• เนชั่นบันเทิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 1145656
  • ส่ง msg :
  • โหวต 201 คน
สำนักข่าวบันเทิงเนชั่น
สุดยอดข่าวฮิตประเด็นร้อน เกาะติดสถานการณ์บันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมแบบ NENA ! Wow ผลิตโดยสำนักข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรมเนชั่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/NENA
วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2551
Posted by เนชั่นบันเทิง , ผู้อ่าน : 1186 , 16:51:42 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต สังคมและโลก หลายเรื่องไม่อาจแก้ไขด้วยความรู้ ต้องอาศัยคุณธรรมและความเข้าใจมนุษย์ช่วยในการสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่
 แม้วิชาความรู้ทางโลกจะเป็นเครื่องมือสร้างสิ่งต่างๆ ให้มวลมนุษย์ แต่สิ่งที่มนุษย์ต้องตระหนักรู้อีกอย่างก็คือ การเรียนรู้เรื่องภายใน หากเราเข้าใจว่า เกิดมาเพื่ออะไร และอยู่ไปเพื่อสิ่งใด รู้จักผสานความรู้ทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกัน ก็จะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น
 เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สังคมไม่ได้ต้องการคนเก่งอย่างเดียว หากเก่งแล้วหวังจะกอบโกยอย่างเดียว ก็ไม่ช่วยให้สังคมดีขึ้น
 “การสร้างทีมที่จะออกไปรับใช้มวลมนุษย์ชาติเป็นงานเร่งด่วน ธรรมะเป็นคำตอบของสังคมตอนนี้ ไม่ใช่พรรคการเมือง” แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน และผู้อำนวยการสาวิกาสิกขาลัย บอกเราในวันที่พูดคุยเรื่องเส้นทางสู่อริยชน

โจทย์ของสาวิกา 
 อีกก้าวย่างของการทำงานเผยแพร่ธรรมะของเสถียรธรรมสถานคือ การตั้งสาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพุทธศาสตร์และศิลปะแห่งชาติ ใช้เวลาเรียนสองปี โดยรุ่นแรกได้เริ่มเรียนไปแล้วหนึ่งเดือนกว่าๆ และในอนาคตจะมีหลักสูตรจนถึงปริญญาเอก หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรระยะสั้นและการอบรมหัวข้อต่างๆ สำหรับผู้สนใจธรรมะ  จากประสบการณ์การเผยแพร่ธรรมะอย่างต่อเนื่องกว่ายี่สิบปี แม่ชีเห็นว่า ถึงเวลาต้องสร้างทีมขึ้นมารับใช้ธรรมะหรือรับใช้โลก
  “หากถามว่า คิดนานไหมที่ทำตรงนี้... คิดไม่นาน แต่ทำงานมานาน เราเห็นผลของการทำงานโดยไม่สงสัยแล้วว่า มนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเอง องค์ความรู้ที่มีอยู่ เราจะสร้างทีมออกไปทำงานธรรมะอย่างไม่งมงาย ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิง มีผู้ชายมาเรียนด้วย ตอนนี้มีคนเรียนประมาณ 29 คน  เราใช้สาวิกาสิกขาลัยเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เขากลับไปรู้จักชีวิตว่า ชีวิตเกิดมาทำไม โลกเป็นห้องเรียน แม้จะเป็นคนกลุ่มน้อยที่มาเรียน แต่เราให้เวลามากขึ้นเพื่อสร้างทีมทำงานกับคนกลุ่มใหญ่ “
 เท่าที่ทดลองเรียนมาหนึ่งเดือนกว่า แม่ชีบอกว่า การปฎิบัติที่ผ่านมา ก็ประเมินได้แล้วว่า คนเรียนอยู่ในทิฐิประมาณไหน หากถามว่ามีการคัดเลือกอาจารย์อย่างไรบ้าง เรื่องนี้ต้องบอกว่า ไม่มีใครสอนใคร แต่มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน มีกัลยาณมิตรเข้ามาแลกเปลี่ยน อย่างคุณหมอจันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจะพูดถึงเรื่องสมองกับการปฎิบัติที่เป็นกุศล เราต้องเอาคนที่สนใจการปฎิบัติด้วย หรืออาจารย์โสรีจ์ โพธิแก้ว ก็จะมาช่วยสอนท่านว.วชิระเมธีจะสอนเรื่องวิธีการคิดแบบพุทธ อาจมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด หรือลูกศิษย์ท่านอาจารย์พุทธทาสมาแลกเปลี่ยนด้วย

