที่นี่ทําให้ไม่สามารถเข้าไปถึงญาณชั้นสูงได้

ขอยกคำอธิบายจากเว็บลานธรรมค่ะ <http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001479.htm>

วิปัสสนูปกิเลส  คือ  อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา ๑๐ อย่าง  ซึ่งจะเกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาญาณอ่อนๆ  ภาวะทั้งสิบนี้  เป็นสิ่งที่น่าชื้นชมอย่างยิ่ง  และไม่เคยเกิดมี    ไม่เคยประสบมาก่อน    จึงชวนให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจผิดว่า   ตนได้บรรลุมรรคผลแล้ว   ถ้าเข้าใจอย่างนั้น  ก็เป็นอันคลาดออกนอกวิปัสสนาวิถี    คือ  พลาดทางวิปัสสนา   แล้วก็จะทิ้งกรรมฐานเสีย  นั่งชื่นชมอุปกิเลสของวิปัสสนาอยู่นั่นเอง   วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ  ให้รู้เท่าทันเมื่อมันเกิดขึ้น   ก็ให้กำหนดพิจารณาด้วยปัญญา  มีสติสัมปชัญญะก็แก้ไขได้
วิปัสสนูปกิเลส  ๑๐  อย่าง
1. โอภาส  แสงสว่าง   ซึ่งรู้สึกว่างามเจิดจ้า  แผ่ซ่านไปสว่างไสว  ไม่เคยมีมาก่อน
2. ญาณ  ความหยั่งรู้ที่เฉียบแหลมคมกล้า   รู้สึกเหมือนว่า จะพิจารณาอะไรเป็นไม่มีติดขัด
3. ปิติ  ความเอิบอิ่มใจ  รู้สึกเต็มเปี่ยมไปทั่วทั้งตัว
4. ปัสสัทธิ   ความสงบเย็น   เกิดความรู้สึกว่า ทั้งกายและใจสงบสนิท  เบานุ่มนวล  คล่องแคล่ว  แจ่มใสเหลือกิน   ไม่มีความกระวนกระวาย   ความกระด้าง   หนัก   ความไม่สบาย   หรือ ความรำคาญ  ขัดขืนใดๆเลย
5. สุข   มีความสุขที่ประณีต   ละเอียดอ่อน   ลึกซึ้ง   อย่างยิ่งแผ่ไปทั่วทั้งตัว
6. อธิโมกข์  เกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า  ประกอบเข้ากับวิปัสสนา   ทำให้จิตใจมีความผ่องใสอย่างเหลือเกิน
7. ปัคคาหะ   ความเพียรที่ประกอบกับวิปัสสนา  ซึ้งพอเหมาะพอดี  เดินเรียบ  ไม่หย่อนไม่ตึง
8. อุปัฏฐาน   สติที่กำกับชัด   มั่นคง  ไม่สั่นไหว  จะนึกถึงอะไร ก็รู้สึกว่า  ระลึกได้คล่องแคล่ว  ชัดเจน  เหมือนดังแล่นไหลไปถึงหมด
9. อุเบกขา   ภาวะจิตที่ราบเรียบ  เที่ยง  เป็นกลางในสังขารทั้งปวง
10. นิกันติ   ความพอใจ ติดใจ ที่สร้างความอาลัยในวิปัสสนา  มีอาการสงบสุขุม  ซึ่งความจริงเป็นตัณหาที่ละเอียดแต่ผู้ปฏิบัติไม่สามารถจับได้ว่าเป็นกิเลส
…
มีเพื่อนโยคีรุ่นเดียวกันบางคนเกิดโอภาสขึ้นค่ะ บางคนก็เห็นเป็นแสงสว่างๆสีม่วง บางคนก็เห็นนิมิตภาพป่าไม้หรือพระพุทธเจ้า  ทุกคนต่างก็บอกว่าเห็นแล้วรู้สึกมีความสุข และอยากติดตามแสงนั้นไป ซึ่งจริงๆแล้วก็คือกิเลสนั่นเองค่ะ อาจารย์บอกว่าต้องกำหนด เห็นหนอๆ แล้วกลับมากำหนดยุบพองเหมือนเดิม เพื่อให้ภาพหายไป เพราะภาพเหล่านี้ส่วนหนึ่งสร้างมาจากจิตใต้สำนึก ภาพเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นภาพที่น่ากลัวได้ ซึ่งถ้าผู้ปฏิบัติรับไม่ได้อาจทำให้เกิดอาการที่เรียกว่ากรรมฐานแตก อาจทำให้เป็นบ้าได้นะคะ

