• เนชั่นบันเทิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 1146135
  • ส่ง msg :
  • โหวต 201 คน
สำนักข่าวบันเทิงเนชั่น
สุดยอดข่าวฮิตประเด็นร้อน เกาะติดสถานการณ์บันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมแบบ NENA ! Wow ผลิตโดยสำนักข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรมเนชั่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/NENA
วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม 2551
Posted by เนชั่นบันเทิง , ผู้อ่าน : 1746 , 13:49:21 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ไข่แดงสีส้มแปร๊ดนั้นดูน่ากินดีจัง แต่เมื่อรู้ว่ามันมีสารเคมีทำให้เกิดสีแบบนั้นได้ ก็ไม่สบายใจขึ้นมา ไข่แดงอย่างนั้นมีขั้นตอนการผลิตพึ่งพาสารเคมีชนิดเลือกเฉดได้เลยว่าจะให้ส้มแดงหรือส้มเหลือง เหมือนพวกเนื้อหมูที่มีสีแดงอมชมพู
 และแล้วก็ไปสะดุดตาเข้ากับไข่ไก่ที่มีโลโก้เป็นแม่ไก่หน้าตาสบายใจ มีคำอธิบายว่า ไข่ในแพ็คนั้นเป็นไข่ไก่ชีวภาพ จากแม่ไก่อารมณ์ดี มีขั้นตอนสำคัญว่า ปล่อยไก่เดินวิ่งเล่นอย่างเป็นอิสระ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ แข็งแรงด้วยน้ำหมักชีวภาพและสมุนไพรไทย ปลอดสารเร่งสีแดง
 สุธาทิพย์ แสงวัฒนกุล จากอุดมชัยฟาร์ม ฟาร์มไก่ที่บอกว่า ตั้งใจฟูมฟักแม่ไก่อารมณ์ดีเหล่านั้นให้มีไข่ออกมาขาย  ปัจจุบันอุดมชัยฟาร์มเป็นฟาร์มผู้นำสุขภาพและเกษตรอินทรีย์ดีเด่น จากเครือข่ายองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ กรมปศุสัตว์
 เธอ เล่าว่า ก่อนหน้านี้อุดมชัยฟาร์มก็เป็นฟาร์มไก่แบบทั่วไป เป็นกิจการของครอบครัวทางสามีเธอเอง โดยเริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2503 เลี้ยงไก่เอง และมีโรงงานอาหารไก่เองเพื่อประหยัดต้นทุน ยังไม่ได้ทำออร์แกนิค แต่เลี้ยงแบบปล่อย
 "เพราะคุณพ่อสามี เจ้าของฟาร์ม เขาไม่อยากขังไก่ มีสองเหตุผลคือ ทั้งประหยัดต้นทุน เราไม่ต้องซื้อเทคโนโลยี พวกกรงหรือโรงเรือนสำเร็จรูป แต่ที่สำคัญคือเขาไม่อยากขังไก่ ไม่ชอบ"

วิกฤติพลิกเป็นจุดเปลี่ยน
 อุดมชัยฟาร์มก็มีกิจการขยับขยายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเดินทางมาถึงจุดที่เป็นวิกฤติของคนทำฟาร์มไก่ ฟาร์มไข่ไก่