เรียนอะไรในสาวิกา
  “ต้องเรียนทุกขณะจิต” คือสิ่งที่แม่ชีศันสนีย์บอก เพราะธรรมชาติคือครูของเรา เราต้องเฝ้าสังเกตจิต ดูจิต รู้จิตที่ติดต่อทุกขณะที่หายใจเข้าออกอย่างมีสติ ถ้ามีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เมื่อมีการกระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็ไม่หลง เห็นอารมณ์เข้ามา ใจไม่หลงอารมณ์ รู้ทันอารมณ์
 “เราจะมีชีวิตอย่างไรที่จะอยู่ในโลกนี้อย่างไม่เป็นทุกข์ แม้จะไม่มีตำราเรียนให้อ่านมากมาย แต่นี่คือหลักสูตรพระพุทธเจ้า หลักสูตรของธรรมชาติที่มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะหลงทาง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การศึกษาไม่ได้ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แล้วเราจะอยู่กับสิ่งที่กระทบอย่างไม่ปรุงแต่งอย่างไร เรื่องนี้วิชาการล้มเหลวทั้งหมด”
 หากจะสร้างคนที่มีจิตวิญญาณเพื่อรับใช้ผู้อื่น ต้องเน้นการพัฒนาจิต หลักสูตรสาวิกาสิกขาลัยจึงเน้นการปฎิบัติประมาณ 80 % นอกจากครูบาอาจารย์ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกับผู้เรียนแล้ว ทุกหนทุกแห่งในโลกเป็นครูได้หมด ไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ปัจจุบันสาวิกาสิกขาลัย ยังไม่มีอาคารเรียนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะอยู่ระหว่างการระดมทุน ตอนนี้ก็นั่งเรียนใต้ต้นไม้ นั่งฟังหัวใจตัวเอง ให้ผู้เรียนบันทึกรายวันเกี่ยวกับเรื่องความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ก็คือการปฎิบัติ ให้เข้าใจตัวเองให้ชัดก่อน ถ้าเข้าใจตัวเองได้ก็จะเข้าใจคนอื่น”
 หลักสูตรพุทธศาสนาและศิลปะแห่งชีวิตของสาวิกามีหลายเรื่องให้เรียน อาทิ อริยสัจ 4 ในฐานะกฎของสัจธรรมธรรมชาติ,ปฏิจจสมุปาทกับความเป็นโรค,จิตวิทยาเชิงพุทธกับความสุข ,การฝึกงานดูแลผู้ป่วยโดยหลักพุทธ,อายุรเวทและธรรมชาติบำบัด ฯลฯ
 ในส่วนของหลักสูตรสาวิกาสิกขาลัย แม่ชีบอกว่า มีการทำเวิร์คช้อป เพื่อจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ของสังคมให้ได้ สังคมต้องการคนที่หนักแน่นและพร้อมจะแบ่งปัน ดังนั้นพันธกิจของสาวิกาก็คือ การสร้างสังฆะหรือบุคคลที่จะมีเวลาและพลังงานร่วมกันในการศึกษาทดลอง ทั้งเรื่องปริยัติและปฎิบัติ  “ธรรมะมีอยู่ทุกแห่ง แต่เราเป็นชุมชนแห่งธรรมะ มีธรรมชาติ มีคนมีองค์ความรู้และห้องทดลองในการทำงานทุกสัปดาห์ เหมือนห้องรับแขกของทุกคน ใครก็มาได้ เราไม่เลือกปฎิบัติ ที่นี่ใหเรียนรู้ได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องจนถึงผู้ป่วยระยะสุดท้าย เรามีวิถีชีวิตชัดเจน กระบวนการศึกษาธรรมะอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน" 

เฝ้าสังเกตรู้ทันกายและใจ
 “เราจะให้คนเรียนได้เรียนรู้ด้วยวิธีใหม่  เป็นกระบวนการเฝ้าสังเกตที่รู้ทันกาย รู้ทันใจ รู้ทันชีวิตในปัจจุบันขณะ มีการกระทบแล้วไม่กระเทือน สิ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้าเป็นบุรุษคนแรกที่ประกาศอิสรภาพว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ตัณหาทำให้เราเป็นทุกข์ ถ้าเป็นแม่ก็เป็นแม่ที่เข้าใจหัวใจตัวเอง ใจกว้าง และเป็นแม่ที่เป็นผู้นำทางสติปัญญาให้ลูก” 
 อิสรภาพที่แม่ชีกล่าวถึง เริ่มต้นที่ตัวเรา ถ้าเราเคารพตัวเองได้ ยกมือไหว้ตัวเองได้ ก็จะทำให้เราเข้าใจคนที่อยู่ข้างหน้าเรา สาวิกาสิกขาลัยมีข้อปฎิบัติที่เป็นพันธกิจอย่างหนึ่งคือ เมื่อสงบเย็นแล้วต้องเป็นประโยชน์ หมายถึงต้องช่วยเหลือคนอื่นด้วย
  “เท่าที่ผ่านมา เราทำโครงการจิตประภัสสรตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์  เริ่มตั้งแต่การสร้างเซลล์ของลูกพร้อมๆ กับการสร้างกุศลของพ่อแม่ด้วยการปฎิบัติดี ขั้นต่อมาเรามีโรงเรียนพ่อแม่ พ่อแม่ต้องเรียนรู้การเลี้ยงลูก ตั้งแต่ให้ลูกเป็นครู ต้องเปิดใจกว้าง ไม่บังคับลูก แต่เห็นธรรมชาติภายในของลูกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนคนหนุ่มสาวหรือเด็กๆ จะได้เรียนรู้อานาปานสติ การภาวนากับความรัก เขาต้องรู้ว่า รักกับเซ็กส์มาจากพื้นฐานต่างกัน ความรักเป็นปัญญา แต่เซ็กส์เป็นตัณหา เด็กต้องรู้ธรรมชาติของความเป็นจริงในเรื่องเหล่านี้  หรือจะอยู่อย่างไรโดยไม่เจ็บป่วย รวมถึงการช่วยเยี่ยวยาผู้ป่วยในระยะสุดท้าย นี่คืออีกส่วนหนึ่งของกระบวนการในโครงการธรรมมาศรม"
 “ถ้าคุณเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย มะเร็งจะเป็นกุศลอย่างไรในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่จะคืนชีวิตสู่ธรรมชาติอย่างไม่เบียดเบียน มะเร็งไม่ใช่โรค แต่มะเร็งคือกุศล จะทำให้คุณรู้สึกและเบิกบานในช่วงที่จะคืนลมหายใจสุดท้ายโดยไม่ต้องใช้มอร์ฟีน” แม่ชี เล่าถึงการทำงานที่ผ่านมา และท่านเคยถามองค์ดาไลดามะว่า การศึกษาเพื่อส่งเสริมการบรรลุธรรมต้องทำอย่างไร 
 “องค์ดาไลลามะบอกว่า ถ้าเป็นการศึกษาที่ตั้งอยู่บนปัญญา ศีลและสมาธิ ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน และนี่เป็นการทำงานตลอดยี่สิบปี ถ้ารู้จักใช้ธรรมะ ชีวิตเปลี่ยนจริงๆ “