อาจารย์เล่าให้ฟังว่าแม้แต่พระซึ่งฝึกปฏิบัติ ท่านมีสมาธิแรงกล้าจึงเกิดภาพนิมิตขึ้น(มีแต่สมาธิแต่กำลังสติน้อย) ตอนแรกก็เห็นเป็นเพียงแสง อาจารย์ก็แนะนำให้กำหนดเห็นหนอๆ เพื่อดึงสติกลับมา แต่ท่านไม่ได้กำหนดเพราะติดในภาพ มีอยู่วันนึงนั่งอยู่ดีๆ ท่านกระโดดลอยขึ้นไป 2 เมตร แล้วก็ร้องโวยวายว่า “เสือๆๆ”  กว่าจะสงบได้ถึงกับเหงื่อตกกันเลยทีเดียว ตอนหลังหลวงพี่เล่าให้ฟังว่า ไอ้แสงที่เห็นตอนแรกมันรวมตัวกันเป็นจุดดำๆ ท่านก็ส่งจิตตามไป ปรากฏว่ากลายเป็นเสือกระโดดสวนออกมา ช็อคสิท่าน แล้วภาพพวกนี้จะเหมือนจริงมากๆค่ะ หลวงพี่เล่าว่าท่านเห็นชัดถึงขนาดเห็นเงาตัวเองในตาเสือ...มิน่าล่ะ กระโดดตัวลอยซะขนาดนั้น...

เรื่องวิปัสสนูปกิเลสนี้มีอีกหลายตัวอย่างเลยค่ะที่อาจารย์เล่าให้ฟัง...แต่เนื่องจากเขียนมายาวพอสมควรแล้ว เกรงว่าจะเบื่อกันซะก่อน เลยขอจบประสบการณ์ปฏิบัติธรรมเพียงเท่านี้ค่ะ 

ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ ^^”
เขียนเพลินไปหน่อย...ยาวเลย

สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณ  อ.ศิริพร กรรณกุลสุนทร ผู้ชี้แนวทางแห่งความสุขอีกครั้งค่ะ

ขอขอบคุณ:
หนังสือ อานาปานสติ : วิถีแห่งความสุข 3 โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
หนังสือ ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ โดย อ.ศุภวรรณ พิพัฒพรรณวงศ์ กรีน
หนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น โดย ทันตแพทย์สม สุจีรา
หนังสือ แก่นพุทธศาสน์ โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ
ภาพถ่ายสวยๆฝีมือ อาจารย์เบญจวรรณ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
พู่กัน วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

ยินดีที่ได้อ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
หนุ่มสุพรรณฝันหวาน วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maggiemaddog
Seize The Day : ฉกฉวยวันเวลาไว้ อย่าทำให้การงาน ทำให้การเที่ยวเสีย

ยังไม่เคยไปเลย แต่สาวข้างกายเคยไปแล้ว 2 ครั้ง กลับมา เห็นหน้าอิ่มอ้วนมาทุกครั้ง 555 / ไปเที่ยวแล้วกลับมายุ่งเลย งานพันตัวไปหมด กว่าจะลงตัวอีกทีคงเกือบสงกรานต์

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::สุขกาย สบายใจครับ:::

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
mookie วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อนุโมทนา....สาธุ....


คิดดี ปฏิบัติดี.... มีฟาร์มสุข....