 "ตอนนั้นเลี้ยงไก่เรียกว่าจำนวนมหาศาล ทุกวันจะมีไก่เข้า ไก่ออก มีอยู่ราว 4 แสนตัวอยู่ในระบบ คิดว่าผลิตเยอะจะได้กำไรเยอะ เลี้ยงแบบใช้ยา แต่ไม่เหมือนคนอื่นตรงเลี้ยงปล่อย พอปี 2546 ปลายปี ไข้หวัดนกระบาด ฮ่องกงบ้าง เนเธอร์แลนด์บ้าง พอตุลาคมเนี่ยทางจังหวัดนครสวรรค์โดนแล้ว เราอยู่สระบุรียังไม่ได้รู้ว่าไอ้หวัดนกมันร้ายกาจขนาดไหน แต่รู้แล้วว่าอันตราย เราก็เข้มงวดเรื่องการเข้าออกฟาร์ม ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อกันตลอด ระหว่างนั้นก็มีข่าวจากฟาร์มนั้นฟาร์มนี้ พอมกราคม 2547 ประกาศไข้หวัดนกระบาดในไทย ก่อนประกาศไข่ราคาดีมาก เพราะซับพลายมันหายไป ตอนนั้นอีกวันสองวันจะตรุษจีนแล้ว พอประกาศออกไปทุกอย่างพลิกเลย ดิ่งเหวกันหมด"
 ในช่วงเวลาไล่เลี่ยนั้น อุดมชัยฟาร์ม ต้องรับมือกับเรื่องสำคัญๆ หลายเรื่องพร้อมกัน  "ต้องเอาชีวิตไก่ให้รอด ซึ่งก็รอดนะ เพราะจัดการกันเข้มข้น เหมือนออกศึกกันเลย ประชุมเช้าเย็น รวมพลังกัน คือ กลัวไก่ตายด้วย กลัวตัวเองตายด้วย แล้วที่สำคัญที่สุดคือสมาชิกในครอบครัว ป่วยเป็นมะเร็ง ตอนนั้นก็ยื้อชีวิตกันทั้งไก่ทั้งคน"
 สุธาทิพย์ เล่าว่า ตอนนั้นคนในครอบครัวก็หาทางรักษา น้องสะใภ้ที่เธอเรียกเขาพี่ เพราะอายุมากกว่านั้น ป่วยเป็นมะเร็ง ก็รักษากันทุกรูปแบบ ทางแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลัก และเสริมด้วยแพทย์ทางเลือก
 แม้ท้ายที่สุดไม่สามารถยื้อชีวิตคนไว้ได้ แต่ระหว่างทางก็ทำให้คนในครอบครัวได้รู้จักกับแนวทางธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นที่มาที่ทำให้ฟาร์มอุดมชัยเปลี่ยนแนวทางการดูแลไก่จนกลายเป็นปศุสัตว์อินทรีย์ในปัจจุบัน
 "ตอนที่น้องสะใภ้ไม่สบาย ก็ดูแลทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและทางเลือก อย่างชีวจิตหรือบัลวี และได้พบกับ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ มีเรื่องการฝังเข็ม การหมกทราย กินน้ำผักปั่น ขณะเดียวกันก็มีน้ำเอนไซม์ ซึ่งจะหมักหัวเชื้อไว้ คนไข้ก็กิน แล้วเขาก็รู้สึกดีขึ้น ทีหลังเราก็มาฉุกคิดว่าน่าจะนำมาใช้ในไก่ได้ด้วย ก็เลยลองนำน้ำหมักชีวภาพมาผสมน้ำให้ไก่กินด้วย เมื่อก่อนจะมีพวกเซลล์มาเสนอในราคาที่แพงมาก แต่เราไม่ได้สนใจ มันเป็นเหมือนของดีจากต่างประเทศ พอมาเจอดร.รสสุคนธ์ เธอว่ามีประโยชน์ เป็นโปรไบโอติค (สิ่งเสริมชีวิต) ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน"