เรียนแล้วได้อะไร
 พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราเห็นถึงปฎิกิริยาภายในที่เป็นกระแสธรรมชาติล้วนที่ เราเรียกว่า ปฎิจจสมุปบาท  ดังนั้นเป้าหมายของการเรียนสาวิกาสิกขาลัยคือ เราจะเป็นอิสระจากความเพลินความฟู่หรือความแฟบของอารมณ์อย่างไร
  “ผู้หญิงในโลกนี้กำลังตกเป็นเหยื่อ และที่น่ากลัวที่สุดคือ เหยื่ออารมณ์ตัวเอง เราก็เลยคิดว่า การให้การศึกษาคือ การให้ปัญญา ศีลและสมาธิน่าจะเป็นอาวุธที่ทำให้คนอยู่กับโลกอย่างที่มันเป็นอยู่แล้วโดยไม่ทุกข์ ให้เราเป็นอิสระจากกิเลส นี่คือ ความสำเร็จที่เราเรียกว่า สาวิกาสิกขาลัย”
 นอกจากเน้นการปฎิบัติเป็นหลักแล้ว ยังมีโครงการสอนทางอินเตอร์เน็ต เรื่องนี้ถูกตั้งคำถามว่า แล้วการเรียนจะได้ผลหรือ แม่ชีบอกว่า โลกคือมหาวิชชาลัยของเรา การสร้างสาวิกาสิกขาลัยคือ การสร้างกระบวนการการเผยแพร่ธรรมะ  โดยทำเรื่องยากให้ง่ายผ่านศิลปะวิทยาการทุกแขนงเพราะการศึกษาในโลกปัจจุบัน มันมีกรอบความรู้ ที่ไม่สามารถทำให้คนรู้แจ้งได้
  “ขอยืนยันว่า การศึกษาธรรมไม่ใช่เรื่องการตีกรอบ แต่เหมือนการขยายใจของเราให้กว้าง วางอคติและพร้อมจะเรียนรู้กับทุกเรื่อง เพราะกระบวนการเรียนรู้อยู่ในวิถีชีวิต ไม่ได้มีเฉพาะหลักสูตรการเรียน หรือการตัดสินคนด้วยคะแนน เกณฑ์ในผ่านหรือไม่ผ่านคือ เราทุกข์น้อยลงหรือเปล่า”

........................................

เรื่อง : เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

ระบบการศึกษาในปัจจุบันล้มเหลว เพราะ ครูความรู้ (Fact) แยกออกจาก กระบวนการต่าง ๆ

เด็กจึงจบมาแล้ว "ไม่สามารถปฏิบัติหรือแก้ปัญหาบนโลกของความเป็นจริงได้"

ก็หวังว่า "หลักสูตรในสาวิกา" จะสอนให้ผู้เรียนสามารถเกิดความคิดแบบองค์รวม เพื่ออยู่บนโลกของความเป็นจริงได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูติ๋ว วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romrawin
 รักความไทย ใส่ใจคนรอบข้าง

อยากเข้าห้องเรียนนี้มานานแล้วไม่มีโอกาสไปซะที
คิดว่าสักวันคงได้ไปแน่ๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"โป๊บ" ดีใจ บทคุณหมอ จาก "เกมร้ายเกมรัก" มาแรง

หนุ่มหล่อมาดเท่ อย่าง "โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ" หรือ คุณหมอ จาก ละครเรทติ้งแรงอย่าง "เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า รู้สึกดีใจมากกับกระแสตอบรับจากแฟนๆละคร ที่ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเรียกว

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]