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
chef_de_ple วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chefdeple

สวัสดีคะ
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียนานเลย สบายดีมั้ยคะ

ขอบคุณนะคะที่ช่วยอุดหนุนสร้อยข้อมือคะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
chai14 วันที่ : 21/03/2008 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kittichaiblog
Independent Living

ดีใจด้วยครับที่มีโอกาสได้ปฏิบัติ ได้รู้จักแก่นธรรม
หลวงปู้ชา สุภัทโธ สอนผมไว้ (ทางวิทยุ) ว่าให้พูดให้น้อย ตามดูจิตให้มากๆ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ลุงฟาง วันที่ : 20/03/2008 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/semtele

ธรรมคือการพ้นทุกข์ ดี่เยี่ยมเลยครับ..

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
chalee วันที่ : 20/03/2008 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

เรื่องยาวแต่เรื่องดี อ่านจนจบ

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ นะจ๊ะ







วั

ดี
จ้

.
.
.
ธ ร ร ม ส วั ส ดี จ้ า


♥ღ◦ชาลี◦ღ♥

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ฟ้าฤดูร้อน วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/awake
เตือนตน : จงระวังอย่านำทรรศนะคติหรือความคิดเห็นมาปนกับคำสอน จากคำสอนของท่าน ว.วชิระเมธี

สวัสดีค่ะ ดีใจจังเจอบลอคผู้ปฎิบัติธรรมและเขียนบลอคเรื่องนี้ ขอ add เป็นเพื่อนบ้านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ตะวัน..ที่ปลายฟ้า วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Plaifah

หนีไปเมืองนอกซะแล้ว...เจ้าบ้าน
เหงานะเนี่ย
ดีจังที่เอาธรรมะมาฝากกัน ขอบคุณนะน้อง
เจอกันเมื่อมีโอกาสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
มาลีรัตน์ วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maleerat

เชื่อเลยค่ะ คนรวบรวมต้องนิ่งมากๆถึงรวบรวมได้แบบนี้ มาจากใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
chaiyassu วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แม้จะยาว แต่ก็อ่านจนจบ
นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีงาม
อนุโมทนากับการนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง
อย่างน้อยที่สุด
ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครบางคนได้
ต้องขอบคุณหนังสือ
...ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น...
ที่นำไปให้คุณพบสิ่งดี ๆ
อนุโมทนาอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ป.ประพันธ์ วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

อยากให้หลายคนได้มาอ่านเรื่องนี้จริง ๆครับ
น่าจะให้ประโยชน์กับการดำเนินชีวิตได้มากทีเดียว
โหวตให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
pimahn วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

แวะมาอ่านธรรมะอีกรอบครับ

อนุโมทนากับธรรมทานนี้

โหวตให้ด้วยครับ



http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/03/13/entry-1
เราเป็นตัวของตัวเองกันแค่ไหน?

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

สวัสดีอีกครั้งครับ

การปฏิบัติที่ฝืนความสบายและความเคยชินแบบนี้..แรก ๆ คงทรมานน่าดูใช่มั้ยครับ...

แม้แท้จริงแล้ว..มันเป็นเพียงการย้อนกลับไปสู่วิถีทางแห่งความสงบ..ที่เราเคยพบเจอมา..เท่านั้นเอง

ครั้นเติบโตขึ้น..เรื่องราวรกใจมากขึ้น...ชีวิตก็คล้ายจะวุ่นวายไปหมดทุกอย่าง

เหมือนคนที่พาตำรวจมาจับอาจารย์นั่นไงครับ...

ขนาดจะมาสงบจิตใจแท้ ๆ

เชื่อมั่นในแนวทางปฏิบัติต่อไปนะครับ....

เพราะนี่คือ วิถีแห่งความสุข....อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ละเมียดม้าย มุ่งมั่น อบอุ่นใจ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Bon วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impel

ยอมรับว่าแรกๆทรมานมากครับ แต่พอได้ที่แล้วก็ทรมานเหมือนกัน(ไม่อยากเลิก) เป็นการสร้างความอดทนไปในตัวด้วยครับ ขอบคุณวิถีแห่งความสุขที่นำมาแบ่งปันกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namtan
simply9

เคยมีเพื่อนไปฝึกกับคุณแม่สิริค่ะ
กลับมาเล่าให้ฟังว่า รู้สึกดีมาก จน ตัวเองก็นึกอยากไปอยู่เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความที่ให้ความรู้อย่างนี้ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 01.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