 เริ่มตั้งแต่ระยะลูกไก่จนถึงระยะแม่ไก่กำลังไข่ เดิมจะต้องมีการวางโปรแกรมการให้ยาปฏิชีวนะและวิตามินผสมน้ำอย่างน้อยเดือนละ 1-2  ครั้ง ในช่วงอากาศปกติ และจะเพิ่มความถี่การให้ยาและวิตามินขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง อุดมชัยฟาร์มลองนำน้ำหมักชีวภาพเข้ามาใช้แทน พร้อมกับถอนยาปฏิชีวนะและวิตามินผสมน้ำออกจากโปรแกรม แล้วขยับหาพวกสมุนไพรอื่นๆ เข้ามาช่วย พวกขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร มะระขี้นก ตามสูตรของตำรับโบราณ พร้อมกับดูแลระบบนิเวศ
 สุธาทิพย์ เล่าต่อว่า ปี 2549 น้องสะใภ้เสียชีวิต ก็คิดว่าจะเลิกทำฟาร์มไก่แล้ว กำลังจะถอนกำลังกลับมากรุงเทพฯ แต่เผอิญได้มาเจอกับลูกค้าที่ซื้อไข่ไก่จากฟาร์ม ผ่านร้านสวนไผ่ที่เธอคัดไข่ระดับพรีเมี่ยมจากฟาร์มมาฝากขาย ใช้ชื่อว่า 'ไข่ไก่ชีวภาพ'
 "ตอนเราไปเจอคนกลุ่มนี้ตอนที่ใจเราเหี่ยว จะเลิกทำอยู่แล้ว ไปเจอลูกค้า ชื่อคุณนีน่า มีลูกเล็กๆ เรียนประถมปีที่ 3 โรงเรียนรุ่งอรุน เธอซื้อไข่ไก่ทานเองแล้วติดใจ ก็ซื้อฝากเพื่อน ซื้อไปซื้อมา เพื่อนฝากซื้อเยอะขึ้น จนหอบเองไม่ไหว เขาเลยโทรมาให้เราไปส่งที่โรงเรียนจาก 20 แพ็ค เป็น 40 แพ็ค ลูกค้าก็รู้จักเราแบบปากต่อปาก ทุกวันนี้ยังไปขายที่โรงเรียนรุ่งอรุณทุกวันอังคาร ไข่ราคาค่อนข้างสูง เขาไม่สน เขาบอกว่า พี่มีหน้าที่เลี้ยงไก่ก็เลี้ยงไป เขามีหน้าที่หาเงินมาซื้อ"

อร่อยได้สนิทใจ
 หากถามว่า ลูกค้าติดใจอะไร สุธาทิพย์ บอกว่า ลูกค้าจะบอกว่า ไข่ขาวมันแน่น สัมผัสได้ถึงความอร่อย ไข่แดงก็จะออกสีเหลือง
  "ไข่แดงเราจะไม่เป็นสีส้มนะ สีส้มแบบนั้นเป็นผลมาจากการใส่สารคอลอฟีลเรด มันเลือกเฉดสีได้เลยนะ จะเอาเข้มเอาอ่อน ฝรั่งเขาไม่กินนะ แล้วคนไทยคุณภาพชีวิตอยู่ตรงไหน ทำไมเราต้องกิน เวลาโรงแรมสั่งซื้อไข่ให้แขกซึ่งเป็นฝรั่ง เขาจะเต๊าะออกมาดูไข่แดง ถ้าแดงจะไม่ซื้อนะ ไข่แดงของเราออกเหลือง สีนี้ได้จากข้าวโพด แล้วต้องเป็นข้าวโพดดีๆ ด้วย ไม่ใช่เศษข้าวโพด เราจะซื้อข้าวโพดจากชาวไร่มาบดเอง อาหารที่เราให้ไก่กินเป็นเกรดพรีเมี่ยม ข้าวโพดคุณภาพได้มาได้อย่างไร คือ ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้นเพื่อให้ชาวไร่เอามาให้เราเลือกก่อน เราจ่ายสด ให้ราคาสูง พอพ้นจากเรา เขาถึงเอาไปโรงงานอาหารสัตว์ กากถั่วเหลืองเราจะสั่งเมล็ดใน ปลาก็เกรดเอ. ทุกอย่างยอมจ่ายเพื่อขอเราคัดของก่อน" สุธาทิพย์ อธิบายถึงสิ่งที่ลูกค้าติดใจและที่มาของต้นทุนที่ทำให้ไข่ไก่ชีวภาพราคาสูง