กลับมานั่งตั้งใจอ่านอีกรอบครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนกุลา วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkula

สุขใดใด เหนือความสงบเป็นไม่มี
ปัญญาใดเหนือกว่าปัญญาแห่งการภาวนาเป็นไม่มี..ขออนุโมทนา..ในธรรมปฏิบัติ และธรรมทาน ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
chedtha วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 03.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

อนุโมทนา กับการปฏิบัติธรรมนะครับ ขอให้เจริญในธรรม

การปฏิบัติธรรมของผม แตกต่างตรงที่ ผมศึกษาแต่ธรรมะล้วนๆ
ไม่ได้ฝึกให้มีภาพนิมิตหรืออภินิหารแต่อย่างใด
ขอแค่เข้าใจสัจธรรม ความเป็นไปของชีวิตและธรรมชาติ รู้ทันกิเลสตนเอง
ผมฝึกได้แค่นี้จริงๆ

โหวตให้กับธรรมทานนี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เริ่มต้นรู้จักการปฏิบัติธรรม
เป็นลูกโยคีหลักสูตรของคุณแม่สิริเหมือนกันค่ะ
ครั้งแรก ทรมาณมากมากเลย
ผ่านมาได้ ดีใจมากมาก ที่ได้มีโอกาสแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
After-PostModern วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lightcircle

ดีจัง
อ่านแล้ว รู้เลยว่าเจ้าของบ้านมีทางที่สวยงามแล้ว
พบทั้งแผนที่ และเข็มทิศ ที่เหลือก็ก้าวเดินไปตามทางนั้น
แม้อยาก หรือไม่อยาก หากเดินตามทางสายเอกนั้น ก็ถึงในวันหนึ่ง ภพชาตินี้ หรือภพชาติหน้าก็นับได้ว่าถึงแน่ๆ
..
อนุโมทนาบุญ กับเจ้าของหนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็นด้วยครับ
ที่ทำให้คุณเจ้าของบ้านได้ก้าวเดินในวิถีอันยอดเยี่ยมนี้
สาธุๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
TaTee วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

แวะมาทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

โชคดีที่เข้ามาพบบทความนี้
ก่อนจะไปปฏิบัติ เพื่อค้นพบวิถีแห่งความสุข
ขอบคุณครับที่นำมาเผยแพร่ให้รับรู้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Mothemon วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 02.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

ขอบคุณนะคะ madman

จริงๆพออยู่ในนั้นก็ไม่มีเวลาจะ อ่าน และ เขียนหนังสือหรอกค่ะ 555 นอนสี่ทุ่มตื่นตีสี่แล้วก็ปฏิบัติตลอดทั้งวัน

ถ้ามีโอกาสขอเชิญไปปฏิบัติบ้างน้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 02.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

ยาวมากครับเดี๋ยวแว่ปกลับมาอ่านใหม่ครับ

ยังไงก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
madman วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 02.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/madman

อืม...
รีบมาอ่านเลยนะเนี่ย.
...
คุ้มเหลือเกินกับที่ขอให้เล่าเรื่องนี้ต่อ...
อ่านจบ ผมว่าน่าเสียดายมาก ถ้าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่นำมาเล่าต่อกันยาวๆ
...
กฎที่ห้ามเขียนและอ่านหนังสือเนี่ย.."หิน" จริงๆเลยเนาะ
...
ดีจังครับที่ได้อ่าน
จขบ.เดินทางไปกลับปลอดภัยเน่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naijoe วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

ดีจังเลยนะครับ...

ได้ไปปฏิบัติอย่างนั้น...

แต่ดูท่าจะยากเหมือนกันนะครับ...

แต่พอเสร็จสิ้น...คงมีความสุขน่าดูเลยครับ...


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Mothemon วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 00.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

เรื่องนี้อาจจะยาวไปซักหน่อยค่ะ...
ฝากไว้ให้อ่านก่อนเจ้าบ้านจะเดินทางไกล
คงไม่ได้อัพบล๊อกอีกนาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]