 และเหตุที่ต้องรังสรรค์วัตถุดิบดีๆ นั้นไม่ใช่เพื่อให้เกิดมูลค่า แต่เพราะว่า..."ทำไมต้องเลือกของดี เพราะไก่เราไม่ได้ขัง สัญชาติญาณของสัตว์ มันจะมีการจิกตีกันบ้าง ถ้าอาหารไม่สมดุล มีเชื้อรา พวกอัลฟ่าท็อกซิน ก็มีโอกาสเสี่ยงตายมาก เราไม่มีเวลาให้เขาตาย เราเลี้ยงแค่นี้ เราลดกำลังผลิตลงเพื่อดูแลทั่วถึงจากเป็นแสนๆ เหลือห้าหมื่น ถ้าตายก็แย่ แล้วในพื้นที่เท่าๆ กัน ถ้าเราบรรจุกรงซ้อนๆ กันแบบคอนโด มันจะใส่ได้ 20,000 - 50,000 ตัว แต่เราใช้พื้นที่นั้นเลี้ยงแค่ 5,000 ตัว มันมีพื้นที่ในอากาศ เอาไว้บิน เอาไว้เดินเล่น  มีคอนให้เกาะนอน" สุธาทิพย์ว่า เลี้ยงแบบนี้ไก่แข็งแรง และแววตามันต่างกัน
 สุธาทิพย์ เล่าว่า ตอนนี้สามีดูแลที่ฟาร์ม ส่วนตัวเธอเองพาลูกมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ วันธรรมดา และบางครั้งมาพบลูกค้าด้วย ตอนนี้ที่ขายเป็น
ก็ที่โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทอสี โรงเรียนเพลินพัฒนา ร้านเลมอนฟาร์ม เป็นต้น แล้วมีตัวแทนจำหน่ายในห้างอาจใช้แบรนด์ของเขา
 โดยทั่วไปการทำธุรกิจก็ต้องคิดไปถึงเรื่องแตกไลน์ขยายสาขา แต่เมื่ออุดมชัยฟาร์มผ่านบทเรียนสำคัญพร้อมกันแล้ว พวกเขาจึงเลือกที่จะไม่ทำสิ่งใดไปเพื่อให้ซ้ำรอยเดิม
 "รู้แต่ว่าทำเยอะไม่ได้ คือ เรารู้สึกว่าทำงานแบบนั้นแล้วมันเหมือนทาส มันเจ็บปวดนะถ้าขาดทุน แบบต้นทุน 2 บาท แล้วต้องขาย 50 สตางค์ ตอนนี้มาทำไข่ชีวภาพ ราคาแพงกว่าทั่วไป คือมันก็มีต้นทุนของมันนะ พวกน้ำหมักชีวภาพ เราก็ต้องหมักเป็นปี ต้นทุนเป็นทั้งเงินและทั้งเวลา และอาหารสัตว์ จะบอกลูกค้านะว่าตอนนี้ยังทำไหว ก็ให้กินซะ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไม่ไหว ไม่รู้สถานการณ์ข้างหน้า ถึงที่สุดถ้ามันไปไม่ได้จริงๆ เราก็ดีใจว่าอย่างน้อยๆ เราก็เคยได้ทำ ถ้ามีการศึกษาหาข้อมูลกันภายหลัง มันก็จะมีบันทึกไว้ว่าในเมืองไทยมีคนเคยทำแล้ว คือ ฟาร์มอุดมชัย"

.......................

เรื่อง : รมณ รวยแสน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นึกว่าไก่-มีสุข
ผมเห็นแล้วอารมณ์ดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"โป๊บ" ดีใจ บทคุณหมอ จาก "เกมร้ายเกมรัก" มาแรง

หนุ่มหล่อมาดเท่ อย่าง "โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ" หรือ คุณหมอ จาก ละครเรทติ้งแรงอย่าง "เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า รู้สึกดีใจมากกับกระแสตอบรับจากแฟนๆละคร ที่ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเรียกว

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]